Mobile Stroke Unit Phyathai 1 Hospital

  • Home
  • Mobile Stroke Unit Phyathai 1 Hospital

Mobile Stroke Unit Phyathai 1 Hospital "เวลา" กับ"สมอง"ของคนที่คุณรัก
เราช่ว?

รางวัลที่เราชาวพญาไท 1 ภาคภูมิใจค่ะComprehensive stroke center  #โรงพยาบาลแห่งแรกในโลกนอกเขตอเมริกาเหนือ ที่ได้รับรองมาต...
21/09/2016

รางวัลที่เราชาวพญาไท 1 ภาคภูมิใจค่ะ
Comprehensive stroke center #โรงพยาบาลแห่งแรกในโลกนอกเขตอเมริกาเหนือ ที่ได้รับรองมาตรฐานนี้ :)

https://www.facebook.com/Phyathai1HospitalStrokeCenter/posts/783355821767250
15/09/2016

https://www.facebook.com/Phyathai1HospitalStrokeCenter/posts/783355821767250

รพ.พญาไท 1 คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 The Information Awards จากโครงการสร้างสรรค์เครื่องสแกนสมองและรักษา Stroke ที่หน้าบ้านด้วย Mobile Stroke Unit เพื่อรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาเส้นเลือดในสมองแตก ตีบ ตัน หรือฉีกขาด

03/12/2015

ขออนุญาตโพสต์ข้อความข้างล่างนี้ อาจจะเป็นประโยชน์ต่อท่านและครอบครัวครับ

“คนในกรุงเทพฯ ทุกครึ่งชั่วโมงจะมีคนเป็นโรคหลอดเลือดสมอง 1 คน หนึ่งวันมีเกือบ 100 คน เฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑล 4 นาที จะเป็นโรคนี้ 1 คน”

นพ.สุรัตน์ บุญญะการกุล ผู้อำนวยการศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลพญาไท 1 บอก

การรักษาโรคหลอดเลือดสมองต้องทำอย่างรีบด่วน กรณีคนไข้มาโรงพยาบาลเองไม่ได้ ต้องเรียกรถพยาบาลไปรับ การเรียกรถโรงพยาบาลแบบธรรมดาไปรับ ไปกลับก็ต้องเสียเวลา 2 ทอด ถึงจะได้เริ่มกระบวนการตรวจวินิจฉัย

ด้วยความจำเป็นเร่งด่วนนี้ โรงพยาบาลพญาไท 1 จึงจัดให้มีรถโมบายซีทีสโต๊กยูนิต (Mobile CT&Stoke Treatment Unit) ซึ่งมีอุปกรณ์การรักษาพร้อม เหมือนยกห้องฉุกเฉินไปหาคนไข้ที่บ้าน

ทำไมโรคนี้ต้องรักษาอย่างเร่งด่วน คำตอบคือ เวลาหลอดเลือดสมองอุดตัน เนื้อสมองจะค่อยๆตาย เมื่อตายแล้วจะไม่ฟื้น เราต้องไปกู้เนื้อสมองขึ้นมา

วิธีการคือ ต้องไปเปิดหลอดเลือด ซึ่งมี 2 วิธี วิธีแรกคือ การฉีดยาละลายลิ่มเลือด ยาตัวนี้ต้องฉีดภายใน 4 ชั่วโมงครึ่ง ถ้าเปิดหลอดเลือดช้าเซลล์ตายไปแล้ว คุณมีเงินร้อยล้านพันล้านก็แก้ไม่ได้

ดังนั้น “เราจึงต้องทุ่มสรรพกำลังทั้งหมดไปช่วยในชั่วโมงแรกๆ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี”

นพ.สุรัตน์พูดถึงวิธีที่สอง “เอาลวดไปลากก้อนเลือดออกมา บางรายที่ฉีดยาแล้วก้อนเลือดไม่ละลาย เรามีวิธีใส่สายไปที่หน้าขา เพื่อดึงก้อนเลือดออกมา ต้องทำภายใน 6 ชั่วโมง”

สมมติว่า คุณมาจากบ้านถึงโรงพยาบาลชั่วโมงหนึ่ง หมอห้องฉุกเฉินตรวจอีก 15 นาที เข้าไปทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์อีก 25 นาที แล้วเจอก้อนเลือดขนาดใหญ่ พอเจอแล้วไม่ใช่ว่าหมอผ่าตัดจะได้ผ่าเลย ต้องตามหมอผ่าตัดมารออีก 45 นาที ก่อนผ่าต้องเตรียมตัวกว่า 3 ชั่วโมง

แต่เมื่อมีรถโมบายไปถึงบ้านแล้วเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

“เลือดออกก็ให้ยาช่วยลดอาการสมองบวม ระหว่างทางเราก็เจาะเลือดในรถตรวจให้เรียบร้อย ระหว่างครึ่งชั่วโมงนั้นเราตามหมอผ่าตัดมารอไว้ พอถึงห้องฉุกเฉินคุยกับญาติว่าต้องผ่าตัด ก็เอาเข้าห้องผ่าตัดได้เลย”

ในรถ “นอกจากได้ฉีดยาละลายลิ่มเลือดแล้ว ยังได้เตรียมตัวคนไข้เป็นอย่างดีก่อนมาถึงโรงพยาบาล นี่คือความจำเป็นที่ต้องมีรถสำหรับรักษาโรคหลอดเลือดสมอง”

การรักษาที่เร็วทันเวลาจะช่วยเหลือผู้ป่วยให้ไม่เป็นอัมพาต ถ้าเป็นอัมพาตไปแล้ว ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาต่อเดือนจะไม่ต่ำกว่า 30,000-40,000 บาท

แล้วต้องจ่ายไปเรื่อยๆ ทุกข์ทรมานทั้งคนไข้และญาติ

นพ.สุรัตน์เริ่มทำโครงการนี้จริงๆจังๆ เมื่อ 6 ปีก่อน อยู่เวร 24 ชั่วโมงทุกวัน

“ตอนนี้อายุเกือบจะ 60 ปี แม้จะไปเมืองนอกก็ต้องเปิดโทรศัพท์รับปรึกษา 3 ปีหลังมานี้ เรามีหมอมาช่วยทั้งหมด 4 คน ผลัดกันอยู่เวร จึงการันตีได้ว่า เราสามารถปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง”

“เรายังมีเครือข่ายโรคหลอดเลือดสมอง คนไข้คนหนึ่งไปโรงพยาบาลรวมแพทย์ชัยนาท ไม่มีหมอระบบประสาท แต่มีเครื่องซีทีสแกนทำคอมพิวเตอร์ส่งภาพมาให้ผมดู คนไข้คนนี้น่าจะให้ยาได้ ก็ฉีดยาละลายลิ่มเลือดไปก่อน แล้วค่อยส่งคนไข้มาให้ดูแลต่อ”

สำหรับผู้ป่วยต่างจังหวัด สามารถติดต่อโรงพยาบาลที่เป็นเครือข่ายมี 10 แห่ง คือ ที่จังหวัดนครราชสีมา นครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี สุพรรณบุรี ปทุมธานี นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี และชลบุรี

“เราทำเครือข่ายมา 5 ปี รับปรึกษามาเกือบ 1,000 คน ฉีดยาลิ่มเลือดมาเกือบ 100 คน ด้วยเหตุผลนี้ทำให้เรามั่นใจว่า เราไม่พลาด เพราะฉะนั้นรถคันนี้เหมือนเป็นโรงพยาบาลเครือข่ายโรงหนึ่ง”

ทีมงานภายในรถมีคนทำงานถึง 4 คน 1 คนขับซึ่งเป็นบุรุษพยาบาล พยาบาล 1 คน เพื่อฉีดยาคนไข้ ให้น้ำเกลือ มีหมอ 1 คน และมีเทคนิคเชียน 1 คน ไว้ทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

นพ.สุรัตน์บอกว่า รถโมบายคันนี้ผลิตในเมืองไทย แต่เครื่องซีทีสแกนนำเข้าจากต่างประเทศ รวมราคา 15 ล้านบาท แล้วจัดทีมประจำรถ นับเป็นคันแรกของประเทศไทย คันที่ 5 ของโลก

มีเพียง 3 ประเทศที่มีรถโมบายนี้คือ เยอรมนี อเมริกาและไทย

ตอนนี้เพิ่งได้รถมา ก็จดทะเบียนเป็นรถพยาบาล ในรถมีเครื่องมือแล็บ เครื่องมือสื่อสารระหว่างรถกับหมอ และที่สำคัญที่สุดคือมีเครื่องซีทีสแกนสมอง ใช้ถ่ายภาพสมองให้หมอดู มีเครื่องมือเจาะเลือดตรวจหาน้ำตาล เครื่องมือตรวจการแข็งตัวของเลือด ต้องตรวจดูการทำงานของไต ตรวจดูเกลือแร่

เมื่อไปถึงคนไข้ “เราก็เจาะเลือด เอกซเรย์คอมพิวเตอร์แล้วก็ส่งภาพมาให้ผม ผมก็บอกว่าฉีดยาได้หรือไม่ได้ นี่คือเครื่องมือที่อยู่ในรถ นอกจากนี้จะมีเครื่องช่วยชีวิตแบบมาตรฐานรถพยาบาลทั่วๆไป เหมือนกับยกห้องอีอาร์ ห้องฉุกเฉินและห้องไอซียูไปถึงบ้าน”

รถจะให้บริการได้ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ติดต่อได้ที่เบอร์โทร. 1772 กด 7

เมื่อเปิดใช้ หากมีกรณีผู้รับบริการเรียกซ้อนกัน “เราจะดูความจำเป็น โดยพิจารณาจากอาการผู้ป่วย เพราะเจ้าหน้าที่เราจะถูกเทรนด์ไว้ให้พิจารณาอาการ ถ้ามี 2 ราย รายไหนจำเป็นมากกว่า”

โรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคปัจจุบันทันด่วน ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า ถ้าเป็นแขนขาไม่มีแรง ยกแขนไม่ขึ้น อยู่ดีๆพูดไม่ชัด การปฐมพยาบาลเบื้องต้น หมอแนะนำให้นอนราบ แล้วเรียกรถหรือพาส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

ถ้ามีรถโมบาย “เราเชื่อว่าคนไข้จะได้รับการรักษาเร็วขึ้นอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ถ้าหลอดเลือดอุดตันขนาดใหญ่ ทุก 1 นาทีเซลล์สมองจะตาย 2,000,000 ตัว ทุก 5 นาทีที่ฉีดยาช้าลง คนไข้โอกาสหายจะลดลงไป 1% ฉะนั้น ความเร็วเป็นเรื่องสำคัญมากในการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง”

ทั่วโลก โรคนี้เป็นสาเหตุการตายอันดับ 2 ส่วนประเทศไทยเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 มากกว่าโรคหัวใจอุดตัน

สาเหตุของโรคหลอดเลือดสมอง หมอบอกว่า ไม่ได้เป็นกันทุกคน แต่มีปัจจัยเสี่ยง คือ 1.อายุ เป็นโรคของคนสูงอายุ 2.ความดันสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก ยิ่งสูงยิ่งเสี่ยง 3.การสูบบุหรี่ 4.เบาหวาน 5.หัวใจเต้นพลิ้ว เต้นไม่เป็นจังหวะ 6.ไขมันในเลือดสูง ถ้าคนไข้เป็นโรคไขมันในเลือดสูงจะออกที่หัวใจ แต่ถ้าเป็นความดันจะออกที่สมอง

การป้องกันคือป้องกันปัจจัยเสี่ยง คนสูบบุหรี่ก็เลิกสูบ ความดันสูงก็ควบคุมความดัน เป็นเบาหวานควบคุมเบาหวาน หัวใจเต้นพลิ้วมีกินยา ทุกอย่างป้องกันได้ ยกเว้นอายุอย่างเดียว

ถามถึงค่าบริการ หมอบอกว่า คิดตามระยะทางเหมือนรถพยาบาลทั่วไป แต่จะบวกถ้าทำซีทีสแกน ค่าแล็บ หรือค่าฉีดยา

นพ.สุรัตน์ฝากข้อคิดว่า เวลาเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต การจะหายจากภาวะพิการ ต่อให้มีเงินมากเท่าไหร่ก็ช่วยไม่ได้ การรักษาที่จะช่วยให้ไม่เป็นอัมพาต คือช่วงชั่วโมงแรกๆต้องรีบด่วน

“เราทุ่มเททรัพยากร สรรพกำลังทั้งหมดมารักษาในช่วงแรก เราจึงขยายไปรักษานอกโรงพยาบาล ประชาชนจะได้ไม่เป็นอัมพาต เรามีความสามารถในการรักษาคนไข้บนรถได้แน่นอนถึงทำรถคันนี้ขึ้นมา โดยค่าใช้จ่ายไม่ได้เพิ่มจากการรักษาปกติ”.

03/11/2015

ช่วยกันอ่าน และช่วยกันแชร์
ขอบคุณข้อมูลดีๆค่ะ :)

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า แพทย์ด้านสมองได้มีการศึกษาและเฝ้าระวังเรื่องการบริหาคอด้วยการสะบัดคอ หมุนคอ เอียงคอ โดยเฉพาะการบริหารร่างกายด้วยหมุนคอเป็นประจำเช่น เช้า 30 รอบ เย็น 30 รอบ ถือเป็นท่ากายบริหารที่ร้ายแรง ส่งผลให้เส้นเลือดคู่หลังก้านคอถูกเส้นเอ็น และกระดูกเข้าไปกระแทกจนผิวเส้นเลือดชั้นในฉีกขาด ตีบตันและทำให้เป็นอัมพฤกษ์ ส่วนการทำกายภาพบำบัดด้วยการนวดไคโรแพรกเตอร์ที่มีการบิดคอ หักคอเพื่อให้กระดูกเข้ารูปนอกจากจะทำให้เส้นเลือดคู่หลังฉีกขาดแล้ว ยังทำให้เส้นเลือดคู่หน้าที่ทำหน้าที่ส่งเลือดไปเลี้ยงสมองทางด้านหน้าและสมองใหญ่ฉีกขาดด้วย

"นอกจากนี้ ยังพบว่าการนวดแผนไทยตามร้าน โดยเฉพาะการกดจุด เปิด ปิดประตูลม บริเวณท้ายทอยนั้นจะปิดการทำงานของเส้นเลือดคู่หลังไม่ให้ส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง สมองส่วนการรับจอภาพนั้นเกิดการมืดลง คนเราจะมองไม่เห็น เมื่อปล่อยถึงกลับมาสว่างว๊าบอีกครั้ง ตรงนี้หากคนที่ความผิดปกติของเส้นเลือดอยู่แล้วหรือกดนานเกิดไป อาจจะทำให้เกิดภาวะตาบอดชั่วคราวนาน 2-3 วัน หรือในกรณีที่มีปัญหาเส้นเลือดตีบตันอยู่เดิมอาจจะทำให้เกิดภาวะตาบอดถาวรได้ และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงมานานแล้ว มีรายทั้งในวารสารต่างประเทศ และพบผู้ป่วยลักษณะดังกล่าวในประเทศไทยด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นหากไปนวดอาจจะต้องกำชับหมอนวดให้ละเว้นบริเวณท้ายทอยเอาไว้"ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า การบริหารคอที่เหมาะสมโดยไม่เป็นการทำร้ายเส้นเลือดหรือเส้นประสาทคือตั้งคอตรง หน้าตรง ดันศีรษะสู้กับฝ่ามือตัวเอง ทั้ง 4 ทิศ ซ้าย ขวา หน้า หลัง ถือเป็น 1 รอบ ตอนที่ดันคอจะอยู่กับที่ ไม่เคลื่อนที่ไปไหน จึงไม่กระทบกับเส้นเลือดและเส้นประสาท โดยควรทำเช่นนี้วันละประมาณ 20-30 รอบ ทำตอนไหนก็ได้ ไม่ต้องทำต่อเนื่องก็ได้ กลไกตรงนี้เมื่อดันแล้วจะทำให้กล้ามเนื้อคอแข็งแรง จากนั้นกล้ามเนื้อคอจะจัดกระดูกต่างๆ ให้เข้าที่ แต่ต้องใช้เวลา ทำสม่ำเสมอ การดันคอ 4 ทิศมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการที่ไปดึงคอเพื่อจัดกระดูก

รีบๆกันหน่อยนะคะ :)งานนี้ ฟรี!!!
03/07/2015

รีบๆกันหน่อยนะคะ :)
งานนี้ ฟรี!!!

ฟรี !!ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆค่ะ :)
08/04/2015

ฟรี !!
ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆค่ะ :)

17/10/2014

จะดีแค่ไหน จะอุ่นใจแค่ไหน !??
หากเวลาไม่สบาย "มีคนไปรับถึงบ้าน" !!?

Revise phyathai pre-hospital :)
17/10/2014

Revise phyathai pre-hospital :)

เรื่องดีๆ...มีไว้แบ่งปัน :)
03/07/2014

เรื่องดีๆ...มีไว้แบ่งปัน :)

See you there !
11/06/2014

See you there !

คุณรู้หรือไม่...ทำไมต้องมี "mobile stroke unit"เวลา...ไม่เคยคอยใคร !
05/06/2014

คุณรู้หรือไม่...ทำไมต้องมี
"mobile stroke unit"

เวลา...ไม่เคยคอยใคร !

ชั่วโมงของการ "เรียนรู้" !
18/05/2014

ชั่วโมงของการ "เรียนรู้" !

Address

364/1 Sri Ayuthaya Road Rajathevi

10400

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Mobile Stroke Unit Phyathai 1 Hospital posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

  • Want your practice to be the top-listed Clinic?

Share

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram