12/12/2025
Special Case Story: เมื่อตำราซุนวูระดับ “ONE Championship” ต้องยอมสยบให้ “มวยวัด”
By Dr.Loft,O.D.
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ตอนที่แล้ว ผมได้พูดถึง vertical phoria /vertical tropia ที่เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด ซึ่งตัวอย่างเคสในวันนี้ เป็นตัวอย่างเคสจริง ที่เจอผลข้างเคียงดังกล่าว และ มาดูว่าผมจัดการเรื่องนี้ด้วยสูตรมวยวัดยังไง...
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ถ้าจู่ๆ ผมยื่นค่าสายตานี้ให้ดู:
R -3.00 -1.00 x 75
L -2.25 -1.50 x 140
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
หลายคนคงนึกสงสัย แล้วคิดในใจว่า "ก็แค่ค่าสายตาสั้น+เอียงธรรมดา ไม่เห็นจะมีพิษสงอะไร มวยวัดตรงไหน?"
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀
แต่ช้าก่อนอานนท์ ! ท่านอย่าเพิ่งด่วนสรุปจากหน้าปก เพราะเบื้องหลังค่าตัวเลขชุดนี้ คือสงครามประสาทตาระดับมหากาพย์ ที่ตำราเล่มหนาๆ ยังต้องวางลง แล้วหันมาใช้ลูกบ้าแบบ "มวยวัด" เข้าสู้!
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
เรื่องราวเป็นมายังไง ไปดูหน้างานกัน
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
#ข้อมูลคนไข้
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
คนไข้หญิงวัย 56 ปี (คนไข้เก่าหลายปีก่อน) กลับมาหากันอีกครั้งด้วยอาการ แว่นเก่าโค้ตเลนส์เริ่มลอก และ "ดูใกล้เริ่มไม่ชัด"
พอจับ Refraction ตรวจวัดสายตา พื้นฐานก็ดูไม่มีอะไรซับซ้อน
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
Retinoscopy:
OD -3.50 -0.75 x 80 ,VA 20/20
OS -5.00 -1.00 x 120 ,VA 20/20
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
Subjective Ref.:
OD -3.00 -1.25 x 75 ,VA 20/20
OS -4.50 -1.25 x 140 ,VA 20/20
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
แต่ พอเปิดตาทั้งสองข้าง (OU) ปุ๊บ... Diplopia ปั๊บ ภาพซ้อน มาเต็ม!
เช็ค binocular function ด้วย Maddox และ Vongrafe's ได้ค่าเบื้องต้น
Vertical Phoria : ~ 25 BDOD (ตาขวาเหล่สูงกว่าตาซ้ายแบบกู่ไม่กลับ)
Horizontal Phoria : > 20 BO (ตาเหล่เข้าในระดับทะลุสเกล)
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ปูมหลัง: ทำไมสองตาถึงเหินห่างกันขนาดนี้ ?
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ย้อนกลับไปหลายปีก่อน คนไข้เคยประสบภาวะ จอประสาทตาฉีกขาด (Retinal Detachment) หมอเจ้าของคนไข้เลือกรักษาด้วยการรัดกระบอกตาด้วยยางซิลิโคน หรือ Scleral Buckle (เหมือนเอาเข็มขัดไปรัดลูกโป่งน้ำไว้ไม่ให้มันแตก) เหมือนตัวอย่างที่ได้พูดถึงในตอนที่แล้ว
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ผลที่ตามมาคือ "ยางรัด" เส้นนั้น มันไปเบียดกล้ามเนื้อตา ทำให้ฟังก์ชั่นกล้ามเนื้อตามันถูกจำกัดการทำงาน ทำให้ตาสองข้างมองไปคนละทิศคนละทาง! ครั้นจะผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาก็เสี่ยงเกินไป เพราะต้องไปยุ่งกับซิลิโคน เดี๋ยวจอตาจะหลุดซ้ำ หมอก็บอกให้รอไปก่อน... ปัจจุบันก็รอมา 6 ปีแล้ว และให้รอต่ออีก 2 ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่ามันทำได้ยากแล้วก็เสี่ยงมากอยู่ ทำไปแล้วก็ไม่รู้ว่ามันจะช่วยได้ไหม ซึ่งก็ได้อธิบายให้คนไข้เข้าใจ ว่าทำไมหมอจึงให้รอ...(ไปก่อน)
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
แต่ถ้าพูดถึงชีวิตจริง ถ้าจะให้รอแบบไม่มีจุดหมายก็คงจะลำบาก จะให้ปิดตาเดินข้างเดียวเพื่อไม่ให้ภาพซ้อนตลอดชีวิตก็น่าจะใช่ทาง ครั้นจะใส่ปริซึม แต่พอเจอระดับ > 20 Prism Diopters เข้าไป เลนส์คงหนาเป็นก้อนอิฐ มาพร้อมกับ aberration แบบมโหฬาร ก็เชื่อว่าใส่ไม่ได้แน่นอน
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
งัดสูตร "มวยวัด": ในเมื่ออยู่กันไม่ได้ ก็ "เลิกกัน" ซะ!
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
เมื่อระบบ Binocular (การมองสองตาพร้อมกัน) มันพังพินาศจนกู่ไม่กลับและเทคโนโลยีเลนส์ไฮเอนด์ก็คงช่วยไม่ได้ วิชา "Monovision" หรือสูตรมวยวัดจึงถูกงัดออกมาใช้ ด้วยคอนเซปต์ง่ายๆ แบบกำปั้นทุบดิน: "ถ้าสองตามันอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ ก็ต่างคนต่างอยู่ไปเลย!"
ตาขวา (Dominant Eye): รับหน้าที่ "มองไกล" (Distance) ใส่ค่าสายตามองไกลเต็ม Max
ตาซ้าย (Non-Dominant): รับหน้าที่ "ดูใกล้" (Near) โดยการเอาค่าสายตามองไกล ไปบวกค่าดูใกล้ (Add +2.25) เบ็ดเสร็จออกมาเป็นค่าสำหรับอ่านหนังสือ
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ผลลัพธ์ที่ได้: เลนส์ที่จ่ายออกไปคือ Single Vision ธรรมดาๆ
R -3.00 -1.00 x 75 (มองไกลชัดแจ๋ว)
L -2.25 -1.50 x 140 (อ่านหนังสือสบาย)
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ปรากฏว่า... "ได้เสริ้ยยยยยย....ว่าซั่น!!!!"
คนไข้ Happy เฉย! สมองคนเรานี่มันมหัศจรรย์ครับ พอเราบังคับแยกสัญญาณชัดเจน สมองก็เลือกรับภาพที่ชัดที่สุดในระยะนั้นๆ ตัดภาพซ้อนทิ้งไป กลายเป็นใช้ชีวิตได้ปกติซะงั้น !
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
แต่เดี๋ยวๆ ช้าก่อน! อานนท์.. ... อย่าเพิ่งรีบไปทำตาม
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจคิดว่า "โห Monovision อย่างจ๊าบบ.. ไม่ต้องพกแว่นหลายอัน"...
แต่กรณีของเคสนี้คือ "จำเป็นต้องทำ" เพราะระบบการมองเห็นสองตามันเสียไปแล้ว (Binocular Dysfunction) การทำ Monovision คือทางรอดเดียว
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
แต่สำหรับคนปกติ ที่ตาสองข้างยังทำงานร่วมกันดีๆ... การทำ Monovision (ไม่ว่าจะด้วยวิธีอะไรก็ตามแต่) ทั้งๆที่ระบบการทำงานร่วมกันของสองตายังสมบูรณ์อยู่นั้นคือการ "หาเรื่องใส่ตัว" ดีๆ นี่เอง!
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ทำไมผมถึงพูดแบบนั้น ?
1. สูญเสียความเป็น 3 มิติ (Stereopsis): เมื่อตาข้างหนึ่งมองไกล อีกข้างมองใกล้ สมองจะรวมภาพเป็น 3 มิติไม่ได้ กะระยะยาก ลงบันไดอาจหัวทิ่ม ขับรถกะระยะแซง ระยะห่าง ระยะเบรค ลำบาก
2. Contrast Sensitivity ลดลง: ความคมชัดในภาวะแสงน้อยจะแย่ลง
3. สมองงง (Confusion/Suppression): บางคนสมองปรับตัวไม่ได้ จะเวียนหัว คลื่นไส้ เหมือนเมาเรือตลอดเวลา
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ลองไปอ่านรายละเอียดความ Monovision - ฉบับ"อิหยังวะ" แบบเต็มๆ จากลิ้งค์ที่แนบมา
mono vision ดี/เสีย...อย่างไหนมากกว่ากัน ?? :
https://www.loftoptometry.com/Eyecare/viewcase/133/12
ความเสี่ยงที่มาพร้อมกับ “Monovision-Lasik” :
https://www.loftoptometry.com/whatnew/view/196
คิดให้ดีก่อนทำ monovision :
https://loftoptometry.com/whatnew/view/195
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
บทสรุป
เคสนี้สอนให้รู้ว่า... บางครั้งทฤษฎีจ๋าๆ ก็แก้ปัญหาหน้างาน ไม่ได้ทั้งหมด ถ้าเจอคนไข้ Binocular Dysfunction โหดๆ ที่แก้ด้วยวิธีปกติไม่ได้ ลองงัดสูตร "มวยวัด Monovision" มาใช้ดูครับ
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
แม้มันจะไม่ใช่ "ทางแก้ไข (Solution)" ที่สมบูรณ์แบบ แต่มันคือการ "แก้ขัด (Compensation)" ที่ทำให้คนไข้กลับมาใช้ชีวิตได้
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ความรู้รอบโต๊ะแบบ Simple นี่แหละครับ ที่สร้าง Big Surprise มานักต่อนักแล้ว
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
เล่าให้ฟังสนุกๆ ขอบคุณทุกท่านสำหรับการติดตาม พบกันใหม่ตอนหน้า สวัสดีครับ
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ดร.ลอฟท์ ,O.D.
Loft Optometry ,
578 wacharapol rd, tharang ,Bangkhen ,bkk
lineid : loftoptometry
mobile : 0905536554
www.loftoptometry.com