บ้านรักษ์สุขภาพดีมีสุข

บ้านรักษ์สุขภาพดีมีสุข เพจที่ให้ความรู้เกี่ยวกับระบบต่าง? ห้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพและโรคภัยแบบองค์รวม

เมื่อรู้สึกปวดตา ปวดเมื่อยร่างกาย ควรพักหรือหาเวลางีบหลับระยะสั้น ๆ กันนะค่ะ และการงีบหลับควรอยู่ในระยะเวลาที่เหมาะสม ซึ...
16/11/2017

เมื่อรู้สึกปวดตา ปวดเมื่อยร่างกาย ควรพักหรือหาเวลางีบหลับระยะสั้น ๆ กันนะค่ะ และการงีบหลับควรอยู่ในระยะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลดีต่อสมองและสุขภาพนะค่ะ

ปัญหาการนอนไม่หลับ  บางทีอาจเกิดจากกิจวัตรประจำวัน
14/11/2017

ปัญหาการนอนไม่หลับ บางทีอาจเกิดจากกิจวัตรประจำวัน

 #นอนดึก…ให้ผลเสียมากกว่าที่คิดสำหรับนักท่องราตรี ผู้ที่ชอบทำงานหรืออ่านหนังสือดึกๆ ตลอดจนติดละคร ติดรายการโทรทัศน์ จนทำ...
14/11/2017

#นอนดึก…ให้ผลเสียมากกว่าที่คิด

สำหรับนักท่องราตรี ผู้ที่ชอบทำงานหรืออ่านหนังสือดึกๆ ตลอดจนติดละคร ติดรายการโทรทัศน์ จนทำให้ต้องนอนดึกอยู่เป็นประจำนั้น รู้หรือไม่ว่า? มีโทษต่อร่างกายเป็นอย่างยิ่ง เพราะการนอนดึก จะทำให้ระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกายมีปัญหา เสมือนเครื่องจักรที่ทำงาน Overload จนทำให้เครื่องรวน ซึ่งสามารถจำแนกได้คร่าวๆ ดังนี้

*ระบบทางเดินอาหาร การนอนดึกทำให้ระบบการย่อยอาหารของมนุษย์ทำงานไม่เป็นปกติ ย่อยอาหารลำบาก ก่อให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ดังนั้นหากจำเป็นต้องนอนดึก ก็อย่ารับประทานอะไรที่ย่อยยาก หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ ควรเน้นเป็นผัก ผลไม้ หรือธัญพืช จะดีกว่าครับ

*ระบบทางเดินหายใจ การนอนดึกจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและความชื้น ซึ่งตามปกติร่างกายจะต้องอาศัยความชื้นเพื่อเอาออกซิเจนไปแลกเลือดดำให้เป็นเลือดแดง เมื่อความชื้นน้อยลงก็จะทำให้รู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออก ปอดทำงานไม่สะดวก

*ระบบภูมิคุ้มกัน การนอนดึกส่งผลต่อความแข็งแรงของเม็ดเลือดขาว และกลไกการตอบสนองภูมิคุ้มกันต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งมีหน้าที่ในการต่อสู้กับเชื้อโรค ดังนั้นการนอนดึกจึงทำให้ป่วยง่าย ร่างกายไม่แข็งแรง ซีดเซียว ไม่มีชีวิตชีวา ตลอดจนอาจเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง เนื่องจากวงจรการหลั่ง ฮอร์โมนของร่างกายแปรปรวน

*นอกจากนี้การนอนดึกยังส่งผลให้ร่างกายดูซีดเซียว ไม่มีน้ำมีนวล สมองเบลอ หลงๆ ลืมๆ อาจเกิดอาการหลับใน ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ไตทำงานหนัก แถมยังมีส่วนทำให้อ้วนได้อีกด้วย เห็นไหมละครับว่า เพียงแค่นอนดึกก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราได้อย่างมากมายเพียงใด เพราะฉะนั้น หันมาทำจิตใจให้สงบ และเข้านอนแต่หัวค่ำกันเถอะครับ

ท่านที่มีอาการแบบนี้ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเราด่วน!! ที่ 064-6942016
และคลิ้ก Lineด้านล่างทักแชทมาหาเราทันทีนะคะ
https://line.me/R/ti/p/

 #11 โรคที่เสี่ยงเพราะแค่อดนอน ไม่อยากล้มหมอนต้องนอนให้พอ !          อดนอนบ่อย ๆ ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างที่รู้กัน แต่มากไปกว...
14/11/2017

#11 โรคที่เสี่ยงเพราะแค่อดนอน ไม่อยากล้มหมอนต้องนอนให้พอ !

อดนอนบ่อย ๆ ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างที่รู้กัน แต่มากไปกว่านั้นคือการอดนอนเพียงคืนเดียวก็ทำให้เสี่ยงต่อโรคได้มากมายเลย

1. โรคหวัด
การนอนไม่พอมีผลทำให้ร่างกายเป็นหวัดบ่อยกว่าปกติ เพราะร่างกายมีภูมิต้านทานโรคต่ำลง และจากผลการวิจัยส่วนใหญ่ก็เผยว่า ผู้ที่นอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมงต่อคืน มีโอกาสป่วยมากกว่าคนที่นอนเกิน 8 ชั่วโมงต่อคืนเป็นสามเท่า และคนที่ใช้เวลานานกว่าจะหลับนั้นก็มีโอกาสป่วยง่ายกว่าคนที่หัวถึงหมอนแล้วหลับเลยถึง 5.5 เท่า

2. โรคทางสายตา
การนอนไม่พอมีผลทำให้สายตาของเราพร่ามัว มองเห็นไม่ชัด และหากนอนไม่พอติดต่อกันเป็นเวลาหลายคืนอาจมีอาการเห็นภาพหลอนด้วย โดยมีงานวิจัยหนึ่งเผยว่า ตาของเราควรได้รับการพักผ่อนในตอนกลางคืนอย่างน้อย 5 ชั่วโมง เพื่อการฟื้นฟูเซลล์ที่สึกหรอไปในระหว่างการใช้งานในแต่ละวัน และถ้าหากนอนน้อยกว่านั้นก็จะเกิดอาการกล้ามเนื้อตากระตุก หรือตาเขม่นดังเช่นที่ใครหลายคนเข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับโชคลาง ซึ่งความจริงแล้ว อาการกล้ามเนื้อตากระตุก หนังตาเขม่น มองเห็นเป็นภาพซ้อน เบลอ หรือพร่ามัว ก็มาจากการที่เซลล์กล้ามเนื้อบริเวณดวงตาไม่ได้รับการซ่อมแซมตัวเองอย่างสมบูรณ์นั่นเอง

3. โรคเบาหวาน
แค่อดนอนเพียงคืนเดียวก็เสี่ยงต่อโรคเบาหวานได้แล้วนะคะ โดยข้อมูลนี้เป็นงานวิจัยจาก Cedars-Sinai Medical Center ลอสแอนเจลิส ที่ทดลองกับสุนัขแล้วพบว่า สุนัขกลุ่มที่อดนอน 1 คืน มีภาวะดื้ออินซูลินอยู่ที่ 33% ในขณะที่สุนัขกลุ่มที่ถูกขุนจนอ้วนตุ้บก็มีภาวะดื้ออินซูลินราว 21% ซึ่งนักวิจัยบอกว่าเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกันจนน่าตกใจ
ทั้งนี้นักวิจัยได้วิเคราะห์ว่า การอดนอนส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ร่างกายจึงเร่งผลิตอินซูลินเพื่อคงระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ จนอาจทำให้ฮอร์โมนอินซูลินไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกต่อไป นำไปสู่ความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นนั่นเอง และแม้จะเป็นเพียงการทดลองกับสุนัข แต่ผลเสียของการอดนอนในคนก็ไม่ได้ต่างกันมากสักเท่าไร

4. โรคอ้วน
สถาบัน Obesity Society สหรัฐอเมริกา เผยว่า การอดนอนอาจนำไปสู่โรคอ้วนได้ง่าย ๆ เนื่องจากร่างกายที่ไม่ได้รับการพักผ่อนเพียงพอ จะมีระดับน้ำตาลในเลือดน้อยจนกระตุ้นให้รู้สึกอยากรับประทานอาหารรสหวานมากกว่าปกติ อีกทั้งระบบเผาผลาญของคนที่นอนไม่พอยังจะเกิดอาการขี้เกียจทำงาน ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งพออ้วนก็นำมาสู่โรคหัวใจ โรคความดัน และโรคเรื้อรังอื่น ๆ อีกเพียบ

5. โรคหัวใจ
นักวิจัยได้ทำการทดลองกับกลุ่มอาสาสมัครที่ไม่นอนเลยเป็นเวลา 88 ชั่วโมง ผลคือ พวกเขามีระดับความดันเลือดสูงมาก และเมื่อเปลี่ยนมาให้กลุ่มอาสาสมัครนอนนาน 4 ชั่วโมงใน 1 คืน ผลปรากฏว่า อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในระดับปกติ ค่าเฉลี่ยการเต้นของหัวใจใกล้เคียงกับคนที่ได้นอนปกติ และสิ่งที่มีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจก็คือ สารโปรตีนที่มีสะสมตัวมากขึ้นในขณะที่เราตื่น และจะถูกขับออกจากร่างกายโดยธรรมชาติเมื่อเราหลับ ดังนั้นหากใครที่อดนอน หรือนอนน้อยเป็นเวลานานจึงเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้

6. โรคหลอดเลือดสมองตีบ
จากสถิติทางการแพทย์พบว่า ผู้ที่นอนไม่พอ อดนอนบ่อย ๆ มักจะมีปัญหาปวดศีรษะ ความจำไม่ดี และเมื่อเอกซเรย์สมองมักจะพบว่ามีภาวะหลอดเลือดสมองตีบ ซึ่งหากผู้ป่วยได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ เส้นสมองที่ตีบก็จะมีอาการดีขึ้นได้ ส่วนสาเหตุที่การอดนอนทำให้เส้นเลือดตีบนั้น ควรต้องมีการศึกษาเรื่องนี้มากขึ้นในอนาคต

7. โรคอัลไซเมอร์
การศึกษาจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัย Johns Hopkins ได้แสดงให้เห็นว่า การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ โดยได้ทำการศึกษาถึงความเกี่ยวข้องกันระหว่างการนอนหลับและตัวบ่งชี้ทางชีวภาพของโรคอัลไซเมอร์ในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ในกลุ่มผู้สูงวัย พบว่าระยะเวลาในการนอนหลับที่สั้นเกินไป และการนอนหลับที่ไม่ดี มีผลต่อการเพิ่มขึ้นของ เบต้า-อะมีลอยด์ (beta-amyloid) ซึ่งเป็นโปรตีนขนาดเล็ก และเป็นพิษต่อเซลล์ประสาท เมื่อเกิดการสะสมก็จะจับตัวกันกลายเป็นคราบพลัคที่บริเวณเซลล์สมอง เป็นสาเหตุสำคัญของโรคอัลไซเมอร์ และการค้นพบในครั้งนี้ยังช่วยทำให้ค้นพบวิธีรักษาโรคอัลไซเมอร์ในกลุ่มผู้สูงวัยที่มักจะมีอาการนอนไม่หลับ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งถ้าหากผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ ปริมาณของเบต้า-อะมีลอยด์ ในเลือดก็จะลดลง และทำให้อาการของโรคอัลไซเมอร์ลดลงได้

8. โรคจิตเวช
การอดนอนติดต่อกันหลาย ๆ คืนอาจส่งผลให้มีปัญหาทางจิตได้ เช่น อาการหูแว่ว ประสาทหลอน เห็นภาพหลอน ระแวงว่าคนจะมาทำร้าย หรือมีอาการคล้ายโรคไบโพลาร์ มีอารมณ์แปรปรวน หรืออาจเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้ามากขึ้น เนื่องจากการอดนอนส่งผลต่อระบบฮอร์โมนโดยตรง ก่อให้เกิดความแปรปรวนทางอารมณ์ได้ง่ายขึ้น

9. โรคร่าเริง
ชื่อโรคอาจดูไม่ร้ายแรงแต่จริง ๆ แล้วแฝงอันตรายไว้ไม่น้อยค่ะ เพราะคนที่เป็นโรคร่าเริงจะรู้สึกอ่อนเพลียในช่วงกลางวัน หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย และไม่มีสมาธิในการเรียนหรือการทำงาน แต่ในช่วงกลางคืนสมองจะแล่น ความคิดสร้างสรรค์บังเกิด และรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างเต็มที่ จนทำให้ร่างกายไม่ได้พักผ่อนอย่างที่ควร ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดจากความผิดปกติที่เกี่ยวกับการหลั่งฮอร์โมนของต่­­อมไร้ท่อ บวกกับพฤติกรรมอดหลับอดนอนที่ทำสะสมจนเหมือนเป็นการใช้งานร่างก­­ายอย่างหนัก ยิ่งกับคนที่ชอบอ่านหนังสือหรือทำงานหามรุ่งหามค่ำต่อเนื่องกัน­­หลายวัน นาฬิกาชีวิตและระบบการทำงานของร่างกายจะปรวนแปรไปหมด ฉะนั้นหากไม่อยากเสี่ยงต่อโรคร่าเริง ก็ควรนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ทุกคืนนะคะ

10. โรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก
โรค Bell's Palsy หรือใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก หรืออัมพาตครึ่งซีกที่ใบหน้า เป็นอาการที่กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนล้า อาจจะเกิดขึ้นทั้งสองด้านหรือด้านเดียวก็ได้ โดยสาเหตุของโรคก็มีการสันนิษฐานว่า อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส โดยเฉพาะเชื้อเริมที่เส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ที่เรียกว่าเส้นประสาทใบหน้า ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้า และหากติดเชื้อในส่วนนี้การทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้าก็จะหยุดชะงักชั่วคราว ทำให้เกิดความผิดปกติอย่างเฉียบพลัน เช่น ปากเบี้ยว หลับตาไม่สนิท
ทั้งนี้การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นโรคได้ เนื่องจากเมื่อร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อน ภูมิต้านทานในร่างกายก็จะต่ำจนอาจติดเชื้อไวรัสได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกับผู้ที่มีความเครียดร่วมด้วย

11. โรคมะเร็ง
นักวิจัยส่วนใหญ่ตั้งข้อสันนิษฐานเบื้องต้นไว้ว่า โรคมะเร็งบางชนิดก็สามารถกำเริบได้ หากมีพฤติกรรมนอนน้อย เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ แต่สำหรับโรคมะเร็งชนิดอื่นนั้น ขึ้นอยู่กับการแบ่งตัวของเซลล์ในร่างกาย และพฤติกรรมการใช้ชีวิตมากกว่า
นอกจากนี้การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็ยังเป็นสาเหตุของอาการหน้าแก่ ผิวพรรณเหี่ยวย่นอีกด้วยนะคะ เนื่องจากยามนอนหลับเลือดจะถูกสูบฉีดส่งไปยังเส้นเลือดฝอยมากขึ้น ซึ่งก็จะทำให้เซลล์ผิวหนังได้ซ่อมแซมฟื้นฟูตัวเอง ทว่าหากเราอดหลับอดนอนก็จะเป็นการขัดขวางกระบวนการรักษาซ่อมแซมตัวเองของเซลล์ผิวหนังในจุดนี้ ส่งผลให้ผิวพรรณดูไม่ผ่องใสอย่างที่ควรจะเป็น ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีปราศจากโรคภัย เราควรนอนหลับพักผ่อนอย่าน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน และหมั่นออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ร่วมกับรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

ท่านที่มีอาการแบบนี้ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเราด่วน!! ที่ 064-6942016 และต้อ
งคลิ้ก Lineด้านล่างทักแชทมาหาเราทันทีนะคะ
https://line.me/R/ti/p/

เจ็บหน้าอก - เจ็บหัวใจอาการเจ็บหน้าอกนี้พบได้บ่อยๆ ไม่ว่าจะเจ็บกล้ามเนื้อจากการทรงตัวผิดท่า เจ็บจากกระดูกซี่โครงอ่อนอักเ...
14/11/2017

เจ็บหน้าอก - เจ็บหัวใจ
อาการเจ็บหน้าอกนี้พบได้บ่อยๆ ไม่ว่าจะเจ็บกล้ามเนื้อจากการทรงตัวผิดท่า เจ็บจากกระดูกซี่โครงอ่อนอักเสบ เจ็บจากเส้นประสาทอักเสบเล็กๆน้อยๆ ไปจนถึงเจ็บหน้าอกจากความผิดปกติของหัวใจ แต่เกือบทั้งหมดมักจะไม่ใช่โรคหัวใจ แต่ก็ทำให้คนที่เป็นรู้สึกวิตกกังวลได้ง่าย เพราะแยกแยะไม่ได้ว่าแบบไหนเป็นอาการเจ็บอกแบบธรรมดาไม่มีอันตรายหรือว่าเป็นสัญญาณ บ่งบอกความผิดปกติของหัวใจกันแน่

อาการเจ็บหน้าอกที่เกิดจากความผิดปกติของหัวใจนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ทำให้รู้สึกเจ็บแน่นหน้าอก กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด จนเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว อาการมีดังนี้
1. เจ็บอกด้านซ้าย บางครั้งร้าวไปที่คอ แขนซ้ายด้านรักแร้ หลัง หรือท้องส่วนบน
2. เจ็บแน่นๆ ในอก รู้สึกอึดอัด
3. ถ้าลองเอามือกดจะไม่เจ็บมากขึ้น หรือแม้แต่การไอ จาม หายใจแรงๆ หรือเอี้ยวตัวก็ไม่ทำให้เจ็บมากขึ้น
4. อาการเจ็บจะสัมพันธ์กับการออกกำลังหรือรู้สึกตื่นเต้นมากๆ แต่เวลาพักจะเจ็บลดลง
5. เป็นอยู่หลายนาที (ส่วนใหญ่ประมาณ 10-20 นาที) ไม่ใช่เจ็บอยู่ตลอดเวลา
6. บางครั้งมีเหงื่อแตก หน้ามืด เป็นลม

ส่วนอาการเจ็บหน้าอกแบบธรรมดาที่ไม่มีอันตรายร้ายแรงอะไร เช่น กดเจ็บหน้าอกเพราะกระดูกซี่โครงอ่อนอักเสบเล็กน้อย เจ็บจี๊ดๆ แปลบๆ เพราะเส้นประสาทถูกระคายเคือง หรือเจ็บกล้ามเนื้อหน้าอกเพราะผิดท่าผิดทาง เป็นต้น
โดยจะรู้สึกเจ็บตื้นๆ อยู่บนผนังหน้าอก บางครั้งก็กดเจ็บบริเวณใดบริเวณหนึ่ง เมื่อเคลื่อนไหวตัวแรงๆ เช่น หายใจแรงๆ ไอ จาม เอี้ยวตัว ก็จะเจ็บมากขึ้น อาการเจ็บจะไม่สัมพันธ์กับการออกกำลังหรือใช้แรง จะพบว่าไม่กี่วันก็หายได้เอง แต่บางคนทนไม่ไหวหรือไม่อยากทนก็สามารถกินยาแก้ปวดหรือแก้อักเสบธรรมดา เช่น พาราเซตามอล หรือแอสไพริน ก็ได้

นอกจากนี้ ถ้าสงสัยว่าอาการเหมือนหลอดเลือดหัวใจตีบก็ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที อย่าไปเสียเวลาอยู่ตามคลินิกต่างๆ เพราะเครื่องมืออุปกรณ์ไม่พร้อม เดี๋ยวจะไม่ทันการณ์ เพราะถ้าเป็นหลอดเลือดหัวใจตีบตันจนเจ็บหน้าอกนั้นจะต้องพักอยู่ในโรงพยาบาลและได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมต่อการรักษาอย่างทันท่วงที

ท่านที่มีอาการแบบนี้ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเราด่วน!! ที่ 064-6942016 และต้อ
งคลิ้ก Lineด้านล่างทักแชทมาหาเราทันทีนะคะ
https://line.me/R/ti/p/

CAN’T SLEEP : นอนไม่หลับอาการที่มักจะเกิดขึ้นกับดิฉันเสมอเมื่อกลับจากพักร้อน โดยเฉพาะในคืนก่อนไปทำงาน คือนอนไม่หลับ ทั้ง...
14/11/2017

CAN’T SLEEP : นอนไม่หลับ

อาการที่มักจะเกิดขึ้นกับดิฉันเสมอเมื่อกลับจากพักร้อน โดยเฉพาะในคืนก่อนไปทำงาน คือนอนไม่หลับ ทั้งๆที่ปกติเป็นคนหลับง่ายมาก ร่างกายคนเราฉลาดไม่เบาและคงจะรู้ว่าพรุ่งนี้ต้องกลับเข้าสู่โหมดการทำงานอย่างจริงจัง งานการที่ค้างอยู่ทั้งหลายจึงเดินหน้าเข้ามาในหัวของเราอย่างพร้อมเพรียง ดิฉันเองก็เหมือนคนส่วนใหญ่ที่มักจะพยายามต่อสู้กับความคิดต่างๆเหล่านี้ พร้อมๆกับพยายามจะหลับให้ได้ แต่ยิ่งนอนก็ยิ่งมีเรื่องต่างๆผุดขึ้นมาเรื่อยๆ หลายเรื่องก็มาซ้ำๆประหนึ่งว่ากลัวเราจะลืม

ช่วงหลังมานี้ ดิฉันมาพบวิธีง่ายๆ ที่ทำแล้วได้ผลทุกครั้ง คือการลุกขึ้นมาแล้วจดความคิดหรืองานค้างต่างๆเหล่านั้นลงในกระดาษ เมื่อเรารู้ว่าเรื่องเหล่านี้จะไม่หายไปไหนเพราะมันถูกจดไว้ในกระดาษแล้ว พรุ่งนี้ตื่นเช้ามาค่อยมาจัดการกันต่อได้ สมองของเราจะยอมเงียบลง และเราก็จะกลับไปนอนได้เสียที

นี่คือหนึ่งในbest practicesของGTD ที่บอกให้เราคอยจัดเก็บ หรือCaptureงานค้างต่างๆของเราอยู่เสมอ เพราะถ้าไม่Captureมาแล้ว สมองก็จะคอยคิดถึงเรื่องเหล่านี้ซ้ำๆ เพราะกลัวจะลืม ขณะเดียวกันเราก็ไม่สามารถลงมือทำอะไรกับมันได้ ผลที่ตามมาคือเกิดความเครียด และนอนไม่หลับ วิธีนี้สามารถนำมาใช้ได้เวลาที่รู้สึกoverwhelmด้วยเช่นกัน

ปรึกษาอาการนอนไม่หลับ T.064-6942016
คลิ้ก Lineด้านล่างทักแชทมาหาเราทันทีนะคะ
https://line.me/R/ti/p/

หากใครที่มีอาการนอนไม่หลับเรามีวิธีช่วยให้การนอนหลับของคุณเป็นไปได้ง่ายขึ้น ซึ่งก็เป็นเพียงวิธีเบื้องต้นที่สามารถทำเองได...
14/11/2017

หากใครที่มีอาการนอนไม่หลับเรามีวิธีช่วยให้การนอนหลับของคุณเป็นไปได้ง่ายขึ้น ซึ่งก็เป็นเพียงวิธีเบื้องต้นที่สามารถทำเองได้ง่ายๆ ดังนี้
1. จัดห้องนอนใหม่ ให้น่านอน สะอาด ไม่ให้มีเสียรบกวน ที่สำคัญ คือ ควรเป็นห้องที่มืดสนิท เพื่อการนอนหลับที่มีประสิทธิภาพ
2. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
3. ดื่มนมอุ่นๆ เพื่อเป็นตัวช่วยให้ร่างกายอบอุ่นหลับง่ายขึ้น
4. ไม่งีบหลับในตอนกลางวัน
5. นอนให้เพียงพอไม่นอนมากเกินไป
6. เข้านอนและตื่นให้เป็นเวลา
7. ถ้านอนไม่หลับเกิน 15 -20 นาที ควรลุกออกมาทำกิจกรรมเพื่อเพิ่มความผ่อนคลาย เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง เป็นต้น
8. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
9. ปรึกษาแพทย์

อย่างไรก็ดี หากปัญหาการนอนหลับ หรือ โรคนอนไม่หลับ คุณยังไม่ดีขึ้นการพบแพทย์ ปรึกษาแพทย์จึงเป็นทางเลือกที่ดีเพราะ หากร่างกายมีความผิดปกติอย่างไร ก็จะได้รีบแก้ไขได้ทัน

ท่านที่มีอาการแบบนี้ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเราด่วน!! ที่ 064-6942016 และต้อ
งคลิ้ก Lineด้านล่างทักแชทมาหาเราทันทีนะคะ
https://line.me/R/ti/p/

ขอบคุณข้อมูลจาก.คณะแพทย์ศูนย์นิทราเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ท่านที่มีอาการแบบนี้ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเราด่วน!! ที่ 064-6942016 และต้องคลิ้ก Lineด้านล่างทักแชทมาหาเราทันทีนะคะhtt...
14/11/2017

ท่านที่มีอาการแบบนี้ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเราด่วน!! ที่ 064-6942016 และต้อ
งคลิ้ก Lineด้านล่างทักแชทมาหาเราทันทีนะคะ
https://line.me/R/ti/p/

อร่อยปาก ลำบากตับ!วันนี้คุณรู้หรือไม่ว่าอาหารที่คุณทานมีผลเสียต่อตับมากมาย ทั้งอาหารที่ไหม้เกรียม ทานทีละมากๆ แอลกอฮอล์ ...
11/11/2017

อร่อยปาก ลำบากตับ!
วันนี้คุณรู้หรือไม่ว่าอาหารที่คุณทานมีผลเสียต่อตับมากมาย ทั้งอาหารที่ไหม้เกรียม ทานทีละมากๆ แอลกอฮอล์ และทานอาหารที่มีสารปนเปื้อนของเชื้อราอัลฟ่าท้อกซิน ทั้งหมดนี่ส่งผลต่อโรคตับอักเสบ ตับแข็ง มะเร็งตับ อย่าลืมตรวจสุขภาพ หรือถ้ามีอาการแล้ว ปรึกษาได้ T.064-6942016

09/11/2017
ถ้าตรวจพบว่าเป็นตับแข็ง ก็ควรปฏิบัติตัวดังนี้- ติดต่อรักษากับแพทย์เป็นประจำ อาจต้องตรวจเลือดดูการเปลี่ยนแปลงของโรคเป็นระ...
09/11/2017

ถ้าตรวจพบว่าเป็นตับแข็ง ก็ควรปฏิบัติตัวดังนี้
- ติดต่อรักษากับแพทย์เป็นประจำ อาจต้องตรวจเลือดดูการเปลี่ยนแปลงของโรคเป็นระยะๆ
- ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์ตับส่วนที่ยังดีอยู่ถูกทำลายมากขึ้น
- กินอาหารพวกแป้งและของหวาน ผัก ผลไม้ และอาหารพวกโปรตีนเป็นประจำ ยกเว้นในระยะท้ายของโรคที่มีอาการทางสมองร่วมด้วย จำเป็นต้องลดปริมาณโปรตีนลง (เนื่องเพราะโปรตีนจะสลายเป็นสารแอมโมเนียที่มีผลต่อสมอง)
- ถ้ามีอาการบวมหรือท้องมาน ควรงดอาหารเค็มและห้ามดื่มน้ำเกินวันละ 2 ขวดกลมใหญ่ หรือ 5 แก้ว (1,500 มิลลิลิตร)
- อย่าซื้อยากินเอง เพราะอาจมีพิษต่อตับมากขึ้น
- หลีกเลี่ยงการกินหอยแมลงภู่และหอยนางรมอย่างดิบๆ เนื่องเพราะอาจทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่าวิบริโอวาลนิฟิคัส (Vibrio vulnificus) จนกลายเป็นโรคติดเชื้อร้ายแรงถึงขั้นเชื้อเข้ากระแสเลือด หรือโลหิตเป็นพิษ เป็นอันตรายได้

♦ การรักษา
แพทย์จะให้การรักษาตามความรุนแรงของโรค
ถ้าเป็นตับแข็งระยะแรกเริ่ม มักจะให้การรักษาตามอาการ ให้วิตามินรวมและกรดโฟลิกเสริมบำรุง ข้อสำคัญคือ กำชับให้ผู้ป่วยงดดื่มสุราโดยเด็ดขาด

ถ้ามีอาการเท้าบวมหรือท้องมาน ก็จะให้ยาขับปัสสาวะ เช่น สไปโนโรแล็กโทน (spinorolactone) กินเป็นประจำ

ในรายที่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น อาเจียนเป็นเลือด เนื่องจากหลอดเลือดขอดที่หลอดอาหารปริแตก ก็จะให้เลือดและทำการห้ามเลือด

บางรายแพทย์อาจพิจารณาทำการผ่าตัดปลูกถ่ายตับซึ่งช่วยให้สามารถมีชีวิตยืนยาวได้ แต่ยังเป็นวิธีรักษาที่ยุ่งยาก ราคาแพง และหาตับที่มีผู้บริจาคได้ค่อนข้างน้อย

♦ ภาวะแทรกซ้อน
ผู้ป่วยตับแข็งมักมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ ทำให้เป็นโรคติดเชื้อได้ง่าย เช่น ปอดอักเสบ วัณโรคปอด
ในระยะท้ายของโรค ผู้ป่วยมักมีหลอดเลือดขอดที่หลอดอาหาร ซึ่งมีโอกาสปริแตก อาเจียนเป็นเลือดรุนแรง อาจถึงช็อกและเสียชีวิตได้ นอกจากนี้มักเกิดภาวะตับวาย (ตับทำงานไม่ได้) ทำให้มีอาการทางสมอง เช่น ซึม เพ้อ หมดสติ
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งตับสูงกว่าคนปกติ

♦ การดำเนินโรค
โรคนี้ถ้าเป็นระยะแรกเริ่มและปฏิบัติตัวได้เหมาะสม (ไม่ดื่มสุราอย่างเด็ดขาด) จะสามารถมีชีวิตได้นานเกิน 5-10 ปีขึ้นไป

แต่ถ้าปล่อยให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ท้องมาน อาเจียนเป็นเลือด ก็อาจอยู่ได้ 2-5 ปี (ประ-มาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยอาจอยู่ได้เกิน 5 ปี)

♦ การป้องกัน
1. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก และถ้าตรวจพบว่าเป็นพาหะของเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี ควรงดดื่มโดยเด็ดขาด
2. ฉีดวัคซีนป้องกันตับอักเสบจากไวรัสบี ซึ่งนิยมฉีดตั้งแต่แรกเกิด
3. ระมัดระวังการใช้ยาที่อาจมีพิษต่อตับ

♦ ความชุก
โรคนี้พบบ่อยในผู้ที่ดื่มสุราจัด และผู้ที่มีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซีแบบเรื้อรัง มักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

8วิธีแก้วิงเวียนจากอาการบ้านหมุน              เวียนศีรษะบ้านหมุนเป็นภาวะที่อาจส่งผลกระทบต่อคนที่เป็นอย่างรวดเร็ว และรุนแ...
22/10/2017

8วิธีแก้วิงเวียนจากอาการบ้านหมุน

เวียนศีรษะบ้านหมุนเป็นภาวะที่อาจส่งผลกระทบต่อคนที่เป็นอย่างรวดเร็ว และรุนแรง ทำให้รู้สึกวิงเวียน เหมือนสิ่งของรอบตัวหมุนเคว้ง เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และสูญเสียการทรงตัวในที่สุด อาการวิงเวียนศีรษะบ้านหมุน อาจเกิดจากหลายสาเหตุซึ่งแพทย์จะเป็นผู้วิเคราะห์สาเหตุนั้นๆ แต่เมื่อเกิดอาการทันทีทันใด วิธีการต่อไปนี้อาจช่วยบรรเทาอาการได้ในเบื้องต้น

วิธีช่วยบรรเทาอาการเวียนหัวบ้านหมุนในทันที

1. เคลื่อนไหวช้าๆ เมื่อรู้สึกวิงเวียนบ้านหมุน การขยับเขยื้อนอย่างรวดเร็วจะทำให้รู้สึกแย่ลง แต่การเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ จะทำให้รู้สึกดีขึ้น เช่น การก้าวเดินช้าๆ จะช่วยให้คุณโฟกัสได้ง่ายขึ้น และสมองไม่มึนงง บางคนอาจหยุดพักชั่วครู่ระหว่างเดิน ก็ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนได้ดี

2. อย่ามองขึ้นหรือลง การมองขึ้นหรือลงอาจทำให้รู้สึกมึนงงและไม่สบายยิ่งขึ้นเช่นเดียวกับอาการวิงเวียนศีรษะทั่วไป ที่ไม่ใช่บ้านหมุน เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการมองเกิ้นหรือมองลงนานๆ หรือรวดเร็วและรักษาระดับศีรษะให้ขนานกับพื้นเท่าที่จะทำได้

3. เพ่งมองวัตถุที่อยู่ไกลออกไป การรับรู้ของคนเรานั้น สิ่งที่อยู่ใกล้จะดูเคลื่อนที่เร็วกว่าสิ่งที่อยู่ไกลออกไปเพราะฉะนั้น ขอให้เพ่งมองไปยังสิ่งที่อยู่ในระยะไกล เช่น มองออกไปนอกหน้าต่างจนรู้สึกวิงเวียนลดน้อยลง

4. อยากเคลื่อนไหวท่าทางซ้ำๆ การเคลื่อนไหวด้วยท่าทางซ้ำๆ เช่น สะบัดหน้า ขยับแขน ขยับขา ส่งผลให้การทรงตัวไม่ดี ซึ่งจะยิ่งทำให้อาการวิงเวียนบ้านหมุนแย่ลงกว่าเดิม ทางที่ดีควรเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ด้วยความระมัดระวังและมั่นคง ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนได้อย่างรวดเร็ว

วิธีเคลื่อนไหวที่ช่วยรักษาอาการบ้านหมุนให้หายขาด

1. หันศีรษะ 45 องศาอย่างช้าๆ เริ่มต้นด้วยการตั้งศีรษะตรง และค่อยๆหันศีรษะไปทางซ้าย 45 องศา จากนั้นค่อยๆหันไปทางขวา ทำเช่นเดียวกัน

2. นอนหงาย จากนั้นให้นอนหงายโดยเร็ว เพื่อให้ลำคอและไหลผ่อนคลาย เอียงศีรษะไปให้หูข้างที่ได้รับผลกระทบจากอาการวิงเวียนบ้านหมุน สัมผัสหมอนนาน 30 วินาที แล้วเอียงศีรษะอีกข้างให้หูสัมผัสหมอนนาน 30 วินาที

3. พลิกตัว จากนั้นพลิกตัวไปด้านเดียวกับศีรษะที่เอียงอยู่ แล้วอยู่ในท่าตะแคงนี้นาน 30 วินาที

4. ทำซ้ำ เริ่มทำจาก 1-3 วันละ 3 ครั้ง เพื่อให้หายขาดจากอาการวิงเวียนบ้านหมุน ซึ่งท่าเหล่านี้เป็นท่าที่นักกายภาพบำบัดใช้รักษาผู้ป่วย แต่คุณสามารถทำเองได้โดยไม่ยุ่งยากและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

ปรึกษาอาการ T.093-0565414

ที่อยู่

Nonthaburi
11000

เบอร์โทรศัพท์

0930565414

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านรักษ์สุขภาพดีมีสุขผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง บ้านรักษ์สุขภาพดีมีสุข:

แชร์