Genomics Thailand เพื่อสื่อสารการขับเคลื่อนงานตามแผนจีโนมิกส์ประเทศไทย และความเคลื่อนไหวในแวดวงการแพทย์จีโนมิกส์

🧬 Genomics เล่าอะไรในตัวคุณ? มาร่วมถอดรหัสลับที่ซ่อนอยู่ใน DNA ด้วยกัน! 🔓✨🧝‍♂️/🧝‍♀️ไม่ว่าคุณจะเป็น Gen ไหนๆ ก็ห้ามพลาด! ...
01/04/2026

🧬 Genomics เล่าอะไรในตัวคุณ? มาร่วมถอดรหัสลับที่ซ่อนอยู่ใน DNA ด้วยกัน! 🔓✨
🧝‍♂️/🧝‍♀️ไม่ว่าคุณจะเป็น Gen ไหนๆ ก็ห้ามพลาด! กับงาน GENOMICS DAY 2026 : From Legacy to Liberty งานที่จะเปลี่ยนเรื่องพันธุศาสตร์ที่ดูไกลตัว ให้กลายเป็นเรื่องสนุกและใกล้ตัวกว่าที่คิด จัดโดย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
🔎 พบกับนิทรรศการและเวทีสนทนา โดย Speaker ผู้เชี่ยวชาญทางด้านพันธุศาสตร์ระดับแนวหน้า และ Influencer สายวิทย์ฯ-การแพทย์ ที่จะมาย่อยเรื่องยากให้เป็นเรื่องสนุก:
🎙 หมอตังค์-มรรคพร (เวรชันสูตร) เจ้าพ่อเคสระทึกขวัญ
🎙 หมอเอ้ว-ชัชพล ผู้เล่าเรื่องวิทยาศาสตร์ให้กลายเป็นเรื่องมหัศจรรย์
🧪 ฝน-กวินนา บล็อคเกอร์เพจ The Dark Lab ห้องแล็บลึกลับ ที่จะพาไปถอดรหัสปริศนาชีวิต
--------
Highlights ที่ต้องมาโดน!
✅ จีโนมิกส์: รู้อนาคตจากรหัสลับในตัวเรา ได้จริงหรือ ?
✅ GENOMICS Detective: แกะรอยรหัสฆาตกร ดีเอ็นเอไม่เคยโกหกใคร
✅ เล่าเรื่องราวที่คุณไม่เคยรู้ : วิทยาศาสตร์การแพทย์ เปลี่ยนชีวิต
✅ เมื่อ DNA ไม่ใช่แค่รหัสชีวิต แต่คือที่เก็บข้อมูลของอารยธรรม มนุษย์จะฝากความรู้ไว้ข้ามโลกได้จริงหรือ
✅ Genomics Uncut: เปิดโลก(ชีวิต)จริง จีโนมิกส์...เรียนไปทำอะไรบ้าง?
✅ ถอดรหัสปริศนาแห่งชีวิต (The DNA Story: From Pus to Precision) กับ Blocker เพจ The Dark Lab – ห้องแล็บลึกลับ
✅ Superhuman Next Gen: เมื่อเราดีไซน์พันธุกรรมได้เหมือนเลือกตัวละครในเกม
🏆 การประกวด COSPLAY ในธีม Geno-Fusion: Decode your DNA, Design your Style
🏅 เกม The DNA Decoder นักสืบจอใหญ่ ไขรหัสจีโนม, Passport to the Genomic World ตราประทับรหัสชีวิต ฯลฯ ลุ้นรางวัลพิเศษ
📍 ปักหมุดรอเลย:
🗓 25-26 เมษายน 2569 | 🕚 11.00 - 18.00 น.
🏢 ณ โซน Eden 1, เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น G
🎟 งานนี้เข้าชมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ดูรายละเอียดกำหนดการได้ทาง 👉 https://shorturl.asia/1BDvz

#สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข #หมอตังค์ #หมอเอ้ว #งานดีบอกต่อ

17/03/2026

🔴[Live] #คนสู้โรคDaily : ถอดรหัสยีน ลดความเสี่ยงจากยาดมสลบ (16 มี.ค. 69)
📌 ทำความรู้จักกับภาวะทางพันธุกรรมชนิดหนึ่งที่อาจทำให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยารุนแรงกับยาดมสลบ จนเกิดภาวะที่เรียกว่า Malignant Hyperthermia (MH) ภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม ซึ่งสามารถถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้โดยที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ตัวมาก่อน
🧬 ซึ่งปัจจุบันแพทย์สามารถตรวจคัดกรอง และมีแนวทางป้องกันได้ด้วยเทคโนโลยีการตรวจรหัสพันธุกรรม (DNA Sequencing) ที่ช่วยคัดกรองความเสี่ยง และวางแนวทางการรักษาให้เหมาะสม
👩‍⚕️ สัมภาษณ์พิเศษ: ศ.พญ.ดวงฤดี วัฒนศิริชัยกุล สาขาเวชพันธุศาสตร์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
📰 ที่มา : รายการ "คนสู้โรค (Daily)" ทางสถานีโทรทัศน์ Thai PBS วันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 15.05 - 15.30 น. https://www.youtube.com/watch?v=V7WinbPnatA
#การแพทย์แม่นยำ #ยาดมสลบ #ช่องหมายเลข3

🔴 The Dark Lab - ห้องแล็บลึกลับ ตั้งคำถาม...หลายคนอาจจะเคยคิดว่า "ยีน (Gene) หรือ DNA" คือ ชะตากรรมที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิ...
10/03/2026

🔴 The Dark Lab - ห้องแล็บลึกลับ ตั้งคำถาม...หลายคนอาจจะเคยคิดว่า "ยีน (Gene) หรือ DNA" คือ ชะตากรรมที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด พ่อแม่ให้มาแบบไหนก็ต้องเป็นแบบนั้นใช่ไหม ?
🧬 แต่ความจริงแล้ว วิทยาศาสตร์การแพทย์ยุคใหม่พิสูจน์แล้วว่า DNA เป็นเพียงแค่ "แป้นเปียโน" ส่วนคนที่เล่นเปียโนให้เกิดเป็นเพลงที่ไพเราะ (สุขภาพดี) หรือเพลงที่ผิดเพี้ยน (เกิดโรค) ก็คือ "ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเรา" นั่นเอง...

หลายคนอาจจะเคยคิดว่า "ยีน (Gene) หรือ DNA" คือชะตากรรมที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด พ่อแม่ให้มาแบบไหนก็ต้องเป็นแบบนั้นใช่ไหมคะ? แต่ความจริงแล้ว วิทยาศาสตร์การแพทย์ยุคใหม่พิสูจน์แล้วว่า DNA เป็นเพียงแค่ "แป้นเปียโน" ค่ะ ส่วนคนที่เล่นเปียโนให้เกิดเป็นเพลงที่ไพเราะ (สุขภาพดี) หรือเพลงที่ผิดเพี้ยน (เกิดโรค) ก็คือ "ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเรา" นั่นเอง

ศาสตร์นี้เรียกว่า Lifestyle Genomics ซึ่งเป็นการยกระดับจากการรักษาโรค (Precision Medicine) ไปสู่การป้องกันไม่ให้เกิดโรคตั้งแต่แรก (Precision Health) ค่ะ วันนี้จะพามาเจาะลึกกลไกระดับโมเลกุลกันว่า พฤติกรรมของเรามันลงไปสั่งการ DNA ได้ยังไงกันแน่ ตามมาดูกันเลยค่ะ

1️⃣ Epigenetics: สวิตช์เปิด-ปิดยีนระดับโมเลกุล

ถ้าเจาะลึกไปที่อณูชีววิทยา (Molecular level) การที่ยีนตัวนึงจะแสดงออก (Gene Expression) สร้างโปรตีนก่อโรค หรือโปรตีนต้านมะเร็งได้นั้น ถูกควบคุมด้วยกลไกที่เรียกว่า "อิพิเจเนติกส์ (Epigenetics)"

โดยมี 2 กลไกหลักที่ไลฟ์สไตล์ของเราเข้าไปแทรกแซงได้โดยตรง ได้แก่:

1. DNA Methylation (การติดป้ายห้ามอ่าน): นี่คือการนำหมู่เมทิล (-CH3) ไปแปะไว้บนสาย DNA ตรงตำแหน่งที่เรียกว่า CpG islands บริเวณโปรโมเตอร์ของยีนค่ะ (ทำหน้าที่โดยเอนไซม์ DNA methyltransferases หรือ DNMTs) การแปะป้ายนี้เหมือนการ "ปิดสวิตช์" ไม่ให้เซลล์อ่านรหัสยีนนั้น อาหารที่เรากิน เช่น โฟเลต วิตามินบี 12 หรือโคลีน จะเข้าสู่วัฏจักร One-carbon metabolism และกลายเป็น "วัตถุดิบ" ในการสร้างหมู่เมทิลเหล่านี้ค่ะ

2. Histone Modification (การม้วนเก็บสาย DNA): DNA ของเรายาวมากค่ะ มันเลยต้องพันรอบก้อนโปรตีนที่เรียกว่าฮิสโตน (Histones) ถ้ายีนพันรอบโปรตีนนี้แน่นเกินไป เซลล์ก็จะเข้าไปอ่านรหัสไม่ได้ (ยีนถูกปิด) แต่สารอาหารบางชนิด เช่น สาร Sulforaphane ในบรอกโคลี สามารถเข้าไปยับยั้งเอนไซม์ HDAC (Histone deacetylases) ทำให้สาย DNA คลายตัวออก และ "เปิดสวิตช์" ยีนที่ทำหน้าที่ต้านมะเร็งให้กลับมาทำงานได้อีกครั้งค่ะ

2️⃣ The Microbiome & SCFA: สารเคมีสั่งการจากลำไส้ถึง DNA

รู้ไหมคะว่าแบคทีเรียในลำไส้ของเรา (Gut Microbiota) ไม่ได้แค่ช่วยย่อยอาหาร แต่มันคุยกับเซลล์มนุษย์ตลอดเวลาเมื่อเรากินอาหารที่มีกากใย (Prebiotics) แบคทีเรียชนิดดีจะหมักกากใยเหล่านั้น และปล่อยสารเมแทบอไลต์ที่เรียกว่า กรดไขมันสายสั้น (Short-Chain Fatty Acids - SCFAs) โดยเฉพาะตัวที่ชื่อว่า Butyrate (บิวทิเรต) ออกมาค่ะ

ความเจ๋งคือ โมเลกุล Butyrate ตัวนี้ สามารถซึมผ่านผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด ลำเลียงไปที่เซลล์ภูมิคุ้มกัน และทำหน้าที่เป็นสารยับยั้งเอนไซม์ HDAC (HDAC inhibitor) ตามธรรมชาติ

มันจะเข้าไปกระตุ้นการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด Regulatory T cells (Tregs) ช่วยลดการอักเสบระดับเซลล์ (Chronic inflammation) ซึ่งเป็นต้นตอของโรค NCDs ทั้งหมดเลยค่ะ นี่คือเหตุผลทางพยาธิสรีรวิทยาว่าทำไมการกินผักถึงลดความเสี่ยงโรคร้ายได้จริงในระดับยีนค่ะ

3️⃣ MicroRNAs (miRNAs): บุรุษไปรษณีย์ส่งข่าวข้ามอวัยวะ (อย่าสับสนกับ mRNA นะคะ ไม่เหมือนกัน)

mRNA คือ "พิมพ์เขียว" ที่ก๊อปปี้คำสั่งจาก DNA เพื่อเอาไป "สร้างโปรตีน"

แต่ miRNA คือ RNA สายสั้นจิ๋วที่ ไม่ได้มีหน้าที่สร้างโปรตีนใดๆ ทั้งสิ้น ค่ะ แต่มันทำหน้าที่เป็น "ตำรวจจราจร" หรือ "นักทำลายล้าง" คอยไปจับคู่กับ mRNA ตัวที่ผิดปกติหรือตัวที่จะไปสร้างโปรตีนก่อโรค แล้วสั่งย่อยสลายทำลายพิมพ์เขียวนั้นทิ้งซะ

เวลาที่เราออกกำลังกาย กล้ามเนื้อจะหลั่ง miRNA เหล่านี้ใส่ถุงเล็กๆ (Exosomes) ปล่อยเข้ากระแสเลือด ไปสั่งการเซลล์ไขมันให้เกิดการเผาผลาญ หรือส่งไปที่สมองเพื่อกระตุ้นการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ (Neurogenesis) นี่คือกุญแจระดับเซลล์ที่อธิบายว่า การขยับร่างกายแค่จุดเดียว ส่งผลดีต่อเซลล์ทั่วร่างได้อย่างไรค่ะ

💻 การแพทย์แห่งอนาคตที่จับต้องได้จริง

ในปี 2026 นี้ เรานำองค์ความรู้ระดับยีนเหล่านี้มาผสานกับเทคโนโลยี (Digital Health) เช่น แพลตฟอร์ม "กินอยู่ดี (KinYooDee)" ที่ประเมินข้อมูลพันธุกรรมร่วมกับเซ็นเซอร์วัดน้ำตาล (CGM) และสมาร์ทวอทช์ ใช้ AI ประมวลผลว่า ร่างกายและจุลินทรีย์ของคุณตอบสนองต่ออาหารแต่ละชนิดอย่างไร (Postprandial glycemic response) เพื่อออกแบบอาหารเฉพาะบุคคลแบบเรียลไทม์เลยค่ะ

สรุปแล้ว ยีนไม่ใช่เจ้านายของเราอีกต่อไปค่ะ แต่พฤติกรรม อาหารการกิน การออกกำลังกาย และความเครียดต่างหากที่เป็น "สวิตช์" ควบคุมสุขภาพของเราในระดับเซลล์

หวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกคนสนุกและเห็นภาพความมหัศจรรย์ของร่างกายในระดับอณูชีววิทยากันมากขึ้นนะคะ ถ้าชอบอย่าลืมแชร์เป็นความรู้ให้เพื่อนๆ กันด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ 😊

แหล่งอ้างอิง
1. Ashique, S., Kumar, S., Hussain, A., Mishra, N., Garg, A., Gowda, B. H. J., ... & Tagde, P. (2024). Precision nutrition-based strategy for management of human diseases and healthy aging: current progress and challenges forward. Frontiers in Nutrition, 11, 1435275.
2. Rangel-Huerta, O. D., & Gil, A. (2024). Precision Nutrition and Nutriomics. Advances in Nutrition, 15(2), 100123.
3. Zhao, S., Li, Y., Liu, Y., et al. (2023). Gut microbiota and their metabolites in health and disease. Gut Microbes, 15(2), 2269226.

#เซลล์วิทยา #พยาธิสรีรวิทยา #เทคนิคการแพทย์ #วิทยาศาสตร์การแพทย์ #สุขภาพดีสร้างได้

10/03/2026

🔴 ถอดรหัสพันธุกรรม เปลี่ยนชีวิตผู้ป่วยโรคหายาก
📌 สถานการณ์ของ ผู้ป่วยโรคหายากในประเทศไทย ที่มีจำนวนสูงถึง 2-3 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่ประสบปัญหาความล่าช้าในการวินิจฉัยและการเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อแก้ไขปัญหานี้จึงได้เกิดการผนึกกำลังระหว่าง มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายากและเครือข่ายพันธมิตร ในการจัดงานวันโรคหายากครั้งที่ 16 เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย ความเท่าเทียมทางสุขภาพ และผลักดันกฎหมายดูแลผู้ป่วยที่ยั่งยืน
🧬ความหวังสำคัญในปัจจุบันคือการนำ เทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรม (Genomics) มาใช้ควบคู่กับระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อช่วยระบุสาเหตุของโรคได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริม การรักษาขั้นสูง (ATMP) ที่ออกแบบมาเฉพาะรายบุคคลเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการรักษาที่ไม่ตรงจุดและเพิ่มโอกาสในการมีชีวิตที่ยืนยาว ทั้งนี้เป้าหมายหลักคือการสร้างระบบที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับสวัสดิการที่ครอบคลุมและสามารถ ใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี โดยไม่ถูกทอดทิ้งไว้เบื้องหลังจากเทคโนโลยีและการแพทย์
📰 ที่มา : รายการ "มุมมองรอบสัปดาห์ ช่วงมองทันสุขภาพ" ทางสถานีโทรทัศน์ PPTV ช่อง 36 วันที่ 8 มีนาคม 2569 เวลา 12.20-12.50 น. https://youtu.be/o7YKZjgphTI

#จีโนมิกส์ไทยแลนด์ #สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข #สวรส #การแพทย์แม่นยำ #โรคหายาก #มุมมองรอบสัปดาห์ #มองทันสุขภาพ

🔴 The Dark Lab - ห้องแล็บลึกลับ   ชวนย้อนกลับไปในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โลกวิทยาศาสตร์รู้ว่ามีสิ่งที่เรียกว่า "ยีน" ที่ถ่าย...
06/03/2026

🔴 The Dark Lab - ห้องแล็บลึกลับ ชวนย้อนกลับไปในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โลกวิทยาศาสตร์รู้ว่ามีสิ่งที่เรียกว่า "ยีน" ที่ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม และรู้ว่าสารที่ชื่อว่า DNA (Deoxyribonucleic acid) อยู่ในนิวเคลียสของเซลล์
🧬 แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า... หน้าตาของมันเป็นอย่างไร? และโมเลกุลที่ดูแสนจะเรียบง่ายนี้ เก็บข้อมูลมหาศาลที่สร้างมนุษย์ทั้งคนขึ้นมาได้อย่างไร? นี่คือจุดเริ่มต้นของการแข่งขันระดับโลกเพื่อชิงความเป็นหนึ่งในการไขความลับ....

ย้อนกลับไปในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โลกวิทยาศาสตร์รู้ว่ามีสิ่งที่เรียกว่า "ยีน" ที่ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม และรู้ว่าสารที่ชื่อว่า DNA (Deoxyribonucleic acid) อยู่ในนิวเคลียสของเซลล์

แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า... หน้าตาของมันเป็นอย่างไร? และโมเลกุลที่ดูแสนจะเรียบง่ายนี้ เก็บข้อมูลมหาศาลที่สร้างมนุษย์ทั้งคนขึ้นมาได้อย่างไร? นี่คือจุดเริ่มต้นของการแข่งขันระดับโลกเพื่อชิงความเป็นหนึ่งในการไขความลับของพระเจ้าค่ะ

📕ผู้เล่นและสนามประลอง (ช่วงต้นปี 1951-1952)

ณ ประเทศอังกฤษ มีทีมวิจัย 2 ทีมที่เป็นคู่แข่งกันโดยปริยายค่ะ:

1. Cavendish Laboratory มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์: นำโดยนักชีววิทยาวัยรุ่นชาวอเมริกัน James Watson และนักฟิสิกส์ชาวอังกฤษ Francis Crick ทั้งคู่ไม่ได้ทำการทดลองเอง แต่เน้นการ "สร้างโมเดลจำลอง" (Model building) จากข้อมูลทางเคมีที่มีอยู่

2. King's College London: นำโดย Maurice Wilkins และนักเคมีกายภาพหญิงผู้ปราดเปรื่อง Rosalind Franklin ผู้เชี่ยวชาญเทคนิค X-ray crystallography (การยิงรังสีเอกซ์ผ่านผลึกโมเลกุลเพื่อให้เกิดภาพสะท้อน)

ในขณะเดียวกัน ที่อเมริกาก็มี Linus Pauling นักเคมีรางวัลโนเบล ผู้เพิ่งค้นพบโครงสร้างโปรตีนแบบเกลียวแอลฟา (Alpha-helix) กำลังเร่งฝีเท้าเพื่อหาโครงสร้าง DNA เช่นกัน การแข่งขันนี้เต็มไปด้วยความกดดันค่ะ

📕จุดเปลี่ยนและดราม่า - Photo 51 (ปลายปี 1952 - ต้นปี 1953)

ความตึงเครียดเกิดขึ้นที่ King's College เมื่อ Wilkins และ Franklin ทำงานด้วยกันไม่ราบรื่นนัก Franklin เป็นคนทำงานละเอียดและต้องการวิเคราะห์ข้อมูลให้ชัวร์ก่อนประกาศ แต่แล้วเหตุการณ์เปลี่ยนโลกก็เกิดขึ้น เมื่อ Wilkins ได้นำ "Photo 51" ซึ่งเป็นภาพถ่ายการเลี้ยวเบนรังสีเอกซ์ของ DNA ที่ชัดเจนที่สุด (ซึ่ง Franklin เป็นผู้ถ่ายและวิเคราะห์ไว้) ไปให้ James Watson ดู โดยที่ Franklin ไม่รู้เรื่องและไม่ได้อนุญาต ค่ะ

ทันทีที่ Watson เห็นภาพนั้น เขารู้ทันทีว่าแพทเทิร์นรูปกากบาท (Cross) ตรงกลางภาพ คือเครื่องหมายยืนยันชัดเจนว่า DNA มีโครงสร้างเป็น "เกลียวคู่" (Double Helix) ไม่ใช่เกลียวสามตามที่บางคนเคยสันนิษฐานค่ะ

📕วันแห่งการค้นพบ (28 กุมภาพันธ์ 1953)

Watson กลับมาที่เคมบริดจ์และแจ้ง Crick ทั้งคู่นำข้อมูลจาก Photo 51 มาประกอบกับ "กฎของชาร์กาฟฟ์" (Chargaff's rules ที่ระบุว่าปริมาณเบส A=T และ G=C เสมอ) ในเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 1953 ทั้งสองคนได้ต่อจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายสำเร็จ โครงสร้างโมเดลโลหะของ DNA ถูกประกอบขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ

วันนั้น Watson และ Crick เดินเข้าไปในร้านตระกูล Eagle Pub ในเคมบริดจ์ และประกาศก้องว่า "We have discovered the secret of life!" (เราได้ค้นพบความลับของชีวิตแล้ว!)

📕เจาะลึกระดับโมเลกุล - ทำไมโครงสร้างนี้ถึงสมบูรณ์แบบ?

โครงสร้างดีเอ็นเอ ที่พวกเขาค้นพบ อธิบายกลไกทางพยาธิสรีรวิทยาและชีววิทยาโมเลกุลได้อย่างหมดจดค่ะ:

1. ราวบันได (Backbone): ประกอบด้วยน้ำตาลดีออกซีไรโบส (Deoxyribose) สลับกับหมู่ฟอสเฟต (Phosphate group) เชื่อมต่อกันด้วยพันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์ (Phosphodiester bond) ที่แข็งแรง สายทั้งสองวิ่งสวนทางกัน (Antiparallel) ในทิศทาง 5' ไป 3' และ 3' ไป 5'

2. ขั้นบันได (Base Pairs): คือเบสไนโตรเจนที่จับคู่กันอย่างจำเพาะเจาะจง (Complementary base pairing) โดยเบสพิวรีน (Purine: วงแหวนคู่) จะจับกับไพริมิดีน (Pyrimidine: วงแหวนเดี่ยว) เสมอ

Adenine (A) จับกับ Thymine (T) ด้วยพันธะไฮโดรเจน 2 พันธะ (A=T)

Guanine (G) จับกับ Cytosine (C) ด้วยพันธะไฮโดรเจน 3 พันธะ (G≡C)

กลไกการจำลองตัวเอง (Replication): พันธะไฮโดรเจนระหว่างเบสเป็นพันธะที่อ่อน ทำให้ DNA สามารถ "รูดซิป" แยกออกจากกันเป็น 2 สายเดี่ยวได้อย่างง่ายดายเมื่อเซลล์ต้องการแบ่งตัว โดยสายเดิมจะทำหน้าที่เป็นแม่พิมพ์ (Template) เพื่อสร้างสายใหม่ที่เหมือนเดิมทุกประการ นี่คือคำตอบว่ายีนถ่ายทอดข้อมูลได้อย่างไร

📕บทสรุปและสิ่งนี้สำคัญอย่างไร?

ในเดือนเมษายน 1953 พวกเขาตีพิมพ์การค้นพบในวารสาร Nature ต่อมาในปี 1962 Watson, Crick และ Wilkins ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ (น่าเศร้าที่ Rosalind Franklin เสียชีวิตจากโรคมะเร็งรังไข่ไปก่อนในปี 1958 และรางวัลโนเบลไม่มอบให้ผู้ที่เสียชีวิตแล้ว)

การค้นพบครั้งนี้นำไปสู่อะไร?

มันคือจุดกำเนิดของ "ชีววิทยาโมเลกุล (Molecular Biology)" นำไปสู่การเข้าใจ Central Dogma (DNA ถอดรหัสเป็น RNA และแปลรหัสเป็นโปรตีน) นำโลกเข้าสู่ยุคของพันธุวิศวกรรม (Genetic Engineering), การตัดต่อยีนด้วย CRISPR-Cas9, นิติวิทยาศาสตร์การตรวจ DNA ตรวจคนร้าย, การเข้าใจการกลายพันธุ์ในระดับเซลล์มะเร็ง, การสร้างวัคซีน mRNA และการแพทย์แบบแม่นยำ (Precision Medicine) ที่รักษาจำเพาะบุคคลตามรหัสพันธุกรรมค่ะ

ทุกสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับการแพทย์ระดับลึกในปัจจุบัน... เริ่มต้นจากโมเดลโลหะชิ้นนั้นในวันนั้น….

📚 เอกสารอ้างอิง
1. Watson, J. D., & Crick, F. H. C. (1953). Molecular structure of nucleic acids: A structure for deoxyribose nucleic acid. Nature, 171(4356), 737–738.
2. Pray, L. (2008). Discovery of DNA structure and function: Watson and Crick. Nature Education, 1(1), 100.
3. National Human Genome Research Institute. (n.d.). Rosalind Franklin. National Institutes of Health (NIH).

#ประวัติศาสตร์การแพทย์ #วิทยาศาสตร์ #ความรู้รอบตัว #เทคนิคการแพทย์ #ชีววิทยา #สารคดีวิทยาศาสตร์

🔴 18 ภาคี ร่วมยกระดับการรักษาผู้ป่วยโรคหายาก 📌 มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก ร่วมกับ 18 องค์กรภาคีเครือข่าย ได้แก่ สถาบันว...
03/03/2026

🔴 18 ภาคี ร่วมยกระดับการรักษาผู้ป่วยโรคหายาก
📌 มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก ร่วมกับ 18 องค์กรภาคีเครือข่าย ได้แก่ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส) สปสช. สธ. อย. สวทช. HITAP คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สช. สมาคมเวชพันธุศาสตร์และจีโนมิกส์ทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล รพ.รามาธิบดี ม.มหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พระมงกุฎเกล้า ม.ธรรมศาสตร์ ม.ขอนแก่น ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี จัดงานวันโรคหายากประเทศไทย ครั้งที่ 16 ประจำปี 2569 ในธีม EQUITY more than you can imagine หรือ ความเท่าเทียมในการเข้าถึงการวินิจฉัยและการรักษาแม้จะเป็นโรคหายาก งานนี้ ได้รับเกียรติจาก นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาคี 18 แห่ง เข้าร่วม เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพฯ
🧬 ศ.พญ.ดวงฤดี วัฒนศิริชัยกุล ประธานมูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก : "เป้าหมายสำคัญต่อไปของมูลนิธิฯ คือ การผลักดันในเชิงระบบและนโยบายให้ชัดเจนขึ้น ที่จะผลักดันให้เกิด "พ.ร.บ.การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหายาก" เสนอสู่สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ และเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการยกระดับการรักษาผู้ป่วยโรคหายากในอนาคต เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจีโนมิกส์ ภายใต้โครงการ Genomics Thailand จากเมื่อ 10 ปีก่อนมีราคาสูงและใช้เวลาในการตรวจวิเคราะห์นาน แต่เทคโนโลยีจีโนมิกส์ทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลทำได้รวดเร็ว ช่วยให้คนไข้ทั่วประเทศรวมถึงในต่างจังหวัดเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยได้"
🧬 ดร.นุสรา สัตย์เพริศพราย ผู้จัดการงานวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนาจีโนมิกส์ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) : "ความสำเร็จในระยะที่ 1 ของโครงการจีโนมิกส์ประเทศไทย ได้ทำการถอดรหัสพันธุกรรมมนุษย์ทั้งจีโนมในผู้ป่วยคนไทยไปแล้ว 50,000 คน นับเป็นการค้นพบครั้งสำคัญระดับโลกจากข้อมูลคนไทย 50,000 คน โดยพบว่ามีตำแหน่งพันธุกรรมถึง 65 ล้านตำแหน่งที่ไม่เคยมีการรายงานที่ไหนมาก่อนในโลก ซึ่งเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการหาคำตอบของโรคที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ และจากการเก็บตัวอย่างเลือดในกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยโรคหายากและครอบครัวผู้ป่วยฯ จำนวน 18,000 ราย โครงการสามารถส่งผลตรวจกลับไปได้ 74% สามารถช่วยในการวินิจฉัยโรคเพิ่มขึ้น 37% และการรักษาที่ตรงจุดจากกลุ่มที่วินิจฉัยได้ มีถึง 22% ที่นำไปสู่การรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การปรับเปลี่ยนอาหารหรือการให้ยาที่เหมาะสม ซึ่งช่วยเปลี่ยนชีวิตผู้ป่วยได้จริง"
🧬 ดร.ศิษเฎศ ทองสิมา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัย กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพระดับโมเลกุลทางการแพทย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) : "ในฐานะผู้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล โครงการจีโนมิกส์ประเทศไทย ส่วนหนึ่งของการทำงานเราได้พัฒนาระบบช่วยตัดสินใจทางคลินิก (Clinical Decision Support System) ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์อัจฉริยะที่เชื่อมโยงข้อมูลพันธุกรรมเข้ากับอาการทางคลินิก ระบบนี้ช่วยชี้เป้าให้แพทย์ระบุสาเหตุของโรคหายากได้อย่างรวดเร็วและเลือกการรักษาได้ตรงจุด ตัวอย่างเช่น ระบบสามารถช่วยบ่งชี้ได้ว่าผู้ป่วยรายนี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยสารเฉพาะทาง เช่น คาเฟอีน หรือ วิตามิน B6 หรือไม่ ซึ่งเป็นการลดกระบวนการลองผิดลองถูก (Trial and Error) อีกทั้งยังช่วยป้องกันอันตรายจากผลข้างเคียงของการรักษาที่ผิดพลาด เช่น การให้วิตามิน B6 ในปริมาณที่สูงเกินความจำเป็นจนอาจส่งผลเสียต่อตับและร่างกาย หากแพทย์ไม่ทราบสาเหตุระดับยีนที่แน่ชัด”

#จีโนมิกส์ไทยแลนด์ #สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข #สวรส #การแพทย์แม่นยำ #โรคหายาก

03/03/2026

🔴[Live] #คนสู้โรคDaily : ไขรหัสลับพันธุกรรม ความหวังใหม่...สู้โรคหายาก (2 มี.ค. 69)
📌 วันสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ (วันที่ 28 หรือ 29 กุมภาพันธ์) ถูกจัดให้เป็นวันโรคหายาก ฟังชื่อแล้วอาจดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่ความจริงคือปัจจุบันมีคนไทยมากกว่า 3 ล้านคน ที่กำลังเผชิญกับกลุ่มโรคนี้อยู่ สิ่งที่น่าเห็นใจที่สุดคือ ผู้ป่วยและครอบครัวต้องใช้ชีวิตอยู่กับการรอคอย และรอโอกาสที่จะเข้าถึงการรักษาที่ถูกต้อง
🧬 เพราะ "โรคหายาก" (Rare Disease) ไม่ควรเป็นเรื่องที่ถูกลืม...ร่วมเจาะลึกนวัตกรรมทางการแพทย์ที่จะเปลี่ยนชีวิตคนไทยให้มีความหวังอีกครั้ง ด้วย "การแพทย์จีโนมิกส์" เทคโนโลยีที่ช่วยให้การวินิจฉัยแม่นยำและนำไปสู่การรักษาที่ตรงจุด
👩‍⚕️ สัมภาษณ์พิเศษ: พญ.กิติวรรณ โรจน์เนืองนิตย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักวิจัยเครือข่าย สวรส. (Genomics Thailand)
📰 ที่มา : รายการ "คนสู้โรค (Daily)" ทางสถานีโทรทัศน์ Thai PBS วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 15.05 - 15.30 น. https://www.youtube.com/watch?v=CvmbILuR9J4

#จีโนมิกส์ไทยแลนด์ #สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข #สวรส #การแพทย์แม่นยำ #โรคหายาก

📌UK-Thailand Next-Gen Health Conference แลกเปลี่ยน-สานต่อความร่วมมือไทย-สหราชอาณาจักร เดินหน้าพัฒนาการแพทย์จีโนมิกส์ เพื...
26/02/2026

📌UK-Thailand Next-Gen Health Conference แลกเปลี่ยน-สานต่อความร่วมมือไทย-สหราชอาณาจักร เดินหน้าพัฒนาการแพทย์จีโนมิกส์ เพื่อการเข้าถึงสำหรับทุกคน
📍สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ กรุงเทพฯ จัดการประชุม UK-Thailand Next-Gen Health Conference โดยมีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าด้านการดูแลสุขภาพและชีววิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะด้านการแพทย์จีโนมิกส์ (Genomics) การผลิตเซลล์และยีน (Cell and Gene Manufacturing) AI และการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) พร้อมสานต่อความร่วมมือระหว่างสหราชอาณาจักรและประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 ณ บ้านพักเอกอัครราชทูตอังกฤษ (Four Seasons Private Residences)
📍 ดร.นุสรา สัตย์เพริศพราย ผู้จัดการงานวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนาจีโนมิกส์ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กล่าวถึงการขับเคลื่อนเรื่องการแพทย์จีโนมิกส์ของประเทศไทย ตั้งแต่ระยะที่ 1 ว่า การขับเคลื่อนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยมีข้อมูลพันธุกรรมของคนไทยเรียบร้อยแล้วจำนวน 50,000 ราย ใน 5 กลุ่ม และมีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับบริการจัดการข้อมูลพันธุกรรมขนาดใหญ่ในอนาคต ที่พร้อมให้บริการข้อมูลเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนไทย
🧬 ทั้งนี้ผลงานที่โดดเด่น อาทิ การผลักดันให้การตรวจยีน BRCA1/BRCA2 เพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านมและรังไข่ ถูกบรรจุเข้าในชุดสิทธิประโยชน์ของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 ส่วนโครงการจีโนมิกส์ประเทศไทยในระยะที่ 2 จะมีการขยายขนาดข้อมูล โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนกลุ่มตัวอย่างจาก 50,000 ราย เป็น 200,000 ราย และมุ่งเน้นไปที่การนำเทคโนโลยีการวิเคราะห์ที่มีความละเอียดมากขึ้นมาใช้ เช่น การถอดรหัสพันธุกรรมแบบสายยาว (Long-read WGS) การศึกษาข้อมูลระดับโมเลกุลหลายระดับ (Multi-omics) การหาลำดับเบสของเซลล์เดี่ยว (Sigle-cell Sequencing) การถอดรหัสเภสัชพันธุศาสตร์แบบสายยาว (Long-read PGx) พร้อมกับผลักดันการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ได้จากระยะแรก และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์แม่นยำชั้นนำในเอเชีย ส่วนด้านการพัฒนาบุคลากร วางแผนที่จะต่อยอดการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ด้านจีโนมิกส์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการนำข้อมูลจีโนมิกส์ไปใช้ในสถานพยาบาลทั่วประเทศ
📌 นอกจากนี้อีกเป้าหมายสำคัญของ Genomics Thailand คือการสร้างพลเมืองที่มีความรู้ด้านพันธุกรรม (Genomic Literate Citizen) ที่สามารถใช้ข้อมูลพันธุกรรมของตนเองในการวางแผนสุขภาพและตัดสินใจในการใช้ชีวิตประจำวันได้ พร้อมทั้งผลักดันให้คนไทยสามารถเข้าถึงการแพทย์ที่มีคุณภาพและแม่นยำได้อย่างเท่าเทียม

📍 ‘ตรวจยีน’ ค้นหา ‘พรสวรรค์’ ไม่จริง แพทย์หวั่นเด็กโดนตัดโอกาสเรียนรู้🧬 สมาคมพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก และสมาคมเวชพันธุศาส...
16/02/2026

📍 ‘ตรวจยีน’ ค้นหา ‘พรสวรรค์’ ไม่จริง แพทย์หวั่นเด็กโดนตัดโอกาสเรียนรู้
🧬 สมาคมพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก และสมาคมเวชพันธุศาสตร์และจีโนมิกส์การแพทย์ ยังไม่แนะนำการตรวจสารพันธุกรรมเพื่อค้นหาหรือทำนายพรสวรรค์และสติปัญญา
🧬 พรสวรรค์เป็นสิ่งที่วัดไม่ได้ด้วยยีน ขอให้ผู้ปกครองใช้วิจารณญาณในการเลือกรับบริการ การส่งเสริมลูกหลานควรเน้นไปที่การสังเกตความชอบตามธรรมชาติและการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มากกว่าการฝากความหวังไว้กับผลการตรวจเลือดหรือดีเอ็นเอที่ยังไม่มีงานวิจัยรองรับในเชิงพรสวรรค์...
📌 อ่านเพิ่มเติม :
📰 https://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1221326

#จีโนมิกส์ไทยแลนด์ #สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข #สวรส #การแพทย์แม่นยำ #พัฒนาการเด็ก #ตรวจยีน #รหัสพันธุกรรม &Wellness #กรุงเทพธุรกิจ

30/01/2026

🧬 รหัสพันธุกรรมคือพิมพ์เขียวสำคัญที่กำหนดความปกติ และไม่ปกติของมนุษย์ ทุกภาคส่วนของความสบายดี หรือความเจ็บป่วยล้วนมีปัจจัยทางรหัสพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งปัจจุบันรหัสพันธุกรรมยังสามารถประยุกต์เข้ากับการตรวจแพ้และตอบสนองของยาอีกด้วย
📍 Top to Toe เชิญศ. นพ.มานพ พิทักษ์ภากร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มาเล่าถึงการตรวจยีนแพ้ยา ที่ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงแบบต้องกินยานั้นก่อนถึงแพ้ รวมถึงเทคโนโลยี Genetic Risk Score ที่สามารถทำนายความเสี่ยงการเกิดโรคในอนาคต
📌 Time Index
00:00 Sneak Peek
04:04 เราทุกคนมีโอกาสแพ้ยา
18:25 Genetic Risk Score เทคโนโลยีทำนายโรคในอนาคต
28:20 การตรวจยีนพรสวรรค์ให้ลูกได้จริงหรือไม่
36:04 กินตามกรุ๊ปเลือดได้ผลจริงหรือ
38:35 Genomic Thailand โครงการรหัสพันธุกรรมระดับชาติ

ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=rIJFAU75zzg
ติดตาม THE STANDARD PODCAST ในช่องทางอื่นๆ
Website: https://www.thestandard.co/podcast
Spotify: https://bit.ly/3NhRWZg
Apple Podcasts: https://bit.ly/42OGIkI
SoundCloud: / thestandardpodcast

#ตรวจยีน #แพ้ยา #รหัสพันธุกรรม

📍 บอร์ด สวรส. หนุน ‘การตรวจพันธุกรรม’ ยกระดับการรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ครอบคลุม-แม่นยำ นําสู่การรักษาที่ถูกต้อง-เหมาะ...
27/01/2026

📍 บอร์ด สวรส. หนุน ‘การตรวจพันธุกรรม’ ยกระดับการรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ครอบคลุม-แม่นยำ นําสู่การรักษาที่ถูกต้อง-เหมาะสม ลดอาการแทรกซ้อน ลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว
🧬 นักวิจัยโครงการ “การประเมินความคุ้มค่าและความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติของการตรวจรหัสพันธุกรรมด้วยเทคนิค Next Generation Sequencing (NGS) เพื่อวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากพันธุกรรมในประเทศไทย” ชี้ถึงความคุ้มค่า ของเทคโนโลยีที่ใช้ตรวจลําดับพันธุกรรม (DNA/RNA) ด้วยเทคนิค NGS พบว่า การตรวจด้วยเทคนิค NGS เพิ่มอัตราการวินิจฉัยโรคได้สูงถึงร้อยละ 85 เมื่อเปรียบเทียบกับการตรวจด้วยยีนเดี่ยวที่มีอัตราการวินิจฉัยอยู่ที่ร้อยละ 59 เท่านั้น ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างรวดเร็วและเหมาะสม ตลอดจนส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ต้นทุนการรักษาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และช่วยประหยัดต้นทุนการรักษาตลอดชีวิต...
📌 อ่านเพิ่มเติม :
📰 https://www.hsri.or.th/news/1/4598

#จีโนมิกส์ไทยแลนด์ #สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข #สวรส #การแพทย์แม่นยำ

🧬 Happy New Year 2026 🧬
31/12/2025

🧬 Happy New Year 2026 🧬

ที่อยู่

ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เลขที่ 88/39
Nonthaburi
11000

เบอร์โทรศัพท์

+6620279701

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Genomics Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Genomics Thailand:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram