22/05/2021
มาจ้า สนใจกลิ่นไหน มาสั่งกันเถอะ🤩
รวมความหอมสยบใจสาว !! 10 แบรนด์น้ำหอมที่ผู้ชายควรรู้จัก
นอกจากเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมแล้ว เวลาใช้ชีวิตข้างนอกบ้าน ผู้ชายควรใส่ใจกับเรื่อง ‘กลิ่นกาย’ ด้วย เพราะกลิ่นตัวที่ดีมักช่วยสร้างความประทับใจ และดึงดูดสาวได้อยู่เสมอ ในขณะที่กลิ่นตัวที่แย่อาจสร้างความรำคาญ และทำให้เราเสียเซลฟ์ได้ ‘น้ำหอม’ เลยเป็นไอเทมสำคัญที่ทุกคนควรมีติดตัวไว้
สำหรับใครที่ยังไม่มีแบรนด์น้ำหอมในดวงใจ UNLOCKMEN อยากจะแนะนำให้รู้จัก 10 น้ำหอมผู้ชายที่ทุกคนควรไปค้นหากัน โดยเราได้ใช้เครื่องมือ Zocial Eye ของ Wisesight ในการสำรวจว่า ระหว่างวันที่ 21 เม.ย ถึง 21 พ.ค. (15:00 น.) แบรนด์ไหนได้รับการพูดถึงมากที่สุดอีกด้วย
Chanel
ชาแนล (Chanel) (ได้รับการพูดถึงทั้งหมด 25.18%) ถือเป็นแบรนด์ลักชัวรี่เก่าแก่ที่อยู่ในวงการมานานกว่า 100 ปีแล้ว และที่ผ่านมาก็ผลิตสินค้าหรูหราออกมาให้เห็นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า ไปจนถึง น้ำหอมผู้ชายคุณภาพดี ซึ่งที่อยากแนะนำให้รู้จัก คือ Allure Homme Sport สเปรย์น้ำหอมประเภท Eau de Toilette (EDT) (มีน้ำมันน้ำหอมอยู่ที่ราว 4 - 10 %) ที่โดดเด่นเรื่องการเพิ่มความหอมในพื้นที่กลางแจ้ง (outdoor) โดยตัวสเปรย์มีการผสมหลายกลิ่นเพื่อสร้างความเย้ายวน ไม่ว่าจะเป็น อิตาเลี่ยน แมนดาริน, ซีด้าร์, เมล็ดอัลมอนด์ (Tonka Note) และ ไวท์ มัสก์ โดยราคาตอนนี้อยู่ที่ราว 3,100 - 5,150 บาทต่อขวด หาซื้อได้ที่ห้างชั้นนำทั่วไป
Dior
แบรนด์ที่ได้รับการพูดถึงเป็นอันดับ 2 (23.71%) คือ ดียอร์ (Dior) แบรนด์เนมฝรั่งเศสที่มีมานานกว่า 7o ปี และเป็นผู้จำหน่ายสินค้าน้ำหอมผู้ชายยอดฮิตอย่าง ‘Dior Sauvage’ น้ำหอม EDT ที่ช่วยเพิ่มความคูลกระชากใจสาว ด้วยกลิ่นของมะกรูดแลไอหอมหวนแบบวู้ดดี้ เหมาะกับผู้ชายที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง โดยราคาของ Sauvage อยู่ที่ราว 2,700 - 6,500 บาทต่อขวด (100 ml) ไปสั่งซื้อกันได้ที่>>> https://shop.dior.co.th/
Versace
เวอร์ซาเช่ (Versace) ถือเป็นแบรนด์น้ำหอมหรูจากอิตาลีที่ได้รับความนิยมมากเหมือนกัน โดยตัวแบรนด์ได้รับการพูดถึง 17.23% คิดเป็นอันดับ 3 จากทั้งหมด โดยสินค้าที่เราอยากแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก คือ Blue Jeans men EDT น้ำหอมที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมละมุนจากพืชไม้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ลาเวอนเดอร์ ซิททรัส เบอร์กาม็อท กัลบานัม เบซิล และอื่น ๆ เหมาะกับผู้ชายสายธรรมชาติ และสามารถใช้ได้ในทุกโอกาส โดย Blue Jeans มีราคาอยู่ที่ราว 1,250 บาทต่อขวด (75 ml) หาซื้อได้ที่ห้างชั้นนำทั่วไป
Giorgio Armani
จิออร์จิโอ อาร์มานี่ (Giorgio Armani) (ได้รับการพูดถึงทั้งหมด 9.13%) ถือเป็นแฟชั่นดีไซนเนอร์ระดับโลกที่มีความโดดเด่นเรื่องความประณีตในการตัดเย็บเสื้อผ้า และเป็นเจ้าของผลงานที่ได้รับความนิยมอย่าง “Made in Italy” โดยแบรนด์ของเขา ไม่ได้ทำเพียงของสวมใส่เท่านั้น แต่ได้มีการผลิตสินค้าน้ำหอมผู้ชายสุดปังอย่าง Acqua Di Gio Pour Homme EDT ด้วย ซึ่งน้ำหอมตัวนี้จะช่วยเพิ่มมาสคิวลีนในตัวคุณ ด้วยกลิ่นสไตล์อควาติกที่ให้ความสดชื่น ผสานความหอมของกลิ่นซีตรัส เบอร์กาม็อท และโรทแมร์รี่ ที่ช่วยเพิ่มความผ่อนคลาย โดยราคาตอนนี้อยู่ที่ราวขวดละ 2,200 บาท (100 ml) หาซื้อได้ที่ห้างชั้นนำทั่วไป
Davidoff
แบรนด์ที่ได้รับการพูดถึงเป็นอันดับ 5 (8.39%) คือ ดาวิดอฟ (Davidoff) แบรนด์สินค้าฟุ่มเฟื่อยจากสวิส ที่เริ่มต้นมาจากธุรกิจยาสูบ ก่อนจะลุกตลาดแฟชั่นโลกด้วยสินค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นาฬิกา เครื่องหนัง ไปจนถึง น้ำหอมผู้ชาย ซึ่งที่เราอยากแนะนำให้ทุกคนได้ไปลองกัน คือ Cool Water Menน้ำหอม EDT ที่มีความบาลานซ์ระหว่างกลิ่นดอกไม้และอโรม่า ช่วยเพิ่มความเป็นธรรมชาติ และยกระดับความเป็นชายในตัวคุณ โดย Cool Water มีราคาอยู่ที่ราว 3,200 บาท (125 ml) หาซื้อได้ที่ห้างชั้นนำทั่วไป
Calvin Klein
คาลวิน ไคลน์ (Calvin Klein) (ได้รับการพูดถึงทั้งหมด 7.36%) เป็นแบรนด์อเมริกันอายุ 50 กว่าปี และมีชื่อเสียงเรื่องสินค้าไลฟ์สไตล์ เช่น เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ เครื่องประดับ ซึ่งน้ำหอมที่น่าสนใจจาก Calvin Klein คือ CK IN 2U For Him EDT น้ำหอมที่มาพร้อมกับหน้าตาอันแสนมินิมอล พร้อมความโดดเด่นของกลิ่นเลมอน และฝักโกโก้ สามารถเพิ่มความเซ็กซี่ อบอุ่น และเร้าร้อนให้กับผู้ชายได้เป็นอย่างดี โดยราคาจะอยู่ที่ราว 1,160 บาทต่อขวด (100 ml) หาซื้อได้ที่ห้างชั้นนำทั่วไป
Montblanc
แบรนด์ที่ได้รับการพูดถึงเป็นอันดับ 7 (5.89%) คือ Montblanc แบรนด์เนมจากเยอรมันที่มีสินค้าหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ของใช้สำหรับการท่องเที่ยว เครื่องเขียน นาฬิกา จีเวลลี่ โดยน้ำหอมจาก Montblanc ที่เราอยากแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก คือ Legend ซึ่งเป็นน้ำหอมประเภท Eau de Parfum (EDP) (มีน้ำมันน้ำหอมอยู่ที่ราว 10 - 20 %) ที่มาพร้อมกับความเท่ของสีดำด้าน (Matt Black) พร้อมให้กลิ่นที่เท่และทรงพลังจาก เบอร์กาม็อท เคลียร์จัสมิน และมอสแอคคอร์ด โดย ราคาของ Legend จะอยู่ที่ราว 3,680 บาทต่อขวด (100 ml) ไปหาซื้อได้ที่>>>>>> https://www.lazada.co.th/shop/montblanc-official-store
Dolce & Gabbana
โดลเช่ แอนด์ กาบบาน่า (Dolce & Gabbana) (ได้รับการพูดถึงทั้งหมด 2.06%) เป็นแบรนด์หรูจากอิตาลีทีมโดดเด่นเรื่องการประดับคริสตัลไว้บนเสื้อผ้า โดยทางแบรนด์ได้ผลิตน้ำหอมผู้ชายที่น่าสนใจออกมาให้เราเห็นเหมือนกัน คือ Light Blue Pour Homme EDT ซึ่งมีกลิ่นที่ให้ความสดชื่นของทะเล ความเป็นธรรมชาติจากโอ๊คมอส และความเรียบง่ายจากโทนซีตัส โดย Light Blue จะมีราคาอยู่ที่ราว 3,300 บาทต่อขวด (125 ml) หาซื้อได้ที่ห้างชั้นนำทั่วไป
Jean Paul Gaultier
ฌอง ปอล โกลติเยร์ (Jean Paul Gaultier) (ได้รับการพูดถึงทั้งหมด 0.88%) ถือเป็นดีไซนเนอร์มากฝีมือที่ไม่ได้โดดเด่นแค่การออกแบบแฟชั่นเท่านั้น แต่เขายังมีผลงานการออกแบบในหลายด้าน เช่น เครื่องหอม เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึง คอสตูมที่ใช้ประกอบภาพยนตร์หรือละครเวที โดยน้ำหอมที่น่าสนใจของ โกลติเยร์ คือ Le male EDT ซึ่งเกิดขึ้นจากแนวคิดของ ‘ความขัดแย้ง’ (contrast) โดยมันจะมีกลิ่นที่แสดงถึงความแข็งแกร่งจากมินท์ ในขณะเดียวกันมันก็มีความอบอุ่นอ่อนโยนจากวนิลลาด้วย โดย Le male จะมีราคาอยู่ที่ราว 2,000 บาทต่อขวด (75 ml) หาซื้อได้ที่ห้างชั้นนำทั่วไป
John Varavatos
แบรนด์ที่ได้รับการพูดถึงเป็นอันดับสุดท้าย (0.15%) คือ แบรนด์ของอีกหนึ่งแฟชั่นดีไซน์เนอร์ระดับโลก จอห์น วาวาทอส (John Varavatos) ซึ่งมีความโดดเด่นในเรื่องการออกแบบแฟชั่นผู้ชายที่มีความร่วมสมัย โดยน้ำหอมที่น่าสนใจ คือ Oud EDP ซึ่งเป็นน้ำหอมที่ให้กลิ่นที่ดูหรูหราจากใบยาสูบ ความหอมหวานของลิแวนต์ไทล์ ไซเปรส (Levantine Cypress) และจูนิเปอร์เบอร์รี่ ช่วยเพิ่มความน่าหลงใหลในตัวคุณ โดย Oud มีราคาอยู่ที่ราว 3,200 บาท หาซื้อได้ที่ห้างชั้นนำทั่วไป
ทั้งหมดนี้ก็เป็น 10 แบรนด์น้ำยอดนิยมที่เราอยากให้ทุกคนได้รู้จักกัน ถ้าลองใช้กันแล้ว ก็อย่าลืมมาแชร์ประสบการณ์กันในช่องคอมเม้นท์ หรือถ้ามีน้ำหอมกลิ่นเด็ดแนะนำเพิ่มเติมได้เลยนะครับ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Wisesight