24/06/2025
การช่วยเหลือเด็กที่มีภาวะออทิสติก (Autism Spectrum Disorder) โดยเฉพาะน้องที่ยัง พูดสื่อสารไม่ได้ หรือพูดได้น้อยมาก
ต้องอาศัย “ความเข้าใจ” และ “การกระตุ้นที่เหมาะสม” เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้การสื่อสารในรูปแบบที่เขาพร้อมที่สุดค่ะ
🧠 เหตุผลที่เด็กออทิสติกบางคนยังไม่พูด
🧠 1. การประมวลผลทางภาษา (Receptive & Expressive Language)
เด็กบางคนเข้าใจสิ่งที่ได้ยิน (Receptive) แต่ยังไม่สามารถ “เรียบเรียงและเปล่งออกมา” (Expressive) ได้
ซึ่งอาจเกิดจาก:
• สมองส่วน Wernicke (เข้าใจภาษา) และ Broca (ควบคุมการพูด) ยังทำงานสัมพันธ์กันไม่ดี
• มีปัญหาด้านการเชื่อมโยงเสียง – ความหมาย – การตอบสนอง
⏳ จึงใช้เวลามากในการพัฒนาเป็นคำพูด
👁️🗨️ 2. ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม (Social Reciprocity)
พัฒนาการการพูดของเด็กปกติมักเริ่มจาก
“สบตา → ยิ้มตอบ → ส่งเสียงตอบ → เลียนแบบเสียงผู้ใหญ่”
แต่เด็กออทิสติกบางคน:
• ไม่สบตา ไม่สนใจใบหน้าคน
• ไม่แสดงความต้องการด้วยท่าทาง
• ไม่สังเกตการสื่อสารของคนรอบข้าง
ทำให้ “พื้นฐานของการสื่อสาร” ขาดตั้งแต่ต้นทาง
🔄 3. การเลียนแบบ (Imitation Skill)
เป็นทักษะที่จำเป็นมากในวัยแรกเริ่มของการเรียนรู้
แต่เด็กออทิสติกอาจ:
• ไม่เลียนเสียง
• ไม่เลียนแบบการเคลื่อนไหว
• ไม่จดจ่อกับการกระทำของผู้อื่น
➡️ ส่งผลต่อการเรียนรู้คำพูดผ่านการฟังและเลียนแบบ
🎯 4. แรงจูงใจในการสื่อสาร (Communication Intent)
เด็กบางคนที่ไม่พูด ไม่ใช่เพราะ “พูดไม่ได้”
แต่เพราะ:
• ยังไม่เข้าใจว่า “การพูด” จะทำให้ได้สิ่งที่ต้องการ
• ยังไม่เชื่อมโยงว่าการสื่อสารช่วยให้คนเข้าใจเขาได้
➡️ จึงต้องเริ่มจาก “กระตุ้นให้เด็กมีเหตุผลที่อยากสื่อสาร”
✅ ดังนั้น…
เด็กออทิสติกที่ยังไม่พูด ไม่ได้หมายความว่า “พูดไม่ได้ตลอดไป”
แต่หมายถึงว่า ต้องสร้างเงื่อนไขให้สมองเรียนรู้การสื่อสาร ผ่านช่องทางที่เขาเข้าใจได้ง่ายที่สุดก่อน
จากนั้นจึงค่อย ๆ พัฒนาไปสู่คำพูดค่ะ
🧩 กิจกรรมกระตุ้นภาษาที่ผู้ปกครองฝึกใช้ได้
1. เล่นหยอกล้อเพื่อให้เด็ก “เรียกร้อง”
• เล่นแกล้งหายตัว (ซ่อนหน้า – โผล่) แล้วรอให้เด็กส่งเสียงหรือจ้องหน้า
• เป่าฟองสบู่ แล้วหยุด! → รอให้เด็ก “เรียก” เพื่อให้เป่าต่อ
จุดประสงค์: ฝึกการมีปฏิสัมพันธ์และแสดงความต้องการ
2. ใช้ของเล่นที่มีผลลัพธ์ชัดเจน
• ของเล่นหมุน, ไฟกระพริบ, ของเล่นเสียง (ให้เด็กกด/ชี้)
• เปิด–ปิดกล่องดนตรี หรือของเล่นเสียง → หยุดกลางคัน รอให้เด็กเรียก/ส่งสัญญาณ
3. สอนการเลือก (ด้วยของจริงหรือภาพ)
• ยื่น 2 ขนม → ให้เด็ก “เลือก” ด้วยการชี้/มอง
• ใช้บัตรภาพ เช่น น้ำ / ขนม / ของเล่น → ให้เลือกจากความต้องการ
จุดประสงค์: สร้างพื้นฐานของ “ฉันต้องแสดงออก = ฉันจะได้ในสิ่งที่อยากได้”
4. ฝึกเลียนแบบท่าทางและเสียง
• ทำท่าง่าย ๆ เช่น ตบมือ, โบกมือ, กวักมือ
• เสียงง่าย ๆ เช่น “ปัง!”, “บู๊ม!”, “วู้!” ขณะเล่น
ถ้าเด็กยังไม่เลียนแบบ → ใช้มือช่วยพาเล่นช้า ๆ เป็นจังหวะ
5. เล่นที่ผลัดกันทำ (Turn-taking)
• เล่นของเล่นผลัดกัน เช่น ต่อบล็อก, โยนบอล, กดเสียง
• พูดง่าย ๆ เช่น “แม่ – หนู – แม่ – หนู” เพื่อฝึกลำดับ
จุดประสงค์: สอนว่า “การเล่นร่วม = ต้องมีการสื่อสารเพื่อรอและผลัดกัน”
6. ใช้ “เพลง” หรือ “จังหวะ” เป็นตัวช่วย
• เพลงที่มีจังหวะซ้ำ ๆ เช่น “จับปูดำ”, “ตบมือ ตบตัก”
• หยุดเพลงแล้วรอให้เด็ก “ส่งสัญญาณ” ให้เล่นต่อ เช่น มอง / ขยับตัว / ส่งเสียง
❣️ เคล็ดลับสำคัญ
• อย่าเร่งให้พูดก่อนใจพร้อม
• ใช้ การเล่น เป็นตัวกลาง → ไม่เครียด ไม่บังคับ
• ทุก “เสียง”, “สายตา”, “ท่าทาง” ของลูก คือ “การเริ่มต้นสื่อสาร” แล้วค่ะ
Cr. เรียบเรียงข้อมูล happy kid clinic
ติดต่อ จองคิวนัดหมาย
☎️โทร. 0909582000
✅Line: jam_ot201
📩ทัก Inbox เพจ
❤️รับเฉพาะเคสนัดหมายล่วงหน้า นะคะ🥰