ร้านยาอัลฟาร์ม

  • Home
  • ร้านยาอัลฟาร์ม

ร้านยาอัลฟาร์ม ร้านขายยา

05/11/2025

ทำความรู้จัก Di-cloxacillin และมหัศจรรย์ของการเติมหมู่ Cl-
Cloxacillin และ Di-cloxacillin เป็นยาคนละตัวกันนะคะ แต่อยู่ในกลุ่ม Penicillinase-resistant penicillins ที่ใช้สำหรับเชื้อ Staphylococcus aureus (MSSA) หรือพวกเชื้อแกรมบวกที่พบบ่อยในโรคผิวหนังต่างๆ

แต่ในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะในรูปแบบ "ยารับประทาน" ตัวยา Dicloxacillin ให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพสูงกว่า Cloxacillin ค่ะ

โดยความแตกต่างที่สำคัญที่สุดของยาสองตัวนี้ อยู่ที่จำนวนอะตอมของ Chlorine (Cl) ที่วงแหวน Phenyl บน Side chain ค่ะ

💊Cloxacillin: มี Chlorine (Cl) 1 อะตอม
💊💊 Dicloxacillin: มี Chlorine (Cl) 2 อะตอม

🌻นี่จึงเป็นที่มาของชื่อ "Di-" (ได) ใน Dicloxacillin ที่แปลว่า "สอง" นั่นเองค่ะ 😆

✨และการที่อะตอมของ Chlorine ซึ่งเป็นหมู่ Halogen ที่มีความเป็นประจุลบสูง (Electron-withdrawing) เพิ่มขึ้นมา 1 ตัวนี้เอง คือ "จุดเปลี่ยนสำคัญ" ที่ทำให้ Dicloxacillin เหนือกว่าในรูปแบบยาทานค่ะ

เพราะอะตอมของ Chlorine ที่เพิ่มขึ้นมา 1 ตัว (ทำให้เป็น Di-) ส่งผลโดยตรงต่อคุณสมบัติทางเภสัชจลนศาสตร์ (Pharmacokinetics) 2 ข้อหลักๆ คือ

1. เพิ่มความเป็น Lipophilic (ชอบไขมัน):
โมเลกุลของ Dicloxacillin มีความชอบไขมันสูงกว่า Cloxacillin

2. เพิ่ม Oral Bioavailability (การดูดซึม):
ผลจากข้อ 1 ทำให้ Dicloxacillin ถูกดูดซึมผ่านเยื่อบุทางเดินอาหาร (GI tract) ได้ดีกว่า Cloxacillin อย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อเรามาดูข้อมูลงานวิจัย (เช่น งานวิจัยของ Nauta & Mattie) และตำราเภสัชวิทยา (เช่น Goodman & Gilman's) จะยืนยันตรงกันว่า เมื่อให้ยาในขนาด (dose) ที่เท่ากัน ตัวยา Cloxacillin มี Oral Bioavailability (การดูดซึม) ประมาณ 50% ส่วน Dicloxacillin มี Oral Bioavailability (การดูดซึม) ประมาณ 70-80% ค่ะ

✅ พูดง่ายๆ คือ Dicloxacillin ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ดีกว่า Cloxacillin เกือบ 2 เท่า!

👉🏻 ผลลัพธ์คือ เมื่อทานยาในขนาดที่เท่ากัน ผู้ป่วยจะได้รับระดับยา (Serum Concentration) ของ Dicloxacillin ที่สูงกว่า ซึ่งจำเป็นต่อการรักษาระดับยาให้สูงกว่าค่า MIC (fT > MIC) เพื่อฆ่าเชื้อค่ะ

สรุป :
การเติมหมู่ Cl- เพิ่มเข้าไป ทำให้ Dicloxacillin ถูกดูดซึมได้ดีกว่า Cloxacillin และ ทำให้มีประสิทธิภาพสูงกว่า ในการรักษาการติดเชื้อ (โดยเฉพาะ SSTIs) ที่เราต้องการระดับยาในเลือดที่สูงและคงที่

เห็นไหมคะ ? แค่ "โครงสร้างเคมี" ที่ต่างกันเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลต่อผลลัพธ์ทางคลินิกอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น การเลือกใช้ยาแต่ละตัวนั้น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา และหากสงสัยเกี่ยวกับยา แนะนำให้ปรึกษาเภสัชกรขณะรับยาได้เลยค่ะ

ด้วยรัก
#เพจเภสัชแม่ลูกอ่อน

Ref.
* Brunton, L. L., et al. (Eds.). (2022). Goodman & Gilman's: The Pharmacological Basis of Therapeutics (14th ed.).
* Nauta, E. H., & Mattie, H. (1975). Dicloxacillin and cloxacillin: pharmacokinetics in healthy subjects. British journal of clinical pharmacology, 2(2), 111–121.

#เภสัชวิทยา #ความรู้ยา #เภสัชแม่ลูกอ่อน #เภสัชกร

11/10/2025
05/10/2025

คนชอบสับสนระหว่างเกาต์กับรูมาตอยด์มากๆ เพราะมันก็ข้ออักเสบเหมือนกัน สรุปแล้วมันต่างกันตรงไหน? เดี๋ยวแยกประเด็นให้ดูเลย


🔴เกาต์: เม็ดเลือดขาว กินผลึกยูริก ⮕ ปล่อยสารอักเสบ
🔵รูมาตอยด์: เม็ดเลือดขาว กิน โปรตีนพวกเดียวกันเอง (Citrullinated protein: ขอย่อว่า CP) ⮕ ปล่อยสารอักเสบ


🔴เกาต์: ผิดที่ยูริกตกตะกอน เม็ดเลือดขาวกินไปตามหน้าที่ เพราะมันคือสิ่งแปลกปลอมจริงๆ
🔵รูมาตอยด์: ผิดที่เม็ดเลือดขาว ไปจดจำโปรตีน CP ว่าเป็นเชื้อโรค


🔴เกาต์: มักอักเสบทีละข้อ คือข้อที่โดนผลึกตกสะสมมากๆ
🔵รูมาตอยด์: มักอักเสบหลายข้อ และเป็นสองข้างสมมาตรกัน เพราะภูมิคุ้มกันมันอาละวาดเป็นช่วงๆ แล้วทำทุกข้อที่มีโปรตีน CP เยอะ


มือ+นิ้ว ผิดรูปได้ทั้งสองโรค แตกต่างกัน
🔴เกาต์: ผลึกยูริก ก่อนอกข้อ (โทฟัส) ทำลายโครงสร้างรอบข้อ จนผิดรูป
🔵รูมาตอยด์: อักเสบจนทำลายกระดูก+เอ็นรอบๆ ทำให้เอ็นเสียหายแบบจำเพาะ เช่น นิ้วผิดรูปแบบคอหงส์/หรือแบบBoutonniere


🔴เกาต์: มักเจอในชาย เพราะชายมีระบบภูมิคุ้มกันแนวหน้าดุดัน ไล่กินผลึกรุนแรง
🔵รูมาตอยด์: มักเจอในหญิง เพราะหญิงมีการประสานระบบภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ ได้เร็วและเสถียร B cell ที่ผลิตแอนติบอดีใส่พวกเดียวกันเอง อยู่รอดได้มากกว่า


🔴พอเกาต์ผิดที่ยูริก การรักษาจึงมุ่งเน้นที่ควบคุมยูริก
🔵ส่วนรูมาตอยด์ผิดที่ตัวภูมิเลย การรักษาจึงมุ่งเน้นที่กดภูมิ

27/09/2025

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินคืออะไร? ใช้เมื่อไหร่ และใช้อย่างไรให้ได้ผล

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน (Emergency Contraception: EC) คืออะไร?
ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน หรือ EC คือวิธีช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ที่ใช้ในกรณี “ฉุกเฉิน” เช่น มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน หรือถุงยางหลุด/รั่ว โดย ไม่ใช่ยาที่ใช้เป็นประจำ ทุกครั้งหลังมีเพศสัมพันธ์

วิธีที่ใช้มี 2 แบบหลัก
- ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน : ออกฤทธิ์โดยยับยั้งหรือชะลอการตกไข่ ทำให้ไข่ไม่พร้อมสำหรับการปฏิสนธิ
- ห่วงอนามัยทองแดง (Copper IUD) : เมื่อใส่เข้าไปในโพรงมดลูก จะรบกวนกระบวนการปฏิสนธิและการฝังตัวของไข่ที่ปฏิสนธิแล้ว
🛑 EC ไม่สามารถยุติการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และไม่ใช่ยาทำแท้ง

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน มีกี่แบบ? มียาอะไรบ้าง?
ปัจจุบันมียาคุมกำเนิดฉุกเฉินและวิธีอื่น ๆ ที่สามารถใช้ได้ภายในไม่กี่วันหลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน โดยแบ่งออกเป็น 3 ทางเลือกหลัก:
1. ยาเลโวนอร์เจสเตรล (Levonorgestrel – LNG)
- ขนาด 1.5 มิลลิกรัม แบบเม็ดเดียว รับประทานครั้งเดียว
- ควรใช้ให้เร็วที่สุดหลังมีเพศสัมพันธ์ และได้ผลดีที่สุดภายใน 72 ชั่วโมง (3 วัน)
- ยังสามารถใช้ได้ถึง 120 ชั่วโมง (5 วัน) แต่ประสิทธิภาพจะลดลงตามระยะเวลา
- จากการศึกษาพบว่าอัตราการตั้งครรภ์หลังใช้ อยู่ที่ประมาณ 1.2–2.1%

2. (Ulipristal Acetate – UPA)
- ขนาด 30 มิลลิกรัม รับประทานครั้งเดียว
- ใช้ได้ถึง 120 ชั่วโมง (5 วัน) หลังมีเพศสัมพันธ์
- มีประสิทธิภาพดีกว่า LNG โดยเฉพาะเมื่อใช้นานกว่า 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์

3. ห่วงอนามัยทองแดง (Copper IUD)
- ต้องใส่โดยแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุขที่ได้รับการฝึกฝน
- ใส่ได้ภายใน 120 ชั่วโมง (5 วัน) หลังเพศสัมพันธ์
- มีประสิทธิภาพสูงมากกว่า 99%
- ข้อดีเพิ่มเติมคือ สามารถใช้ต่อเนื่องเป็นวิธีคุมกำเนิดระยะยาวได้

🔍 หมายเหตุเพิ่มเติม
แนวทางบางประเทศรายงานว่า ห่วงอนามัยชนิดฮอร์โมน LNG-IUD ขนาด 52 มิลลิกรัม อาจใช้เป็นวิธีคุมกำเนิดฉุกเฉินได้หากใส่ภายใน 5 วัน และให้ผลใกล้เคียงกับห่วงทองแดง แต่การใช้จริงขึ้นกับระบบบริการและการเข้าถึงในแต่ละประเทศ

ควรใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินเมื่อใด?
ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน (EC) ควรใช้ในกรณีที่มีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในสถานการณ์ต่อไปนี้:
- มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน
- การคุมกำเนิดล้มเหลว เช่น
- ถุงยางอนามัยแตก หรือหลุด
- ใช้ถุงยางผิดวิธี
- ลืมรับประทานยาคุมรายวัน
- ลืมไปฉีดยาคุมแบบฉีด หรือฉีดยาช้าเกินกำหนด
💔 กรณีถูกล่วงละเมิดทางเพศ:
ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการดูแลอย่างเหมาะสม เช่น
- การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- การพิจารณาการใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน
- การพิจารณาให้ยาป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี (PEP) ซึ่งต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมง

ใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด? (ทำตามขั้นตอนนี้)
✅ ขั้นที่ 1: เลือกวิธีให้เหมาะกับช่วงเวลา
- ภายใน 72 ชั่วโมงแรก (3 วัน)
→ ใช้ได้ทั้ง ยาเลโวนอร์เจสเตรล (LNG) และ ยาอูริพริสทาลอะซีเตต (UPA)
➕ แต่ถ้าเลือกได้ ให้พิจารณาใช้UPA เพราะออกฤทธิ์ได้ดีแม้ใช้ยาช้าในช่วงวันที่ 4–5
- ระหว่าง 72–120 ชั่วโมง (วันที่ 4–5)
→ แนะนำใช้ UPA หรือห่วงอนามัยทองแดง (Copper IUD)
➕ เพราะให้ผลดีกว่า LNG ในช่วงเวลานี้

✅ ขั้นที่ 2: วิธีใช้แต่ละแบบ
- ยาเลโวนอร์เจสเตรล (LNG 1.5 มก.)
→ รับประทาน 1 เม็ด ครั้งเดียว ให้เร็วที่สุดหลังมีเพศสัมพันธ์
- ยาอูริพริสทาลอะซีเตต (UPA 30 มก.)
→ รับประทาน 1 เม็ด ครั้งเดียว ให้เร็วที่สุดหลังเหตุการณ์
- ห่วงอนามัยทองแดง (Copper IUD)
→ นัดพบแพทย์เพื่อใส่ห่วง ภายใน 5 วัน
➕ หลังใส่สามารถใช้คุมกำเนิดระยะยาวต่อเนื่องได้

✅ ขั้นที่ 3: หากอาเจียน
- หาก อาเจียนภายใน 3 ชั่วโมง หลังรับประทานยา
→ ให้รับประทานยาซ้ำอีก 1 เม็ด โดยเร็วที่สุด
→ และอาจพิจารณาใช้ยากันคลื่น เพื่อป้องกันอาเจียนซ้ำ

✅ ขั้นที่ 4: เริ่ม/กลับไปใช้การคุมกำเนิดประจำ
- หลังใช้ LNG
→ เริ่มหรือกลับไปใช้ยาคุมแบบปกติได้ทันที
→ แนะนำให้ใช้ถุงยางร่วมด้วยในช่วง 7 วันแรก
- หลังใช้ UPA
→ ควรรออย่างน้อย 5 วัน ก่อนเริ่มใช้ยาคุมชนิดฮอร์โมน
→ เพราะยาฮอร์โมนอาจลดประสิทธิภาพของ UPA
→ เมื่อเริ่มใช้แล้ว ให้ใช้ถุงยางร่วมด้วยในช่วง 7 วันแรก

✅ ขั้นที่ 5: ตรวจการตั้งครรภ์
- หากประจำเดือนไม่มา ภายใน 3 สัปดาห์หลังใช้ EC
→ ควรตรวจการตั้งครรภ์เพื่อความแน่ใจ

❓ คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ “ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน” (Emergency Contraception: EC)

สามารถใช้ EC บ่อย ๆ ได้ไหม?
สามารถใช้ซ้ำได้เมื่อมีความจำเป็น แม้ในรอบเดือนเดียวกัน
แต่‼️ ไม่ควรใช้เป็นวิธีคุมกำเนิดประจำ เพราะ:
- ประสิทธิภาพสู้วิธีคุมกำเนิดแบบประจำไม่ได้
- อาจทำให้มีเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดมากกว่าปกติ หรือมากะปริดกะปรอยบ่อยครั้ง
📌 แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อเลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมในระยะยาว เช่น:
- ยาเม็ดคุมกำเนิดรายเดือน
- ห่วงอนามัย (IUD)
- ยาฝังคุมกำเนิด

EC ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) ได้หรือไม่?
ไม่ได้ค่ะ/ครับ
EC มีหน้าที่แค่ป้องกันการตั้งครรภ์แต่ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (เช่น หนองใน ซิฟิลิส เอชไอวี ฯลฯ)
✅ เพื่อความปลอดภัย:
- ควรใช้ถุงยางทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
- หากถูกล่วงละเมิดทางเพศ ควรรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อ:
- ประเมินความเสี่ยงของโรคติดต่อ
- พิจารณาให้ PEP (ยาป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี) ซึ่งต้องให้ภายใน 72 ชั่วโมง
- รับการสนับสนุนด้านจิตใจ

ทำไมหลังใช้ UPA ต้องรอ 5 วันก่อนเริ่มยาคุมแบบประจำ?
ยา Ulipristal Acetate (UPA) เป็นยากลุ่ม antiprogestin
→ ถ้าเริ่มยาคุมชนิดฮอร์โมนเร็วเกินไป อาจรบกวนการออกฤทธิ์ของ UPA ได้
📌 จึงควร:
- เว้นระยะอย่างน้อย 5 วัน ก่อนเริ่มใช้ยาคุมแบบประจำ
- เมื่อเริ่มใช้แล้ว ควร ใช้ถุงยางร่วมในช่วง 7 วันแรก เพื่อความมั่นใจว่ามีการคุมกำเนิดอย่างมีประสิทธิภาพ

25/07/2025
19/07/2025
13/07/2025
ปีนี้ บริเวณหน้า  #ร้านยาอัลฟาร์มน้ำท่วมหนักมากกก  สิ้นปี25.12.66
25/12/2023

ปีนี้ บริเวณหน้า
#ร้านยาอัลฟาร์ม
น้ำท่วมหนักมากกก
สิ้นปี

25.12.66

สกู๊ปข่าว ช่วงเรื่องนี้ ต้องแชร์ตอน จ.นราธิวาส เตรียม Kick off บัตรประชาชนใบเดียว รักษาได้ทุกที่! 8 ม.ค.67 นี้ ออกอากาศว...
07/12/2023

สกู๊ปข่าว ช่วงเรื่องนี้ ต้องแชร์
ตอน จ.นราธิวาส เตรียม Kick off บัตรประชาชนใบเดียว รักษาได้ทุกที่! 8 ม.ค.67 นี้ ออกอากาศวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2566
เวลา 06.45-07.00 น. ทางช่อง 7HD

Address

Waeng

96160

Opening Hours

Monday 16:30 - 21:00
Tuesday 16:30 - 21:00
Wednesday 16:30 - 21:00
Thursday 16:30 - 21:00
Friday 16:30 - 21:00
Saturday 08:00 - 21:00
Sunday 08:00 - 21:00

Telephone

+6673659142

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when ร้านยาอัลฟาร์ม posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

  • Want your practice to be the top-listed Clinic?

Share