03/04/2026
“ภิกษุทั้งหลาย…”
เมื่อใดก็ตาม ที่บุคคลเจริญ กายคตาสติ อยู่เนือง ๆ
ฝึกให้จิตระลึกรู้กายในกาย ไม่เผลอ ไม่หลง
การปฏิบัตินั้น
ย่อมค่อย ๆ เจริญขึ้น
จากเล็กน้อย…สู่ความตั้งมั่น
จากความตั้งมั่น…สู่ความหยั่งรู้
เมื่อทำบ่อย ทำซ้ำ ทำอย่างต่อเนื่อง
ย่อมกลายเป็น “วิถีของจิต”
ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติชั่วครั้งชั่วคราว
จิตที่เคยฟุ้งซ่าน
ย่อมค่อย ๆ สงบ
จิตที่เคยหลงยึด
ย่อมค่อย ๆ ปล่อยวาง
เมื่อสติหยั่งลงในกาย
ปัญญาย่อมเกิดตามมา
เห็นกายตามความเป็นจริงว่า
ไม่เที่ยง…เป็นทุกข์…ไม่ใช่ตัวตน
เมื่อเห็นชัดดังนี้แล้ว
ความยึดมั่นถือมั่นย่อมคลายออก
ภิกษุทั้งหลาย…
ผู้ใดเจริญกายคตาสติให้มาก
ทำให้เป็นดุจยาน
ทำให้เป็นที่ตั้ง
ตั้งไว้เนือง ๆ สั่งสมไว้ดีแล้ว
ผู้นั้น…
พึงหวังอานิสงส์ ๑๐ ประการได้
คือ…
๑. ย่อมเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะ
๒. ย่อมเป็นผู้สงบระงับจากกิเลสหยาบ
๓. ย่อมอดทนต่อเวทนาได้
๔. ย่อมไม่หวั่นไหวต่ออารมณ์ภายนอก
๕. ย่อมมีจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิได้ง่าย
๖. ย่อมเห็นกายตามความเป็นจริง
๗. ย่อมคลายกำหนัดในกาย
๘. ย่อมละความยึดมั่นในรูปนาม
๙. ย่อมเจริญวิปัสสนาได้โดยง่าย
๑๐. ย่อมโน้มไปสู่นิพพานในที่สุด
ผู้ที่ “รู้กาย” อยู่เสมอ
ย่อม “รู้ใจ” ตามมา
ผู้ที่ “รู้ใจ” อย่างแท้จริง
ย่อม “พ้นทุกข์” ได้ในที่สุด
#ช่วยกดไลค์กดแชร์ #เผยแผ่ธรรมะเป็นธรรมทาน #กดติดตามเพื่อไม่พลาดธรรมะดีๆ ิดเห็นอนุโมทนาบุญด้วยกัน #ธรรมะ #ธรรมะพระพุทธเจ้า #ธรรมะกึ่งพระพุทธกาล #ธรรมะพระไตรปิฎก