โรคร้ายห่างไกลถามไถ่ เอก KO

โรคร้ายห่างไกลถามไถ่ เอก KO ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก โรคร้ายห่างไกลถามไถ่ เอก KO, วิตามิน/อาหารเสริม, จ. สมุทรปราการ.

09/06/2019
📌 โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดจะเกิดขึ้น จากการสะสมของไขมันหรือเส้นใยสะสม และค่อยๆก่อตัวเป็นแผ่นไขมันที่ผนังหลอดเลือดแดงใหญ...
09/06/2019

📌 โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดจะเกิดขึ้น จากการสะสมของไขมันหรือเส้นใยสะสม และค่อยๆก่อตัวเป็นแผ่นไขมันที่ผนังหลอดเลือดแดงใหญ่

ซึ่งแผ่นไขมันที่ก่อตัวขึ้นนี้จะทำให้หลอดเลือดแดงแคบลงและอาจไปลดเลือดที่จะไปเลี้ยงอวัยวะที่สำคัญ เช่น หัวใจและสมองจึงทำให้มีอาการ เช่น คออักเสบ หรือภาวะขาดเลือดได้เนื่องจากการอุดตันของทางเดินเลือดฉับพลัน

นอกจากนี้แผ่นไขมันยังจะสามารถแตกได้ทำให้ไปปิดกั้นกระแสเลือดทั้งหมดแบบฉับพลัน หากเกิดที่หัวใจจะทำให้เป็นโรคหัวใจวาย และหากเกิดในสมองจะทำให้เป็นโรคเส้นเลือดในสมองอุดตัน

ซึ่งสาเหตุของโรคนี้อาจจะมาจาก👍🏻
1. กรรมพันธุ์
2. รับประทานอาหารพวกแป้งมากเกินไป
3. อ้วน หรือมีน้ำหนักเกิน
4. ไม่ออกกำลังกาย
5. เพศ/อายุ
6. การดื่มสุรามาก
7. เครียด
8. กินยาบางชนิด เช่น ยาฮอร์โมน Steroid
9. โรคบางอย่างที่มักจะเป็นร่วมกับภาวะไขมันสูงได้แก่ โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต และต่อมธัยรอยด์ ทำงานน้อย

ยินดีให้คำปรึกษา/สั่งซื้อ
โทร. 061 812 2200_พี่เอก

💢การป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง  หลอดเลือดสมองตีบ แตก หรืออุดตันควรดูแลเรื่องเหล่านี้ คือ💢ควบคุมระดับคอเลสเตอรอล ควรตรวจวัดร...
09/06/2019

💢การป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดสมองตีบ แตก หรืออุดตัน
ควรดูแลเรื่องเหล่านี้ คือ

💢ควบคุมระดับคอเลสเตอรอล ควรตรวจวัดระดับไขมันในเลือดอย่างน้อยทุก 6-12 เดือน หากเป็นผู้ที่มีความเสี่ยง หรือมีภาวะคอเลสเตอรอลสูงอยู่แล้ว ควรไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อติดตามอาการ

💢ควบคุมระดับความดันโลหิต การตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอจะช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตอันเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง

💢ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หากแพทย์สงสัยว่าผู้ป่วยมีอาการของโรคเบาหวาน แพทย์จะตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด ถ้าผลออกมาแล้วพบว่าเป็นโรคเบาหวาน ผู้ป่วยจำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และการใช้ชีวิต

💢รักษาโรคหัวใจอย่างต่อเนื่อง หากผู้ป่วยมีอาการของโรคหัวใจอยู่ก่อนแล้ว ควรเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานยา และการผ่าตัด เพราะการรักษาที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองได้

ไขมันอุดตันในเส้นเลือด อันตรายถึงชีวิตโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด เป็นแล้วมีความเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะคนอ...
09/06/2019

ไขมันอุดตันในเส้นเลือด อันตรายถึงชีวิต
โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด เป็นแล้วมีความเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะคนอ้วนจะเสี่ยงสูง แต่ก็ใช่ว่าคนที่ไม่อ้วนจะไม่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ ดังนั้นการรู้จักและรู้ถึงสัญญาณของโรคมีโอกาสแก้ไขได้ทันท่วงที รวมถึงลดความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากโรคนี้ได้
สัญญาณอันตรายของโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด
🔺 เกิดอาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นการเดินขึ้นบันได เดินขึ้นเนิน หรือแค่ออกกำลังกายเบาๆ ก็เหนื่อย
🔺 มีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด คล้ายๆจะเป็นลม
🔺 ปวดศีรษะมาก เมื่อตอนลุกขึ้นจากที่นอน หรือว่าลุกนั่งเร็วๆ
🔺 ใจสั่น ใจเต้นเร็ว และปลายมือปลายเท้าเย็น
🔺 แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก เหมือนกับมีอะไรมากดทับ ซึ่งลักษณะอาการโดยทั่วไปจะคล้ายๆ กับอาการของโรคหัวใจ ที่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจตีบ เพราะจะมีเลือดไหลเวียนในหัวใจไม่เพียงพอ เลือดจึงไม่สามารถที่จะสูบฉีดไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้ จึงทำให้มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายนั่นเอง
สาเหตุการเกิดไขมัน
เกิดจากการสะสมของไขมันหรือเส้นใยสะสม และค่อยๆ ก่อตัวเป็นแผ่นไขมันที่ผนังหลอดเลือดแดงใหญ่ ซึ่งแผ่นไขมันที่ก่อตัวขึ้นนี้จะทำให้หลอดเลือดแดงแคบลงและอาจไปลดเลือดที่จะไปเลี้ยงอวัยวะที่สำคัญ เช่น หัวใจและสมองจึงทำให้มีอาการ เช่น คออักเสบ หรือภาวะขาดเลือดได้เนื่องจากการอุดตันของทางเดินเลือดฉับพลัน นอกจากนี้แผ่นไขมันยังจะสามารถแตกได้ทำให้ไปปิดกั้นกระแสเลือดทั้งหมดแบบฉับพลัน หากเกิดที่หัวใจจะทำให้เป็นโรคหัวใจวาย และหากเกิดในสมองจะทำให้เป็นโรคเส้นเลือดในสมองอุดตัน ซึ่งสาเหตุของโรคนี้อาจจะมาจาก
🔸 ภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกิน
🔸 ขาดการออกกำลังกายสม่ำเสมอ
🔸 การดื่มสุราหรือสูบบุหรี่เป็นประจำ
🔸 รับประทานอาหารที่มีไขมันโคเลสเตอรอลสูง หรือรับประทานอาหารมากเกินความจำเป็นของร่างกาย
🔸 โรคหรือการใช้ยาบางชนิด เช่น โรคไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติ โรคเบาหวาน โรคไต ยาขับปัสสาวะ ยาสเตียรอยด์ ยาคุมกำเนิด เป็นต้น
🔸 พันธุกรรม
♒ โดยในร่างกายเราจะมีไขมันในเลือดที่สำคัญอยู่ 2 ชนิดคือ

1. ไตรกลีเซอร์ไรด์ ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองจาก น้ำตาล แป้ง แอลกอฮอล์ และส่วนหนึ่งได้รับจากอาหารที่รับประทานมาก สามารถทำให้หลอดเลือดอุดตันได้

2. โคเลสเตอรอล ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองและส่วนหนึ่งได้รับจากอาหาร แหล่งโคเลสเตอรอลในอาหารพบมากใน ไข่แดง ปลาหมึก หอยนางรม เครื่องในสัตว์ นม เนย แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

2.1 โคเลสเตอรอลชนิดร้าย (แอล ดี แอลโคเลสเตอรอล / LDL) หากมีระดับสูงเกินไปจะไปสะสมที่เยื่อบุด้านในของหลอดเลือดแดง ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็ง ตีบ หรืออุดตัน

2.2 โคเลสเตอรอลชนิดดี (เอช ดี แอลโคเลสรอล / HDL) เป็นชนิดที่มีประโยชน์ ทำหน้าที่นำโคเลสเตอรอลที่เหลือไปทำลายที่ตับ ป้องกันการเกิดภาวะเลือดแดงแข็ง
มาถึงตอนสำคัญค่ะ ‼ เราจะหลีกเลี่ยงการเป็นโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้โดยการเลือกทานอาหารค่ะ

❌ เลี่ยงรับประทานไขมันสัตว์ เช่น มันหมู หมูสามชั้น สันคอหมู ขาหมูติดมัน หนังเป็ดพะโล้ ก้นไก่ ก้นเป็ด มันไก่ หากจะรับประทานไก่ ให้เลือกส่วนอก และควรลอกหนังออก ใช้เนื้อสัตว์มีไขมันอิ่มตัวให้น้อย คือ ปลา และไก่ไม่ติดหนัง (เลือกทานไก่บริเวณอก)

❌ เลี่ยงรับประทานไขมันจากน้ำมะพร้าวแก่ เช่น กะทิข้น ควรงดแกงเผ็ดใส่กะทิ แกงเขียวหวาน แกงคั่ว แกงกะหรี่ ฯลฯ ข้าวซอยใส่กะทิ ก๋วยเตี๋ยวแกง (แขก) ฯลฯ ควรใช้กะทิเทียม (ทำจากน้ำมันรำข้าว) หรือนมพร่องมันเนย หรือนมขาดมันเนยแทน

❌ กะทิ สำหรับขนมใส่กะทิ (จากมะพร้าว) เช่น กล้วยบวชชี ขนมปลากริมไข่เต่า บัวลอย แกงบวดต่างๆ สาคูเปียก เต้าส่วน สามารถใช้กะทิเทียมหรือกะทิธัญพืชหรือนมพร่องมันเนยแทนได้เช่นเดียวกัน

❌ เลี่ยงอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง เช่น ไข่ปลา ไข่แดง ตับ ไต มันสมอง ปลาหมึก หอยนางรม จำกัดไข่แดงไม่เกิน 3-4 ฟองต่อสัปดาห์ ส่วนไข่ขาวรับประทานได้ทุกวัน สำหรับเครื่องในสัตว์ไม่ควรรับประทานบ่อย จำกัดครั้งละ 2-3 ชิ้น

❌ เลี่ยงการใช้น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม และไขมันจากสัตว์ เช่น มันไก่ มันหมูมาหลอมเป็นน้ำมันเพื่อปรุงอาหาร ควรใช้น้ำมันรำข้าวเป็นหลักในการผัดและทอดอาหาร โดยไม่ใช้ไฟแรงเกินไป และใช้น้ำมันพืชอื่นๆบ้าง

❌ เลี่ยงแหล่งไขมันทรานส์ ซึ่งพบมากในเนยเทียม เนยขาว ครีมเทียม หรืออาหารที่ใช้ไขมันดังกล่าว เช่น เค้ก คุกกี้ ขนมพัฟและพาย มันฝรั่งทอด (French fried) น้ำมันทอดซ้ำ

❌ ลดอาหารที่เติมน้ำตาล ทั้งขณะปรุงประกอบอาหาร หรือเติมขณะกินอาหาร ขนมหวานจัด เครื่องดื่มหรือผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำตาลสูง

❌ เลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มชูกำลังและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะมีผลทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง

✔ เลือกรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูง ได้แก่ ผัก ผลไม้ ข้าวกล้อง ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีหรือขัดสีน้อย

✔ เลือกรับประทานอาหารที่ไม่ใช้น้ำมัน เช่น ยำต่างๆ แกงเลียง แกงส้ม แกงเหลือง แกงป่า แกงจืด ต้มยำ ปลานึ่งกับผัก ปลาย่าง มะเขือเผา(ไม่ไหม้) อาหารที่ผัดใส่น้ำมันน้อย อาหารทอดที่ไม่อมน้ำมัน

✔ เลือกรับประทานถั่วเปลือกแข็ง ถั่วเหลือง และปลาทู ปลาโอ ปลาทูน่า ปลาซาบะ ไขมันใต้ผิวหนัง ปลาทะเลดังกล่าวมีกรดไขมันชนิดโอเมก้า 3 อยู่มาก ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้ดี อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง

✔ เลือกรับประทานนมชนิดไขมันต่ำ (นมพร่องมันเนย) แทนนมสดปกติ
มาดูแลสุขภาพด้วยการกินกันนะครับ

09/06/2019

6 วิธีดูแลสมองก่อนจะความจำเสื่อม

หากใครยังคิดว่า โรคอัลไซเมอร์ หรืออาการสมองเสื่อมยังเป็นอาการเจ็บป่วยที่ไกลตัวอยู่ละก็ อาจจะต้องคิดเสียใหม่ เพราะกระทรวงสาธารณสุขเผยถึงจำนวนผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ในประเทศไทยปี 2558 ว่ามีจำนวนมากถึง 600,000 ราย และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นถึง1,117,000 คนในปี 2573 ซึ่งหากมองในภาพรวมของทั้งโลกนั้น ในปัจจุบันมีการคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์มีมากกว่า 50 ล้านราย และในทุก ๆ 68 วินาที จะมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 1 ราย

จากเทคโนโลยีในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์พบว่าโรคอัลไซเมอร์เกิดได้จากปัจจัยหลายอย่างรวมกัน ทั้งจากพันธุกรรม จากความผิดปกติทางชีววิทยาในสมอง ที่ส่งผลให้การทำงานของโครงสร้างเครือข่ายเซลล์ประสาทที่ติดต่อระหว่างกันไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติอีกต่อไป ผู้ป่วยจะเกิดความบกพร่องทางสมองในส่วนของสติปัญญา เช่น ความคิด ความจำ และการตัดสินใจ ในขณะที่สมองส่วนที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวยังใช้การได้ดี โดยความเสี่ยงจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ทันทีที่อายุเข้าสู่วัย 65 ปีเป็นต้นไป

อาการของอัลไซเมอร์อาจเริ่มจากการสูญเสียความทรงจำระยะสั้น จนไม่สามารถจำอะไรใหม่ ๆ ได้ นานวันเข้าอาจจำเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้ไปด้วย หรือแม้แต่จำไม่ได้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคืออะไร เหมือนอย่างที่เราได้ยินข่าวอยู่บ่อย ๆ ว่า ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ออกจากบ้านแล้วหายตัวไปเพราะหาทางกลับบ้านไม่ถูก ความน่ากลัวของอัลไซเมอร์อาจเพิ่มทวีคูณไปกระทั่งเห็นภาพหลอน หูแว่ว ก้าวร้าว ในท้ายที่สุดสมองจะถูกทำลายจนไม่สามารถควบคุมการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายให้ดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติและเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งทั้งหมดนั้นอาจกินเวลา 3 – 20 ปี โดยมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 8 ปีนับตั้งแต่เริ่มมีอาการ

สำหรับใครที่ไม่อยากข้องเกี่ยวโรคอัลไซเมอร์ในตอนแก่ละก็ แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีการรักษาโรคอัลไซเมอร์ให้หายขาดได้ก็ตาม แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะคุณเองสามารถชะลอความเสื่อมของสมองได้ตั้งแต่วันนี้ด้วยวิธีการง่าย ๆ เพียง 6 วิธี

หมั่นเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ ควบคู่ไปกับการออกกำลังสมอง เช่น เล่นเกมลับสมองฝึกความจำ ฝึกคำนวณตัวเลข รวมถึงการเล่นดนตรีประเภทต่าง ๆ ก็ช่วยได้
ออกกำลังกาย มีประโยชน์เรื่องการคลายเครียดและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือด โดยการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอหรือการบำรุงหัวใจ เพียงวันละ 20 – 30 นาที อย่างน้อย 4 วันต่อสัปดาห์
รับประทานอาหารบำรุงสมอง โดยเฉพาะอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 เอ ซี อี และซีลีเนียม รวมถึงผลิตภัณฑ์จากใบแปะก๊วย
การเข้าสังคม เราไม่ได้พูดถึงงานสังคมหรูหราฟุ่มเฟือยใด ๆ แต่สิ่งที่กำลังกล่าวถึงคือ การพบปะผู้คน พูดคุย โต้ตอบบทสนทนาอย่างสม่ำเสมอ ไม่เก็บตัวเงียบอยู่คนเดียว สามารถช่วยยืดอายุสมองได้
หมั่นตรวจสอบความดันโลหิตอยู่เสมอ เพราะส่งผลกระทบถึงสมองโดยตรง และให้ลด ละ เลิกกิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อความดันโลหิตได้ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และการใช้สารเสพติด
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรเข้านอนเกินสี่ทุ่มถึงห้าทุ่ม และควรนอนให้ได้อย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อวันในสถานที่เงียบสงบ เพื่อให้การนอนมีคุณภาพมากที่สุด
ข้อมูลจาก

กระทรวงสาธารณสุข
เว็บไซต์ สำนักงานกองทุนสนับสุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) www.thaihealth.or.th

Stroke โรคหลอดเลือดสมองปัจจุบัน ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปีมีจำนวนเพิ่มขึ้น ดังนั้น อายุอาจไม่ได้เป็นต...
09/06/2019

Stroke โรคหลอดเลือดสมอง

ปัจจุบัน ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปีมีจำนวนเพิ่มขึ้น ดังนั้น อายุอาจไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้อีกต่อไป จากนี้โรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่คนทุกวัยควรระวัง เพราะแม้แต่ ผู้สูงอายุ คนวัยทำงาน หรือวัยรุ่นก็อาจมีความเสี่ยงเกิดโรคนี้ด้วยสาเหตุที่ต่างกัน 80% เกิดจาก

หลอดเลือดในสมองตีบ (Atherosclerosis) เกิดจากลิ่มเลือดก่อตัวขึ้นจากผนังหลอดเลือดสมองที่มีคราบไขมันเกาะจนแข็ง ทำให้หลอดเลือดสมองตีบแคบลงจนอุดตัน

หลอดเลือดในสมองอุดตัน (Embolic) เกิดจากลิ่มเลือดที่ก่อตัวในเส้นเลือดนอกสมอง เช่น ที่หัวใจ ลอยตามกระแสเลือดไปอุดตันที่หลอดเลือดเล็กๆ ในสมอง20% เกิดจากเลือดออกในสมอง (Hemorrhagic) เกิดจากเลือดออกภายในสมอง ซึ่งเลือดที่ไหลออกมาทำให้เกิดแรงกดเบียดต่อเนื้อสมอง และทำลายเนื้อเยื่อสมอง

กำลังใจมีให้กันเสมอ
09/06/2019

กำลังใจมีให้กันเสมอ

โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือดในสมอง ทำให้เซลล์ประสาทสมองเกิดความผิดปกติอาการมักเ...
09/06/2019

โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือดในสมอง ทำให้เซลล์ประสาทสมองเกิดความผิดปกติอาการมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โรคหลอดเลือดสมอง เป็นสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับ 3 รองจากโรคมะเร็ง และโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง แบ่งออกเป็น 2 ชนิด
โรคหลอดเลือดสมองขาดเลือด เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ สาเหตุจากไขมันที่เกาะตามผนังหลอดเลือด ทำให้เส้นเลือดตีบแข็ง และภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำให้เกิดลิ่มเลือด อุดตันหลอดเลือด
โรคหลอดเลือดสมอง ชนิดเส้นเลือดในสมองแตก สาเหตุจากเส้นเลือดสมองแตกหรือฉีกขาด ทำให้เกิดเลือดรั่วเข้าไปในเนื้อเยื่อสมอง

ติดต่อสอบถามและให้คำแนะนำครับ.0618122200 เอก.
19/05/2019

ติดต่อสอบถามและให้คำแนะนำครับ.0618122200 เอก.

ที่อยู่

จ. สมุทรปราการ

เบอร์โทรศัพท์

+66618122200

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โรคร้ายห่างไกลถามไถ่ เอก KOผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์