Loft Optometry : Your Eyes in Good Hands.

Loft Optometry : Your Eyes in Good Hands. ให้บริการทางทัศนมาตรคลินิก : แก้ไขปัญหาปัญหาสายตา ระบบเพ่งและระบบการมองเห็นอื่นๆ ด้วยเลนส์และอุปกรณ์

Special Case Story: เมื่อตำราซุนวูระดับ “ONE Championship” ต้องยอมสยบให้ “มวยวัด”By Dr.Loft,O.D. ⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀ตอนที...
12/12/2025

Special Case Story: เมื่อตำราซุนวูระดับ “ONE Championship” ต้องยอมสยบให้ “มวยวัด”

By Dr.Loft,O.D.
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ตอนที่แล้ว ผมได้พูดถึง vertical phoria /vertical tropia ที่เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด ซึ่งตัวอย่างเคสในวันนี้ เป็นตัวอย่างเคสจริง ที่เจอผลข้างเคียงดังกล่าว และ มาดูว่าผมจัดการเรื่องนี้ด้วยสูตรมวยวัดยังไง...
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ถ้าจู่ๆ ผมยื่นค่าสายตานี้ให้ดู:
R -3.00 -1.00 x 75
L -2.25 -1.50 x 140
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
หลายคนคงนึกสงสัย แล้วคิดในใจว่า "ก็แค่ค่าสายตาสั้น+เอียงธรรมดา ไม่เห็นจะมีพิษสงอะไร มวยวัดตรงไหน?"
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀
แต่ช้าก่อนอานนท์ ! ท่านอย่าเพิ่งด่วนสรุปจากหน้าปก เพราะเบื้องหลังค่าตัวเลขชุดนี้ คือสงครามประสาทตาระดับมหากาพย์ ที่ตำราเล่มหนาๆ ยังต้องวางลง แล้วหันมาใช้ลูกบ้าแบบ "มวยวัด" เข้าสู้!
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
เรื่องราวเป็นมายังไง ไปดูหน้างานกัน
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
#ข้อมูลคนไข้
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
คนไข้หญิงวัย 56 ปี (คนไข้เก่าหลายปีก่อน) กลับมาหากันอีกครั้งด้วยอาการ แว่นเก่าโค้ตเลนส์เริ่มลอก และ "ดูใกล้เริ่มไม่ชัด"
พอจับ Refraction ตรวจวัดสายตา พื้นฐานก็ดูไม่มีอะไรซับซ้อน
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
Retinoscopy:
OD -3.50 -0.75 x 80 ,VA 20/20
OS -5.00 -1.00 x 120 ,VA 20/20
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
Subjective Ref.:
OD -3.00 -1.25 x 75 ,VA 20/20
OS -4.50 -1.25 x 140 ,VA 20/20
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
แต่ พอเปิดตาทั้งสองข้าง (OU) ปุ๊บ... Diplopia ปั๊บ ภาพซ้อน มาเต็ม!

เช็ค binocular function ด้วย Maddox และ Vongrafe's ได้ค่าเบื้องต้น

Vertical Phoria : ~ 25 BDOD (ตาขวาเหล่สูงกว่าตาซ้ายแบบกู่ไม่กลับ)

Horizontal Phoria : > 20 BO (ตาเหล่เข้าในระดับทะลุสเกล)
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ปูมหลัง: ทำไมสองตาถึงเหินห่างกันขนาดนี้ ?
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ย้อนกลับไปหลายปีก่อน คนไข้เคยประสบภาวะ จอประสาทตาฉีกขาด (Retinal Detachment) หมอเจ้าของคนไข้เลือกรักษาด้วยการรัดกระบอกตาด้วยยางซิลิโคน หรือ Scleral Buckle (เหมือนเอาเข็มขัดไปรัดลูกโป่งน้ำไว้ไม่ให้มันแตก) เหมือนตัวอย่างที่ได้พูดถึงในตอนที่แล้ว
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ผลที่ตามมาคือ "ยางรัด" เส้นนั้น มันไปเบียดกล้ามเนื้อตา ทำให้ฟังก์ชั่นกล้ามเนื้อตามันถูกจำกัดการทำงาน ทำให้ตาสองข้างมองไปคนละทิศคนละทาง! ครั้นจะผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาก็เสี่ยงเกินไป เพราะต้องไปยุ่งกับซิลิโคน เดี๋ยวจอตาจะหลุดซ้ำ หมอก็บอกให้รอไปก่อน... ปัจจุบันก็รอมา 6 ปีแล้ว และให้รอต่ออีก 2 ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่ามันทำได้ยากแล้วก็เสี่ยงมากอยู่ ทำไปแล้วก็ไม่รู้ว่ามันจะช่วยได้ไหม ซึ่งก็ได้อธิบายให้คนไข้เข้าใจ ว่าทำไมหมอจึงให้รอ...(ไปก่อน)
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
แต่ถ้าพูดถึงชีวิตจริง ถ้าจะให้รอแบบไม่มีจุดหมายก็คงจะลำบาก จะให้ปิดตาเดินข้างเดียวเพื่อไม่ให้ภาพซ้อนตลอดชีวิตก็น่าจะใช่ทาง ครั้นจะใส่ปริซึม แต่พอเจอระดับ > 20 Prism Diopters เข้าไป เลนส์คงหนาเป็นก้อนอิฐ มาพร้อมกับ aberration แบบมโหฬาร ก็เชื่อว่าใส่ไม่ได้แน่นอน
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
งัดสูตร "มวยวัด": ในเมื่ออยู่กันไม่ได้ ก็ "เลิกกัน" ซะ!
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
เมื่อระบบ Binocular (การมองสองตาพร้อมกัน) มันพังพินาศจนกู่ไม่กลับและเทคโนโลยีเลนส์ไฮเอนด์ก็คงช่วยไม่ได้ วิชา "Monovision" หรือสูตรมวยวัดจึงถูกงัดออกมาใช้ ด้วยคอนเซปต์ง่ายๆ แบบกำปั้นทุบดิน: "ถ้าสองตามันอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ ก็ต่างคนต่างอยู่ไปเลย!"

ตาขวา (Dominant Eye): รับหน้าที่ "มองไกล" (Distance) ใส่ค่าสายตามองไกลเต็ม Max

ตาซ้าย (Non-Dominant): รับหน้าที่ "ดูใกล้" (Near) โดยการเอาค่าสายตามองไกล ไปบวกค่าดูใกล้ (Add +2.25) เบ็ดเสร็จออกมาเป็นค่าสำหรับอ่านหนังสือ
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ผลลัพธ์ที่ได้: เลนส์ที่จ่ายออกไปคือ Single Vision ธรรมดาๆ
R -3.00 -1.00 x 75 (มองไกลชัดแจ๋ว)
L -2.25 -1.50 x 140 (อ่านหนังสือสบาย)
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ปรากฏว่า... "ได้เสริ้ยยยยยย....ว่าซั่น!!!!"

คนไข้ Happy เฉย! สมองคนเรานี่มันมหัศจรรย์ครับ พอเราบังคับแยกสัญญาณชัดเจน สมองก็เลือกรับภาพที่ชัดที่สุดในระยะนั้นๆ ตัดภาพซ้อนทิ้งไป กลายเป็นใช้ชีวิตได้ปกติซะงั้น !
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
แต่เดี๋ยวๆ ช้าก่อน! อานนท์.. ... อย่าเพิ่งรีบไปทำตาม

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจคิดว่า "โห Monovision อย่างจ๊าบบ.. ไม่ต้องพกแว่นหลายอัน"...

แต่กรณีของเคสนี้คือ "จำเป็นต้องทำ" เพราะระบบการมองเห็นสองตามันเสียไปแล้ว (Binocular Dysfunction) การทำ Monovision คือทางรอดเดียว
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
แต่สำหรับคนปกติ ที่ตาสองข้างยังทำงานร่วมกันดีๆ... การทำ Monovision (ไม่ว่าจะด้วยวิธีอะไรก็ตามแต่) ทั้งๆที่ระบบการทำงานร่วมกันของสองตายังสมบูรณ์อยู่นั้นคือการ "หาเรื่องใส่ตัว" ดีๆ นี่เอง!
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ทำไมผมถึงพูดแบบนั้น ?

1. สูญเสียความเป็น 3 มิติ (Stereopsis): เมื่อตาข้างหนึ่งมองไกล อีกข้างมองใกล้ สมองจะรวมภาพเป็น 3 มิติไม่ได้ กะระยะยาก ลงบันไดอาจหัวทิ่ม ขับรถกะระยะแซง ระยะห่าง ระยะเบรค ลำบาก

2. Contrast Sensitivity ลดลง: ความคมชัดในภาวะแสงน้อยจะแย่ลง

3. สมองงง (Confusion/Suppression): บางคนสมองปรับตัวไม่ได้ จะเวียนหัว คลื่นไส้ เหมือนเมาเรือตลอดเวลา
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ลองไปอ่านรายละเอียดความ Monovision - ฉบับ"อิหยังวะ" แบบเต็มๆ จากลิ้งค์ที่แนบมา

mono vision ดี/เสีย...อย่างไหนมากกว่ากัน ?? :
https://www.loftoptometry.com/Eyecare/viewcase/133/12

ความเสี่ยงที่มาพร้อมกับ “Monovision-Lasik” :
https://www.loftoptometry.com/whatnew/view/196

คิดให้ดีก่อนทำ monovision :
https://loftoptometry.com/whatnew/view/195

⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
บทสรุป

เคสนี้สอนให้รู้ว่า... บางครั้งทฤษฎีจ๋าๆ ก็แก้ปัญหาหน้างาน ไม่ได้ทั้งหมด ถ้าเจอคนไข้ Binocular Dysfunction โหดๆ ที่แก้ด้วยวิธีปกติไม่ได้ ลองงัดสูตร "มวยวัด Monovision" มาใช้ดูครับ
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
แม้มันจะไม่ใช่ "ทางแก้ไข (Solution)" ที่สมบูรณ์แบบ แต่มันคือการ "แก้ขัด (Compensation)" ที่ทำให้คนไข้กลับมาใช้ชีวิตได้
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ความรู้รอบโต๊ะแบบ Simple นี่แหละครับ ที่สร้าง Big Surprise มานักต่อนักแล้ว
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
เล่าให้ฟังสนุกๆ ขอบคุณทุกท่านสำหรับการติดตาม พบกันใหม่ตอนหน้า สวัสดีครับ
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ดร.ลอฟท์ ,O.D.

Loft Optometry ,
578 wacharapol rd, tharang ,Bangkhen ,bkk
lineid : loftoptometry
mobile : 0905536554
www.loftoptometry.com

12/12/2025

Clinical Insight :"เมื่อ 'เลนส์ราคาแสน' ต้องพ่ายแพ้ให้กับ 'กล้ามเนื้อตา': ความจริงที่ถูกมองข้ามในเคสโปรเกรสซีฟ"
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
by Dr.Loft ,O.D.
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
จากบทความตอนที่แล้ว ที่ผมได้พูดถึงเคสของ Cecilia คนไข้หญิงวัย 67 ปี ที่มีปัญหา "เหล่ซ่อนเร้นแนวดิ่ง (Vertical Hyperphoria)" ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการผ่าตัดจอประสาทตาฉีกขาด และด้วยความที่เคสลักษณะนี้มีจำนวนไม่น้อยและมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับปัญหาภาพซ้อนหลังการผ่าตัด ผมจึงลองค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม และพบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจ จึงอยากนำมาเล่าให้แฟนเพจได้อ่านกัน
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
: ปัญหาใหญ่ที่มักถูกมองข้าม
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
Vertical Hyperphoria ในผู้สูงอายุ เป็นปัญหาใหญ่ที่มักถูกละเลยในการตรวจทางคลินิกทัศนมาตรทั่วไป (ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม... ลืมตรวจ, ไม่เคยตรวจ, ไม่สนใจที่จะตรวจ หรือตรวจไม่เป็น ก็สุดแท้แต่...) ทำให้คนไข้กลุ่มนี้พลาดโอกาสที่จะได้รับการแก้ไขปัญหาระบบการมองเห็นสองตาอย่างถูกต้อง
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ความผิดปกติของคนไข้กลุ่มนี้ บางครั้งไม่ได้แสดงออกเป็นอาการ "ภาพซ้อน" (Diplopia) ให้เห็นอย่างชัดเจนเสมอไป แต่บ่อยครั้งกลับมาในรูปแบบอาการที่คลุมเครือ เช่น
• อาการวิงเวียนศีรษะ (Dizziness)
• ความไม่มั่นคงในการทรงตัว (Gait instability)
• ความวิตกกังวล (Anxiety)
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ซึ่งอาการเหล่านี้ ส่งผลให้คนไข้จำนวนมากถูกส่งต่อไปรักษาไม่ตรงจุด ทำให้ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งที่จริงแล้ว การรักษาอาจทำได้ง่ายและเห็นผลทันทีด้วยการใช้ " #เลนส์ปริซึม" เพื่อจัดการมุมเหล่เล็กๆ เหล่านั้น
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
#ปัญหาเลนส์โปรเกรสซีฟในคนไข้ hyperphoria
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ความซับซ้อนทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมีการใช้ เลนส์โปรเกรสซีฟ (PALs) เป็นอุปกรณ์หลักในการแก้ไขสายตาผู้สูงอายุ เนื่องจากโครงสร้างของเลนส์โปรเกรสซีฟมีความละเอียดอ่อนต่อตำแหน่งของดวงตามาก หากมีความผิดปกติของกล้ามเนื้อตาเพียงเล็กน้อย ก็สามารถนำไปสู่ความล้มเหลวในการปรับตัว (Non-adaptation reject ) และเกิดอาการไม่สบายตาอย่างรุนแรงได้
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
Hyperphoria in Presbyopia : เมื่อความชรากำลังเปิดเผยสิ่งที่ซ่อนอยู่
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
จากการทำงานทางคลินิกมาหลายปี ผมสังเกตเห็นว่า คนไข้สูงอายุ (Presbyopia) มักตรวจพบภาวะเหล่ซ่อนเร้นแบบตาเหล่ลอยสูง/ต่ำ (Hyperphoria/Hypertropia) ร่วมด้วยอย่างมีนัยสำคัญ
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
คำถามที่ผมตั้งขึ้นคือ "ทำไมเมื่อคนเราแก่ตัวลง ถึงเริ่มมี Hyperphoria โผล่ขึ้นมา?"
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
คำตอบที่เจอคือ ภาวะนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น แต่มันคือการ "Decompensation of Latent Hyperphoria" หรือการที่เหล่ซ่อนเร้นที่ "เคยซ่อนอยู่" ถูกเปิดเผยออกมา
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
• #ตอนหนุ่มสาว : ระบบประสาทและกล้ามเนื้อตา (Neuromuscular system) ยังแข็งแรง เรามีแรงสำรองในการรวมภาพ (Vertical Fusion Reserves) มากพอที่จะ "เกร็ง" เพื่อซ่อน Hyperphoria นี้ไว้ได้โดยไม่รู้ตัว
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
• #เมื่ออายุมากขึ้น (Presbyopia Onset) : นอกจากระบบเพ่ง (Accommodation) จะเสื่อมลงแล้ว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตาและแรงสำรอง (Fusion Reserves) ก็ลดลงตามไปด้วย
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ดังนั้น Hyperphoria ที่เคยเป็นแบบซ่อนเร้น (Latent) จึงปรากฎตัวออกมาให้เห็น (Manifest) ทำให้คนไข้เริ่มมีอาการภาพซ้อน หรือตาล้าเมื่อต้องใช้สายตานานๆ
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
กรณีศึกษา : Hyperphoria หลังผ่าตัดจอประสาทตา (RD Surgery)
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ในกรณีของ Cecilia นั้นต่างออกไป เพราะไม่ได้เกิดจากความชรา แต่(อาจ)เกิดจาก Mechanical & Physiological Effect จากการผ่าตัดโดยตรง ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในทางจักษุวิทยา โดยเฉพาะในเคสที่ผ่านการผ่าตัดจอประสาทตาลอก (Retinal Detachment - RD)
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า Post-operative Diplopia/Strabismus after RD surgery ซึ่งอุบัติการณ์การเกิด (Incidence) พบได้ตั้งแต่ 5% ไปจนถึง 25% ขึ้นอยู่กับ "วิธีการผ่าตัด"
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
(หมายเหตุ: ผมเป็นทัศนมาตร ไม่ใช่จักษุแพทย์ บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลวิชาการเพื่อความเข้าใจ หากท่านกังวลเรื่องผลข้างเคียง ควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้โดยตรง)
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิด Hyperphoria ภายหลังการรักษา RD มีกลไกหลักๆ 3 ข้อ ดังนี้ :
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
1. ผลกระทบจาก Scleral Buckling (ตัวการใหญ่ที่สุด)

การรักษาด้วยวิธีรัดวงแหวนรอบลูกตา (Scleral Buckling - SB) เป็นสาเหตุสำคัญอันดับต้นๆ เพราะต้องสอดวัสดุ (Buckle/Sponge) เข้าไป "ใต้" กล้ามเนื้อตา (Extraocular Muscles)
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
• การมีวัตถุแปลกปลอมไปหนุนอยู่ใต้กล้ามเนื้อ ทำให้ทิศทางแรงดึง (Vector of force) เปลี่ยนไป (Mass Effect)
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
• หาก Buckle ไปหนุน Vertical Re**us (SR หรือ IR) จะเกิด Hyper/Hypo phoria ทันที
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
• หาก Buckle ไปหนุน Oblique Muscles จะยิ่งซับซ้อน เพราะจะเกิดทั้ง Vertical deviation และ Cyclodeviation (ภาพเอียง) ซึ่งแก้ยากมาก
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
2. การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและการเกิดพังผืด (Muscle Trauma & Fibrosis) ในกระบวนการผ่าตัด บางเทคนิคอาจต้องตัดเลาะกล้ามเนื้อตาออกชั่วคราวแล้วเย็บกลับ ซึ่งอาจเกิดการเย็บไม่ตรงจุดเดิมเป๊ะๆ (Muscle displacement) หรือร่างกายสร้างพังผืด (Scar tissue) ขึ้นมารัดตรึงกล้ามเนื้อ ทำให้ตากลอกได้ไม่สุด (Restrictive Strabismus)
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
3. พิษจากยาชา (Anesthetic Myotoxicity) ยาชาที่ฉีดเข้าเบ้าตา อาจมีฤทธิ์เป็นพิษต่อเซลล์กล้ามเนื้อ (Myotoxic) ในบางกรณี ทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นฝ่อลีบ (Atrophy) หรือเป็นอัมพาตชั่วคราว(หรือถาวร)ได้
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ทำไม Hyperphoria ถึงเป็นปัญหาใหญ่ของเลนส์โปรเกรสซีฟ?
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
เลนส์โปรเกรสซีฟถูกออกแบบมาให้มี "Corridor" หรือช่องทางมองชัดที่เชื่อมระหว่างโซนมองไกลและใกล้ ซึ่งแคบและขนาบข้างด้วยภาพบิดเบือน (Distortion) การใช้งานให้ได้ผลดี ดวงตาทั้งสองข้างต้องเหลือบลงตามแนว Corridor นี้อย่างพร้อมเพรียงกัน (Symmetrical depression)
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ลองจินตนาการว่า Corridor ของเลนส์คือ "รูกุญแจ" เล็กๆ ที่เรียงต่อกันในแนวดิ่ง ซึ่งตาทั้งสองข้างต้องเหลือบลงต่ำพร้อมกันเพื่อมองผ่านรูนี้
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
หากคนไข้มี Vertical Phoria :
• ตาข้างหนึ่งจะลอยสูงกว่าอีกข้าง
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
• เมื่อเหลือบตาลง ตาข้างที่ลอยสูงอาจยังติดอยู่ในโซนกลาง (Intermediate) ในขณะที่ตาอีกข้างลงไปถึงโซนอ่านหนังสือ (Reading) แล้ว
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
• หรือตาข้างหนึ่งอาจหลุด Corridor ออกไปเข้าสู่โซน Distortion ด้านข้าง
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ผลลัพธ์คือ : ภาพสองตาไม่คมชัดเท่ากัน หรือเกิดภาพซ้อน สมองไม่สามารถรวมภาพได้ คนไข้จะบ่นว่า "หาจุดชัดยาก", "ต้องเอียงคอ", "ภาพลอย" หรือ "อ่านหนังสือได้แป๊บเดียวก็ปวดหัว" นี่คืออาการ Classic ของเคสที่ใส่โปรเกรสซีฟไม่ได้
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
แนวทางการจัดการ (Clinical Management)
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ในการตรวจสายตาคนไข้สูงอายุ (Presbyopia) สิ่งที่ควรทำเพิ่มเสมอคือ:
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
1. Screening : ตรวจ Cover Test อย่างละเอียด โดยเฉพาะการทำ Cover-Uncover ช้าๆ เพื่อสังเกตการแกว่งตัวของลูกตาในแนวดิ่ง (Vertical Refixation)
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
2. Measurement : วัดขนาดของ Vertical Phoria ด้วยวิธีแยกภาพสองตา (Dissociated Phoria test) เช่น Von Graefe technique หรือ Maddox Rod
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
3. Assessment : ประเมิน Associated Phoria เพื่อดูว่าคนไข้ต้องการปริซึมช่วยจริงๆ เท่าไหร่ (เพื่อหา Minimum prism demand) การใช้ค่าจาก Associated phoria จะช่วยลดความเสี่ยงของการจ่าย Prism เยอะเกินไป (Over dose) ซึ่งจะไปสร้าง Aberration ให้เลนส์หนาและปรับตัวยาก
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
จำไว้เสมอว่า...
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
"Hyperphoria เพียง 0.50 Prism Diopter ในแนว Vertical ก็เพียงพอที่จะทำให้คนไข้ Reject เลนส์โปรเกรสซีฟราคาหลักแสนได้" และการจ่ายปริซึมเพื่อแก้ Vertical Imbalance ที่ถูกต้อง มักจะให้ผลลัพธ์แบบ "Wow Effect" คือคนไข้จะรู้สึกภาพนิ่ง สบายตา และผ่อนคลายทันที
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
บทสรุป
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
Presbyopia ไม่ได้ทำให้เกิด Hyperphoria โดยตรง แต่ความชราทำให้ "แรงที่จะซ่อน Hyperphoria มันหมดไป" การละเลย Vertical Phoria ในเคสคนไข้สูงอายุ จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิด Non-adaptation ในเลนส์โปรเกรสซีฟ แม้ว่าคุณจะวัดค่าสายตา (Sphere/Cylinder) ได้แม่นยำแค่ไหนก็ตาม
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ว่าแล้วก็อย่าลืมตรวจ vertical phoria ในคนไข้สายตาสูงอายุด้วยนะครับ ส่วนท่านที่กำลังศึกษาเรื่อง vertical phoria เพิ่มเติม มี content ที่ผมเขียนไว้เยอะพอสำควรในเว็บไซต์หลัก www.loftoptometry.com
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
วิธี search ง่ายๆคือ พิมพ์ " [keyword-ที่ท่านสนใจ] ,loftoptometry" ใน google ก็น่าจะได้อ่านสิ่งที่ท่านกำลังหาอยู่ ถ้าหาไม่เจอ ก็แจ้งผมมาได้ เดี๋ยวจะเขียนให้
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
link :
Maddox rod : https://www.loftoptometry.com/Eyecare/viewcase/73/11
Cover Test : https://www.loftoptometry.com/Eyecare/viewcase/74/11
worth-4-dot : https://www.loftoptometry.com/Eyecare/viewcase/114/11

Case Study : vertical phoria case
แก้ภาพซ้อนจาก Hyper+Eso Phoria ด้วยโปรเกรสซีฟปริซึม :
https://www.loftoptometry.com/Eyecare/viewcase/96/12
https://www.loftoptometry.com/Eyecare/viewcase/71/3
https://www.loftoptometry.com/Eyecare/viewcase/51/12
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ขอบคุณทุกท่านสำหรับการติดตาม

ดร.ลอฟท์ ,O.D.

ทำนัด
loft optometry , 578 ถ.วัชรพล ท่าแร้ง บางเขน กทม. 10220
lineID : loftoptometry
mobile : 090-553-6554
www.loftoptometry.com

Case Study :  Post-operative Diplopia after RD surgery. (ภาพซ้อนหลังรักษาจอประสาทตาลอก )by Dr.Loft,O.D.⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀...
11/12/2025

Case Study : Post-operative Diplopia after RD surgery. (ภาพซ้อนหลังรักษาจอประสาทตาลอก )
by Dr.Loft,O.D.
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
Preview Case

Cecilia คนไข้หญิงชาวสิงคโปร์ อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นคนไข้เก่าแก่ดูแลกันมาตั้งแต่ก่อนโควิด เรื่องของเรื่องคือแกไปทำต้อกระจกมาข้างหนึ่ง ส่งผลให้สายตาเปลี่ยนไปข้างเดียว ทำให้เลนส์โปรเกรสซีฟเดิมที่เคยทำให้เมื่อกลางปีที่แล้วนั้นเริ่มมีปัญหาและเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมามีโอกาสมาไทยพอดี จึงทำนัดเข้ามาเพื่อให้ผมมาช่วยเช็คให้หน่อย

⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ย้อนรอย 6 ปี ก่อน (ก่อนโควิดระบาด)

ย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีก่อน (14 Nov 2019) ก่อนที่จะเกิดโควิดระบาดเล็กน้อย ขณะนั้นคนไข้อายุ 61 ปี มาด้วยปัญหามองไม่ชัดทั้งไกลและใกล้ มีแว่นใส่อยู่ เป็นเลนส์โปรเกรสซีฟ ทำจากร้านแว่น (ที่สิงคโปร์) ไม่สามารถใส่ติดตาได้ ได้ลองย้ายร้านและเปลี่ยนเลนส์ 4 ครั้งแต่ยังไม่สามารถหาแว่นที่สามารถใส่ติดตาตลอดเวลาได้ พอดีมีโอกาสมาพักร้อนที่ประเทศไทยก็เลยหาข้อมูล ก่อนที่จะทำนัดเข้ามารับการตรวจ

⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ผลที่ตรวจได้ขณะนั้น หลักๆ ก็เป็นปัญหาจาก refractive error และ presbyopia ซึ่งเลนส์เดิมไม่ได้ full correction ไว้ เป็นเหตุให้คนไข้มีปัญหาใช้งาน

⠀⠀⠀⠀
ส่วนใหญ่ที่พบบ่อยคือการ under plus ในคนไข้ compound hyperopic astigmatism ทำให้หาสายตาเอียงไม่เจอ เพราะถูกกลบด้วย S.E. (spherical equivalent จากการ accommodation ของคนไข้ และ over addition ทำให้โครงสร้างโปรเกรสซีฟนั้นถูกทำลาย ผลคือใช้งานไม่ได้ หรือใส่ไม่สบาย ซึ่งการจัดทอนสายตาเป็นศาสตร์ที่แพร่ระบาดกันทั้งโลก แม้ในประเทศที่พัฒนาแล้วก็ตาม

ส่วนระบบสมดุลของการทำงานร่วมกันของสองตานั้นทำงานได้ปกติดี ซึ่งค่าที่ตรวจได้กับเลนส์ที่จ่าย (ขณะนั้น) คือ...

Refraction (2019)
OD +2.75 -2.00x93 , VA 20/15
OS +2.50 -2.00x93 , VA 20/15
Add +2.00
Lens : Multigressiv MyView 1.6 , L (ปัจจุบัน MyView ไม่มีแล้ว และถูกอัปเกรดเป็น MGR B.I.G. Norm AllRound)

⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
Discussion

ตอนแรกคนไข้กลัวว่าจะใส่ไม่ได้เหมือนเดิมที่เคยทำและหมดเงินไปมาก (จากคำบอกเล่าของคนไข้) ไม่กี่วันก็ต้องกลับประเทศแล้ว ก็เลยเลือกเอารุ่นกลางๆ ก็พอและใช้กรอบเดิม ถ้าใส่ไม่ได้ก็จะได้ทิ้งและไม่ต้องเสียดาย ผมจึงทำเลนส์ใหม่ใส่กรอบ Silhouette เดิม

⠀⠀⠀⠀
หลังจากรับแว่น คนไข้ก็สามารถใส่ได้ในทันที ซึ่งก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เห็นเป็นจอ iPad เป็นคางหมูเล็กน้อยแล้วก็หายเป็นปกติใน 2 วัน

⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
หลังจากนั้นสามปี คนไข้ก็ message ผ่าน WhatsApp มาว่าโค้ตเริ่มไม่ดีแล้ว อยากทำเลนส์ใหม่ แต่ด้วยช่วงปัญหา covid เดินทางระหว่างประเทศลำบาก จึงทนใส่แว่นเดิมจนกระทั่งขาแว่นหักไปข้างหนึ่ง

⠀⠀⠀⠀
จากนั้นจึงหาร้านทำแว่นในประเทศ แต่ปัญหาก็ยังเหมือนเดิมคือทำแล้วใส่ไม่ได้ ทั้งๆ ที่ร้านก็พยายามทำตามค่าเลนส์จากแว่นเดิมที่ขาหัก ซึ่งผมให้การ์ดเลนส์ไปด้วย (ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร แต่คนไข้เล่ามาอย่างนั้น) ร้านจึงแนะนำให้ซื้อ Silhouette ใหม่ (ทรงเดิม) แล้วแกะเลนส์เก่าที่โค้ตเสียแล้วมาใส่กับแว่นใหม่ ให้สามารถใช้ชีวิตได้จนกว่าภาวะโควิดจะกลับมาเป็นปกติ⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀

⠀⠀⠀⠀
เมื่อกลางปีที่แล้ว (August 2024) คนไข้มีโอกาสเดินทางมาพักร้อนที่ประเทศไทยอีกครั้ง จึงแวะมาทำแว่นเอาไว้และได้เข้ามาตรวจใหม่เมื่อวันที่ 3-8-2024 ซึ่งหลังจากได้ไล่ค่าสายตาใหม่ได้ผลการตรวจดังนี้

⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
Refraction Habitual Rx (2019)
OD +2.75 -2.00x93 VA 20/20
OS +2.50 -2.00x93 VA 20/30

⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
Retinoscope
OD +3.00 -2.00x90 VA 20/20
OS +2.00 -2.25x90 VA 20/20

⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
Mono Subj.
OD +2.75 -2.50x102 VA 20/20
OS +2.00 -1.87x90 VA 20/20

⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
BVA (on-phoropter)
OD +2.75 -2.50x102 VA 20/20
OS +2.00 -2.00x93 VA 20/20

⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
BCVA (fine tuning on trial frame)
OD +2.75 -2.50x102 VA 20/20
OS +2.00 -1.87x95 VA 20/20
VAOU 20/15+2

⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
Binocular Function : Normal
BCC +2.00
NRA/PRA +0.75/-0.75 , rely BCC

⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
Assessment
1.Mixed hyperopic astigmatism OD , compound hyperopic astigmatism OS
2.Presbyopia
3.Normal Binocular Function

⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
Plan
1.Full Rx OD +2.75-2.50x102 OS +2.00-1.87x95
2.Progressive lens Rx Add +2.00 : Rodenstock MGR B.I.G. Exact 1.6 , Allround, L

⠀⠀⠀⠀
Discussion

Refractive change
ในส่วนของปัญหาสายตานั้น ภาพรวมยังเกือบคงที่ แต่พบการเปลี่ยนแปลงของสายตายาวแต่กำเนิด (hyperopia) ฝั่งตาซ้ายที่ลดลง ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเลนส์แก้วตาจากภาวะต้อกระจกในช่วงเริ่มต้น แต่ความคมชัดของการมองเห็นหลังการแก้ไขสายตาแล้วยังเห็นได้คมชัดดีอยู่ (VA 20/15) ซึ่งคาดว่าคงใช้เวลาอีกหลายปีกว่าที่ต้อกระจกจะเริ่มขุ่นจนกระทบคุณภาพของการมองเห็น ซึ่งคนไข้ก็กังวลกับต้อกระจกอยู่ว่า จะต้องผ่าตัดไหม เพราะกลัวจะไม่คุ้มค่าเลนส์ที่ทำไป

⠀⠀⠀⠀
แต่จากที่ผมดูจาก VA แล้วแจ้งคนไข้ไปว่า “คงอีกนาน ไม่น่าจะต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งถ้าดูจาก VA 20/15++ แล้ว น่าจะอยู่ได้อีกพักใหญ่ๆ กว่าต้อกระจกจะเริ่มสร้างปัญหา”

⠀⠀⠀⠀
ผ่านไปหนึ่งปีนิดๆ (เมื่อเดือน พ.ย. 68 ที่ผ่านมา) คนไข้ WhatsApp ทำนัดจะเข้ามาขอให้ช่วยตรวจสายตาเพื่อทำเลนส์ใหม่ เพราะไปทำต้อกระจกมาข้างหนึ่ง (ตาขวา)

⠀⠀⠀⠀
ซึ่งผมก็แปลกใจเพราะรอบที่แล้วก็เห็นอยู่ว่าเป็นต้อกระจก แต่ไม่น่าจะเป็นเร็วขนาดที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด เลยรู้สึกแปลกใจ ก็เลยถามว่า อาการก่อนเข้าผ่าตัดต้อกระจกเป็นอย่างไร

⠀⠀⠀⠀
คนไข้เล่าให้ฟังว่า แว่นใช้งานปกติ เพียงแต่มีอาการฟ้าแลบ (Flash) หมอเลยตรวจจอประสาทตาก็เห็นว่าเริ่มมีจอประสาทตาลอก (retinal detachment,RD) ซึ่งต้องทำการผ่าตัดด่วน (ผ่าด้วยวิธีไหนคนไข้ไม่ได้เล่าให้ฟัง) แต่คนไข้ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมการผ่าตัดจอประสาทตาลอกแล้วต้องเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียมเพราะหมอไม่ได้อธิบายเรื่องนี้

⠀⠀⠀⠀
ผมก็ได้แต่ก็เดาและบอกให้คนไข้สบายใจไปว่า “จอประสาทตาลอก เป็น priority เพราะทำให้ตาบอดได้ และการ monitor จอประสาทตา ต้องทำด้วยการถ่ายภาพจอประสาทตา ดังนั้น ถ้าเกิดมีต้อกระจก (แม้อาจจะยังไม่มากนัก) ก็ทำให้ภาพที่ถ่ายออกมาไม่ชัด ทำให้การติดตามโรคนั้นทำได้ยาก ดังนั้น เร็วช้าก็ต้องทำต้อกระจก ทำไปเลยดีกว่า จบๆ ไป" ซึ่งคนไข้ก็สบายใจขึ้น

⠀⠀⠀⠀
คนไข้เล่าให้ฟังต่อว่า “หมอบอกว่า ข้างที่ทำต้อกระจกก็จะไม่มีสายตา มองไกลจะชัดเจน แต่พอทำมาแล้ว ก็รู้สึกว่าตาขวาข้างที่ทำ มันไม่ได้ชัดอยู่ดี และเลนส์เดิมก็ดูเหมือนจะใช้งานได้อยู่ แต่รู้สึกว่าภาพขวา/ซ้ายมันต่างกันมาก ก็เลยทำให้งงๆ เวลาใช้งาน เลยอยากทำแว่นใหม่

⠀⠀⠀⠀
รอบนี้เจอ Vertical Phoria

สิ่งที่ตรวจพบในรอบนี้ ซึ่งต่างจาก 2 รอบในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา คือมี “ตาเหล่ซ่อนเร้นแบบตาลอยสูงต่ำ-Vertical phoria” เข้ามาด้วย ซึ่งได้ผลการตรวจดังนี้

⠀⠀⠀⠀
Refraction
OD +0.87 -2.25x100 , 20/20
OS +2.25 -1.25x80 , 20/20
VAOU : มีภาพซ้อน ภาพวิ่งขึ้นวิ่งลง รวมภาพไม่ได้ (ข้ามไปตรวจ Binoc ก่อนค่อยกลับมาทำ BVA) ซึ่งคนไข้รวมภาพด้วยปริซึม 3 Left Hyperphoria (3 BDOS) และ ได้ VAOU ที่ 20/15

⠀⠀⠀⠀
Binocular Function

Left Hyperphoria :
=3 BDOS (Maddox Rod associated phoria)
=2.5BDOS (Maddox on trial lens) - ได้ค่าที่ลดลง น่าจะเกิดจากคนไข้มี head-tilt ขณะตรวจผ่าน phoropter

Esophoria 0.5 Base Out (associated phoria)

Binoc @ Near
BCC +2.25
NRA/PRA +0.75/-0.75

⠀⠀⠀⠀
Assessment
1 Compound hyperopic astigmatism OD and OS
2 Vertical phoria : Left Hyperphoria
3 Mild esophoria
4 Presbyopia

⠀⠀⠀⠀
Plan
1. Full Rx
OD +0.87 -2.25x100
OS +2.25 -1.25x80
2-3. Prism Rx : split prism : 1.25BUOD/1.25BDOS + 0.25BOOD/0.25BOOS
4. Progressive Additional Lens Rx : MGR B.I.G. Norm Allround

⠀⠀⠀⠀
Discussion

⠀⠀⠀⠀ถ้าจากดูจากผลการตรวจ ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร จ่ายตามที่ตรวจได้ก็จบ และคนไข้ก็รู้สึกดีตั้งแต่ได้ trial lens แต่ Point เรื่องนี้คือ “Hyperphoria” ที่ตรวจพบใหม่ ว่ามันเกิดขึ้นมาทีหลังได้อย่างไร ซึ่งตลอดช่วงเวลาหลายปี ที่ดูแลกันอยู่ก็ไม่พบปัญหานี้ แต่ทำไมจึงมักเกิดหลังมีการผ่าตัดโรคทางตาอื่นๆ เช่น จอประสาทตาหลุดลอก ซึ่งพบได้บ่อยและเคสที่อยู่ในมือผมที่มีปัญหาเดียวกันนี้ก็ไม่น้อย แต่เนื้อหาจะแน่นเกินไป เดี๋ยวผมขอยกไว้ในตอนหน้า

⠀⠀⠀⠀
แต่ตอนนี้อยากจะเล่าเรื่องขำๆของตัวตัวเองสักหน่อย เรื่อง “วาฬเกยตื้น” เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจตัวเองและแชร์ประสบการณ์หน้างานจริงที่บางทีความผิดพลาดก็เกิดขึ้นได้จากจุดเล็กๆ ที่เรามองข้ามไป

⠀⠀⠀⠀
วันที่คนไข้มารับเลนส์ วันนั้นเคสยุ่งหน่อย ผมเลยไม่ได้มีเวลาดูเยอะ แค่ดัดแว่นให้เข้ากับหน้า แต่ก็พอจะสังเกตได้ชัดเจนว่า จังหวะที่แกใส่นั้น อาการไม่ค่อยดี ไม่เหมือนที่เคยใช้ เห็นแกพยายามกะพริบตา แต่แกคิดว่ายังใหม่อยู่ เดี๋ยวจะรายงานอาการ เพราะจะเดินทางไปเขาใหญ่ต่อ

⠀⠀⠀⠀
ผ่านไป 3 วัน แกเล่าอาการให้ฟังว่า จังหวะใส่ตอนแรกจะรวมภาพไม่ได้ ต้องฝืนหลายๆ ครั้ง เวลาดูหนังสือ บรรทัดมันกระโดดๆ รวมภาพยาก แต่พอรวมภาพได้แล้ว แต่พอถอดแว่นก็เป็นอาการเดิมคือภาพกระโดดๆ (ไม่เสถียร - คนไข้บอกมันไม่ stable ตัวหนังสือวิ่งไปวิ่งมาขึ้นๆ ลงๆ) ผมจึงรีบนัดให้เข้ามาดู เพราะคิดว่า “น่าจะมีปัญหากับปริซึม” ที่จ่ายไป

⠀⠀⠀⠀
มาถึงผมก็ไล่ตรวจใหม่ทั้งหมด ค่าที่ได้ก็เหมือนเดิม ทั้งสายตาและมุมเหล่แบบตาลอย เอาแว่นไปเช็คช่างก็ทำเซนเตอร์มาดี มุมแว่นก็ดี คือดีทุกอย่าง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

⠀⠀⠀⠀
เอะใจเลยไปเปิด Rodenstock WinFit Reference ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับสั่งเลนส์ Rodenstock ว่าใส่ค่าอะไรผิดหรือเปล่า (ที่ crop มาเป็นแนบใต้รูปเป็นฉบับแก้ไข ด้วยการใส่ prism เข้าไป)

⠀⠀⠀⠀
ชิหายละ!! จริงด้วย ลืมใส่ปริซึม มิน่าล่ะ...

⠀⠀⠀⠀
ก็เลยบอกคนไข้ตรงๆ ว่า “ลืมใส่ปริซึมให้”

⠀⠀⠀⠀
คนไข้บอก “อ้าว... ที่อธิบายในห้องตรวจตั้งนาน ลองใส่เดิน ลองดูใกล้ ทั้งหมดแล้ว ตกลงไม่ได้สั่งรึ”

⠀⠀⠀⠀
ผมก็ได้แต่ขอโทษและก็เลยรีบทำเคลมเพราะคนไข้มีธุระต้องกลับประเทศแล้ว ก็เลยรีบทำเคลมให้ ดีกว่าแกเป็นคนน่ารัก และขอบคุณความพยายามของเราที่ช่วยหาคำตอบของปัญหาให้ แม้สุดท้ายแล้วปัญหานั้นเกิดจาก Human Error ก็ตาม

⠀⠀⠀⠀
พอเลนส์มาถึงก็นัดรับเมื่อวานช่วงบ่าย... ทันทีที่สวมแว่นเข้าหน้า คนไข้ยิ้มแล้วบอกว่า "อย่างงี้สิ ภาพรวมกันแล้ว ภาพนิ่งและไม่กระโดดแล้ว มันต้องอย่างงี้สิเหมือนตอนที่ลองแว่น ขอบคุณนะที่ช่วยหาปัญหาจนเจอ”

⠀⠀⠀⠀
ผมก็ได้แต่ยิ้มๆ แฮ่ๆ แล้วก็ขอโทษในความสะเพร่าของตัวเอง นี่ดีนะที่ยังมีเวลาให้ผมได้แก้ไขได้ทัน ไม่อย่างนั้นน่าจะดูแลลำบาก

⠀⠀⠀⠀
ก็จบไปสำหรับ การตายน้ำตื้น ดังนั้น “สตินี่สำคัญ” โดยเฉพาะกับเรื่องที่เราทำจนเป็นปกติ จนกลายเป็นระบบอัตโนมัติ ทำให้บางทีก็ชะล่าใจ ทำให้พลาดรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ดีว่าแก้ทันท่วงที (แต่อย่าให้มีรอบสอง)

⠀⠀⠀⠀
แต่สิ่งที่ได้จากเรื่องนี้จริงๆ คือ “กระบวนการค้นหาปัญหา” เมื่อไหร่ก็ตามที่มีปัญหาเกิดขึ้นกับการใช้งานเลนส์ ซึ่งหลักๆ มันก็มีอยู่ไม่กี่เรื่อง

1. Error
◦ สายตา (สั้นยาวเอียง) - ไม่ชัด หรือ ชัดไม่เท่ากัน
◦ การทำงานร่วมกันสองตา (ปริซึม) - ภาพซ้อน หรือ รวมภาพไม่ได้ หรือ ปวดเครียดเวลามองพร้อมกันสองตา
◦ การทำงานของระบบเพ่ง (Add) - ดูใกล้ไม่ชัด

⠀⠀⠀⠀
2 (lens)
- คุณภาพและเทคโนโลยีเลนส์แต่ละรุ่นของแต่ละค่าย ไม่เหมือนกัน ต้องทำความเข้าใจและรู้ขีดจำกัดของเลนส์แต่ละตัว อย่าหลับหูหลับตาเชื่อเซลล์อย่างเดียว ให้ใช้สมองและวิจารณญาณของตัวเองด้วย เพราะเขามีหน้าที่ขาย เขาจะต้องบอกแต่ข้อดี (จริงป่าวไม่รู้) แต่ข้อเสียไม่บอกแน่ๆ อันนี้คงต้องศึกษาเอาเองว่าจะเอาเลนส์อะไรจ่ายให้คนไข้

⠀⠀⠀⠀
3

◦ #งานประกอบเลนส์ - ประกอบให้ได้เซนเตอร์ตามสเปกเลนส์กำหนดมา เพราะเลนส์พิเศษบางรุ่น จะต้องชดเชย PD และ Fitting Height ซึ่งเลนส์ดีๆ หน่อยจะมีการระบุค่าการชดเชยไว้ที่ซองเลนส์ ซึ่งต้องทำการประกอบเลนส์ตามคำแนะนำของผู้ผลิต และการประกอบเลนส์จะต้องใช้ Monocular PD และ Monocular Fitting Height เพราะน้อยนักที่จะ symmetric และเลนส์โปรเกรสซีฟไม่ได้มีพื้นที่สำหรับ error มากมาย ดังนั้นผิดนิดเดียวถือว่าเรื่องใหญ่

◦ #งานดัดแว่น - เลนส์โปรเกรสซีฟถูกออกแบบมาบนค่าพารามิเตอร์แว่นที่จำเพาะ ดังนั้น เราต้องดู position of wear ของคนไข้ว่าได้สเปกตามที่ผู้ผลิตเลนส์กำหนดมาหรือไม่

⠀⠀⠀⠀
4
- สั่งเลนส์ ป้อนเครื่องหมายผิด ป้อนเลขผิด ลืมสั่งปริซึม สั่งปริซึม base กลับฝั่ง อันนี้ต้อง “สติ”

⠀⠀⠀⠀
ถ้าทำทั้งหมดแล้ว และคิดว่าทำถูกแล้ว และคนไข้ยังใช้ไม่ได้ “ให้ ban สินค้าของผู้ผลิตรายนั้นได้เลย” ไม่มีเหตุผลอื่น

⠀⠀⠀⠀
เรื่องแว่นๆ มันก็ง่ายๆ แบบนี้แหล่ะ ที่มันยากเพราะไม่ค่อยทำเรื่องศาสตร์ให้มันถูกต้องและตรงไปตรงมา เพราะอ้างเรื่องศิลป์จัดทอนสายตามากไป

⠀⠀⠀⠀
โดยส่วนตัวผม ทำงานทั้งหมดเป็นวิทยาศาสตร์ ส่วนศิลป์คืองานอธิบายให้คนเข้าใจภาวะที่เป็นอยู่ แนวทางการแก้ไข ผลข้างเคียงในช่วงแรกว่าคนไข้จะรู้สึกอย่างไร และอาการจะหายไปเมื่อไหร่ เพื่อให้คนไข้เข้าใจและให้ความร่วมมือ ไม่ใช่การจัดทอนสายตา

⠀⠀⠀⠀
ยาวนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่รู้จะเขียนยังไงให้สั้น เพราะว่าต้องเอาความเชื่อมโยง 6 ปี มาโยงให้เห็นความเชื่อมโยง

⠀⠀⠀⠀
เดี๋ยวตอนหน้า จะมาเล่าให้ฟังว่า “ภาพซ้อนที่เป็นผลข้างเคียงมาจากการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคตาอื่นๆ" เช่นในเคสนี้เป็นหลังการผ่าตัดเพื่อรักษาจอประสาทตาลอก และมีอีกสองเคสซึ่งอาการหนักคือ มากกว่า 30 Prism (Hyperphoria) บางคนเป็นมาก บางคนเป็นน้อย บางคนมาแสดงอาการ vertical phoria ตอน presbyopia แม้ว่าไม่ได้มีการผ่าตัดก็ตาม ส่วนสาเหตุว่ามาจากอะไรได้บ้าง และ ผมจัดการเคสนั้นยังไง ไว้มาเล่าให้ฟังตอนหน้า

⠀⠀⠀⠀
ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทัศนมาตรที่ทำหน้าที่โดยตรงในการดูแลเรื่องระบบการมองเห็นของสองตานั้น ไม่ควรละเลยการทำ Binocular Function และอย่าได้เชื่อ หากมีใครสอนคุณว่า คนไข้ Presbyopia ไม่ต้องทำ Function โดยไม่เคยอธิบายเหตุผลว่าทำไม เพราะเขาก็จำๆ มา ซึ่งจำจากใครก็ไม่รู้ (ผมก็เคยได้ยิน แต่ตอนเป็นนักศึกษานั้นยังโง่อยู่ ใครพูดอะไรก็เชื่อ (ไม่เชื่อพี่จะให้เชื่อใคร)

⠀⠀⠀⠀
แต่จากประสบการณ์การทำงานมากว่า 10 ปี พบว่าเรื่องนี้ไม่มีมูลอยู่เลย มีเรื่องเดียวที่ตรวจแล้วไม่มีประโยชน์ในการวิเคราะห์คือ การทำ AC/A ratio เท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นๆ ยังต้องตรวจทั้งหมด เหมือนเดิม
ลาละครับ ขอบคุณครับที่ติดตาม

ดร.ลอฟท์ ,O.D.

⠀⠀⠀⠀
ทำนัด

LOFT OPTOMETRY
578 Wacharapon Rd. Tharang Bangkhen BKK 10220
mobile : 090-553-6554
lineID : loftoptometry (ส่งได้หลังรับเพื่อนแล้วเท่านั้น)

tags : #จอประสาทตาลอก #ภาพซ้อน #เลนส์โปรเกรสซีฟ #วาฬเกยตื้น #ทัศนมาตร

The Sage ​ : ปราชญ์เฒ่าเล่าเรื่องแสง EP.6 : "Perfect Sphere ​ ไม่มีอยู่จริงในดวงตามนุษย์"⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀Intro ⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀มีพี่ท่...
05/12/2025

The Sage ​ : ปราชญ์เฒ่าเล่าเรื่องแสง
EP.6 : "Perfect Sphere ​ ไม่มีอยู่จริงในดวงตามนุษย์"
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
Intro
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
มีพี่ท่านหนึ่ง inbox เข้ามาถามเรื่อง JCC ซึ่งเป็นคำถามที่ดีมากครับ ผมคิดว่าหลายท่านก็น่าจะสนใจ เพราะ JCC คือเทคนิคการ Fine-tuning สายตาเอียงที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ อย่าง Clock Dial แต่ก่อนที่จะดำดิ่งลงไปในเนื้อหาและหลักการ ผมขอเล่าเรื่องนี้ให้ฟังก่อนครับ...
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
“Perfect Sphere ไม่มีอยู่จริง”
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ครั้งหนึ่ง (สมัยยังทำงานเป็น Lens Consultant ให้กับ Rodenstock) ผมชอบเกาะรถเซลล์ไปเยี่ยมร้านค้าตัวแทนตามจังหวัดต่างๆ ได้ทำงานไป เที่ยวไป ร้านแว่นตจว. ส่วนใหญ่เปิดสายๆ สัก 10 โมง เราก็จะมีเวลาช่วงเช้าแวะหาของอร่อยกิน ไหว้พระตามวัดป่าที่เกจิอาจารย์เคยจำพรรษาอยู่ สนุกดี
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
แต่มีอยู่จังหวัดหนึ่งที่ผมชอบที่สุดคือ “มุกดาหาร” พระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าที่นี่สวยมาก ยิ่งถ้าคืนไหนมีพระจันทร์เต็มดวง แสงจันทร์สะท้อนน้ำโขงคือที่สุด ปลาน้ำโขงก็อร่อย กลางคืนมีร้านชิลน่านั่ง มี "ข้าวเปียก 5 แยก" ที่รสชาติเด็ดขาด ผมพักที่ระเบียงมุกบ่อยจนจำทางได้หมดแล้ว (มีรูปให้ดูใน comment ด้วย)
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
เป้าหมายรอบนั้นคือร้าน Sahaphan Optic Design - SPOD เพื่อไปอัพเดตเทรนด์เลนส์ตามปกติ แต่คำถามแรกที่ลูกค้าถามผม ไม่ใช่เรื่องเลนส์รุ่นใหม่ที่ผมกำลังจะขาย แต่เขาถามผมสั้นๆ ว่า...

“Perfect Sphere อยู่ที่ไหน และหายังไง?”
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
เป็นคำถามที่เรียบง่ายแต่ท้าทาย Lens Consultant มือใหม่อย่างผมมาก เพราะช่วงนั้นเราก็ท่องสเปคสินค้าไปเต็มที่ เหมือนนกแก้วนกขุนทอง ถ้าตอบไม่เข้าท่า ลูกค้าคงแค่ยิ้มๆ แล้วปล่อยผ่านไป คิดอยู่แปบนึง ผมตอบไปว่า...
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀
"Perfect Sphere ไม่มีอยู่จริง และหาไม่ได้ในทางคลินิก สิ่งที่เราหาได้คือ ค่าเฉลี่ยของค่าจริง หรือ ค่าที่ผิดน้อยที่สุดแค่นั้นเอง เหมือนกับการทำ retino คือถ้าเราบ้าหา nutral ส่องจน retina ไหม้ก็หาไม่เจอ เพราะ "แสง nutral" คือ "แสงที่ไม่ with" และ "ไม่ againt” (ซึ่งทำง่ายกว่าเยอะ และเร็วด้วย) ...จากนั้นเราก็เก็บ Price list lens แล้วไปกินเบียร์กันต่อ สบายใจ
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ขยายความ: มัชฌิมาปฏิปทา (ทางสายกลาง)
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
คำว่า “ทางสายกลาง” เหมือนการยืนอยู่กลางถนน ใครๆ ก็พูดได้ แต่ "กลาง" ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขืนเอามาตรฐานตัวเองวัดคงตีกันตาย ดังนั้นในทาง Optics เราเปลี่ยนนิยามใหม่ว่า “กลาง คือภาวะที่ไม่เอียงซ้ายและไม่เอียงขวา”
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
หน้าที่ของ JCC ก็คือการ "บีบ" ค่าเลนส์จากฝั่งซ้ายและฝั่งขวาให้แคบลงเรื่อยๆ จนกระทั่งคนที่ยืนอยู่ตรงกลางขยับตัวไม่ได้ จะกินซ้ายก็ไม่ได้ กินขวาก็ไม่ได้ นั่นแปลว่าเราเจอ "จุดสมดุล" (Equilibrium) หรือ Sweet Spot ที่ดีที่สุดแล้ว
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
แม้แต่ผู้ผลิตเลนส์เองก็พยายามทำเรื่องเดียวกัน คือบีบค่าความคลาดเคลื่อน (Aberration) ให้เล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้าง Spherical Equivalent ระดับไมครอนขึ้นมา แต่ปัญหาก็คือ... เครื่องมือเรามันมีขีดจำกัด
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
Quantization Error: เมื่อโลก Analog ถูกขังอยู่ในขั้นบันได Digital
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ถ้าเปรียบเทียบกับเลนส์สายตากับเครื่องเสียง
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ลองจินตนาการถึงไฟล์เพลง ดวงตาคนเราเป็นระบบ Analog ที่มีความต่อเนื่องและละเอียดระดับ Hi-Res Audio แต่เลนส์ทดลองที่มีสเต็ป 0.25D (เก่งๆก็ 0.12) มันเหมือนไฟล์เพลงที่มี Bit Depth ต่ำๆ กราฟเสียงแทนที่จะโค้งมนสวยงาม กลับกลายเป็น "ขั้นบันได" หยาบๆ ซึ่งในทางเทคนิคเราเรียกความเพี้ยนนี้ว่า "Quantization Error"
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
เราอาจจะวัดได้ค่าที่ "ลงล็อก" ที่สุดในสเต็ป 0.25D แล้วคิดว่านี่คือ Best Sphere แต่ในความเป็นจริง ช่องว่างระหว่างขั้นบันไดนั้น ยังมี Higher Order Aberrations (HOA) ซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Coma, Trefoil หรือ Spherical Aberration ซึ่งพวกนี้คือ "สายตาเอียงขนาดจิ๋ว" ที่เครื่องมือ Subjective Test ทั่วไปเข้าไม่ถึง ศึกษา aberration เพิ่มเติมได้จากลิ้งค์
https://www.loftoptometry.com/Eyecare/viewcase/126/14
https://loftoptometry.com/Eyecare/viewcase/53/11
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
และถึงแม้เราจะมีเทคโนโลยีที่แก้ HOA ได้หมดจดจนเหลือ 0 (ซึ่งทำไม่ได้จริง) ในทางฟิสิกส์เราก็ยังหนีไม่พ้นกฎของ Diffraction Limit ที่แสงเมื่อผ่านรูม่านตาจะเกิดการเลี้ยวเบน ทำให้จุดโฟกัสไม่มีวันเป็น "จุด" (Point) ที่สมบูรณ์ แต่จะเป็นดวงกลมๆ ที่เรียกว่า Airy Disk เสมอ
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
ดังนั้น ถ้าใครมาบอกคุณว่าวัดสายตาได้ "Perfect Sphere" หรือ "แม่นยำที่สุดในโลก" ให้เข้าใจตรงกันครับว่า "โม้ทั้งเพ"เพราะขนาดธรรมชาติของแสงเอง ยังไม่ยอมให้เกิดความสมบูรณ์แบบนั้นเลย
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
Visual Noise: สัญญาณรบกวนแห่งการมองเห็น

กลับมาที่เรื่องการตรวจสายตา... ภาพที่ไม่ชัด ก็คือ "Noise" ชนิดหนึ่ง เป็น Visual Noise หน้าที่ของเราในห้องตรวจคือการลด Noise นี้ให้ต่ำที่สุด เพื่อให้สัญญาณภาพ (Visual Acuity) ชัดเจนขึ้น
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
แต่ Noise ไม่ได้มาจากแค่สายตาคนไข้ มันมาจาก:

1.Environment Noise: ห้องตรวจที่ลึกไม่ได้มาตรฐาน, แสงสว่างที่ไม่เหมาะสม

2.Equipment Noise: เครื่อง Phoropter ที่ไม่ได้ระนาบ, Trial Frame ที่เซ็ตไม่ฉากกับแนวการมอง (เหมือนการไม่ Toe-in ลำโพงหาจุด Sweet spot)

3.Biological Noise: อันนี้สำคัญสุด คือความขุ่นใสของกระจกตา, เลนส์แก้วตา หรือวุ้นตา ซึ่งเราเข้าไปยุ่งไม่ได้ ต้องอาศัยเครื่องมือ Objective Test อย่าง DNEye Scanner เข้าไปเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
เมื่อเรากำจัด Noise ภายนอกได้หมด เราจะได้ค่าสายตา "เฉลี่ย" ที่เข้าใกล้ Perfect Sphere ที่สุดเท่าที่มนุษย์จะทำได้ ส่วนที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของ "เลนส์" ว่าจะจัดการกับ Noise ระดับไมครอนได้ดีแค่ไหน (ซึ่งเลนส์โปรเกรสซีฟแต่ละรุ่น แต่ละค่าย จัดการเรื่องนี้ได้ไม่เท่ากัน เหมือน DAC/Amp คนละเกรดนั่นแหละครับ)

Jackson Cross Cylinder ,JCC: การเลี้ยงสมดุลของ Interval of Sturm
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
เข้าสู่คำถามทางเทคนิค... การทำ JCC ไม่ใช่แค่ถามว่าชัดไหม 1,2 อันไหนชัดกว่า แต่คือการบีบเส้นโฟกัสแนวตั้งและแนวนอน (Focal Lines) ให้เข้ามาใกล้กันที่สุด เพื่อลดระยะห่างของ Interval of Sturm ถ้าเทียบกับถนนคือการบีบขอบถนนซ้ายสุดกับขวาสุดเข้ากลางเลนส์ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้รถถูกบังคับให้ไปตามทางสายกลาง
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
หัวใจสำคัญคือ ขณะทำ JCC เราต้องเลี้ยง “Circle of Least Confusion (CLC)” หรือวงกลมของความมัวที่เล็กที่สุด ที่อยู่ระหว่าง focal line ทั้งสองนั้น ให้วางอยู่บน จอประสาทตา (Retina) ตลอดเวลา และนี่คือเหตุผลว่าทำไม "ต้องทด Sphere" ทุกครั้งที่เปลี่ยน Cylinder:

• เพิ่ม -Cylinder 2 สเตป (-0.50 DC) -> ต้องเพิ่ม Sphere +0.25DS (1 สเตป)

• ลด -Cylinder 2 สเตป (-0.50 DC) -> ต้องลด Sphere -0.25DS (1 สเตป)

เพื่อดึงให้ CLC กลับมาเกาะอยู่ที่จอประสาทตาเสมอ ไม่หลุดโฟกัสไปหน้าหรือหลัง
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
กระบวนการนี้ เรามักทำกันบน Phoropter จนได้ค่า BVA (Best Visual Acuity) แล้ว แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการทำซ้ำบน Free Space (Trial Frame) เพราะจากประสบการณ์สิบกว่าปีของผม ค่าที่ได้จาก Phoropter กับ Free Space "ไม่เคยเหมือนกันเป๊ะ" ถ้าคุณข้ามขั้นตอนนี้ โอกาสพลาดมีสูงกว่า 90%⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀

มาถึงตอนนี้....ถ้าถามว่า best sphere อยู่ที่ไหน ???

คำตอบคือ " Best Sphere ≈ SE of residual errors" หรือ ค่า spherical equivalent ของ ความคลาดเคลื่อนที่เหลืออยู่น้อยนั่นเอง (แต่ขึ้นอยู่กับว่ามันจะหยาบหรือละเอียดแค่ไหน ระดับ LOA หรือ HOA แต่แน่นอนว่า มันไม่ใช่จุดโฟกัสในอุดมคติแน่ๆ) ⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
⠀⠀
แต่คำถามที่แฟนเพจถามเอาไว้ก็คือ :
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
"แล้วเวลาออกมาทำ JCC บน Free Space... เรายังต้องทด Sphere แบบเดียวกับตอนทำบน Phoropter หรือไม่? เพราะเงื่อนไขระยะและสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป...และ เราอุตส่าห์หา BVA ได้แล้วจากการ fog-unfog บน phoropter"
⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀
คำถามนี้น่าสนใจและลึกซึ้งมากครับ แต่ขอยกยอดไปตอบในตอนหน้า เพราะเดี๋ยวเนื้อหาจะแน่นจนย่อยไม่ทัน

รอติดตามกันนะครับ

เช่นเคย ขอบคุณทุกท่านสำหรับกำลังใจในการติดตาม ถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง ดิบๆ ห่ามๆ ไปบ้างก็ต้องขออภัย

สวัสดีครับ

ดร.ลอฟท์ (The Sage)

ที่อยู่

Bangkok

เวลาทำการ

อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 09:00 - 18:00
อาทิตย์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66905536554

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Loft Optometry : Your Eyes in Good Hands.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Loft Optometry : Your Eyes in Good Hands.:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram

เรื่องราวของเรา

THE REASONS WHY !

When you have visual problems, This is what The REASONS Why you’ve to come to see us at Loft Optometry.

We Offer The Best Service ,

We Are Optometrist , A doctor who graduated in Doctor of Optometry professional Program for 6 years, well-training for #exam, #diagnose , #manage the disorder of the visual system of the eye and associated structure related condition affecting the eye. We use the most modern wold standard eye exam instruments for diagnose ,treat and prescribe any type of ophthalmic lens precisely and Yes ,We Are The FIRST in Thailand who have and use the hi-end cnc-edging machine ,WECO E.6, import form Germany to precious cutting ,edging , precisely and beautiful especially for #LINDBERG frame.