19/03/2026
นึกถึงวันที่รู้จัก Thank You Card ครั้งแรก... ตอนนั้นเรายังเป็น TA (ผู้ช่วยสอน) อยู่เลยค่ะ
บนโต๊ะของอาจารย์ที่เราช่วยงาน จะมีบัตรอวยพรวางอยู่ปึกหนึ่ง มันไม่ใช่การ์ดอวยพรวันเกิด การ์ดแต่งงาน การ์ดเรียนจบ แต่มันเป็นการ์ดขอบคุณเฉยๆ เลย
ตอนนั้นเราหยิบขึ้นมาดูแล้วไม่เข้าใจ... "ทำไมต้องมีการ์ดขอบคุณด้วยนะ?" 🤨
เราเองก็เป็นแค่เด็กบ้านนอกคนหนึ่งจากต่างจังหวัด ชีวิตไม่เคยได้รับการสั่งสอนจากใครว่าทำไมเราจะต้องขอบคุณคนอื่นอย่างเป็นกิจลักษณะ ขนาดต้องส่งการ์ด ส่งดอกไม้ ส่งของขวัญพร้อมการ์ดขอบคุณไปให้แบบนี้ด้วยนะ?
อาจารย์ก็พยายามจะอธิบายให้เราเข้าใจ
แต่เราไม่เข้าใจหรอกค่ะ
เราก็มองว่า อืม... ก็คงเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่อาจารย์ได้รับกลับมาเพราะไปอยู่ต่างประเทศนานนั่นแหละ เพราะเราก็คิดว่า 'ขอบคุณก็คือแค่ขอบคุณ' แค่พูดขอบคุณออกไปก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ? มันยังจะมีอะไรให้ต้องแสดงความขอบคุณมากมายมากไปกว่านั้นอีกเหรอ?
--
🕒 ตัดภาพกลับมาที่ปัจจุบัน
คืนก่อนเปิดขายคอร์ส Focus Fix เรานั่งเขียนอีเมลขอบคุณยาวเหยียด 2 ฉบับ:
1 ฉบับแรกส่งให้โค้ชของเราเอง
2 ฉบับที่สองส่งให้ David Kadavy ผู้เขียนหนังสือ Mind Management, Not Time Management
สาระสำคัญคือ: "ถ้าไม่มีพวกคุณ คอร์ส Focus Fix คงไม่มีวันเสร็จออกมาสู่สายตาผู้คนแน่ๆ"
การต่อสู้ดิ้นรนเพียงลำพังตลอด 3 ปีของเราสิ้นสุดลง เพราะสิ่งที่เรียนรู้จากพวกเขา...
--
เราฟัง Audiobook ของคุณ Kadavy 2 เล่ม
ตอนฟัง Heart to Start ฟังไปก็ร้องไห้ไป😭 ร้องไห้อยากจะเริ่มให้ได้แต่ก็เริ่มไม่ได้ซักที แต่ก็รู้ว่าต้องทำและจะทำ สุดท้ายเราก็ฟังเนื้อหาในเล่ม Heart to Start ซ้ำๆ ฟังไป 3 รอบ เพื่อปรับ Mindset และสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง
อย่างน้อย ถ้าคุณ Kadavy เขามีปัญหาแบบที่เรามี แต่เขายังผ่านมาได้ แล้วยังสร้างผลงานน่าทึ่งออกมาได้ เราก็ต้องทำได้เหมือนกันสิ!
ตอนฟัง Mind Management เราก็ได้เห็นวิธีใช้พลังงานไปในแต่ละช่วงของกระบวนการสร้างสรรค์ว่ามันใช้พลังไม่เท่ากัน
เราผู้มีพลังน้อย เห็นการแยกย่อยพลังงานนี้แล้วก็แบบ เออ จริง มันใช้พลังสมองกับพลังกายไม่เท่ากันจริงๆ ด้วย แล้วได้รู้เลยว่าเราเป็นคนทำงานแบบ Event Time ไม่ใช่ Clock Time ดังนั้นก็จะเจ็บปวดกับ Productivity อันต่ำเตี้ยเพราะ Output ต่ำ ซึ่งพอเข้าใจว่าเป็นตรงไหนที่เราทำเกินเลยจนเสียสมดุล ก็จะทำให้ตาสว่างว่าตรงนี้ให้เพลามือลงหน่อยสิ
ถ้าไม่มีคุณ Kadavy ป่านนี้เราก็คงยังทำ Short ออกไม่ได้ เขียน Newsletter ก็ไม่ได้ เมื่อเขียนงานสั้นๆ ออกมาไม่ได้ การทำคอร์สจึงไม่คืบหน้า เพราะเนื้อหาทั้งหมดในการทำคอร์สก็เหมือนการเขียนหนังสือ 1 เล่ม
แต่เพราะเราติดตามงานของคุณ Kadavy ต่อเนื่อง อ่านแล้วก็คิดตาม แล้วก็หยิบไปลงมือลองทำดู สิ่งต่างๆ ถึงเกิดขึ้นอย่างที่มันควรเป็นได้
ในเมื่อเราสร้างงานออกมาได้เพราะผลงานของเขาจริงๆ เราย่อมตื้นตัน แล้วรู้สึกว่า 'อยากขอบคุณ' อยากบอกสิ่งนี้กลับไปให้เขาได้รู้ ว่าสิ่งที่เขาส่งมอบให้กับโลกใบนี้ อย่างน้อยเราคนหนึ่งก็ได้รับคุณค่านั้น และเรารู้สึกขอบคุณเขามากๆ เลยนะ
เชื่อไหมคะ? คุณ Kadavy ตอบกลับอีเมลเราด้วย!
เขาบอกว่าจดหมายของเราทำเอาเขายิ้มไปได้ทั้งวันเลยล่ะ 💖
--
ส่วนคุณโค้ชก็ตอบกลับอีเมลเรามาว่า 'เขียนอีเมลสนุกเวอรรรร์' 555
โค้ชว่า สิ่งที่เราเขียนไปน่ะ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขามาเป็นโค้ชเลยล่ะ
ดูเหมือนว่าเราเองก็ไม่ใช่ยัยเด็ก TA ที่ไม่รู้จักการขอบคุณคนนั้นอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นคนที่ฝึกฝนการขอบคุณอยู่ทุกวัน
นับดูก็ 6 ปีเต็มแล้วที่เราถามตัวเองก่อนเข้าสู่สมาธิว่า 'วันนี้ฉันรู้สึกขอบคุณอะไรบ้าง' ก่อนนอนก็เขียน Gratitude Journal ควบคู่กันไป
เวลาฝึกทำอะไรสักอย่างทุกวันต่อเนื่องมา 6 ปีเต็ม จะมากจะน้อยย่อมทำได้ดีกว่าคนที่ไม่เคยฝึกฝน อย่างน้อย เราวันนี้ก็มองเห็นสิ่งที่ทำให้ตัวเองรู้สึกขอบคุณได้มากมาย
ไม่ใช่เสแสร้งขอบคุณหรือพยายามบอกตัวเองให้มองโลกในแง่ดี แต่เพราะว่าโลกนี้มันหมุนไป ไม่ใช่แค่เพราะเรา แต่เพราะคนอื่นและสิ่งอื่นๆ รอบตัวเราเคลื่อนย้ายจัดเรียงตัวไปร่วมกัน
เมื่อมีเรื่องน่ายินดีเกิดขึ้น มันจึงไม่เคยเป็นเพราะฝีมือของเราเพียงคนเดียวเลย โลกนี้มีสิ่งที่เรารู้สึกขอบคุณมากมายเต็มไปหมด
ได้อ่านอีเมลจากคุณโค้ชและจากคุณ Kadavy บอกว่าทั้งคู่ดีใจที่ได้รับจดหมายขอบคุณจากเรา ก็รู้สึกดีใจจัง
รู้สึกตัวเองได้จบการศึกษาจากการเป็นยัยเด็ก TA ที่ขอบคุณคนอื่นไม่เป็นคนนั้นแล้ว🎓
เราได้เดินทางจากเธอคนนั้นมาไกลมากแล้ว :-)
ณัฐ อยู่ดีดี
19.03.2026
FB nananatte
IG
Youtube
Goodreads nananatte
#อยู่ดีดีlivewell