ทางแพทย์สายพุทธ

ทางแพทย์สายพุทธ เป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่รักษากายใจด้วยพุทธศาสนา และความรู้ทุกศาสตร์ที่มีศาสนามาเกี่ยวข้อง

เส้นสหัสรังษีและทวารีกับการเกิดโรคเป็นเส้นประธานสิบ (Sen Prathan Sib) ของไทย ควบคุมการมองเห็นและพลังงานที่ไปเลี้ยงตา หาก...
30/04/2026

เส้นสหัสรังษีและทวารีกับการเกิดโรค
เป็นเส้นประธานสิบ (Sen Prathan Sib) ของไทย ควบคุมการมองเห็นและพลังงานที่ไปเลี้ยงตา หากขัดข้องจะส่งผลต่ออาการทางตาเป็นหลัก เช่น เจ็บกระบอกตา ตาพร่า ลมแทงจักษุ หรืออาการหูอื้อ โดยเส้นสหัสรังษีมักแล่นไปทางเท้าด้านซ้าย และทวารีเกี่ยวข้องกับทวารต่างๆ (ตา, หู, จมูก)

เส้นสหัสรังษี (Sahasarangsi) กับการเกิดโรค
แนวเส้น: เริ่มจากสะดือ ลงไปขาด้านใน ลงไปหน้าแข้งด้านใน จบที่ปลายเท้าซ้าย แล้วย้อนกลับขึ้นไปด้านนอก
โรค/อาการ: เมื่อลมในเส้นสหัสรังษีพัดขัดข้อง จะเกิดอาการลมนัยน์ตาพิการ เช่น ตามัว ตาแดง เจ็บเสียวจักษุ ตากล่อน หรืออาการเกี่ยวกับตาที่เกิดจากความร้อน

เส้นทวารี (Thawari) กับการเกิดโรค
แนวเส้น: แล่นลงไปเท้าเช่นกัน มีความเกี่ยวเนื่องกับระบบทวารทั้ง 9
โรค/อาการ: มักเกี่ยวข้องกับอาการเจ็บตา ตาพร่า น้ำตาไหล และอาการที่เกี่ยวข้องกับหู (ลมแทงหู)
#ฟีด​ #สหัสรังษี​ #ทวารี

การติดซีรี่ย์แนวตั้ง (Vertical Drama/Short Drama).. กันไหมมีผลกระทบทางจิตวิทยาและพฤติกรรมที่ชัดเจน เนื่องจากรูปแบบเนื้อห...
30/04/2026

การติดซีรี่ย์แนวตั้ง (Vertical Drama/Short Drama).. กันไหม

มีผลกระทบทางจิตวิทยาและพฤติกรรมที่ชัดเจน
เนื่องจากรูปแบบเนื้อหาถูกออกแบบมาให้ "เสพติด" ได้ง่าย โดยมีผลกระทบหลักๆ ดังนี้

1. ผลกระทบด้านจิตวิทยาและการทำงานของสมอง
ภาวะสมองโหยหาความสุขฉับพลัน (Dopamine Rush): ซีรี่ย์แนวตั้งเล่าเรื่องเร็ว จบตอนใน 1-2 นาที และจบแบบค้างคา (Cliffhanger) ทำให้สมองหลั่งสารโดพามีนอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ส่งผลให้รู้สึกตื่นเต้น อยากดูตอนต่อไปทันทีจนหยุดไม่ได้
ความสามารถในการจดจ่อลดลง (Reduced Attention Span): การเสพเนื้อหาที่สั้น กระชับ และเปลี่ยนเร็วตลอดเวลา ทำให้สมองเคยชินกับการรับข้อมูลที่รวดเร็ว จนอาจทำให้สมาธิในการทำงานหรือการอ่านเรื่องราวที่ยาวนานลดลง
อารมณ์ค้างและติดอยู่ในโลกสมมติ: พล็อตเรื่องที่เข้มข้น เร้าอารมณ์ (เช่น แก้แค้น, รักโรแมนติกสุดขีด) อาจทำให้ผู้ชมรู้สึกคล้อยตาม มีอารมณ์โกรธ ดีใจ หรือลุ้นระทึกค้างอยู่แม้จะปิดจอไปแล้ว

2. ผลกระทบด้านพฤติกรรมและการเสพติด
พฤติกรรมเสพติด (Addictive Behavior): ด้วยพล็อตแบบ "หมัดฮุก" ที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดใจ ทำให้อาจเสียเวลาหลายชั่วโมงในการดูต่อเนื่อง (Binge-watching) โดยไม่รู้ตัว
การหนีความจริง (Escapism): ซีรี่ย์แนวตั้งเป็นความบันเทิง "พอดีคำ" ที่ใช้ง่าย ทำให้คนใช้เป็นเครื่องมือหลีกหนีจากปัญหา ความเครียด หรือความเหงาในชีวิตจริงชั่วคราว หากทำบ่อยเกินไปอาจทำให้ขาดทักษะการเผชิญหน้าปัญหา
ส่งผลเสียต่อการนอนหลับ: การดูตอนกลางคืนทำได้ง่ายและเลิกยาก ทำให้เกิดภาวะนอนไม่หลับหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งส่งผลกระทบต่ออารมณ์ ความเครียด และความซึมเศร้าในระยะยาว

3. ผลกระทบด้านอารมณ์และความรู้สึก
ความรู้สึกหงุดหงิดจากการค้างคา: การจบตอนแบบทิ้งประเด็นทำให้เกิดความรู้สึกค้างคาใจ ต้องยอมเสียเงินหรือเสียเวลาเพื่อดูตอนต่อไป
ความอึดอัดทางใจ (Mental Unrest): การดูเรื่องราวที่มีความรุนแรงหรือดราม่าจัดจ้านอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัดใจ ความกังวล หรืออารมณ์ไม่คงที่

คำแนะนำ: ควรจำกัดเวลาในการดู และตระหนักรู้เสมอว่าเนื้อหาถูกออกแบบมาให้เร้าอารมณ์เพื่อให้เราดูต่อ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันและสุขภาพจิต
#ซีรี่ย์แนวตั้ง​ #ฟีด

6เสาหลักในนทีแผนนวดร.๕ว่ากายเรามี๗๒๐๐๐เส้นมีเสาหลัก๖เสาและมีเส้นประธาน๑๐  เรามาพิจารณาแกนเสาหลักตามจักระทั้ง๗กันจักระทั้...
30/04/2026

6เสาหลักในนที
แผนนวดร.๕ว่ากายเรามี๗๒๐๐๐เส้นมีเสาหลัก๖เสาและมีเส้นประธาน๑๐ เรามาพิจารณาแกนเสาหลักตามจักระทั้ง๗กัน
จักระทั้ง 7 (Chakras) คือศูนย์รวมพลังงานละเอียดอ่อนที่สถิตอยู่ตามแนวสันหลังของมนุษย์ ตั้งแต่ก้นกบถึงกระหม่อม เชื่อมโยงกับสุขภาพกาย อารมณ์ และจิตวิญญาณ การสมดุลจักระช่วยให้พลังงานไหลเวียนดี จักระทั้ง 7 ประกอบด้วย:
จักระที่ 1 - มูลาธาระ (Root Chakra): บริเวณฐานกระดูกสันหลัง สีแดง – ความมั่นคงและการเอาตัวรอด ควบคุมสัญชาตญาณและความรู้สึกปลอดภัย
จักระที่ 2 - สวาธิษฐาน (Sacral Chakra): บริเวณท้องน้อย/ใต้สะดือ สีส้ม - ความรู้สึกสร้างสรรค์ พลังทางเพศ ควบคุมอารมณ์ ความพึงพอใจ
จักระที่ 3 - มณีปุระ (Solar Plexus Chakra): บริเวณเหนือสะดือ สีเหลือง - พลังงาน ความมั่นใจในตนเองควบคุมพลังงาน ความมั่นใจ
จักระที่ 4 - อนาหตะ (Heart Chakra): บริเวณกลางหน้าอก สีเขียว - ความรัก ความเมตตา ควบคุมความรักและการให้อภัย
จักระที่ 5 - วิศุทฺธะ (Throat Chakra): บริเวณคอ สีฟ้า - การสื่อสาร การแสดงออก ควบคุมการสื่อสารและการแสดงออก
จักระที่ 6 - อาชฺญา (Third Eye Chakra): บริเวณหน้าผากระหว่างคิ้ว สีคราม - ญาณทัศนะ สติปัญญาควบคุมจินตนาการและสัญชาตญาณ
จักระที่ 7 - สหัสราระ (Crown Chakra): บริเวณกระหม่อม สีม่วง/ขาว - จิตวิญญาณสูงสุด ควบคุมความเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณ

การฝึกโยคะและการทำสมาธิสามารถช่วยปรับสมดุลจักระได้

#ฟีด​ #โยคะ​ #จักระ

เวลามองใครๆให้มองที่ใจด้วย #ฟีด​  #ธรรมะ
30/04/2026

เวลามองใครๆให้มองที่ใจด้วย
#ฟีด​ #ธรรมะ

เส้นนาดี (Nadi) นที72000เส้นในโยคะและอายุรเวทคือช่องทางพลังงานละเอียดที่นำพา "ปราณ" หรือพลังชีวิตไหลเวียนไปทั่วกายทิพย์ ...
29/04/2026

เส้นนาดี (Nadi) นที72000เส้น

ในโยคะและอายุรเวทคือช่องทางพลังงานละเอียดที่นำพา "ปราณ" หรือพลังชีวิตไหลเวียนไปทั่วกายทิพย์ มีทั้งหมดประมาณ 72,000 เส้น โดยมี 3 เส้นหลักคือ อิดา (ซ้าย/เย็น), ปิงคลา (ขวา/ร้อน) และสุษุมนา (กลาง)
การฝึกโยคะและปราณายามะช่วยชำระล้างเส้นเหล่านี้เพื่อความสมดุล

ที่มาและความหมาย: คำว่า Nadi มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า "ท่อ" "ช่องทาง" หรือ "กระแส"
เส้นนาดีหลัก 3 เส้น:
อิดา นาดี (Ida Nadi): เส้นพลังงานด้านซ้าย เกี่ยวข้องกับสมองซีกขวา พลังแห่งดวงจันทร์ อารมณ์ ความสงบ
ปิงคลา นาดี (Pingala Nadi): เส้นพลังงานด้านขวา เกี่ยวข้องกับสมองซีกซ้าย พลังแห่งดวงอาทิตย์ ตรรกะ การกระทำ
สุษุมนา นาดี (Sushumna Nadi): เส้นพลังงานตรงกลางแนวกระดูกสันหลัง เชื่อมต่อจักระต่างๆ เป็นเส้นทางหลักสู่การตื่นรู้

หน้าที่: ทำหน้าที่นำพาพลังงานชีวิต (ปราณ) ไปทั่วร่างกายที่ละเอียดอ่อน (Subtle Body) ไม่ใช่เส้นประสาททางกายภาพ
การชำระล้าง: การฝึกหหายใจนาดีโชธนะ (Nadi Shodhana) หรือโยคะอาสนะ ช่วยให้พลังงานไหลเวียนได้ดี ลดการอุดตัน
#ฟีด​ #นที​

ลม80ในวรโยคสาร​ ๓๘. กันโธทธวัมสะ จะกันโธทวัมสะจะ​ ลมทำให้เสียงแหบ ไม่มีเสียง เสียงแหบเกิดจากความผิดปกติของเส้นเสียง (Voc...
29/04/2026

ลม80ในวรโยคสาร​ ๓๘. กันโธทธวัมสะ จะ
กันโธทวัมสะจะ​ ลมทำให้เสียงแหบ ไม่มีเสียง
เสียงแหบเกิดจากความผิดปกติของเส้นเสียง (Vocal Cords) ที่บวม อักเสบ หรือไม่สามารถสั่นได้ตามปกติ
สาเหตุหลักคือการใช้เสียงมากเกินไป (ตะเบ็ง, พูดต่อเนื่อง), ติดเชื้อไวรัส/หวัดลงคอ, กรดไหลย้อน, หรือมีก้อนเนื้องอก/ตุ่มที่เส้นเสียง โดยหากมีอาการแหบเรื้อรังนานเกิน 3-4 สัปดาห์ ควรพบแพทย์ทันที

สาเหตุของอาการเสียงแหบที่พบบ่อย
การใช้เสียงไม่ถูกต้องหรือมากเกินไป: เช่น การตะโกน การกรีดร้อง หรือการพูดเป็นเวลานาน ทำให้เส้นเสียงบวมและอักเสบเฉียบพลัน
การติดเชื้อทางเดินหายใจ (หวัดลงคอ): หวัด ไวรัส หรือแบคทีเรียทำให้กล่องเสียงและเส้นเสียงอักเสบ
กรดไหลย้อน (Laryngopharyngeal Reflux): กรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาทำลายเนื้อเยื่อบริเวณกล่องเสียง
ตุ่ม ก้อน หรือเนื้องอกที่เส้นเสียง: ตุ่มจากการใช้เสียง (Vocal nodules), ถุงน้ำ (Cyst), หรือเนื้องอกที่กล่องเสียง
สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์: สารระคายเคืองทำให้อักเสบเรื้อรังและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งกล่องเสียง
อุบัติเหตุหรือหลังผ่าตัด: เช่น การใส่ท่อช่วยหายใจ หรือผ่าตัดต่อมไทรอยด์
โรคทางระบบประสาท: เส้นเสียงเป็นอัมพาต
#ฟีด​ #วรโยคสาร

ลม80ในวรโยคสาร​ ๓๗. มัมยาสตัมภะ จะมัมยาสตัมภะจะ​ ลมทำให้คอเอียง  ภาวะคอเอียง (Torticollis) เกิดจากกล้ามเนื้อคอ โดยเฉพาะก...
29/04/2026

ลม80ในวรโยคสาร​ ๓๗. มัมยาสตัมภะ จะ

มัมยาสตัมภะจะ​ ลมทำให้คอเอียง ภาวะคอเอียง (Torticollis) เกิดจากกล้ามเนื้อคอ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อสเตอร์โนไคลโดมาสทอยด์ (SCM) ตึงตัวผิดปกติ หดเกร็ง หรือได้รับความเสียหาย ทำให้คอเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งหรือบิดหันผิดปกติ โดยแบ่งเป็นสาเหตุหลักคือ แต่กำเนิด (ทารกอยู่ในท่าเดิมในครรภ์) และ เกิดขึ้นภายหลัง (นอนผิดท่า, การติดเชื้อ, การบาดเจ็บ)
สาเหตุหลักแบ่งตามกลุ่มอายุ:
ในทารกและเด็ก (Congenital Muscular Torticollis):
ทารกในครรภ์: เกิดจากตำแหน่งทารกที่คับแคบหรือค้างท่าเดิมนานๆ ในมดลูก
การคลอด: เกิดจากความเสียหายของกล้ามเนื้อระหว่างการคลอดหรือท่าทางการให้นม
ในผู้ใหญ่และเด็กโต (Acquired Torticollis):
กล้ามเนื้ออักเสบ/เกร็ง: นอนผิดท่า, ยกของหนัก, หรือการเคลื่อนไหวคออย่างรุนแรง
การติดเชื้อ: ติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน, ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ทำให้กล้ามเนื้อคอเกร็งตัว
ความผิดปกติของระบบประสาท/กระดูก: คออักเสบเฉียบพลัน หรือภาวะบิดเกร็งของกล้ามเนื้อ

#ฟีด​ #วรโยคสาร

เส้นกาลทารี (Kalathari)กับการเกิดโรคเป็นเส้นประธานหลักในร่างกายที่เริ่มจากเหนือสะดือ 1 นิ้ว แยกเป็น 4 เส้น แล่นผ่านชายโค...
29/04/2026

เส้นกาลทารี (Kalathari)กับการเกิดโรค

เป็นเส้นประธานหลักในร่างกายที่เริ่มจากเหนือสะดือ 1 นิ้ว แยกเป็น 4 เส้น แล่นผ่านชายโครง สะบัก แขน ข้อมือ และขาลงไปถึงนิ้วมือ-นิ้วเท้าทั้งสิบ ทำหน้าที่ควบคุมกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหว หากเส้นนี้ผิดปกติจะทำให้เกิดอาการปวดท้อง, อัมพาตแขนขา, เหน็บชาทั้งตัว, ไส้เลื่อน, และปวดตามข้อ

ความสัมพันธ์ระหว่างเส้นกาลทารีกับการเกิดโรค
ตามหลักการแพทย์แผนไทย เส้นกาลทารีเกี่ยวข้องกับลมและความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและเอ็น ดังนี้:

อาการโรคหลัก: เหน็บชาทั้งตัว, เจ็บเย็นสะท้าน, ปวดเข่า, ปวดแขนขา, และอาการปวดหลังหรือกระดูกสันหลัง
ระบบทางเดินอาหาร: ท้องอืด, ไส้เลื่อน, ดีซ่าน, ไอกรน
อาการเจ็บป่วยทางระบบหัวใจและประสาท: อาการช็อก, หัวใจรูมาติก, หัวใจเต้นผิดจังหวะ, อาการลมชัก, ฮิสทีเรีย (ความผิดปกติทางจิต)
อาการโรคเฉพาะ: เจ็บหน้าอก, ข้ออักเสบที่นิ้ว, ไซนัสอักเสบ

สาเหตุการเกิดโรค: มักเกิดจากลมประจำเส้นผิดปกติจากการกินอาหารแสลง เช่น ขนมจีน ข้าวเหนียว ถั่ว ทำให้เกิดอาการปวดตึง แข็งเป็นลำ หรือเป็นลูกเม็ดทราย
#ฟีด​ #เส้นกาลทารี​ #เส้นประธาน10

ยันต์หมอยาลงธาตุ๔เป็นหัวใจสำคัญในตำราแพทย์แผนไทยและเวทมนตร์คาถาที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคและการปรับสมดุลร่างกาย โดยอ้าง...
29/04/2026

ยันต์หมอยาลงธาตุ๔
เป็นหัวใจสำคัญในตำราแพทย์แผนไทยและเวทมนตร์คาถาที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคและการปรับสมดุลร่างกาย โดยอ้างอิงจากหลักธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม ซึ่งประกอบกันเป็นร่างกายมนุษย์

ส่วนประกอบและคาถาที่สำคัญ
หัวใจธาตุทั้ง ๔ (นะ มะ พะ ธะ): เป็นอักขระที่จารึกในยันต์เพื่อกำกับธาตุทั้งสี่
นะ = อาโปธาตุ (ธาตุน้ำ)
มะ = ปฐวีธาตุ (ธาตุดิน)
พะ = เตโชธาตุ (ธาตุไฟ)
ธะ = วาโยธาตุ (ธาตุลม)

แนวคิดเรื่องธาตุในร่างกาย: ตำรายาแผนไทยมักกล่าวถึงธาตุในร่างกาย 42 ประการ (ดิน 20, น้ำ 12, ไฟ 4, ลม 6) โดยการลงยันต์จะช่วยเสริมพลังให้ยาหรือวัตถุมงคลมีฤทธิ์ในการรักษา หรือช่วยปรับสมดุลธาตุที่ผิดปกติ

ความเชื่อและการใช้งาน
การปลุกเสกยา: ใช้จารึกบนใบยา สมุนไพร หรือแผ่นทองเหลืองเพื่อนำไปทำน้ำมนต์รักษาโรค
ปรับสมดุลธาตุ: ช่วยรักษาอาการป่วยที่เกิดจากธาตุทั้ง 4 ไม่สมดุล เช่น โรคที่เกี่ยวกับปฐวีธาตุ (ร่างกายส่วนแข็ง) หรืออาโปธาตุ (ของเหลวในร่างกาย)
คงความศักดิ์สิทธิ์: เชื่อว่าเป็นพลังที่สร้างจักรวาลและร่างกายมนุษย์ จึงช่วยให้ยามีพลังมาก
#ฟีด​ #ธาตุ4​ #ยันต์หมอยา

ลม80วรโยคสาร​ตัวที่๓๖. ครีวาสตัมภะ จะลมครีวาสตัมภะจะ ลมทำให้คอแข็ง อาการคอแข็ง (Stiff Neck) ส่วนใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อคอเ...
28/04/2026

ลม80วรโยคสาร​ตัวที่๓๖. ครีวาสตัมภะ จะ
ลมครีวาสตัมภะจะ ลมทำให้คอแข็ง
อาการคอแข็ง (Stiff Neck) ส่วนใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อคอเกร็งตึงจากการใช้งานหนัก ท่าทางที่ไม่เหมาะสม เช่น ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์นาน นั่งทำงานผิดท่า หรือนอนตกหมอน นอกจากนี้อาจเกิดจากความเครียด, การบาดเจ็บจากการกระแทก, ข้อต่อกระดูกคอเสื่อม, หรือภาวะทางการแพทย์ร้ายแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (หากมีไข้ร่วมด้วย)

สาเหตุหลักของอาการคอแข็ง
พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน (สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด):
ท่าทางไม่ถูกต้อง: นั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ (Office Syndrome) หรือก้มหน้าเล่นมือถือนานเกินไป
นอนตกหมอน: ใช้หมอนสูงหรือต่ำเกินไป หรือนอนในท่าที่ไม่เหมาะสมตลอดทั้งคืน
กล้ามเนื้อหดเกร็ง/บาดเจ็บ: จากการหันคออย่างรวดเร็ว กิจกรรมที่ต้องหันคอซ้ำๆ หรือการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
ความเครียด: ความเครียดสะสมทำให้กล้ามเนื้อบริเวณบ่าและคอหดเกร็ง
ปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับกระดูกและเส้นประสาท:
กระดูกคอเสื่อม (Cervical Spondylosis): กระดูกหรือหมอนรองกระดูกคอเสื่อมสภาพ
หมอนรองกระดูกคอเคลื่อน (Herniated Disc): กดทับเส้นประสาท
ภาวะติดเชื้อหรือโรคอันตราย (ต้องระวัง):
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis): มักมีอาการคอแข็งร่วมกับไข้สูง ปวดหัวรุนแรง และอาเจียน
บาดทะยัก หรือ ฝีในสมอง
#ฟีด​ #ลมวรโยคสาร

28/04/2026

ปฏิจจสมุปบาทเดือน10อุทริยัง
#ฟีด​ #ปฏิจจสมุปบาทเดือน10
#จักราศี

ลม80ในวรโยคสาร​ ๓๕. พาหุโษสะ จะลมพาหุโษสะจะ​ ลมทำให้แขนลีบ แขนลีบ (Muscle Atrophy) เกิดจากการที่มวลกล้ามเนื้อลดลง ส่วนให...
28/04/2026

ลม80ในวรโยคสาร​ ๓๕. พาหุโษสะ จะ
ลมพาหุโษสะจะ​ ลมทำให้แขนลีบ
แขนลีบ (Muscle Atrophy) เกิดจากการที่มวลกล้ามเนื้อลดลง ส่วนใหญ่มีสาเหตุหลักคือ การไม่ได้ใช้งานกล้ามเนื้อเป็นเวลานาน (เช่น เฝือก, นอนติดเตียง), ความผิดปกติของระบบประสาทสั่งการ (เช่น เส้นประสาททับเส้น, โรค ALS), โรคเรื้อรัง/การขาดสารอาหาร (ขาดโปรตีน), หรือ ความเสื่อมตามวัย (Sarcopenia).

สาเหตุหลักที่ทำให้แขนลีบ:
การขาดการเคลื่อนไหว (Disuse Atrophy): เกิดจากการไม่ใช้งานแขนข้างนั้นๆ เช่น การใส่เฝือก, การนอนติดเตียง, การบาดเจ็บที่ทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้, หรือผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่แขนอ่อนแรง.
โรคทางระบบประสาท (Neurogenic Atrophy): กล้ามเนื้อลีบจากการที่เส้นประสาทได้รับบาดเจ็บหรือถูกกดทับ เช่น กระดูกคอทับเส้นประสาท, โรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อม (ALS) ทำให้ส่งสัญญาณไปยังกล้ามเนื้อไม่ได้.
การขาดสารอาหาร (Nutritional Atrophy): ร่างกายได้รับโปรตีนไม่เพียงพอเป็นเวลานาน ส่งผลให้กล้ามเนื้อฝ่อลีบ.
ความเสื่อมตามวัย (Sarcopenia): ผู้สูงอายุ (>60 ปี) มวลกล้ามเนื้อจะลดลงตามธรรมชาติ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย.
โรคเรื้อรัง (Chronic Illness): โรค เช่น มะเร็ง, ไตเรื้อรัง, หรือการอักเสบเรื้อรัง.
อาการที่พบบ่อย:
แขนข้างใดข้างหนึ่งเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับอีกข้าง.
แขนอ่อนแรง ยกของลำบาก หรือจับของไม่ถนัด
#ฟีด​ #ลม80ในวรโยคสาร

ที่อยู่

บางกรวยไทรน้อย
Amphoe Bang Len
11110​

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทางแพทย์สายพุทธผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์