28/01/2026
ขอบคุณ 🙏🏻อ.ป๊อบมากนะคะ ที่สั่งสอนมาอย่างดีค่ะ นี่แหละที่ออยล์พยายามบอกในสิ่งที่ถูกต้องมาเสมอค่ะ
💣ความล้มเหลวของทฤษฎีแคลอรี: ทำไมการ "กินน้อยลง ออกกำลังกายมากขึ้น" ถึงใช้ไม่ได้ผล
👉ไขมันร่างกายที่เพิ่มขึ้น = แคลอรีที่กินเข้าไป (In) — แคลอรีที่ใช้ออกไป (Out)
สมการนี้เป็นความจริงเสมอ แต่ปัญหาคือคนส่วนใหญ่ตีความว่า "งั้นก็แค่จำกัดการกิน (Calories In)" หรือ "ออกกำลังกายให้มากขึ้น (Calories Out)" นี่คือแนวทางมาตรฐานที่หมอหรือผู้เชี่ยวชาญด้านโรคอ้วนชอบพูดกัน แต่...
🔢สมการสมดุลพลังงานไม่ได้สนับสนุนการ "กินน้อย-ขยับมาก"
ลองใส่ตัวเลขดู: สมมติว่าน้ำหนักคงที่ กิน 2,000 แคลอรี และใช้ 2,000 แคลอรีต่อวัน
1. Calories Out ไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย: มันประกอบด้วย 2 ส่วนคือ อัตราการเผาผลาญพื้นฐาน (BMR) และการออกกำลังกาย ซึ่ง BMR คือพลังงานที่ใช้ไปกับ หัวใจ ปอด ไต และการสร้างความร้อนในร่างกาย BMR ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของจิตใจ คุณสั่งให้หัวใจสูบฉีดแรงขึ้นหรือสั่งให้ไตทำงานหนักขึ้นไม่ได้
2. การออกกำลังกายเป็นส่วนที่น้อยมาก: การเดินหรือวิ่ง 1 ชั่วโมงเผาผลาญได้แค่ 100-200 แคลอรีเท่านั้น เมื่อเทียบกับ 2,000 แคลอรีที่กินเข้าไป การออกกำลังกายจึงมีผลน้อยมาก เว้นแต่คุณจะออกกำลังกายวันละหลายชั่วโมง
⬇️เมื่อคุณกินน้อยลง ร่างกายจะ "ลดการใช้" ตามทันที
คนส่วนใหญ่คิดว่าถ้ากินลดลงวันละ 500 แคลอรี จะทำให้น้ำหนักลดได้ 1 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่ความจริงที่เรารู้มานานกว่า 100 ปีคือ "BMR ไม่คงที่" แต่มันสามารถเพิ่มหรือลดได้ถึง 30-40%
งานวิจัยตั้งแต่ปี 1917 และการศึกษา "การอดอยากที่มินนิโซตา" (Minnesota Starvation Study) ของ Dr. Ancel Keys พบว่า เมื่อลดการกินลง 40% ร่างกายจะตอบสนองด้วยการ "ลด BMR ลง 40% ทันที" ร่างกายของคุณฉลาดและไม่อยากตาย! เมื่อมันได้รับพลังงานแค่ 1,500 มันก็ปรับการใช้เหลือแค่ 1,500
ผลลัพธ์: น้ำหนักหยุดนิ่ง (Plateau) คุณจะรู้สึกหนาว (เพราะร่างกายลดการสร้างความร้อน) และอ่อนเพลีย (เพราะไม่มีพลังงานใช้)
🧬อินซูลินคือกุญแจ (Insulin is the Key)
สาเหตุที่ร่างกายไม่ดึงไขมันสะสมมาใช้ชดเชยพลังงานที่ขาดไป เป็นเพราะ ฮอร์โมนอินซูลิน
* อินซูลินสูง = ล็อกไขมัน: หากคุณลดแคลอรีแต่ยังกินอาหารขยะ แป้งขัดขาว และกินจุกจิกตลอดเวลา อินซูลินจะยังคงสูงอยู่ "อินซูลินคือตัวยับยั้งการเผาผลาญไขมัน (Inhibits Lipolysis)" ร่างกายจึงเข้าถึงไขมันสะสมไม่ได้ เมื่อกินเข้ามา 1,500 และเอาไขมันออกมาใช้ไม่ได้ ร่างกายก็ต้องใช้แค่ 1,500
ในทางกลับกัน: การลดอินซูลิน (Low Carb, Intermittent Fasting) คือการบอกร่างกายว่า "ไม่มีอาหารเข้า" เมื่ออินซูลินต่ำลง ประตูคลังไขมันจะเปิดออก ร่างกายจะเปลี่ยนจากเผาอาหารไปเผา "อาหารสำรอง" (ไขมันร่างกาย) แทน คุณจึงยังใช้พลังงานได้ 2,000 แคลอรีเท่าเดิม (เผาผลาญดี ไม่เพลีย) เพียงแต่พลังงานนั้นมาจากไขมันในตัวคุณเอง
แคลอรีคือแคลอรี... แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกแคลอรีทำให้อ้วนเท่ากัน
* ร่างกายมนุษย์ไม่มีเครื่องวัดแคลอรี แต่ร่างกายมีตัวรับฮอร์โมน
* คำถามไม่ใช่ "แคลอรีคือแคลอรีหรือไม่" แต่คำถามคือ "ทุกแคลอรีกระตุ้นอินซูลินและทำให้อ้วนเท่ากันหรือไม่?" ซึ่งคำตอบคือ "ไม่"