Dr.Urailak Pediatric clinic

Dr.Urailak Pediatric clinic Dr.Urailak Skulpichetrat, pediatrician, subspecialty for pediatric infectious disease

คุณหมออุไรลักษณ์ สกุลพิเชฐรัตน์ (หมอเล็ก)
การศึกษา
แพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล (เกียรตินิยมอันดับ1)
กุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
กุมารเวชศาสตร์ อนุสาขาโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

27/12/2022

Клиника закрыта навсегда, доктор переезжает на работу в больницу Ваттанапат Самуи, работает в середине февраля.

27/12/2022

Clinic permanently closed, Doctor move to work at Wattanapat Samui hospital , Operate mid February

27/12/2022

คลินิกปิดทำการ คุณหมอย้ายไปประจำที่ รพ.วัฒนแพทย์ สมุย เปิดทำการกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2566 นี้ค่ะ

01/05/2021

คลินิก เปิดวันที่ 3 พ.ค. 64

เวลาเปิดและปิด

วันจันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 14.30-17.30 น.
วันเสาร์ เวลา 13.00-17.00 น.
หยุดวันอาทิตย์

**กรุณาโทรนัดหมายเวลาล่วงหน้าก่อนที่เบอร์ 082-587-7011**

Open 3rd May 2021

On Monday-Friday: 2.30-5.30pm
On Saturday: 1-5pm
Closed on Sunday

**Please booking in advance at Tel. 082-587-7011**

16/04/2021

คลินิกปิด 16-30 เมษายน 2564

ติดต่อ โทรนัดหมายที่เบอร์ 082-587-7011

ขอบพระคุณค่ะ 🙏

Closed on 16-30th April 2021

Contact Tel 082-587-7011

28/09/2020
09/09/2020

#แค่แม่สงบลูกก็เปลี่ยน
#วัยทองจะแน่แค่ไหนก็แพ้แม่

"วัยทอง" หรือหลายคนเรียกว่า "วัยทองสองขวบ" ก็ยังคงเป็นวัยว้าวุ่นของเด็กจิ๋ว เพราะในวัยนี้เป็นวัยที่กำลังสร้าง "ตัวตน" (Self) ผ่านพัฒนาการที่ก้าวกระโดดในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น #กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ที่เดินวิ่งคล่องขึ้น กล้ามเนื้อ #มัดเล็ก ที่สามารถเขวี้ยงทำลายข้าวของ ตี หรือแปลงร่างเป็นวูล์ฟ เวอร์ลีน ข่วนพ่อแม่ได้ทุกเวลา #ภาษา ที่สามารถต่อรอง เถียง และส่งเสียงกรีดร้อง โหวกเหวกโวยวายได้อย่างไม่แคร์โลกภายนอก สถานการณ์และพ่อแม่ ...

ที่สำคัญ #สมอง ที่พัฒนาแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะการควบคุมร่างกายได้ดีตามต้องการ และเรียนรู้การตอบสนองของคนอื่นที่อยู่รอบตัวว่า ทำแบบนี้แล้วพ่อแม่ตอบสนองอย่างไร ... เรียกว่า "ทำอะไร ถึงจะได้ในสิ่งที่ต้องการมา" ... เริ่มเอาตัวเองเป็น #ศูนย์กลางของจักรวาล โดยสมองที่พัฒนาแบบก้าวกระโดดนี้ ก็ยังถือว่า มาแบบไม่สุด ครึ่ง ๆ กลาง ๆ เพราะสมองส่วนหน้า หรือ 'สมองส่วนคิด' ยังพัฒนาไม่เต็มที่ แต่สมองส่วนอารมณ์มาเต็ม หัวเราะร่า น้ำตานอง ฉุนเฉียว เกรี้ยวกราด เศร้า แต่ไม่ค่อยสลด 555

3 นาที 4 อารมณ์ก็ได้ สบาย ๆ

นาทีก่อน หัวเราะ นาทีต่อมาร้องกรี๊ด ๆ อยู่กับพื้นแล้ว น้ำตาหยดแหมะเป็นเม็ด ๆ ประหนึ่งคุณจารุณี สุขสวัสดิ์ ที่สั่งน้ำตาให้ไหลได้เป็นข้าง ๆ ตามควาต้องการ 555 (บอกเลย ถ้าไม่แก่พอ คงไม่รู้จักคุ้นเคยกับจารุณี สุขสวัสดิ์กัน ... แต่คิดว่า เราน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน ... จารุณี เอก ลิขิต ศรราม บรู๊ค สุวนันท์ เต๋า สมชาย ต้องมา ณ จุด ๆ นี้ 555)

Anyway, ที่จะกล่าวมาก็คือ เด็กวัยนี้ยังไม่รู้เท่าทันอารมณ์ตัวเอง ยังควบคุมและจัดการอารมณ์ของตนเองไม่ได้ดี รวมถึงยังไม่ได้มีความสามารถในการควบคุมตัวเองได้ดีขนาดนั้น ในทุก ๆ เรื่อง ...

แต่ถ้าเด็กวัยทอง มาเจอ พ่อแม่วัยทอง (เชิงพฤติกรรม แม้อายุยังไม่ถึงก็ตาม) ... ที่ 3 นาที 4 อารมณ์เหมือนกัน ... ลูกไม่น่ารัก อีแม่อีพ่อปรี๊ดแตกก่อน จนบางทีลูกงงเหมือนกันว่า "เค้าเพิ่งเริ่มเอง แม่จะเล่นใหญ่ก่อนไปไหน" 555 ... และเมื่อพ่อแม่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ก็มักลงเอยด้วย ความรุนแรงอย่าง การด่า การทะเลาะ การตี เป็นต้น ... นั่นไม่ได้สอนใครเลยเสียด้วยซ้ำ

คุณสมบัติของพ่อแม่ในการดีลกับวัยทองของลูก อย่างหนึ่งที่สำคัญ ก็คือ #ความสงบ เมื่อพ่อแม่สงบ ลูกจะมี 'เวลา' และ 'โอกาส' ที่จะสงบลงได้ ... สิ่งที่พ่อแม่ต้องทำคือ สื่อสาร-ต่อติด- (สอนลูกให้) จัดการ อารมณ์และร่างกายตนเองให้เหมาะสม ... #เงียบก่อน #สอนทีหลัง อยู่ใกล้ เคียงข้าง กอดเพื่อปลอบโยนให้เข้าใจ

เพราะเมื่อกติกามาแบบนี้ ร้องไปก็ไม่ได้อะไรขึ้น ... เสียใจ ร้องไห้ได้นะ แต่ทำลายข้าวของไม่ได้ ... เราคุยกันแล้วว่าวันนี้เล่นได้ถึง 6 โมง อยากเล่น แม่รู้ แต่เราต้องกลับแล้ว ... เป็นต้น

พึงใช้ ความสงบ สยบ การเคลื่อนไหว
พึงใช้ ใจเปี่ยมรัก เพื่อฟูมฟักการเปลี่ยนแปลง
พึงใช้ ความเงียบกว่าเงียบไหน สร้างความเข้มแข็ง
พึงใช้ แรงสมอง มากกว่าแรงกายในการเลี้ยงลูก

คมกว่านี้ก็มีดโกนแล้วล่ะจ้ะ 555 (เกือบจะดีแล้วเชียว)

ทิ้งท้ายเช่นเดิมด้วย หนังสือดี ๆ ที่น่าจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจลูกตามวัยของเขา และปรับใช้เพื่อเลี้ยงลูกแบบไม่ปะทะ เชิงบวกที่ใช้ได้ในทุกช่วงวัยด้วยหลักของการสื่อสาร การชม การดุ และการปรับใจของพ่อแม่ให้เราเป็นพ่อแม่เวอร์ชั่นที่ดีที่สุดในทุก ๆ วัน หนังสือ #อย่าปล่อยให้พ่อแม่รังแกฉัน หาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำหรือสั่งได้ผ่านอินบ็อกซ์ตามใจหมอบุ๊คส์ m.me/TamjaimorBooks/ นะครับ

ว่าไป ! ...

#หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ

06/09/2020
27/08/2020
26/08/2020

#การดูแล_หวัด_ในเด็กเล็ก
วันนี้ที่รพ.
หมอตรวจเคสคล้ายๆกันหลายเคส
เป็นเด็กเล็กอายุไม่เกิน 2 ขวบ อาการมาด้วย

“มีไข้ต่ำๆ มีน้ำมูกใสๆ กลางวันเล่นได้ปกติ
แต่พอตกกลางคืน จะมีไข้ และซมลง
นอนหลับไม่สนิท
ดิ้นไปมา หาท่าที่นอนสบาย
ไอเพราะมีน้ำมูกไหลลงคอ
(บางคนไอจนอ๊อก...ออกมาเป็นนมปนเสมหะ)
และดูดนมได้น้อยลง
ดูดแป๊บๆแล้วปล่อย (เด็กกินนมแม่)
หรือดูดนมได้น้อย หงุดหงิด งอแง”
มีบ้านไหนกำลังเป็นเหมือนกันมั้ยคะ
หมออยากจะ focus ที่เด็กเล็ก
เพราะเค้าไม่สามารถสื่อสารให้พ่อแม่เข้าใจ
ได้ด้วยคำพูด
และเค้ามีสรีระและกิจวัตรประจำวัน
บางอย่างที่ไม่เหมือนกับเด็กโต
เคยเขียนเรื่องการดูแลหวัด version ยาวไปแล้ว
( https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=382999938701372&id=332559453745421 )
แต่อยากจะขยายความใน post นี้สักเล็กน้อย
💖**เด็กเล็กเป็นหวัด ต้องให้ความสำคัญกับการดูแลจมูก❤
👉หวัด
ภาษาแพทย์เรียก Rhinitis
มีรากศัพท์มาจาก rhino แปลว่าจมูก
เติม –itisที่แปลว่าอักเสบลงไป
ดังนั้นหวัด คือโรคติดเชื้อไวรัสที่ต้องมีอาการทางจมูกเป็นสำคัญ
อาการทางจมูกที่ว่าคือ
●เยื่อบุจมูกบวม ก็ทำให้รู้สึกคัดจมูก หายใจไม่สะดวก
●เมื่อมีอักเสบ ก็จะหลั่งสารคัดหลั่งมากขึ้น
สารคัดหลั่งในโพรงจมูก เราเรียกว่า น้ำมูก
●ไวรัส ต่อสู้กับ ภูมิคุ้มกัน เกิดการหลั่งสารที่ทำให้ร่างกายมีไข้ แต่โดยส่วนใหญ่ เชื้อไวรัสที่ก่อโรคหวัดธรรมดา ไม่ได้ทำให้มีไข้สูง

ถ้าเป็นเด็กโต หรือผู้ใหญ่ อาการแค่นี้
ไม่ได้ทำให้ร่างกายแย่
คัดจมูก เราก็อ้าปากหายใจได้
มีน้ำมูก เราก็สั่งน้ำมูก กินยาลดน้ำมูกได้

👉แต่..ในเด็กเล็ก มันไม่ใช่!!
● เด็กเล็กมีศรีษะใหญ่มากเมื่อเทียบกับลำตัว ลิ้นใหญ่ เมื่อเทียบกับช่องปาก
แต่ทางเดินหายใจเล็กมาก

● แรงต้านอากาศเกือบ 80%ในระบบทางเดินหายใจเด็กเล็กอยู่ที่จมูก และโพรงหลังจมูก

● เด็กเล็กไม่สามารถหายใจทางปากชดเชยเหมือนผู้ใหญ่ได้

-ดังนั้น หากโพรงจมูกบวม เค้าแทบจะไม่เหลือ option ที่จะช่วยทำหายใจสะดวกขึ้นเลย
ยิ่งบวม + น้ำมูก ยิ่งแล้วใหญ่
======
ดังนั้น เด็กเล็ก จะงอแงมาก เมื่อเค้ารู้สึกคัดจมูก
● เวลาดูดนม เค้าต้องหยุดหายใจช่วงสั้นๆเพื่อกลืนนมตลอดเวลา
เมื่อโพรงจมูกบวม เด็กเล็กจะไม่สามารถกลืนติดต่อกันได้นานเหมือนปกติ เค้าหงุดหงิดที่กินได้ไม่เหมือนเดิม
บางคนร้องไห้โวยวายเพราะหิวแต่ไม่รู้จะบอกแม่ยังไง
บางคนเลือกที่จะไม่กินไปเลย

● เนื่องจากโพรงจมูกบวม ดังนั้น ตอนกลางคืน ที่เค้านอน จะทำให้หลับไม่สนิท ดิ้นไปมา
เพราะต้องการหาท่าที่หายใจได้สะดวก
แน่นอน แม่ก็จะไม่ได้นอนไปด้วย 😅😅
จากเด็กเป็นหวัดแค่คนเดียว
อาจจะเป็นวาระของบ้านเลยทีเดียว

● ตอนกลางคืน ตอนนอน น้ำมูกจะไหลลงคอ ทำให้ไอตอนกลางคืน เด็กพยายามจะเค้นน้ำมูกที่ไหลลงคอ เมื่อไอมากๆ อาจจะอาเจียนได้
ดังนั้น วิธีการแก้ไข ก็ต้องช่วยลดการบวม และ
ช่วยให้น้ำมูกเคลียร์ออกจากโพรงจมูกได้ดีขึ้น
ไม่ใช่วิธีการหรูหราอะไร
❤คือการใช้น้ำเกลือ หยดจมูก หรือล้างจมูกให้ลูก
- ลองกลับไปอ่านเรื่อง #การล้างจมูกในเด็ก ดูนะคะ
- ถ้าเด็กเล็กมาก คอยังไม่แข็ง แนะนำหยดน้ำเกลือลงจมูก ข้างละ 2-3 หยด
- สรีระของโพรงจมูก เหมือนถ้ำ ทางเข้าดูเหมือนเล็ก แต่ข้างในเป็นโพรงขนาดใหญ่ ดังนั้นไม่ต้องกังวลน้ำเกลือ 2-3 หยด ไม่ได้ทำให้เด็กสำลัก
หากแม่ใช่ลูกยางแดง ดูดให้ได้ด้วย จะดีค่ะ แต่ถ้าไม่ได้ ไม่เป็นไร แค่หยดก็ดีมากแล้ว

น้ำเกลือจะไปชะล้างน้ำมูกที่ค้างในโพรง
ให้ไหลลงไป แล้วเด็กจะกลืนลงกระเพาะ
ซึ่ง เป็นกลไกการกำจัดน้ำมูกของร่างกายอยู่แล้วค่ะ ในกระเพาะมีกรดรุนแรง ฆ่าเชื้อได้ค่ะ

แต่ถ้าโตหน่อยหรือ เคยฝึกการล้างจมูก
ก็ล้างให้ได้ค่ะ

👉 #ใช้น้ำเกลือได้บ่อยแค่ไหน
ถ้าเป็นเด็กเล็ก แนะนำหยดจมูกให้ลูก
ก่อนมื้อนมทุกมื้อ ทำให้เค้ากินนมได้ดีขึ้น
ถ้าเป็นเด็กโตหน่อย เช่น 1-2 ปี
อาจจะล้างจมูห เช้า-ก่อนเข้านอน เค้าจะหลับได้ดีขึ้นค่ะ

👉 #ให้ลูกกินยาลดน้ำมูกดีมั้ย
ส่วนตัว..หมอไม่ให้ยาลดน้ำมูกในเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปีค่ะ
เหตุผลคือ ยาลดน้ำมูกคือกลุ่ม anti-histamine ไม่ได้ช่วยลดการอักเสบของโพรงจมูก
แต่มีผลทำให้น้ำมูกข้นขึ้น
ซึ่งถ้าเป็นเด็กโตหรือผู้ใหญ่
ที่สั่งน้ำมูกเป็น ไอได้ดีแล้ว
การที่น้ำมูกเหลว หยดตลอดเวลา
เป็นอาการที่น่ารำคาญ
การกินยากลุ่มนี้ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายมากขึ้น

แต่ในเด็กเล็ก การที่น้ำมูก หรือเสมหะข้นขึ้น
มีความเสี่ยง
เพราะเค้าไม่สามารถขับน้ำมูกหรือเสมหะ
ออกไปจากบริเวณจมูกหรือหลอดลมได้
บางคนไอหนักมากขึ้นหลังกินยา
และมีรายงานว่ามีความเสี่ยงให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติม

สรุป หมอไม่ให้ค่ะ หมอแนะนำการหยดน้ำเกลือ หรือใช้น้ำเกลือล้างจมูกดีกว่า

👉 #ต้องให้ยาปฏิชีวนะหรือไม่
ไม่จำเป็นเลยค่ะ
เพราะให้ไปนอกจากไม่เกิดประโยชน์
ยังอาจจะเป็นโทษอีกด้วย
(เราน่าจะมีแคมเปญรณรงค์เรื่องการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นอย่างจริงจังมากกว่านี้เสียทีนะคะ)
ถ้าใครมีลูกเล็ก และเป็นหวัดในตอนนี้
อ่านแล้วจะได้เข้าใจลูกมากขึ้นนะคะ
อาการหวัดใช้เวลาในการหายเอง 7-10 วัน
การรักษาก็คือ ทำอย่างไรให้คนไข้รู้สึกสบายตัว
ลองทำวิธีที่หมอแนะนำ อาจจะช่วยบรรเทาอาการให้หนูน้อยได้บ้างค่ะ
หายเร็วๆนะเด็กๆ
หมอแพม
นานๆจะเขียนเรื่องงานของตัวเองสักที

ที่อยู่

108/45 Moo1. Bophut
Amphoe Ko Samui
84320

เบอร์โทรศัพท์

0825877011

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Dr.Urailak Pediatric clinicผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Dr.Urailak Pediatric clinic:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram