สโมสรยา Medicine Club สาระดีเพื่อสุขภาพ

สโมสรยา Medicine Club สาระดีเพื่อสุขภาพ เภสัชกรห่วงใย ใส่ใจสุขภาพ

จริงหรือ?? ที่ว่า เป็นเบาหวาน  ความดันสูง แล้วต้องกินยาตลอดชีวิต??.........................................................
22/09/2018

จริงหรือ?? ที่ว่า เป็นเบาหวาน ความดันสูง แล้วต้องกินยาตลอดชีวิต??..........................................................

โรคเบาหวานก็ดี โรคความดันก็ดี มันหายได้นะ หากเรานิยามการหายว่าไม่ต้องกินยาอีกต่อไปแล้ว โดยที่ตัวชี้วัดทุกอย่างปกติอยู่ได้

ทุกวันนี้เราใช้ยากันมากเกินไป การที่วงการแพทย์วัดความสำเร็จของการใช้ยาโดยใช้ตัวชี้วัดเฉพาะโรคใดโรคหนึ่ง ทำให้เราเผลอใช้ยามากโดยลืมคิดไปว่ายาทำให้เราเสียชีวิตหรือคุณภาพชีวิตเสียไปด้วยโรคอื่นมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น

1. การใช้ยาลดไขมันทำให้อุบ้ติการณ์ของการเป็นเบาหวานมากขึ้น (28% หากถือตามงานวิจัยที่ทำที่แคนาดาอย่างเป็นอิสระต่อบริษัทยา) มีอาการปวดเมื่อยอ่อนเพลียมากขึ้น

2. การใช้ยาลดความดันทำให้การลื่นตกหกล้มในผู้สูงอายุจนต้องเข้าโรงพยาบาลมากขึ้น (50% หากความดันตัวบนลงต่ำกว่า 110 มม.ในผู้มีอายุเกิน 60 ปี) เป็นต้น

ยิ่งไปกว่านั้นเรากำลังพากันเดินไปผิดทาง เมื่อป่วยเป็นโรคเรื้อรัง เรามุ่งหน้าไปใช้ยา ใช้การผ่าตัด ทำบอลลูนทำบายพาส ทั้งๆวิธีเหล่านั้นไม่ได้ทำให้โรคหาย เพราะโรคเกิดจากการกินอาหารที่ทำให้เกิดสิ่งไม่ดีสะสมในร่างกายเกินขนาด และเกิดจากวิธีใช้ชีวิตที่นิ่งอยู่กับที่ไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ เราต้องไปมุ่งแก้ที่สาเหตุ คืออาหารและการใช้ชีวิต ไม่ใช่ไปมุ่งที่การใช้ยาหรือการทำบอลลูนทำบายพาส

เนื่องจากคุณเป็นเบาหวาน ดังนั้นวันนี้เราคุยกันแต่เรื่องเบาหวานก่อนก็แล้วกัน และเนื่องจากประเด็นมันแยะ วันนี้เราคุยกันสักสองประเด็นก็พอนะ

ประเด็นแรก คือยาเบาหวานที่เราคิดว่าดีนั้น เราตัดสินใจว่าดีจากตัวชี้วัดโรคเบาหวาน แต่ถ้าเราไปมองตัวชี้วัดอื่นๆที่กว้างออกไปเช่นอัตราตายรวม บางครั้งยาที่เราคิดว่าดีนั้นกลับไม่ดี ยกตัวอย่างเช่นยาเบาหวานตัวหนึ่งชื่อ rosiglitazone (Avandia) ข้อมูลวิจัยของยาตัวนี้มีว่าหากกินยาครั้งละ 4 มก.วันละสองเวลา จะทำให้น้ำตาลสะสมในเม็ดเลือดลดลง 1.5% ทำให้น้ำตาลหลังอดอาหารลดลง 76 mg/dl ทำให้การดื้อต่ออินสุลินลดลง 25% เรียกว่าเป็นยาที่ดีมากหากมองจากตัวชี้วัดเฉพาะโรค

แต่ถ้าเราขยายดูตัวชี้วัดที่ครอบคลุมหลายๆโรคมันจะเป็นอีกแบบ ยกตัวอย่างเช่นการวิจัยแบบเมตาอานาไลซีสที่รวมงานวิจัยเกี่ยวกับยา rosiglitazone รวม 40 งานวิจัย ครอบคลุมผู้ป่วยกว่า 28,000 คน พบว่ายานี้ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (heart attack) เพิ่มขึ้น 66% ทำให้เป็นอัมพาตเฉียบพลัน (stroke) เพิ่มขึ้น 39% และทำให้ตายจากโรคหัวใจขาดเลือดเพิ่มขึ้น 20% ถ้าคุณรู้อย่างนี้แล้วคุณยังจะกินยาตัวนี้อยู่อีกไหมละครับ ดังนั้นในประเด็นนี้สรุปว่ายาที่เราใช้ เราว่าดีเพราะดูตัวชี้วัดเฉพาะโรคนั้น แต่เอาเข้าจริงๆแล้วเรื่องไม่ดีของยานั้นมีอีกมากซึ่งเราไม่รู้

ประเด็นที่สอง ทางเลือกอื่นที่ไม่ใช้ยา ซึ่งผมเน้นอาหาร ผมจะยกตัวอย่างงานวิจัยระดับสูงที่มีการสุ่มตัวอย่างแบ่งกลุ่มเปรียบเทียบให้ดูสักสามงานนะ ว่าคนเป็นเบาหวานต้องกินอาหารอย่างไรจึงจะเลิกยาได้

งานวิจัยที่ 1. ทำโดยหมอเบาหวานชาวอเมริกันคนหนึ่งชื่อนีล บาร์นาร์ด งานวิจัยนี้ทำที่อเมริกาและตีพิมพ์ในวารสาร Diabetic Care วิธีทำคือเขาเอาคนเป็นเบาหวานที่ใช้ยาอยู่ทั้งยากินยาฉีดมา 99 คน เอามาจับฉลากแบ่งเป็นสองกลุ่ม ให้กินอาหารคนละชนิดกัน กลุ่มหนึ่งกินอาหารเบาหวานที่แนะนำโดยสมาคมเบาหวานอเมริกัน (ADA) ซึ่งมีทั้งเนื้อนมไข่ปลาตามสูตร อีกกลุ่มหนึ่งกินอาหารพืชเป็นหลักแบบไขมันต่ำ (low fat plant based diet) ไม่ให้กินเนื้อสัตว์เลย นม ไข่ ปลา ก็ไม่ให้กิน พบว่ากลุ่มที่กินอาหารแบบพืชเป็นหลักเลิกยาเบาหวานได้มากกว่ากลุ่มกินอาหารปกติสองเท่าตัว คือเลิกได้เกือบครึ่งหนึ่ง ลดน้ำตาลในเลือดได้มากกว่าสองเท่าตัว ลดน้ำหนักได้มากกว่าสองเท่าตัว คือกลุ่มกินอาหารเจไขมันต่ำลดน้ำหนักได้ 6 กก. กลุ่มที่กินอาหารสมาคมเบาหวานลดได้ 3 กก. จากงานวิจัยนี้จึงสรุปได้ว่าอาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานคืออาหารที่มีพืชเป็นหลัก ไม่ใช้น้ำมันผัดทอด ไม่มีเนื้อสัตว์แม้กระทั่งไข่ นม และปลาเลย นอกจากนั้นสิ่งที่น่าสังเกตจากงานวิจัยนี้คือคนไข้เบาหวานกลุ่มที่กินอาหารพืชเป็นหลักนั้น การสามารถเลิกยาทั้งยากินยาฉีดได้เกือบครึ่งหนึ่งก็ดี การลดน้ำหนักได้เฉลี่ยถึง 6 กก.ก็ดี ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงหกเดือนเท่านั้น

งานวิจัยที่ 2. ทำที่เดนมาร์ค ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA เขาเอาคนไข้เบาหวานอายุเฉลี่ย 55 ปีมาราว 100 คนมาจับฉลากแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งให้ปรับเปลี่ยนชีวิตอย่างเข้มข้น คือให้ออกกำลังกายครั้งละ 30-60 นาทีทั้งออกแบบเล่นกล้ามและแบบแอโรบิกให้หอบแฮ่กๆต่อเนื่อง สัปดาห์หนึ่งให้ออกกำลังกาย 5 ครั้งเป็นอย่างน้อย โดยมีครูฝึกให้ด้วยในตอนแรก บวกกับให้กินอาหารที่มีกากแยะๆ (โดยเฉพาะกากชนิดละลายได้เช่นธัญพืชไม่ขัดสี) มีผลไม้แยะ ขณะเดียวกันก็ลดไขมันอิ่มตัว (เช่นไขมันจากสัตว์) ลงเหลือน้อยๆ และไม่ให้กินไส้กรอก เบคอน แฮมเลย ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งก็ให้กินให้อยู่ตามปกติที่เคยทำ ทำการวิจัยอยู่ 12 เดือน ผลวิจัยปรากฎว่าครึ่งหนึ่งของกลุ่มที่ปรับเปลี่ยนชีวิตอย่างเข้มงวดสามารถเลิกยาเบาหวานได้หมดเลยโดยที่น้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับปกติได้ มีตัวชี้วัดทุกตัวทั้งน้ำตาลและไขมันในเลือดดีกว่า และลดน้ำหนักได้มากกว่าอีกกลุ่มหนึ่ง คือกลุ่มปรับเปลี่ยนชีวิตอย่างเข้มงวดลดน้ำหนักได้ 5.9 กก. ส่วนกลุ่มที่กินอยู่ตามปกติลดได้เพียง 1.8 กก.เท่านั้นเอง

จะเห็นว่าผลวิจัยอันที่สองนี้ซึ่งต่างก็เป็นหลักฐานชั้นหนึ่ง คือเป็นงานวิจัยสุ่มตัวอย่างแบ่งกลุ่มเปรียบเทียบ (RCT) อันถือว่าเป็นหลักฐานที่ดีที่สุดในทางการแพทย์ ต่างให้ผลเหมือนกันว่าในเวลา 6-12 เดือน การปรับการกินอยู่ทำให้เลิกยาเบาหวานได้ถึงครึ่งหนึ่งของผู้เข้าร่วมวิจัย และลดน้ำหนักเฉลี่ยได้ถึง 6 กก. ความแตกต่างของสองงานวิจัยนี้อยู่เพียงที่งานวิจัยแรกเน้นอาหารเจไขมันต่ำที่ห้ามเนื้อสัตว์ทุกชนิดเลย แต่งานที่สองเน้นกินอาหารกากพืชผักผลไม้มากๆแต่ไม่ถึงบังคับว่าต้องเป็นเจ บังคับแค่ไม่ให้กินไส้กรอก เบคอน แฮม เท่านั้น โดยที่งานวิจัยที่สองเน้นการออกกำลังกายแบบจริงจังด้วย

งานวิจัยที่ 3. ตีพิมพ์ในวารสาร Diabetic Med. เขาเอาผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่สองมาจับฉลากแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งให้กินอาหารมังสะวิรัติ อีกกลุ่มหนึ่งให้กินอาหารรักษาเบาหวานแบบทั่วไปคือมีเนื้อสัตว์อยู่ด้วย ทำวิจัยอยู่นาน 24 สัปดาห์ ทั้งสองกลุ่มมีการจำกัดแคลอรี่ในอาหารลงไปจากอาหารปกติวันละ 500 แคลอรี่ด้วย พบว่ากลุ่มกินอาหารมังสะวิรัติเลิกยาได้ 43% ขณะที่กลุ่มที่กินอาหารเบาหวานแบบปกติเลิกยาได้ 5% งานวิจัยนี้ให้ผลสอดคล้องกับสองงานวิจัยข้างตนแต่มีประเด็นเพิ่มว่าหากลดแคลอรี่ด้วย อาหารมังสะวิรัติยิ่งทำให้เลิกยาได้มากกว่าอาหารปกติชัดเจน

ดังนั้นผมยังยืนยันแนะนำว่าคนเป็นเบาหวานสามารถเลิกใช้ยาได้ถ้าเอาจริงเอาจังเรื่องการปรับอาหารและการออกกำลังกาย ในชีวิตจริงผมก็เห็นคนไข้เบาหวานตัวเป็นๆหลายคนที่เอาจริงแล้วสามารถเลิกยาได้ เอาจริงหมายความว่าในส่วนของอาหารนั้น มีสาระสำคัญว่าต้องมีธัญพืชไม่ขัดสีและผักผลไม้มากๆ มีไขมันน้อยๆ จะกินเนื้อสัตว์บ้างก็ได้แต่ว่าจะต้องไม่มีไส้กรอก เบคอน แฮม ส่วนการออกกำลังกายก็ต้องมีทั้งแอโรบิกและเล่นกล้าม

ในชีวิตจริงการเลิกยาเบาหวานผมแนะนำให้คุณเลือกทำแบบใดแบบหนึ่งตามลำดับที่เป็นไปได้ ดังนี้

วิธีที่ 1. ปรึกษาหมอเบาหวานหรือหมออายุรกรรมเจ้าประจำที่ดูแลคุณอยู่ ถ้าเขาหรือเธอไม่เอาด้วยคุณก็เปลี่ยนไปหาหมอคนอื่นที่เอาด้วย โดยปรึกษาหารือเพื่อทำแผนการลดยาร่วมกับหมออย่างจริงจังแล้วคุณก็ตั้งใจทำตามแผนนั้น ถ้าทำแบบนี้ไม่ได้ ให้ไปทำแบบข้อ 2.

วิธีที่ 2. คุณมาเข้าแค้มป์พลิกผันโรคด้วยตนเอง (RDBY) ซึ่งในแค้มป์นี้ผมจะเป็นหมอประจำตัว (family physician) ให้ทุกคนเป็นเวลา 1 ปี จะเป็นพี่เลี้ยงในการลดและเลิกยาโดยติดตามความสำเร็จของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการเปลี่ยนแปลงของตัวชี้วัดจนสามารถลดหรือเลิกยาได้สำเร็จ แต่ถ้าไม่สะดวกจะทำวิธีนี้ ก็ให้ไปทำแบบข้อ 3.

วิธีที่ 3. คุณลดยาด้วยตัวเอง โดยไม่หนีหน้าหมอและไม่โกหกหมอด้วย แต่วิธีนี้คุณต้องรู้จักอาการของน้ำตาลในเลือดต่ำ (ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อยามากเกินไป) และภาวะเลือดเป็นกรด (ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อยาน้อยเกินไป) รู้จักยาทุกตัวและรู้ผลข้างเคียงของมันเป็นอย่างดี วิธีทำก็คือช่วงระหว่างการนัดของหมอซึ่งส่วนใหญ่ก็นาน 2-3 เดือน ให้คุณลดยาลงทีละตัว จบตัวหนึ่งค่อยไปลดอีกตัวหนึ่ง ในแต่ละตัวให้ลดทีละครึ่งโด้ส หมายความว่าลดจำนวนมิลลิกรัมลงไปคราวละครึ่งหนึ่งก่อน แต่ละสะเต็พใช้เวลานาน 2 สัปดาห์ แล้วปรับอาหารและการออกกำลังกายตาม ลดยาก่อนอย่างน้อยหนึ่งวันแล้วปรับอาหารและออกกำลังกายตามนะ อย่าปรับอาหารหรือออกกำลังกายก่อนแล้วค่อยลดยา เพราะอาจทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป เมื่อลดยาและปรับอาหารและการออกกำลังกายครบ 2 สัปดาห์ก็แล้วเจาะเลือดดูน้ำตาลในเลือด หากน้ำตาลยังไม่สูงก็ลดยาลงสะเต็พต่อไปอีก อาจจะมีการลดๆเพิ่มๆตามที่คุณเห็นสมควร ทำเช่นนี้ทุกสองสัปดาห์ โดยมีข้อแม้ว่าก่อนวันไปพบแพทย์สองสัปดาห์ห้ามเปลี่ยนยา และเมื่อไปพบแพทย์แล้วต้องบอกแพทย์ให้หมดว่าที่ผ่านมาคุณลดยาของคุณเองลงไปอย่างไรบ้างแล้วสองสัปดาห์ที่ผ่านมานี้คุณกินยาอยู่อะไรบ้างอย่างละเท่าใด วิธีนี้จำเป็นที่คุณกับแพทย์จะต้องมีเวลาคุยกัน หากคุณกับแพทย์ไม่มีเวลาคุยกันก็ตัวใครตัวมันแล้วละครับ เพราะวิชาแพทย์แผนปัจจุบันนี้มันมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแพทย์กับคนไข้ นั่นหมายความว่าทั้งสองฝ่ายต้องมีเวลาพูดคุยทำความเข้าใจกันวิชานี้จึงจะใช้ได้ผล ถ้าไม่มีเวลาคุยกัน วิชาแพทย์แผนปัจจุบันนี้ไม่เวอร์คแน่นอน คุณไปหาหมอแผนโบราณหรือแผนอื่นๆที่เขามีเวลาคุยกับคุณอาจจะดีกว่า

คัดย่อมาจาก ถามตอบในblog
ของ นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม
1. Nissen SE, Wolski K. Rosiglitazone revisited: an updated meta-analysis of risk for myocardial infarction and cardiovascular mortality. Arch Intern Med. 2010;170:1191–1201
2. Barnard, N.D., et al., A low-fat vegan diet improves glycemic control and cardiovascular risk factors in a randomized clinical trial in individuals with type 2 diabetes. Diabetes Care. 2006 Aug;29(8):1777-83.
3. Johansen MY, MacDonald CS, Hansen KB, Karstoft K, Christensen R, Pedersen M, Hansen LS, Zacho M, Wedell-Neergaard A, Nielsen ST, Iepsen UW, Langberg H, Vaag AA, Pedersen BK, Ried-Larsen M. Effect of an Intensive Lifestyle Intervention on Glycemic Control in Patients With Type 2 DiabetesA Randomized Clinical Trial. JAMA. 2017;318(7):637–646. doi:10.1001/jama.2017.10169
4. Kahleova H, Matoulek M, Malinska H, Oliyarnik O, Kazdova L, Neskudla T, Skoch A, Hajek M, Hill M, Kahle M, Pelikanova T. Vegetarian diet improves insulin resistance and oxidative stress markers more than conventional diet in subjects with Type 2 diabetes. Diabet Med. 2011 May;28(5):549-59. doi: 10.1111/j.1464-5491.2010.03209.x.

ตับไก่ อกไก่ พบยาปฏิชีวนะตกค้างเพียบ 😳😭คนกินคลีน อาจไม่คลีนจริงนะจ้ะ
31/08/2018

ตับไก่ อกไก่ พบยาปฏิชีวนะตกค้างเพียบ 😳😭
คนกินคลีน อาจไม่คลีนจริงนะจ้ะ

เตือนคนชอบกินตับ อกไก่บ่อยๆ เสี่ยงดื้อยา หลังมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคสุ่มตรวจเนื้อไก่-ตับไก่จากตลาดสดและห้างสรรพสินค้า พบยาปฏิชีวะนะตกค้างเพียบ

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเผยผลการสุ่มตรวจสอบเก็บตัวอย่างเนื้อไก่สด-ตับไก่จากตลาดสดและห้างสรรพสินค้านำมาทดสอบวิเคราะห์หาการตกค้างของยาปฏิชีวนะ 3 กลุ่ม ทั้งกลุ่มฟลูออโรควิโนโลน กลุ่มเตตราไซคลิน และกลุ่มเบต้า-แลคแทม

หลังจากการตรวจสอบพบว่ามีการตกค้างของยาปฏิชีวนะทั้ง 3 ชนิดถึงร้อยละ 41.93 เลยทีเดียว

ผลของยาปฏิชีวนะที่ตกค้างอาจจส่งผลให้ระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร มีผื่นคันบริเวณผิวหนัง และถ้าหากร่างกายรับยาปฏิชีวนะจำนวนมากๆ อาจทำให้เกิดอาการดื้อยา ต้องใช้ยาที่แรงขึ้น จนอาจทำให้ไม่มียาปฏิชีวนะตัวไหนรักษาร่างกายได้ยามเจ็บป่วย

ที่มา ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.)

http://www.consumerthai.org/news-consumerthai/consumers-news/food-and-drug/4218-610619antibiotic.html

24/07/2018

ตรวจเจอกันจะๆ ห้างไหน ยี่ห้ออะไร เคยกินกันทั้งนั้นท่านผู้ชม #แล้วฉันเลือกอะไรได้มั้ย 😭

นอนดึก ไม่อยากหน้าโทรม อ่านกันด่วนๆๆเลยค่าจัดว่าดี จัดว่าเด็ด จัดว่าโดน 👍🏻
22/10/2016

นอนดึก ไม่อยากหน้าโทรม อ่านกันด่วนๆๆเลยค่า
จัดว่าดี จัดว่าเด็ด จัดว่าโดน 👍🏻

สวัสดีค่ะชาวโต๊ะเครื่องแป้ง นี่เป็นกระทู้แรกในห้องแป้งขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะมีอะไรแนะนำได้เลยค่ะ ผิวหน้าของ จขกท.เป็นคนผิวผสมค่ะ หนักไปทางมัน รูขุมขนที่กว้าง

รวมผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนสำหรับคนแพ้ง่ายค่ะดี๊ดี...Recommend ค่ะ 💕
17/07/2016

รวมผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนสำหรับคนแพ้ง่ายค่ะ
ดี๊ดี...Recommend ค่ะ 💕

สวัสดีครับตามหัวข้อข้างบนเลยครับ นี่เป็นไอเทมทั้งหมดที่ผมใช้ระหว่างเป็นเซบเดิร์มนะครับ ต้องขอเล่าก่อนว่าสมัยก่อนผมก็ไม่ทราบว่าผมไปเป็นเมื่อใด เตื่อมีครั้งหนึ่งผ

🚨 เตือนกันอีกครั้งค่ะ อย่าใช้เกลือล้างผักนะคะยิ่งแช่เกลือ ยาฆ่าแมลงยิ่งเกาะแน่นขึ้น🚿 แนะนำเป็นผงฟู น้ำส้มสายชู ด่างทับทิ...
20/06/2016

🚨 เตือนกันอีกครั้งค่ะ อย่าใช้เกลือล้างผักนะคะ
ยิ่งแช่เกลือ ยาฆ่าแมลงยิ่งเกาะแน่นขึ้น

🚿 แนะนำเป็นผงฟู น้ำส้มสายชู ด่างทับทิม หรือ น้ำเปล่าหลายๆน้ำก็ได้ค่ะ ☘🌳🌱

[เตือนภัย!] อย่าใช้ "เกลือ" ล้างผักและผลไม้นะ !

หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าการใช้น้ำเกลือล้างผักจะช่วยให้ผักสะอาดหมดจดได้ ความจริงแล้วเกลือเป็นโซเดียม คลอไรด์ที่มีส่วนทำให้สารตกค้างอย่างยาฆ่าแมลงนั้นคงทนยิ่งขึ้น ทำให้มันยังตกค้างอยู่ในผักและผลไม้

การล้าง ผักและผลไม้ที่ถูกต้องนั้นควรล้างด้วยน้ำเปล่าก่อนหนึ่งครั้ง จากนั้น นำไปแช่โดยใส่แป้งสาลีผสมลงในน้ำด้วยเล็ก น้อย เพราะมันจะช่วยล้างสารพิษจากยาฆ่าแมลงออกไปได้ หรืออีกวิธี ก็คือล้างด้วยน้ำเปล่าซ้ำกันหลายๆ ครั้ง และจะดียิ่งขึ้นหากปล่อยผักและผลไม้ไว้ที่อุณหภูมิห้องก่อนครึ่งวันแล้วค่อยนำมาล้าง

Credit : .Lisa #สาระ #สุขภาพ #เกลือ #ล้างผัก #ผลไม้ #สารพิษ

📢 📢 รู้แล้วแชร์ด่วนเลยนะคะ !! 🌴น้ำมันมะพร้าว ที่สุดของเคล็ดลับสุขภาพและความงาม 🌸💧10 สรรพคุณของน้ำมันมะพร้าวที่มีต่อสุขภา...
08/06/2016

📢 📢 รู้แล้วแชร์ด่วนเลยนะคะ !!
🌴น้ำมันมะพร้าว ที่สุดของเคล็ดลับสุขภาพและความงาม 🌸
💧10 สรรพคุณของน้ำมันมะพร้าวที่มีต่อสุขภาพ 💦

🌴 1. กินแล้วไม่อ้วน

🌴 2. กระตุ้นการขับถ่าย

🌴 3. บำรุงกำลัง

🌴 4. ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคกลุ่มเสื่อม

🌴 5. บำรุงกระดูก

🌴 6. บำรุงครรภ์

🌴 7. ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น

🌴 8. ลดการอักเสบและติดเชื้อ

🌴 9. บำรุงสุขภาพในช่องปาก

🌴 10. ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง

น้ำมันมะพร้าว น้ำมันที่ให้ประโยชน์อันน่าทึ่งต่อสุขภาพ นอกเหนือจากการบำรุงความงาม แต่คนส่วนใหญ่กลับมองข้ามไปเสียอย่างนั้น

06/06/2016

🌟 จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณดื่มน้ำมะพร้าวติดต่อกัน 7 วัน ?? 💦
💧ระบบภูมิคุ้มกันของเราก็จะแข็งแกร่งขึ้น
💧น้ำมะพร้าวยังช่วยกำจัดแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ โรคหนองใน โรคเหงือก และไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหวัด โรคติดเชื้อต่างๆ และโรคไข้รากสาดใหญ่ได้อีกด้วย
💧จะช่วยเสริมสร้างพลังงาน
💧น้ำมะพร้าวยังช่วยเพิ่มการผลิตฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ แถมยังดีต่อผู้ที่ป่วยเป็นโรคไตเนื่องจากมันมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะโดยธรรมชาติ ทั้งทางเดินปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะจะได้รับการชำระล้างจากนั้นร่างกายจะขับสารพิษออกมา ที่น่าทึ่งคือมันสามารถสลายก้อนนิ่วได้ด้วย
💧และเนื่องด้วยมีปริมาณเส้นใยอาหารสูงจึงดีต่อระบบย่อยอาหาร
💧หากคุณดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำมันจะไปกำจัดกรดในกระเพาะอาหาร
💧ไม่ต้องห่วงเรื่องอ้วนด้วยเพราะน้ำมะพร้าวมีระดับไขมันที่ต่ำมากและช่วยลดความอยากอาหารของเรา
💧หากคุณมีสิวและผิวแห้งหรือผิวมัน เพียงใช้ผ้าชุบน้ำมะพร้าวและทาลงไปบนผิวหนัง น้ำมะพร้าวจะชำระล้างสิ่งสกปรกและทำให้ผิวหนังสดชื่น ที่สำคัญมันจะช่วยเปิดรูขุมขน
💧หากดื่มน้ำมะพร้าวผสมกับน้ำมันมะกอกก็สามารถฆ่าเชื้อโรคและกำจัดปรสิตในลำไส้ได้
💧ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการดื่มน้ำมะพร้าวขณะตั้งครรภ์จะช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพได้หลายอย่าง
💧หากดื่มวันละหนึ่งแก้วทุกเช้าจะช่วยรักษาระดับความสมดุลของอิเล็กโทรไลต์และไม่ทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง
💧หากคุณดื่มแอลกอฮอล์ในตอนกลางคืนพอเช้ามาคุณอาจรู้สึกปวดศีรษะ ดังนั้นถ้าต้องการกำจัดอาการปวดศีรษะหรืออาการเมาค้างและชดเชยของเหลวที่สูญเสียไปคุณสามารถทำได้ด้วยการดื่มน้ำมะพร้าว 💧ขณะเดียวกันถ้าคุณต้องการให้ผิวชุ่มชื่นและเปล่งปลั่งตลอดทั้งวัน การดื่มน้ำมะพร้าววันละแก้วก็เพียงพอแล้ว
💧นอกจากนี้หลังจากที่ออกกำลังกายมาอย่างเหน็ดเหนื่อยคุณสามารถดื่มน้ำมะพร้าวเพื่อให้ร่างกายของคุณกลับมามีพลังอีกครั้ง
🌟🌟ทั้งช่วยเพิ่มพลังงาน เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันแบคทีเรียและอาการติดเชื้อต่างๆ ตามด้วยน้ำหนักลด คุณยังต้องการอะไรอีกไหม ? 😄😄

น้ำมะพร้าวมีสรรพคุณอย่างไร จะช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ใบหน้าใสได้จริงหรือไม่ วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ

06/06/2016

ซื้อผักแถมสารพิษ สิ่งนี้มากับสิ่งที่เรากินทุกวันค่ะ

(รูปเยอะมากๆค่ะ) ศึกเจลว่านหาง !!ตัวไหนดี ตัวไหนเริ่ด หั่นแหลกจากประสบการณ์ตรง!! อ่านแล้วอลังการงานว่านห่างจระเข้นานาชาต...
02/06/2016

(รูปเยอะมากๆค่ะ) ศึกเจลว่านหาง !!

ตัวไหนดี ตัวไหนเริ่ด หั่นแหลกจากประสบการณ์ตรง!!

อ่านแล้วอลังการงานว่านห่างจระเข้นานาชาติมากค่ะ 😄

สวัสดีค้า ช่วงนี้อากาศร้อนมาก แดดแผดเผาไม่หยุด ออกไปข้างนอกแต่ละทีคิดว่าโดนไฟครอก ช่วงนี้ต้องรีบหาตัวช่วยดีๆ มาโบก มาพอกผิว หลังออกแดดกันหน่อยดีไหมคะ? ตอนนี้หัน

ความจริงนี้ เพื่อนๆทราบหรือยังคะ อ่านแล้วแชร์ด่วนนะ
31/05/2016

ความจริงนี้ เพื่อนๆทราบหรือยังคะ อ่านแล้วแชร์ด่วนนะ

หน้าแรก > เว็บบอร์ด > News & PR > สุดช็อก!! แม่ค้าใช้น้ำยาฉีดศพแช่ เห็ดฟาง กุ้ง ปลาหมึก เกลื่อนตลาด!!! แชร์ด่วน!!

ที่อยู่

บางใหญ่ซิตี้
Amphoe Bang Bua Thong

เบอร์โทรศัพท์

086-404-6955

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สโมสรยา Medicine Club สาระดีเพื่อสุขภาพผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์