Alternative Healthy Life

Alternative Healthy Life เป็นเพจที่แบ่งปันแลกเปลี่ยนข้อมูล?

เป็นเพจที่มีจุดประสงค์เพื่อแบ่งปัน แลกเปลี่ยน เรียนรู้ข้อมูลด้านสุขภาพ สมุนไพร การแพทย์ทางเลือก การดูแลสุขภาพด้วยวิถีธรรมชาติ การดูแลตนเองตามแนวคิด Neo-Humanist เพื่อสุขภาพที่ดี โดยพึ่งพาตนเองได้อย่างพอเพียงและยั่งยืน

23/01/2024

Easy e-Receipt ใช้อะไรได้บ้าง ไม่ได้บ้าง กระทรวงการคลังมีคำตอบ

29/06/2023
งาดำ อาหารที่เปี่ยมคุณค่า
12/03/2022

งาดำ อาหารที่เปี่ยมคุณค่า

บางทีลองเอางาดำ สัก 1 ช้อนชา ใส่ในอาหาร รสชาดดีขึ้นและได้ประโยชน์จากงาดำด้วย ดีต่อร่างกาย ทำให้เจริญอาหาร

โปรตีนสูง
ให้พลังงาน
ได้วิตามิน ที่ผู้สูงวัยมักขาด เช่น วิตามิน E มีผลต่อภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ดี
และเกลือแร่ต่างๆ

รายละเอียดเพิ่มเติม …

ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ทำให้ระบบหัวใจแข็งแรงยิ่งขึ้น มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง

ช่วยลดความเครียด

ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง ป้องกันการเสื่อมของเซลล์ในระบบประสาท

งาดำมีธาตุเหล็กซึ่งช่วยบำรุงโลหิต ช่วยลดความดันโลหิต ขยายหลอดเลือด ป้องกันเกล็ดเลือดที่จะเกาะตัวกันเป็นลิ่ม
ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาว ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย

การรับประทานงาดำพร้อมกันถั่วจะทำให้ร่างกายได้รับโปรตีนอย่างครบถ้วน ซึ่งบางตัวเป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้

ช่วยให้นอนหลับสบาย ร่างกายกระปรี้กระเปร่า

ช่วยป้องกันการเกิดโรคเหน็บชา และตะคริว เนื่องจากมีวิตามินบี สูง

ช่วยบำรุงกระดูกและป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนด้วย

26/01/2022

กัญชา’ จะเป็นสิทธิพื้นฐานในการรักษาได้ไหม และใช้แค่ไหนถึงจะไม่อันตราย
Posted On 30 May 2019 Thanet Ratanakul
กระแสตื่นตัวที่ผลักดันให้กัญชาจากที่มองว่าเคยเป็น ‘ยาเสพติด’ ให้เป็น ‘ยา’ ซึ่งคนทั่วไปควรมีสิทธิพื้นฐานในการใช้รักษาตัวเอง และปลดล็อคให้มีการศึกษาอย่างแพร่หลายที่จะนำไปสู่การใช้อย่างถูกต้อง
จากการสำรวจในปัจจุบันมีคนไทยแอบใช้กัญชาราว 2 ล้านคน แต่มีการขึ้นทะเบียนถูกต้องเพียงระดับหมื่นคนเท่านั้น
อีกทั้งมีกระแสข่าวที่จะ ‘นำเข้า’ กัญชาจากต่างประเทศ ทำให้เกิดความเป็นห่วงว่าจะเป็นการผูกขาดกลุ่มทุน ทั้งที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการปลูก พัฒนาสายพันธุ์ มีกระบวนการผลิตที่เหมาะสม จนกระทั่งการใช้ในเชิงการแพทย์ แต่อาจติดกริดล็อกทางข้อกฎหมายที่ต้องนำเข้าเนื่องจากปริมาณกัญชาในประเทศไม่เพียงพอ
จากการสัมมนาในงาน ‘Young Smart Farmer SHOWCASE’ วันที่ 23 พ.ค. 2562 ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช ที่เน้นเรื่องการผลักดันให้กัญชาเป็นสมุนไพรที่ใช้รักษาโรค และควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการปลูก สกัด และใช้เพื่อรักษาบำบัดตัวเอง ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจใหม่ๆ ของกัญชาในทางการแพทย์ที่น่าอัพเดท
“กัญชาทำงานกับร่างกายแบบวงดนตรีออเครสตร้า มีสารสำคัญหลายชนิดที่ทำงานควบคู่กันในร่างกายของมนุษย์ แต่ผมยืนยันเสมอว่า กัญชาควรเป็นยาเสริมที่ใช้ในการรักษาโรค ต้องควบคู่กับยาแผนปัจจุบัน ห้ามทิ้งเด็ดขาด แต่ที่ผ่านมากัญชาผูกขาดติดกับกลุ่มทุน แทนที่ประชาชนควรมีสิทธิใช้เพื่อการพึ่งพาตนเอง กัญชาเป็นยา”
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ กล่าว
ในการประชุมผู้เชี่ยวชาญยาเสพติด Expert Committee on Drug Dependence โดย WHO มีความพยายามให้กัญชาออกจากการเป็นสารเสพติด โดยแยกการศึกษาระหว่างสารหลัก 2 ตัว คือ THC (Tetrahydrocannabinol) ที่แม้จะมีประสิทธิภาพสูงในการรักษาโรค แต่มีโทษแฝงทำให้มีอาการเกี่ยวกับระบบทางประสาท มึนเมา จึงต้องมีการควบคุมในการใช้อย่างเหมาะสม นักวิจัยจึงให้ความสนใจสาร CBD (Cannabidiol) ที่ไม่มีฤทธิ์ในการเสพติด แต่มีคุณสมบัติในการรักษา ไม่ทำให้มึนเมา ซึ่งมีโอกาสใช้งานทางการแพทย์ได้มากขึ้น
ปัจจุบันนักวิจัยไทยสามารถควบคุมสารสกัดของ THC และ CBD ในสัดส่วนที่ต้องการได้ แต่ไม่สามารถผลิตในการจำหน่ายได้จากข้อบังคับทางกฎหมาย
โรคที่กัญชาใช้รักษา
เป็นที่รู้ดีว่า กัญชาสามารถรักษาโรคทางประสาทได้ ในประเทศยุโรปเองก็ไม่มีการจำกัดว่าต้องใช้กัญชากับโรคใดจำเพาะ แต่ให้อยู่ในวิจารณญาณของแพทย์เป็นผู้กำหนด “ผมอยากให้มองการใช้กัญชาเป็นศิลปะ ไม่เหมือนกับยาแผนปัจจุบัน ไม่มีสูตรการใช้ตายตัว ขึ้นอยู่กับแต่ละคน” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา กล่าว
เด็กที่เป็นโรคลมชักชนิดรุนแรงที่ชักวันละ 400 ครั้งต่อวัน พบว่าสาร CBD ช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิตได้มากขึ้น ในกลุ่มชมรมใต้ดินที่มีการใช้กัญชากับเด็กสมองพิการ ช่วยลดค่าใช้จ่ายจากยากันชักที่มีราคา 8,000 บาทต่อเดือน
กลุ่มโรคอาการแข็งเกร็ง และการบิดของกล้ามเนื้อที่เกิดจากการผิดปกติของสมอง ความผิดปกติของไขสันหลัง รวมถึงความผิดปกติของเด็กหลังคลอดที่มีอาการสมองพิการหรือมีการเจริญเติบโตผิดปกติ เป็นกลุ่มที่ได้รับกัญชาแล้วอาการดีขึ้น ส่วนในผู้สูงอายุใช้ลดความเจ็บปวดทรมาน จำพวกข้ออักเสบ เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ ซึ่งที่ผ่านๆ มาผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องใช้ยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์รุนแรง
กัญชานำมาใช้ประโยชน์ในการรักษาอาการหดหู่ และซึมเศร้าได้ เพราะการใช้ในปริมาณที่น้อยมากจะส่งผลให้แคนนาบินอยด์ในร่างกายสามารถทำงานได้ตามปกติ โดยเฉพาะการนำมาช่วยเหลือกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากโรค เสริมสร้างแคนนาบินอยด์เพื่อช่วยปรับสภาวะทางอารมณ์ และมีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไปมากขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องรักษาไปควบคู่กับการแพทย์แผนปัจจุบันควบคู่กัน
แต่อย่างไรก็ตามกัญชายังมีข้อห้ามใช้กับกลุ่มคนที่เป็นโรคจิต schizophrenia หรือโรคจิตเภท ซึ่งกัญชามีฤทธิ์ทางจิต
กัญชาทำให้คนเกิดอาการทางจิตหรือไม่
ยังเป็นข้อถกเถียงอยู่มากที่กัญชาจะทำให้คนมีอาการทางจิตหรือไม่ จากรายงานล่าสุดในวารสาร Annals of Internal Medicine ในเดือนมีนาคม 2562 พบว่า อาการทางจิตจากการเสพกัญชานั้นเกิดขึ้นได้ ซึ่งผู้เสพใช้การกินหรือหยดน้ำมันใต้ลิ้นแบบ Overdose แทนที่จะเป็นการสูบในปริมาณพอเหมาะ เพราะกัญชาออกฤทธิ์ช้า โดยจะออกฤทธิ์ได้ตั้งแต่ 1 – 4 ชั่วโมง ผู้เสพจึงหยดซ้ำๆ เพื่อเร่งการออกฤทธิ์ ทำให้มีแนวโน้มได้รับสารในปริมาณสูงเกินไป เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้กับผู้เสพที่มีความโน้มเอียงเป็นโรคจิตอยู่แล้ว แต่ไม่มีรายงานกับคนที่มีจิตใจปกติ
สาร CBD (Cannabidiol) จึงได้รับการพูดถึงกันมากขึ้น เมื่อ CBD มีคุณสมบัติไปช่วยปรับความเข้มข้นของฤทธิ์ THC และช่วยเพิ่มสาร Anandamide ที่มีอยู่ในร่างกายของมนุษย์ สาร CBD มีส่วนช่วยลดการเกิดโรคประสาทหลอนได้ในระดับหนึ่ง
โรงงานกัญชาในร่างกายมนุษย์
ในร่างกายของเราเองนั้นก็มีกัญชาอยู่แล้ว เรียกว่าเป็นระดับโรงงานก็ว่าได้ ซึ่งเรียกว่า ‘Cannabiniod Receptor’ ที่ไม่จำเป็นต้องรับกัญชาจากภายนอก แต่จากภายในร่างกาย เช่น การออกวิ่งแล้วรู้สึกแจ่มใส กินช็อคโกแล็ตแล้วเบิกบาน ระบบนี้จะทำงานตามปกติจนกระทั่งร่างกายเจ็บป่วยเรื้อรัง ร่างกายจะร้องขอจากภายนอกเพิ่ม สารตัวนี้มีตัวรับสัญญาณที่อยู่คนละส่วนกับระบบประสาท เป็นตัวรับสัญญาณที่ทำหน้าที่ต่างกัน นี่เป็นสิ่งที่ต่างจากสารสื่อประสาทตัวอื่นๆ สิ่งที่เราทำคือเราไปกระตุ้นร่างกายว่าเราสร้างสารกัญชาน้อยไป ร่างกายก็จะจัดการเอง
การใช้กัญชาสามารถปรับใช้กับการแพทย์แผนไทยได้ โดยนำสมุนไพรไทยที่เราสามารถปลูกได้อยู่แล้ว มาประยุกต์ใช้เป็นตำรับยา เพื่อรักษาโรค ก็จะเกิดประโยชน์ในการรักษา มีหลักฐานปรากฏใน ตำราเวชศาสตร์ฉบับหลวง รัชกาลที่ 5 กัญชาเป็นยาฤทธิ์เย็น แก้อาการนอนไม่หลับ แก้วาโยธาตุกำเริบ ซึ่งมีการตีความของคำว่า ‘วาโยธาตุกำเริบ’ ทางการแพทย์หมายถึง ลมชัก พาร์กินสัน และไมเกรน ที่น่าสนใจคือตำรับยาโบราณจะใช้พริกไทยที่เป็นฤทธิ์ร้อน เสริมระบบภูมิคุ้มกันในระหว่างที่กัญชากดภูมิคุ้มกันเมื่อนอนเกินเวลาที่เหมาะสม ศาสตร์ความรู้โบราณจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน
มีตัวเลขจากการสำรวจด้านการรักษาพบว่า ในประเทศที่มีอนุญาตให้กัญชาเป็นตัวยาสำหรับการรักษาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถลดการใช้มอร์ฟีนเพื่อการรักษาลงถึง 30% เนื่องจากสามารถใช้สารจากกัญชา เพื่อทดแทนการรักษาอาการเจ็บปวดด้วยมอร์ฟีนได้ โดยที่ร่างกายจะได้รับผลข้างเคียงน้อยลง
อีกด้านที่ต้องระวังของกัญชา
การใช้สารสกัดกัญชาในทางการแพทย์ไม่มีสูตรตายตัว ดังนั้นแพทย์จะต้องวิเคราะห์ว่าสารสกัดจากกัญชา จะตอบสนองกับตัวรับกัญชาภายในร่างกายของผู้ป่วยอย่างไร เพื่อให้สารกัญชาสามารถสั่งระบบประสาทเพื่อการรักษา ได้อย่างเหมาะสมตามอาการของโรค
การนำไปใช้แบบผิดวิธีเป็นเรื่องที่อันตราย เช่น การหยดกัญชาใต้ลิ้นเกินขนาด บางครั้งอาจไม่ออกฤทธิ์ทันที ซึ่งอาจจะหน่วงเวลาได้ถึง 2 ชั่วโมง และทำให้เกิดอาการมึนเมา ความดันตก ชีพจรต่ำผิดปกติ อาจวูบจนถึงขั้นอันตรายต่อชีวิตได้
การใช้กัญชาอย่างต่อเนื่อง หรือ ใช้มากกว่า 100 วันต่อปี จะเป็นการเสพติดจนเกิดโทษได้ ซึ่งหากมีการติดกัญชามาก อาจทำให้เกิดอาการทางจิต หรือ อาจจะกลายเป็นโรคจิตได้ หากว่ามียีนเด่นบางชนิดที่อยู่ในร่างกายที่มีส่วนให้กระตุ้นเป็นบุคคลไม่สมประกอบได้ เช่น NCAM1, CADM2, SCOC และ KCNT2 ดังนั้น การใช้กัญชาจึงเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง และได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนใช้
การใช้สารสกัดจากกัญชาที่ขาดการควบคุมให้ได้มาตรฐาน จะทำให้เกิดผลเสีย เนื่องจากการวิจัยสารสกัดจากกัญชานั้น จะเน้นสกัดสาร CBD ซึ่งเป็นสารบริสุทธิ์ และส่งผลข้างเคียงน้อย จนทำให้สามารถฉีดเข้ากระแสเลือดเพื่อการรักษาได้ โดยให้ผลข้างเคียงน้อยกว่าสาร THC ที่เข้าสู่ร่างกายแล้วจะเกิดอาการมึนเมา และมีผลข้างเคียงที่อันตราย
การประยุกต์ใช้กัญชาอย่างขาดความรู้ความเข้าใจ เช่น การนำไปสกัดเองเพื่อกิน หรือทาภายนอกในอัตราส่วนที่เกินขีดจำกัดที่ร่างกายสามารถรับได้ อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อร่างกาย ระบบประสาททำงานผิดปกติ จนอาจทำให้เป็นอัมพาต ชีพจรต่ำจนถึงขีดอันตราย และเสียชีวิตได้
บทสรุปแล้วก็คือ ‘กัญชา’ ที่เป็นพืชสมุนไพรสุดฮอตในตอนนี้สามารถให้อะไรกับเราได้ทั้งคุณประโยชน์และโทษที่ถึงชีวิต ดังนั้น การใช้กัญชาควรอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้กัญชานี้ทำเพื่อประโยชน์ทางการรักษาจริงๆ ซึ่งนับเป็นความหวังสำคัญ สำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับโรคร้ายในปัจจุบัน เช่น ลมชัก พาร์กินสัน มะเร็งท่อน้ำดี เป็นต้น นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยปลดล็อคให้งานวิจัยไทยที่ค้นพบสารสกัดจากกัญชา ได้ใช้ปัญญาจากการวิจัยเพื่อประโยชน์ในการผลิตตัวยารักษาชีวิตคนไทยได้อีกมากมาย และโบนัสคือการลดภาระจากต้นทุนยารักษาที่นำเข้าจากต่างประเทศได้อีกมหาศาล
ขอบคุณข้อมูลจากการสัมมนาเชิงวิชาการ
Young Smart Farmer SHOWCASE ม.สุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) จ.นนทบุรี
Illustration by Sutanya Phattanasitubon
https://thematter.co/.../should-marijuana-be.../77638

ยาสีฟันจากสารธรรมชาติ
06/12/2021

ยาสีฟันจากสารธรรมชาติ

ยาสีฟันธรรมชาติแบบโบราณไว้ใช้เอง
ตัวยา
- เกลือ เป็นสารทำความสะอาดเหงือกและฟัน
- ยาแก้อาการปวดฟัน รักษารำมะนาด (ใช้เปลือกหรือกิ่งข่อย)
- สะระแหน่ สารให้ความเย็น ทำให้ช่องปากหอมสดชื่น
- อบเชย มีกลิ่นหอม รสหวาน มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์
- กานพลู รสเผ็ดร้อน ฆ่าเชื้อโรคและเป็นยาชา ใช้ดับกลิ่นปาก แก้เลือดออกตามไรฟัน และแก้โรครำมะนาด
- ผักคราดหัวแหวน รสเอียนเบื่อ แก้ปวดฟัน แก้อักเสบรักลในปาก รำมะนาด
- แก้ว ใช้ส่วนของใบ มีรสร้อนเผ็ดขมสุขุม แก้อาการปวดฟัน
- สีฟันคนทา ใช้เปลือกหรือกิ่ง ช่วยให้รากฟันแข็งแรงทนทาน
- เทียนข้าวเปลือก กลิ่นหอม มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์
- เทียนตากบ กลิ่นหอม มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์
- เทียนสัตตบุษย์ รสหวาน กลิ่นหอม มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์
- โป๊ยกั๊ก กลิ่นหอม แต่งกลิ่น กะวานเทศ กลิ่นหอมฉุน แต่งกลิ่น
วิธีทำ
การทำยาสีฟันสมุนไพรธรรมชาติใช้เอง
1.เตรียมส่วนผสม เช่น เกลือ ผงฟู (โซเดียมไบคาร์บอเนต) แคลเซียมคาร์บอเนต ข่อย กานพลู น้ำมันสะระแหน่
2. นำส่วนผสมเทใส่ถ้วยคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน
3. เมื่อคลุกจนเข้ากันดีแล้วเติมกานพลู ข่อย ลงไปแล้ว คลุกให้เข้ากัน
4. เมื่อคลุกจนเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว จึงค่อย ๆ หยดน้ำมันสะระแหน่เติมลงไป จากนั้นก็คลุกจนเข้ากัน
แล้วก็บรรจุใส่ภาชนะไว้ใช้เสร็จแล้วเราก็ได้ยาสีฟันดีๆไว้ใช้แล้วค่ะ
อีกสูตรง่ายๆ
https://writer.dek-d.com/story/writer/viewlongc.php...
https://www.gotoknow.org/posts/554240
ที่มา สสส.
ภาพ ทวีสเตอร์

26/07/2021

คู่มือการดูแลตัวเองเมื่อติดโควิด 19 สมบูรณ์มาก ควรโหลดไว้ค่ะ
fil:///D:/DramaAddict_Covid_Ebook.pdf

ที่อยู่

30-32
Phra Nakhon
10120

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Alternative Healthy Lifeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram

ประเภท