Thai Massage

Thai Massage Massage Praxis

กราบคารวะครูบาอาจารย์ทุกท่านค่ะ สาธุ สาธุ
16/01/2016

กราบคารวะครูบาอาจารย์ทุกท่านค่ะ สาธุ สาธุ

05/01/2016
การนวดแบบชอง คือ การนวดของหมอพื้นบ้านทางฝั่งตะวันออกเรียกว่าการนวดจับเส้น ซึ่งแยกการนวดจับเส้นได้มี 6เส้น 1เส้นลอย 2เส้น...
18/12/2015

การนวดแบบชอง คือ การนวดของหมอพื้นบ้านทางฝั่งตะวันออกเรียกว่าการนวดจับเส้น ซึ่งแยกการนวดจับเส้นได้มี 6เส้น 1เส้นลอย 2เส้นจม 3เส้นติด 4เส้นตบ 5เส้นพลิก 6ลมเข้าเส้น โดยมีลักษณะหลัก ๆ พอสรุปโดยสังเขป มีดังนี้
1. เส้นลอย ลักษณะของเส้นลอย จะร้อนตรงจุดที่ปวดเมื่อยโดยไม่มีสาเหตุจากอุบัติเหตุหรือตกกระแทก หากเราปวดเมื่อยตรงไหนนวดอย่างไรก็ไม่หายก็เรียกว่าเส้นลอย อีกลักษณะคือนวดตรงนั้นหายแต่จะเลื่อนไปอีกที่หนึ่ง วิ่งไปวิ่งมา ลักษณะทางโน้นเรียกว่าผิดผี ผิดเจ้าที่เจ้าทาง ลมเพลมพัด ไม่ใช่เรื่องการนวด ใช้วิธีการจับชีพจรหากเบามากเต้นไม่สม่ำเสมอ สังเกตได้ว่าเส้นลึกเบา เส้นสลับ เป็นวิธีการตรวจ หากพบเส้นลักษณะนี้หมอชองจะไม่นวด จะส่งต่ออาจารย์ระดับชั้นสูงขึ้น เป็นการปัดเป่าพิธีกรรม
2. เส้นจม แยกได้ 2แบบ ได้แก่ 1) เส้นจมอย่างเดียว 2) เส้นจมผสมเส้นลอย เส้นจมอย่างเดียว ลักษณะ คือมีรอยบุ๋มตามเส้น หรือแนวเส้นนิ่ม หรือตามเส้นตามกล้ามเนื้อหมดแรง หรือเมื่อยลึก ๆ เจ็บติด ๆ ขัด ๆ วิธีการจะใช้เทคนิคของการเขย่าเส้นให้นิ่ม แล้วงัดเส้นขึ้นมา ซึ่งจะทำให้เส้นเต็ม หากมีรอยบุ๋มจะหายไป ในส่วนของเส้นจมผสมเส้นลอย ลักษณะอันนี้ คือไม่ใช่เส้นจมที่นวดได้ เวลาแตะไปยังไม่ได้นวดจะร้องเจ็บเลย ยังมีลมเพลมพัดดิ้นอยู่ไป ๆ มา ๆ แต่ชีพจรไม่เบาแบบเส้นลอยไปเลย ลักษณะแบบนี้ทางนวดชองใช้วิธีการเดินทางในมีคาถากำกับสกัดจุดไว้ให้อยู่กับ ที่ คนที่จะนวดแบบนั้นต้องมีวิชาคาถาอาคม เขย่าเส้นแล้วงัดขึ้นมา แต่มีภาวะเสี่ยงบางทีหมอชองจะไม่กล้านวดเนื่องจากมีการย้อนเข้าหาตัว คนป่วยหาย คนนวดจะเป็น หากไม่อยากเสี่ยงหมอจะเลี่ยงไป ให้ไปพบอาจารย์ระดับชั้นสูงขึ้นไป
3. เส้นติด คือ เส้นติดกระดูก ลักษณะคือ จะปวดเมื่อยมากนวดอย่างไรก็ไม่หาย ทรมานมาก ต้องงัดออกจากกระดูกให้ได้ ลักษณะการงัดถ้างัดครั้งเดียวให้หลุดเลยจะเจ็บมาก หากงัด 2ถึง 3ครั้งจะเบาหน่อย หมอจะถามผู้ป่วยว่ากลัวเจ็บไหม หากกัดฟันทนยอมเจ็บครั้งเดียวก็จะหาย หากกลัวเจ็บจะต้องทำถึง 2ถึง 3ครั้งก็จะหลุด
4. เส้นตก คือ อาการปวดตามข้อต่าง ๆ นิ้วมือ นิ้วเท้า กระดูกไขสันหลังนวดอย่างไรก็ไม่หาย เส้นหย่อนเคลื่อนลงไปในร่องเรียกว่าเส้นตก เทคนิคอันนี้จะยากมาก ใช้แค่ปลายนิ้วค่อย ๆ คลึงเบา ๆ จนหลุดขึ้นมาถึงจะหาย
5. เส้นพลิก คือ กระดูกพาเส้นพลิกไปได้ ลักษณะ คือ ข้อเท้าแพลง หรือคอตกหมอน ลักษณะเราทำให้กระดูกเคลื่อนพาเส้นเราไปด้วย วิธีแก้ คือ การจัดกระดูกก่อน จากนั้นค่อย ๆ จับเส้นกลับที่เดิม
6. ลมเข้าเส้น ลักษณะจะแสดงออกถึงอาการบวม กดบุ๋ม คือ มีลม สังเกตเห็นได้ง่าย อาจจะเกิดอยู่ทั่วไป ลมขัดอยู่ตามเส้น พาเส้นบวมขึ้นมา อาจจะเป็นตามท้องทำให้ท้องตึง แน่นตามแขนขา แก้โดยวิธีการเปิดประตูลม ไล่ลมตามเส้น หากถูกวิธีจะมีการผายลมยาวร่วมด้วย
- การแก้อาการของการนวดชอง คือ เส้นติด จะเด่นมาก เส้นติดเป็นเส้นที่แก้ยาก คนทรมานมาก เส้นไขสันหลัง จะแสดงออกช่วงบ่า นวดแค่ไหนก็ยังไม่หายขาด หากงัดเส้นติดตรงนี้ได้จะดีมาก
- หากเป็นเรื่องของกระดูกแพลงจะเข้าลักษณะเส้นพลิก
- คำว่าลมเข้าเส้นไม่มีอุบัติเหตุ ไม่มีการตกกระแทก อยู่ดี ๆ เกิดขึ้นเอง หากเส้นพลิกอย่างไรก็ต้องจัดกระดูกแล้วถึงนวด
- หัวเข่าที่พบคือเส้นจมจะพบใต้หัวเข่าเวลาเจ็บหัวเข่าเจะมีเส้นจมใต้หัวเข่า แก้โดยจับเส้นใต้หัวเข่า จะมีเส้นเล็กเท่าเส้นด้ายจำนวนมาก พื้นฐานการนวดให้เอ็กซเรย์ก่อนหากไม่มีการแตกหักจึงจะทำนวดให้ หากอยู่ดี ๆ เกิดอาการขึ้น สิ่งที่จะพิจารณาคือขอตรวจชีพจรก่อนหากเส้นลอย จะเชิญไปพบหมอชอง ซึ่งจะพบแล้วทำพิธีให้
- เส้นติดเท่าที่พบคือติดกระดูกสันหลัง ติดสะบัก
- ก่อนการรักษาจะสอบถามวิเคราะห์ก่อน มีการใช้ลูกประคบมาร่วมเพื่อให้เส้นหย่อนเส้นคลายความเจ็บ ก่อนนวดจะถามความสมัครใจว่าจะเลือกแบบไหนเลือกเจ็บหรือไม่เจ็บ เนื่องจากหากตัดสินใจเลือกการนวดแบบใดแล้ว ควรจะทนเจ็บให้ได้ เพื่อให้ได้ผลดีในการรักษา บางคนถึงขนาดเตือนมาว่าอย่าทำได้ไหมเจ็บ ๆ อย่างนั้น หากทำไปถึงเส้นจะต้องเจ็บทั้งนั้นเส้นอยู่ลึกและใกล้กระดูกทำอย่างไรก็ต้อง เจ็บ ช่วยโดยการประคบ ทำให้อาการเจ็บน้อยลง อาการเจ็บจะแสดงออกให้เรารู้ เจ็บเราจะได้ผ่อนได้ จะได้แก้ไขได้ ซึ่งอาการเจ็บจะระบมประมาณ 3วันโดยไม่ต้อไปทานยาอย่างอื่นวันที่ 4จะหายไปเอง หากมีอาการปวดศีรษะต้องดูสาเหตุอาจจะมาจากเส้นจม เส้นติด บางครั้งสะท้อนที่การปวดศีรษะได้
- เหตุที่จับเส้นถึงเจ็บเหมือนเราโดนแผล เส้นพลิกพอเราจับเข้าที่ต้องมีอาการพอเราจับเข้าปกติเราจะรู้สึกว่าเจ็บ แต่เจ็บแล้วหายเพราะเส้นเป็นปกติแล้ว เหมือนเราสะกิดถูกแผลก็จะต้องเจ็บ การเจ็บหากเขาทนได้อาการหายจะเบาเร็วขึ้น เป็นการทดสอบคนไข้ด้วย เวลานวดห้ามเกร็ง หากเกร็งเส้นจะเสียง่าย ต้องดูความรู้สึกของผู้ป่วยด้วย อาจจะใช้น้ำมันช่วย น้ำมันอะไรก็ได้ จะมีประโยชน์ต่อเส้นทั้งนั้น น้ำมันมะพร้าวจะดีต่อเส้นและราคาไม่แพง
- หากนิ้วเจ็บ มีสาเหตุจากกระดูกเริ่มเสื่อมแล้ว ใช้การจับเส้น แล้วประคบ ต้องใช้เวลาหลายเดือน ประมาณ 5 – 6เดือน
- ขั้นตอน คือ ตรวจร่างกายตรวจเส้นผู้ป่วยที่มีปัญหา หลังจากพบปัญหาแล้วจะทำการนวดรักษาอาจจมีวิธีการประคบประกอบด้วยเพื่อคลายเส้น
- หลักพื้นฐาน คือ การนวดให้เส้นนิ่ม กดให้เส้นเริ่มคลาย ทำให้เส้นนิ่มก่อน แล้วจึงงัดเส้น แกะเส้น ต้องมีการนวดแบบผสมผสาน ไม่ใช่ใช้อย่างหนึ่งอย่างใด อาจจะมีการเขย่าเส้นให้เส้นคลาย ควรจะนวดให้หมดเพราะว่าเส้นจะต่อเนื่องกัน
ที่มา กลุ่มงานพัฒนาวิชาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร สถาบันการแพทย์แผนไทย

การนวดรักษาโรคซึ่งมีต้นเหตุมาจากอาการท้องผูก  หรือนวดให้กระเพาะลำไส้แข็งแรง       อาการท้องผูก อุจจาระคั่งค้าง คือรากเหง...
19/11/2015

การนวดรักษาโรคซึ่งมีต้นเหตุมาจากอาการท้องผูก หรือนวดให้กระเพาะลำไส้แข็งแรง
อาการท้องผูก อุจจาระคั่งค้าง คือรากเหง้าของสารพัดโรค
ด้วยเหตุที่อุจจาระคั่งค้างอยู่ในช่องท้อง ในลักษณะของท้องผูก อันเนื่องมาจากกระเพาะลำไส้ไม่แข็งแรง มักจะเป็นสาเหตุให้เจ็บป่วย หรือร่างกายไม่สบาย เพราะเป็นสิ่งพิษอย่างหนึ่ง เช่น อาจเป็นโรคเนื้องอก ปวดไหล่ ปวดประสาท กระเพาะอักเสบ กระเพาะทะลุ กระเพาะหย่อน และโรคอื่น ๆ อีกมาก
การนวดเพื่อให้กระเพาะลำไส้แข็งแรง จึงสามารพกำจัดโรคท้องผูกอุจจาระคั่งค้าง อันเป็นการทำลายโรคอีกหลายอย่าง ไม่ให้เกิดขึ้นในกายทั้งสามารถทำให้ร่างกายของคนที่เลยวัยกลางคนไปแล้ว มีสภาพไม่แก่เฒ่า คือจะยังความเป็นหนุ่มกว่าอายุจริง อย่างน้อยก้อเกือบ 10 ปี
วิธีกดนวด
1. นั่งงอเข่าทั้งสองข้างเล็กน้อย สองมือวางซ้อนกันแนบติดที่หน้าท้องกดนวดทั่วบริเวณท้อง จากซ้ายไปทางขวา ให้ได้ 20-30 ครั้ง หรืออย่างมาก 80 ครั้ง
2. เอาปลายนิ้วของทั้งสองมือวางซ้อนกัน แล้วใชแรงนิ้วกดลงทีท้อง แบบงัดดันขึ้นบน ขณะกดหุบปาก แล้วสูดลมหายใจเข้าให้ยาวในขณะที่ใช้นิ้วกด (หายใจทางจมูก) แล้วใช้ปากหายใจออกขณะคลายมือที่กด
การกดในข้อที่ 2 นี้ ใช้เส้นตรงและเส้นขวาง แบ่งช่วงท้องออกเป็น 3 ส่วน (ดังภาพ)
ใช้นิ้วกดบริเวณจุดที่เส้นตรงและเส้นขวางมาบรรจบกัน โดยเริ่มต้นจากด้านล่างซ้ายแล้วขยับขึ้นมาช่วงกลางและช่วงบนตามลำดับ กดและงัดดันขึ้นบนตามจุดต่าง ๆ จุดละ 3 ครั้ง แล้วจึงเลื่อนไปสู่จุดอื่น ๆ
3. เมื่อกดตามข้อที่ 2 จนครบแล้วก้อให้กดให้ทำการนวดตามข้อที่ 1 อีกครั้ง เป็นการสิ้นสุดการนวด ซึ่งอาจทำได้วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
การนวดกดควรทำก่อนรับประทานอาหาร หรือภายหลังรับประทานอาหารแล้ว 2 ชั่วโมงขึ้นไป
หมายเหตุ ผู้ที่เคยทำการผ่าตัดลำไส้มาก่อนแล้วให้ทำได้เฉพาะข้อที่ 1 เท่านั้น

โรคหมอนรองกระดูกทับเส้น หมอนรองกระดูกมีลักษณะรูปร่างวงกลมแบน มีขอบเป็นพังผืดเหนียว ภายในมีของเหลวคล้ายเจลบรรจุอยู่ หมอนร...
04/11/2015

โรคหมอนรองกระดูกทับเส้น
หมอนรองกระดูกมีลักษณะรูปร่างวงกลมแบน มีขอบเป็นพังผืดเหนียว
ภายในมีของเหลวคล้ายเจลบรรจุอยู่ หมอนรองกระดูกนี้คั่นกลางระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อ ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทก ซึ่งเปรียบได้กับเป็น “โช้คอัพของรถยนต์” ให้กระดูกสันหลังของเรานั่นแหละครับ เมื่อหมอนรองกระดูกเกิดภาวะเสื่อม หรือได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรง ของเหลวในหมอนรองกระดูกจะมีโอกาสทะลักออกมา หรืออาจกดทับเส้นประสาทที่อยู่ข้างเคียง ทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรงได้
สาเหตุของการเกิดโรค
โรคหมอนรองกระดูกนี้ในเพศชายจะพบได้ว่าในช่วงวัย 30 - 50 ปี มักเป็นกลุ่มที่มีโอกาสมากที่สุดที่จะเป็นโรคนี้ และมีสาเหตุมาจาก ดังนี้
1. การยกของที่ไม่ถูกต้อง
2. การบิดหลังที่ผิดท่า หรือผิดจังหวะ
3. การเคลื่อนไหวที่มากเกินไป หรือถูกกระแทกซ้ำๆ
4. การสูบบุหรี่ ซึ่งทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกลดลงจึงทำให้เกิดความเสื่อมได้เร็วขึ้น
อาการของโรค
ผู้ป่วยเกือบทั้งหมดที่มีหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท จะมีอาการปวดหลังช่วงเอว โดยอาการปวดจะเป็นมากในช่วง 2 - 3 วันแรก จากนั้นจะค่อยๆ ทุเลาขึ้น และอาจจะมีอาการปวดชาร้าวลงขาซึ่งมักจะเป็นที่ระดับใต้เข่าแล้วลงไปที่เท้า หรือข้อเท้า มักจะมีอาการอ่อนแรงร่วมด้วย สรุปโดยรวมแล้วอาการที่อาจจะเป็นโรคนี้ คือ
1. อาการปวดหลัง
2. อาการปวดร้าวลงขา
3. อาการชา รู้สึกตื้อๆ โดยเฉพาะที่ขา หรือเท้า
4. อาการอ่อนแรงของขา หรือเท้า
5. กรณีที่รุนแรงอาจไม่สามารถกลั้นปัสสาวะ หรืออุจจาระได้ ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องมาพบแพทย์อย่างเร่งด่วน
หมอนรองกระดูก1
การป้องกัน
การป้องกันโรคหมอนรองกระดูกช่วงเอวมีด้วยกันหลายวิธี ดังนี้
1. การใช้กล้ามเนื้อบริเวณหลังในชีวิตประจำวันอย่างถูกวิธี หลีกเลี่ยงการยกของหนัก ถ้าจะยกของหนักควรใช้แรงจากขาช่วย ไม่ควรก้มหลังแล้วใช้กล้ามเนื้อหลังเป็นหลัก ซึ่งถ้าทำเช่นนี้จะทำให้มีโอกาสเกิดหมอนรองกระดูกปลิ้นได้ และที่สำคัญคือน้ำหนักของที่จะยกจะต้องไม่มากเกินกำลังของร่างกาย
2. หลีกเลี่ยงการนั่ง ยืน เดิน เป็นระยะเวลานานๆ หมั่นเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ ในแต่ละวัน ซึ่งจะ ทำให้หมอนรองกระดูกไม่มีแรงกระแทกซ้ำๆ บริเวณที่เดิม
3. ลดน้ำหนักให้สมดุลกับร่างกาย
4. งดสูบบุหรี่เด็ดขาด
5. ออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อหลัง และหน้าท้อง เพื่อให้กล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลังแข็งแรง และควรจะออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายด้วย
เครดิต โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา
และ หมอหมู Ortho knowledge for all

03/11/2015

วันนี้ วงการหมอนวดไทยฮือฮาเรื่องนวดนาคราชคืนชีพ ซึ่งเป็นวิชานวดโบราณสายราชสำนัก มีท่าฤาษีดัดตน ๘ ท่า ซึ่งเป็นกายบริหารสำหรับผู้ป่วย มาแนะนำ
ข้อมูลจากเอกสารของสถาบันการแพทย์แผนไทย ระบุว่า ท่าฤาษีดัดตนเท่าที่มีการรวบรวมไว้มี ๑๒๗ ท่า สามารถบริหารร่างกายได้ครอบคลุมทุกส่วน และจากศิลาจารึกโบราณมีอยู่ ๘ ท่า “ลับเฉพาะ” ที่ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับการ “แก้ปัญหาทางเพศ” อย่างไรก็ตาม ท่าฤาษีดัดตนในปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันถึงสัมฤทธิผลที่แน่ชัดจากทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ยังเป็นเรื่องที่ต้องมีการศึกษาค้นคว้าและวิจัยกันต่อไป

สำหรับท่าฤาษีดัดตน ๘ ท่าลับเฉพาะประกอบด้วย

ท่าแก้ลมในอก (Chest discomfort)
เป็นท่านั่งคุกเข่าราบทับบนเท้าเหยียดแขนให้มือจับอยู่ที่เข่าทั้งสองข้างยืดดึงเข่าให้เต็มที่พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าแอ่นอก ยืดเอวเต็มที่ แหงนหน้าขึ้น กลั้นลมหายใจชั่วครู่ แล้วคลายกลับสู่ท่าเดิม ท่านี้ในตำราศิลาจารึกบรรยาย

ท่าแก้ลมในลำลึงค์ (Pen*s’s problem)
เป็นท่านั่งขัดสมาธิพนมมือ หายใจเข้าออกช้า ๆ ผ่อนคลายเต็มที่ ทำสมาธิให้สำเร็จโดยลดความกังวลใจ ผ่อนคลายให้เต็มที่ ท่านี้มีการวิเคราะห์ว่าลมในลึงค์อาจหมายถึงอาการปัสสาวะขัด หรืออาการอวัยวะเพศชายทำงานขัดข้อง

ท่าแก้ลมลำลึงค์ และอัณฑะ (Problem of Pen*s’s Sc***um)
เป็นท่านั่งขัดสมาธิ ใช้มือนวดคอแล้วคั้น ขบฟันหรือกัดฟันเกร็ง ทำตาขมึง ท่านี้มีการวิเคราะห์ว่า คงเป็นการกดนิ่งกลั้นลมหายใจ สรรพคุณในศิลาจารึก คือเป็นการกำจัด จัดการกับโรคประจำตัวที่ทำให้ไม่พร้อมในการร่วมเพศ ซึ่งการกดนิ่งเกร็งถ้าจะให้ได้ผลน่าจะมีการแขม่วท้องและขมิบก้นด้วย

ท่าแก้ลมอัณฑพฤกษ์ (Wata in Sc***um)
เป็นท่านั่งแบะขาเท้าชิดกัน มือทั้งสองข้างจับข้อเท้ายกขึ้นพร้อมกับสูดหายใจเข้า จะรู้สึกตึงที่ก้น แล้วคลายพร้อมกับหายใจออก วางเท้ากลับที่เดิม ทำซ้ำ ๒-๓ ครั้ง ท่านี้มีการวิเคราะห์ว่า ทำให้เกิดการเกร็งกล้ามเนื้อท้อง ท้องน้อย สะโพก ต้นขา เข่า และข้อเท้า ส่วนคำว่า “อัณฑพฤกษ์” คงหมายถึงโรคเกี่ยวกับอวัยวะเพศลูกอัณฑะ องคชาต อาการปัสสาวะขัด
จุดสำคัญน่าจะอยู่ที่การเกร็งหน้าท้อง ท้องน้อย ขมิบก้น บริเวณรูปัสสาวะ-อุจจาระ หรือการเกร็ง การยกขยับบริเวณกระดูกเชิงกราน ท้องน้อย อาจมีผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตบริเวณอุ้งเชิงกรานดีขึ้น และอาจมีผลต่อกระเพาะปัสสาวะ ทางเดินปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก และอวัยวะเพศ

ท่าแก้ลมอัณฑพฤกษ์ (Wata in Sc***um)
เป็นท่าที่มีสรรพคุณเหมือนท่าที่ ๔ โดยเป็นท่านั่งแบะขาเท้าชิดกัน มือข้างหนึ่งกดที่โคนคาง เอี้ยวหน้าไป งอศอกของแขนอีกข้างให้อยู่ระดับเอว โดยให้แขนอยู่ใต้ศอกขวาของอีกข้างหนึ่ง หายใจเข้าพร้อมกับดันคางขึ้น กดไหล่อีกข้างลง เกร็งลมเบ่งลงมาที่ท้องน้อย หายใจออกแล้วคลาย
ท่านี้มีการวิเคราะห์ว่า ไม่น่าจะมีผลต่อบริเวณอุ้งเชิงกราน และอวัยวะเพศน่าจะเป็นท่าที่มีผลต่อไหล่ และแขนมากกว่าเพราะการเอาเขนหนึ่งงอศอกกดไหล่เข้ามาเป็นการทำให้กล้ามเนื้อคอยืด กล้ามเนื้อไหล่ ต้นแขนและแขน มีการหดยืดตามจังหวะ อย่างไรก็ตาม หากเกร็งหน้าท้องพร้อมขมิบก้นด้วย ก็อาจจะมีผลสอดคล้องตามสรรพคุณในศิลาจารึก

ท่าแก้ลมอัณฑวาด (Problem of Sc***um)
เป็นท่านั่งคู้เข่าแบะขาเล็กน้อย เท้าไขว้กัน แขนทั้งสองข้างงอศอก ใช้มือนวดคอ ท่านี้มีการวิเคราะห์ว่า คำว่า อัณฑวาด หรือ อัณฑวาต น่าจะเป็นโรคเกี่ยวกับอวัยวะเพศชาย คืออัณฑะ และองคชาต ซึ่งตามโคลงบรรยายท่าดั้งเดิมตอนหนึ่งระบุไว้ว่า ลำแล่นเสียวนา แสดงว่าจะเกิดอาการเมื่อปัสสาวะ รู้สึกเสียวบริเวณทางเดินปัสสาวะ ทั้งนี้ ท่านี้มีการตั้งข้อสังเกตว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับอวัยวะเพศเช่นกัน เว้นแต่จะมีการเกร็งหน้าท้องและขมิบก้นด้วย

ท่าแก้อัณฑพฤฒิ (Problem of Sc***um)
เป็นท่านั่งคู้เข่าตั้งขึ้น แบะขาออกเล็กน้อย เท้าห่างกัน มือทั้งสองข้างสอดที่ด้านในของขา ให้ข้อศอกอยู่บริเวณแข้ง ใช้ข้อพับศอกยกขาทั้งสองข้างขึ้นจนเท้าลอยขึ้น ขณะเดียวกันพยายามพับขาเข้ามาโดยไม่ให้ล้มหงายไปข้างหลังขณะดึงขาขึ้น สูดหายใจเข้าเต็มที่แล้วคลาย ทำซ้ำ ๒-๓ ครั้ง
ท่านี้มีการวิเคราะห์ว่า คำว่า อัณฑพฤฒิ เป็นชื่อโรคทางแพทย์แผนโบราณเกี่ยวกับการที่อวัยวะเพศขายมีความผิดปกติ เช่น บวม เจ็บ เสียว ชา การดัดตนท่านี้น่าจะมีผลต่อสะโพก ต้นขา และหากมีการขมิบก้น แขม่วท้อง ก็อาจจะมีผลต่อบริเวณฝีเย็บหรือบริเวณอวัยวะเพศบ้าง

ท่าแก้เส้นมหาสนุกระงับ (ระงับอารมณ์ทางเพศ)
เป็นท่านั่งพับขาข้างหนึ่งเข้ามาคล้ายนั่งขัดสมาธิข้างเดียว ขาอีกข้างหนึ่งเหยียดออกไป วางมือข้างเดียวกับขาที่พับไว้ที่เข่าและเท้าแขนโดยหันปลายมือเข้าตัว แขนอีกข้างหนึ่งเอื้อมไปจับปลายเท้าที่เหยียดแล้วเหยียดเข่าเต็มที่ กดเข่าอีกข้าง แอ่นอกหายใจเข้าแล้วคลายพร้อมหายใจออก
ท่านี้มีการวิเคราะห์ไว้ว่า คำว่า เส้นมหาสนุก คือเส้นที่มาที่อวัยวะเพศทั้งชายและหญิงในเพศชายเรียกว่า เส้นคิชชะ เพศหญิงเรียกว่า เส้นสิกขิณี ตำแหน่งของเส้นทั้งชายและหญิงจะอยู่ตรงลงมาจากสะดือ โดยขยับออกจากเส้นกลางท้องไปทางขวาเล็กน้อย ลงมาที่อวัยวะเพศ อ้อมไปทางหลัง แนบก้นกบไปที่เอว จุดมหาสนุก ในเส้นสิบจะอยู่บริเวณกระเบนเหน็บว่ากันว่าจุดนี้ถ้ากระตุ้นถูกวิธีจะ กระตุ้นความใคร่ได้ ซึ่งมีอยู่ในตำรานวดแผนไทย แต่จากท่าฤาษีดัดตน ท่านี้เป็นท่ามหาสนุกระงับ คือหยุด หรือ ระงับความใคร่.

ที่มา Educando el Tacto
02/11/2015

ที่มา Educando el Tacto

10/03/2015

ข้อควรระวังและข้อห้ามในการนวดพร้อมหลักการสำคัญในการนวด (ตามที่ท่านผู้เป็นครูทางการนวดบันทึกไว้)

ข้อควรระวังและข้อห้ามต่อไปนี้มีความสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้รับการนวดเป็นอย่างมาก ควรตระหนักถึงและปฏิบัตตามทุกครั้งเมื่อทำการนวด

๑. ก่อนลงมือนวดจะต้องสอบถามผู้รับการนวดเสมอว่ามีอาการไม่สบายอย่างไร มีโรคประจำตัวอะไรหรือไม่ เพราะอาการหลายอย่างไม่เหมาะสมที่จะรับการนวดและเมื่อนวดแล้วจะเกิดอันตรายหรือทำให้โรคกำเริบได้

๒.ผู้นวดไม่ควรตั้งตนเป็นหมอและทำการวินิจฉัยโรคต่าง ๆหรือให้คำแนะนำบอกให้กินยาต่าง ๆ โดยไม่รู้จริง เมื่อเห็นว่าผู้รับมีโรคหรือมีอาการเจ็บป่วยควรแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อน การศึกษาวิชานวดเป็นเพียงความรู้เบื้องต้นสำหรับคนทั่วไปเท่านั้น การศึกษาเพื่อจะเป็นแพทย์ไม่ว่าแพทย์แผนโบราณหรือแผนปัจจุบันต้องใช่เวลาศึกษาอย่างจริงจังเป็นเวลาหลายปีจึงจะเกิดความรู้ความชำนาญมากพอ การตั้งตนเป็น "หมอเถื่อน" จึงผิดทั้งกฏหมายและศีลธรรม ผู้สใจวิชานวดพึงระมัดระวังในข้อนี้ให้มากที่สุด

๓.การนวดโดยทั่วไปนั้นมุ่งที่จะส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคหรือลดความตึงเครียดเมื่อยล้าของร่างกายมากกว่าที่จะเป็นการรักษาโรค ผู้ให้จึงต้องรักษาสุขภาพของตนเองก่อน ต้องมีสุขภาพดีก่อนแล้วจึงจะช่วยเอื้ออำนวยให้ผู้รับมีสุขภาพดีขึ้นด้วยได้
โดย พฤฒาจารย์วิพุธโยคะ รัตนรังษี

ข้อควรระวังและข้อห้ามในการนวดพร้อมหลักการสำคัญในการนวด (ตามที่ท่านผู้เป็นครูทางการนวดบันทึกไว้) ข้อควรระวังและข้อห้ามต่อ...
10/03/2015

ข้อควรระวังและข้อห้ามในการนวดพร้อมหลักการสำคัญในการนวด (ตามที่ท่านผู้เป็นครูทางการนวดบันทึกไว้)

ข้อควรระวังและข้อห้ามต่อไปนี้มีความสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้รับการนวดเป็นอย่างมาก ควรตระหนักถึงและปฏิบัตตามทุกครั้งเมื่อทำการนวด

๑. ก่อนลงมือนวดจะต้องสอบถามผู้รับการนวดเสมอว่ามีอาการไม่สบายอย่างไร มีโรคประจำตัวอะไรหรือไม่ เพราะอาการหลายอย่างไม่เหมาะสมที่จะรับการนวดและเมื่อนวดแล้วจะเกิดอันตรายหรือทำให้โรคกำเริบได้

๒.ผู้นวดไม่ควรตั้งตนเป็นหมอและทำการวินิจฉัยโรคต่าง ๆหรือให้คำแนะนำบอกให้กินยาต่าง ๆ โดยไม่รู้จริง เมื่อเห็นว่าผู้รับมีโรคหรือมีอาการเจ็บป่วยควรแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อน การศึกษาวิชานวดเป็นเพียงความรู้เบื้องต้นสำหรับคนทั่วไปเท่านั้น การศึกษาเพื่อจะเป็นแพทย์ไม่ว่าแพทย์แผนโบราณหรือแผนปัจจุบันต้องใช่เวลาศึกษาอย่างจริงจังเป็นเวลาหลายปีจึงจะเกิดความรู้ความชำนาญมากพอ การตั้งตนเป็น "หมอเถื่อน" จึงผิดทั้งกฏหมายและศีลธรรม ผู้สใจวิชานวดพึงระมัดระวังในข้อนี้ให้มากที่สุด

๓.การนวดโดยทั่วไปนั้นมุ่งที่จะส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคหรือลดความตึงเครียดเมื่อยล้าของร่างกายมากกว่าที่จะเป็นการรักษาโรค ผู้ให้จึงต้องรักษาสุขภาพของตนเองก่อน ต้องมีสุขภาพดีก่อนแล้วจึงจะช่วยเอื้ออำนวยให้ผู้รับมีสุขภาพดีขึ้นด้วยได้
โดย พฤฒาจารย์วิพุธโยคะ รัตนรังษี

Adresse

Dammstr . 6
Gernsheim
64579

Öffnungszeiten

Montag 09:00 - 19:00
Dienstag 09:00 - 19:00
Mittwoch 09:00 - 19:00
Donnerstag 09:00 - 19:00
Freitag 09:00 - 19:00
Samstag 09:00 - 16:00

Telefon

062585593938

Benachrichtigungen

Lassen Sie sich von uns eine E-Mail senden und seien Sie der erste der Neuigkeiten und Aktionen von Thai Massage erfährt. Ihre E-Mail-Adresse wird nicht für andere Zwecke verwendet und Sie können sich jederzeit abmelden.

Teilen

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram

Kategorie