Learning-up https://learning-up.com
แหล่งเรียนรู้เพิ่มทักษะด้านสุขภาพ และการใช้ชีวิต

เพจ Longevity & Wellness by June เกิดขึ้นจากความตั้งใจอยากแบ่งปันความรู้ด้านสุขภาพเพื่อ “ยืดอายุขัยอย่างมีคุณภาพ”
ที่นี่คุณจะได้พบกับ:
✅ ความรู้ด้าน Longevity Society
✅ เวชศาสตร์บำบัดด้วยน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์
✅ เคล็ดลับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม กาย-ใจ-พลังชีวิต

🌿 เพราะสุขภาพที่ดี…คือของขวัญที่เรามอบให้ตัวเองได้ทุกวัน

ภูมิคุ้มกันพัง... เริ่มต้นที่ "ลำไส้": ความลับของ Gut-Lung Axis เมื่อท้องผูกส่งผลให้ปอดป่วย #เป็นหวัดบ่อย... ลองก้มดู "พ...
26/01/2026

ภูมิคุ้มกันพัง... เริ่มต้นที่ "ลำไส้": ความลับของ Gut-Lung Axis เมื่อท้องผูกส่งผลให้ปอดป่วย

#เป็นหวัดบ่อย... ลองก้มดู "พุง" ตัวเองหรือยัง?: ความลับของระบบภูมิคุ้มกัน 70% ที่ซ่อนอยู่ในลำไส้ของคุณ

เวลาเราไอ จาม หรือเจ็บคอ เรามักมุ่งความสนใจไปที่ ปอด คอ หรือจมูก

เรากินวิตามินซี เราใส่หน้ากาก... แต่เรามักละเลยอวัยวะที่อยู่ไกลออกไปอย่าง "ลำไส้"

ทั้งที่ความจริงแล้ว... กองบัญชาการหลักของกองทัพภูมิคุ้มกัน ตั้งฐานทัพใหญ่อยู่ที่ท้อง

🌐 The Hidden Connection: แกนลำไส้-ปอด (Gut-Lung Axis)
วิทยาศาสตร์ยุคใหม่ค้นพบว่า ร่างกายเรามีระบบสื่อสารพิเศษระหว่างอวัยวะ

เซลล์ภูมิคุ้มกันกว่า 70% ของร่างกาย (GALT - Gut-associated lymphoid tissue) อาศัยอยู่ที่ผนังลำไส้
หน้าที่ของมันคือคอยคัดกรองเชื้อโรคจากอาหาร และที่สำคัญคือมันทำหน้าที่ "เทรนนิ่ง" เม็ดเลือดขาวให้ฉลาดและแข็งแรง
เมื่อเม็ดเลือดขาวที่ลำไส้ได้รับการฝึกฝนดีแล้ว มันจะส่งสัญญาณเคมี (Cross-talk) ผ่านกระแสเลือดไปยัง "ปอด"
เพื่อบอกให้ปอดเตรียมเกราะป้องกันให้พร้อมรับมือกับเชื้อโรคที่มาทางอากาศ

⚠️ เมื่อกองบัญชาการล่มสลาย
หากคุณเป็นคนกินอาหารแปรรูปเยอะ ไม่กินผัก หรือมีปัญหาท้องผูกเรื้อรัง...

สมดุลแบคทีเรียในลำไส้จะพังทลาย (Dysbiosis) แบคทีเรียดีลดลง แบคทีเรียก่อโรคเพิ่มขึ้น

ผลลัพธ์: การสื่อสารไปยังปอดจะขาดหาย หรือผิดเพี้ยนไป
ปอดจะขาดกองหนุน ทำให้เกราะป้องกันเปราะบาง เชื้อไวรัสหวัดธรรมดาๆ ก็สามารถเจาะเข้ามาทำร้ายคุณได้ง่ายขึ้น

💡 Action Plan:
ถ้าคุณป่วยง่าย และมีปัญหาขับถ่ายร่วมด้วย... ยาวิเศษของคุณอาจไม่ใช่ยาปฏิชีวนะ
แต่คือ "อาหารเลี้ยงจุลินทรีย์"

Probiotics: เติมจุลินทรีย์ดี (โยเกิร์ต, กิมจิ, นัตโตะ)
Prebiotics: เติมอาหารให้จุลินทรีย์ (กล้วย, หอมหัวใหญ่, กระเทียม, หน่อไม้ฝรั่ง)

เพราะลำไส้ที่แข็งแรง คือป้อมปราการด่านแรกที่จะปกป้องปอดของคุณ

ข้อมูล: Healthme

🧠 ภาวะอารมณ์และความเครียด: ภัยเงียบที่กัดกินสุขภาพภาวะอารมณ์และความเครียด ไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึกที่เกิดขึ้นชั่วคราว แ...
11/12/2025

🧠 ภาวะอารมณ์และความเครียด: ภัยเงียบที่กัดกินสุขภาพ

ภาวะอารมณ์และความเครียด ไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึกที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่มีผลกระทบที่ซับซ้อนและเป็นรูปธรรมต่อร่างกายของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความเครียดนั้นกลายเป็น ความเครียดเรื้อรัง (Chronic Stress)

1. ความเครียดคืออะไร? (The Stress Response)
ความเครียดคือกลไกการตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกายต่อสิ่งกระตุ้น (Stressor) ที่คุกคามหรือท้าทายการรักษาสมดุลของร่างกายและจิตใจ (Homeostasis)

🔬 กลไกทางชีววิทยา:เมื่อเราเผชิญกับสถานการณ์ที่ตึงเครียด ระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System) จะเข้าสู่โหมด "สู้หรือหนี" (Fight-or-Flight Response) ซึ่งนำไปสู่การหลั่งฮอร์โมนสำคัญ 2 ชนิด:

🧠 อะดรีนาลีน (Adrenaline/Epinephrine): ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น และเพิ่มพลังงานให้กล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว

🧠 คอร์ติซอล (Cortisol): หรือที่เรียกว่า "ฮอร์โมนความเครียดหลัก" คอร์ติซอลจะช่วยเพิ่มน้ำตาลในกระแสเลือด (Glucose) เพื่อใช้เป็นพลังงาน ทำให้การทำงานของสมองเพิ่มขึ้นชั่วคราว และที่สำคัญคือ ยับยั้งการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System) ในระยะแรกGetty Images

งานวิจัยในวารสาร Science แสดงให้เห็นว่า การตอบสนองต่อความเครียดนี้ถูกควบคุมโดยแกน HPA (Hypothalamic-Pituitary-Adrenal Axis) ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมโยงสมองกับต่อมหมวกไต

2. ผลกระทบของความเครียดเรื้อรังต่อสุขภาพ
เมื่อความเครียดดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและฮอร์โมนคอร์ติซอลยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ผลที่ตามมาคือความเสียหายต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย

ผลกระทบจากความเครียดเรื้อรังงานวิจัยอ้างอิงระบบหัวใจและหลอดเลือดความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง หัวใจวาย และหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น จากการที่หัวใจต้องทำงานหนักตลอดเวลา

Harvard Health Publishing ระบุว่า ความเครียดเรื้อรังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อโรคหัวใจระบบภูมิคุ้มกันการยับยั้งการทำงานของภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น แผลหายช้าลง และอาจกระตุ้นการเกิดโรคอักเสบเรื้อรัง

ผลงานของ Segerstrom & Miller (2004) พบว่าความเครียดเรื้อรังบั่นทอนการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันระบบทางเดินอาหารเพิ่มความเสี่ยงของอาการลำไส้แปรปรวน (Irritable Bowel Syndrome - IBS) แผลในกระเพาะอาหาร และกรดไหลย้อน เนื่องจากความเครียดส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของลำไส้

American Psychological Association (APA) ยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างความเครียดกับ IBS สมองและสุขภาพจิตคอร์ติซอลสูงอาจทำลายเซลล์สมองในส่วน Hippocampus (ส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำและการเรียนรู้) นำไปสู่ปัญหาความจำ อาการซึมเศร้า และความวิตกกังวล

งานวิจัยเกี่ยวกับ Neurobiology of Stress ชี้ว่าความเครียดเรื้อรังส่งผลให้เกิดการฝ่อของฮิปโปแคมปัส ซึ่งสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้า3. ภาวะอารมณ์เชิงลบกับการอักเสบในร่างกาย (Negative Emotion and Inflammation)ภาวะอารมณ์เชิงลบ เช่น ความโกรธ ความเศร้า หรือความวิตกกังวลอย่างต่อเนื่อง มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับกระบวนการอักเสบในระดับเซลล์:

Cytokines (ไซโตไคน์): คือโปรตีนขนาดเล็กที่เซลล์ภูมิคุ้มกันสร้างขึ้นเพื่อส่งสัญญาณ ภาวะอารมณ์เชิงลบเรื้อรังสามารถกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งไซโตไคน์ชนิดที่ก่อให้เกิดการอักเสบ (Pro-inflammatory Cytokines) มากเกินไปการอักเสบเรื้อรัง (Chronic Inflammation): การอักเสบในระดับต่ำแต่ต่อเนื่องนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญของการเกิดโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น เบาหวานชนิดที่ 2, โรคข้ออักเสบ, และมะเร็งบางชนิด

การศึกษาในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences (PNAS) พบว่าบุคคลที่มีแนวโน้มที่จะแสดงออกถึงอารมณ์เชิงลบมีความเสี่ยงสูงต่อการมีระดับของสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบ (เช่น C-Reactive Protein) สูงกว่า ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด

💡 บทสรุปและการจัดการความเครียดและภาวะอารมณ์เชิงลบเรื้อรังคือปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพที่ร้ายแรงพอๆ กับการสูบบุหรี่หรือการมีน้ำหนักเกิน การทำความเข้าใจกลไกเหล่านี้ช่วยให้เราเห็นความสำคัญของการจัดการความเครียด ไม่ใช่แค่เพื่อความสบายใจ แต่เพื่อสุขภาพกายที่แข็งแรงวิธีจัดการที่ได้รับการรับรองทางวิชาการ (Evidence-Based Interventions):

การเจริญสติ/สมาธิ (Mindfulness & Meditation): มีงานวิจัยจำนวนมากที่ยืนยันว่าการฝึกสติช่วยลดการทำงานของแกน HPA และลดระดับคอร์ติซอลได้

การออกกำลังกาย (Exercise): การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนความเครียดและเพิ่มการหลั่งสาร Endorphins ซึ่งช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น

การนอนหลับที่เพียงพอ (Adequate Sleep): การนอนหลับที่มีคุณภาพช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมและปรับสมดุลของฮอร์โมนความเครียด

รู้แบบนี้แล้ว...เรายังจะปล่อยให้ภาวะความเครียดเป็นจุดเริ่มต้นของอาการป่วยของโรคร้ายแรงต่างๆ อีกหราคะ



ภาวะสมองเสื่อม (Dementia): เมื่อความทรงจำเลือนหาย... เราป้องกันได้หรือไม่?หลายคนมักเข้าใจผิดว่า "อาการหลงลืม" เป็นเรื่อง...
24/11/2025

ภาวะสมองเสื่อม (Dementia): เมื่อความทรงจำเลือนหาย... เราป้องกันได้หรือไม่?
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า "อาการหลงลืม" เป็นเรื่องปกติของผู้สูงอายุ แต่ในความเป็นจริง ภาวะสมองเสื่อมไม่ใช่โรคชรา แต่เป็นความถดถอยของการทำงานในสมองที่รุนแรงจนกระทบต่อชีวิตประจำวัน และที่สำคัญ... งานวิจัยสมัยใหม่ยืนยันว่าเราสามารถ "ชะลอ" หรือ "ลดความเสี่ยง" ได้หากรู้ทัน
🧠 ภาวะสมองเสื่อม คืออะไร?
ภาวะสมองเสื่อม เป็นคำกว้างๆ ที่ใช้เรียกกลุ่มอาการที่มีความผิดปกติของกระบวนการคิด (Cognitive function) ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's Disease) คิดเป็น 60-80% ของผู้ป่วยทั้งหมด รองลงมาคือสมองเสื่อมจากหลอดเลือดสมอง (Vascular Dementia)
⚠️ 5 สัญญาณเตือน ที่บอกว่าไม่ใช่แค่ "ขี้ลืม" ปกติ
หากพบอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์ทันที:
ความจำระยะสั้นแย่ลง: ถามคำถามเดิมซ้ำๆ จำไม่ได้ว่าเพิ่งกินข้าวหรือวางของไว้ที่ไหน
ทำกิจวัตรเดิมไม่ได้: เช่น ขับรถหลงทางในเส้นทางที่คุ้นเคย, กดรีโมททีวีไม่ถูก, ลืมวิธีทำอาหารจานโปรด
มีปัญหาด้านภาษา: นึกคำไม่ออก เรียกชื่อสิ่งของผิดๆ ถูกๆ
สับสนวันเวลาและสถานที่: ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน หรือเป็นเวลาเช้า/เย็น
อารมณ์และบุคลิกเปลี่ยน: หงุดหงิดง่าย หวาดระแวง หรือซึมเศร้า
**งานวิจัยเรื่อง "อาหาร MIND Diet ช่วยลดความเสี่ยงอัลไซเมอร์"
แหล่งอ้างอิง: Rush University Medical Center (Chicago, USA)
นักวิจัยพบว่าการรับประทานอาหารสูตร MIND Diet (ผสมผสานระหว่างอาหารเมดิเตอร์เรเนียนและ DASH Diet) อย่างเคร่งครัด สามารถลดความเสี่ยงของอัลไซเมอร์ได้สูงถึง 53%
อาหารแนะนำ: ผักใบเขียว (กินทุกวัน), เบอร์รี่ (โดยเฉพาะบลูเบอร์รี่), ถั่วเปลือกแข็ง, ปลา, สัตว์ปีก, และน้ำมันมะกอก
อาหารต้องห้าม: เนื้อแดง, เนย, ชีส, ขนมหวาน, และของทอด
**งานวิจัยเรื่อง "การนอนหลับและการกำจัดขยะในสมอง"
แหล่งอ้างอิง: National Institutes of Health (NIH) & Science Journal
งานวิจัยพบว่า ในขณะที่เรานอนหลับลึก (Deep Sleep) สมองจะมีระบบชะล้างที่เรียกว่า Glymphatic System ทำงานเพื่อกำจัดสารพิษที่ชื่อว่า Beta-amyloid (โปรตีนที่สะสมและก่อให้เกิดอัลไซเมอร์)
ผลการวิจัย: ผู้ที่นอนหลับไม่เพียงพอ หรือหลับไม่ลึก มีแนวโน้มที่จะมีการสะสมของโปรตีนชนิดนี้มากกว่าปกติ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมในระยะยาว
How-to: เริ่มต้นดูแลสมองตั้งแต่วันนี้
จากผลวิจัยข้างต้น เราสามารถสรุปแนวทางปฏิบัติง่ายๆ ได้ดังนี้:
ขยับกาย = ขยายสมอง: การออกกำลังกายแบบแอโรบิก (เดินเร็ว, วิ่ง, ว่ายน้ำ) ช่วยเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมองและสร้างเซลล์สมองใหม่
เรียนรู้สิ่งใหม่เสมอ: การเรียนภาษาใหม่, เล่นดนตรี, หรือเล่นเกมฝึกสมอง ช่วยสร้าง "ทุนสำรองทางปัญญา" (Cognitive Reserve)
เข้าสังคม: อย่าปล่อยให้ตัวเองเหงา การพูดคุยพบปะผู้คนช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองหลายส่วนพร้อมกัน
ตรวจการได้ยิน: หากเริ่มหูตึง ให้รีบรักษาหรือใส่เครื่องช่วยฟัง เพราะการไม่ได้ยินทำให้สมองขาดการกระตุ้น
นอนให้ดี: เน้นคุณภาพการนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมง เพื่อให้สมองได้ทำความสะอาดตัวเอง
ภาวะสมองเสื่อมอาจดูน่ากลัว แต่ "ความรู้" คือวัคซีนที่ดีที่สุด แม้พันธุกรรมจะมีผล แต่ไลฟ์สไตล์ของเรามีผลมากกว่า การเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเราเองในอนาคต แต่เพื่อรักษา "ตัวตน" และ "ความทรงจำ" อันมีค่าให้อยู่กับคนที่เรารักไปตราบนานเท่านาน

🧠🩺สุขภาพทางอารมณ์: พื้นฐานสำคัญของชีวิตที่เรามักละเลยสุขภาพทางอารมณ์ (Emotional Health) หมายถึง ความสามารถในการรับรู้อาร...
18/11/2025

🧠🩺สุขภาพทางอารมณ์: พื้นฐานสำคัญของชีวิตที่เรามักละเลย
สุขภาพทางอารมณ์ (Emotional Health) หมายถึง ความสามารถในการรับรู้อารมณ์ของตนเอง จัดการกับความเครียด เข้าใจความรู้สึกผู้อื่น และปรับตัวต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตได้อย่างเหมาะสม หลายคนมักคิดว่า “สุขภาพดี” หมายถึงแค่ร่างกายแข็งแรง แต่ความจริงแล้ว สมดุลทางอารมณ์เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้เราคิด ตัดสินใจ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีได้อย่างยั่งยืน
#ทำไมสุขภาพทางอารมณ์จึงสำคัญ?
งานวิจัยจำนวนมากอธิบายว่าอารมณ์เกี่ยวข้องกับทั้งสมองและร่างกายโดยตรง เมื่อเราเครียด วิตกกังวล หรือมีอารมณ์ลบสะสมเป็นเวลานาน ร่างกายจะหลั่ง ฮอร์โมนคอร์ติโซล (Cortisol) มากขึ้น ซึ่งมีผลทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง คุณภาพการนอนแย่ลง รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคเรื้อรังต่าง ๆ ได้
ในมิติด้านการทำงานและความสัมพันธ์ การมีสุขภาพทางอารมณ์ที่ดีช่วยให้เราสื่อสารได้ชัดเจนขึ้น ควบคุมอารมณ์ขณะตึงเครียดได้ดีขึ้น และแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผลมากขึ้น ทำให้ลดความขัดแย้งและสร้างการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
#สัญญาณที่บอกว่า “สุขภาพทางอารมณ์กำลังต้องการการดูแล”
หงุดหงิดง่าย อารมณ์ขึ้นลงเร็ว
รู้สึกเหนื่อยล้าแม้นอนเพียงพอ
ไม่มีสมาธิ หรือคิดวนซ้ำ
หลีกเลี่ยงผู้คนหรือกิจกรรมที่เคยชอบ
ใช้วิธีระบายอารมณ์ที่ไม่เหมาะสม เช่น กินมากผิดปกติ ดื่มแอลกอฮอล์
หากสัญญาณเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ อาจเป็นสัญญาณให้เริ่มมองหาวิธีดูแลสุขภาพทางอารมณ์อย่างจริงจัง
#วิธีดูแลสุขภาพทางอารมณ์แบบเข้าใจง่าย
1. ฝึกสังเกตอารมณ์ (Emotional Awareness)
การรู้ว่าเรากำลัง “รู้สึกอะไร” เป็นก้าวแรกของการดูแลอารมณ์ ลองตั้งคำถามว่า ตอนนี้ฉันรู้สึกยังไง? ทำไมถึงรู้สึกแบบนี้? การระบุอารมณ์ช่วยให้เราจัดการมันได้ง่ายขึ้น
2. ลดความเครียดด้วยกิจกรรมสั้น ๆ
งานวิจัยแนะนำว่าการหายใจลึก ๆ 1–2 นาที การเดินเล่น 10 นาที หรือการยืดเหยียดเบา ๆ สามารถลดความตึงเครียดของระบบประสาทได้อย่างมีนัยสำคัญ
3. รักษาความสัมพันธ์ที่ดี
การมีคนให้พูดคุยหรือระบายความรู้สึกช่วยลดภาระทางอารมณ์ สมองจะหลั่งสาร “ออกซิโทซิน (Oxytocin)” ซึ่งช่วยให้รู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลาย
4. จัดตารางพักผ่อน
การนอนอย่างมีคุณภาพ 7–9 ชั่วโมงช่วยให้สมองจัดการอารมณ์ได้ดีขึ้น ผู้ที่นอนหลับไม่เพียงพอมักตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วยอารมณ์รุนแรงมากกว่า
5. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น
การพบจิตแพทย์ นักจิตวิทยา หรือนักบำบัด ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นการดูแลตัวเองอย่างมีวิชาการรองรับ เหมือนการตรวจสุขภาพประจำปีของร่างกาย





Reference :
American Psychological Association. (2023). Emotional health and well-being.
National Institutes of Health (NIH). (2022). Stress effects on the body.
World Health Organization (WHO). (2021). Mental health: Strengthening our response.
Gross, J. J. (2015). Emotion regulation: Current status and future prospects. Psychological Inquiry.

หนึ่งในสาเหตุหลักของความเจ็บป่วย เกิดจากระดับความเครียด (Cortisol) หรือฮอร์โมนความเครียดที่ร่างกายสร้างขึ้น ซึ่งเราเรียก...
16/11/2025

หนึ่งในสาเหตุหลักของความเจ็บป่วย เกิดจากระดับความเครียด (Cortisol) หรือฮอร์โมนความเครียดที่ร่างกายสร้างขึ้น ซึ่งเราเรียกเข้าใจได้ทั่วไปว่าการดูแล #สุขภาพจิต

เรามาทำความรู้จักคอร์ติซอล (Cortisol) ฮอร์โมนความเครียดตัวหลักของร่างกาย (stress hormone) กันค่ะ

คอร์ติซอล เป็นฮอร์โมนกลุ่มสเตียรอยล์ที่สร้างขึ้นจากต่อมหมวกไต เพื่อให้ร่างกายตอบสนองต่อความเครียด และยังมีบทบาทต่อกระบวนการต่างๆในร่างกาย เช่น ต่อสู้อาการอักเสบ กระตุ้นตับให้สร้างน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ควบคุมสารน้ำในร่างกาย

ปกติร่างกายจะหลัง่งสารออกมาปริมาณมากสุดในตอนเช้าช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น มีพลังต่อสู้วันใหม่ และจะลดลงเหลือ 10% ในช่วงเย็น ถ้าระดับคอร์ติซอลที่สูงจนเกินไปจะส่งผลเสียต่อร่างกาย เนื่องจากฮอร์โมนตัวนี้มีฤทธิ์ในการสลายและทำลายล้าง (Catabolic hormone) ทำให้ร่างกายเสื่อมและแก่เร็ว เมื่อความเครียดสะสมสามารถนำไปสู่ต้นเหตุของอาการโรคต่างๆ
ตรงกันข้ามถ้ามีฮอร์โมนนี้น้อยเกินไป จะทำให้เราไม่มีแรงลุกขึ้นจากที่นอนในตอนเช้า ขาดความกระตือรือร้นและอ่อนเพลียช่วงกลางวัน เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ความดันต่ำ

การรักษาระดับคอร์ติซอลให้เหมาะสม คือ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การฝึกหายใจสร้างความผ่อนคลาย การพักผ่อนให้เพียงพอ ฝึกกระบวนการทางความคิด ลดความเครียดโดยการทำกิจกรรมที่ชอบ

เราสามารถเสริมสร้างและดูแลสุขภาพจิตของเราให้ดีได้ด้วยการหันมาดูแลตัวเองให้มากขึ้นนะคะ



ที่มา: Biology by Dr.Supanut Pairohakul

ร่างที่คุณเห็นอาจดูสาวกว่าสภาพจริงภายในก็เป็นได้...คุณรู้ไหม.. #ว่าอายุร่างกายของคุณเท่าไร 🤔อายุร่างกาย หรือ  : คืออายุท...
03/11/2025

ร่างที่คุณเห็นอาจดูสาวกว่าสภาพจริงภายในก็เป็นได้...

คุณรู้ไหม.. #ว่าอายุร่างกายของคุณเท่าไร 🤔

อายุร่างกาย หรือ : คืออายุทางชีวภาพหรืออายุที่บ่งบอกสภาพร่างกายปัจจุบัน ซึ่งจะรู้ได้ก็ต้องไปตรวจโดยใช้ epigenetic test (การตรวจระดับความแก่ของเซลล์ผ่านดีเอ็นเอ) เพื่อจะทราบถึงความชราภาพของตัวเอง

อายุขัยของคนเราพิจารณาขึ้นอยู่กับ กรรมพันธุ์ 25% และปัจจัยแวดล้อมอีก 75% นั่นหมายความว่า...เพื่อไม่ให้เซลล์และร่างกายของเราเสื่อมสภาพเร็ว... เราสามารถทำให้อายุร่างกายของเราดีขึ้นได้

หลักๆแล้ว...เราสามารถควบคุมได้จากการหันมาใส่ใจตัวเองและปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวันของเราเน้น...การเลือกของที่จะใส่เข้าปาก, นอนให้มากพอ, ออกกำลังกาย และปรับมายเซ็ทเพื่อควบคุมระดับความเครียด

สาเหตุที่ร่างกายของเราเสื่อมเร็ว ปัจจัยหลักๆก็มาจากการใช้ชีวิตของแต่ละคนนั่นแหละ แบบที่คนพูดติดปากว่า..เกิดมาทั้งทีต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม 😅 ใช้ชีวิตคุ้มในที่นี่คือแบบว่า กิน เที่ยว ดริ้ง ดรั้ง เกินความจำเป็น 🤭🤭 (อย่าดราม่านะ)

จูนไม่ได้หมายถึง...การอยากทำให้มีอายุที่ยืนยาวมากมายขนาดอยู่ 100 ปีนะคะ แต่จูนหมายถึง เราควรมีชีวิตอยู่ตามระยะอายุที่ควรจะอยู่ และลดความเจ็บป่วยหรือเกิดโรคร้ายแรงเรื้อรังลงเท่านั้นจะดีกว่าไหมคะ ❤️


ปัจจุบัน คนมีอายุยืนมากขึ้นกว่าเดิมส่วนใหญ่ประสบกับปัญหาความเครียดสะสม ความเหนื่อยล้าเรื้อรัง ขาดการโภชนาการที่ดี และสัม...
09/10/2025

ปัจจุบัน คนมีอายุยืนมากขึ้นกว่าเดิมส่วนใหญ่ประสบกับปัญหาความเครียดสะสม ความเหนื่อยล้าเรื้อรัง ขาดการโภชนาการที่ดี และสัมผัสกับมลภาวะที่เป็นพิษที่ปนเปื้อนมาทางอากาศ น้ำ ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว และอาหารที่รับประทานในทุกวัน ดังนั้น การส่งเสริมให้มีการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมจึงมีความสำคัญมากขึ้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม หมายถึง การปฏิบัติตนเพื่อการมีสุขภาพดี โดยเน้นรูปแบบการดูแลรักษาสุขภาพที่ให้ความสำคัญครอบคลุมทั้ง 4 มิติ ได้แก่สุขภาพด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ

การดูแลสุขภาพในลักษณะนี้ จะผสมผสานระหว่างการแพทย์ทางเลือกหลายแบบร่วมกับการรักษาแบบตะวันตกสมัยใหม่สุขภาพดีแบบองค์รวมไม่ได้หมายถึงการไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ หรือความซึมเศร้า แต่คือ “กระบวนการ” ที่เปลี่ยนแปลงตลอดทั้งช่วงชีวิต เพื่อที่จะมีชีวิตที่สมดุล และมีความหมาย ในปัจจุบันการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมถือเป็นวิถีใหม่แห่งการดูแลสุขภาพที่กำลังได้รับความนิยม โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อฟื้นฟูสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ซึ่งไม่ได้พิจารณาเฉพาะโรคที่เป็น หรือเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น แต่จะพิจารณาความสัมพันธ์ของทุกองค์ประกอบเพราะทุกส่วนล้วนมีความสัมพันธ์และส่งเสริมกันเมื่ออยู่ในสภาวะสมดุล สามารถแบ่งได้เป็น 5 มิติ คือ


1. ร่างกาย การดูแลร่างกายอย่างเหมาะสม เพื่อสุขภาพที่ดี ปลอดโรค และมีความแข็งแรง รวมถึงการสร้างสมดุลของกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับร่างกาย การนอนหลับและภาวะโภชนาการที่เหมาะสม


2. อารมณ์ ความสามารถในการเรียนรู้ และจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง แนวปฏิบัติที่ดีในการส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้กับอารมณ์ของเรา คือการฝึกให้มีสติและนิสัยที่ลดความเครียดซึ่งจะช่วยให้สามารถจัดการกับความเครียดได้ดีขึ้น
จดบันทึกประจำวันเกี่ยวกับความคิดและความรู้สึกของตัวเอง ซึ่งสุขภาพทางอารมณ์มีความสำคัญพอ ๆ กับสุขภาพกาย


3. จิตใจ สุขภาพจิตหมายถึงความสามารถทางสติปัญญาของเราที่ส่งผลต่อการทำงานของสมอง สภาวะจิตที่สงบ สมดุล และสอดคล้องกับตัวตนของเรา มีเป้าหมาย มีความไว้วางใจ มีความมั่นใจ จะทำให้เราเป็นคนที่เชื่อถือได้ ตรงไปตรงมา นิ่งและคิดบวกสามารถฝึกได้โดยทำจิตใจให้กระตือรือร้นโดยมองหาโอกาสในการเรียนรู้และแนวทางแก้ไขปัญหา


4. สังคม รูปแบบความสัมพันธ์ที่เรามีต่อผู้อื่นทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ เป็นความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครอบครัว ใช้เวลากับการพบหน้ากันตัวต่อตัว การพบหน้าแบบเสมือนยังไม่สามารถให้ความสุขในระดับเดียวกับการพบหน้ากันตัวต่อตัว มีส่วนร่วมในชุมชนท้องถิ่นของตัวเอง กำหนดขอบเขตให้กับคนต่าง ๆ ในชีวิตที่อาจเพิ่มความเครียดหรือทำให้เกิดพลังที่เป็นพิษ


5. จิตวิญญาณ สุขภาวะที่ดีทางจิตวิญญาณ สามารถทำได้โดยการใช้เวลากับธรรมชาติ
ทำสมาธิในช่วงพักสั้น ๆ ฝึกสมาธิ เล่นโยคะ หากเป็นคนเคร่งศาสนา ให้ใช้เวลาฝึกปฏิบัติแสดงศรัทธาของตนเอง เพื่อช่วยให้เข้าใจความจริงของชีวิต เข้าใจธรรมชาติที่อยู่รอบตัว

ที่มา: HCU Article

สุขภาพดีมากกว่าความสุขกาย แต่รวมถึงสุขใจด้วย: องค์การอนามัยโลกได้นิยามความหมายของคำว่า สุขภาพ (Health) เอาไว้ว่า ภาวะควา...
01/10/2025

สุขภาพดีมากกว่าความสุขกาย แต่รวมถึงสุขใจด้วย:

องค์การอนามัยโลกได้นิยามความหมายของคำว่า สุขภาพ (Health) เอาไว้ว่า ภาวะความเป็นอยู่ที่ดี ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม จึงต้องดูแลให้ครบถ้วน ทั้ง 3 ด้าน เพื่อสุขภาพที่ดีแบบองค์รวม เมื่อเราทราบอายุของร่างกายที่เป็นความแข็งแรงทางกายแล้ว อย่าลืมดูแลความแข็งแรงด้านจิตใจกันด้วย

จากรายงานความสุขโลกประจำปี 2024 (World Happiness Report 2024) พบว่า ประเทศฟินแลนด์ยังคงครองประเทศที่มีความสุขมากที่สุดในโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยประเทศไทยอยู่ที่อันดับ 58 ลดลงจากเมื่อประมาณ 10 ปีก่อนที่อันดับ 34 ซึ่งงานวิจัยอนาคตสุขภาพจิตสังคมไทย พ.ศ. 2576 (Futures of Mental Health in Thailand 2033) รายงานว่า ตัวเลขผู้ป่วยจิตเวชในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า ภายในระยะเวลาเพียง 6 ปี จาก 1.3 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2558 เป็น 2.3 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2564

ความเครียดเป็นเหมือนเพชฌฆาตเงียบ ที่สังเกตด้วยตาเปล่าได้ยากแต่เริ่มแสดงอาการออกมาเมื่อคน ๆ นั้นมีความเครียดเรื้อรัง เช่น ป่วยบ่อย เป็นหวัดง่าย เสี่ยงโรคอ้วน แม้กระทั่งเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง เป็นต้น โดยความเครียดสามารถตรวจได้จากฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ที่เป็นฮอร์โมนความเครียด และ ฮอร์โมนดีเอ็ชอีเอ (DHEA, Dehydroepiandrosterone) ที่เป็นฮอร์โมนต้านความเครียด หรือฮอร์โมนความสุข เพื่อดูความสมดุลระหว่างฮอร์โมนทั้งสองชนิด ทั้งนี้ความเครียดยังส่งผลถึงความยาวของเทโลเมียร์ได้เช่นกัน งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า ความยาวของเทโลเมียร์ในผู้หญิงที่มีความเครียดเป็นประจำ จะสั้นกว่ากลุ่มที่ไม่เครียดมากถึง 10 ปี


5 เคล็ดลับการมีสุขภาพที่ดี เพื่อการมีอายุร่างกายอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงของเรา
1. การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
2. ออกกำลังกายครั้งละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์
3. นอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อย 8-9 ชั่วโมง
4. หลีกเลี่ยงสารอันตราย
5. ดูแลสุขภาพจิตตัวเองให้ดีอยู่เสมอ




ที่มา. bdmswellness

อายุขัย (Lifespan) หมายถึง ระยะเวลาที่คน สัตว์ หรือสิ่งต่าง ๆ ดำรงอยู่ หรือมีชีวิตอยู่ หรือพูดง่าย ๆ คือ อายุตามบัตรประช...
30/09/2025

อายุขัย (Lifespan) หมายถึง ระยะเวลาที่คน สัตว์ หรือสิ่งต่าง ๆ ดำรงอยู่ หรือมีชีวิตอยู่ หรือพูดง่าย ๆ คือ อายุตามบัตรประชาชน และคำว่า Health span หมายถึง ช่วงอายุที่มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ โดยไม่พิการหรือป่วยเป็นโรค ซึ่งปัจจุบันมนุษย์มุ่งค้นหาวิธีเพิ่ม Health span เพื่อการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพมากขึ้น (Quality of Life)

แม้สิ่งมีชีวิตทุกชีวิตจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงความชราได้ แต่ร่างกายคนเราเกิดความเสื่อมช้าเร็วไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก 3 ประการคือ พันธุกรรม (Genetics) สิ่งแวดล้อม (Environment) และพฤติกรรมการใช้ชีวิต (Lifestyle) ซึ่งความมุ่งมั่นพยายามพัฒนา เพื่อเปลี่ยนแปลงสภาวะสุขภาพของผู้คนให้แข็งแรงจนถึงนาทีสุดท้ายของชีวิต คือการนำเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกัน รักษา และลดความรุนแรงของโรคได้ มาช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้คนเริ่มต้นด้วยการแก้ไขต้นเหตุของปัญหา

การนับอายุของมนุษย์มี 2 แบบ แบบที่หนึ่งคือ อายุตามปฏิทิน (Chronological age) นับกันตามวันเดือนปีที่เกิด เพิ่มขึ้นตามวันเวลาที่ผ่านไป และอีกแบบหนึ่งคือ อายุของร่างกาย (Biological age) เป็นอายุของเซลล์ในร่างกาย เปลี่ยนแปลงขึ้นกับปัจจัยต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมการใช้ชีวิต หากเราเป็นคนที่ดูแลสุขภาพร่างกายอยู่เสมอ อายุเซลล์ก็จะน้อย การจะทราบอายุตามปฏิทินคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่อายุร่างกายไม่เท่ากับอายุบนบัตรประชาชน จำเป็นจะต้องเจาะลึกลงไปถึงระดับโครโมโซม

ปัจจุบันความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ได้ถูกนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น (Scientific Wellness หรือ Medical Wellness) ซึ่งให้ข้อมูลที่แม่นยำและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ช่วยให้ผู้คนสามารถทราบถึงความเสี่ยงต่อการเป็นโรคได้ล่วงหน้า มีประโยชน์ในเชิงป้องกัน และเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษา วางแผนโภชนาการและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เฉพาะเจาะจงกับแต่ละบุคคล ซึ่งหากใครสามารถตรวจได้จะช่วยให้เราเข้าใจร่างกายของตัวเองมากขึ้น หรือทราบถึงอายุจริง ๆ ของสุขภาพเรา (Biological Age)

• วิธีแรกคือ การตรวจความยาวของเทโลเมียร์ (Telomere) ส่วนที่อยู่บริเวณปลายสุดของโครโมโซม ทำหน้าที่คล้ายกับปลอกพลาสติกที่อยู่ปลายเชือกผูกรองเท้า ป้องกันไม่ให้เชือกรองเท้าหลุดรุ่ยหรือเสียหายก่อนเวลาอันควร เทโลเมียร์จะหดสั้นลงเรื่อย ๆ ทุกปี แต่เร็วหรือช้านั้นขึ้นกับการใช้ชีวิต ถ้าเทโลเมียร์ยาว จะแสดงให้เห็นว่าอายุร่างกายยังไม่มาก แต่ถ้าเทโลเมียร์สั้น แสดงว่า อายุร่างกายมาก ก็อาจจะเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น

• วิธีที่สองคือ การตรวจเอพิเจเนติกส์ (Epigenetics) เพื่อตรวจสอบว่าปัจจัยและพฤติกรรมใดมีผลต่อการแสดงออกของยีน ทำให้ทราบความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ เพราะสิ่งแวดล้อม อาหาร การออกกำลังกาย ระดับความเครียด การนอนหลับ สามารถกระตุ้นหรือยับยั้งการแสดงออกของยีนได้ ตัวอย่างเช่น อาหารไขมันสูง สามารถลดการทำงานของยีน PPARγ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของไมโทคอนเดรียในเซลล์ ส่งผลให้ระบบการเผาผลาญของร่างกายลดลง การเปลี่ยนแปลงเอพิเจเนติกส์สามารถย้อนกลับได้เพราะไม่ได้เปลี่ยนแปลงลำดับดีเอ็นเอ การตรวจดังกล่าวจึงช่วยให้เราสามารถเลือกวางแผนการดำเนินชีวิตให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้นได้

ฉะนั้นบางคนอายุจริง 60 ปี แต่ตรวจแล้ว อายุของร่างกายเท่ากับคนอายุ 50 ปี แสดงว่า คนนี้ดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจมาดีมาก ผลตรวจสุขภาพจึงหนุ่มกว่าอายุจริงถึง 10 ปี




ที่มา. bdmswellness

Longevity หรือ หนทางสู่การมีอายุยืนยาว เป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ใฝ่ฝัน ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ถึงแม้ค่าเฉลี่ยอายุขัย (Lifespan)...
29/09/2025

Longevity หรือ หนทางสู่การมีอายุยืนยาว เป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ใฝ่ฝัน ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ถึงแม้ค่าเฉลี่ยอายุขัย (Lifespan) ของผู้คนจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 73.4 ปี แต่อายุคาดเฉลี่ยที่มีสุขภาพสมบูรณ์ (Health Span) กลับอยู่ที่ 63.7 ปีเพียงเท่านั้น ซึ่งเป็นผลมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการแพทย์ที่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิต มากกว่าการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน แม้เราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงความชราได้ แต่ก็สามารถปรับ Lifestyle เพื่อชะลอความเสื่อมของอายุเซลล์ได้

หนทางสู่การมีอายุยืนยาว (Longevity) เป็นความปรารถนาของมนุษย์มาหลายยุคหลายสมัย อายุขัยของมนุษย์เพิ่มมากขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานจำนวนผู้ที่มีอายุเกิน 100 ปี (Centenarian) มีจำนวนเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่า จาก 180,000 คน ในปีพ.ศ. 2544 เพิ่มเป็น 593,000 คน ในปีพ.ศ. 2564 อายุขัยเฉลี่ย (Life Expectancy) ของมนุษย์ทั่วโลก เพิ่มขึ้น 6.6 ปีจาก 66.8 ปี เมื่อปีพ.ศ. 2543 อยู่ที่ 73.4 ปี ในปีพ.ศ. 2562 ซึ่งหากแบ่งตามเพศ ผู้หญิงจะมีอายุขัยเฉลี่ย 75.9 ปี ส่วนผู้ชายอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 70.8 ปี ส่วนคนไทย อายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 77.7 ปี โดยผู้หญิงอยู่ที่ 81.04 ปี และผู้ชายอยู่ที่ 74.36 ปี

ขณะเดียวกันอายุคาดเฉลี่ยที่มีสุขภาพสมบูรณ์ (Healthy Life Expectancy หรือ HALE) ก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน จาก 58.3 ปี ในพ.ศ. 2543 มาอยู่ที่ 63.7 ปี ในพ.ศ. 2562 แต่การเพิ่มขึ้นของ HALE (5.4 ปี) ไม่ได้ทันกับอายุขัยที่เพิ่มขึ้น (6.6 ปี) กล่าวอีกนัยหนึ่ง นี่เป็นเพราะอัตราการตายที่ลดลง มากกว่าการที่ผู้คนมีชีวิตอยู่อย่างมีสุขภาพแข็งแรง

ความชรา เกิดจากความเสื่อมถอยของร่างกายและความสามารถในการฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเอง เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกับความตาย ดังนั้นคุณภาพชีวิตโดยเฉพาะในช่วงท้ายของชีวิตจึงสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งไม่กี่ปีที่ผ่านมาผู้คนต่างหันมาให้ความสำคัญกับคำว่า Health span เพิ่มขึ้น หรืออายุยืนยาวสุขภาพดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ




ที่มา. bdmswellness

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Learning-upผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram