29/03/2026
งดงามค่ะ
https://www.facebook.com/share/p/1GhCMt5YuV/
พิพิธภัณฑ์ “จักรพันธุ์ โปษยกฤษ” เพิ่งผ่านพิธีเปิดอย่างเป็นทางการไปไม่นานนี้และสำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจ ชื่นชอบงานศิลปะ โดยเฉพาะภาพวาด Portrait และความสวยงามอันวิจิตรปราณีตของหุ่นกระบอก สามารถเข้าชมอย่างเป็นทางการได้ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป (เปิดเฉพาะวันอาทิตย์)
แต่ก่อนที่จะไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ “จักรพันธุ์ โปษยกฤษ” ถ้าทุกท่านได้รู้จัก อ.จักรพันธุ์ รวมถึงเรื่องราวของพิพิธภัณฑ์มาก่อนบ้างพอสังเขป ก็น่าจะสร้างความรู้ความเข้าใจ และความเพลิดเพลินในการชมได้มากขึ้น และนี่คือ “10 เรื่องควรต้องรู้ ก่อนไปดู พิพิธภัณฑ์ จักรพันธุ์ โปษยกฤษ”
1. พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ ที่ ถ.สุขาภิบาล 5 ซอย 58 เขตสายไหม กรุงเทพฯ จัดเป็นเนื้อที่ของตัวอาคาร 1 ไร่ สร้างเป็น 2 ชั้นครึ่ง มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 5,000 ตารางเมตร เฉพาะที่ดินราคาประมาณ 30 ล้านบาท ขณะที่การก่อสร้างตัวพิพิธภัณฑ์ ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท รวมแล้วทั้งสิ้นกว่า 130 ล้านบาท
2. พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ คือสถานที่ตั้งโรงละครหุ่นกระบอกแห่งแรกของประเทศไทยที่สมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งระบบ แสง สี และเสียง จุผู้ชมได้ 310 ที่นั่ง พื้นที่ของเวทีค่อนข้างกว้างใหญ่ เพื่อให้ผู้เชิดมีพื้นที่วิ่งได้เต็มที่ เรียกว่าทำเอาใจคนเล่นมากกว่าคนดู และเพดานที่สูงถึง 7 เมตร เตรียมไว้สำหรับรองรับฉากใหญ่ที่จะเกิดขึ้น
3. บนสุดของอาคารที่ชั้น 3 คือห้องจัดแสดงผลงานของ อ.จักรพันธุ์ แบ่งเป็นห้องจักรพันธุ์ 1 และ จักรพันธุ์ 2 ที่ห้องจักรพันธุ์ 1 จัดแสดงหุ่นกระบอกเรื่อง สามก๊ก ตอนโจโฉแตกทัพเรือ พบหุ่นกระบอกกว่า 50 ตัว ไม่ว่าจะเป็นโจโฉ เล่าปี่ ซุนกวน ขงเบ้ง จิวยี่ กวนอู เตียวหุย ฯลฯ รวมถึงฉากที่ อ.จักรพันธุ์และทีมงาน ใช้เวลาสร้างนานกว่า 12 ปี เมื่อครั้งจัดแสดงเรื่องสามก๊ก อย่างเต็มรูปแบบครั้งแรกเมื่อปี 2532 ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยถึง 15 รอบ
4. ห้องจักรพันธุ์ 2 แบ่งออกเป็นงานภาพวาดและหุ่นกระบอก งานภาพวาดมีมากกว่า 100 ภาพ ไล่เรียงตามไทม์ไลน์ เช่น ภาพสเกตซ์บนกระดาษเมื่อครั้งอาจารย์อายุเพียง 7 ขวบ ภาพสีน้ำมันบนผืนผ้าใบขณะที่ท่านเป็นนักศึกษาม.ศิลปากร ภาพชุดสีน้ำรูปตัวละครในวรรณคดีไทยต่างๆ ภาพเหมือนบุคคลต่างๆ ภาพพระสงฆ์ ฯลฯ รวมถึงภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของรัชกาลที่ 9 และ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งสวยงามและวิจิตรบรรจงเป็นอย่างมาก
5. ยังอยู่กันที่ห้องจักรพันธุ์ 2 กับโซนหุ่นกระบอก แต่คราวนี้จากเรื่องตะเลงพ่าย หุ่นกระบอกกว่า 200 ตัวทั้งชุดนักรบ ชาวบ้าน เหล่านางกำนัล ชาววัง ฯลฯ เล่าเหตุการณ์บ้านเมืองสมัยกรุงศรีอยุธยาหลังเสียกรุงให้แก่พม่าในปี 2112 อย่างยิ่งใหญ่ และแน่นอนกับตัวละครหลักที่มากันครบ ไม่ว่าจะเป็น พระนเรศวร, พระสุพรรณกัลยา, พระเอกาทศรถ, พระเจ้านันทบุเรง, มหาเถรคันฉ่อง ฯลฯ
6. สำหรับเรื่อง “ตะเลงพ่าย” นี้มีการเขียนบทและซ้อมการแสดงมาตั้งแต่ปี 2533 ที่บ้านของอาจารย์ในซอยเอกมัย และเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมการซ้อมทุกวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากประชาชนเขาชมการซ้อมเป็นจำนวนมาก แต่ทุกอย่างก็ต้องหยุดลง เมื่อพบว่าอ.จักรพันธุ์ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองหรือสโตรก ตั้งแต่ปี 2558
7. อย่างไรก็ตาม อ.ต๋อง วัลลภิสร์ สดประเสริฐ ลูกศิษย์มือขวาของอ.จักรพันธุ์ ซึ่งเป็นทั้งผู้เขียนบทและกำกับการแสดงหุ่นกระบอกเรื่องนี้พร้อมทั้งทีมงานมูลนิธิฯ มีความตั้งใจที่จะเปิดม่านการแสดงหุ่นกระบอก “ตะเลงพ่าย” อย่างเต็มรูปแบบครั้งแรก อย่างเร็วปลายปีนี้ ช้าสุดไตรมาสแรกของปีหน้า 2570
8. เมื่อครั้งที่ประเทศไทย มีการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี พ.ศ.2525 อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต ท่านได้รับรับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 52 นายช่างเอกในรอบ 200 ปี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จากผลงานศิลปะไทยร่วมสมัยที่งดงามประณีต ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และหุ่นกระบอก นอกจากนี้ ท่านยังก่อตั้ง "สกุลช่างจักรพันธุ์" ถ่ายทอดวิชาศิลปะโบราณ ร่วมกับงานประณีตศิลป์สมัยใหม่แก่ลูกศิษย์ท่านอีกด้วย
9. จากความโดดเด่นของฝีมือและการสร้างผลงานศิลปะเพื่อประเทศชาตินี้เอง ส่งผลให้ อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ให้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ในปี 2543 ซึ่งแม้ผลงานของท่านจะมีชื่อเสียงและราคาสูงมาก แต่ อ.จักรพันธุ์กลับมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย โดยท่านเน้นการสร้างสรรค์ศิลปะเพื่อแผ่นดินเป็นหลัก
10. พิพิธภัณฑ์จักรพันธุ์ โปษยกฤต จะเปิดรอบให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชมทุกวันอาทิตย์ เริ่มอาทิตย์แรกในวันที่ 29 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 16.00 น. ผู้ใหญ่ค่าเข้าชม 300 บาท / นักศึกษา 150 บาท / นักเรียน 100 บาท / เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี ไม่เสียค่าเข้าชม และสำหรับหน่วยงานหรือประชาชนที่สนใจเข้าชมเป็นหมู่คณะ สามารถติดต่อ มูลนิธิจักรพันธุ์ โปษยกฤต ได้ที่ : 02-392-7754
และนี่คือ 10 เรื่องควรรู้ ก่อนไปดู “พิพิธภัณฑ์ จักรพันธุ์ โปษยกฤษ” ที่รับรองได้เลยว่าถ้าทุกท่านได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แล้วต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3-4 ชั่วโมงแน่นอน เพราะผลงานของอ.จักรพันธุ์แต่ละภาพ หุ่นกระบอกแต่ละตัว ท่านประณีตและเก็บทุกรายละเอียดจริงๆ ทำให้ผู้ชมอย่างเรา ต้องค่อยๆ ซึมซับการชมอย่างพิถีพิถันและค่อยๆ เก็บรายละเอียดตามไปด้วย
#จักรพันธุ์โปษยกฤษ
#มูลนิธิจักรพันธุ์โปษยกฤษ
#พิพิธภัณฑ์จักรพันธุ์โปษยกฤษ