ดีพอตดีต่อปอด เสริมภูมิคุ้มกันต้านไวรัส D-Pot

ดีพอตดีต่อปอด เสริมภูมิคุ้มกันต้านไวรัส D-Pot DPOT ดีพอต อาหารเสริมฟื้นฟูปอด ล้างสารพิษในปอด ลดการไอเรื้อรัง ภูมิแพ้ วัณโรค หอบหืด

ดีพอต ผลิตภัณฑ์ ดูแลระบบทางเดินหายใจและปอด #เสริมภูมิคุ้มกัน #ต้านไวรัสและแบคทีเรีย #หายใจโล่ง #หายใจสุด #ขับเสมหะ นวัตกรรม
สารสกัดจากธรรมชาติ นำเข้าจากต่างประเทศ ผลิตมาตรฐาน ระดับ GMP เน้นฟื้นฟูระดับเซลล์ ปลอดภัยจากสารเคมีด้วยส่วนผสม ของสารสกัดที่ ออกฤทธิ์เป็นยา ฟื้นฟูและรักษาได้ตรงจุด

ผลิตภัณฑ์ ดีพอต ตัวนี้จะมีความแตกต่าง มาก ในด้านของความเข้มข้น ของสารสกัด เป็นงานวิจัย แนะนำเข้าสารสกัดจากต่างป

ระเทศ และผลการฟื้นฟูรักษา อาการ ที่เป็นโดยตรง จะไม่เหมือนและมีอยู่ทั่วไป เหมาะสำหรับ คนที่มีปัญหาเรื่องการหายใจ คนที่มีอาการ #ไอ หรือ #ไอเรื้อรัง คนที่เป็น #หอบ #เหนื่อยง่าย บุคคลที่ทำงานหรือที่พักอาศัยใกล้สถานที่ที่มีมลพิษหรือโรงงานอุตสาหกรรม คนที่สูบบุหรี่ หรืออยู่ใกล้กลุ่มเสี่ยง

หากผู้ป่วยรู้ตัวว่าตนเองเป็นวัณโรค ไปพบแพทย์รักษากินยาต่อเนื่องนาน 6 เดือนจะหายขาดได้ ทุกวันนี้มียารักษาวัณโรคที่มีประสิ...
01/06/2021

หากผู้ป่วยรู้ตัวว่าตนเองเป็นวัณโรค ไปพบแพทย์รักษากินยาต่อเนื่องนาน 6 เดือนจะหายขาดได้ ทุกวันนี้มียารักษาวัณโรคที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ถ้าไม่รู้ตัว ไม่มีวินัยและไม่กินยาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งทำให้เกิดการดื้อยา ส่งผลให้ต้องใช้เวลารักษานาน 2–10 ปี

เพราะวัณโรคคือโรคที่สังคมรังเกียจ มีการติดเชื้อกันง่าย เช่น คนปกติอยู่ใกล้กับผู้ป่วยก็แพร่เชื้อไปสู่กันได้ มีการติดต่อกันทางการหายใจและเชื้อจะแพร่เข้าปอด แบบละอองเสมหะขนาดเล็กมากเท่ากับ PM 2.5 ความน่ากลัวอยู่ตรงที่ผู้ป่วยไม่ยอมเปิดเผยตัวตนว่า “ป่วย” เพราะมีผลต่องานประจำ เช่น ต้องถูกให้ออกจากงาน เพื่อนรังเกียจ ประกอบกับสังคมคิดว่าโรคนี้ได้หายจากประเทศไทยแล้ว ทำให้ไม่สนใจกัน

ประเด็นหลังนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกัน...มีคนไทยติดเชื้อวัณโรค ไม่แสดงอาการ และไม่แพร่เชื้ออยู่ในสังคม 1 ใน 3 ของประชากรไทย หรือ 20 ล้านคน...ยังไม่มีการแพร่เชื้อ ยกเว้นร่างกายอ่อนแอ จะเกิดการฟักตัว กลายเป็นผู้ป่วยวัณโรคในเวลาต่อมา และใช้เวลาสะสมเชื้อค่อยๆกัดกินเนื้อ หรือปอดไปเรื่อยนานกว่า 2-10 ปี...

ถึงจะแสดงอาการ จนทำให้ผู้ป่วยละเลยลืมดูแลสุขภาพ

แพทย์ชี้อาการ “โรคหืด” คล้ายโควิด-19 แต่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง เตือนบางรายมีอาการโรคหืดโดยไม่รู้ตัว คนไข้โรคหืดต้องใช้ยาต่อเน...
31/05/2021

แพทย์ชี้อาการ “โรคหืด” คล้ายโควิด-19 แต่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง เตือนบางรายมีอาการโรคหืดโดยไม่รู้ตัว คนไข้โรคหืดต้องใช้ยาต่อเนื่อง เลี่ยงมารพ.ในภาวะโควิด-19 พร้อมเผยสถิติโรคหืดคร่าชีวิตคนไทยยังพุ่งปีละเกือบ 7 พันคน
ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกล่าสุดในปี 2017 พบคนไทยเสียชีวิตจากโรคหืดถึง 6,808 ราย โดยคิดเป็น 7.76 รายต่อประชากร 1 แสนคน หรือ 1.3% ของคนที่เสียชีวิตทั้งหมด เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลการเสียชีวิตจากโรคนี้ในระดับโลกแล้วพบว่า ประเทศไทยจัดเป็นอันดับที่ 76 ของโลก โดยเป็นอันดับที่ 5 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลการเสียชีวิตของคนไทยจากโรคอื่นๆ พบว่าโรคหืดเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในคนไทยเป็นอันดับที่ 19 โดยอันดับที่ 1-3 คือ หลอดเลือดหัวใจ ไข้หวัดใหญ่/ปอดบวม และโรคหลอดเลือดสมอง ตามลำดับ

อาการโรคหอบหืด
สมาคมสภาองค์กรโรคหืดฯ มีคำแนะนำวิธีสังเกตตัวเองว่าเป็นโรคหืดหรือไม่ ด้วยคำถามง่ายๆ ดังนี้

ท่านเคยมีอาการเหนื่อย หายใจเสียงดังหวีด แน่นหน้าอก ไอเป็นๆ หายๆ ในช่วงเช้า/กลางคืน หรือเมื่อมีสิ่งกระตุ้น เช่น ฝุ่นควัน อากาศเย็น ขนแมวหรือขนสุนัข การออกกำลังกาย หรือไม่?

ท่านเคยนอนไม่หลับหรือต้องตื่นขึ้นมาเนื่องจากไอ, หายใจติดขัด, แน่นหน้าอก ที่ไม่ได้เกิดจากไข้หวัดหรือไม่?

ท่านเคยมีอาการหอบหืดหรือไม่? (หายใจหอบ, หายใจเสียงดังวี๊ดๆ, หายใจไม่ทัน, หายใจไม่เต็มอิ่ม, ไอเป็นชุดๆ)

ท่านเคยใช้ยาเพื่อระงับอาการหอบหืดหรือไม่?

หายใจหอบเหนื่อย แบบไหน โควิด-19 แบบไหน โรคหืด
ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยอาการของคนไข้โรคหืดอาการคล้ายกับโควิด-19 แต่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง

อาการหอบของผู้ป่วยโรคหืด มักหายใจเสียงดังหวีด แน่นหน้าอก ไอเป็นๆ หายๆ ในช่วงเช้า/กลางคืน หรือเมื่อมีสิ่งกระตุ้น และอาจมีอาการหอบเหนื่อย หายใจติดขัด แน่นหน้าอกทั้งๆ ที่ไม่ได้มีไข้ ในขณะที่ผู้ป่วยโควิด-19 มักมีไข้ร่วมด้วย

ในกรณีคนไข้โรคหืดมักมีอาการไออย่างเดียว มีน้ำมูกบ้างแต่ไม่มีไข้ ขณะที่โรคโควิด-19 มีไข้ถึง 60% เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว และอาการบ่งชี้ที่สำคัญ คือไม่ได้กลิ่นและไม่สัมผัสรส ตรวจสอบได้โดยให้คนไข้พ่นยาฉุกเฉิน ซึ่งจะต้องหายจากอาการที่เกิดจากโรคหืด หากไม่หายและมีอาการข้างต้น มีข้อแนะนำให้ตรวจหาเชื้อโควิด-19

โรคหืด คร่าชีวิตคนไทยจำนวนมาก
นายกสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย ศ.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล กล่าวว่า อัตราการเสียชีวิตในไทยปีละ 7,000 คน ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก เพราะว่าโรคนี้สามารถรักษาได้ หายได้ ถ้ารักษาเร็ว มีโอกาสหายได้สูง จากเดิมผู้ป่วยมักจะเข้าใจว่าเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หาย ทำให้ขาดการใช้ยาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการรักษาอาการ คนไข้จะต้องมียาต้องติดตัว 2 ประเภทคือยาควบคุม ถ้าใช้ในระยะยาวสามารถรักษาอาการของโรคให้หายได้ และยาฉุกเฉินที่เป็นยาขยายหลอดลมตลอดถึงแม้จะไม่มีอาการ เพราะอาจเกิดอาการหอบกำเริบเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งคนไข้ที่เสียชีวิตเพราะไม่ได้พกยาฉุกเฉิน ทำให้เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ หรืออีกกรณีคือยาหมดอายุ (ทั่วไปมีอายุเฉลี่ย 2 ปี) เป็นหนึ่งในต้นเหตุของการเสียชีวิตจากโรคนี้

อีกความเสี่ยงของการเสียชีวิตคือปัจจัยด้านอายุ โดยทั่วไปอัตราการเสียชีวิตในผู้ใหญ่จะมากกว่าเด็กประมาณ 5 เท่า ขณะที่ยิ่งรักษาไวยิ่งหายได้ไวโดยเฉพาะในเด็ก มีโอกาสหายเกิน 50% แต่กลุ่มเสี่ยงที่สำคัญคือคนไข้ที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป เพราะการพ่นยาทำได้ยากกว่า อาการรุนแรงกว่าและหลายคนชินกับอาการหอบโดยที่ไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคหืด

วิธีลดอาการโรคหืด
และจากการศึกษาหาแนวทางที่เหมาะสม นอกจากหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการหอบได้ง่าย เช่น บุหรี่ ไรฝุ่น ฝุ่นละออง มลพิษ ความเครียด ปัจจุบันได้ประยุกต์ใช้ทฤษฎี 4Es ที่คิดค้นขึ้นมา โดยให้คนไข้หันมาใส่ใจดูแลตนเอง ได้แก่

ต้องออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ (Exercise)

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ (Eating)

สิ่งแวดล้อม (Environment) คนไข้โรคหืดจะต้องหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการ

อารมณ์ความรู้สึก (Emotion) ในภาวะที่คนไข้เครียด ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน จะทำให้โรคกำเริบขึ้นมาได้

ปัจจุบันทางสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย ได้ออกข้อแนะนำการปฏิบัติ 5 ประการในสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 อ้างอิงตามองค์การหืดโลก ดังนี้

ห้ามหยุดยา-ลดยา และต้องพ่นยาอย่างสม่ำเสมอ เพราะเสียงหอบกำเริบ (ลดการมาโรงพยาบาลให้น้อยที่สุด)

หลีกเลี่ยงยาพ่นประเภทฝอยละออง หรือ Nebulization เนื่องจากมีโอกาสที่ผู้ป่วยโรคหืดที่ติดเชื้อโควิด-19 จะแพร่กระจายเชื้อได้ และแนะนำให้ใช้ยาพ่น MDI with spacers (อุปกรณ์พ่น)

คนไข้ต้องเข้าใจและมีแผนปฎิบัติการดูแลในยามฉุกเฉิน (Asthma Action Plan) เพื่อรู้วิธีการปฏิบัติตัวและสังเกตอาการ โดยปกติสูตรการพ่นยาฉุกเฉิน ทุก 15 นาที x 3 ครั้ง ถ้าดีขึ้นพ่นห่าง 6 - 8 ชั่วโมงจนดีขึ้นไป 2-3 วัน ซึ่งคนไข้หลายคนจำผิด หรือจำไม่ได้ว่าจะต้องดูแลตัวเองอย่างไร ต้องมีการใช้ Asthma Action Plan (ใน Application : Asthma Care) ดูแลและสังเกตอาการที่บ้าน ลดความเสี่ยงมาโรงพยาบาล คนไข้โรคหืดมาแพทย์ก็ต่อเมื่อมีอาการหอบทุกๆวัน ซึ่งหมายถึงการรักษาตัวเองไม่ดีนั่นเอง

หลีกเลี่ยงการทำหัตถการเป่าปอด ลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อ ถึงแม้ว่าจะพบคนไข้โรคเกิดที่ติดเชื้อโควิด-19 ไม่ได้มีจำนวนมากก็ตาม

การดูแลคนไข้ผ่าน Telemedicine โรคหืดสามารถที่จะตรวจดูอาการและรักษาผ่านทางไกลได้ โดยส่งยาไปที่บ้านหรือรับยาที่ร้านขายยาใกล้บ้าน

ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา ไทยเราพัฒนาแนวทางรักษาโรคหอบหืดที่ไม่ได้ใช้ยาพ่น เช่นยาฉีด ยาอมใต้ลิ้น การผ่าตัด ฯลฯ จากที่สมัยก่อนการปรับยาขึ้นอยู่กับแพทย์ แต่ปัจจุบันขึ้นกับอาการผู้ป่วยเป็นสำคัญ โดยผู้ป่วยมีส่วนร่มในการรักษา ดังนั้นการดูแลตัวเอง (Self Care) จึงเป็นสิ่งสำคัญ ถ้ามีอาการรุนแรงต้องรีบปรึกษาแพทย์ และต้องใช้ยาควบคุมอาการที่แพทย์จ่าย ต้องใช้ต่อเนื่อง เช่นเดียวกับยาพ่นฉุกเฉินที่ใช้ขยายหลอดลมหรือที่เรียกกันว่า "ยาสูด" ใช้เมื่อมีอาการหอบกำเริบเท่านั้น และทุกคนต้องมีติดตัว

ใครที่คิดมาตลอดว่า “การนอนกรน” เป็นเรื่องน่าขำและน่าอาย ขอบอกเลยว่า จริงๆ แล้วการนอนกรนไม่ใช่เรื่องตลกอย่างที่คิด แต่กลั...
30/05/2021

ใครที่คิดมาตลอดว่า “การนอนกรน” เป็นเรื่องน่าขำและน่าอาย ขอบอกเลยว่า จริงๆ แล้วการนอนกรนไม่ใช่เรื่องตลกอย่างที่คิด แต่กลับเป็นภาวะอาการที่เกิดจากความผิดปกติของร่างกาย

หรือจะเรียกว่า… เป็นสัญญาณเตือนถึงโรคร้ายก็ได้นะ!

💔โรคหัวใจ
เพราะการนอนกรนนั้นเกิดจากทางเดินหายใจตีบแคบลง ทำให้ออกซิเจนไม่เพียงพอ..แต่ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์กลับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดคราบพลัคภายในหลอดเลือด ซึ่งจากผลการวิจัยมหาวิทยาลัยในประเทศฮังการีพบว่า…ผู้ที่มีอาการนอนกรน เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจสูงถึง 34% เลยทีเดียว

🧠โรคสมองเสื่อม
การที่เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ไม่เพียงพอ คุณภาพการนอนหลับจึงไม่ได้ประสิทธิภาพที่ดี หลังตื่นนอนจึงมักรู้สึกเหมือนนอนไม่เต็มอิ่ม สมองตื้อ ขี้หลงขี้ลืม และหากสะสมภาวะการนอนกรนนี้ไปนานๆ จะส่งผลให้สมองเสื่อมเร็วขึ้น เสี่ยงต่อการเกิด “โรคอัลไซเมอร์” ในอนาคต

🦠โรคมะเร็ง
การนอนกรนกับโรคมะเร็ง..อาจอยู่เหนือการคาดเดาของใครหลายคน แต่จริงๆ แล้วสองสิ่งนี้มีความเชื่อมโยงกัน เพราะจากการที่ร่างกายขาดออกซิเจนนี่แหละ ทำให้มีการกระตุ้นเนื้องอกให้เจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และเสี่ยงต่อการเกิดเลือดคั่งบริเวณเนื้องอก…ซึ่งหากมีการคั่งของเลือดปริมาณมาก ๆ เซลล์ดังกล่าวก็จะกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด

🛌อัมพฤกษ์ อัมพาต
อย่างที่บอกไปแล้วว่า..การนอนกรนมีผลทำให้เกิด “คราบพลัค” สะสมภายในหลอดเลือด ซึ่งไม่เพียงหลอดเลือดหัวใจ แต่ยังเสี่ยงต่อการอุดตันของหลอดเลือดสมองด้วยเหมือนกัน ซึ่งโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดสมองนี้นี่ล่ะ… ที่ส่งผลให้ผู้ที่มีอาการนอนกรนเสี่ยงต่อภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต ได้

หากคุณหรือคนในครอบครัวมีอาการนอนกรนเสียงดัง อย่าชะล่าใจว่าเกิดจากร่างกายเหนื่อยล้าควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย ค้นหาสาเหตุการนอนกรนที่แท้จริง ก่อนที่โรคร้ายจะกัดกินสุขภาพจนยากต่อการรักษา!!

ด้วยความปรารถนาดีจาก ดีพอตดีต่อปอด เสริมภูมิคุ้มกันต้านไวรัส D-Pot

29/05/2021

กระเทียมเป็นพืชสวนครัวที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน มีสรรพคุณทางยาต่างๆมากมาย สามารถรักษาและป้องกันโรคต่างๆได้หลายโรคเลยทีเดียว
ในคลิปนี้ แอน...ยกตัวอย่างสรรพคุณของกระเทียมเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น หากท่านชอบสาระดี อย่าลืมกดไลค์โพสต์ กดแชร์ ได้เลยนะคะ
หากท่านต้องการปรึกษาปัญหาเรื่องปอดและเรื่องระบบหายใจ
สามารถคลิ๊กลิ้งค์เพื่อปรึกษาด้านล่างได้เลยค่ะ
https://lin.ee/XFxBhUU
https://lin.ee/XFxBhUU
https://lin.ee/XFxBhUU
https://lin.ee/XFxBhUU
https://lin.ee/XFxBhUU

27/05/2021

งานวิจัยเผยว่า แอปเปิ้ลอุดมไปด้วยวิตามินซี อี เบตาแคโรทีนและสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงปอดให้แข็งแรง นอกจากนั้นยังมีสารต้านเซลล์มะเร็งหลายชนิด รวมไปถึงมะเร็งปอดอีกด้วย

#แอปเปิ้ล #สารสกัดจากแอปเปิ้ล

#ดีพอต #ดีพอตdpotหายใจได้เต็มปอด #ดีพอตดีกับปอด #ดีพอตดีต่อปอด #ปอดอักเสบ #หายใจไม่เต็มปอด #ไอ #จาม #ไอจามเรื้อรัง #ไอแห้ง #ไอมีเลือด #ไอเรื้อรัง #ภูมิแพ้ #ไซนัส #วัณโรค #หอบหืด #มะเร็งปอด #ดูแลปอด #บำรุงปอด #ฟื้นฟูปอด #ระบบทางเดินหายใจ #ต้านไวรัส #สารสกัดในดีพอต

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือ COPD มีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขี้นจากปัจจุบันอันดับ 6 เป็นอันดับ 3 ของโลกในปี ค.ศ. 2020สาเหตุข...
09/05/2021

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือ COPD มีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขี้นจากปัจจุบันอันดับ 6 เป็นอันดับ 3 ของโลกในปี ค.ศ. 2020

สาเหตุของโรคได้แก่ การสูบบุหรี่, มลพิษทางอากาศ ฝุ่นควัน และ พันธุกรรมที่มีความบกพร่องของสารภูมิต้านทานของปอด

หากท่านมีอาการเหล่านี้ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าท่านกำลังอาจเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
- ไอเรื้อรัง
- มีเสมหะมาก ช่วงเช้าหลังตื่นนอน
- เหนื่อยหอบง่าย ไม่มีแรง
- หายใจลำบาก แน่นหน้าอก
- หายใจมีเสียงหวีด
- เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด
- ปากและเล็บเปลี่ยนเป็นสีม่วง

อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่าปอดและระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
หากปล่อยไว้เรื้อรัง มีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนและเสียชีวิตได้

ขอแนะนำตัวช่วยดูแลปอดและระบบทางเดินหายใจของคุณ
ดีพอต D-POT อาหารเสริมสกัดจากธรรมชาติ 100%
ที่เข้าไปบำรุงและฟื้นฟูปอดอย่างตรงจุด
ปลอดภัย มีอ.ย. รับรอง ไม่มีผลข้างเคียงใด
สามารถรับประทานควบคู่กับยารักษาได้

〓ดูแลปอด...กับนวัตกรรมใหม่ที่คุณไม่เคยสัมผัส〓

เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารเข้าไปซ่อมแซมและฟื้นบำรุง
ช่วยล้างสารพิษในปอดของคุณ ให้คุณหายใจได้เต็มปอด

สายด่วนปรึกษาและสั่งซื้อ
โทร. 064-362-2641 คุณแอน

#โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง #ปอดอุดกั้นเรื้อรัง #ไอเรื้อรัง #เหนื่อยหอบ #แน่นหน้าอก #เจ็บหน้าอก #ไอมีเลือด #ไอเป็นเลือด #หายใจเสียงหวีด #ดูแลปอด #ฟื้นฟูปอด #บำรุงปอด

ภูมิแพ้โรคฮิตของคนไทย🤦ภูมิแพ้ เป็นภาวะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ผู้ที่มีบิดา มารดา หรือญาติเป็น จะมีโอกาสเป็นภูมิแพ้มากกว่า...
06/05/2021

ภูมิแพ้โรคฮิตของคนไทย🤦

ภูมิแพ้ เป็นภาวะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ผู้ที่มีบิดา มารดา หรือญาติเป็น จะมีโอกาสเป็นภูมิแพ้มากกว่าผู้อื่น ซึ่งธรรมชาติของภูมิแพ้คือ คนส่วนมากจะมีอาการเป็นๆ หายๆ ตั้งแต่เด็กๆ มีบางช่วงที่อาการดีขึ้น และบางช่วงอาการแย่ลง เด็กบางคนเมื่อโตขึ้นอาจไม่มีอาการของภาวะภูมิแพ้อีก เด็กส่วนมากอาจกลับมามีอาการอีกเมื่อโตขึ้นเป็นวัยรุ่นหรืออายุประมาณสามสิบกว่าขึ้นไป

อาการของผู้โรคภูมิแพ้จะเกิดตามอวัยวะที่มีการอักเสบจากการกระตุ้นของสารก่อภูมิแพ้ ได้แก่

-ผื่นคัน
-ลมพิษ
-น้ำมูก
-จาม
-คันจมูก
-คัดจมูก
-คันตา
-เคืองตา
-แสบตา
-น้ำตาไหลบ่อย
-ไอ

ประเภทสารก่อภูมิแพ้ 2 ประเภท

1) สารก่อภูมิแพ้ในสิ่งแวดล้อมและอากาศ เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ ละอองเกสร แมลงสาบ เชื้อรา ฯลฯ

2) สารก่อภูมิแพ้ประเภทอาหาร เช่น นม ไข่ ถั่ว แป้งสาลี อาหารทะเล ฯลฯ

ด้วยความปรารถนาดีจาก ดี พอต
#ไอ #หอบ #หายใจมีเสียงหวีด #ไอแห้งๆ #มีเสมหะสีขาวใส #ภูมิแพ้ #หวัด #คันจมูก #จาม #เหนื่อยง่าย
#ดีพอต

ปรึกษาโทร 064-362- 2641 คุณแอน
หรือ ติดต่อทาง Line@ กดลิ้งค์ด้านล่าง👇🏻
https://lin.ee/XFxBhUU

หมดปัญหา ไอจาม เรื้อรัง หายใจโล่งอย่าปล่อยใจอาการไอจาม ทำให้คุณเสียบุคคลิกภาพ #หายใจโล่งขึ้น  สดชื่น ขับเสมะ ภูมิคุ้มกัน...
05/05/2021

หมดปัญหา ไอจาม เรื้อรัง หายใจโล่ง

อย่าปล่อยใจอาการไอจาม ทำให้คุณเสียบุคคลิกภาพ

#หายใจโล่งขึ้น สดชื่น ขับเสมะ ภูมิคุ้มกันแข็งแรง #ดีพอตdpotหายใจได้เต็มปอด ล้างสารพิษในปอด
หายใจได้เต็มปอด

เหนื่อยหอบ ไอ จาม เรื้อรัง เสี่ยงมะเร็งปอดดีพอตบำรุงปอดอย่างตรงจุดด้วยนวัตกรรมสารสกัดจากธรรมชาติ นำเข้าจากต่างประเทศ ผลิ...
03/05/2021

เหนื่อยหอบ ไอ จาม เรื้อรัง เสี่ยงมะเร็งปอด

ดีพอตบำรุงปอดอย่างตรงจุด

ด้วยนวัตกรรม
สารสกัดจากธรรมชาติ นำเข้าจากต่างประเทศ ผลิตมาตรฐาน ระดับ GMP เน้นฟื้นฟูระดับเซลล์ ปลอดภัยจากสารเคมี เหมาะสำหรับ คนที่มีปัญหาเรื่องการหายใจ คนที่มีอาการไอจามเรื้อรัง

ปรึกษาหรือสั่งซื้อสินค้า โทร.064-3622641

หากคุณกำลัง....✅เหนื่อยง่าย หายใจไม่เต็มปอด✅ ไอจามเรื้อรัง✅ มีปัญหาเรื่องการหายใจ✅ หอบ เหนื่อยง่าย✅ อยู่อาศัยใกล้แหล่งมล...
01/05/2021

หากคุณกำลัง....

✅เหนื่อยง่าย หายใจไม่เต็มปอด
✅ ไอจามเรื้อรัง
✅ มีปัญหาเรื่องการหายใจ
✅ หอบ เหนื่อยง่าย
✅ อยู่อาศัยใกล้แหล่งมลพิษ
✅ สูบบุหรี่ หรือ รับควันบุหรี่มือสอง

ทานดีพอตดีต่อปอด

#ดีพอต อาหารเสริมบำรุงปอดและระบบทางเดินหายใจ
✅ ดีพอต 1 กล่อง มี 30 เม็ด ราคา 1,765 บาท
✅ โปรโมชั่นพิเศษ!!! ส่งสินค้าฟรี เก็บเงินปลายทาง
✅ เลขที่ อย. 10-1-15456-5-0026
✅ สินค้าของแท้ 100%
❤ สั่งซื้อหรือติดต่อสอบถามโปรโมชั่นเพิ่มเติม
📲 064-362-2641 คุณแอน
หรือ ติดต่อทาง Line@ กดลิ้งค์ด้านล่าง👇🏻
https://lin.ee/XFxBhUU

#ดีพอต #ดีพอตdpotหายใจได้เต็มปอด #ดีพอตดีกับปอด #ดีพอตดีต่อปอด #ปอดอักเสบ #หายใจไม่เต็มปอด #ไอ #จาม #ไอจามเรื้อรัง #ไอแห้ง #ไอมีเลือด #ไอเรื้อรัง #ภูมิแพ้ #ไซนัส #วัณโรค #หอบหืด #มะเร็งปอด #ดูแลปอด #บำรุงปอด #ฟื้นฟูปอด #ระบบทางเดินหายใจ #ต้านไวรัส #เหนื่อยง่าย #ปอดพัง #ปอดมีจุด #คันคอ #แสบคอ

ที่อยู่

242 ถนนสุวินทวงศ์
Bangkok
10510

เบอร์โทรศัพท์

+66643622641

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดีพอตดีต่อปอด เสริมภูมิคุ้มกันต้านไวรัส D-Potผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง ดีพอตดีต่อปอด เสริมภูมิคุ้มกันต้านไวรัส D-Pot:

แชร์