The Present Haus Mindful Living & Learning Space

The Present Move
The Mindful Movement Towards Global Citizenship

ในโลกที่หมุนไวและทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้
คุณให้ความสนใจกับปัจจุบันขณะมากแค่ไหน

'เส้นแบ่งความสำเร็จ' ที่สังคมขีดเอาไว้
หลายครั้งอาจเป็นการกดดันให้เราใช้ชีวิตอย่างรีบเร่ง
เพื่อไล่ตามและไขว่คว้าความสำเร็จ จนกลายเป็นความกังวล
กดดัน และความไม่แน่นอนที่ดังสะท้อนอยู่ในจิตใจ

'การเป็นพลเมืองตื่นรู้ (Mindful Global Citizens) จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่ The Present Move มองถึงเพื่อเป็นเครื่องมือที่จะสร้างความพร้อมและแข็งแรงทางใจให้กับผู้คนพร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลง และสามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ในโลกนี้ได้อย่างมีภูมิคุ้มกันและงดงาม

และ 'การอยู่กับปัจจุบันขณะ' ผ่านการสังเกต เรียนรู้ วิเคราะห์ และทบทวน
เพื่อเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคปัจจุบันนั้น ก็เป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะทำให้เรารู้เท่าทันกับความรู้สึกของตัวเอง

มาเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบัน เพื่อพัฒนาตัวเองให้หมุนตามทันโลกไปพร้อมๆ กัน

The PRESENT is PRESENT
เพราะ 'ปัจจุบันขณะ' คือ 'ของขวัญ' อันล้ำค่าที่สุด

บางวันความคิดก็มาเป็นก้อนเล็กบ้าง ใหญ่บ้างจนเราเผลอคิดว่าต้องรีบ ‘จัดการ’ มันให้หมดแต่เมื่อยิ่งเร่งบางก้อนกลับยิ่งหนักอึ...
06/01/2026

บางวันความคิดก็มาเป็นก้อน
เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง

จนเราเผลอคิดว่า
ต้องรีบ ‘จัดการ’ มันให้หมด
แต่เมื่อยิ่งเร่ง
บางก้อนกลับยิ่งหนักอึ้ง

ยิ่งพยายามผลักออกไป
มันยิ่งตามติดเราใกล้ขึ้น
บางทีความอ่อนโยนที่สุดในวันนั้น
อาจไม่ใช่การแก้ไขอะไรเลย

แต่เป็นการยอมนั่งอยู่กับความคิดนั้นโดยไม่ตัดสิน
พูดคุยถามไถ่ หรือกระทั่งกอดปลอบเขาอย่างเข้าใจ
และไม่ทิ้งตัวเองไว้เพียงลำพัง

05/01/2026

New Year’s Resolution ปีนี้
ขอให้รักและทำเพื่อตัวเองมากขึ้นก็พอ 🎁🫶🏻

ในแต่ละวัน เราตื่นขึ้นมาท่ามกลางข้อมูลจำนวนมหาศาล ข่าวสาร ความเห็น เสียงวิพากษ์ และอารมณ์ของผู้คน ที่ไหลผ่านหน้าจอและผ่า...
05/01/2026

ในแต่ละวัน เราตื่นขึ้นมาท่ามกลางข้อมูลจำนวนมหาศาล ข่าวสาร ความเห็น เสียงวิพากษ์ และอารมณ์ของผู้คน ที่ไหลผ่านหน้าจอและผ่านใจเราอย่างไม่หยุดพัก

หลายครั้งเราคิดเร็ว ตัดสินเร็ว และรู้สึกเร็วจนแทบไม่ทันได้ถามตัวเองว่า

ความคิดเหล่านั้นเป็นของเราเองจริงๆ หรือเป็นเพียงสิ่งที่เรารับมาโดยไม่รู้ตัว?

ท่ามกลางโลกที่หมุนไวเช่นนี้ ความสามารถในการ ‘คิด’ อย่างมีคุณภาพ จึงไม่ใช่ทักษะเสริมอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นทักษะพื้นฐานของการมีชีวิตอยู่

Critical Reflection หรือ ‘การหาเหตุ’ ไม่ใช่การคิดให้เก่งขึ้น แข็งแรงขึ้น หรือชนะใคร หากเป็นการฝึกมองเห็นกระบวนการคิดของตนเอง อย่างซื่อสัตย์ และอ่อนโยนขึ้น

มันคือการยอมชะลอจังหวะของใจ แล้วหันกลับมาถามคำถามกับตัวเองว่า สิ่งที่เราคิด เชื่อ หรือเลือกในขณะนั้น ‘เกิดขึ้น’จากอะไร

เป็นข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ หรือเป็นความคิดเห็นที่ปนเปด้วยอารมณ์
เป็นความเข้าใจที่ตกผลึกแล้ว หรือเป็นเพียงความกลัวที่ยังไม่ได้รับการดูแล

‘การหาเหตุ’ จึงไม่ได้ทำให้เราสงสัยทุกอย่างไปเสียหมด แต่ช่วยให้เรามองเห็นที่มาและน้ำหนักของความคิดแต่ละก้อน ก่อนจะหยิบมันไปใช้กำหนดชีวิตของเรา กระบวนการนี้จะค่อยๆ พาเรา จัดลำดับขั้นของความคิดให้ชัดเจนขึ้น แยกเหตุ ผล และตรรกะออกจากความรู้สึกที่ถาโถม

รวมถึงมองเห็นคุณค่าและผลกระทบของการตัดสินใจ ทั้งต่อตัวเราเองและต่อผู้อื่น

เมื่อเราฝึก Critical Reflection อย่างสม่ำเสมอ เราจะเริ่มรู้ทันว่า ไม่ใช่ทุกความคิดที่ต้องเชื่อ ไม่ใช่ทุกอารมณ์ที่ต้องรีบตอบสนอง และไม่ใช่ทุกเสียงรอบตัวที่ต้องกลายเป็นเสียงในใจ

ดังนั้นใจจึงค่อยๆ มั่นคงขึ้น ไม่ใช่เพราะยืนกรานหรือยึดมั่นอย่างแข็งกระด้าง แต่เพราะเราเข้าใจว่า

เราคิดอย่างไร
ทำไมถึงคิดเช่นนั้น
และกำลังเลือกคิดไปในทิศทางไหน

เพราะบางที ความมั่นคงของใจ อาจไม่ได้เริ่มจากการมีคำตอบที่ถูกต้องเสมอไป แต่อาจเริ่มจากการกล้าที่จะหยุด และถามคำถามกับตัวเองอย่างจริงใจในทุกๆ วัน

#หาเหตุ

Active Listening ไม่ได้สอนให้เราฟังเก่งขึ้น แต่มันชวนให้เราช้าลง วางอัตตา วางบทบาท และยอมรับว่าเรื่องตรงหน้าคือโลกของอีก...
04/01/2026

Active Listening ไม่ได้สอนให้เราฟังเก่งขึ้น แต่มันชวนให้เราช้าลง วางอัตตา วางบทบาท และยอมรับว่าเรื่องตรงหน้าคือโลกของอีกคนหนึ่ง ไม่ใช่ของเรา

‘นักฟังที่ดี’ ไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด แต่ต้อง ‘เปิดพื้นที่’ ให้ความรู้สึกของอีกฝ่ายได้มีที่ยืน โดยไม่ถูกเร่ง ไม่ถูกบิด และไม่ถูกลดทอน

ในบางครั้ง ใจความหลักของ Active Listening นั้นถูกออกแบบมาให้เป็นมากกว่าการเรียนรู้เชิงเทคนิค มันอาจไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “ต้องฟังยังไงให้ถูก” แต่เริ่มจากคำถามที่เรียบง่ายกว่า “เราฟังกันอยู่จริงไหม”

หลักๆ คือเราอาจลองทำความเข้าใจหลักการพื้นฐานของการฟังอย่างตั้งใจ ตั้งแต่การรับรู้ภาษากาย การสะท้อนความรู้สึก การฟังโดยไม่ตีความเกินจำเป็น ไปจนถึงการสังเกตเสียงภายในของตัวเองในขณะที่กำลังฟังคนอื่น

ทั้งหมดนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในกระดาษ แต่ถูกพาไปสู่การฝึกปฏิบัติจริง ผ่านกิจกรรมที่ค่อยๆ เปิดพื้นที่ ให้เราได้ลองฟัง ได้ลองเงียบ และได้ลองอยู่กับความไม่สมบูรณ์ของตัวเอง

เมื่อเราฟังเป็น ความสัมพันธ์จะไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่จะ ‘ปลอดภัย’ มากพอ ให้ทุกคนกล้าเป็นตัวเอง

บางที โลกไม่ได้ต้องการคนพูดเก่งเพิ่มอีก แต่ต้องการนักฟังที่กล้าจะอยู่กับความรู้สึกของคนอื่น โดยไม่พยายามแก้ไขมัน

และการฟังอย่างตั้งใจ อาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของการเข้าใจกันมากขึ้น ในโลกที่เร่งรีบเกินกว่าจะฟังใครสักคนให้จบประโยค และทำความเข้าใจกับความเป็นตัวเขาอย่างแท้จริง

#การฟังอย่างตั้งใจ

การร้องไห้ไม่ใช่ความอ่อนแอ หลายคนมักเข้าใจว่าการร้องไห้คือความอ่อนแอ จึงพยายามปกปิดหรือเก็บมันเอาไว้ แต่ในความจริงแล้ว ก...
03/01/2026

การร้องไห้ไม่ใช่ความอ่อนแอ

หลายคนมักเข้าใจว่าการร้องไห้คือความอ่อนแอ
จึงพยายามปกปิดหรือเก็บมันเอาไว้
แต่ในความจริงแล้ว
การร้องไห้
คือการแสดงออกของความเข้มแข็งในอีกมุมหนึ่ง

เมื่อเราร้องไห้
เรากำลังยอมรับและเผชิญหน้ากับความรู้สึกของตัวเอง
การเปิดใจให้ตัวเองได้รู้สึกอย่างตรงไปตรงมา
คือการยืนหยัดในความเป็นตัวของตัวเอง

การร้องไห้ไม่ได้ทำให้เราอ่อนแอ
แต่กลับทำให้เรามีความกล้า
ที่จะปล่อยให้ความเจ็บปวดผ่านไป
และเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ฟื้นฟู
และเติบโตขึ้นจากประสบการณ์นั้น

เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกต้องการปลดปล่อย
อย่ากลัวที่จะร้องไห้
เพราะมันคือก้าวหนึ่งของการเยียวยา
และการเติบโตในแบบของเราเอง

ที่นั่งเต็มชั่วคราวทุกกิจกรรมนะคะ หากมีเปิดรับเพิ่มเติมจะมาแจ้งอีกครั้งค่าขอขอบคุณทุกการตอบรับที่ดีเสมอมานะคะ🏡🩵
02/01/2026

ที่นั่งเต็มชั่วคราวทุกกิจกรรมนะคะ หากมีเปิดรับเพิ่มเติมจะมาแจ้งอีกครั้งค่า

ขอขอบคุณทุกการตอบรับที่ดีเสมอมานะคะ🏡🩵

บางครั้ง เราไม่ได้ต้องการคำแนะนำ ไม่ได้ต้องการทางออก ไม่ได้ต้องการใครสักคนมาเข้าใจเราให้ถูกต้อง เราแค่อยากมีใครสักคนที่น...
02/01/2026

บางครั้ง เราไม่ได้ต้องการคำแนะนำ ไม่ได้ต้องการทางออก ไม่ได้ต้องการใครสักคนมาเข้าใจเราให้ถูกต้อง เราแค่อยากมีใครสักคนที่นั่งอยู่ตรงนั้น รับฟังเราโดยไม่รีบขัด ไม่รีบสรุป ไม่รีบตัดสิน และไม่รีบพาเราไปไกลกว่าความรู้สึกของตัวเอง

นั่นคือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เรียกว่า การฟังอย่างตั้งใจ (Active Listening)

• ‘การฟัง’ ที่ไม่ใช่แค่ใช้หู แต่ใช้ทั้งใจ

ในชีวิตประจำวัน เราฟังกันตลอดเวลา ฟังข่าว ฟังงาน ฟังปัญหา ฟังเสียงบ่น แต่บ่อยครั้ง การฟังเหล่านั้นเกิดขึ้นพร้อมกับการคิดคำตอบ การวิเคราะห์ หรือการตัดสินใจล่วงหน้า

Active Listening ไม่ได้สอนให้เราฟังเก่งขึ้น แต่มันชวนให้เราช้าลง วางอัตตา วางบทบาท และยอมรับว่าเรื่องตรงหน้าคือโลกของอีกคนหนึ่ง ไม่ใช่ของเรา

‘นักฟังที่ดี’ ไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด แต่ต้อง ‘เปิดพื้นที่’ ให้ความรู้สึกของอีกฝ่ายได้มีที่ยืน โดยไม่ถูกเร่ง ไม่ถูกบิด และไม่ถูกลดทอน

ในบางครั้ง ใจความหลักของ Active Listening นั้นถูกออกแบบมาให้เป็นมากกว่าการเรียนรู้เชิงเทคนิค มันอาจไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “ต้องฟังยังไงให้ถูก” แต่เริ่มจากคำถามที่เรียบง่ายกว่า “เราฟังกันอยู่จริงไหม”

หลักๆ คือเราอาจลองทำความเข้าใจหลักการพื้นฐานของการฟังอย่างตั้งใจ ตั้งแต่การรับรู้ภาษากาย การสะท้อนความรู้สึก การฟังโดยไม่ตีความเกินจำเป็น ไปจนถึงการสังเกตเสียงภายในของตัวเองในขณะที่กำลังฟังคนอื่น

ทั้งหมดนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในกระดาษ แต่ถูกพาไปสู่การฝึกปฏิบัติจริง ผ่านกิจกรรมที่ค่อยๆ เปิดพื้นที่ ให้เราได้ลองฟัง ได้ลองเงียบ และได้ลองอยู่กับความไม่สมบูรณ์ของตัวเอง

• ‘การฟัง’ ทักษะเล็กๆ ที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ได้ทั้งชีวิต

Active Listening ไม่ได้มีไว้ใช้แค่ในห้องเรียน แต่มันเดินทางกลับบ้านกับเรา ไปอยู่ในบทสนทนากับคนรัก ในความเงียบกับเพื่อน ในความไม่เข้าใจกับครอบครัว และแม้กระทั่งในบทสนทนากับตัวเอง

เมื่อเราฟังเป็น ความสัมพันธ์จะไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่จะ ‘ปลอดภัย’ มากพอ ให้ทุกคนกล้าเป็นตัวเอง

บางที โลกไม่ได้ต้องการคนพูดเก่งเพิ่มอีก แต่ต้องการนักฟังที่กล้าจะอยู่กับความรู้สึกของคนอื่น โดยไม่พยายามแก้ไขมัน

และการฟังอย่างตั้งใจ อาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของการเข้าใจกันมากขึ้น ในโลกที่เร่งรีบเกินกว่าจะฟังใครสักคนให้จบประโยค และทำความเข้าใจกับความเป็นตัวเขาอย่างแท้จริง

Present Moment Workshop ขอเสนอ
A Basic Guide to Active Listening

เวิร์กชอปหนึ่งวันที่ค่อยๆ ชวนคุณกลับมาสำรวจการฟัง ตั้งแต่การฟังผู้อื่น ไปจนถึงการฟังเสียงข้างใน ผ่านทั้งความเข้าใจเชิงทฤษฎี และการฝึกปฏิบัติจริง

เพื่อให้การฟังไม่ใช่แค่ทักษะ แต่เป็นท่าทีที่พาไปใช้ต่อได้ในชีวิตประจำวัน

🗓 วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569
⏰ 09:30-16:00 น.
📍 The Present Haus (ปากซอยราชวิถี 24 ติดถนนใหญ่)

กระบวนกรจาก Heal House พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการดูแลใจและการเติบโตจากภายใน

หากคุณอยากใช้เวลาหนึ่งวัน เพื่อฟังอย่างไม่ต้องรีบ และอยู่กับปัจจุบันอย่างอ่อนโยน ขอชวนมาเรียนรู้เกี่ยวกับการฟังอย่างลึกซึ้งไปด้วยกันที่นี่

#การฟังอย่างตั้งใจ

เคยรู้สึกไหมว่าใจเรามักติดอยู่กับอดีตหรือกังวลถึงอนาคตจนลืมมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า?การอยู่กับปัจจุบันไม่ใช่การปฏิเสธสิ่งที...
02/01/2026

เคยรู้สึกไหมว่าใจเรามักติดอยู่กับอดีต
หรือกังวลถึงอนาคตจนลืมมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า?

การอยู่กับปัจจุบัน
ไม่ใช่การปฏิเสธสิ่งที่เคยเกิดขึ้น
หรือไม่ใส่ใจสิ่งที่กำลังจะมา
แต่คือการให้คุณค่ากับช่วงเวลาตรงนี้
ที่เราสัมผัสได้จริง

เป็นจังหวะที่เราปล่อยวางความหนักใจ
และค้นพบความสงบในตัวเอง

บางครั้งแค่หยุด หายใจ และมองสิ่งรอบตัว
เราอาจพบว่า ชีวิตที่แท้จริง
ไม่ได้อยู่ในความคิดที่วนเวียน
แต่อยู่ในตอนนี้ ที่เรามีโอกาสใช้ชีวิตอย่างเต็มที่

ช่วงเวลาต้นปีแบบนี้ เราอาจไม่ต้องเริ่มจากการรีบวิ่งไปข้างหน้า แต่อาจเริ่มจากการหยุดฟัง ฟังสิ่งที่ร่างกายรู้สึก ฟังเสียงเ...
01/01/2026

ช่วงเวลาต้นปีแบบนี้ เราอาจไม่ต้องเริ่มจากการรีบวิ่งไปข้างหน้า แต่อาจเริ่มจากการหยุดฟัง ฟังสิ่งที่ร่างกายรู้สึก ฟังเสียงเบาๆ จากหัวใจของเราเอง

Present Moment Workshop January 2026
เริ่มต้นปีใหม่ ด้วยการฟังเสียงจากภายใน

ตลอดเดือนมกราคมนี้ เราอยากชวนคุณค่อยๆ กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ผ่านกิจกรรมที่ออกแบบอย่างอ่อนโยน เพื่อการฟังอย่างตั้งใจ การอยู่กับตัวเอง และการเริ่มต้นบทใหม่ในจังหวะที่พอดีกับใจ

🗓 กิจกรรมประจำเดือนมกราคม
• วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569 : A Basic Guide to Active Listening (มี certification หลังจบกิจกรรม📋)
• วันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2569 : Fresh Colors New Chapter
• วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569 : Self-Dating Moments
• วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569 : Listen to the Body, Hear the Heart with Sound Healing

ทุกเวิร์กช็อปคือพื้นที่ปลอดภัยเล็กๆ ให้คุณได้พัก ฟัง และดูแลตัวเอง โดยไม่ต้องรีบเปลี่ยนแปลงอะไร และเข้าร่วมกิจกรรมได้ทุกช่วง

หากปีนี้คุณอยากเริ่มใหม่อย่างอ่อนโยน เริ่มจากการฟังเสียงภายในของตัวเอง เรายินดีต้อนรับคุณตลอดเดือนมกราคมนี้

คลิกสมัครได้ที่ google form ใน caption แต่ละรูป🙌🏻

บางปีเราผ่านอะไรมามากกว่าที่เล่าออกไปบางเรื่องก็ยังหาคำอธิบายให้ตัวเองไม่เจอแต่การเริ่มต้นปีใหม่ ไม่จำเป็นต้องสดใสในทันท...
01/01/2026

บางปีเราผ่านอะไรมามากกว่าที่เล่าออกไป
บางเรื่องก็ยังหาคำอธิบายให้ตัวเองไม่เจอ
แต่การเริ่มต้นปีใหม่ ไม่จำเป็นต้องสดใสในทันที

บางครั้ง การเติบโตเริ่มต้นจากการยอมรับว่า
ตอนนี้ฉันยังเหนื่อยอยู่ และให้ตัวเองได้พักอย่างจริงใจ

ปีใหม่นี้ The Present Haus อยากชวนคุณ
ค่อยๆ โอบกอดตัวเองในแบบที่คุณทำได้

อาจเป็นการหายใจเข้าลึกๆ
การอนุญาตให้ตัวเองผิดพลาด
หรือเพียงแค่ยอมรับว่าคุณกำลังพยายามอยู่

แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับการเริ่มต้น

เพราะหัวใจของเราไม่ได้ต้องการความสมบูรณ์แบบ
แต่ต้องการ ‘ความอ่อนโยน’ มากกว่าสิ่งใด

ให้ปีนี้เป็นปีที่คุณเติบโตด้วยการโอบกอดตัวเอง
เข้าใจจังหวะและอนุญาตให้ตัวเองช้าได้เท่าที่ต้องการ
และงดงามเท่าที่ใจจะพาไป

และเราขอเป็นเพื่อนร่วมเส้นทาง ผ่านกิจกรรม Mindfulness
ตลอดปีจาก The Present Haus
เพื่อให้ทุกจังหวะใจได้กลับมาสงบอีกครั้ง

The Present Haus
ตื่นรู้ อยู่กับปัจจุบัน

#สวัสดีปีใหม่2569

“เดือนธันวาคมเหมือนเป็นเฉลยของทุกคำถามที่เราตั้งไว้เมื่อเดือนมกรา”หนึ่งในสเตตัสของคุณเต๋อ นวพล ชวนให้เราหยุดคิดกับประโยค...
31/12/2025

“เดือนธันวาคมเหมือนเป็นเฉลยของทุกคำถามที่เราตั้งไว้เมื่อเดือนมกรา”

หนึ่งในสเตตัสของคุณเต๋อ นวพล ชวนให้เราหยุดคิดกับประโยคนั้นชั่วครู่ ก่อนที่จะคิดเล่นๆ กับตัวเองต่อว่า เพราะอะไรเดือนธันวาคมจึงใกล้กับเดือนมกราคมมากๆ แต่เดือนมกราคมกลับไกลกับเดือนธันวาคมเสียเกือบสุดขอบ

จะว่าไปแล้ว ทุกๆ ปลายปีเป็นช่วงเวลาประหลาดเสมอ ท่ามกลางความวุ่นวายของชีวิตที่อัดแน่นมาถึงโค้งสุดท้ายของไตรมาส แต่พอเข้าสักกลางเดือนธันวาคม เหมือนเรากลับชะลอฝีเท้าหยุดจากการวิ่งไล่ไขว่คว้า เรากลับมาได้ยินเสียงภายในของตัวเองชัดขึ้น ได้สังเกตทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นโดยตั้งใจ และสิ่งที่หล่นมาถูกที่ถูกเวลาราวกับฟ้าส่งมาให้

หรือไม่ว่าปีนี้คุณจะรู้สึกว่าตัวเองก้าวทัน ก้าวช้าไปสักหน่อย หรือยังไม่แน่ใจว่าจะก้าวไปทางไหนดี แต่การหันกลับมามองอีกครั้ง อาจทำให้เห็นความจริงเรียบง่ายข้อหนึ่ง

ชีวิตเดินด้วยจังหวะ เวลา และโอกาสเล็กๆ ที่พาเราเปลี่ยนไปทีละนิด

ตลอดปีที่ผ่านมา เราอาจได้พบทั้งช่วงที่ทุกอย่างลงล็อกอย่างน่าประหลาดใจ หรือกระทั่งช่วงที่แม้จะพยายามแค่ไหน ทุกอย่างก็ยังไม่เป็นใจ ความมหัศจรรย์ของจังหวะชีวิต คือมันไม่ได้ถามเราก่อนว่าจะพร้อมไหม แต่มาเมื่อถึงเวลา มาเมื่อบทเรียนบางบทถูกสั่งสมมากพอ และมาเมื่อเรากล้าพอจะก้าวออกจากพื้นที่คุ้นเคย

เพราะในหลายครั้งแล้วเอง ‘เวลา’ คือการรอให้ความคิดบางอย่างตกผลึกในใจ
บางครั้ง ‘จังหวะ’ คือการบังเอิญเจอคนหนึ่งที่ทำให้เราเห็นโลกในมุมใหม่
และบางครั้ง ‘โอกาส’ ก็มาในรูปแบบที่ไม่สวยงามมากนัก

การผิดหวัง การปิดประตูบางบาน หรือการต้องหันหลัง เดินออกจากสิ่งที่เคยคาดหวังว่าจะเป็นคำตอบของชีวิต

แต่เมื่อมองย้อนกลับไป เราจะพบว่าเหตุการณ์ที่เคยทำให้ใจหวิวเหล่านั้น ต่างพาเราไปยืนอยู่ในที่ที่เหมาะสมกว่าเสมอ

ช่วงส่งท้ายปี จึงอาจไม่ใช่เวลาของการตั้งเป้าหมายใหญ่ ๆ เพียงอย่างเดียว แต่เป็นช่วงของการถามตัวเองว่า

ในปีนี้ จังหวะต่างๆ ในชีวิตได้พาเราเรียนรู้อะไร
เราได้เข้าใจตัวเองมากขึ้นไหม
เราได้ตัดสินใจบางอย่างที่เคยกลัวไหม
เราได้มอบโอกาสให้ตัวเองในเรื่องที่เคยลังเลหรือไม่
และเราได้ให้อภัยตัวเองในช่วงเวลาที่ก้าวพลาดแล้วหรือยัง

เพราะบางที ‘การเปลี่ยนแปลง’ ที่สำคัญที่สุด ไม่ได้เกิดจากการคว้าโอกาสที่ยิ่งใหญ่ แต่เกิดจากการยินยอมให้จังหวะเล็ๆ พาเราเติบโตอย่างเงียบงัน ถึงแม้ไม่มั่นใจ แต่เราเองก็ไม่หยุดที่จะก้าวเดิน

ท้ายที่สุดของปี ไม่ว่าคุณจะกำลังยืนอยู่ตรงจุดไหนบนเส้นทางของตัวเอง ขอให้รู้ว่าจังหวะที่เหมาะสมยังคงกำลังเดินทางมาหา และอาจอยู่ใกล้กว่าที่คิดเสมอ

ขอให้ปีหน้ามีทั้งเวลาให้พัก จังหวะให้เริ่มต้นใหม่ และโอกาสที่พาไปพบตัวเองในเวอร์ชันที่งดงามกว่าเดิม

ปีนี้อาจไม่สมบูรณ์แบบนัก แต่คุณก็ยังเดินมาถึงตรงนี้ได้ และนั่นเอง คือสัญญาณเล็กๆ ว่า จังหวะของชีวิตยังคงไหลไปข้างหน้าอย่างสวยงามเสมอ

และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่เดือนธันวาคมใกล้กันกับเดือนมกราคม แต่เดือนมกราคมกลับไกลจากเดือนธันวาคม - เพราะ ‘เวลา’ เป็นสิ่งที่มีแต่เดินต่อไปข้างหน้า และการเปลี่ยนแปลงจะนำพาบางอย่างมาให้เสมอ

ขอเพียงแค่เราไม่หยุดก้าวเดิน

#ธันวาคม #วันสิ้นปี

‘ความสุข’ สำหรับคุณคืออะไร?ปลายปีอาจเป็นเพียงตัวเลขที่ขยับไปอีกหนึ่งครั้ง แต่สำหรับหลายคน มันคือช่วงเวลาที่ใจค่อยๆ ช้าลง...
30/12/2025

‘ความสุข’ สำหรับคุณคืออะไร?

ปลายปีอาจเป็นเพียงตัวเลขที่ขยับไปอีกหนึ่งครั้ง แต่สำหรับหลายคน มันคือช่วงเวลาที่ใจค่อยๆ ช้าลงอย่างไม่ได้นัดหมาย ไม่จำเป็นต้องรีบสรุป ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกคำตอบ แค่ปล่อยให้ตัวเองมีพื้นที่เล็กๆ เพื่อฟังบางอย่างที่อาจเงียบหายไปตลอดทั้งปี

ในความเงียบนั้นเอง คำถามเล็กๆ ข้อหนึ่งค่อยๆ ลอยขึ้นมา ไม่เร่งเร้า ไม่ดังเกินไป เพียงถามอย่างเบา ๆ ว่า ‘ความสุข’ ของเราคืออะไร

อัลแบร์ กามู (Albert Camus) นักเขียนและนักปรัชญาชาวฝรั่งเศส เคยอธิบายความสุขไว้อย่างเรียบง่ายแต่งดงามว่า มันประกอบขึ้นจากสี่สิ่งสำคัญ ได้แก่ การได้ใช้ชีวิตท่ามกลางอากาศปลอดโปร่ง, การมีใครสักคนให้รัก, การเป็นอิสระจากความทะเยอทะยาน และการได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์

ถ้อยคำเหล่านี้ไม่พยายามตีความชีวิตให้ลึกเกินไป แต่เหมือนชวนให้เรากลับมามองพื้นฐานของการมีชีวิตอยู่ ด้วยจังหวะที่ช้าลง อ่อนโยนขึ้น และเป็นธรรมชาติกว่าเดิม

วันนี้ เราเลยอยากชวนทุกคนมาทบทวนความสุขเล็กๆ เหล่านี้ไปด้วยกัน

• การได้ใช้ชีวิตท่ามกลางอากาศปลอดโปร่ง

บางครั้งความสุขอาจเริ่มจากสิ่งที่เล็กที่สุด ‘การหายใจ’ อากาศปลอดโปร่งในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงภูเขา ทะเล หรือป่าใหญ่ แต่อาจเป็นเพียงช่วงเวลาที่เราเปิดหน้าต่าง ยอมให้ลมไหลผ่าน หรือหยุดอยู่กับลมหายใจของตัวเองสักครู่หนึ่ง

ในวันที่เมืองเร่งรีบและอากาศไม่เอื้ออำนวย การได้มีพื้นที่ให้ร่างกายได้พัก และให้ใจได้หายใจอย่างไม่ต้องรีบ อาจเป็นความสุขที่เรามองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว

• การมีใครสักคนให้รัก

‘ความรัก’ ในความหมายของกามูเปิดกว้าง อาจเป็นคนใกล้ตัว งานที่เราทุ่มเท หรือสิ่งใดก็ตามที่ทำให้ใจเราอ่อนลง และรู้สึกผูกพันกับโลกใบนี้

แม้ความรักจะนิยามได้ยาก แต่เรามักรับรู้ได้เสมอเมื่อมันทำให้เราเป็นตัวเองได้มากขึ้น และรู้สึกว่าการมีอยู่ของเรามีความหมาย

• การเป็นอิสระจากความทะเยอทะยาน

‘ความอยาก’ เป็นส่วนหนึ่งของ ‘การเติบโต’

แต่บางครั้งมันก็ทำให้เราแบกชีวิตหนักเกินจำเป็น กามูไม่ได้ชวนให้เราละทิ้งความฝัน เพียงแต่ชวนให้เราถามตัวเองว่า

“สิ่งที่กำลังไขว่คว้าอยู่นั้น ยังทำให้เรารู้สึกมีชีวิต หรือกำลังทำให้เราห่างจากตัวเองมากขึ้นทุกที?”

การเป็นอิสระจากความทะเยอทะยาน อาจไม่ได้หมายถึงการหยุดความอยาก แต่อาจหมายถึงการรู้ว่าเมื่อไรควรพอ และเมื่อไรควรวางลง

• การได้สร้างสรรค์
การสร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องเป็นงานศิลปะ ไม่จำเป็นต้องถูกมองเห็นหรือยอมรับจากใคร บางครั้งมันคือการเขียนบันทึก การคิดวิธีใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต หรือการได้ปล่อยให้จินตนาการทำงานอย่างอิสระ

เมื่อเรายังได้คิด ทดลอง และเล่นกับความคิด ชีวิตก็ยังไม่หยุดนิ่ง แถมหัวใจก็ยังมีพื้นที่ให้เติบโตอย่างอ่อนโยน

แน่นอนว่า ‘ความสุข’ ไม่จำเป็นต้องมีครบทั้งสี่ข้อ กามูไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นสูตรสำเร็จ แต่อาจอยากชวนให้เราสังเกตชีวิตของตัวเองอย่างนุ่มนวลกว่าเดิม

บางวัน ความสุขอาจเป็นเพียงลมหายใจที่ปลอดโปร่ง
บางวันอาจเป็นคนที่ทำให้ใจเราสงบ
บางวันอาจเป็นไอเดียเล็กๆ ที่ทำให้หัวใจขยับตัว
และบางวันอาจเป็นช่วงเวลาที่เราได้วางความอยากลงชั่วครู่หนึ่ง

ปลายปีจึงไม่ใช่จุดที่ช่วยให้เรารู้คำตอบทุกอย่าง แต่มันอาจเป็นจุดที่ทำให้เราได้เห็นมากขึ้น เห็นว่าความสุขของเราเรียบง่ายกว่าที่คิด และอยู่ใกล้ตัวกว่าที่เคยรู้เสมอ เพียงรอให้เราหยุดนิ่งพอที่จะมองมันอย่างตั้งใจ

#ความสุข #อัลแบร์กามู

ที่อยู่

237/2 ถนนราชวิถี แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต
Bangkok
10300

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The Present Hausผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram