D-Boone

D-Boone Contact information, map and directions, contact form, opening hours, services, ratings, photos, videos and announcements from D-Boone, การแพทย์และสุขภาพ, .

-- DBOONE -- ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกระดูกและข้อต่อ ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวเพื่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนรอบๆข้อต่อ เอ็นร้อยหวาย และเอ็นยึดข้อ การันตรีคุณภาพด้วยยอดจำหน่ายสูงสุดทั้งในยุโรป&อเมริกา

-- ส่วนประกอบที่สำคัญ --
1.คอลลาเจนจากปลาทะเล (Hydrolyed Fish Collagen)
2.สารสกัดจากเปลือกสน (Pine bark extract ) MSM
3.แคลเซียม คาร์บอเนต (Calcium Carbonate )
4.สารสกัดจากขมิ้น (Turmeric Extract)
5.วิตามิน ดี 3 (Vitamin D 3)
6.วิตามิน ซี (Vitamin C)

🎗สรรพคุณ🎗
~ บำรุงกระดูก และ ไขข้อ
~ บรรเทาอาการปวดตามข้อต่างๆ
~ ผู้ที่มีอาการปวดหลัง คอ บ่า ไหล่
~ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
~ หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน
~ โรคข้ออักเสบ,รูมาตอย,เก๊าท์
~ โรคข้อเข่าเสื่อม-กระดูกพรุน
~ นิ้วล็อค(โรคฮิตของคนทำงาน)
~ ผู้ที่ต้องการเพิ่มความสูง(เด็ก)
~ กลุ่มนักกีฬา-อาชีพที่ต้องยืนนานๆ
~ วัยหมดประจำเดือน ขาดแคลเซียม
~ ช่วยเรื่องความเสื่อมของอวัยวะต่างๆในร่างกาย
~ ผู้ที่ปวดเมื่อยตามกระดูก ข้อเข่า สันหลัง ไหล่บ่า คอ

🏷ขนาดบรรจุ(แบบผง) : 5 ซอง / กล่อง (1,085 B.)
🏷ขนาดบรรจุ(แบบเม็ด) : 30 แคปซูล / กล่อง (1,414 B.)

�อย.10-1-06045-1-0038 #รับรองฮาลาล

�สนใจสอบถาม / ราคาโปรฯ / สั่งซื้อ
�ปรึกษาอาการ � : โทร. 098-259-6573
�Add LineID กด>> http://line.me/ti/p/

หมายเหตุ : ราคา,วิธีการทาน ขึ้นอยู่กับอาการของลูกค้าแต่ละท่าน

🍳10 ประโยชน์ของ "ไข่" เหมาะเป็นอาหารเช้าเคยรู้ไหมว่า "ไข่' นั้นเป็นอาหารที่แสนจะเต็มเปี่ยมไปด้วยประโยชน์มากมายมหาศาล มาด...
30/05/2017

🍳10 ประโยชน์ของ "ไข่" เหมาะเป็นอาหารเช้า
เคยรู้ไหมว่า "ไข่' นั้นเป็นอาหารที่แสนจะเต็มเปี่ยมไปด้วยประโยชน์มากมายมหาศาล มาดูกันดีกว่าว่า 10 ประโยชน์ของ "ไข่" ที่เหมาะจะเป็นอาหารเช้าของเรานั้นมีอะไรบ้าง..
1. เปี่ยมประโยชน์
ไข่เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย มาครบทั้งโปรตีน ธาตุสังกะสี วิตามิน A, D, E และ B12 แถมยังให้พลังงานแค่เพียง 85 กิโลแคลอรีต่อฟองเท่านั้นเอง

ดังนั้น ไข่จึงเป็นเมนูที่กินแล้วอิ่มนาน ส่งผลให้กินอาหารได้น้อยในมื้อถัด ๆ ไป และนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมกินไข่ต้มตอนเช้าแล้วช่วยลดความอ้วนได้ยังไงล่ะครับ

2. โปรตีนสูง
ไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม ในไข่เพียง 1 ฟอง มีโปรตีนอยู่ถึง 6 กรัม ถือเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับคนที่ไม่สามารถรับประ­­­ทานเนื้อสัตว์ได้

3. บำรุงสมองและระบบประสาท
ในไข่เพียง 1 ฟอง มีโคลีน (Choline) มากถึง 20% นับเป็นปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน ซึ่งโคลีนเป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ เยื่อหุ้มสมอง ส่งผลให้สมองและระบบประสาทแข็งแรง พร้อมทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างตื่นตัว

4. ช่วยในการมองเห็น
ด้วยลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) ที่มีอยู่ในไข่ สารทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นสารแคโรทีนอยด์ที่มีความสำคัญกับสุขภาพดวงตา ทั้งยังช่วยปกป้องร่างกายจากสารอนุมูลอิสระ และยังช่วยลดความเสี่ยงโรคจอประสาทตาเสื่อมได้อีกด้วย

5. ลดความเสี่ยงโรคต้อกระจก
ไข่ไม่ได้เพียงแต่ช่วยลดการเกิดจอประสาทตาเสื่อมเท่านั้น แต่สารต้านอนุมูลอิสระในไข่ยังช่วยป้องกันดวงตาจากการทำลายของรังสียูวี และช่วยลดความเสี่ยงโรคต้อกระจกเมื่อแก่ตัวลงได้อีกด้วย

6. ช่วยลดน้ำหนัก
จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยลุัยเซียนา พบว่าคนที่รับประทานไข่ในมื้อเช้าสามารถลดน้ำหนักได้เต็มประสิทธิภาพกว่า และมีแรงมากกว่าคนที่รับประทานอาหารเช้าเป็นขนมปัง

7. บำรุงความจำ
ปริมาณแร่ธาตุและวิตามินในไข่มีอยู่ค่อนข้างสูง จึงสามารถช่วยสร้างเสริมการทำง­­­านของสมองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำและการเรียนรู้ได้

8. เสริมภูมิคุ้มกัน
นอกจากวิตามินหลากหลายชนิดแล้ว ไข่ยังมีธาตุเหล็กที่ทำหน้าที่สร้างเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และช่วยให้การผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงเป็นไปอย่างปกติอีกด้วย

9. ราคาถูก
นอกจากไข่จะเป็นอาหารเช้าที่เปี่ยมไปด้วยสารอาหารจัดเต็มขนาดนี้แล้ว ไข่ยังเป็นอาหารเพื่อสุขภาพราคาถูกแสนถูก เมื่อเทียบกับอาหารเพื่อสุขภาพชนิดอื่น ๆ เช่น เนื้อแดง หรือโฮลเกรน

10. สามารถทำเป็นเมนูง่ายๆได้มากมาย
เมนูไข่เคยถูกตราหน้าว่าเมนูสิ้นคิด แต่ความสิ้นคิดนี่ล่ะครับที่ดีกับคนไม่ค่อยมีเวลา โดยเฉพาะการทำอาหารเช้ารับประทานเองทุกวัน เมนูไข่จะเข้าทางคุณมาก ๆ เพราะเป็นเมนูที่ทำง่าย ใช้เวลาน้อย แต่อร่อยและได้ประโยชน์

Credit : eduzones

นี่แหละที่สังคมต้องการ👍👍👍
20/05/2017

นี่แหละที่สังคมต้องการ👍👍👍

ผู้ใช้รถขยับชิดซ้ายและชิดขวา เพื่อเปิดทางให้รถฉุกเฉิน2 คันวิ่งคร่อมตรงกลาง บนถ.พหลโยธิน ขาเข้า ช่วงก่อนถึงแยกเกษตรเล็กน้อย

ภาพจาก: Nok Nok

#ให้ทางเท่ากับช่วยชีวิต #ความดีที่คุณทำได้

5 เคล็ดลับอายุยืนยาวของชาวญี่ปุ่น🎌เมื่อพูดถึงประเทศที่คนมีอายุยืนยาว หลายคนคงจะนึกถึงชาวญี่ปุ่นเป็นอันดับแรกๆ เพราะจากหล...
16/05/2017

5 เคล็ดลับอายุยืนยาวของชาวญี่ปุ่น🎌
เมื่อพูดถึงประเทศที่คนมีอายุยืนยาว หลายคนคงจะนึกถึงชาวญี่ปุ่นเป็นอันดับแรกๆ เพราะจากหลายสถิติระบุว่าชาวญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก
อายุขัยเฉลี่ยของผู้หญิงชาวญี่ปุ่น คือ 87 ปี และอายุขัยเฉลี่ยของผู้ชายชาวญี่ปุ่น คือ 81 ปี ตัวเลขนี้อาจทำให้หลายคนประหลาดใจ เมื่อรู้ว่าแท้จริงแล้วชาวญี่ปุ่นเป็นนักสูบบุหรี่ตัวยงเลยทีเดียว มีผลสำรวจพบว่าจำนวนคนสูบบุหรี่ในประเทศญี่ปุ่นมีจำนวนมากถึง36% ของคนในประเทศ ในขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีจำนวนคนสูบบุหรี่เพียงแค่ 17%
อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการสูบบุหรี่ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดหลักที่ทำให้คนเรามีอายุสั้นหรือยืนยาวได้ บทความนี้จะเปิดเผย 5 ปัจจัยที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นมีสุขภาพแข็งแรง และมีอายุยืนยาว ซึ่งหากคุณได้อ่านบทความนี้คุณก็สามารถนำไปเป็นหลักปฏิบัติ เพื่อให้สุขภาพร่างกายของคุณแข็งแรงได้เช่นกัน
1) ออกกำลังกายเป็นประจำ

แม้ว่าชาวญี่ปุ่นสูบบุหรี่จัดมาก แต่พวกเขามีสุขภาพแข็งแรงได้ด้วยการออกกำลังกายดังคำพูดที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ว่า “กีฬาเป็นยาวิเศษ” อย่างไรก็ตามการออกกำลังกายของชาวญี่ปุ่นไม่ใช่การออกกำลังกายอย่างหนัก เช่น ในโรงยิมฟิตเนส หรือการเข้าเรียนในคลาสต่างๆอย่างบ้าคลั่ง ในทางกลับกัน พวกเขามักแทรกซึมอุปนิสัยการออกกำลังกายเข้าไปในชีวิตประจำวัน

ผลสำรวจขององค์การอนามัยโลกเปิดเผยว่า 98% ของเด็กญี่ปุ่นเดินหรือขี่จักรยานไปโรงเรียน กล่าวคือ ชาวญี่ปุ่นถูกปลูกฝังเรื่องการออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่ยังเยาว์วัย และด้วยเหตุนี้ การออกกำลังกาย และพฤติกรรมในการใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง และคล่องแคล่วจึงติดตัวมาในวัยผู้ใหญ่ และสิ่งนี้ทำให้พวกเขามีสุขภาพที่แข็งแรงนั่นเอง
2) รับประทานปลา

ฝรั่งมีคำพูดที่ว่า “You are what you eat.” นั่นคือ “คุณเป็นเหมือนสิ่งที่คุณกินเข้าไป” คำกล่าวนี้เป็นเรื่องจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะหากเรารับประทานสิ่งใดก็ตาม ร่างกายก็จะได้รับสารอาหารนั้น และมันก็จะส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของเราดังนั้น ก่อนที่เราจะรับประทานอาหารชนิดใด เราก็ควรพิจารณาถึงประโยชน์และโทษของมัน เพื่อสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์ของเรา
ในหลายๆ ประเทศ เนื้อสัตว์สีแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว อาจได้รับความนิยมมาก แต่สำหรับชาวญี่ปุ่น อาหารหลักของพวกเขา คือ เนื้อปลา และแน่นอนว่าหากเปรียบเทียบกัน เนื้อปลามีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายมากกว่าเนื้อสัตว์สีแดงเนื่องจากปลามีโปรตีนที่ย่อยง่าย และมีไขมันต่ำ ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลดีต่อร่างกาย
3) รับประทานอาหารที่มีพลังงานต่ำ

นอกจากชาวญี่ปุ่นจะนิยมรับประทานปลาเป็นอาหารหลักแล้ว พวกเขายังมีนิสัยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ประเภทอื่นๆ อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น พวกเขามักหลีกเลี่ยงการรับประทานผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม เช่น นม เนย ครีม ไอศกรีม เป็นต้น และแม้ว่าชาวญี่ปุ่นจะมีเมนูของทอดอย่างกุ้งเทมปุระ แต่เมนูนี้มักจะเป็นตัวเลือกท้ายๆ ที่ชาวญี่ปุ่นจะรับประทาน เพราะพวกเขาเห็นว่าหากเลือกได้ ก็ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากกว่า

สำหรับชาวญี่ปุ่น พวกเขารู้สึกว่าโรคอ้วน และปัญหาสุขภาพอื่นๆ เป็นสิ่งที่แปลกประหลาด และพบได้ยากมาก ซึ่งผลวิจัยระบุว่าอัตราโรคอ้วนของชาวญี่ปุ่น คือ ประมาณ 3.5% ในขณะที่ชาวอเมริกันมีอัตราโรคอ้วนสูงถึง 30%ด้วยเหตุนี้ เมื่อคุณเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่น และสังเกตชุดอาหารของพวกเขา คุณจะพบว่าทุกชุดอาหารมักประกอบไปด้วยสิ่งที่เป็นผลดีต่อร่างกาย อาทิ ข้าว ผัก ปลา และชาเขียว เป็นต้น
4) ทำตัวให้กระฉับกระเฉง คล่องแคล่ว และว่องไวอยู่เสมอ

แม้ว่าหลากหลายงานวิจัยระบุว่าแรงงานชาวญี่ปุ่นมีความเครียดสูงมาก เนื่องจากสภาพการทำงานที่ต้องรีบเร่ง แข่งขันและกดดันตลอดเวลา อย่างไรก็ตามชาวญี่ปุ่นก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า พวกเขาสามารถท้าทายกับปัญหาความตึงเครียดในชีวิตและมีช่วงชีวิตที่ยืนยาวได้

สิ่งที่น่าประหลาดใจมากไปกว่านั้นก็คือ แรงงานชาวญี่ปุ่นที่ถึงวัยเกษียณอายุมักตัดสินใจทำงานต่อไป โดยไม่หยุดทำงาน เหตุผลของพวกเขาเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องเงิน แต่พวกเขาบอกว่าการทำงานทำให้ชีวิตของพวกเขามีคุณค่า และทำให้ไฟในตัวของพวกเขายังลุกโชน มีผลสำรวจชิ้นหนึ่งระบุว่า ในประเทศญี่ปุ่นมีผู้สูงวัยที่มีอายุเกิน 65 ปี จำนวน 1 ใน 5 ยังคงถูกจ้างงาน และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นมีความกระตือรือร้น มีชีวิตชีวา และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ
5) การมีประกันสุขภาพที่ดี

ชาวญี่ปุ่นมีอุปนิสัยการกิน การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตที่ส่งผลให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง นอกจากนี้ ความเจริญก้าวหน้าด้านวิทยาการทางการแพทย์ที่เพิ่มมากขึ้น ก็ทำให้อายุขัยโดยเฉลี่ยของมนุษย์ยืนยาวมากขึ้นด้วย และอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นมีชีวิตที่ยืนยาวก็คือ การมีประกันสุขภาพที่ดี

คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญ และใส่ใจกับสุขภาพร่างกายของตนเองมาก ดังนั้น พวกเขาจึงยอมจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อทำประกันสุขภาพ พวกเขาเห็นว่าการทำประกันสุขภาพเปรียบเสมือนการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะหากสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง ก็จะไม่สามารถทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตให้สำเร็จไปได้ อีกทั้ง พวกเขาเห็นว่าการจ่ายเงินสำหรับประกันสุขภาพยังเป็นการสร้างความมั่นใจว่าหากตนเองเจ็บป่วยจะได้รับการดูแลรักษาอย่างดีอีกด้วย

Credit : lifehack,learning hub

5 ท่าโยคะง่ายๆ ที่สามารถทำได้บนเตียงก่อนนอนโยคะก่อนนอนนั้นใช้เวลาทำเพียงประมาณ 10 นาที ถือว่าเป็นการปลดปล่อยความเมื่อยล้...
11/05/2017

5 ท่าโยคะง่ายๆ ที่สามารถทำได้บนเตียงก่อนนอน
โยคะก่อนนอนนั้นใช้เวลาทำเพียงประมาณ 10 นาที
ถือว่าเป็นการปลดปล่อยความเมื่อยล้าของร่างกายด้วยท่วงท่าเคลื่อนไหวที่สัมพันธ์กับลมหายใจ

สูดหายใจเข้าลึกๆ ผ่อนลมหายใจออกอย่างช้าๆ ขัดเกลาความคิดให้สะอาด แล้วคุณจะสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของคุณ
• หากพร้อมแล้วก็เตรียมเคลียร์พื้นที่เตียงนอนให้โล่งๆ แล้วไปฝึกท่าโยคะง่ายๆ กันเลยครับ

1. ท่าเด็ก (Child’s Pose)

-- วิธีทำ --
1.นั่งลงบนส้นเท้าด้วยท่าทางสบายๆ
2.เลื่อนตัวไปข้างหน้า ยื่นแขนทั้งสองข้างออกไป
3.ก้มลำตัวลงให้หน้าผากแตะพื้น ลดหน้าอกให้ใกล้กับเข่าทั้งสองข้างมากที่สุด
4.ค้างท่าไว้ สูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ (หากไม่สามารถก้มศีรษะให้ติดพื้นได้ ให้ใช้หมอนรองได้)

ประโยชน์ : ผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อส่วนหลัง ไหล่ และอก เป็นท่าพื้นฐานที่ช่วยฝึกให้กล้ามเนื้อและอวัยวะยืดหยุ่น

2. ท่าสนเข็ม (Thread the Needle)

-- วิธีทำ --
1.นอนหงายแล้วงอเข่าเข้ามาให้เป็นมุมฉาก ยกขาอีกข้างหนึ่งประสานเข้ามาโดยที่ขาข้างที่ตั้งฉากยังอยู่ท่าเดิม
2.ใช้มือทั้งสองข้างประสานหลังต้นขาแล้วดึงเข้าหาตัว
3.ทำสลับขาทั้งสองข้าง

ประโยชน์ : ช่วยยืดกล้ามเนื้อสะโพกและบั้นท้าย เหมาะสำหรับคนที่นั่งทำงานออฟฟิศนานๆ

3. ท่าวีรบุรุษนอนหงาย (Supta Virasana)

-- วิธีทำ --
1.ยื่นมือทั้งสองข้างไปด้านหลัง
2.ค่อยๆ เอนตัวหงายหลังลงบนเตียงช้าๆ
3.ใช้มือจับข้อศอกแขกอีกข้าง
ทิ้งน้ำหนักตัวลงไปที่แขน บ่าและก้น
4.หากยังรู้สึกว่าทำไม่ได้ในทีแรก
ให้ใช้ผ้าห่มรองรับหลังก่อนก็ได้
5.ค้างท่านี้ไว้ประมาณ 30 วินาที – 1 นาที

ประโยชน์ : ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ช่วยผ่อนคลายความตึงของเอ็นและกล้ามเนื้อเล็กๆ บริเวณหัวเข่าและต้นขา โยคะท่านี้ยังช่วยลดอาการปวดในกระเพาะอาหารและป้องกันอาการท้องผูกได้ด้วยนะ

4. ท่าศพ (Savasana)

-- วิธีทำ --
1.นอนหงาย แยกขาออกพอประมาณ
อยู่ในอิริยาบถสบายๆ แผ่นหลังติดพื้น
2.หงายฝ่ามือวางข้างลำตัว หายใจเข้าลึกๆ
ผ่อนคลายร่างกายทุกส่วน
3.เคล็ดลับคือให้ผ่อนคลายความคิด
จินตนาการว่าร่างกายกำลังจมลงไปในพื้น
4.ผ่อนลมหายใจเข้าออก หายใจเข้าลึกๆ
ผ่อนลมหายใจออกยาวๆ สังเกตความรู้สึกทุกส่วนของร่างกาย

ประโยชน์ : ลดอาการปวดศีรษะ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และช่วยลดความดันโลหิต

5. ท่าหมุนท้อง (Jathara Parivartanasana)

-- วิธีทำ --
1.วางหมอนลงบนเตียงและค่อยๆเอนหลังนอนลงไป
2.ค่อยๆ ใช้มือจับหัวเข่าเอียงไปทางซ้าย
3.ยืดแขนอีกข้างหนึ่งให้กางออกไปด้านข้างแนวเดียวกับหัวไหล่ หงายฝ่ามือขึ้น
4.ผ่อนคลายความเครียดทุกครั้งที่หายใจเข้าออก
5.ค้างไว้ประมาณ 1 นาที

ประโยชน์ : ช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหาร บริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่และแผ่นหลัง

‘โยคะ’ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ถือว่าเป็นการสร้างสมดุลระหว่างร่างกายและลมหายใจ
ที่จะช่วยให้คุณทิ้งความเครียดและเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ที่สดใสขึ้น ลองทำตามกันดูนะครับ

Credit : lifehack,Rabbit Daily

🥛💪ดื่มน้ำตอนไหน...ถึงจะดีกับร่างกาย • ตื่นนอนตอนเช้า 1 แก้ว(400 ซี.ซี.) เพราะเป็นช่วงที่มีความเข้มข้นของเลือดสูง เลือดจะ...
08/05/2017

🥛💪ดื่มน้ำตอนไหน...ถึงจะดีกับร่างกาย

• ตื่นนอนตอนเช้า 1 แก้ว(400 ซี.ซี.) เพราะเป็นช่วงที่มีความเข้มข้นของเลือดสูง เลือดจะมีลักษณะขาดน้ำ
• ตอนสายๆ 2 แก้ว(เวลาประมาณ 9 โมงถึง 10 โมงเช้า) เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่มีของเสียเกิดขึ้น ร่างกายได้ทำงานไประยะหนึ่งแล้ว ฉะนั้นจึงควรดื่มน้ำเพื่อให้มาชำระของเสียเหล่านั้นออกไป
• ตอนบ่ายๆ 3 แก้ว(เวลาประมาณบ่ายโมงถึงบ่ายสอง)
• ก่อนนอนให้ดื่มน้ำอีก 1 แก้ว เพื่อให้น้ำที่ดื่มไหลเวียนชะล้างสิ่งตกค้างในลำไส้ และกระเพาะอาหาร และยิ่งถ้าเป็นน้ำอุ่นจะยิ่งช่วยให้หลับสบายยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ : ผู้ชายควรที่จะดื่มน้ำวันละ 3 ลิตร(ประมาณ 13 แก้ว)
ส่วนผู้หญิงก็ให้ดื่มวันละ 2.2 ลิตร(ประมาณ 9 แก้ว)

เพื่อสุขภาพที่ดีนะครับ

Credit : haijai

 #สาระดีที่ต้องแชร์เพื่อแบ่งปันโอ๊ย..ปวดคอจัง แก้ยังไงดีนะCredit : momypedia
05/05/2017

#สาระดีที่ต้องแชร์เพื่อแบ่งปัน
โอ๊ย..ปวดคอจัง แก้ยังไงดีนะ

Credit : momypedia

Address


Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when D-Boone posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

  • Want your practice to be the top-listed Clinic?

Share

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram