Alertide by Jang ตัวแทนจำหน่ายสินค้าอเลอไทด์สำหรับ?

🤶🤶 9 วิธี ดูแลผู้สูงอายุสุขภาพดี 🤶🤶  🌀🌀“นอกจากการดูแลสุขภาพกายแล้วสุขภาพใจก็เป็นสิ่งสำคัญ การทำจิตใจให้แจ่มใส มองโลกในแง...
08/11/2019

🤶🤶 9 วิธี ดูแลผู้สูงอายุสุขภาพดี 🤶🤶

🌀🌀“นอกจากการดูแลสุขภาพกายแล้วสุขภาพใจก็เป็นสิ่งสำคัญ การทำจิตใจให้แจ่มใส มองโลกในแง่ดี ไม่เครียดหรือวิตกกังวลกับเรื่องต่าง ๆ มากจนเกินไป รวมถึงการเข้าใจและยอมรับตนเองของท่านและผู้อื่น จะช่วยให้เป็นผู้สูงอายุที่สุขภาพดีอย่างแท้จริง”🌀🌀

👉👉 ใครมีผู้สูงอายุที่ต้องดูแล ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย จะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายยิ่งวิกฤตเศรษฐกิจปีนี้รุนแรงกว่าครั้งใด ๆ การป้องกันดูจะเป็นยาขนานเอกที่ได้ผลเกินคลาด วันนี้เรามีวิธีดูแลสุขภาพผู้สูงอายุมาฝาก โดย นพ.สมบูรณ์ อินทลาภาพร สาขาเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล👈👈

🥗🥗 1. เลือกอาหาร โดยวัยนี้ร่างกายมีการใช้พลังงานน้อยลงจากกิจกรรมที่ลดลง จึงควรลดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมัน ให้เน้นอาหารโปรตีนจากเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะปลา และเพิ่มแร่ธาตุที่ผู้สูงอายุมักขาด ได้แก่ แคลเซียม สังกะสี และเหล็ก ซึ่งมีอยู่ในนมถั่วเหลือง ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ และควรกินอาหารประเภทต้ม นึ่ง ย่าง อบ แทนประเภทผัด ๆ ทอด ๆ จะช่วยลดปริมาณไขมันในอาหารได้ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานจัด เค็มจัด และดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน🍵🍵

🤽‍♀️🤽‍♀️ 2. ออกกำลังกาย หากไม่มีโรคประจำตัว แนะนำให้ออกกำลังกายแบบแอโรบิคสัก 30 นาทีต่อครั้ง ทำให้ได้สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง จะเกิดประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือดอย่างมาก โดยขั้นตอนการออกกำลังกายจะต้องค่อย ๆ เริ่ม มีการยืดเส้นยืดสายก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มความหนักขึ้น จนถึงระดับที่ต้องการ ทำอย่างต่อเนื่องจนถึงระยะเวลาที่ต้องการ จากนั้นค่อย ๆ ลดลงช้า ๆ และค่อย ๆ หยุดเพื่อให้ร่างกายและหัวใจได้ปรับตัว⛹️‍♂️⛹️‍♂️

🌞🌞 3. สัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์ จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคได้ อาจเป็นสวนสาธารณะใกล้ ๆ สถานที่ท่องเที่ยว หรือการปรับภูมิทัศน์ภายในบ้านให้ปลอดโปร่ง สะอาด อากาศถ่ายเทสะดวก มีการปลูกต้นไม้ จัดเก็บสิ่งปฏิกูลให้เหมาะสม เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค และสามารถช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ หรือหอบหืดได้🌬🌬

🍻🍻 4. หลีกเลี่ยงอบายมุข ได้แก่ บุหรี่และสุรา จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคหรือลดความรุนแรงของโรคได้ ทั้งลดค่าใช้จ่ายในการรักษา และยังช่วยป้องกันปัญหาอุบัติเหตุ อาชญากรรมต่าง ๆ อันเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมในขณะนี้🥂🥂

🧘‍♀️🧘‍♀️ 5. ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ โดยเลือกกิจกรรมให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลและโรคที่เป็นอยู่ส่งเสริมสุขภาพให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรง ปรับสภาพแวดล้อมในบ้านให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหรือการหกล้ม🧘‍♂️🧘‍♂️

🍏🍏 6. ควบคุมน้ำหนักตัวหรือลดความอ้วน โดยควบคุมอาหารและออกกำลังกายจะช่วยทำให้เกิดความคล่องตัว ลดปัญหาการหกล้ม และความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ เช่น โรคข้อเข่าเสื่อม และโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น🍉🍉

🍔🍔 วิธีประเมินว่าน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์อ้วนหรือไม่ โดยคำนวณจากดัชนีมวลกายหรือเรียกสั้น ๆ ว่า “BMI (bodymass index)” ถ้าน้ำหนักตัวเกิน ค่า BMI จะอยู่ระหว่าง 23-24.9 กิโลกรัม/เมตร (ยกกำลัง 2) แต่ถ้าอ้วนละก็ค่า BMI จะตั้งแต่ 25 กิโลกรัม/เมตร (ยกกำลัง 2) ขึ้นไป
สูตรดัชนีมวลกาย (BMI)= น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) / (หารด้วย)ส่วนสูง (เมตรยกกำลัง 2)
ตัวอย่าง ผู้สูงอายุ หนัก 67 กิโลกรัม สูง 160 เซนติเมตร
ดัชนีมวลกาย (BMI)= 67 หารด้วย (1.6 ยกกำลัง 2)
= 26.17 ถือว่าเข้าข่ายอ้วน🍞🍞

🚑🚑 7. หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม เช่น การซื้อยากินเอง การใช้ยาเดิมที่เก็บไว้มาใช้รักษาอาการที่เกิดใหม่ หรือรับยาจากผู้อื่นมาใช้ เนื่องจากวัยนี้ประสิทธิภาพการทำงานของตับและไตในการกำจัดยาลดลง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดพิษจากยาหรือผลข้างเคียงอาจมีแนวโน้มรุนแรง และเกิดภาวะแทรกซ้อนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ฉะนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาจะดีที่สุด🍶🍶

😷😷 8. หมั่นสังเกตอาการผิดปกติต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น คลำได้ก้อน โดยเฉพาะก้อนโตเร็ว แผลเรื้อรัง มีปัญหาการกลืนอาหาร กลืนติด กลืนลำบาก ท้องอืดเรื้อรัง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ไอเรื้อรัง ไข้เรื้อรัง เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอกหรือถ่ายอุจจาระผิดปกติ มีอาการท้องเสียเรื้อรัง ท้องผูกสลับท้องเสีย ถ้าอย่างนี้ละก็พามาพบแพทย์ดีที่สุด🤧🤧

🤹‍♂️🤹‍♂️ 9. ตรวจสุขภาพประจำปี แนะนำให้ตรวจสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี หรืออย่างน้อยทุก 3 ปี โดยแพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดแข็ง เช่น โรคเบาหวาน โรความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง ตรวจหาโรคมะเร็งที่พบบ่อย ได้แก่ มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และยังมีตรวจการมองเห็น การได้ยิน ตลอดจนประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วย🤹‍♀️🤹‍♀️

♥️♥️ นอกจากการดูแลสุขภาพกายแล้วสุขภาพใจก็เป็นสิ่งสำคัญ การทำจิตใจให้แจ่มใส มองโลกในแง่ดี ไม่เครียดหรือวิตกกังวลกับเรื่องต่าง ๆ มากจนเกินไป รวมถึงการเข้าใจและยอมรับตนเองของท่านและผู้อื่น จะช่วยให้เป็นผู้สูงอายุที่สุขภาพดีอย่างแท้จริง ว่าแต่อย่าลืมทำกันนะครับ จะดีต่อผู้สูงอายุในบ้านและครอบครัว♥️♥️

ประโยชน์ของการออกกำลังกายในผู้สูงอายุ1. ช่วยลดการเสี่ยงจากการตายก่อนวัยอันสมควน2. ลดอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคหัว...
07/11/2019

ประโยชน์ของการออกกำลังกายในผู้สูงอายุ
1. ช่วยลดการเสี่ยงจากการตายก่อนวัยอันสมควน
2. ลดอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ
3. ลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรงมะเร็ง
4. ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือด ปอด หัวใจทำงานดีขึ้น เพื่อป้องกันโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงและช่วยให้ไม่เป็นลมหน้ามืดง่าย
5. ช่วยป้องกันโรคกระดูกผุ ทำให้กระดูกแข็งแรงไม่หักง่าย
6. ทำให้การทรงตัวดีขึ้น รูปร่างดีขึ้น และเดินได้คล่องแคล่ว ไม่หกล้ม
7. เพิ่มความต้านทางโรค และชะลอความชราภาพ
8. ช่วยผ่อนคลายความเครียด ไม่ซึมเศร้า ไม่วิตกกังวล สุขภาพจิตดีขึ้นและนอนหลับสบาย
9. ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และอดทนยิ่งขึ้น
10. ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น
11. ช่วยรักษาโรคบางชนิดได้ พบว่าผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง สามารถลดระดับน้ำตาลและไขมันลงได้จากการออกกำลังกาย
12. ควบคุมน้ำหนักตัว
13. ทำให้พลังงานทางเพศดีขึ้น
ประโยชน์ของการออกกำลังกายต่อสภาพร่างกายของผู้สูงอายุดังกล่าว อาจถือได้ว่าเป็นการชะลอ "ความ
ชรา" ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานยืนยันทางการทดลองที่แน่นอน ว่าการออกกำลังกายจะสามารถยืดอายุให้ยืนยาวออกไป แต่จากผลของการออกกำลังกายต่าง ๆ รวมทั้งจากการปฏิบัติในการพื้นฟูสภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โดยการออกกำลังกาย แสดงให้เห็นว่า สามารถทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตยืนยาวต่อไป อย่างมีสมรรถภาพ ทำให้เชื่อได้ว่า การออกกำลังกายสามารถยืดอายุให้ยืนยาวออกไปได้อีก

🖐 การเป็นตะคริวในผู้สูงอายุ 🖐    🤔 ตะคริวคืออาการที่มีการหดเกร็งของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงเป็นเวลานาน โดยทั่วไปมักเป็นไม่เ...
05/11/2019

🖐 การเป็นตะคริวในผู้สูงอายุ 🖐

🤔 ตะคริวคืออาการที่มีการหดเกร็งของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงเป็นเวลานาน โดยทั่วไปมักเป็นไม่เกิน 2 นาที แต่ในบางรายก็เป็นนานถึง 5 นาที หรือนานกว่านั้น บางรายอาจเป็นบ่อยจนทำให้เกิดความทรมานได้🤔

🤗 โดยทั่วไปตะคริวมักเกิดในผู้สูงอายุและเป็นในตอนกลางคืน แต่ก็อาจเกิดในคนอายุน้อยและเป็นได้ทุกเวลา อาการนี้ถึงแม้จะไม่ส่งผลเสียถึงแก่ชีวิต แต่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ถ้าเกิดขึ้นในระหว่างว่ายน้ำหรือขับรถ ซึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุได้🤗

❌สาเหตุ❌

♻️♻️ สาเหตุเกิดตะคริวยังไม่ทราบแน่ชัดและมีหลายทฤษฎี โดยอาจเกิดจากการที่เอ็นและกล้ามเนื้อไม่ได้มีการยืดตัวบ่อยๆ ทำให้มีการหดรั้งหรือเกร็งได้ง่ายเมื่อมีการใช้กล้ามเนื้อนั้นมากเกินไป นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากเซลล์ประสาทและเส้นประสาทที่ควบคุมเกิดการหดตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อทำงานผิดปกติไป หรือเกิดจากการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่ดีพอ ซึ่งมักพบในคนที่มีโรคหลอดเลือดตีบ เช่น เบาหวาน♻️♻️

❌สิ่งกระตุ้น❌

↪↪ส่วนใหญ่แล้วการเกิดตะคริวไม่ค่อยมีสาเหตุ แต่ในผู้ป่วยบางรายอาจเกิดจากยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาลดไขมันในเลือด ยาลดความดันโลหิต บางชนิด นอกจากนี้โรคทางกายบางอย่าง เช่นโรคไตวาย โรคเบาหวาน โรคของต่อมไทรอยด์ โรคโลหิตจาง น้ำตาลในเลือดต่ำ โรคพาร์คินสัน รวมถึงการที่ร่างกายขาดสารน้ำและมีความผิดปกติของเกลือแร่ ได้แก่ แมกนีเซียม แคลเซียม และโพแทสเซียม ยังทำให้เกิดตะคริวขึ้นได้ง่ายอีกด้วย↩↩

👩‍💻👩‍💻 การทำงานมากๆ จนเมื่อยล้าหรือขดตัว แขนขา อยู่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานานๆ ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดตะคริวได้เช่นกัน เพราะเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงขาขาได้สะดวก👨‍💻👨‍💻

❌การรักษา❌

➡️➡️ ถ้าเป็นตะคริวบ่อยมากควรรีบหาสาเหตุ ตรวจเช็คว่ายาที่ทานอยู่เป็นสาเหตุของตะคริวหรือไม่ อาจต้องตรวจหาโรคทางกายดังที่ได้กล่าวมาแล้ว อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปมักไม่ค่อยพบสาเหตุ⬅️⬅️

↪↪ การรักษาที่ดีอย่างหนึ่งคือ การยืดกล้ามเนื้อที่เป็นตะคริวนั้น ให้คลายออกอย่างช้าๆ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น เช่น ถ้าเป็นตะคริวที่น่องจะทำให้เกิดการเกร็งปลายเท้าจิกชี้ลงพื้น ก็ให้ทำการดันปลายเท้าให้กระดกขึ้นช้าๆ แต่ห้ามกระตุกหรือกระชากแรงๆ อย่างรวดเร็ว เพราะจะทำให้เจ็บปวดและกล้ามเนื้ออาจฉีกขาดได้ ในรายที่เป็นบ่อยๆ จะมีการใช้ยาบางอย่าง เช่น ควินินและยาคลายกล้ามเนื้อบางชนิด ซึ่งอาจใช้ในระยะสั้นๆ เช่น 4-6 สัปดาห์และดูการตอบสนองแต่ผลการศึกษาถึงประโยชน์ยังไม่ชัดเจนนักและอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ในบางราย เช่น เกล็ดเลือดต่ำ เม็ดเลือดขาวต่ำ ตับอักเสบ หูอื้อ มีเสียงดังในหู เวียนศีรษะ ดังนั้นโดยทั่วไปจึงไม่ค่อยได้ใช้กัน↩↩

❌การป้องกัน❌

👨‍🏫 งานอดิเรกสำหรับผู้สูงอายุ👨‍🏫 🧠 เพื่อช่วยบริหารสมอง และแก้ไขปัญหาสมาธิสั้น 🧠❌ปัญหาเรื่องความจำสั้น หรือจดจำได้น้อยลง ...
04/11/2019

👨‍🏫 งานอดิเรกสำหรับผู้สูงอายุ👨‍🏫

🧠 เพื่อช่วยบริหารสมอง และแก้ไขปัญหาสมาธิสั้น 🧠

❌ปัญหาเรื่องความจำสั้น หรือจดจำได้น้อยลง หรือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ไม่นาน เราเรียกอาการแบบนี้ว่า “อาการสมาธิสั้น”
เรามักจะพบปัญหาเหล่านี้ในผู้สูงอายุ และหากไม่ทำการรักษา หรือป้องกันให้ทันท่วงที ก็จะทำให้อาการเหล่านี้ลุกลามมากขึ้น และอาจจะไม่สามารถรักษาให้หายได้ จนทำให้ผู้สูงอายุเกิดอาการของโรคอัลไซเมอร์ หรือโรคสมองเสื่อม ไม่สามารจดจำเรื่องราวต่างๆ ได้

และอาจลุกลามมากขึ้นไปอีก จนไม่สามารถจดจำภาษาที่ใช้สื่อสาร กลายเป็นผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิง ที่ไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยตัวเอง หรือไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองในเรื่องพื้นฐานได้

❌ดังนั้น การเฝ้าสังเกตอาการ หรือพฤติกรรมต่างๆ ที่อาจจะทำให้ผู้สูงอายุ มีอาการของโรคสมองเสื่อมนั้น ก็ย่อมเป็นการดี และควรจะทำแต่เนิ่นๆ❌

😎 อาการที่บ่งบอกว่า😎

🧠 คุณอาจจะมีสิทธิ์เป็นโรคสมองเสื่อม 🧠

🏓หลงลืมข้อมูลสำคัญ เช่น ✔ลืมว่าวันนี้วันอะไร
✔หลงลืมของที่วางไว้เป็นที่ประจำ ✔หลงลืมชื่อคนใกล้ชิด
✔หลงทาง ไม่สามารจดจำทิศทางได้ การเดินทางไปไหนมาไหนของผู้สูงอายุด้วยตนเอง จะลำบากมากขึ้น เพราะไม่สามารถจดจำทางกลับบ้านได้

✔พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น จากที่เคยเป็นคนรักสัตว์ แต่พอเห็นหมาแมวแล้วแสดงอาการรังเกียจ
นึกคำพูดไม่ออก บางครั้งแค่คำพูดง่ายๆ บางคำ ก็อาจจะนึกคำพูดนั้นไม่ออก คือ อาการที่บ่งบอกว่าสมองอาจจะเริ่มฝ่อแล้ว

✔ไม่มีความสามารถ ในสิ่งที่ตัวเองเคยเชี่ยวชาญ เช่น เคยเป็นคนที่เล่นเปียโนเก่งมาก แต่เมื่อต้องมาเล่น หรือนั่งอยู่ที่หน้าเปียโน กลับเล่นไม่ได้แม้แต่โน้ตเดียว คือหลงลืมวิธีการเล่น หรือบางครั้งลืมกระทั่งชื่อเรียกของมัน

🧠 วิธีป้องกันโรคสมองเสื่อม หรืออาการสมาธิสั้น 🧠

✔ก็สามารถทำได้โดย

🚴‍♂️ทำงานอดิเรก🚴‍♀️

↪ ไม่ต้องเป็นผู้สูงอายุ ทุกคนน่าจะมีงานอดิเรกที่ตัวเองชอบ และทำในยามว่างอยู่แล้ว เพราะเราชอบเราจึงทำมัน และอยู่กับมันได้เป็นวันๆ ดังนั้น เพื่อไม่ให้เวลาผ่านไปเปล่าๆ การมีกิจกรรมหรืองานอดิเรก จะทำให้เราสามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสวน ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ เล่นดนตรี วาดรูป ทำงานฝีมือ หรืองานประดิษฐ์ อ่านหนังสือ เขียนไดอารี่ เขียน Blog หรือเล่นเกมส์ที่ช่วยบริหารสมอง เช่น เกมหมากรุก เกมส์จับคู่ (ฝึกความจำ) หรือเกมส์บวกลบคูณหาร (ให้สมองได้ทำงานด้านการคำนวณ) ฯลฯ↩

🎯ทำกิจกรรมสันทนาการ🎯

↪ การร่วมกิจกรรมที่น่ารื่นเริง เช่น การเล่นเกมส์เป็นกลุ่ม ร้องเพลงประสานเสียง หรือกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกันได้ อย่างสนุกสนาน และมีความสุข ก็จะช่วยให้สมองตื่นตัว และเปิดรับสิ่งต่างๆ รอบตัวได้มากขึ้น ↩

🥅 ทำกิจกรรมหรือสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน 🥅

↪เป็นการเริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ช่วยให้สมองพัฒนาใหม่อีกครั้ง การเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ ในที่นี้ คือสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน เช่น ในชีวิตไม่เคยเล่นดนตรีมาก่อนเลย ก็ลองหัดเล่นเครื่องดนตรีสักชิ้น เราจะต้องเรียนรู้การเล่นเครื่องดนตรีชิ้นนั้น ทั้งการอ่านตัวโน๊ต เริ่มเล่นเพลงง่ายๆ ไปจนถึงการเล่นเพลงในระดับที่ยาก และซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้ ฝึกทักษะ ฝึกควบคุมการใช้งานอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย ฝึกสมองให้สัมพันธ์กัน และพัฒนาความจำให้ดีขึ้นด้วย
อย่างที่รู้กันว่า โรคสมองเสื่อม ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การมีกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาสมอง และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จะทำให้สมองมีการพัฒนา และไม่ฝ่อ ซึ่งจะช่วยป้องกันอาการความจำเสื่อมได้↩

🥊คำแนะนำเหล่านี้ ก็เป็นสิ่งที่ผู้สูงอายุสามารถนำไปปฏิบัติได้ง่ายๆ รวมทั้งคนที่ดูแลใกล้ชิด ก็ควรพาพวกท่านไปทำกิจกรรมเหล่าด้วย (ถ้าเป็นไปได้) หรือเลือกงานอดิเรกง่ายๆ อื่นๆ ซึ่งมีอยู่มากมายหลากหลายให้เลือกตามความชอบ และสามารถทำเองได้ที่บ้าน เพื่อช่วยพัฒนาสมองก็ได้เช่นกัน 🥊

👨‍⚕️👨‍⚕️5 โรคเฝ้าระวังในผู้สูงอายุ👨‍⚕️👨‍⚕️🍨🍨โรคเบาหวาน🍨🍨🍎🍎คือ ความผิดปกติของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ...
04/11/2019

👨‍⚕️👨‍⚕️5 โรคเฝ้าระวังในผู้สูงอายุ👨‍⚕️👨‍⚕️

🍨🍨โรคเบาหวาน🍨🍨

🍎🍎คือ ความผิดปกติของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ ส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงหรือต่ำเกินไป จนทำให้เกิดภาวะฉุกเฉินต่อร่างกาย โรคนี้มีความรุนแรงสืบเนื่องมาจากการที่ร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลได้อย่างเหมาะสม โดยปกติน้ำตาลจะเข้าสู่เซลล์ร่างกายเพื่อใช้เป็นพลังงานภายใต้การควบคุมของฮอร์โมนอินซูลิน ในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานจะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลที่เกิดขึ้นทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ในระยะยาวจะมีผลในการทำลายหลอดเลือด ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่สภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้🍎🍎

🍓🍓ภาวะโรคหัวใจและหลอดเลือด🍓🍓

🍒🍒โรคหัวใจเป็นภัยคุกคามคนไทยเป็นอันดับ 2 รองจากโรคมะเร็ง พบมากในกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจระยะแรกมักไม่มีอาการแสดงให้เห็น เมื่อปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ได้ดูแลตนเอง จะพบว่าโรคหลอดเลือดหัวใจอยู่ในขั้นที่รุนแรง ในบางรายเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตายหรือเสียชีวิตแบบปัจจุบันทันด่วน ในกลุ่มผู้รอดชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ เนื่องจากไม่มียารักษาให้หายขาด และต้องกินยาควบคุมอาการไปตลอดชีวิต ทำให้ค่าใช้จ่ายในการักษาสูง🍒🍒

🍗🍗ภาวะโรคข้อ (เกาต์) 🍗🍗

🥓🥓หมายถึงภาวะที่ข้อของผู้ป่วยมีการเกาะของกรดยูริก ทำให้เกิดการอักเสบ ปวด บวม แดงร้อน โรคเก๊าท์พบในผู้ชายมากว่าผู้หญิงถึง 9 เท่าและมักเกิดกับวัยกลางคนเป็นต้นไป ผู้หญิงส่วนใหญ่มักพบในวัยหลังจากหมดประจำเดือน โรคเก๊าท์จัดเป็นกลุ่มอาการของโรคข้ออักเสบเฉียบพลันที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยอาจเคลื่อนไหวไม่ได้เพราะปวดข้อตลอดเวลา ต้องนอนนิ่งๆ ไม่สามารถเดินได้ ในบางรายอาจจะมีอาการไตวายร่วมด้วย เพราะมีการสะสมของกรดยูริกที่ไต ผู้ป่วยที่ปวดข้อมากๆ ไม่ควรซื้อยาแก้ปวดมารับประทานเองเพราะอาจเป็นอันตรายได้ ควรไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโรคเกาต์หรือไม่ เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที🥓🥓

🍖🍖ภาวะโรคกระดูกพรุน🍖🍖

🍟🍟หมายถึงภาวะที่ผู้ป่วยสูญเสียมวลกระดูก ทำให้ความหนาแน่นของโครงสร้างและคุณภาพมวลกระดูกลดลง ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดความสูญเสียความแข็งแรงของกระดูก และนำไปสู่กระดูกที่หักยุบได้ง่าย อาการของผู้ที่เป็นกระดูกพรุน โดยส่วนมากมักไม่มีอาการ แต่เป็นการตรวจพบโดยบังเอิญ หรือเมื่อตรวจสุขภาพในผู้สูงวัย ในผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกบาง บางรายอาจพบการปวดหลังและสะโพกได้ โดยมักเป็นตอนกลางคืนและตอนเปลี่ยนท่าทาง ที่สำคัญในรายที่กระดูกบาง หากเกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยก็นำไปสู่การเกิดกระดูกหักได้ง่าย โดยเฉพาะกระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก กระดูกข้อมือ หลังค่อม ความสูงลดลง ล้มไม่รุนแรงแต่กระดูกหลังเจ็บ🍟🍟

🍑🍑ภาวะโรคสมองและระบบประสาท🍑🍑

🌰🌰สมอง เป็นอวัยวะที่มีความซับซ้อนที่สุดในร่างกาย มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะว่าสมองเป็น ศูนย์รวมของระบบประสาททั้งหมดมีหน้าที่ควบคุมกลไกต่างๆ ของอวัยวะทั่วร่างกายให้ทำงานร่วมกัน ควบคุมอารมณ์ความรู้สึก ความจำ พัฒนาการและการเรียนรู้ หากมีข้อบ่งชี้ว่ามีความผิดปกติ ใดๆ เกิดขึ้นกับสมองหรือระบบประสาท ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากผู้เชี่ยวชาญอย่างถูกต้อง และรวดเร็ว เพราะความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับสมองและและระบบปรสาท อาจทำให้เป็นอัมพาต พิการหรือร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้🌰🌰

👉กรมสุขภาพจิต เผยผู้สูงวัย"สมองเสื่อม" 8 แสนกว่าคน👈♥️ กรมสุขภาพจิต เผยผู้สูงวัยไทย"สมองเสื่อม" 8 แสนกว่าคน 90% มีปัญหาพฤ...
04/11/2019

👉กรมสุขภาพจิต เผยผู้สูงวัย"สมองเสื่อม" 8 แสนกว่าคน👈

♥️ กรมสุขภาพจิต เผยผู้สูงวัยไทย"สมองเสื่อม" 8 แสนกว่าคน 90% มีปัญหาพฤติกรรมและจิตใจซ้ำซ้อน♥️

✔ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมสุขภาพจิตเผยขณะนี้พบผู้สูงวัยไทยสมองเสื่อมกันมากถึง 8 แสนกว่าคน พบได้ทุกๆ 8 คนในผู้สูงอายุ 100 คน ภัยที่ตามมาติดๆคือมีปัญหาพฤติกรรมและจิตใจผิดปกติสูงถึงร้อยละ 90 พบได้บ่อย 9 อาการ อาทิ เฉยเมย ซึมเศร้า ก้าวร้าว กินนอนผิดปกติ หากพบให้รีบปรึกษาสถานพยาบาลใกล้บ้าน พร้อมทั้งแนะให้ผู้ดูแลยึดหลักปฏิบัติ 8 วิธี และควรทำสร้อยคอที่มีป้ายชนิดถาวรบอกว่าเป็นผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านความจำ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ

✔นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมของผู้สูงวัย สถิติของกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2559 ประเทศไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 9.9 ล้านกว่าคน คิดเป็นร้อยละ 15 ของประชากรทั้งประเทศที่มี 65.9 ล้านคน ปัญหาที่ตามมาและมักพบในสังคมผู้สูงอายุมากกว่ากลุ่มวัยอื่นๆคือ ภาวะสมองเสื่อม (dementia) โดยผู้ป่วยจะมีการเสื่อมถอยความสามารถของสมองในหลายๆด้าน เช่น สูญเสียความจำ สมาธิ ความสามารถทางสติปัญญาลดลง คิดและจำเรื่องที่เป็นปัจจุบันไม่ได้ มีอาการหลงลืม ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งอาการหลงลืมนั้นสามารถเกิดขึ้นในคนทั่วไปที่มีความเครียดวิตกกังวลหรือเร่งรีบได้ เรียกว่าสมองเสื่อมเทียม อาการจะเกิดขึ้นชั่วคราวแล้วจะค่อยๆนึกได้ในภายหลัง แต่ในผู้ที่สมองเสื่อมจะจำไม่ได้เลย ผลสำรวจของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขโดยการตรวจร่างกายครั้งล่าสุดในปี 2557 พบผู้สูงอายุ 60ปีขึ้นไป มีภาวะสมองเสื่อมร้อยละ 8.1 คาดว่าขณะนี้มีประมาณ 8 แสนกว่าคนทั่วประเทศ พบในผู้หญิงมากว่าชาย อายุยิ่งมากยิ่งพบมาก
🚫🚫🚫🚫🚫🚫🚫🚫🚫🚫🚫🚫🚫🚫🚫🚫🚫🚫

➡️➡️ อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า ปัญหาที่พบบ่อยในผู้ป่วยสมองเสื่อมนอกจากเป็นเรื่องของความจำแล้ว ยังพบว่าร้อยละ 90 หรือประมาณ 7 แสนกว่าคนมีปัญหาพฤติกรรมและจิตใจร่วมด้วย จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงขณะที่ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงวัย หากไม่มีการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆที่ยังไม่เข้าสู่วัยสูงอายุ คาดว่าจำนวนผู้ป่วยโรคนี้อาจเพิ่มขึ้นนับล้านคน และมีปัญหาพฤติกรรมและจิตใจเพิ่มขึ้นนับแสนคน เป็นเรื่องที่บั่นทอนสุขภาพจิตและเป็นภาระให้แก่ผู้ดูแลและครอบครัวเป็นอันมาก ประการสำคัญหากผู้ดูแลขาดความรู้ความเข้าใจในอาการผู้ป่วย ผู้ป่วยบางคนอาจถูกทารุณกรรมหรือถูกทอดทิ้งได้ ได้มอบหมายให้โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ ซึ่งเป็นศูนย์เชี่ยวชาญเรื่องโรคจิตเวชในผู้สูงอายุของกรมสุขภาพจิต เร่งให้ความรู้ความเข้าใจประชาชนโดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้สูงอายุมีภาวะสมองเสื่อมในขณะนี้

➡️➡️ ด้านนายแพทย์จุมภฎ พรมสีดา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ต่อปีมีผู้ป่วยสมองเสื่อมเข้ารักษาที่โรงพยาบาลฯประมาณ 500 คน มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยพบว่าเกือบทุกคนจะมีอาการผิดปกติทางพฤติกรรมและจิตใจอย่างน้อย 1 อาการร่วมด้วย ที่พบบ่อย 9 อาการได้แก่ 1.เฉยเมยไม่สนใจสิ่งรอบตัว พบได้ร้อยละ 70 , 2.ภาวะซึมเศร้าพบได้ร้อยละ 40-50 ,3.ปัญหาด้านการกินร้อยละ 40-50 ,4.ปัญหาด้านการนอนร้อยละ 30-50 , 5.อารมณ์หงุดหงิด โกรธง่ายร้อยละ 40 ,6.อาการหลงผิด ร้อยละ 30-40 ,7.ไม่สามารถยับยั้งชั่งใจพฤติกรรมได้ ร้อยละ 30-40 , 8.มีพฤติกรรมแปลกๆทำอะไรซ้ำๆเช่นผุดลุกผุดนั่ง สะสมของในบ้าน พบร้อยละ 30-40 และ 9.หูแว่ว ประสาทหลอน เช่นเห็นผีพบได้ร้อยละ 20-30 หากประชาชนพบผู้ป่วยสมองเสื่อมในบ้านมีอาการที่กล่าวมา ควรพาไปปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง

➡️➡️ นายแพทย์จุมภฎ กล่าวต่อว่าในส่วนของผู้ที่ต้องดูแลผู้สูงวัยที่มีภาวะสมองเสื่อม

📛📛 ขอแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้ 📛📛

↪ 1. ควรทำความเข้าใจกับภาวะสมองเสื่อมให้ดีเพื่อที่จะสามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม

↪ 2.แก้ไขอาการและพฤติกรรมที่เป็นปัญหามากที่สุดก่อน เนื่องจากการแก้ปัญหาหลายอย่างพร้อมกันอาจทำได้ยาก

↪ 3.พยายามทำจิตใจให้สดใส และพักผ่อนให้เพียงพอ

↪ 4. อย่ายึดติดกับความถูกต้องทั้งหมด ควรยืดหยุ่น เช่นถ้าผู้สูงอายุต้องการจะสวมหมวกเวลานอน ก็ไม่ควรห้าม เนื่องจากไม่ได้เป็นสิ่งที่อันตราย

↪ 5. พยายามจัดรูปแบบการดูแลที่สม่ำเสมอ ไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เพื่อให้ผู้สูงวัยเรียนรู้ทีละเล็กทีละน้อย

↪ 6. พยายามพูดสื่อสารกับผู้สูงวัยเป็นประจำ อธิบายสั้นๆว่ากำลังทำอะไรทีละขั้นตอน

↪ 7. มีรูปของผู้ป่วยที่ถ่ายไว้ล่าสุดเพื่อใช้ตามกรณีผู้ป่วยสูญหาย ควรจัดทำสร้อยคอที่มีป้ายถาวรบอกว่าเป็นผู้สูงวัยมีปัญหาด้านความจำ และระบุหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกลับ

↪ 8. พยายามให้ผู้สูงวัยได้ทำกิจกรรมต่างๆบ้าง เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและ ให้รู้สึกว่าชีวิตยังมีความหมายและมีส่วนร่วมในครอบครัว

🚫🚫 ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุสมองเสื่อมเกิดปัญหาพฤติกรรมและจิตใจ อาจเกิดมาจากการมีพยาธิสภาพบางอย่างเกิดในสมองผู้ป่วย การเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาท หรือเกิดจากการที่ผู้ป่วยไม่สามารถสื่อสารถึงสิ่งที่ตนต้องการได้ เช่น หิว เจ็บปวด กลัว เครียด เป็นต้น รวมทั้งอาจเกิดมาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น สภาพอากาศร้อน เสียงดัง ผู้คนพลุกพล่านรบกวน แสงสว่างไม่พอ เป็นต้น นายแพทย์จุมภฎกล่าว 🚫🚫

🏓การออกกำลังกายในผู้สูงอายุ🏓🎳 การออกกำลังกายในผู้สูงอายุ ช่วยลดโรคที่เกิดจากความชรา ชะลอความเสื่อมของร่างกาย ทำให้หัวใจ ...
03/11/2019

🏓การออกกำลังกายในผู้สูงอายุ🏓

🎳 การออกกำลังกายในผู้สูงอายุ ช่วยลดโรคที่เกิดจากความชรา ชะลอความเสื่อมของร่างกาย ทำให้หัวใจ หลอดเลือด และปอดแข็งแรง รวมถึงช่วยให้การทรงตัวดีขึ้น ทำให้เดินเหินคล่องแคล่ว ไม่หกล้ม ทำให้กระดูกแข็งแรง ชะลอโรคกระดูกพรุน การออกกำลังกายแต่ละชนิดมีประโยชน์ต่อสุขภาพแตกต่างกัน ผู้สูงอายุที่ไม่เคยออกกำลังกายและมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลก่อนเริ่มออกกำลังกาย

🎽หลักการออกกำลังกายของผู้สูงอายุควรเป็นดังนี้🎽

🥊ให้เริ่มออกแรงตามขีดความสามารถแล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้น จนถึงการออกกำลังกายที่ใช้กำลังระดับปานกลางที่ทำให้หายใจแรงขึ้น ยังสามารถพูดคุยได้จบประโยค (แต่ไม่หอบเหนื่อย) ส่วนระยะเวลาควรค่อยๆ เริ่มจากเวลาสั้นๆ และสะสมขึ้นเป็นระยะเวลา 30 นาทีต่อวัน หรืออาจจะแบ่งช่วงเวลาสั้นๆ ช่วงละ 10-15 นาทีก็ได้

🥊ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ หรืออีกทางเลือกคือ ให้เคลื่อนไหวออกแรงในชีวิตประจำวันมากขึ้นเช่น ทำงานบ้าน เดินไปธุระ ทำสวน เป็นต้น โดยทำกิจกรรมเหล่านี้อย่างน้อยวันละ 30 นาที

🎯ผู้ที่มีปัญหาการทรงตัวให้พิจารณาการฝึกความแข็งแรงโดยเหยียดยืดกล้ามเนื้อก่อน แต่ถ้าทรงตัวดีแล้วพิจารณาเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกได้ และควรฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในท่านั่ง ได้แก่ การเหยียดคอ ข้อเท้า หลังและเข่า เตะเท้า ยกแขน เป็นต้น และในท่ายืน ได้แก่ การเหยียดน่อง เขย่งปลายเท้าสลับยืนบนส้น เหวี่ยงขาออกข้าง ย่อเข่า งอและเหยียดสะโพก โยกลำตัว เป็นต้น โดยให้ทำซ้ำๆ ในท่าเดิมอย่างละ 10 ครั้งทั้งซ้ายและขวา ควรทำทุกวันหรืออย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ รวมถึงให้ทำการเหยียดยืดกล้ามเนื้อก่อนและหลังการออกกำลังกายแบบแอโรบิกด้วย

🏄‍♀️การออกกำลังกายแบบแอโรบิก 🏄‍♀️

⛹️‍♂️ได้แก่ ✔เดินวิ่งเร็วสักวันละครึ่งชั่วโมง ✔การเต้นรำ ✔การว่ายน้ำ ✔หรือถีบจักรยานอยู่กับที่ เป็นต้น

🥅 สิ่งที่ต้องระวังคือ 🥅

❌ไม่ควรออกกำลังกายที่ต้องออกแรงเกร็งหรือเบ่ง เช่น ยกน้ำหนัก หรือต้องออกแรงกระแทก โดยเฉพาะที่ข้อเข่า เช่น การนั่งยองๆ ขึ้นลงบันไดสูง กระโดด และไม่ควรออกกำลังกายในที่มีอากาศร้อน อบอ้าว แดดจ้า ถ้ามีอาการไม่สบายหรืออ่อนเพลีย ต้องงดออกกำลังกาย

🏌️‍♂️🏌️‍♂️"4 Smart" เคล็ดลับ..ผู้สูงอายุสุขภาพดี🏌️‍♂️🏌️‍♂️ปี 2564...ประเทศไทยจะเข้าสู่ “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” หรือที...
03/11/2019

🏌️‍♂️🏌️‍♂️"4 Smart" เคล็ดลับ..ผู้สูงอายุสุขภาพดี🏌️‍♂️🏌️‍♂️

ปี 2564...ประเทศไทยจะเข้าสู่ “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” หรือที่เรียกว่า Completeaged society โดยวัดจากการมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ หรือมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป มากกว่า 14% ของประชากรทั้งประเทศ เช่นเดียวกัน
การเตรียมพร้อมเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ จึงถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง นพ.อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย บอกว่า ประชากรสูงอายุในประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นด้วยอัตราที่สูงมาก โดยกลุ่มอายุ 60 ปี เพิ่มขึ้นด้วยอัตราประมาณ 5% ต่อปี และกลุ่มอายุ 80 ปีขึ้นไป เพิ่มด้วยอัตราสูงมากกว่า 6% ต่อปี

↪↪ “สิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คือ ภาวะโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ อย่างเช่นถ้าในปี พ.ศ. 2574 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด นั่นหมายถึง 1 ใน 3 หรือประมาณ 35% ของผู้สูงอายุจะมีภาวะอ้วน 7% เคยหกล้มภายในบ้านมากกว่า มากกว่า 60% ของผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง” รองอธิบดีกรมอนามัยบอก

↪↪ นอกจากนี้ จากการคาดการณ์ ประมาณว่ามากกว่า 10% ของผู้สูงอายุวัยปลายจะเป็นโรคเบาหวาน มากกว่า 70% ของผู้สูงอายุวัยปลาย มีฟันไม่ครบ 20 ซี่ และประมาณ 56% จะมีโรคเรื้อรัง หรือโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง

👨‍⚕️👨‍⚕️ คุณหมออรรถพล บอกว่า กรมอนามัยตั้ง เป้าหมายให้คนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดในอีก 20 ปีข้างหน้า อยู่ที่ 85 ปี และต้องอยู่อย่างมีสุขภาพดี ไม่น้อยกว่า 75 ปี โดยเริ่มดำเนินงาน ส่งเสริมป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพผู้สูงอายุ ด้วยแนวคิดที่เรียกว่า “4 Smart” หนุนผู้สูงอายุสุขภาพดี

✔✔ “เราได้เริ่มนำแนวคิดที่เรียกว่า 4 Smart มาใช้ เป็นหลักง่ายๆที่ถ้าผู้สูงอายุทำได้ก็ ถือได้ว่าเป็นกลุ่มที่มีสุขภาพดี สรุปย่อง่ายๆคือ ไม่ล้ม ไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า กินข้าวอร่อย” คุณหมออรรถพลอธิบาย

📛📛 แนวคิด 4 Smart สำหรับผู้สูงอายุ ประกอบด้วย หลัก Smart 4 ด้าน คือ 📛📛

↪↪ 1. Smart Walk ผู้สูง อายุควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อร่างกายที่แข็งแรง ไม่หกล้ม โดยให้ผู้สูงอายุออก กำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 30 นาที
ทั้งนี้ ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จะมีแนวโน้ม หกล้มประมาณ 28-35% ต่อปี และจะเพิ่มเป็น 32-42% เมื่อก้าวเข้าสู่ปีที่ 70 เป็นต้นไป และพบว่าเมื่อผู้สูงอายุหกล้มและกระดูกหัก พบว่า 1 ใน 5 ไม่สามารถกลับมาเดินได้อีก และบางส่วนต้องใช้รถเข็นตลอดไป นอกจากนี้ ยังพบว่าการหกล้มเป็นสาเหตุสำคัญของการเข้าโรงพยาบาลในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งการหกล้มในผู้สูงอายุอาจกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต ก่อให้เกิดความพิการ หรือแม้กระทั่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตได้↩↩

↪↪ 2.Smart Brain & Emotional เน้นให้ผู้สูงอายุดูแลฝึกทักษะทางสมอง ส่งเสริมสุขภาพจิตและอารมณ์ โดยการเข้าร่วมกิจกรรมในชมรมผู้สูงอายุ โรงเรียน ผู้สูงอายุ รณรงค์และส่งเสริมพฤติกรรมการไม่สูบบุหรี่↩↩

↪↪ 3.Smart Sleep คือ นอนหลับอย่างเพียงพออย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง↩↩

❌7 สัญญาณอันตรายโรคสมองและจิตใจในผู้สูงอายุ❌🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩📛📛ปัจจุบันโลกของเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยมีการประ...
02/11/2019

❌7 สัญญาณอันตรายโรคสมองและจิตใจในผู้สูงอายุ❌
🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩🚩

📛📛ปัจจุบันโลกของเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยมีการประมาณว่าในอีก 30 ปีข้างหน้าจำนวนผู้สูงอายุในโลกของเราจะเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เป็นมากกว่า 2 ล้านล้านคนทั่วโลก ซึ่งจากการสำรวจพบว่าผู้สูงอายุ 1 ใน 5 คน ต้องทรมานจากความผิดปกติทางจิตเวชและทางสมอง โดยเฉพาะภาวะสมองเสื่อม (Dementia) และภาวะซึมเศร้า (Depression) และอาการเหล่านี้ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุแย่ลงอย่างมาก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจและสมองมองเห็นได้ไม่ชัดเจนเหมือนการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่ผู้สูงอายุหรือผู้ดูแลจะรับรู้ปัญหาทางจิตใจและสมองในทันที วันนี้ผมเลยอยากจะมาแนะนำ 7 สัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ว่าผู้สูงอายุควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความรุนแรงของภาวะจิตใจและสมองเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมที่สุดครับ📛📛

➡️➡️ 1. แยกตัว หยุดทำกิจกรรมที่เคยชอบ⬅️⬅️

📛📛 เป็นอาการผิดปกติที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยผู้สูงอายุมักจะแยกตัวจากสังคม ไม่ไปเข้าร่วมกิจกรรมหรือไปพบปะพูดคุยกับผู้อื่น เช่นเลิกไปออกกำลังในหมู่บ้าน เลิกทำกับข้าวกินเอง เลิกดูรายการทีวีที่ชื่นชอบ โดยผู้สูงอายุมักจะให้เหตุผลว่าไม่มีแรง ขี้เกียจไป หรือเบื่อแล้ว หากพบร่วมกับการดูแลตนเองที่แย่ลง ไม่สนใจรูปลักษณ์ภายนอกของตนเอง แต่งกายไม่เรียบร้อย หรือกินข้าวน้อยลงก็ควรสงสัยภาวะซึมเศร้า จำเป็นต้องได้รับการประเมินโดยจิตแพทย์ครับ📛📛

➡️➡️2. เศร้านานเป็นสัปดาห์⬅️⬅️

📛📛 บางครั้งผู้สูงอายุที่มีภาวะซึมเศร้าก็ไม่สามารถเล่าอารมณ์ของตนเองออกมาได้ชัดเจน ผู้สูงอายุในปัจจุบันส่วนมากเติบโตมายุคที่ภาวะซึมเศร้ายังไม่ใช่โรคทางสมอง เป็นยุคที่สังคมยังไม่เข้าใจภาวะซึมเศร้าดีนัก ผู้สูงอายุบางคนจะมองว่าภาวะซึมเศร้าเป็นสัญลักษณ์ของความอ่อนแอทางจิตใจ กลัวที่จะโดนมองว่า “เป็นบ้า” ทำให้ผู้สูงอายุมักจะมองอารมณ์ซึมเศร้าของตนเองน้อยกว่าความเป็นจริงเสมอ
อารมณ์เศร้าเป็นครั้งคราวเป็นเรื่องปกติที่พบได้ในคนทุกเพศ ทุกวัย วัยสูงอายุก็จะเป็นวัยที่พบกับเรื่องที่ชวนเศร้าได้บ่อยกว่าวัยอื่นๆ ทั้งการสูญเสียบุคคลใกล้ชิด สุขภาพร่างกายที่ไม่ดีเหมือนเดิม ล้วนแต่ทำให้เกิดอารมณ์เศร้าในผู้สูงอายุได้ แต่หากอาการอารมณ์เศร้านั้นคงเกือบทั้งวัน ติดต่อกันหลายๆสัปดาห์ก็ควรชวนผู้สูงอายุไปพบจิตแพทย์เพื่อประเมินภาวะซึมเศร้าครับ📛📛

➡️➡️3. กินไม่ได้ นอนไม่หลับ น้ำหนักตัวลด⬅️⬅️

📛📛 บางครั้งภาวะซึมเศร้าก็อาจจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุโดยที่ไม่มีเหตุสาเหตุ ไม่ต้องมีเหตุการณ์มากระตุ้นให้เศร้าเลยก็ได้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในสมองที่เสื่อมลงตามอายุ ซึ่งทำให้ผู้สูงอายุเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าได้อยู่แล้ว
ผู้สูงอายุอาจจะไม่รู้สึกเศร้ามากนัก แต่จะแสดงอาการออกทางอื่นแทน เช่น กินอาหารน้อยลง นอนหลับไม่สนิท น้ำหนักตัวลดลงกว่าเดิมมาก รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีแรง หากมีอาการเช่นนี้หลายข้อ จำเป็นต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุของอาการเหล่านี้📛📛

➡️➡️4. คิดว่าตนเองเป็นภาระ รู้สึกผิดมากเกินเหตุ ไม่อยากมีชีวิตอยู่⬅️⬅️

📛📛 ผู้สูงอายุโดยเฉพาะบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างสูง เป็นหัวหน้าครอบครัวมาก่อน เมื่อต้องเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้รับการดูแลอาจมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นภาระของญาติพี่น้อง คิดว่าตนเองทำให้ผู้อื่นลำบากทั้งๆ ที่ลูกหลานเต็มใจที่จะดูแลและไม่ได้ลำบากเลย หากมีความคิดนี้มากๆ ก็อาจถึงขั้นมีภาวะเบื่อชีวิต คิดอยากตาย ไม่อยากอยู่อย่างทรมานต่อไป วางแผนทำร้ายตนเองได้
ซึ่งความรู้สึกแบบนี้มักจะพบได้บ่อยในช่วงที่ผู้สูงอายุสูญเสียคู่ชีวิต หยุดทำงานใหม่ๆหรือถูกให้ออกจากงาน หากผู้ดูแลพบว่าผู้สูงอายุมีอาการดังกล่าวควรรีบชวนผู้สูงอายุไปพบจิตแพทย์เพื่อประเมินความรุนแรงครับ📛📛

➡️➡️5. หลงลืม ถามซ้ำๆ คำถามเดิม คิดนานกว่าจะตอบคำถาม⬅️⬅️

📛📛 ความจำที่แย่ลงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของทุกคน แต่หากผู้สูงอายุมีอาการถามคำถามเดิมซ้ำๆ เริ่มพูดช้าลง ใช้เวลาคิดนานในการตอบคำถาม นึกคำที่จะพูดไม่ออก เริ่มมีอาการหลงลืมว่าวางของไว้ที่ไหน จำไม่ได้ว่าจะเดินมาหยิบอะไรมาทำอะไร หรือจดจำเหตุการณ์ที่เพิ่งจะผ่านไปไม่ได้เลย เช้าวันนี้กินข้าวกับอะไรก็นึกไม่ออก แสดงว่าน่าสงสัยว่าผู้สูงอายุมีภาวะสมองเสื่อม ผู้สูงอายุที่มีอาการเช่นนี้ควรได้รับการตรวจประเมินและรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสมองหรือจิตแพทย์ผู้สูงอายุโดยเร็วที่สุดครับ📛📛

➡️➡️6. หลงทางในที่คุ้นเคย⬅️⬅️

📛📛 โดยปกติผู้สูงอายุทุกคนอาจจำเป็นต้องหยุดคิดเพื่อนึกเส้นทางที่ตนเองจำได้บ้าง แต่หากผู้สูงอายุนึกไม่ออกจริงๆ ทั้งๆ ที่เป็นสถานที่ที่คุ้นเคย เป็นเส้นทางที่ใช้ประจำ จนหลงทางและใช้เวลากลับบ้านนานหลังจากไปทำกิจกรรมนอกบ้าน จำทางกลับบ้านไม่ได้ ต่อมาอาจจะจำทางในบ้านตนเองไม่ได้ หลงทางในบ้าน จำไม่ได้ว่าห้องนอน ห้องน้ำอยู่ส่วนไหนของบ้าน ผู้สูงอายุที่มีอาการเช่นนี้ก็ควรจะได้รับการตรวจประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินภาวะสมองเสื่อมเช่นเดียวกัน📛📛

➡️➡️7. ทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองไม่ได้⬅️⬅️

📛📛 หากผู้สูงอายุเริ่มมีปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น จ่ายเงินผิด คำนวนเงินผิด หรือใช้อุปกรณ์ต่างๆในบ้านไม่ได้ เปิดคอมพิวเตอร์ไม่ได้ เล่น line เล่น facebook ไม่ได้ ทั้งที่เคยทำได้มาก่อน ก็ควรจะสงสัยอาการเริ่มแรกของภาวะสมองเสื่อม โดยผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมมักจะมีการหลีกเลี่ยงการเข้าสังคม เพราะกลัวตนเองไปแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเมื่ออยู่กับผู้อื่นได้ หากสังเกตุถึงการเปลียนแปลงในการใช้ชีวิตปะจำวันของผู้สูงอายุควรรีบปรึกษาแพทย์ค่ะ📛📛

✏ตรวจเช็คพฤติกรรมลูกรักเพื่อดูแลให้ตรงจุด1.ซนอยู่ไม่นิ่ง2.อ่านหนังสือไม่จำ3.ก้าวร้าว อารมณ์รุนแรง4.เหม่อลอย ไม่สนใจการเร...
02/11/2019

✏ตรวจเช็คพฤติกรรมลูกรัก
เพื่อดูแลให้ตรงจุด
1.ซนอยู่ไม่นิ่ง
2.อ่านหนังสือไม่จำ
3.ก้าวร้าว อารมณ์รุนแรง
4.เหม่อลอย ไม่สนใจการเรียน
5.ทำงานไม่เสร็จ เสร็จช้า ไม่ทันเพื่อน
6.เล่นแรง เข้ากับเพื่อนไม่ได้
7.ติดเกมส์ ดูการ์ตูนทั้งวัน
8.ชอบพูดแทรก

น้องพฤติกรรมตามข้อไหนคะ​ ???
ทางเราจะได้จัดชุดดูแลน้อง
ให้ตรงจุด ค่ะ

🔥อเลอไทด์ช่วยได้คะ
สามารถสอบถาม/ปรึกษาเพิ่มเติม
📞.081- 930 8490 คุณแจง
หรือคลิ๊กลิงค์แอดไลน์สอบถามได้ค่ะ👇👇👇
http://nav.cx/8TH91R4

ปลดล๊อคสมองจน ไบรท์ได้อีก ด้วยนวัตกรรมบำรุงสมองสมองส่วนหน้ามีหน้าที่สำคัญมากๆ ต่อสติปัญญา และความจำ...ผลลัพธ์ของการเรียน...
01/11/2019

ปลดล๊อคสมองจน ไบรท์ได้อีก ด้วยนวัตกรรมบำรุงสมอง
สมองส่วนหน้ามีหน้าที่สำคัญมากๆ ต่อสติปัญญา และความจำ...
ผลลัพธ์ของการเรียนดีสามารถพัฒนาได้ในเด็กทุกๆคน เพียงแค่เราเพิ่มประสิทธิภาพของสมองส่วนหน้า โดยใช้สารอาหารที่มีประสิทธิภาพด้านการฟื้นฟูระบบเซลล์ประสาทสมองโดยตรง สำหรับเด็กพัฒนาการล่าช้า ความจำไม่ดี ลืมง่าย ซน ขาดสมาธิจดจ่อ หรือการเรียนไม่ดีต้องการเพิ่มเกรด ต้องเพิ่มประสิทธิภาพที่สมองส่วนกลาง รับประทานต่อเนื่องเพียง 6 เดือน ผลลัพธ์ที่แบ่งปันเป็นไปได้ทุกคน..

🔥อเลอไทด์ฟื้นฟูได้
สามารถสอบถาม/ปรึกษาเพิ่มเติม
📞.081- 930 8490 คุณแจง
หรือคลิ๊กลิงค์แอดไลน์สอบถามได้ค่ะ👇👇👇
http://nav.cx/8TH91R4

ที่อยู่

Amphoe Bang Pla Ma

เบอร์โทรศัพท์

+66819308490

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Alertide by Jangผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Alertide by Jang:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram