คลินิกเด็กแพทย์หญิงไพลิน

คลินิกเด็กแพทย์หญิงไพลิน ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก คลินิกเด็กแพทย์หญิงไพลิน, การแพทย์และสุขภาพ, 206 ถนน สัญจรราชกิจ (ตรงข้ามโรงเรียนพิพัฒน์), Amphoe Kamalasai.

21/02/2026

คลินิกเปิดอีกครั้งวันอังคารที่ 24 นะคะ เวลาทำการ17.00-19.45 น.ค่า😊😊

14/02/2026

แจ้งหยุดคลินิกวันที่ 21-23 ก.พ. 2569
ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ

เวลาทำการคลินิกเด็กจันทร์- อาทิตย์ 17.00-19.45 น.คุณหมอจะupdate วันเปิดปิด ทางหน้าเพจนะคะ (อาจจะมีปิดกะทันหันบ้างหากติดภ...
09/02/2026

เวลาทำการคลินิกเด็กจันทร์- อาทิตย์ 17.00-19.45 น.คุณหมอจะupdate วันเปิดปิด ทางหน้าเพจนะคะ (อาจจะมีปิดกะทันหันบ้างหากติดภารกิจดูแลคนไข้ต่อเนื่องที่โรงพยาบาลค่ะ)

เด็กๆที่มีอาการหายใจครืดคราด ไม่ได้หมายความว่าเกิดจากปอดเพียงอย่างเดียวนะคะ น้ำมูก,จมูกคัด ก็หายใจครืดคราดได้เช่นเดียวกั...
08/02/2026

เด็กๆที่มีอาการหายใจครืดคราด ไม่ได้หมายความว่าเกิดจากปอดเพียงอย่างเดียวนะคะ น้ำมูก,จมูกคัด ก็หายใจครืดคราดได้เช่นเดียวกันค่ะ การล้างจมูกช่วยได้มากๆเลยนะคะ❤️❤️

👃 เรื่องน้ำมูกในเด็กเล็ก…
ฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อย
แต่จริงๆ แล้ว “ใหญ่กว่าที่คิด” มากๆ

รู้ไหมครับว่า…แค่น้ำมูกนิดเดียว
ก็ทำให้ลูกเล็กต้องงอแงได้ทั้งวันเลย 😫

โดยเฉพาะในช่วงวัยแรกเกิดถึงประมาณ 6 เดือน
เด็กเล็กยังไม่สามารถหายใจทางปากได้ดี
หรือที่เรียกว่าเป็น “nasal obligate breather”
(ต้องหายใจผ่านจมูกเป็นหลัก)

แค่มีน้ำมูกเหนียวๆ ตันอยู่ในจมูก
ลูกก็จะ…

❌ หายใจครืดคราด
❌ กินได้น้อยลง
❌ นอนไม่สบาย กระสับกระส่าย
❌ หายใจลำบาก
❌ งอแง ร้องไห้ไม่หยุด

หลายครั้งพ่อแม่เข้าใจว่าลูกป่วยหนัก
แต่จริงๆ แล้ว… แค่ “จมูกตัน” เท่านั้น 😅

========================

💧 วิธีล้างจมูกแบบ “ปริมาณมาก แรงดันต่ำ”

ในเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย
สามารถนั่งได้ คอแข็ง และกลั้นหายใจได้ดีขึ้น
สามารถล้างจมูกได้ด้วยวิธีที่เรียกว่า…

“ปริมาณมาก แรงดันต่ำ”
(High volume, Low pressure)

คือการดันน้ำเกลือเข้าไปช้าๆ เบาๆ แต่ในปริมาณมาก
เข้าทางรูจมูกข้างหนึ่ง แล้วปล่อยให้ไหลออกอีกข้าง
ช่วยชะล้างโพรงจมูกด้านในและโพรงไซนัสได้ดี
พร้อมดันน้ำมูกออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้ในวิธีนี้ เช่น
🔹 ไซริงก์ต่อกับจุกล้างจมูก
🔹 ขวดบีบน้ำเกลือแบบสำเร็จรูป



นอกจากนี้ยังมีน้ำเกลือรูปแบบอื่นๆ ที่เจอบ่อย เช่น…

💧 สเปรย์พ่นจมูก
💧 การหยอดน้ำเกลือ
💧 การพ่นน้ำเกลือผ่านเครื่องพ่นยา

กลุ่มนี้จัดอยู่ในแบบ
“ปริมาณน้อย แรงดันต่ำ”
(Low volume, Low pressure)

เหมาะสำหรับการเพิ่มความชุ่มชื้นในโพรงจมูก
และช่วยให้น้ำมูกเหนียวน้อยลง

แต่ ❌ ไม่สามารถล้างลึกถึงโพรงด้านหลังและไซนัส
❌ และไม่ดันน้ำมูกออกมาเหมือนแบบแรกได้

(โพสต์นี้จะยังไม่ลงรายละเอียดของการล้างแต่ละแบบนะครับ
หากมีพ่อแม่สนใจ เดี๋ยวจะทำโพสต์แยกให้อีกครั้ง 😊)



🚸 ข้อควรระวังในเด็กเล็กมาก

การล้างจมูกด้วยวิธี ปริมาณมาก แรงดันต่ำ
เช่น ไซริงก์ หรือ ขวดบีบน้ำเกลือสำเร็จรูป
ต้องใช้ความระมัดระวังในเด็กที่ยังเล็กมาก 👶
เพราะยังควบคุมการกลั้นหายใจไม่ได้ดี
จึงมีความเสี่ยงต่อการ "สำลักน้ำเกลือ"

โดยทั่วไปแนะนำให้เริ่มล้างด้วยวิธีนี้
หลังอายุประมาณ 6–18 เดือน
แล้วแต่ความพร้อมของเด็กแต่ละคน

❗ ถ้าคุณพ่อคุณแม่คุ้นเคย หรือมีผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแล
อาจเริ่มได้เร็ว ซึ่งต้องดูเป็นรายๆไป

บางบ้าน… แม้ลูกจะโตแล้ว
แต่พอพูดถึง “ล้างจมูก” เมื่อไหร่
บ้านแทบแตกทุกครั้ง 😭

หากฝืนมากเกินไป
อาจทำให้เด็กเกิดความกลัว
และต่อต้านการล้างจมูกในระยะยาวได้

========================

🌀 อุปกรณ์ดูดน้ำมูก ตัวช่วยสำคัญ

ในกรณีที่การล้างจมูกเป็นเรื่องยาก
หรือใช้ไม่ได้ในเด็กเล็กบางคน

“อุปกรณ์ดูดน้ำมูก” ก็เป็นทางเลือกที่ช่วยได้มากครับ

✅ ช่วยให้จมูกโล่งขึ้น
✅ น้ำมูกออกง่ายขึ้น
✅ หายใจสะดวกขึ้น



🧰 “อุปกรณ์ดูดน้ำมูก” มีกี่แบบ?

โดยหลักๆ แล้ว อุปกรณ์ดูดน้ำมูกที่ใช้กันในบ้าน
สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ

แต่ละแบบมีข้อดี ข้อจำกัดที่แตกต่างกัน
ลองอ่านแล้วเลือกแบบที่เหมาะกับลูก
และพ่อแม่ถนัดได้เลย 😊

1️⃣ ลูกยางดูดน้ำมูก (Bulb syringe)

อุปกรณ์คลาสสิกที่หลายบ้านเคยใช้
มีทั้งสีแดง สีฟ้า สีขาว

หาซื้อง่าย ราคาประหยัด
พกพาสะดวกมาก

แต่มีข้อควรระวังคือ…

⚠️ แรงดูดควบคุมได้ยาก ไม่สม่ำเสมอ
บางทีก็แรงเกินไป
บางทีก็เบาเกินจนดูดไม่ออก

ตรงปลายจะยาวถ้าแหย่ลึกเกินไป
อาจทำให้เยื่อจมูกบาดเจ็บได้

❗ ที่สำคัญที่สุดคือเรื่อง “ความสะอาด”
เพราะลูกยางมักเป็นชิ้นเดียว
ไม่สามารถเปิดล้างด้านในได้ทั่วถึง
ถ้าทำความสะอาดไม่ดี อาจกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้

🧼 วิธีทำความสะอาด (สำคัญมาก!)

หลังใช้ทุกครั้ง
👉 ล้างด้านในและด้านนอกด้วยน้ำสบู่อ่อน
👉 ตามด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง แล้วผึ่งให้แห้ง

ทุกๆสิ้นวัน
✅ ต้มในน้ำเดือด
✅ ดูดน้ำเดือดเข้าไปแล้วแช่ไว้ ~5 นาที
✅ บีบออกและตากให้แห้ง

หรืออีกวิธี
✅ ใช้แอลกอฮอล์ 70% ดูดเข้า เขย่าให้ทั่ว แล้วบีบออก

📝 ปล. ลูกยางดูดน้ำมูกแบบนี้… ใช้ซ้ำได้ครับ ไม่ใช่ของใช้แล้วทิ้งนะ
พ่อแม่หลายคนถามกันบ่อยมาก ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเข้าใจกันแบบนั้น 😅
แค่ล้างให้สะอาด และต้มฆ่าเชื้อเป็นประจำ ก็สามารถใช้ซ้ำได้ครับ



2️⃣ เครื่องดูดน้ำมูกแบบใช้ปากดูด
(parent-powered / tube aspirator)

อุปกรณ์ชนิดนี้ทำงานโดย…
พ่อแม่ใช้ “แรงดูดจากปาก” ผ่านสายยาง
ซึ่งมีแผ่นฟิลเตอร์กั้นอยู่ตรงกลาง
ไม่ต้องกังวลว่าน้ำมูกจะเข้าปาก

✅ ราคากลางๆ
✅ แรงดูดควบคุมได้ดีกว่าแบบแรก
✅ ตัวอุปกรณ์ถอดล้างได้ ไม่ซับซ้อน
✅ ไม่ต้องใช้ถ่าน ไม่ต้องใช้แบต ใช้พลังพ่อแม่ล้วนๆ 😄

หลายบ้านใช้แล้วติดใจ เพราะเรียบง่าย ใช้งานสะดวก

แต่ก็มีข้อควรคิดเล็กน้อย…

❗ ถ้าช่วงที่ลูกน้ำมูกเยอะมาก
แล้วต้องดูดหลายรอบทั้งวัน
พ่อแม่อาจเหนื่อย หน้ามืด วิงเวียนได้เหมือนกัน

❗ บางคนแม้จะมีแผ่นกั้นแล้ว
ก็ยังรู้สึก “ไม่ค่อยสบายใจ”
กับการใช้แรงดูดจากปากตัวเอง
อันนี้ขึ้นอยู่กับความรู้สึกส่วนบุคคลเลยครับ



3️⃣ เครื่องดูดน้ำมูกไฟฟ้า

ถือเป็นอุปกรณ์ที่ราคาสูงที่สุด
ในบรรดา 3 ประเภทที่พูดถึงเลยครับ 💸

แต่ก็แลกมากับความสะดวกและฟังก์ชันที่ครบครัน
เหมาะกับบ้านที่ต้องใช้งานเป็นประจำหรือน้ำมูกเยอะบ่อยๆ

จุดเด่นคือ…
✅ แรงดูดสม่ำเสมอ ไม่ต้องกลัวแรงขึ้น-ลงระหว่างใช้งาน
✅ ปรับระดับได้หลากหลาย
✅ ใช้งานสะดวก ไม่ต้องออกแรง
✅ ถอดล้างง่าย ไม่ซับซ้อน

แต่ก็มีข้อควรระวังอยู่เหมือนกันครับ

⚠️ บางรุ่นเสียงค่อนข้างดัง
เด็กบางคนอาจตกใจจนไม่ยอมให้ใช้

⚠️ ต้องคอยเช็กแบตเตอรี่หรือถ่าน
เพราะถ้าทิ้งไว้ไม่ได้ใช้บ่อย แบตอาจหมดโดยไม่รู้ตัว

⚠️ ควรเริ่มจากแรงดูดระดับต่ำสุดที่ยังดูดออกได้
ไม่ควรปรับไปแรงสุดทันที เพราะ…

➡️ แรงดูดที่เหมาะสมกับจมูกเด็ก
อยู่ที่ประมาณ 80–120 mmHg เท่านั้น

แต่เครื่องบางรุ่นปรับได้สูงถึง 600 mmHg
ถ้าใช้แรงดูดมากเกินไป อาจทำให้จมูกลูกเจ็บหรือเป็นแผลได้



🔍 แล้วควรเลือกแบบไหนดี?

ไม่จำเป็นต้องเลือกแบบที่แพงที่สุดครับ
แนะนำให้เลือกแบบที่…

✅ พ่อแม่ถนัด เหมาะกับกำลังทรัพย์ของบ้าน
✅ ใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้
✅ และที่สำคัญที่สุด… ต้องรู้วิธีทำความสะอาดให้ดีนะครับ



💡 ข้อควรรู้เวลาใช้งาน

ถ้าน้ำมูกเหนียวมากๆ
ต่อให้ใช้เครื่องดูดแรงแค่ไหน… ก็อาจดูดไม่ออก

✅ แนะนำให้ “ช่วยละลายน้ำมูก” ก่อน
ด้วยน้ำเกลือชนิด ปริมาณน้อย แรงดันต่ำ
ที่เล่าไว้ด้านบน เช่น…

💧 สเปรย์พ่นจมูก
💧 การหยอดน้ำเกลือ
💧 หรือพ่นน้ำเกลือผ่านเครื่องพ่นยา

เมื่อน้ำมูกเหลวขึ้นแล้ว
ค่อยๆ ดูดออก จะง่ายและสบายกว่ามากครับ



จมูกแค่จิ๋วๆ
แต่น้ำมูก…สร้างเรื่องใหญ่ได้แบบไม่น่าเชื่อ
แค่รู้จักเลือกวิธีดูแลให้เหมาะ
หายใจโล่งขึ้น ลูกสบายขึ้น
บ้านก็ไม่วุ่นวายทั้งวันแล้วครับ

หากใครมีคำถามอะไร
ถามในคอมเมนต์ไว้ได้เลยนะครับ ^^

06/02/2026

ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ นี้ คลินิกเปิดให้บริการ ตามปกตินะคะ
17.00-19.45 น.
(หากเด็กๆทานได้น้อยมาก ซึม คุณหมอแนะนำให้ไปโรงพยาบาลเลยนะคะ จะได้ไม่ล่าช้าค่ะ)

05/02/2026

วันนี้คุณหมอติดคนไข้ต่อเนื่องที่ รพ. หยุด 1 วันค่ะ เปิด 6 ก.พ.69 เวลา17.00-19.45 น.

01/02/2026
26/01/2026

27-30 มกราคม 2569 เปิดให้บริการตามปกตินะคะ
17.00-19.45 น.
(คุณหมอเข้าคลินิก17.30 น.)

25/01/2026

วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 69 เปิดตามปกติ17.00-19.45 น.
โทร. 082-1099998
(ในเวลาทำการค่ะ☺️☺️)

08/01/2026

วันนี้คุณหมอติดภารกิจ ปิด19.30 น. นะคะ 🙏🙏
พรุ่งนี้ 9/1/69 เปิด17.00-19.45 น. ค่ะ

06/01/2026

อังคารที่6-อาทิตย์ที่11 มกราคม 2569 คลินิกเปิดทำการตามปกติ 17.00-19.45 น. ค่ะ
(คุณหมอเข้าช่วง17.30น.ค่ะ)

5 มกราคม 2569
05/01/2026

5 มกราคม 2569

ที่อยู่

206 ถนน สัญจรราชกิจ (ตรงข้ามโรงเรียนพิพัฒน์)
Amphoe Kamalasai
46130

เวลาทำการ

จันทร์ 17:00 - 19:45
อังคาร 17:00 - 19:45
พุธ 17:00 - 19:45
พฤหัสบดี 17:00 - 19:45
ศุกร์ 17:00 - 19:45
เสาร์ 17:00 - 19:45
อาทิตย์ 17:00 - 19:45

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกเด็กแพทย์หญิงไพลินผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์