17/02/2026
⭐ 𝗡𝗘𝗘𝗖 𝗥𝗲𝘃𝗶𝗲𝘄⭐
"เราจะให้การวินิจฉัย 𝘁𝘆𝗽𝗲 𝟭 𝗱𝗶𝗮𝗯𝗲𝘁𝗲𝘀 ได้อย่างไร"
งานประชุมประจำปี NEEC 2026 ได้สิ้นสุดลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เราก็มาติดตาม content วิชาการทางเพจกันต่อนะครับ
ล่าสุดเพิ่งมี Review article ใหม่เรื่อง 𝘁𝘆𝗽𝗲 𝟭 𝗱𝗶𝗮𝗯𝗲𝘁𝗲𝘀 (T1D) ตีพิมพ์ลงใน JAMA ขอสรุปประเด็นที่คิดว่าน่าสนใจและเอาไปใช้ได้จริงมาให้อ่านกันครับ
🔎 𝗘𝗽𝗶𝗱𝗲𝗺𝗶𝗼𝗹𝗼𝗴𝘆
👉 Type 1 diabetes พบบ่อยขึ้นในผู้ที่มี first-degree relative เป็น T1D (6% vs 0.4% ใน general population)
👉 แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ได้รับการวินิจฉัย T1D (85%) ไม่มี first-degree relative เป็น T1D
📌 เพราะฉะนั้นแล้ว การไม่มีประวัติครอบครัว ไม่ได้ทำให้คิดถึง T1D น้อยลงแต่อย่างใด ถ้าอาการและ clinical setting เข้าได้ก็ยังเป็นได้
🧠 𝗣𝗮𝘁𝗵𝗼𝗽𝗵𝘆𝘀𝗶𝗼𝗹𝗼𝗴𝘆
กลไกการเกิดโรค คือ insulin deficiency จาก beta cells ที่ถูกทำลายโดยกระบวนการ autoimmune ซึ่งเราจะสามารถตรวจพบ autoantibody ในกระแสเลือดได้
🔍𝗦𝘁𝗮𝗴𝗲 𝗼𝗳 𝘁𝘆𝗽𝗲 𝟭 𝗱𝗶𝗮𝗯𝗲𝘁𝗲𝘀
• Stage 1 ตรวจพบ autoantibodies แต่ระดับน้ำตาลยังปกติ
• Stage 2 เริ่มมีภาวะ dysglycemia โดยมีอย่างน้อยหนึ่งข้อ ก็คือระดับน้ำตาลเริ่มเข้าสู่เกณฑ์ pre-diabetes ได้แก่ Fasting glucose 100–125 mg/dL, 2-hour OGTT 140–199 mg/dL, HbA1c 5.7–6.4%
• Stage 3 มีระดับน้ำตาลเข้าเกณฑ์วินิจฉัยเบาหวานชัดเจน และ/หรือ มีอาการของน้ำตาลในเลือดสูง
🧬𝗗𝗶𝗮𝗴𝗻𝗼𝘀𝗶𝘀
วินิจฉัยได้จากการตรวจพบ autoantibody และ/หรือ ตรวจพบ endogenous insulin secretion ที่ลดลง
✅Autoantibody
เราสามารถส่งตรวจได้หลายตัว ได้แก่
• GAD65
• Insulin autoantibodies
• IA-2
• Zinc transporter 8
จะส่งตัวใดก็ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลของท่านว่าตรวจตัวใดได้บ้าง ซึ่งประมาณ 90–95% ของผู้ป่วย T1D จะมี autoantibody อย่างน้อย 1 ชนิดตอนวินิจฉัย แต่มองมุมกลับก็คือแปลว่า อีก 5 % อาจมี antibody negative ก็ได้
✅C-peptide
เป็นอีกแลปที่ควรส่งตรวจ เพื่อใช้ประเมิน endogenous insulin production ซึ่งใน T1D ควรจะต้องมีค่าต่ำชัดเจน
❓ ทำไมไม่ส่ง insulin level แต่ส่ง C-peptide แทน
เพราะ
• Half-life ของ C-peptide นานกว่า insulin (~30 นาที vs ~5 นาที)
• ไม่ถูกรบกวนโดย insulin antibodies
• ระดับ C-peptide level ไม่ถูกรบกวนจากยา insulin ที่เราฉีดเข้าไป (exogenous insulin)
❗อย่างไรก็ตาม
แม้ exogenous insulin ไม่รบกวน C-peptide assay โดยตรง แต่มีผลทางอ้อมได้ ถ้าระดับ glucose ในเลือดต่ำ → beta cell จะถูก suppressed → C-peptide ต่ำ ดังนั้นถ้าผู้ป่วยฉีด insulin แล้วทำให้ glucose ในเลือดต่ำ C-peptide จะต่ำจาก physiologic suppression
ดังนั้น การแปลผล C-peptide ไม่มีความจำเป็นต้องหยุดยาฉีด insulin ก่อนตรวจก็จริง แต่ต้องประเมินร่วมกับ glucose เสมอ ซึ่ง glucose ขณะที่เจาะควรจะต้อง > 144 mg/dL จึงจะแปลผลได้
[อ้างอิงจาก Jones AG, Hattersley AT. The clinical utility of C-peptide measurement in the care of patients with diabetes. Diabet Med. 2013 Jul;30(7):803-17. PMID: 23413806 ซึ่งในบทความนี้ระบุว่า Random (non-fasting) C-peptide ควรวัดในขณะที่ plasma glucose ≥ 8 mmol/L (≈144 mg/dL) เพื่อให้มั่นใจว่า beta-cell ถูกกระตุ้นและลดความเสี่ยงของ false low value]
📌การแปล C-peptide (ณ จุดที่ glucose ไม่ต่ำ)
• Undetectable C-peptide สนับสนุนการวินิจฉัย type 1 diabetes ซึ่งใน JAMA review นี้ไม่ได้ให้ตัวเลข cut point ตายตัว แต่ใน literature และ guideline ส่วนใหญ่ จะตัดที่ 𝗖-𝗽𝗲𝗽𝘁𝗶𝗱𝗲 < 𝟬.𝟲 𝗻𝗴/𝗺𝗟 หรือ < 0.2 nmol/L (ดูหน่วยดีๆ นะครับ โรงพยาบาลส่วนใหญ่ใช้หน่วย ng/mL เพราะฉะนั้นตัวเลขที่ควรจำคือ 0.6 ng/mL)
ข้อควรระวัง
• ในระยะต้นของT1D การตรวจ C-peptide อาจยังปกติ
• ภาวะอ้วนและ insulin resistance อาจทำให้ระดับ C-peptide ดูสูงขึ้น
📊 𝗚𝗹𝘂𝗰𝗼𝘀𝗲 𝗠𝗼𝗻𝗶𝘁𝗼𝗿𝗶𝗻𝗴
แต่เดิมเราใช้ fingerstick capillary glucose
• Fasting
• Pre-meal
• Bedtime
ปัจจุบันส่วนใหญ่แนะนำใช้ Continuous Glucose Monitoring (CGM)
💉 𝗧𝗿𝗲𝗮𝘁𝗺𝗲𝗻𝘁
ผู้ป่วยทุกคน เน้นว่า ทุกคน! ที่เข้าสู่ระยะ symptomatic (stage 3 T1D) ควรได้รับ insulin โดยเลือกระหว่าง
1️⃣ Multiple Daily Injections (MDI) → Basal–bolus regimen
2️⃣ Continuous Subcutaneous Insulin Infusion (Insulin Pump) เป็นอุปกรณ์ซึ่งสามารถให้ rapid/ultrarapid insulin ตลอดเวลา โดยเราสามารถตั้ง basal rate + bolus ได้ นอกจากนี้ยังมี Automated insulin delivery system (AID) ซึ่งสามารถเชื่อม CGM + pump เพื่อวิเคราะห์ค่าน้ำตาลในปัจจุบัน แนวโน้ม และ insulin ที่ให้ไป และสามารถปรับขนาด insulin ได้โดยอัตโนมัติ
📌 ในคนไข้ที่ยังไม่มีอาการหรือน้ำตาลยังไม่สูงชัดเจน (stage 2) นั้น ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าควรเริ่ม insulin เมื่อไร แต่มีการพูดถึงการใช้ Teplizumab (Anti-CD3 monoclonal antibody) ซึ่งได้รับ FDA approval ในปี 2022 สำหรับผู้ป่วย stage 2 type 1 diabetes เพื่อ delay progression to clinical disease (บ้านเรายังไม่มี)
💊 Adjunctive Medications (ไม่ได้รับการ approved โดยตรงสำหรับ T1D) แต่พิจารณาให้ได้ในบางกรณี
📌Metformin
• ช่วยลด hepatic insulin resistance
• ลดน้ำหนักเล็กน้อย แต่อาจมี GI side effects
📌GLP-1 receptor agonists
• ช่วยลดน้ำหนักในคนที่มีน้ำหนักเกินร่วมด้วย
• ผลข้างเคียง คือ GI side effects
📌SGLT2 inhibitors
• ช่วยลด glucose แบบ insulin-independent
⚠ เพิ่มความเสี่ยง DKA หาก insulin ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ต้องระวัง UTI, ge***al infection, dehydration
นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีการพูดถึง Pancreas or Islet Cell Transplant ด้วย แต่คงไม่ใช่การรักษาที่คนไข้ส่วนใหญ่จะเข้าถึงได้
➡️𝐀𝐝𝐦𝐢𝐧 𝐍𝐄𝐄𝐂
กดไลค์ กดแชร์ กดติดตามเพจไว้ ติดตามความรู้ endocrine จาก NEEC ต่อมไร้ท่ออีสานกันนะ