Wellness&Gene Care by Aey

Wellness&Gene Care by Aey ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Wellness&Gene Care by Aey, การแพทย์และสุขภาพ, Nonthaburi.

Hi! เอ๋เองค่ะ 😊 เป็น พยาบาล ที่รักการกิน (แบบถูกหลัก!) เลยไปเรียน Nutrition จาก ม.แม่ฟ้าหลวงมาโดยเฉพาะ!

ใครที่อยากลดน้ำหนักแบบไม่โยโย่ ไม่ทรมาน และยังอร่อยได้อยู่... ทักมาปรึกษาเลยค่ะ! เอ๋จะใช้ทั้งความรู้ทางการแพทย์และโภชนาการมาดูแลคุณอย่างใกล้ชิด รับรอ

ทำไมอายุมากขึ้น จึงเสี่ยงมะเร็งมากขึ้น?คือน่าจะทราบกันดีว่า แก่ตัวลงอะไรก็เสื่อม มันก็ควรจะเป็นไปในทางฝ่อ เสื่อมสิ ทำไมจ...
05/04/2026

ทำไมอายุมากขึ้น จึงเสี่ยงมะเร็งมากขึ้น?

คือน่าจะทราบกันดีว่า แก่ตัวลงอะไรก็เสื่อม มันก็ควรจะเป็นไปในทางฝ่อ เสื่อมสิ ทำไมจึงเป็นมะเร็งสูงขึ้น ที่มาแนวๆ งอกผิดปกติ


สมมติว่า ร่างกายของเราเป็น
“เมืองใหญ่” ที่มีคนทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

และสมมติว่า “ถนน” ในเมืองนี้คือสาย DNA แหล่งหล่อเลี้ยงการทำงารทั้งเมือฝ

ในวัยหนุ่มสาว เมืองนี้มีทั้งทีมช่างซ่อม
ทีมตำรวจ และระบบจัดการที่เข้มแข็ง

ถนนพังนิดเดียวก็มีคนรีบซ่อม
คนก่อปัญหาก็ถูกจับทันที

แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่แค่ “อายุ”
แต่คือ “ประสิทธิภาพของทั้งระบบ”


▪️ ถนนเริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ ที่ไม่ได้รับการซ่อมทันเวลา
นี่คือความเสียหายของ DNA ที่สะสมขึ้นทีละนิด จากแสงแดด อาหารมากมาย มลภาวะอย่าง PM2.5 และแม้แต่กระบวนการใช้ชีวิตของเราเอง ที่เห็นได้ชัดก็ภาวะอ้วน ที่ปล่อยสารก่ออักเสบเรื้อรัง

▪️ เชือกที่ผูกปลายถนนเริ่มรุ่ยลง เปรียบเหมือนปลายโครโมโซม (Telomere) ที่สั้นลงทุกครั้งที่เซลล์แบ่งตัว จนวันหนึ่งระบบควบคุมเริ่มรวน สั้นลงกว่านี้เมืองก็อยู่ไม่ได้ละ

▪️ มีบ้านร้างเพิ่มขึ้นในเมือง นี่คือเซลล์แก่ค้าง (Senescent cell) ที่ไม่ทำงานแล้ว แต่ยังปล่อย “ควันพิษ” ออกมา ทำให้สภาพแวดล้อมรอบๆ เสียไป

▪️ ตำรวจเริ่มทำงานช้าลง ระบบภูมิคุ้มกันเฝ้าระวัง (Immune surveillance) ที่เคยตรวจจับเซลล์ผิดปกติได้ดี เช่น เพชฌฆาต NK cell และทีเซลล์นักฆ่า เริ่มปล่อยให้บางตัวหลุดรอดไป

▪️ และที่สำคัญคนที่ทำผิดเริ่มไม่ถูกลงโทษ ระบบควบคุมการแบ่งตัวของเซลล์ เช่น p53 ที่เคยสั่ง “หยุด” หรือ “เปิดสวิตซ์ปลิดชีพตัวเอง (apoptosis)” เริ่มทำงานได้ไม่เต็มที่

→ เมื่อเมืองมีรอยร้าวมากขึ้น
→ การซ่อมแซมช้าลง
→ การจับกุมลดลง

วันหนึ่ง “กลุ่มคนที่ไม่ทำตามกฎ” ก็เริ่มตั้งตัวได้
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของมะเร็งค่ะ

โดยสรุปก็คือ มะเร็งไม่ได้เกิดขึ้นเพราะวันใดวันหนึ่งผิดปกติ แต่มันคือผลของ “ความผิดพลาดเล็กๆ ที่สะสมมานาน” จนวันหนึ่ง ระบบทั้งเมืองเริ่มควบคุมไม่อยู่ค่ะ


อายุเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้
แต่เราปรับพฤติกรรมและหมั่นเช็คตัวเองได้

✅ ควบคุมน้ำหนัก เพราะความอ้วน เชื่อมโยงกับมะเร็งหลายชนิด ที่มีกลไกผ่านฮอร์โมนจากเซลล์ไขมัน เช่น เต้านม, ลำไส้ใหญ่

✅ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เอาให้ได้ในระดับปานกลาง (รู้สึกเหนื่อย) ป้องกันการเกิดมะเร็ง และป้องกันตอนเป็นมะเร็งได้ทุกระยะ

✅ หลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็ง: งดบุหรี่, งดสุรา, ลดอาหารทอดจนไหม้เกรียม, ลดเนื้อแปรรูป

✅ ระวังฝุ่น PM2.5 วันที่ค่าขึ้นสูง หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งโดยเฉพาะที่ทำให้เหนื่อยหายใจมากขึ้น ถ้าจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ใช้หน้ากาก N95 (หรือเทียบเท่า) จะดีที่สุดค่ะ

✅ เพิ่มการกินเส้นใยมากขึ้น จากผัก ผลไม้ (เน้นผลไม้ที่หวานน้อย)

✅ รักษาสุขภาพจิตเสมอ อย่าให้เข้าสภาพเครียดเรื้อรัง มีโรคซึมเศร้าต้องรักษา

✅ นอนให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมง และคุณภาพดี หากมีนอนกรน ควรไปตรวจ sleep test และรักษาค่ะ หากมีภาวะนอนไม่หลับปรึกษาจิตแพทย์

✅ ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ
✅ ตรวจคัดกรองมะเร็งพื้นฐาน เช่น เต้านม (Mammogram/อัลตราซาวด์), ปากมดลูก (Pap smear/HPV DNA), ลำไส้ใหญ่ (ส่องกล้อง)

มนุษย์คือ Carnivore จริงไหม?👉 คำตอบสั้น ๆ: ไม่ใช่เพราะ “ระบบจัดการไขมันในร่างกาย” ของเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้กินเนื้อเยอะ...
31/03/2026

มนุษย์คือ Carnivore จริงไหม?

👉 คำตอบสั้น ๆ: ไม่ใช่

เพราะ “ระบบจัดการไขมันในร่างกาย” ของเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้กินเนื้อเยอะ ๆ



เหตุผลหลัก (เข้าใจง่ายมาก):

1. ร่างกายเรากำจัด LDL (ไขมันไม่ดี) ได้ช้า
• มนุษย์กำจัดได้แค่ ~25–30%/วัน
• แต่สัตว์กินเนื้อจริง หรือแม้แต่ลิง → กำจัดได้เร็วกว่า

👉 ถ้าเราเป็น carnivore จริง
เราควรกำจัด LDL ได้ “เร็วและเก่งกว่านี้”
แต่ความจริง = ไม่ใช่



2. LDL ไม่ได้มีไว้เพื่อรองรับการกินเนื้อเยอะ
• LDL เป็นแค่ “ผลพลอยได้” จากระบบขนส่งไขมัน
• ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือไขมันสูง ๆ ตลอดเวลา

👉 กินไขมันอิ่มตัวเยอะ = มีโอกาส “ล้น”



3. วิวัฒนาการของมนุษย์ = กินพืชเป็นหลัก
• บรรพบุรุษ → กินพืช
• เนื้อสัตว์ → กิน “เป็นครั้งคราว”

👉 ร่างกายเลยไม่ได้พัฒนาให้รับไขมันสูงทุกวัน



4. พอมากินแบบเนื้อ+ไขมันสูงในยุคนี้
→ ระบบเดิมรับไม่ไหว
→ LDL สูง
→ เสี่ยงหลอดเลือดอุดตัน



สรุปสั้นที่สุด:

👉 มนุษย์ = Omnivore (กินได้ทั้งพืชและสัตว์)
แต่เป็นแบบ
“กินพืชเป็นหลัก เนื้อเป็นตัวเสริม”

จำง่ายๆ

“ถ้ามนุษย์ถูกสร้างมาให้กินเนื้อเป็นหลัก
เราควรกำจัด LDL ได้เก่งกว่านี้ — แต่ความจริงคือไม่ใช่”

 # # # 🧪 สรุปผลการศึกษาเชิงวิทยาศาสตร์**หัวข้อการศึกษา:**ผลของการบริโภคน้ำผลไม้ที่มีแคโรทีนอยด์สูงต่อระดับแคโรทีนอยด์ในผ...
26/03/2026

# # # 🧪 สรุปผลการศึกษาเชิงวิทยาศาสตร์

**หัวข้อการศึกษา:**
ผลของการบริโภคน้ำผลไม้ที่มีแคโรทีนอยด์สูงต่อระดับแคโรทีนอยด์ในผิวหนังของเด็กอายุ 5–17 ปี ภายในระยะเวลา 8 สัปดาห์
(วัดผลด้วยเทคนิค Raman Spectroscopy)

---

# # # 🔬 รูปแบบการทดลอง

การศึกษานี้เป็น **Randomized Controlled Trial (RCT)** โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่:

* **กลุ่มปริมาณสูง (AH):** ได้รับ 60–120 mL/วัน
* **กลุ่มปริมาณต่ำ (AL):** ได้รับ 30–60 mL/วัน
* **กลุ่มควบคุม (Placebo):** ไม่ได้รับแคโรทีนอยด์

---

# # # 📊 ผลลัพธ์ที่สำคัญ

1. **ระดับแคโรทีนอยด์ในผิวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ**
ทั้งในกลุ่ม AL และ AH เมื่อเทียบกับกลุ่ม Placebo

2. **ความสัมพันธ์แบบ Dose-Response (ยิ่งมาก ยิ่งเพิ่มมาก)**

* กลุ่ม AH (60–120 mL/วัน) มีการเพิ่มขึ้นของค่า Raman intensity สูงที่สุด
* กลุ่ม AL (30–60 mL/วัน) เพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ในระดับที่น้อยกว่า
* กลุ่ม Placebo แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง

3. **การตอบสนองเกิดขึ้นต่อเนื่องตามระยะเวลา**
ระดับแคโรทีนอยด์เพิ่มขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 และชัดเจนขึ้นในสัปดาห์ที่ 6–12

---

# # # 🧠 การตีความผลการศึกษา

ผลการทดลองนี้ชี้ให้เห็นว่า:

* การบริโภคแคโรทีนอยด์ในรูปแบบน้ำผลไม้สามารถ
**เพิ่มระดับสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายได้จริง (biomarker-based evidence)**
* มีความสัมพันธ์แบบ **Dose-dependent**
กล่าวคือ ปริมาณที่บริโภคส่งผลโดยตรงต่อระดับที่ตรวจวัดได้ในผิวหนัง
* การวัดด้วย Raman Spectroscopy เป็นวิธีที่ **ไม่รุกล้ำ (non-invasive)** และสะท้อนสถานะโภชนาการได้อย่างน่าเชื่อถือ

---

# # # ✅ ข้อสรุปเชิงวิทยาศาสตร์

การบริโภคน้ำผลไม้ที่มีแคโรทีนอยด์ในปริมาณ **30–120 mL/วัน** อย่างต่อเนื่อง
สามารถเพิ่มระดับแคโรทีนอยด์ในผิวหนังได้อย่างมีนัยสำคัญภายใน 8 สัปดาห์
โดย **ปริมาณที่สูงกว่าจะให้ผลลัพธ์ที่เด่นชัดกว่า**

---

# # # 📚 อ้างอิงงานวิจัย

Aguilar, S. S., Wengreen, H. J., & Dew, J. P. (2015).
*Skin carotenoid response to a high-carotenoid juice in children: A randomized clinical trial.*
Journal of the Academy of Nutrition and Dietetics, 115(11), 1771–1778.

---

ผลการทดลองนี้บอกอะไร?

👉 “ยิ่งดื่มมาก (ในช่วงที่แนะนำ) ค่าแคโรทีนอยด์ในร่างกายยิ่งเพิ่ม”

🔍 อธิบายแบบง่ายๆ

มีการแบ่งเด็กออกเป็น 3 กลุ่ม

1) ดื่มปริมาณสูง (60–120 mL/วัน)
➡️ ค่าการสแกน “เพิ่มขึ้นมากที่สุด” และเร็ว
➡️ สุขภาพผิว/สารต้านอนุมูลอิสระดีขึ้นชัดเจน

2) ดื่มปริมาณต่ำ (30–60 mL/วัน)
➡️ ค่าการสแกน “เพิ่มขึ้นเหมือนกัน” แต่ช้ากว่า และน้อยกว่า

3)ไม่ดื่ม (Placebo)
➡️ ค่าแทบไม่เปลี่ยน หรือเพิ่มเล็กน้อยมาก

📈 สรุปว่า

ดื่ม = ค่าเพิ่ม ✔️

ดื่มมากขึ้น (ในช่วงที่แนะนำ) = เพิ่มเร็ว + เพิ่มเยอะ ✔️✔️

ไม่ดื่ม = แทบไม่เปลี่ยน ❌

อาจารย์สุมาลีเป็นอาจารย์แพทย์ศิริราชที่มีความสามารถและมีความรู้สูงมาก น่าเสียดายอายุสั้น.......อาจารย์เสียชีวิตไปหลายปีแ...
25/03/2026

อาจารย์สุมาลีเป็นอาจารย์แพทย์ศิริราชที่มีความสามารถและมีความรู้สูงมาก น่าเสียดายอายุสั้น.......อาจารย์เสียชีวิตไปหลายปีแล้วอย่างสงบจริง ๆตอนจากไปอาจารย์ยังได้เป็นตัวอย่างและสอนเรื่องสุดท้ายเพื่อเป็นวิธีจากโลกไปอย่างสงบ....."ร่างกาย และ จิตใจ ในภาวะใกล้ตาย"

"ความเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย"

เมื่อใกล้ตาย ความอ่อนเพลียเป็นสิ่งที่ควรยอมรับ

ไม่จำเป็นต้องให้การรักษาใดๆ
สำหรับความอ่อนเพลียที่เกิดขึ้น
เพราะจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี
ควรให้ผู้ป่วยในระยะนี้ได้พักผ่อนให้เต็มที่

คนใกล้ตาย จะเบื่ออาหาร และกินอาหารน้อยลง

จากการศึกษาพบว่า ความเบื่ออาหารที่เกิดขึ้น
เป็นผลดีมากกว่าผลเสีย เพราะ
ทำให้มีสารคีโตนในร่างกายเพิ่มขึ้น

สารคีโตนจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายขึ้น
และบรรเทาอาการเจ็บปวดได้

คนใกล้ตาย จะดื่มน้ำน้อยลง หรืองดดื่มเลย

ภาวะขาดน้ำที่เกิดขึ้นเมื่อใกล้ตาย
ไม่ทำให้ผู้ป่วยทรมานมากขึ้น

ตรงกันข้ามกลับกระตุ้น
ให้มีการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน
ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายขึ้น

หากปาก ริมฝีปากแห้ง จมูกแห้ง และตาแห้ง
ให้หมั่นทำความสะอาด และรักษาความชื้นไว้
โดยอาจใช้สำลีหรือผ้าสะอาดชุบน้ำแตะที่ปาก
ริมฝีปาก หรือใช้สีผึ้งทาริมฝีปาก
สำหรับตาก็ให้หยอดน้ำตาเทียม

คนใกล้ตาย จะรู้สึกง่วงและอาจนอนหลับตลอดเวลา

ผู้ดูแลควรให้ผู้ป่วยหลับ ไม่ควรพยายามปลุกให้ตื่น

เมื่อคนใกล้ตายไม่รู้สึกตัว

ไม่ควรคิดว่าเขาไม่สามารถรับรู้
หรือได้ยินสิ่งที่มีคนพูดกันอยู่ข้างๆ

เพราะเขาอาจจะยังได้ยินและรับรู้ได้
แต่ไม่สามารถสื่อสารให้ผู้อื่นทราบได้

จึงไม่ควรพูดคุยกัน
ในสิ่งที่จะทำให้เขาไม่สบายใจหรือเป็นกังวล

การร้องครวญคราง หรือมีหน้าตาบิดเบี้ยว
อาจไม่ได้เกิดความเจ็บปวดเสมอไป

แต่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางสมอง
ซึ่งแพทย์สามารถให้ยาระงับอาการเหล่านี้ได้

คนใกล้ตาย อาจมีเสมหะมาก

ควรให้ยาลดเสมหะแทนการดูดเสมหะ
ซึ่งนอกจากไม่ได้ผลแล้ว
ยังทำให้ผู้ป่วยรู้สึกทรมานเพิ่มขึ้นด้วย

(เฉพาะคนที่ใกล้ตายเท่านั้น
ไม่รวมถึงผู้ป่วยอื่นๆ ที่จำเป็นต้องได้รับการดูดเสมหะ)

"ความเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจ"

โดยทั่วไปเมื่อกายป่วย ใจจะป่วยด้วยเสมอ

ยิ่งคนที่ป่วยหนักใกล้ตายด้วยแล้ว
ยิ่งต้องการการดูแลประคับประคองใจอย่างมาก

สิ่งที่คนใกล้ตายกลัวที่สุด คือ
การถูกทอดทิ้ง การอยู่โดดเดี่ยว

และสิ่งที่คนใกล้ตายต้องการ คือ
ใครสักคนที่เข้าใจ
และอยู่ข้างๆ เขาเมื่อเขาต้องการ

แต่ละคนก็อาจมีความรู้สึก
และความต้องการต่างกันไป

ฉะนั้นผู้ที่อยู่ใกล้ชิด ก็ควร
ให้โอกาสคนใกล้ตาย

ได้แสดงความรู้สึกและความต้องการ

โดยการพูดคุยและเป็นผู้รับฟังที่ดี

และควรปฏิบัติตามความต้องการของคนใกล้ตาย

ซึ่ง หมายรวมถึง
ความต้องการในด้านการรักษา

ต้องประเมินก่อนว่าความต้องการนั้น
เกิดจากการตัดสินใจบนพื้นฐานใด

หากเป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานของอารมณ์
ไม่ใช่ความต้องการที่แท้จริง

ก็ควรชะลอการปฏิบัติไว้ก่อน

และควรให้การประคับประคองใจจนสบายใจขึ้น

กับทั้งให้โอกาสผู้ใกล้ตาย
เปลี่ยนความต้องการ และความตั้งใจได้เสมอ

ความตายได้กลายเป็นปัญหาสังคมขึ้นแล้ว

วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีด้านการแพทย์
ทำให้มนุษย์มีโอกาสตายตาม ธรรมชาติได้น้อยลง

ความตายอย่างสงบจึงไม่เกิดขึ้น

ไม่มีโอกาสได้ตายอย่างสงบที่บ้าน

แต่ตายอย่างโดดเดี่ยวและทรมานในโรงพยาบาล

โดยตายกับสายระโยงระยาง
ที่เข้า-ออกจากร่างกาย
และเครื่องมืออุปกรณ์ที่อยู่รอบตัว

Cr : ศ.พญ.สุมาลี นิมมานนิตย์

จุดตายของคนลดน้ำหนักไม่ลง คือ “โฟกัสแต่การกินโปรตีน”แต่ลืมสิ่งสำคัญคือ…“การกินวิตามินและเกลือแร่” 🍅🍆🥕🥦🧄โปรตีนช่วยอิ่ม รั...
19/03/2026

จุดตายของคนลดน้ำหนักไม่ลง
คือ “โฟกัสแต่การกินโปรตีน”
แต่ลืมสิ่งสำคัญคือ…

“การกินวิตามินและเกลือแร่” 🍅🍆🥕🥦🧄

โปรตีนช่วยอิ่ม รักษากล้าม ก็จริง
แต่การเผาผลาญไขมันไม่ใช่โปรตีนตัวเดียว

ถ้าขาด วิตามินและเกลือแร่ (micronutrients) ระบบพวกนี้จะรวน 👇

🔥 1. เผาผลาญพลังงานช้าลง

วิตามินหลายตัวเป็น cofactor ของเอนไซม์
• วิตามินบีรวม → carbohydrate & fat metabolism

👉 โปรตีนมี แต่เครื่องจักรทำงานไม่เต็มที่

⸻ ⸻ ⸻

🧠 2. ฮอร์โมนหิว–อิ่มเพี้ยน

• Zinc → leptin / insulin
• Vitamin D → insulin resistance

👉 กินพอ แต่ หิวง่าย เหนื่อยง่าย อยากของหวาน

⸻ ⸻ ⸻

😵‍💫 3. ความเครียดสะสม → ไขมันไม่ยอมออก

• Magnesium, vitamin C, B6 → cortisol regulation

👉 เครียดเรื้อรัง = fat storage mode

⸻ ⸻ ⸻

🦠 4. ลำไส้ไม่ดี → ดูดซึมพัง

• ใยอาหาร + polyphenols + micronutrients

👉 ต่อให้กินโปรตีนเยอะ ก็ ใช้ได้ไม่เต็ม

⸻ ⸻ ⸻

💡 สรุป โปรตีนคือ “วัตถุดิบ”
วิตามินเกลือแร่คือ “เครื่องจักร”
ขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง = โรงงานผลิตผลล้มเหลว

❌ สัญญาณที่บอกว่า อาจขาด micronutrients
• น้ำหนักนิ่งทั้งที่คุมแคล
• เหนื่อย เพลีย สมองเบลอ
• นอนยาก เครียดง่าย
• อยากหวาน/แป้ง ทั้งที่กินโปรตีนเยอะแล้ว

⸻ ⸻ ⸻

🚨 ถ้าต้องลดน้ำหนัก…คุณจะเลือกวิธีไหน?ตอนนี้มี 3 วิธีที่ฮิตมาก1️⃣ ฉีดยาลดน้ำหนักน้ำหนักลงเร็ว เพราะทำให้หิวน้อยลง2️⃣ ผ่าต...
12/03/2026

🚨 ถ้าต้องลดน้ำหนัก…คุณจะเลือกวิธีไหน?

ตอนนี้มี 3 วิธีที่ฮิตมาก

1️⃣ ฉีดยาลดน้ำหนัก
น้ำหนักลงเร็ว เพราะทำให้หิวน้อยลง

2️⃣ ผ่าตัดกระเพาะ
ลดเร็วมาก แต่เป็นการผ่าตัดใหญ่

3️⃣ ปรับระบบเผาผลาญ + โภชนาการ
ไม่ต้องฉีด ไม่ต้องผ่าตัด
เน้นลดไขมันและดูแลสุขภาพระยะยาว

ในฐานะพยาบาล เอ๋เห็นมาหลายเคส
สิ่งที่สำคัญจริง ๆ ไม่ใช่แค่ “ผอมเร็ว”

แต่คือ
✔ สุขภาพดีขึ้น
✔ ไขมันลดจริง
✔ ไม่โยโย่

อยากรู้ความคิดเห็นค่ะ

👉 ถ้าเป็นคุณ จะเลือกข้อไหน?
คอมเมนต์ 1 / 2 / 3 ไว้หน่อยค่ะ

หรือใครเคยลองวิธีไหนมาแล้ว
มาแชร์ประสบการณ์กันได้เลย

(โพสต์นี้อยากอ่านความเห็นจริง ๆ ค่ะ)

15 วินาที…รู้เลยว่าสุขภาพคุณอยู่ระดับไหนแค่วางมือบนPRYSM iO Scannerก็รู้ระดับสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายได้ทันทีผลจะแสดง...
12/03/2026

15 วินาที…รู้เลยว่าสุขภาพคุณอยู่ระดับไหน

แค่วางมือบน
PRYSM iO Scanner

ก็รู้ระดับสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายได้ทันที

ผลจะแสดงเป็นระดับ สี

🔴 แดง = ต่ำมาก ต้องรีบดูแล
🟠 ส้ม = ยังต่ำ ควรเพิ่มการดูแล
🟡 เหลือง = เริ่มดีขึ้น
🟢 เขียว = ดี สมดุล
🔵 ฟ้า = ดีมาก
🟣 ม่วง = ระดับสูงมาก การปกป้องร่างกายดีมาก

เอ๋ชอบมาก เพราะได้รู้ทันทีว่าร่างกายเราดูแลตัวเองดีพอหรือยัง

อยากรู้ว่าคุณอยู่ “สีอะไร”
มาลองวัดกันค่ะ ใช้เวลาแค่ 15 วินาที ✨

12/03/2026
12/03/2026

อรุณสวัสดิ์ค่ะ! เริ่มต้นเช้าที่สดใสด้วย TRME Shake รสช็อกโกแลต แก้วนี้ได้เลย
• สารอาหารครบ: อิ่มท้องพร้อมลุยงานสำคัญ
• รสชาติฟิน: เข้มข้นเหมือนทานของหวานแต่สุขภาพดี
• เติมพลัง: ช่วยให้สมองปลอดโปร่งตลอดช่วงเช้า
ขอให้เป็นวันที่ยอดเยี่ยมและเป้าหมายที่ตั้งไว้สำเร็จราบรื่นนะคะ!

🚨 เอ๋อยากเตือนเรื่องหนึ่งค่ะ“ฆาตกรเงียบ” ที่กำลังฆ่าคนไทยจำนวนมากทุกวันแต่คนส่วนใหญ่กลับไม่กลัวเลย…เพราะมัน ไม่เจ็บ ไม่ป...
11/03/2026

🚨 เอ๋อยากเตือนเรื่องหนึ่งค่ะ
“ฆาตกรเงียบ” ที่กำลังฆ่าคนไทยจำนวนมากทุกวัน
แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่กลัวเลย…

เพราะมัน ไม่เจ็บ ไม่ปวด และไม่เตือนล่วงหน้า

ใช่ค่ะ
เอ๋กำลังพูดถึง ไขมันในเลือดสูง

มันไม่ใช่มะเร็ง
ไม่ใช่โรคที่ทำให้ล้มทั้งยืน

แต่มันคือโรคที่
พาคุณจากไปแบบไม่ทันตั้งตัว

⚠️ สิ่งที่อันตรายคือ
มัน เงียบมาก

หลายคนใช้ชีวิตปกติทุกวัน
ไม่ปวด
ไม่เวียนหัว
ไม่เป็นไข้

จนกระทั่งวันหนึ่ง…

💥 เส้นเลือดหัวใจอุดตัน
💥 เส้นเลือดสมองตีบหรือแตก
💥 อัมพฤกษ์ อัมพาต
💥 หลับแล้วไม่ตื่น

หลายคนมารู้ตัวอีกที
ตอนอยู่ ICU แล้ว

สิ่งที่เอ๋เจอในคนไข้บ่อยมากคือ
หลายคนคิดว่า

“เราไม่อ้วน ไม่น่าเป็น”

แต่ความจริงคือ

❌ คนผอมก็เป็นได้
❌ ออกกำลังกายแต่กินหวานจัดก็เป็น
❌ ไม่กินหมูมัน ก็ยังไขมันสูงได้

เพราะตัวการจริง ๆ คือ
👉 พฤติกรรมการกิน
👉 ฮอร์โมนในร่างกาย
👉 น้ำตาลที่มากเกินไป

ไขมันในเลือดจริง ๆ แล้วคือ
ไขมันที่ลอยอยู่ในเลือดเราตลอด 24 ชั่วโมง

ตัวที่อันตรายคือ

• LDL (ไขมันเลว) ไปเกาะผนังหลอดเลือด
• ไตรกลีเซอไรด์ ทำให้เลือดข้น หนืด ไหลช้า

ถ้าปล่อยไว้นาน ๆ

➡️ หลอดเลือดจะค่อย ๆ แคบ
➡️ เลือดไปเลี้ยงหัวใจและสมองไม่พอ
➡️ แล้ววันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด

เอ๋อยากให้ลองเช็กตัวเองง่าย ๆ ค่ะ
ถ้ามีหลายข้อแบบนี้

• กินหวานทุกวัน
• ชานม กาแฟหวาน น้ำอัดลมบ่อย
• กินข้าว แป้ง เส้น หลายมื้อ
• นั่งทั้งวัน เดินน้อย
• นอนดึก นอนน้อย
• มีพุงแม้ตัวไม่ใหญ่
• คนในครอบครัวมีเบาหวาน โรคหัวใจ

ต้องบอกตรง ๆ ว่า
คุณกำลังอยู่ใน กลุ่มเสี่ยง

แต่ข่าวดีคือ
เรายังดูแลตัวเองได้ค่ะ

เอ๋อยากฝาก 5 เรื่องง่าย ๆ

1️⃣ ลดน้ำตาลก่อนเลย
น้ำหวานคือ ตัวเร่งไขมันในเลือด

2️⃣ เลือกไขมันดี
หลีกเลี่ยงของทอดซ้ำ อาหารแปรรูป

3️⃣ ขยับตัวทุกวัน
เดินหลังอาหาร หรือ ลุกเดินบ่อย ๆ

4️⃣ นอนให้พอ
การนอนดี ช่วยควบคุมฮอร์โมนไขมัน

5️⃣ ตรวจเลือดเป็นระยะ
อย่ากลัวตัวเลข
เพราะ การไม่รู้ต่างหากที่อันตราย

เอ๋อยากให้จำประโยคนี้ไว้ค่ะ

“ไขมันในเลือดอาจไม่ทำให้คุณเจ็บ
แต่วันหนึ่งมันอาจทำให้
คุณไม่มีโอกาสเจ็บอีกเลย”

ถ้าโพสต์นี้สะกิดใจคุณ
ลองส่งต่อให้คนที่คุณรักนะคะ

เพราะบางครั้ง
การเตือนกันวันนี้
อาจช่วยชีวิตกันในวันข้างหน้าได้ ❤️

ที่อยู่

Nonthaburi
11000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Wellness&Gene Care by Aeyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์