Nicky Hatyai Fit Body - เทรนเนอร์หาดใหญ่

Nicky Hatyai Fit Body - เทรนเนอร์หาดใหญ่ Hatyai Online Coach & Trainer
โปรแกรมตามเป้าหมายที่ลู?

เทรนเนอร์หาดใหญ่ คอสร์ลดน้ำหนัก ออกแบบการออกกำลังกายตามเป้าหมายแต่ละบุคคล
Personal Trainer Hatyai เทรนเนอร์ หาดใหญ่
รับฝึกสอนคอร์สฟิทเนส รายบุคคลหรือรายกลุ่ม
สร้างกล้ามเนื้อ พัฒนากล้ามเนื้อ เสริมสร้างความแข็งแรง
ลดน้ำหนัก ปรับปรุงพัฒนารูปร่าง เป้าหมายนายแบบนางแบบ ต้องการลดน้ำหนัก อย่างเร่งด่วน

ใครกำลังหา ICE BATH คลายร้อนหรือฟื้นฟูร่างกายแนะนำเลยครับที่นี่มีบ่อน้ำร้อนช่วยให้เลือดไหลเวียนช่วย Recovery ให้ร่างกายก...
06/04/2026

ใครกำลังหา ICE BATH คลายร้อนหรือฟื้นฟูร่างกาย
แนะนำเลยครับที่นี่มีบ่อน้ำร้อนช่วยให้เลือดไหลเวียนช่วย Recovery ให้ร่างกายกลับมาซ้อมออกกำลังกายได้ดีขึ้น 🧊💪✨

🧊 เปิดให้บริการ ICE BATH แล้ว
📝 อัตราค่าบริการ
✅ ลูกค้าทั่วไป 180 บาท
(รวมผ้าขนหนูและน้ำดื่ม)
✅ ลูกค้าสมาชิกยิม 150 บาท

📌 โปรโมชั่นเหมาห้องกลุ่มแช่ ICE BATH
✅ จาก 450 บาท เหลือ 400 บาท
(เข้าใช้บริการได้ไม่เกิน 5 คน / ห้อง)

❄️ รายละเอียดบริการ
• แบบเหมาห้องกลุ่ม มีน้ำแข็งให้ 3 กระสอบ
• อุณหภูมิน้ำอยู่ที่ประมาณ 10–15°C ต่ออ่าง
• สามารถเพิ่มความเย็นได้ โดยเพิ่มน้ำแข็ง
👉 กระสอบละ 50 บาท

✅ ภายในห้องมี บ่อน้ำร้อน สำหรับทำ
Contrast Therapy (แช่เย็นสลับร้อน)
ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
ฟื้นฟูร่างกายได้ดียิ่งขึ้น

📌 จองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
🕘 เวลาให้บริการ 09:00 – 18:00 น.

📩 จองผ่าน Inbox เพจ
📞 โทร 086-490-4978

หาดใหญ่ใครหาสถานที่ซ้อม HYROX มีที่นี้แนะนำอีกที่
04/04/2026

หาดใหญ่ใครหาสถานที่ซ้อม HYROX มีที่นี้แนะนำอีกที่

บันทึกลงย้อนสำหรับเดือนที่ผ่านมาหลังฤดูกาล HYROX อาทิตย์ที่ผ่านมาก่อนวันแข่งวันจันทร์ที่ 16 มีนาซ้อมอัพเลเวลฝึก DUO PRO ...
04/04/2026

บันทึกลงย้อนสำหรับเดือนที่ผ่านมาหลังฤดูกาล HYROX อาทิตย์ที่ผ่านมาก่อนวันแข่ง
วันจันทร์ที่ 16 มีนาซ้อมอัพเลเวลฝึก DUO PRO 🏋️
แต่แข่ง HYROX MEN OPEN วันศุกร์ที่ 20 มีนา
ส่วนน้องดรีมแข่ง PRO ก็เลยได้ซ้อมน้ำหนักที่เยอะขึ้น

Running 1K เราวิ่งเฉลี่ย Pace 4:02–4:05/km
8 Station โดยเฉลี่ยนับจากวีดีโอ
Skierg 3.05 นาที
Sled Push 1.46 นาที
Sled Pull 3.40 นาที
Burpees 3.10 นาที
Rowing 4.00 นาที
Famer Carry 2.50 นาที
Lunge 3.35 นาที
Wall Ball 3.45 นาที
สุดท้าย Finished จบ 59.21 นาที 🏁

🎯 เป้าหมาย MEN OPEN ที่คิดว่าทำได้ 1.05 นาทีหรือต่ำกว่า เดี่ยวจะมาอัพเดทประสบการณ์ให้ทุกคนของเราเวลาจบจริงอาจจะไม่ดีนักเพราะซ้อมวันใกล้แข่งเกินไป
เอาไว้แก้ตัวสนามหน้า

ส่วนน้องในรายการแข่ง PRO ทำเวลาได้เป็นอันดับ 2 ของนักกีฬาไทยเลยถือว่าเก่งมากๆ

มี Workshop แนะนำสำหรับนักวิ่ง 🏃🧘หรือคนที่สนใจโยคะและต้องการฝึกฟีราทีสกรณีถ้าวิ่งเป็นประจำแล้วยังปวดเข่า ปวดสะโพก ITB ตึ...
13/03/2026

มี Workshop แนะนำสำหรับนักวิ่ง 🏃🧘
หรือคนที่สนใจโยคะและต้องการฝึกฟีราทีส

กรณีถ้าวิ่งเป็นประจำแล้วยังปวดเข่า ปวดสะโพก ITB ตึง หรือ pace ไม่พัฒนาสักที

ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่การวิ่ง แต่อยู่ที่ร่างกายที่ยังไม่ได้รับการดูแลในแบบที่มันต้องการ

HOP จับมือกับนักกายภาพบำบัดจาก HR Physio Clinic จัด Special Workshop สำหรับนักวิ่งโดยเฉพาะ

Pilates for Runners
"เข้าใจร่างกายมากขึ้น เพื่อการวิ่งที่ดีขึ้น"

วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคมนี้ เวลา 13.00 — 15.00 น.

สิ่งที่จะได้กลับไป
- ประเมิน movement ตัวเองผ่าน 5 tests เพื่อหาข้อจำกัดของร่างกาย
- ฝึก Pilates Mat ที่ตรงกับปัญหาของคุณโดยเฉพาะ
- ฝึก Reformer Pilates เพื่อยืดและเสริมความแข็งแกร่งตรงจุด

รับสมัครผู้ที่สนใจ 12 ท่าน
ค่าสมัคร
บุคคลทั่วไป 890 บาท
ลูกค้า HOP 690 บาท

รับจำนวนจำกัด
ติดต่อสอบถามและสมัครได้เลย
Line ID : .hdy

#สตูดิโอฟีราทีส #สตูดิโอฝึกโยคะ

นีกวิ่งที่อยากพัฒนาฟอร์มการวิ่งและเลี่ยงปัญหาการบาดเจ็บไม่ให้เกิดขึ้นห้ามพลาดเลย 👇
11/03/2026

นีกวิ่งที่อยากพัฒนาฟอร์มการวิ่งและเลี่ยงปัญหาการบาดเจ็บไม่ให้เกิดขึ้นห้ามพลาดเลย 👇

Z2 🏃💪
11/03/2026

Z2 🏃💪

📝 เจาะลึกการฝึก Zone 2 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังความอึดและการเผาผลาญไขมันอย่างมีประสิทธิภาพ
​ในการออกกำลังกาย เรามักได้ยินคำว่า "Zone" อยู่เสมอ 🤔

แต่ความเข้าใจที่ถูกต้องจะช่วยให้เราพัฒนาศักยภาพร่างกายได้อย่างยั่งยืน

วันนี้เราจะมาสรุปเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับ Zone 2
ที่นักวิ่งทุกคนต้องรู้ครับ

​1. Zone คืออะไร ? (อธิบายด้วยกลไกพลังงาน)
​Zone คือการแบ่งระดับความหนักของการออกกำลังกายโดยอิงจาก อัตราการเต้นของหัวใจ
(Heart Rate) เพื่อเป็นตัวบ่งชี้ว่า "ร่างกายกำลังใช้ระบบพลังงานแบบไหน"

โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 5 ระดับ
​Zone 1 (Very Light) เน้นการฟื้นฟู (Recovery) หรือการเดินเบาๆ

​Zone 2 (Light): เน้นการเผาผลาญไขมันและสร้างความอึด (Aerobic Base)

​Zone 3 (Moderate) ระดับปานกลาง ใช้พลังงานผสมระหว่างไขมันและคาร์โบไฮเดรต

​Zone 4 (Hard) ระดับความหนักสูง ใช้คาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก และเริ่มมีการสะสมของแลคเตท

​Zone 5 (Maximum) พลังระเบิด (Anaerobic) สำหรับการใช้งานในระยะสั้น

​“Zone 2 คือรากฐานของทุกอย่าง” ทั้งในแง่การลดไขมัน ความแข็งแรงของหัวใจ ความอึดของร่างกาย

ในมุมถ้าออกกำลังกายเพื่อสุขภาพมันทั้งยังปลอดภัยสำหรับทุกคนทำได้ทุกวันโดยที่ไม่ต้องฝืนร่างกายหนักจนเกินและก็ไม่ใช่การฝึกที่เบาเกินไป

📝 ​เจาะลึก Zone 2 นิยามและลักษณะสำคัญ
​Zone 2 คือการออกกำลังกายที่ระดับหัวใจประมาณ 60–70% ของ HRmax มีลักษณะเด่นดังนี้

​Talk Test หายใจเร็วขึ้นกว่าปกติ แต่ยังสามารถควบคุมลมหายใจเพื่อ "พูดเป็นประโยคสั้นๆ" ได้

​Perceived Exertion: รู้สึกไม่ทรมาน มีความล้าบ้างแต่สามารถทำต่อเนื่องได้เป็นเวลานาน

​Energy Source เป็นโซนที่ร่างกายดึง "ไขมัน" มาใช้เป็นพลังงานหลัก

​Physiological Benefit: เน้นการสร้างและพัฒนา Mitochondria (โรงงานผลิตพลังงานในเซลล์)
​ผลลัพธ์เมื่อฝึก Zone 2 อย่างถูกต้อง
​วิ่งได้นานขึ้นโดยไม่เหนื่อยหอบ
​ระบบเผาผลาญไขมันดีขึ้นอย่างชัดเจน
​ร่างกายฟื้นตัวจากการซ้อมหนักได้ไวขึ้น

🤔 ใครที่เหมาะกับการฝึก Zone 2 ?

​มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นออกกำลังกาย
​ผู้ที่ต้องการลดไขมันและปรับปรุงรูปร่าง
​นักวิ่งที่มีอาการบาดเจ็บสะสม หรือบาดเจ็บได้ง่าย

​ผู้ที่มีอายุ 30–60 ปีขึ้นไป เพื่อสุขภาพหัวใจที่แข็งแรง เพื่อสุขภาพร่างกายที่มีความฟิตสมวัย

​นักวิ่งที่ต้องการสร้างฐานความอึด (Base Training)
​นักกีฬาที่ซ้อมหนักมาตลอดแต่สถิติไม่พัฒนา (Plateau)

แต่​ข้อยกเว้น ผู้ที่ต้องการเน้นความเร็วล้วนๆ ในระยะสั้นเพียงอย่างเดียว

รูปแบบการฝึกที่เหมาะสม
​✅ กิจกรรมที่เป็น Zone 2 ที่สมควรเลือกใช้
​Easy Run (วิ่งประคองความเร็วสม่ำเสมอ)
​Long Run (วิ่งระยะไกล)
​Recovery Run (วิ่งเพื่อฟื้นฟูหลังจากวันซ้อมหนัก)

🏃 ​สำหรับมือใหม่ อาจเริ่มจากการเดินเร็ว หรือ Jogging เบาๆ ก็อาจจะเพียงพอแล้ว

​❌ กิจกรรมที่ไม่ใช่ Zone 2
​Tempo Run / Interval (วิ่งคุมความเร็วสูงหรือวิ่งสลับเร็ว) ​การลงแข่งรายการต่างๆ
​HIIT (High-Intensity Interval Training)

​จำไว้ว่า หากคุณต้อง "กัดฟัน" หรือรู้สึกเหนื่อยมากเกินไป นั่นไม่ใช่ Zone 2 แล้วครับ
​ปริมาณและระยะเวลาที่แนะนำ
​ความถี่ในการฝึกต่อสัปดาห์

​เพื่อสุขภาพ/มือใหม่: 3–4 ครั้ง/สัปดาห์
(เน้นเป็นกิจกรรมหลัก)

​เพื่อลดไขมัน: 4–6 ครั้ง/สัปดาห์ (เน้นความสม่ำเสมอมากกว่าความหนัก)

​สำหรับนักกีฬา: 60–80% ของปริมาณการซ้อมทั้งหมดควรเป็น Zone 2

​ระยะเวลาในการฝึก (Duration)
​เวลาสำคัญกว่าระยะทาง
เวลา​ขั้นต่ำ 30 นาที
เวลาที่​เหมาะสม 45–75 นาที

​Long Run: 90–120 นาที
(ตามระดับความฟิตของร่างกาย)

🔐 ​ไขความลับ 🔑 ทำไม Zone 2
ถึงลดไขมันได้ดีกว่า ?

​หลักการสำคัญคือ "ไขมันถูกดึงมาใช้มากที่สุดใน Zone 2" แม้การวิ่งโซนสูงจะเผาผลาญแคลอรีได้เยอะ แต่ไม่สามารถทำได้ยั่งยืนและส่งผลเสียต่อร่างกายหากทำมากเกินไป

​คำแนะนำจากมุมมองของผู้ฝึกสอนโดนส่วนใหญ่
​มือใหม่ ควรฝึก Zone 2 100% ต่อเนื่อง 30-60 นาที (4-6 วัน/สัปดาห์)

​ผู้ที่มีพื้นฐานร่างกายดี Zone 2 (70-80%)
สลับกับความหนักโซน 3-4 (20-30%)
แบ่งเฉลี่ยการฝึกกันตามนี้ ☝️

​ข้อควรระวังการวิ่งหนักทุกวันจะทำให้ร่างกายเครียด ฮอร์โมนพัง และส่งผลให้ลดไขมันได้ยากกว่าเดิม "วิ่งหนักทุกวัน ไม่ได้แปลว่าผอมเร็วเสมอไป" แต่มักจบลงด้วยความล้าและอาการบาดเจ็บ

🔑 บทบาทของ Mitochondria (ไมโตคอนเดรีย)
​ทำไมเราไม่วิ่งโซนหนักๆ ไปเลย ? คำตอบอยู่ที่ ไมโตคอนเดรีย หรือ "โรงงานผลิตพลังงาน" ของร่างกาย ​หน้าที่คือเปลี่ยนไขมันและอาหารให้เป็นพลังงานที่กล้ามเนื้อใช้จริง

​Zone 2 กับการพัฒนา ในโซนนี้ร่างกายมีออกซิเจนเพียงพอและไม่เครียด เป็นสภาวะที่เอื้อต่อการสร้างไมโตคอนเดรียใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพโรงงานเดิม

​ผลลัพธ์ยาวนาน เมื่อไมโตคอนเดรียดีขึ้น ระบบเผาผลาญจะดีขึ้นแบบถาวร น้ำตาลในเลือดนิ่งขึ้น และไม่เกิดโยโย่เอฟเฟกต์ง่ายๆ เพราะระบบร่างกายเก่งขึ้นจริง ไม่ใช่แค่เหนื่อยชั่วคราว

​แนวทางการฝึก Zone 2 แบบใช้งานจริง (Practical Guide) ​หลักการคิดก่อนเริ่ม
ไม่ต้องคำนวณสูตรให้ยุ่งยาก ไม่ต้องสนใจ Pace (ความเร็ว) ให้โฟกัสที่ "ความนิ่ง" และ "ความต่อเนื่อง"

​วิธีเช็คตัวเองระหว่างวิ่ง
​ยังพูดเป็นประโยคได้ไหม ?
​หายใจแรงขึ้นแต่ยังควบคุมได้ไหม ?
​รู้สึกว่าสามารถวิ่งต่อไปได้อีกนานๆ ไหม ?
ถ้าตอบว่า "ได้" ทุกข้อ แสดงว่าคุณอยู่ใน Zone 2 ที่ถูกต้อง

วิธี​การวัดความก้าวหน้า
เป้าหมายคือ "วิ่ง Zone 2 ด้วยเวลาเท่าเดิม แต่ได้ระยะทางไกลขึ้น"
​ตัวอย่าง: สัปดาห์นี้วิ่ง 60 นาที ได้ 7.5 กม. ผ่านไป 4 สัปดาห์ วิ่ง 60 นาทีเท่าเดิม แต่ได้ระยะ 8.2 กม. โดยความรู้สึกเบาสบายเท่าเดิม

นั่นคือสัญญาณว่าหัวใจและระบบพลังงานของคุณพัฒนาขึ้นแล้วครับ

​สรุปโดยรวมที่อยากให้เข้าใจอีกครั้ง
Zone 2 ไม่ใช่เรื่องของความช้า แต่มันคือการสร้าง "รากฐาน" ที่แข็งแกร่ง เพื่อให้คุณเป็นนักวิ่งที่เก่งขึ้น สุขภาพดีขึ้น และหุ่นดีได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวครับ

🫡 ส่งท้ายด้วยตัวอย่างตารางฝึกสำหรับมือใหม่หรือคนที่พึ่งเริ่มวิ่งและต้องการเสริมความแข็งแรงด้วยเวทเทรนนิ่งที่อยากแนะนำ

ตารางฝึก 7 วัน (ใช้ซ้ำได้ทุกสัปดาห์)
Day 1 – วิ่ง Zone 2
Day 2 – วิ่ง Zone 2
Day 3 – เวทเทรนนิ่ง หรือ พัก
Day 4 – วิ่ง Zone 2
Day 5 – วิ่ง Zone 2 หรือ เวทเทรนนิ่ง
Day 6 – Long Zone 2
Day 7 – พัก / เดินเบา / ยืด

ขอให้ทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรงและยั่งยืน ♥️🙏

​📚 Scientific References
​Assessment of Metabolic Flexibility and Fat Oxidation — Dr. Iñigo San-Millán (Sports Medicine, 2017)
​Mitochondrial Biogenesis in Skeletal Muscle — Journal of Applied Physiology
​Training Intensity Distribution in Endurance Athletes — Dr. Stephen Seiler (IJSPP, 2010)

​ #วิ่งโซน2 #ความรู้เรื่องวิ่ง #เทคนิคการวิ่ง #หัวใจแข็งแรง #สอนวิ่ง ​ #วิ่งลดไขมัน #ลดน้ำหนักแบบยั่งยืน #ลดไขมันด้วยการวิ่ง #หุ่นดีสุขภาพดี #ลดพุง #เผาผลาญไขมัน #วิ่งเปลี่ยนหุ่น ​ #นักวิ่ง #มือใหม่หัดวิ่ง #วิ่งเพื่อสุขภาพ #ตารางซ้อมวิ่ง #วิ่งไหนดี

มิติใหม่ของการแก้เคราะห์ของหมอช้าง🧧ราศีสิงห์ กันย์ มีน คือ ให้ไปเล่นฟิตเนส Hyroxสปาตัน, วิ่งมาราธแอน ออกกำลังกายหนัก ๆ เ...
20/02/2026

มิติใหม่ของการแก้เคราะห์ของหมอช้าง🧧

ราศีสิงห์ กันย์ มีน คือ ให้ไปเล่นฟิตเนส Hyrox
สปาตัน, วิ่งมาราธแอน ออกกำลังกายหนัก ๆ เพราะจะเหมือนว่าเราได้รับเคราะห์เรียบร้อยแล้วแถมเป็นเคราะห์ที่เราเลือกได้เอง 🙏✨

มาครับปีปีนี้เรามาเลือกรายการสะเดาะเคราะห์กรรมที่เราอยากทำอยากแก้แบบเลือกได้กันเถอะ 🏋️💪🏻

19/02/2026

วิธีหา Zone 2 ให้ “ตรงกับร่างกายจริง” เหมาะสำหรับคนที่มีประสบการณ์ออกกำลังกายสูง
ไม่ใช่ดูตัวเลขอย่างเดียว แต่ต้องเทียบหลายมิติ

หลายคนเข้าใจว่า Zone 2 คือ HR ต่ำ ๆ เท่านั้น
แต่ในความจริง Zone 2 เป็น intensity เชิงสรีรวิทยา (Physiological Zone)

ซึ่งแต่ละคน “ไม่เท่ากัน” โดยเฉพาะคนที่มีฐานความฟิตสูงด้านล่างคือ วิธีวัด Zone 2 ที่แม่นขึ้น เรียงจากเข้าถึงง่าย → แม่นยำสูง

1️⃣ HRR + RHR METHOD
(พื้นฐานที่ควรใช้ทุกคน)

เป็นวิธีที่ดีกว่าการใช้ %HRmax อย่างเดียว
เพราะเอา Resting Heart Rate (RHR)

มาพิจารณาด้วยสูตร HRR = HRmax − RHR
Zone 2 ≈ (HRR × 60–70%) + RHR

นักกีฬา endurance บางคนอาจขยายได้ถึง 65–75% เหมาะกับใคร คนออกกำลังกายจริงจัง

คนที่ RHR ต่ำ คนที่รู้สึกว่า Zone 2 ตามนาฬิกา “เบาเกิน” ข้อจำกัดยังเป็นการคำนวณจากตัวเลข
ต้องใช้ร่วมกับความรู้สึก

2️⃣ LACTATE METER (แม่นยำเชิงวิชาการ)
เป็นการวัดระดับ lactate ในเลือดโดยตรง
เพื่อดูว่าอยู่ต่ำกว่า Lactate Threshold แรก (LT1) หรือไม่

เกณฑ์ Zone 2 มักอยู่ประมาณ ~1.5–2.0 mmol/L
ถ้า lactate คงที่ ไม่ไหลขึ้น → ยังเป็น Zone 2
เหมาะกับใครนักกีฬาแข่งขัน
โค้ช / นักวิทยาศาสตร์การกีฬา
ใช้เทียบ HR ที่แท้จริงของ Zone 2

ข้อจำกัดค่าใช้จ่าย
ไม่เหมาะใช้ทุกวัน

3️⃣ ZONE 2 FEEL (สำคัญที่สุด ใช้คู่กับทุกวิธี)
เป็นการเช็คจาก “ระบบประสาทและการควบคุมการหายใจ” ซึ่งสะท้อนสภาพ metabolic ได้ดีมาก

ลักษณะ Zone 2 จริง
พูดเป็นประโยคยาวได้ต่อเนื่อง
หายใจลึก คุมจังหวะได้
RPE ≈ 2–3 / 10
ซ้อมจบแล้วยังสด ไม่ล้าเรื้อรัง

ถ้า HR สูงแต่ “ยังคุมทุกอย่างได้”
นั่นอาจเป็น Zone 2 ของร่างกายคุณ
สรุปสำคัญ (หัวใจของ Zone 2)
ไม่มีวิธีไหนที่ใช้เดี่ยว ๆ แล้วแม่น 100%

Zone 2 ที่ตรงที่สุด = HRR + RHR + ความรู้สึก + (ถ้ามี) Lactate โดยเฉพาะคนที่ ฟิตสูง / RHR ต่ำ
ค่า HR ใน Zone 2 อาจเริ่มที่ 140 bpm หรือสูงกว่า ได้จริงถ้ายังต่ำกว่า LT1 และไม่สะสมความล้า

ใครที่คำนวนได้ค่า ZONE 2 ของแต่ละคนแล้ว
เอามาพูดคุยแชร์ประสบการณ์​แชร์กันหน่อยครับ
ZONE 2 ของแต่ละวิ่งกันอยู่ PACE ไหนบ้าง 🏃

​ #วิ่งโซน2 #ความรู้เรื่องวิ่ง #เทคนิคการวิ่ง #หัวใจแข็งแรง #สอนวิ่ง ​ #วิ่งลดไขมัน #ลดน้ำหนักแบบยั่งยืน #ลดไขมันด้วยการวิ่ง #หุ่นดีสุขภาพดี #ลดพุง #เผาผลาญไขมัน #วิ่งเปลี่ยนหุ่น ​ #นักวิ่ง #มือใหม่หัดวิ่ง #วิ่งเพื่อสุขภาพ #ตารางซ้อมวิ่ง #วิ่งไหนดี

ฝึก “วิ่งโซน 2” ยังไงให้ได้ผลจริง?โซน 2 คืออะไร (แบบเข้าใจง่าย)ความหนักอยู่ที่ 60–70% ของ Max HRหายใจลึกขึ้นแต่ยัง “คุยเ...
18/02/2026

ฝึก “วิ่งโซน 2” ยังไงให้ได้ผลจริง?
โซน 2 คืออะไร (แบบเข้าใจง่าย)

ความหนักอยู่ที่ 60–70% ของ Max HR
หายใจลึกขึ้นแต่ยัง “คุยเป็นประโยคสั้น ๆ ได้”
รู้สึกว่า “ช้าไปหน่อย” แต่ทำได้นาน

สูตรคำนวณคร่าว ๆ: 220 – อายุ = Max HR
จากนั้นเอา 60–70% มาคือช่วงโซน 2 (ใช้เป็นแนวทาง ไม่ต้องเป๊ะ 100%)

✅​ทำไมโซน 2 สำคัญกับนักวิ่ง ?

🔥 เพิ่มความสามารถเผาผลาญไขมัน

❤️ พัฒนาประสิทธิภาพหัวใจและหลอดเลือด

🧠 สร้างฐานความอึด (Aerobic Base)

🏃‍♂️ ทำให้เพซเร็วขึ้นในอนาคตโดยใช้แรงน้อยลง

🛠 ลดความเสี่ยงบาดเจ็บจากการซ้อมหนักเกิน

สำหรับมือใหม่: ช่วงแรกหัวใจจะพุ่งง่ายมาก วิ่งแค่ไม่กี่นาทีก็หลุดไปโซน 3–4 ได้ ถือว่าปกติ
วิธีฝึกให้คุมโซน 2 ได้จริง

1) ตั้งเป้าหมายให้ชัดก่อนออกวิ่ง
วันนี้คือ “วันสร้างฐาน” ไม่ใช่วันทำเพซ
ย้ำกับตัวเองว่า ช้าได้ แต่อยู่โซนต้องได้

2) ใช้ Talk Test ถ้าไม่มีนาฬิกา
พูดได้เป็นประโยคสั้น ๆ = โซน 2
ถ้าพูดติด ๆ ขัด ๆ = เริ่มหลุดโซน

3) ใช้เทคนิค “วิ่ง–เดิน”
ถ้าหัวใจเกิน 70%:
เปลี่ยนเป็น เดินเร็ว

รอให้หัวใจลงมาประมาณ 60–63%
ค่อยกลับมาวิ่งใหม่ เป้าหมายคือ คุมโซนให้ครบเวลา ไม่ใช่วิ่งรวดเดียว

4) วิ่งคนเดียวในวันโซน 2
การวิ่งกับกลุ่มมักทำให้เพซไหล
โซนของเพื่อน ≠ โซนของเรา

5) เพิ่มเวลาทีละน้อย
เริ่ม 30–40 นาที
แล้วค่อยขยับเป็น 60–80 นาที
เมื่อร่างกายเริ่มปรับตัว

โครงสร้างการซ้อมตัวอย่าง

(สำหรับคนทำงานเวลาไม่เยอะ)
จันทร์: โซน 2 – 45 นาที
พุธ: เวท + อินเทอร์วอล
ศุกร์: โซน 2 – 60 นาที
อาทิตย์: Long Zone 2 – 75 นาที

สัดส่วนโดยรวมให้ 70–80%
ของสัปดาห์อยู่ในโซน 2

❎​ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
วิ่งเร็วเกินเพราะกลัวช้า
ไม่ยอมเดินทั้งที่หัวใจเกิน
ซ้อมหนักติดกันหลายวัน
โฟกัสเพซมากกว่า HR

สรุปสั้น ๆ
โซน 2 คือ “การฝึกวินัยมากกว่าความเร็ว”
ใครคุมโซน 2 ได้ดี = มีฐานแข็งแรงกว่าคนที่ซ้อมหนักตลอด

นักไตรและนักวิ่งระยะไกล
ชัยชนะไม่ได้มาจากวันที่วิ่งเร็วที่สุด
แต่มาจากวันที่คุณ “คุมความช้า” ได้ดีที่สุด

ถ้าคุณอยากลดน้ำหนัก เพิ่มความอึด
หรือเตรียมตัวแข่ง การมีโปรแกรมที่วางโครงสร้างชัดเจนจะทำให้ไปถึงเป้าหมายเร็วขึ้น

ติดตามแนวทางการฝึกเพิ่มเติมได้ที่
IG: NICKHATYAI
เพจ: Nicky Hatyai Fit Body - เทรนเนอร์หาดใหญ่

โซน 2 คือการฝึกวินัย
ใครคุมโซนได้ คุมร่างกายได้
ถ้าอยากเริ่มให้ถูกตั้งแต่พื้นฐาน
ทักมาคุยรายละเอียดได้เลย 💬

#วิ่งอย่างมีระบบ

05/02/2026

📝 เจาะลึกการฝึก Zone 2 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังความอึดและการเผาผลาญไขมันอย่างมีประสิทธิภาพ
​ในการออกกำลังกาย เรามักได้ยินคำว่า "Zone" อยู่เสมอ 🤔

แต่ความเข้าใจที่ถูกต้องจะช่วยให้เราพัฒนาศักยภาพร่างกายได้อย่างยั่งยืน

วันนี้เราจะมาสรุปเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับ Zone 2
ที่นักวิ่งทุกคนต้องรู้ครับ

​1. Zone คืออะไร ? (อธิบายด้วยกลไกพลังงาน)
​Zone คือการแบ่งระดับความหนักของการออกกำลังกายโดยอิงจาก อัตราการเต้นของหัวใจ
(Heart Rate) เพื่อเป็นตัวบ่งชี้ว่า "ร่างกายกำลังใช้ระบบพลังงานแบบไหน"

โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 5 ระดับ
​Zone 1 (Very Light) เน้นการฟื้นฟู (Recovery) หรือการเดินเบาๆ

​Zone 2 (Light): เน้นการเผาผลาญไขมันและสร้างความอึด (Aerobic Base)

​Zone 3 (Moderate) ระดับปานกลาง ใช้พลังงานผสมระหว่างไขมันและคาร์โบไฮเดรต

​Zone 4 (Hard) ระดับความหนักสูง ใช้คาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก และเริ่มมีการสะสมของแลคเตท

​Zone 5 (Maximum) พลังระเบิด (Anaerobic) สำหรับการใช้งานในระยะสั้น

​“Zone 2 คือรากฐานของทุกอย่าง” ทั้งในแง่การลดไขมัน ความแข็งแรงของหัวใจ ความอึดของร่างกาย

ในมุมถ้าออกกำลังกายเพื่อสุขภาพมันทั้งยังปลอดภัยสำหรับทุกคนทำได้ทุกวันโดยที่ไม่ต้องฝืนร่างกายหนักจนเกินและก็ไม่ใช่การฝึกที่เบาเกินไป

📝 ​เจาะลึก Zone 2 นิยามและลักษณะสำคัญ
​Zone 2 คือการออกกำลังกายที่ระดับหัวใจประมาณ 60–70% ของ HRmax มีลักษณะเด่นดังนี้

​Talk Test หายใจเร็วขึ้นกว่าปกติ แต่ยังสามารถควบคุมลมหายใจเพื่อ "พูดเป็นประโยคสั้นๆ" ได้

​Perceived Exertion: รู้สึกไม่ทรมาน มีความล้าบ้างแต่สามารถทำต่อเนื่องได้เป็นเวลานาน

​Energy Source เป็นโซนที่ร่างกายดึง "ไขมัน" มาใช้เป็นพลังงานหลัก

​Physiological Benefit: เน้นการสร้างและพัฒนา Mitochondria (โรงงานผลิตพลังงานในเซลล์)
​ผลลัพธ์เมื่อฝึก Zone 2 อย่างถูกต้อง
​วิ่งได้นานขึ้นโดยไม่เหนื่อยหอบ
​ระบบเผาผลาญไขมันดีขึ้นอย่างชัดเจน
​ร่างกายฟื้นตัวจากการซ้อมหนักได้ไวขึ้น

🤔 ใครที่เหมาะกับการฝึก Zone 2 ?

​มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นออกกำลังกาย
​ผู้ที่ต้องการลดไขมันและปรับปรุงรูปร่าง
​นักวิ่งที่มีอาการบาดเจ็บสะสม หรือบาดเจ็บได้ง่าย

​ผู้ที่มีอายุ 30–60 ปีขึ้นไป เพื่อสุขภาพหัวใจที่แข็งแรง เพื่อสุขภาพร่างกายที่มีความฟิตสมวัย

​นักวิ่งที่ต้องการสร้างฐานความอึด (Base Training)
​นักกีฬาที่ซ้อมหนักมาตลอดแต่สถิติไม่พัฒนา (Plateau)

แต่​ข้อยกเว้น ผู้ที่ต้องการเน้นความเร็วล้วนๆ ในระยะสั้นเพียงอย่างเดียว

รูปแบบการฝึกที่เหมาะสม
​✅ กิจกรรมที่เป็น Zone 2 ที่สมควรเลือกใช้
​Easy Run (วิ่งประคองความเร็วสม่ำเสมอ)
​Long Run (วิ่งระยะไกล)
​Recovery Run (วิ่งเพื่อฟื้นฟูหลังจากวันซ้อมหนัก)

🏃 ​สำหรับมือใหม่ อาจเริ่มจากการเดินเร็ว หรือ Jogging เบาๆ ก็อาจจะเพียงพอแล้ว

​❌ กิจกรรมที่ไม่ใช่ Zone 2
​Tempo Run / Interval (วิ่งคุมความเร็วสูงหรือวิ่งสลับเร็ว) ​การลงแข่งรายการต่างๆ
​HIIT (High-Intensity Interval Training)

​จำไว้ว่า หากคุณต้อง "กัดฟัน" หรือรู้สึกเหนื่อยมากเกินไป นั่นไม่ใช่ Zone 2 แล้วครับ
​ปริมาณและระยะเวลาที่แนะนำ
​ความถี่ในการฝึกต่อสัปดาห์

​เพื่อสุขภาพ/มือใหม่: 3–4 ครั้ง/สัปดาห์
(เน้นเป็นกิจกรรมหลัก)

​เพื่อลดไขมัน: 4–6 ครั้ง/สัปดาห์ (เน้นความสม่ำเสมอมากกว่าความหนัก)

​สำหรับนักกีฬา: 60–80% ของปริมาณการซ้อมทั้งหมดควรเป็น Zone 2

​ระยะเวลาในการฝึก (Duration)
​เวลาสำคัญกว่าระยะทาง
เวลา​ขั้นต่ำ 30 นาที
เวลาที่​เหมาะสม 45–75 นาที

​Long Run: 90–120 นาที
(ตามระดับความฟิตของร่างกาย)

🔐 ​ไขความลับ 🔑 ทำไม Zone 2
ถึงลดไขมันได้ดีกว่า ?

​หลักการสำคัญคือ "ไขมันถูกดึงมาใช้มากที่สุดใน Zone 2" แม้การวิ่งโซนสูงจะเผาผลาญแคลอรีได้เยอะ แต่ไม่สามารถทำได้ยั่งยืนและส่งผลเสียต่อร่างกายหากทำมากเกินไป

​คำแนะนำจากมุมมองของผู้ฝึกสอนโดนส่วนใหญ่
​มือใหม่ ควรฝึก Zone 2 100% ต่อเนื่อง 30-60 นาที (4-6 วัน/สัปดาห์)

​ผู้ที่มีพื้นฐานร่างกายดี Zone 2 (70-80%)
สลับกับความหนักโซน 3-4 (20-30%)
แบ่งเฉลี่ยการฝึกกันตามนี้ ☝️

​ข้อควรระวังการวิ่งหนักทุกวันจะทำให้ร่างกายเครียด ฮอร์โมนพัง และส่งผลให้ลดไขมันได้ยากกว่าเดิม "วิ่งหนักทุกวัน ไม่ได้แปลว่าผอมเร็วเสมอไป" แต่มักจบลงด้วยความล้าและอาการบาดเจ็บ

🔑 บทบาทของ Mitochondria (ไมโตคอนเดรีย)
​ทำไมเราไม่วิ่งโซนหนักๆ ไปเลย ? คำตอบอยู่ที่ ไมโตคอนเดรีย หรือ "โรงงานผลิตพลังงาน" ของร่างกาย ​หน้าที่คือเปลี่ยนไขมันและอาหารให้เป็นพลังงานที่กล้ามเนื้อใช้จริง

​Zone 2 กับการพัฒนา ในโซนนี้ร่างกายมีออกซิเจนเพียงพอและไม่เครียด เป็นสภาวะที่เอื้อต่อการสร้างไมโตคอนเดรียใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพโรงงานเดิม

​ผลลัพธ์ยาวนาน เมื่อไมโตคอนเดรียดีขึ้น ระบบเผาผลาญจะดีขึ้นแบบถาวร น้ำตาลในเลือดนิ่งขึ้น และไม่เกิดโยโย่เอฟเฟกต์ง่ายๆ เพราะระบบร่างกายเก่งขึ้นจริง ไม่ใช่แค่เหนื่อยชั่วคราว

​แนวทางการฝึก Zone 2 แบบใช้งานจริง (Practical Guide) ​หลักการคิดก่อนเริ่ม
ไม่ต้องคำนวณสูตรให้ยุ่งยาก ไม่ต้องสนใจ Pace (ความเร็ว) ให้โฟกัสที่ "ความนิ่ง" และ "ความต่อเนื่อง"

​วิธีเช็คตัวเองระหว่างวิ่ง
​ยังพูดเป็นประโยคได้ไหม ?
​หายใจแรงขึ้นแต่ยังควบคุมได้ไหม ?
​รู้สึกว่าสามารถวิ่งต่อไปได้อีกนานๆ ไหม ?
ถ้าตอบว่า "ได้" ทุกข้อ แสดงว่าคุณอยู่ใน Zone 2 ที่ถูกต้อง

วิธี​การวัดความก้าวหน้า
เป้าหมายคือ "วิ่ง Zone 2 ด้วยเวลาเท่าเดิม แต่ได้ระยะทางไกลขึ้น"
​ตัวอย่าง: สัปดาห์นี้วิ่ง 60 นาที ได้ 7.5 กม. ผ่านไป 4 สัปดาห์ วิ่ง 60 นาทีเท่าเดิม แต่ได้ระยะ 8.2 กม. โดยความรู้สึกเบาสบายเท่าเดิม

นั่นคือสัญญาณว่าหัวใจและระบบพลังงานของคุณพัฒนาขึ้นแล้วครับ

​สรุปโดยรวมที่อยากให้เข้าใจอีกครั้ง
Zone 2 ไม่ใช่เรื่องของความช้า แต่มันคือการสร้าง "รากฐาน" ที่แข็งแกร่ง เพื่อให้คุณเป็นนักวิ่งที่เก่งขึ้น สุขภาพดีขึ้น และหุ่นดีได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวครับ

🫡 ส่งท้ายด้วยตัวอย่างตารางฝึกสำหรับมือใหม่หรือคนที่พึ่งเริ่มวิ่งและต้องการเสริมความแข็งแรงด้วยเวทเทรนนิ่งที่อยากแนะนำ

ตารางฝึก 7 วัน (ใช้ซ้ำได้ทุกสัปดาห์)
Day 1 – วิ่ง Zone 2
Day 2 – วิ่ง Zone 2
Day 3 – เวทเทรนนิ่ง หรือ พัก
Day 4 – วิ่ง Zone 2
Day 5 – วิ่ง Zone 2 หรือ เวทเทรนนิ่ง
Day 6 – Long Zone 2
Day 7 – พัก / เดินเบา / ยืด

ขอให้ทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรงและยั่งยืน ♥️🙏

​📚 Scientific References
​Assessment of Metabolic Flexibility and Fat Oxidation — Dr. Iñigo San-Millán (Sports Medicine, 2017)
​Mitochondrial Biogenesis in Skeletal Muscle — Journal of Applied Physiology
​Training Intensity Distribution in Endurance Athletes — Dr. Stephen Seiler (IJSPP, 2010)

​ #วิ่งโซน2 #ความรู้เรื่องวิ่ง #เทคนิคการวิ่ง #หัวใจแข็งแรง #สอนวิ่ง ​ #วิ่งลดไขมัน #ลดน้ำหนักแบบยั่งยืน #ลดไขมันด้วยการวิ่ง #หุ่นดีสุขภาพดี #ลดพุง #เผาผลาญไขมัน #วิ่งเปลี่ยนหุ่น ​ #นักวิ่ง #มือใหม่หัดวิ่ง #วิ่งเพื่อสุขภาพ #ตารางซ้อมวิ่ง #วิ่งไหนดี

สอนการฝึกแบบ MAF สำหรับที่ต้องการคนลดน้ำหนัก(Maximum Aerobic Function) For Fat Lossเพราะเป็นรูปแบบการฝึกพื้นฐานสำคัญในกา...
05/02/2026

สอนการฝึกแบบ MAF สำหรับที่ต้องการคนลดน้ำหนัก
(Maximum Aerobic Function) For Fat Loss

เพราะเป็นรูปแบบการฝึกพื้นฐานสำคัญในการสร้าง "ฐานแอโรบิก" (Aerobic Base) ที่ช่วยให้นักวิ่ง หรือคนที่พึ่งเริ่มต้นหรือคนที่ต้องการอยากลดน้ำหนักให้วิ่งได้อึดขึ้น ทนทานขึ้น และลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บ

​MAF Method วิ่งช้าเพื่อทำลายขีดจำกัดความเร็ว
​การฝึกแบบ MAF พัฒนาโดย Dr. Phil Maffetone เน้นไปที่การฝึกระบบเผาผลาญไขมันมาใช้เป็นพลังงานหลัก และควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจไม่ให้สูงเกินไปจนเกิดความเครียดต่อร่างกาย

​1. สูตรคำนวณหัวใจส้ม (180 Formula)
​หัวใจสำคัญของ MAF คือการหาจุดสูงสุดของ Aerobic Heart Rate โดยใช้สูตร
​180 - อายุ = MAF Heart Rate

​ตัวอย่าง: อายุ 30 ปี คือ 180 - 30 = 150 bpm (นี่คือเพดานห้ามเกิน)

ในการคำนวนเราสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความฟิต เช่น ถ้าบาดเจ็บบ่อยหรือป่วยให้ลบเพิ่มอีก 5-10 หรือถ้าซ้อมสม่ำเสมอมาเกินปีโดยไม่มีปัญหาให้บวกเพิ่มได้ 5 เป็นต้น

​2. ทำไมต้องฝึก MAF ?
​Burn Fat effectively: ร่างกายเรียนรู้การใช้ไขมันเป็นพลังงานได้ดีขึ้น ช่วยประหยัดไกลโคเจนไว้ใช้ตอนทำความเร็ว

​Injury Prevention: ลดแรงกระแทกสะสมจากการวิ่งโซนสูงนานๆ เหมาะกับช่วง Base Building
​Faster Recovery ร่างกายไม่ล้าสะสม ทำให้สามารถซ้อมได้สม่ำเสมอ (Consistency)

​Lower Stress ลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) ที่เกิดจากการฝึกหนักเกินไป

​3. วิธีการฝึก (The Process)
​Warm-up ค่อยๆ วิ่งวอร์มอัพ 15 นาที เพื่อให้หัวใจค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปหาค่า MAF

​The Run วิ่งรักษาประคองหัวใจให้ "ใกล้แต่ไม่เกิน" ค่า MAF ที่คำนวณไว้

​Cool-down ค่อยๆ ลดความเร็วลง 15 นาทีจนกระทั่งหยุด

​MAF Test ทำการทดสอบเดือนละครั้ง (เช่น วิ่งระยะทางเท่าเดิม บนเส้นทางเดิม) เพื่อดูว่าที่หัวใจเท่าเดิม เราวิ่งได้ "เร็วขึ้น" หรือไม่

​4. คำแนะนำจากที่อยากให้คุณนำไปปรับใช้
​อย่าสน Pace ความเร็ว ในช่วงแรกคุณอาจจะรู้สึกว่าต้อง "เดิน" เพื่อรักษาหัวใจ ไม่ต้องตกใจ นั่นคือสัญญาณว่าระบบแอโรบิกของคุณยังไม่แข็งแรงพอ

​วินัยคือหัวใจ: การฝึก MAF ต้องใช้ความอดทนสูงมากในช่วง 3-4 เดือนแรก
​ความสม่ำเสมอ เน้นวิ่งบ่อยแต่ไม่หนัก
(High Volume, Low Intensity)

✅​ MAF for Weight Loss ที่เน้นลดไขมัน
คู่มือสำหรับผู้เริ่มต้นน้ำหนักตัวมาก

​1. ทำไม MAF ถึงเหมาะกับคุณ ?
​Safe for Joints: การคุม Heart Rate ไม่ให้สูงเกินไป จะช่วยบังคับให้เราไม่วิ่งเร็วเกินความจำเป็น ลดแรงกระแทกที่เข่าและข้อเท้า

​Fat Burning Zone การฝึกในโซน MAF คือการสอนให้ร่างกาย "ดึงไขมันมาใช้" แทนคาร์โบไฮเดรต ซึ่งตรงจุดประสงค์การลดน้ำหนักที่สุด

​Sustainable ไม่เหนื่อยจนหอบแฮ่ก ทำให้ทำได้ต่อเนื่องและไม่ท้อตั้งแต่อาทิตย์แรก

​2. ตารางฝึก 4 สัปดาห์
(Phase ปรับตัวและเผาผลาญ)

​ในระยะแรก "ความสม่ำเสมอ สำคัญกว่าความเร็ว" หากวิ่งแล้วหัวใจเกิน ให้เปลี่ยนเป็น "เดินเร็ว" แทนทันที

จันทร์ พักร่างกาย ดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ
พักผ่อนให้เพียงพอ

อังคาร MAF Walk/Run วอร์มอัพ 15 นาที + เดิน/วิ่งคุม MAF 20 นาที + คูลดาวน์ 10 นาที

พุธ Active Recovery เดินเล่นต่อเนื่อง 30 นาที (ไม่ต้องสน Heart Rate มากนัก)

พฤหัสบดี MAF Walk/Run วอร์มอัพ 15 นาที + เดิน/วิ่งคุม MAF 20 นาที + คูลดาวน์ 10 นาที

ศุกร์ พักร่างกาย หรือทำโยคะยืดเหยียดเบาๆ

เสาร์ Long MAF Session วอร์มอัพ 15 นาที + เดิน/วิ่งคุม MAF 40-50 นาที (เน้นทำต่อเนื่อง)

อาทิตย์ พักร่างกาย เตรียมพร้อมสำหรับสัปดาห์ถัดไป

3. แนวทางปฏิบัติเฉพาะกลุ่ม (Special Guidelines)
​Walk before Run: ถ้าคุณน้ำหนักเยอะมาก การเดินเร็วบนความชัน (Incline Walk) ก็สามารถทำให้ถึงค่า MAF ได้โดยไม่ต้องวิ่ง ซึ่งจะถนอมเข่าได้ดีกว่า

​The 180-Age Rule: อย่าลืมสูตร 180 - อายุ และถ้าคุณมีภาวะความดันหรือทานยาอยู่ ให้ลบเพิ่มอีก 5-10 เพื่อความปลอดภัยครับ

​Focus on Time, Not Distance: ไม่ต้องสนว่าวันนี้ได้กี่กิโลเมตร ให้สนว่าวันนี้เราอยู่ใน "โซนเผาผลาญไขมัน" ได้นานกี่นาที

​Listen to your body หากมีอาการเจ็บข้อต่อ ให้หยุดพักทันที MAF ไม่ใช่การฝืนความเจ็บปวด

​เพื่อให้การลดน้ำหนักได้ผลดียิ่งขึ้น อยากให้เลือกทาน "เมนูอาหารสะอาด (Clean Food)" หรืออาหารเพื่อสุขภาพเพื่อคุมแคลอรี่สำหรับใครที่อยากให้เราแนะนำเรื่องอาหาร พิมพ์ ชื่อ อายุ ส่วนสูง ประสบการณ์ออกกำลังกาย เริ่มต้น มือใหม่ ออกกำลังกายอาทิตย์ละกี่วันคอมเม้นต์ไว้ที่ใต้โพสเลยเดี่ยวเราจะมาช่วยแนะนำคุณ

#ลดน้ำหนัก #ลดพุง #วิ่งลดน้ำหนัก #เผาผลาญไขมัน #วิ่งเปลี่ยนชีวิต
#ลดน้ำหนัก #ลดพุง #วิ่งลดน้ำหนัก #เผาผลาญไขมัน #วิ่งเปลี่ยนชีวิต #ออกกำลังกาย #ลดน้ำหนักแบบปลอดภัย #วิ่ง #ลดน้ำหนัก #เทรนเนอร์หาดใหญ่ #ลดความอ้วน

ที่อยู่

Hat Yai

เบอร์โทรศัพท์

+66854936992

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Nicky Hatyai Fit Body - เทรนเนอร์หาดใหญ่ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Our Story

Hatyai Online Coach & Trainer โปรแกรมตามเป้าหมายที่ลูกค้าต้องการ ไม่ว่าออกกำลังกายที่บ้านหรือฟิตเนท ตารางอาหารและตารางออกกำลังกาย พร้อมคู่มือ เป็นโค้ชแนะนำให้คำปรึกษาคอยแก้ไขปัญหาตลอดคอร์ส ในทุกอาทิตย์ติดตามผลพร้อมปรับพื้นฐานท่าฝึกทั้งหมดให้