TMOP: Thai Medical Oncology Pharmacists

TMOP: Thai Medical Oncology Pharmacists ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก TMOP: Thai Medical Oncology Pharmacists, เภสัชกรรม, 101 Sukhumvit Rd. Khwaeng Bang Chak, Khet Phra Khanong, Bangkok.

15/02/2026

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เมื่อ 22 มกราคม 2569 แจ้งตำรับยา “ฟลูนาริซีน (flunarizine) หรือซินนาริซีน (cinnarizine)” ต้องระบุคำเตือนติดฉลากยา และต้องมีคำเตือนในเอกสารกำกับยา ดังนี้

🚨🚨🚨คำเตือนในฉลากยา🚨🚨🚨
1. ห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน
2. ไม่ควรใช้ยาฟลูนาริซีนร่วมกับยาซินนาริซีน
3. ระมัดระวังการใช้ยานี้ เพราะอาจทำให้เคลื่อนไหวช้า แข็งเกร็ง มือสั่นขณะอยู่เฉย ทรงตัวลำบาก และซึมเศร้า

‼️คำเตือนในเอกสารกำกับยา‼️
1. ห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน
2. ไม่ควรใช้ยาฟลูนาริซีนร่วมกับยาซินนาริซีน เนื่องจากอาจไม่ปลอดภัย
3. ระมัดระวังการใช้ยานี้ เพราะอาจทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวผิดปกติ เช่น เคลื่อนไหวช้า แข็งแกร่ง มือสั่นขณะอยู่เฉย ทรงตัวลำบาก (Parkisonism หรือ Extrapyramidal syndromes) และอาการซึมเศร้า
4. กรณีต้องใช้ยานี้ต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ ให้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
5. ระมัดระวังการขับขี่ยานยนต์หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล หรือทำงานที่เสี่ยงต่อการพลัดตกจากที่สูง เพราะยานี้อาจทำให้ง่วงนอน

#ด้วยความห่วงใย

🙋🏻‍♂️ เคยสงสัยไหมครับว่า…ทำไมยาเคมีบำบัดบางตัวถึงมีสีที่โดดเด่นสะดุดตา?ในฐานะเภสัชกร เราไม่ได้จำสีของยาเพียงเพื่อป้องกัน...
10/02/2026

🙋🏻‍♂️ เคยสงสัยไหมครับว่า…
ทำไมยาเคมีบำบัดบางตัวถึงมีสีที่โดดเด่นสะดุดตา?

ในฐานะเภสัชกร เราไม่ได้จำสีของยาเพียงเพื่อป้องกัน Medication Error เท่านั้น แต่สีเหล่านี้คือ “ตัวตนของยา” ในระดับโครงสร้างโมเลกุล ที่เปรียบเสมือนอุดมการณ์ของยาแต่ละชนิดที่ฝังรากอยู่ในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรอเวลาออกมาทำหน้าที่ในสถานการณ์ที่เหมาะสม และเกิดประโยชน์ที่แตกต่างกันไป

1️⃣ สีของยาเกิดจากอะไร?
🔬 สีของยาไม่ได้เกิดจากสีย้อม แต่เกิดจากโครงสร้างทางเคมีที่เรียกว่า ”Chromophores“

🔹 Conjugated system
ยาเคมีบำบัดหลายชนิดมี วงแหวนอะโรมาติก (aromatic rings) หลายวง เชื่อมต่อกันด้วยพันธะคู่และพันธะเดี่ยวสลับกัน (alternating double–single bonds) โครงสร้างแบบนี้ทำให้เกิด conjugated system ที่ยาวและต่อเนื่อง

🔹 Electron excitation
เมื่อ conjugated system กว้างขึ้น → พลังงานที่อิเล็กตรอนใช้ในการ “กระโดด” ระหว่างระดับพลังงานจะลดลง → จนสามารถ ดูดกลืนแสงในช่วงที่ตามนุษย์มองเห็น (visible light) ได้

🔹 Complementary color
สีที่เรา “เห็น” คือสีของแสงที่ ไม่ถูกดูดกลืน เช่น
🔴 ดูดกลืนแสงเขียว–น้ำเงิน → เราเห็นยาเป็น สีแดง (เช่นกลุ่ม anthracyclines)
🟡 ดูดกลืนแสงม่วง–น้ำเงิน → เราเห็นยาเป็น สีเหลือง (เช่น methotrexate)

🔹 แล้วทำไมยาต่างกัน สีถึงไม่เหมือนกัน?
เพราะมี functional groups ต่างกัน (เช่น –OH, –CH₃) ซึ่งจะไปเปลี่ยนระดับพลังงานของอิเล็กตรอน
ทำให้แต่ละโมเลกุลสะท้อนสีออกมาไม่เหมือนกันครับ

2️⃣ ตัวแทนยาเคมีบำบัดกับสีที่น่าสนใจ
🔴 สีแดง (Doxorubicin) หรือที่เรียกกันว่า "Red Devil" เป็นยาในกลุ่ม Anthracycline ที่แยกได้จากเชื้อแบคทีเรีย Streptomyces peucetius ในช่วงปี 1960s ซึ่งออกฤทธิ์รุนแรงทั้งการยับยั้งเอนไซม์ Topoisomerase II และสร้างอนุมูลอิสระเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งเต้านมและต่อมน้ำเหลือง ถือว่าเป็นยาหลักที่มีที่ใช้มาเป็นเวลายาวนาน ซึ่งความเป็นพิษหลักที่เป็นที่จดจำคือทำให้เกิดความเป็นพิษต่อหัวใจได้

🟠 สีส้ม (Idarubicin) ยาเกิดใหม่ที่ปรับโครงสร้างจากยาในกลุ่ม Antracycline โดยปรับให้ละลายในไขมันได้ดีขึ้น ถึงแม้จะคล้าย Doxorubicin แต่ถูกพัฒนาให้มีความสามารถมุ่งจัดการในระดับโครงสร้างของ DNA มากขึ้น จึงปรับจากทางเลือกเป็นทางหลักในการ "เปลี่ยนผ่าน" ช่วง induction treatment เพื่อรักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด Acute Myeloid Leukemia มาอย่างยาวนาน และมีประสิทธิภาพสูง ผลข้างเคียงคือการกดการสร้างเม็ดเลือดในไขกระดูกที่แปรผันไปตามประสิทธิภาพของยานั่นเอง

🔵 สีน้ำเงิน (Mitoxantrone) ที่มีสีน้ำเงินเข้ม หรือ The Deep Blue ถูกสังเคราะห์ขึ้นเพื่อลดผลข้างเคียงต่อหัวใจเมื่อเทียบกับกลุ่ม Anthracyclines เคยเป็นยาหลักที่ใช้รักษาในมะเร็งต่อมลูกหมากมานานมาก (มากๆๆๆๆๆๆ) ถึงแม้จะเก่าแต่ก็มี "ฐานเสียง" ที่ดีในผู้ป่วยที่ relapse/refractory จากการรักษาด้วย idarubicin ในผู้ป่วย AML ถึงว่าเป็นยาที่ต่อความหวังในผู้ป่วยบางรายได้ ผลข้างเคียงที่โดดเด่น ได้แก่ Blue-green discoloration ของปัสสาวะและตาขาว (Sclera) ซึ่งเภสัชกรต้องให้คำแนะนำผู้ป่วยเพื่อไม่ให้ตกใจ

🟡 สีเหลือง: Methotrexate
ถูกค้นพบและพัฒนามาตั้งแต่ปี 1947 ถือเป็นหนึ่งในยาเคมีบำบัดยุคแรกๆ ของโลก มีกลไกการออกฤทธิ์เป็น Antimetabolite (Folic acid antagonist) ยับยั้งเอนไซม์ Dihydrofolate reductase (DHFR) ทำให้เซลล์สร้าง DNA ไม่ได้ โดยการรักษามาตรฐานใช้ครอบคลุมตั้งแต่ ALL, Osteosarcoma ไปจนถึงโรคข้ออักเสบ (RA) ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง ได้แก่ Hepatotoxicity, Nephrotoxicity (ในขนาดสูง) ก็ถือเป็นยาระดับตำนานที่ฝังรากลึกและใช้กันมาต่อเนื่องยาวนาน

3️⃣ บทสรุป 🌈
ยาแต่ละสีมีความสวยงามและมี "ความเก่ง" ในสมรภูมิรบที่แตกต่างกัน ยาเหล่านี้สอนเราว่า "ความแตกต่างคือเอกลักษณ์ของการทำหน้าที่ของตัวเอง"

คนเราก็เช่นกันครับ เภสัชกรแต่ละท่านอาจมีความถนัดต่างกัน บางคนเก่งเรื่องการคำนวณขนาดยา ตรวจสอบความถูกต้อง บางคนเก่งเรื่องการให้คำปรึกษาผู้ป่วย หรือบางคนเก่งเรื่องงานบริหาร ขอเพียงแค่เราเข้าใจในบทบาทของตัวเอง และทำหน้าที่ในจุดนั้นให้ดีที่สุด เหมือนกับยาเคมีบำบัดที่ทำหน้าที่รักษาชีวิตของผู้ป่วยอย่างสุดความสามารถในทุกๆ หยดที่หยดลงไป

เพราะหน้าที่ที่แตกต่าง คือหัวใจสำคัญของการรักษาที่สมบูรณ์แบบครับ 💊✨

มูฟออนนะครับ 🟠🔴🔵🟡


[Edited to address concerns related to previously sensitive content 😉]🧠 [หลายสิ่ง] อย่างที่ต้องรู้สำหรับ Oncology Pharma...
07/02/2026

[Edited to address concerns related to previously sensitive content 😉]

🧠 [หลายสิ่ง] อย่างที่ต้องรู้สำหรับ Oncology Pharmacist

1. Cisplatin nephrotoxicity ต้องป้องกันด้วย hydration ร่วมกับการ supplement Mg และติดตาม urine output
2. Anthracycline cardiotoxicity ประเมินจาก cumulative dose เสมอไม่ใช่แค่ baseline EF
3. Bleomycin เพิ่มความเสี่ยง pulmonary toxicity เมื่อได้รับ oxygen ความเข้มข้นสูง
4. Vincristine ห้ามให้ทาง intrathecal เด็ดขาด
5. High-dose methotrexate ต้อง monitor serum MTX level ไม่ใช่ดู creatinine อย่างเดียว
6. Leucovorin rescue ต้องปรับตาม MTX level และเวลา ไม่ใช่สูตรตายตัว
7. Irinotecan diarrhea ต้องแยก early (ใช้ atropine) และ late (ใช้ loperamide)
8. Cisplatin ototoxicity มักไม่ reversible และต้องคัดกรองตั้งแต่เริ่มยา
9. Oxaliplatin acute neuropathy เกิดจาก cold sensitivity ไม่ใช่ cumulative toxicity
10. 5-FU cardiotoxicity สามารถเกิดได้แม้ไม่มีโรคหัวใจเดิม
11. Capecitabine ต้องปรับขนาดยาตาม CrCl
12. DPD deficiency ทำให้ 5-FU toxicity รุนแรงแม้ใช้ขนาดมาตรฐาน
13. EGFR-TKI rash severity มักสัมพันธ์กับ treatment response
14. Osimertinib ต้องติดตาม EKG และเฝ้าระวัง QT prolongation
15. BRAF inhibitor เดี่ยวเสี่ยงเกิด paradoxical secondary malignancy
16. TKI หลายชนิดดูดซึมลดลงเมื่อใช้ร่วมกับ PPI
17. Targeted therapy บางชนิดให้ต่อได้ แม้เกิด radiologic progression
18. PARP inhibitor มีความเสี่ยง MDS/AML ในการใช้ระยะยาว
19. Immune-related hepatitis ต้องแยกจาก disease progression ให้ชัดเจน
20. irAE endocrine ส่วนใหญ่มักไม่ reversible
21. Hypophysitis จาก ICI มักทำให้ cortisol ต่ำก่อน thyroid abnormal
22. Steroid taper ใน irAE ต้องช้าอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์
23. ICI-related diarrhea ต้อง exclude infection ก่อนเริ่ม steroid
24. การ rechallenge ICI หลัง grade 3 toxicity ต้องประเมินเป็นรายอวัยวะ
25. ICI-induced pneumonitis อาจเกิดได้แม้หยุดยาไปแล้วหลายเดือน
26. Febrile neutropenia ต้องให้ empiric antibiotic ภายใน 1 ชั่วโมง
27. Primary G-CSF prophylaxis พิจารณาจาก regimen ร่วมกับ patient risk
28. Pegfilgrastim ห้ามให้ภายใน 24 ชั่วโมงหลัง chemotherapy
29. Cancer-associated thrombosis เกิดได้แม้ platelet ต่ำ
30. DOAC ไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับ GU & GI cancer
31. Antiemetic breakthrough ควรเพิ่มกลุ่มยา ไม่ใช่เพิ่มขนาดยาเดิม
32. NK1 receptor antagonist มี interaction กับ dexamethasone
33. CDK4/6 inhibitor-induced neutropenia เป็น cytostatic ไม่จำเป็นต้องใช้ G-CSF เป็น routine
34. CDK4/6 inhibitor ต้องติดตาม QT prolongation และ VTE risk ร่วมด้วย
35. Tumor lysis syndrome ต้องเน้น prevention มากกว่ารอรักษา
36. Allopurinol ไม่ลด uric acid ที่มีอยู่แล้ว ต้องใช้ rasburicase
37. Electrolyte imbalance จากเคมีบำบัดต้องติดตามเชิงรุก
38. Vesicant extravasation ต้องจัดการทันที ไม่ควรรอดูอาการ
39. Dose reduction ใน palliative intent ไม่ถือว่า under-treatment
40. Pharmacist intervention ที่เหมาะสมสามารถเปลี่ยน treatment decision ได้
41. Deprescribing สำคัญในผู้ป่วยมะเร็งระยะท้าย
42. Cost-effectiveness มีผลต่อการเข้าถึงการรักษาในระบบจริง
43. Oncology pharmacist ต้องกล้าทักคำสั่งที่มีความเสี่ยง
44. Multidisciplinary discussion คือหัวใจของ precision oncology
45. Palliative care เริ่มได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้หมดแนวทางการรักษา
46. Oncology pharmacist คือผู้เชื่อม evidence-based medicine กับความปลอดภัยของผู้ป่วย

✅ หากท่าน เห็นชอบ กับเนื้อหานี้ ขอเชิญร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แชร์ประสบการณ์ และส่งต่อความรู้เพื่อยกระดับบทบาทของ oncology pharmacist ไปด้วยกัน 🤍

📢🚨วิวัฒนาการ Hallmarks of Cancer จากปี 2000 สู่ 2026 และ "มิติใหม่" ที่เภสัชกรต้องรู้ !!ต้องรู้เลยหรอ เอาใหม่ ๆ หายใจเข้...
30/01/2026

📢🚨วิวัฒนาการ Hallmarks of Cancer จากปี 2000 สู่ 2026 และ "มิติใหม่" ที่เภสัชกรต้องรู้ !!

ต้องรู้เลยหรอ เอาใหม่ ๆ หายใจเข้าลึก ๆ ก่อนนะครับ ก่อนอื่นผมขอเกริ่นนำนิดนึงว่า หากพูดถึงรากฐานความเข้าใจกลไกการเกิดโรคมะเร็ง คงหนีไม่พ้นทฤษฎี "The Hallmarks of Cancer" ของ Douglas Hanahan และ Robert Weinberg ซึ่งเปรียบเสมือนพระคัมภีร์นำทางในการพัฒนายาต้านมะเร็งตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

ล่าสุดวันที่ 29 มกราคม 2569 คุณ Douglas Hanahan ได้ตีพิมพ์บทความในวารสาร Cell เรื่อง "Hallmarks of cancer—Then and now, and beyond" ซึ่งเป็นการ "สังเคราะห์องค์ความรู้ทั้งหมด" ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จัดระเบียบใหม่เป็น "Dimensions" หรือมิติต่างๆ ที่ซับซ้อนขึ้น

ฟีลเดียวกับฉากมิติที่ 4 หรือ "Tesseract" ในเรื่อง Interstellar เลย

โพสต์นี้จะพาพี่น้องเภสัชกรสายมะเร็งทุกท่านย้อนรอย Timeline การเปลี่ยนแปลงและเจาะลึกอัปเดตล่าสุดครับ

-----------------------------------------------

🕰️ 1. ย้อนรอยประวัติศาสตร์ (The Evolution)

• ปี 2000: จุดเริ่มต้น (The Original Six) ทฤษฎีเริ่มแรกเสนอว่ามะเร็งมีความสามารถหลัก 6 ประการ เช่น การแบ่งตัวไม่หยุด (Sustaining proliferative signaling), การต้านการตาย (Resisting cell death), และการกระตุ้นการสร้างหลอดเลือด (Inducing angiogenesis) เป็นต้น
• ปี 2011: ยุคแห่งการขยายขอบเขต (The Next Generation) มีการเพิ่ม Hallmarks ใหม่อีก 2 ข้อ คือ การปรับเปลี่ยนเมตาบอลิซึม (Deregulating cellular metabolism) และ การหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน (Evading immune destruction) จุดเปลี่ยนสำคัญ: การเริ่มพูดถึง "Enabling Characteristics" หรือปัจจัยเอื้อ เช่น Genome instability และ Inflammation
• ปี 2022: กุญแจดอกใหม่ (New Dimensions) มีการเสนอ Hallmark ที่ 9 คือ "Unlocking Phenotypic Plasticity" (ความยืดหยุ่นของฟีโนไทป์) ซึ่งอธิบายกลไกการดื้อยาและการกลายสภาพของเซลล์

-----------------------------------------------

🧬 2. อัปเดตล่าสุดปี 2026: การจัดระเบียบใหม่สู่มุมมอง 4 มิติ (The Four Dimensions)

โดยในฉบับนี้ Hanahan ไม่ได้เพียงแค่เพิ่ม list เข้าไป หรือ ไม่ได้เปิดตัวกลไกอะไรใหม่ ๆ แต่ได้จัดโครงสร้างความซับซ้อนของมะเร็งออกเป็น 4 มิติ (Dimensions) เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้น ดังนี้:

📌 Dimension 1: The Hallmarks (Functional Capabilities) ปัจจุบันเรามี 9 ความสามารถหลัก (รวม Phenotypic plasticity เข้าไปอย่างเป็นทางการ) ที่เซลล์มะเร็งต้อง "acquire" เพื่อที่จะอยู่รอดและลุกลาม

📌 Dimension 2: Enabling Phenotypic Characteristics (ปัจจัยเอื้อ) นี่คือส่วนที่มีการอัปเดตน่าสนใจมาก ปัจจัยเหล่านี้ไม่ใช่กลไกหลัก แต่เป็นสิ่งที่ "ช่วย" ให้มะเร็งเกิด Hallmarks ได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันมี 5 ประการ:
1. Loss of Genomic Integrity: ความไม่เสถียรของยีน
2. Tumor-Promoting Inflammation: การอักเสบที่ส่งเสริมมะเร็ง
3. Non-mutational Epigenetic Reprogramming: การเปลี่ยนแปลงการแสดงออกของยีนโดยไม่อาศัยการกลายพันธุ์
4. Polymorphic Microbiomes: บทบาทของจุลินทรีย์ที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
5. Innervation (ใหม่!): เส้นประสาทที่แทรกซึมเข้าไปในก้อนมะเร็ง (Nerve infiltration) ถูกยกระดับเป็นปัจจัยเอื้อสำคัญ เพราะเซลล์มะเร็งสามารถใช้สารสื่อประสาทในการกระตุ้นการเติบโตและการลุกลามได้

📌 Dimension 3: The Tumor Microenvironment (TME) เปลี่ยนมุมมองจากก้อนเซลล์มะเร็ง เป็น "Outlaw Organs" ที่ประกอบด้วยเซลล์เจ้าบ้านที่ถูกหลอกใช้ (Accessories to the crime)
• Key Players ใหม่: นอกจากเซลล์ภูมิคุ้มกันและหลอดเลือดแล้ว Senescent Cells (เซลล์แก่ชรา) และ Neurons (เซลล์ประสาท) ถูกระบุว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญใน TME ที่ส่งเสริมการลุกลามของโรค

📌 Dimension 4: Systemic Interactions มะเร็งไม่ใช่แค่โรคเฉพาะจุด แต่มีปฏิสัมพันธ์กับระบบร่างกาย (Systemic disease) เช่น ผลกระทบจาก Aging (ความชรา) และ Obesity (ความอ้วน) ที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมระดับมหภาคของร่างกายและส่งเสริมการอยู่รอดของมะเร็ง

-----------------------------------------------

💊 3. บทสรุปสำหรับเภสัชกร: Rationale for Co-targeting

ความเข้าใจเรื่อง Dimensions เหล่านี้นำไปสู่กลยุทธ์การรักษาแบบ "Hallmark Co-targeting" คือการใช้ยาหลายชนิดร่วมกันเพื่อโจมตีคนละกลไก (คนละ Hallmark) เพื่อลดโอกาสดื้อยา ตัวอย่างที่ได้รับการพิสูจน์แล้วและมีใช้ในปัจจุบัน เช่น:

• Anti-Angiogenesis + Immunotherapy: การใช้ยาต้าน VEGF ร่วมกับ Immune Checkpoint Inhibitors (เช่น ใน HCC หรือ RCC) ซึ่งยาต้าน VEGF ไม่เพียงลดเส้นเลือดเลี้ยงก้อน แต่ยังช่วยลดฤทธิ์กดภูมิคุ้มกันใน TME ทำให้ Immunotherapy ทำงานดีขึ้น
• PARP Inhibitors + Anti-Angiogenesis: ใช้ใน Ovarian cancer โดย PARP inhibitor โจมตีที่ Genomic instability (Enabler) ส่วน Bevacizumab โจมตีที่ Angiogenesis (Hallmark)

มาถึงจุดนี้แล้ว มะเร็งก็ยังเป็นเรื่องยาก (ที่ยากกว่าเดิม) แต่สะท้อนถึงการเปิดมุมมองและกระตุ้นการเรียนรู้ของพวกเราเสมอ การเข้าใจวิวัฒนาการนี้ช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของยาใหม่ๆ และเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังของ Combination Regimens ที่ซับซ้อนขึ้นในอนาคตครับ

ใครอยากฝึกคำศัพท์ภาษาอังกฤษเก๋ ๆ ลองไปอ่านตัวเต็มได้ เปิด dict เช็คความหมายทุก 1 บรรทัดไปเลยครับ สู้ !!!!

📖 Reference: Hanahan, D. (2026). Hallmarks of cancer—Then and now, and beyond. Cell Reports. doi: 10.1016/j.cell.2025.12.049. https://www.cell.com/cell/fulltext/S0092-8674(25)01498-9.

29/01/2026

📣ขอประชาสัมพันธ์งานประชุมวิชาการ📣
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
มหาวิทยาลัยมหิดล

ขอเชิญ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมวิชาการ ในหัวข้อ

❤️The 3rd Ramathibodi Lung Cancer Consortium (RLC) Conference
Stronger Together: Unveiling Multidisciplinary Lung Cancer Care

🗓ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569
ณ ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพ

👉หากสนใจสามารถลงทะเบียนตามช่องทางเหล่านี้หรือตามลิ้งค์ด้านล่าง
https://www.rama.mahidol.ac.th/.../conference/rmc_rlc_2026

😀สอบถามเพิ่มเติมได้ที่😀
ศูนย์ความเลิศด้านโรคมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
📞โทร: 0-2201-2682, 0-2201-0049 (ตามเวลาราชการ)

#ศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคมะเร็ง
#ศูนย์มะเร็งรามา
#เราดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขา

 ⭐️ ข่าวดี สำหรับทุกท่านที่ไม่สามารถเข้าร่วมงาน TMOP Annual Meeting หรือมีความประสงค์ทบทวนองค์ความรู้จากทุกการประชุมที่ผ...
28/01/2026


⭐️ ข่าวดี สำหรับทุกท่านที่ไม่สามารถเข้าร่วมงาน TMOP Annual Meeting หรือมีความประสงค์ทบทวนองค์ความรู้จากทุกการประชุมที่ผ่านมา

📚 ทางสมาคมเภสัชกรโรคมะเร็งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ได้พัฒนา แพลตฟอร์มการเรียนรู้รูปแบบใหม่ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ทุกท่านสามารถเข้าถึงเนื้อหาวิชาการด้านมะเร็งวิทยาได้ทุกที่ ทุกเวลา

✅ โดยล่าสุดหัวข้อการประชุม COPS ครั้งที่ 16 (COPS 16th) ได้จัดเตรียมเนื้อหาและระบบการเรียนออนไลน์พร้อมให้ศึกษาแล้ว เภสัชกรผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและเข้าเรียนผ่านระบบได้ตามลิงค์ด้านล่างได้เลยครับ

📌 https://apopathai.org/members/show_vod

📣 มาแล้วจ้า 1 st Education on demand
📣 ไม่ต้องรอโปร 2.2 แต่คุ้มกว่านั้น!
🎓 Clinical Oncology Pharmacy Symposium (COPS) ครั้งที่ 16
รูปแบบ On-Demand ดูเมื่อไหร่ก็ได้

✅ CPE 12 หน่วยกิต
✅ ราคาแค่ 500 บาท
✅ ดูซ้ำได้ ดูตอนไหนก็ได้ นานถึง 60 วัน
✅ เรียนจบรับ ใบประกาศจาก APOPA
✅ ไม่ต้องลางาน ไม่ต้องเดินทาง

💸 500 บาท แลกกับความรู้ + หน่วยกิต + ความยืดหยุ่น
👉 คุ้มกว่านี้มีอีกมั้ย? บอกเลย…ยาก!

เหมาะกับ
👩‍⚕️👨‍⚕️ เภสัชกรที่อยากเก็บ CPE
📚 คนทำงานที่ไม่มีเวลาเข้าอบรมสด
🎯 คนที่อยากได้ความรู้ด้าน Oncology ที่อัปเดตจริง

⏰ สมัครวันนี้ เรียนได้ทันที
📲 อย่าปล่อยหน่วยกิตหลุดมือ ในราคานี้ไม่ได้มีบ่อย ๆ!

https://apopathai.org/members/show_vod

จบลงแล้วอย่างประทับใจ พร้อมกับภาพความทรงจำดี ๆ จากงานประชุม TMOP Annual Meeting ครั้งที่ 4 ภายใต้ธีม “Integration in Onc...
19/01/2026

จบลงแล้วอย่างประทับใจ พร้อมกับภาพความทรงจำดี ๆ จากงานประชุม TMOP Annual Meeting ครั้งที่ 4 ภายใต้ธีม “Integration in Oncology Pharmacy: Beyond Boundaries for Comprehensive Cancer Care”

📅 วันที่ 14–16 มกราคม พ.ศ. 2569
📍 ณ AUDITORIUM ชั้น 6, True Digital Park กรุงเทพมหานคร

การประชุมวิชาการประจำปีของเภสัชกรผู้มีใจรักในการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นโดย "กลุ่มเภสัชกรดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง (ประเทศไทย) – Thai Medical Oncology Pharmacists (TMOP)" ภายใต้การกำกับดูแลของ "สมาคมเภสัชกรโรคมะเร็งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (ประเทศไทย) หรือ APOPA - Asia Pacific Oncology Pharmacy Association"

ในนามของคณะผู้จัดงาน ขอขอบพระคุณสมาคมฯ คณาจารย์ และวิทยากรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน รวมถึงผู้สนับสนุนการจัดงานทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้อย่างเต็มอิ่ม ทั้งทางวิชาการ แรงบันดาลใจ และมิตรภาพตลอดทั้งงาน

ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและให้เกียรติมาร่วมงานกับพวกเราเสมอมา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกหัวข้อการบรรยายจะช่วยเสริม ความรู้ ความมั่นใจ และพลังในการเป็นส่วนสำคัญของทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งให้ดียิ่งขึ้น

จนกว่าจะพบกันอีกครั้ง
ขอบคุณจากใจครับ 🤍

✨ มาถึง session สุดท้ายของงานประชุมในครั้งนี้✨Drug Accessibility and Reimbursement in Cancer Care:🎤 ให้เกียรติบรรยายโดย:...
16/01/2026

✨ มาถึง session สุดท้ายของงานประชุมในครั้งนี้✨

Drug Accessibility and Reimbursement in Cancer Care:

🎤 ให้เกียรติบรรยายโดย:
1. ภญ.อุดมลักษณ์ รังสิยาภรณ์รัตน์ (โรงพยาบาลอุดรธานี)
2. ภญ.ภัทริยา จันทรทรัพย์ (โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ)
3. ภญ.ศรีวตรี ชาวสามทอง (คณะแพทยศาสตรวชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช)

💡 Session นี้จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถ:
✓ เข้าใจภาพรวมของระบบการเข้าถึงยาในบริบทที่แตกต่างกัน
✓ เห็นความท้าทายจริงจากมุมมองโรงพยาบาลรัฐและเอกชน
✓ ตระหนักถึงบทบาทของเภสัชกรในระดับ system-level decision making
✓ เสริมศักยภาพในการมีส่วนร่วมเชิงนโยบายเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง

ในยุคที่ advanced breast cancer ไม่มี “คำตอบเดียว”การรักษาเต็มไปด้วยความซับซ้อนจาก molecular heterogeneity, drug resista...
16/01/2026

ในยุคที่ advanced breast cancer ไม่มี “คำตอบเดียว”
การรักษาเต็มไปด้วยความซับซ้อนจาก molecular heterogeneity, drug resistance และ ทางเลือกการรักษาใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พบกับ session

Overcoming Therapeutic Challenges with Advanced Pharmacologic Agents in Advanced Breast Cancer โดย

🎤 ✨ผศ. พญ.เอื้อมแข สุขประเสริฐ ✨

• เปิดมุมมอง landscape ของ advanced breast cancer ในยุค precision oncology
• เชื่อมโยง กลไกของยากลุ่มใหม่ (targeted therapy & ADCs) กับ clinical evidence และ guideline
• เจาะลึก การจัดการ adverse events ที่สำคัญ จากยานวัตกรรม
• เน้นบทบาท oncology pharmacist ในการ optimize therapy, treatment sequencing และสนับสนุน MDT

เริ่มแล้วกับวันสุดท้ายของการประชุม TMOP Annual meeting ครั้งที่ 4 กับหัวข้อ Hypersensitivity in Cancer Treatment: Challe...
16/01/2026

เริ่มแล้วกับวันสุดท้ายของการประชุม TMOP Annual meeting ครั้งที่ 4 กับหัวข้อ

Hypersensitivity in Cancer Treatment: Challenges, Strategies, & Future Directions

🎤 โดย: รศ. พญ.วรรณดา ไล้สวน
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

✓ เข้าใจ pathophysiology ของ hypersensitivity ในยา oncology หลัก
✓ มีเทคนิค prevention, de-escalation, retry therapy อย่างปลอดภัย
✓ จำแนกประเภท hypersensitivity และวางแผนจัดการได้เหมาะสม

🔥 Session สุดท้ายในวันนี้ จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติหน้างานจริง🔥 ในหัวข้อ Clinical case challenge and meet the Expert:Bridgin...
15/01/2026

🔥 Session สุดท้ายในวันนี้ จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติหน้างานจริง🔥

ในหัวข้อ Clinical case challenge and meet the Expert:
Bridging Knowledge to Practice

ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเจาะลึกจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ: รศ.ดร.ภก.สุภัสร์ สุบงกช, ผศ.ดร.มานิตย์ แซ่เตียว, ผศ.ดร.สุธาร จันทะวงศ์, และ ภญ.นิรชร คูชลธารา

✨ประเด็นที่น่าสนใจจากกรณีศึกษา
❤️ CINV management
💊การเลือกยาป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนที่เหมาะสม
💊การสื่อสารถึงข้อบ่งใช้ olanzapine, lorazepam เพื่อป้องกันปัญหา non-adherence
💊ประโยชน์ของขิงสำหรับการป้องกัน CINV

❤️ การใช้ Abiraterone ใน prostate cancer
💊 การให้ steroid เพื่อลดผลข้างเคียงจาก abiraterone
💊 การให้ PPI เป็น GI prophylaxis
💊 ความสำคัญของ medication reconciliation

ที่อยู่

101 Sukhumvit Rd. Khwaeng Bang Chak, Khet Phra Khanong
Bangkok
10260

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ TMOP: Thai Medical Oncology Pharmacistsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง TMOP: Thai Medical Oncology Pharmacists:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram