บ้านยาทวีทรัพย์ - TWS Pharmacy

บ้านยาทวีทรัพย์ - TWS Pharmacy ร้านขายยาโดยเภสัชกร อำเภอลาดยาว หน้าโครงการทวีทรัพย์ (ติดกับเมืองไทยลิสซิ่ง) ใกล้โรงพยาบาลลาดยาว

19/12/2025

บ้านยาทวีทรัพย์ ปิด 2 วัน
❌❌❌
เปิดวันอาทิตย์ครับ

16/12/2025

วันนี้ร้านปิดเร็ว 1 วันนะครับ ❌❌❌

08/12/2025

วันที่ พ.-ส. ที่ 10-13 ธ.ค.
ร้านหยุด 4 วันครับ
❌❌❌

ย้ำอีกครั้ง...
04/12/2025

ย้ำอีกครั้ง...

อย.เตือนอย่าหลงเชื่อผลิตภัณฑ์ BetaOil โ โฆษณาโอ้อวดสรรพคุณว่าสามารถ “ลดไขมันในเลือด ลดความเสี่ยงโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ ลดอาการปวดหัว บ้านหมุน คลื่นไส้ ลดอาการชาที่ปลายมือ - เท้า

ผลิตภัณฑ์ฉลากระบุ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เบต้า ออยล์ Beta Oil Dietary Supplement Product ซึ่งแสดงเลขที่จดแจ้ง และข้อความว่า “ปลอดภัยมี อย.” ที่ไม่ให้ใช้ในการโฆษณาอาหาร ข้อความ มีส่วนประกอบสำคัญ ที่ช่วยลดไขมันในเลือด เสริมสร้าง บำรุงระบบไหลเวียนเลือด ป้องกันความดันโลหิตสูง ลดความเสี่ยงโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ ลดอาการปวดหัว บ้านหมุน คลื่นไส้ ลดอาการชาที่ปลายมือ - เท้า” และ “BETAOIL แก้ที่ต้นเหตุ เคล็ดลับลดไขมัน ไม่เห็นผล ยินดีคืนเงิน” เป็นการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร ซึ่ง อย. จะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำการ ฝ่าฝืน พรบ.อาหาร พ.ศ 2522 ต่อไป

ที่มา อย.

#ข่าวจริงประเทศไทย #อย #ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

03/12/2025

วันนี้ร้านเปิดถึง 16.00 น.
❌❌❌
ตอนเย็นปิดครับ

29/11/2025

วันนี้ร้านหยุด 1 วัน
❌❌❌
เปิดวันจันทร์ครับ

24/10/2025

ร้านหยุด 29-31 ต.ค.

📢 ร้าน "บ้านยาทวีทรัพย์" เข้าร่วมโครงการ "คนละครึ่ง พลัส"เริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. - 31 ธ.ค. 2568ส่วนโครงกา...
20/10/2025

📢 ร้าน "บ้านยาทวีทรัพย์" เข้าร่วมโครงการ "คนละครึ่ง พลัส"
เริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. - 31 ธ.ค. 2568

ส่วนโครงการ ดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย🤧
สำหรับผู้ป่วย 💳สิทธิ์บัตรทอง, สิทธิ์ 30 บาท ยังรับบริการได้ 2 ครั้ง/เดือน เช่นเดิมครับ

18/10/2025

❌❌❌
ส.-อา. ที่ 18-19 ต.ค.
ร้านหยุด 2 วัน
เปิดวันจันทร์ครับ

13/10/2025

กิน Omeprazole อย่างไร…ไม่ต้องพึ่งยาตลอดชีวิต

Omeprazole: ข้อบ่งใช้ทางคลินิกและกลไกการออกฤทธิ์เบื้องต้น
Omeprazole เป็นยากลุ่ม proton pump inhibitor (PPI) ที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ H⁺/K⁺-ATPase บริเวณเยื่อบุกระเพาะอาหาร ส่งผลให้มีการลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านความแรงและระยะเวลาของฤทธิ์

ข้อบ่งใช้ทางคลินิกของ omeprazole ได้แก่:
* โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal reflux disease; GERD)
* ภาวะหลอดอาหารอักเสบจากกรด (Erosive esophagitis)
* แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น (Gastric and duodenal ulcers)
* ใช้ร่วมกับยาปฏิชีวนะในสูตรกำจัดเชื้อ Helicobacter pylori
* การป้องกันแผลทางเดินอาหารในผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) หรือยาต้านเกล็ดเลือด และมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผล
* ภายหลังการห้ามเลือดจากแผลในกระเพาะอาหารในบางกรณี เพื่อป้องกันการกลับมาเกิดเลือดออกซ้ำ

แนวทางการใช้ยา Omeprazole อย่างเหมาะสมเพื่อให้ได้ประสิทธิผลสูงสุด
การใช้ยา omeprazole อย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นมีผลต่อประสิทธิภาพในการรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร โดยแนวทางการใช้ที่แนะนำ มีดังนี้:
⏰ ช่วงเวลาที่ควรรับประทานยา
ควรรับประทานยา ประมาณ 30–60 นาที ก่อนมื้ออาหาร เพื่อให้การดูดซึมและการออกฤทธิ์ของยาเป็นไปอย่างเหมาะสมที่สุด เนื่องจากยาออกฤทธิ์ได้ดีที่สุดเมื่อเซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหารมีการกระตุ้นการหลั่งกรด
หากมีการสั่งใช้วันละ 2 ครั้ง ควรรับประทานก่อนอาหาร เช้าและเย็น
💊 ขนาดยาและระยะเวลาการรักษาเบื้องต้นในโรคกรดไหลย้อน (GERD)
แนวทางการรักษามาตรฐานในผู้ป่วยโรค GERD มักเริ่มต้นด้วยการให้ยา ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ และประเมินผลการรักษาภายหลัง
หากอาการดีขึ้น อาจพิจารณา หยุดยา หรือ ลดขนาด รวมถึงปรับเป็นการใช้เฉพาะเมื่อมีอาการ (on-demand therapy) ตามดุลยพินิจของแพทย์
🧴 รูปแบบยาและวิธีรับประทานที่ถูกต้อง
ยา omeprazole ส่วนใหญ่มีรูปแบบเป็น แคปซูลออกฤทธิ์ช้า (delayed-release capsules) ซึ่ง ห้ามบด เคี้ยว หรือทำให้เม็ดแตก
ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถกลืนแคปซูลได้ สามารถเปิดแคปซูลและโรยเม็ดเล็ก (enteric-coated granules) ลงบนแอปเปิลซอส จากนั้นให้กลืนทันทีโดยไม่เคี้ยวเม็ด

กลุ่มผู้ป่วยที่มักมีข้อบ่งใช้ในการรับประทาน Omeprazole ระยะยาว
แม้การใช้ยา proton pump inhibitors (PPIs) เช่น omeprazole ในหลายกรณีจะมีแนวทางในการลดขนาดหรือหยุดเมื่ออาการสงบ แต่ยังมีผู้ป่วยบางกลุ่มที่มักจำเป็นต้องใช้ยานี้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยข้อบ่งใช้สำคัญ ได้แก่:
🔹 ภาวะหลอดอาหารอักเสบรุนแรงระดับ LA Class C หรือ D
ผู้ป่วยที่มีการอักเสบของเยื่อบุหลอดอาหารจากกรดไหลย้อนอย่างรุนแรง (classified by Los Angeles classification เป็นระดับ C หรือ D) มักมีข้อบ่งใช้ในการรักษาต่อเนื่องโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา
ในรายที่ไม่ตอบสนองต่อยา หรือไม่สามารถใช้ยาได้ในระยะยาว อาจพิจารณาการผ่าตัดป้องกันกรดไหลย้อน (antireflux surgery)
🔹 ภาวะ Barrett’s Esophagus
ผู้ป่วยที่มีเยื่อบุหลอดอาหารเปลี่ยนแปลงเป็นชนิด columnar epithelium (Barrett’s metaplasia) ซึ่งสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเกิด adenocarcinoma
แนวทางการรักษาแนะนำให้ใช้ PPI วันละครั้งอย่างต่อเนื่อง
หากยังมีอาการของโรคกรดไหลย้อนร่วมด้วย อาจเพิ่มขนาดเป็นวันละ 2 ครั้ง
🔹 การป้องกันแผลทางเดินอาหารจากการใช้ยา NSAIDs หรือยาต้านเกล็ดเลือด
ในผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้ยาต้านเกล็ดเลือด (antiplatelets) หรือ NSAIDs อย่างต่อเนื่อง และมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดแผลหรือเลือดออกทางเดินอาหาร เช่น:
* เคยมีประวัติแผลในทางเดินอาหารหรือเคยมีเลือดออกมาก่อน
* ผู้สูงอายุ
* การใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (anticoagulants)
* การใช้ยากลุ่ม corticosteroids ร่วมกัน
แนะนำให้ ใช้ยา PPI ควบคู่เป็นมาตรการป้องกันแผล ตามดุลยพินิจของแพทย์และตามระดับความเสี่ยงของผู้ป่วย

กลุ่มผู้ป่วยที่อาจไม่จำเป็นต้องใช้ Omeprazole ตลอดชีวิต
การใช้ยา proton pump inhibitors (PPIs) อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ควรพิจารณาจากข้อบ่งใช้และระดับความรุนแรงของโรคเป็นรายบุคคล สำหรับผู้ป่วยบางกลุ่ม โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน อาจไม่จำเป็นต้องพึ่งยาในระยะยาว

ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว ได้แก่:
🔹 ผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อน (GERD) ที่มีคุณลักษณะดังต่อไปนี้:
* ไม่มีภาวะหลอดอาหารอักเสบรุนแรง (non-severe erosive esophagitis)
* ไม่มีภาวะ Barrett’s esophagus
* มีอาการสงบดีหลังได้รับการรักษาด้วย PPI เป็นระยะเวลา 4–8 สัปดาห์

ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ สามารถพิจารณา:
* หยุดยา
* ลดขนาดยา
* หรือปรับเป็นรูปแบบการใช้ยาเฉพาะเมื่อมีอาการ (on-demand therapy) ซึ่งจากการศึกษาพบว่า สามารถควบคุมอาการได้ในระดับใกล้เคียงกับการใช้ยาแบบต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่ม:
* NERD (Non-erosive reflux disease)
* EE ระดับไม่รุนแรง (mild erosive esophagitis)
แนวทางนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้ยาไม่จำเป็น และเป็นแนวปฏิบัติที่แนะนำโดยหลายแนวทางเวชปฏิบัติในผู้ป่วยที่ไม่มีข้อบ่งใช้การรักษาระยะยาว

หลักการ “De-prescribing” ยากลุ่ม Proton Pump Inhibitors (PPIs): แนวทางลด–เลิกการใช้ยาอย่างปลอดภัย
การใช้ PPI ในระยะยาวควรได้รับการทบทวนเป็นระยะ เนื่องจากการใช้ยาโดยไม่มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนอาจเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงโดยไม่จำเป็น แนวทางจาก American Gastroenterological Association (AGA) ปี 2022 แนะนำหลักปฏิบัติในการลดหรือหยุดการใช้ PPI ดังนี้:

🔎 หลักสำคัญของการพิจารณาหยุด PPI (De-prescribing principles)
* ทบทวนข้อบ่งใช้การใช้ยาอย่างสม่ำเสมอ
* ลดขนาดและความถี่ของยาลงสู่ระดับต่ำสุด ที่ยังสามารถควบคุมอาการได้
* พิจารณาหยุดยาในผู้ป่วยที่ไม่มีข้อบ่งใช้ชัดเจน หรือมีอาการสงบแล้ว
* แจ้งผู้ป่วยล่วงหน้า ว่าอาจมีอาการกรดไหลย้อนกำเริบชั่วคราว (rebound acid hypersecretion) ภายหลังหยุดยา

🧭 แนวทางการลดหรือหยุด PPI: ตัวเลือกที่ใช้ได้ในเวชปฏิบัติ
1. Step-down therapy
* ปรับจากการรับประทาน วันละ 2 ครั้ง → วันละครั้ง
* เหมาะกับผู้ป่วยที่สามารถควบคุมอาการได้แล้วด้วยขนาดยาปกติ
2. Tapering dose / Intermittent dosing
* ค่อย ๆ ลดขนาดยา หรือเปลี่ยนเป็น วันเว้นวัน
* ดำเนินการต่อเนื่อง 1–2 สัปดาห์ก่อนหยุดยาโดยสิ้นเชิง
3. On-demand therapy
* ใช้ยาเฉพาะในวันที่มีอาการ
* เหมาะกับผู้ป่วย NERD (non-erosive reflux disease) หรือ หลอดอาหารอักเสบระดับไม่รุนแรง
4. Bridging therapy
* ในช่วง 2–4 สัปดาห์แรกหลังลดหรือหยุด PPI อาจพิจารณาใช้:
* H2-receptor antagonists (เช่น famotidine)
รับประทานตอนเย็นก่อนนอน
* หรือ ยากลุ่ม alginates / ยาลดกรดตามอาการ
💡 เหตุผลสนับสนุนการลด PPI แบบค่อยเป็นค่อยไป
การหยุด PPI อย่างกะทันหันอาจทำให้เกิดภาวะ rebound acid hypersecretion ซึ่งเป็นกลไกการเพิ่มการหลั่งกรดชั่วคราวภายหลังหยุดยา ส่งผลให้เกิดอาการ แสบร้อนกลางอก (heartburn) หรือ เรอเปรี้ยว (acid regurgitation) ชั่วคราวในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก การลดขนาดยาแบบขั้นบันได และการใช้ยาสะพานในช่วงเปลี่ยนผ่าน สามารถช่วยลดอาการกำเริบเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

05/10/2025

❌ สิ่งที่พ่อแม่เข้าใจผิดที่พบบ่อย
คือเข้าใจว่า “น้ำมูกเหลือง/เขียว = ต้องกินยาฆ่าเชื้อ (ยาปฏิชีวนะ)”

จริงๆ แล้ว… ความเข้าใจนี้ ยังไม่ถูกต้องครับ
น้ำมูกเขียวไม่ได้แปลว่าลูกติดเชื้อแบคทีเรียเสมอไป



🧬 ทำไมน้ำมูกถึงเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือเขียว?
• เวลาเป็นหวัดหรือติดเชื้อ (ไม่ว่าจะไวรัสหรือแบคทีเรีย)
• ร่างกายจะส่ง “เม็ดเลือดขาวนิวโทรฟิล” มาสู้กับเชื้อเหมือนๆกัน
• ในเม็ดเลือดขาวนี้มีเอนไซม์ชื่อ Myeloperoxidase (MPO) ซึ่งมี"สีเขียว"ตามธรรมชาติ
• เมื่อมีเม็ดเลือดขาวรวมตัวกันมากๆ น้ำมูกเลยกลายเป็นสีเหลืองหรือเขียวนั่นเอง

➡️ ดังนั้น สีเหลือง/เขียวของน้ำมูก = แปลว่าเม็ดเลือดขาวเรากำลังทำงาน
อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสก็ได้หรือเชื้อแบคทีเรียก็ได้
ไม่ใช่หลักฐานชี้ชัดว่าเป็นเชื้อแบคทีเรียเสมอไป



🩺 แล้วเมื่อไหร่ถึงจะสงสัยว่าเป็นเชื้อแบคทีเรียจริงๆ?

ไม่ได้ดูแค่สีครับ แต่ต้องดู “อาการร่วม” อื่นๆด้วย เช่น 👇

🔹 อาการยืดเยื้อ เป็นนาน (Persistent symptoms)
• น้ำมูกเขียวเกิน 10 วัน โดยไม่ดีขึ้นเลย

🔹 อาการรุนแรง (Severe symptoms)
• มีไข้สูง ≥ 39°C (102.2°F)
• ร่วมกับน้ำมูกเขียวต่อเนื่อง ≥ 3 วัน
** เน้นนะครับ ว่าอย่างน้อย 3 วัน **

🔹 อาการแย่ลงใหม่ หลังดีขึ้น (Worsening symptoms)
• เดิมเหมือนจะดีขึ้นแล้ว แต่น้ำมูกกลับเขียวและแย่ลง
• หรือมีไข้กลับมาใหม่/ ปวดหัวรุนแรง

ถ้าลูกมีอาการเข้าเกณฑ์เหล่านี้
→ ถึงจะเริ่มคิดถึงการติดเชื้อแบคทีเรียและอาจพิจารณาให้ยาฆ่าเชื้อครับ 💊



👩‍⚕️ จะเห็นว่าการวินิจฉัยว่าเป็นเชื้อแบคทีเรียจริงๆ ต้อง “อาศัยเวลา” ครับ
(เพราะการติดเชื้อไวรัสมักจะดีขึ้นเอง เมื่อเวลาผ่านไป)
หลายครั้งที่หมอหลายคนไม่จ่ายยาฆ่าเชื้อทันที
แล้วนัดมาติดตามอาการ 3 วัน 5 วัน
ไม่ได้แปลว่า “หมอเลี้ยงไข้” ❌

แต่แปลว่า…
ต้องมั่นใจก่อนว่าลูกติดเชื้อแบคทีเรียจริงๆ ถึงจะจ่ายยาฆ่าเชื้อให้กิน
เพราะยาฆ่าเชื้อ มันฆ่าได้แค่แบคทีเรีย ไม่ได้ฆ่าเชื้อไวรัส

และยาฆ่าเชื้อเองก็มีข้อเสีย เช่น
• ทำลายสมดุลของ “เพื่อนจิ๋วในลำไส้” (ไมโครไบโอม) ซึ่งสำคัญต่อสุขภาพในระยะยาว (ใครยังไม่รู้จักไปอ่าน link ในคอมเมนท์เลยครับ)
• เพิ่มโอกาสเกิด “เชื้อดื้อยา” ส่งต่อไปในสังคม
• อาจมีผลข้างเคียง เช่น ท้องเสียหรือแพ้ยา

เพราะฉะนั้นการใช้ยาฆ่าเชื้อจึงเป็นเรื่องที่หมอต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ



💡 สรุปจำกันใหม่นะครับ
น้ำมูกเหลืองหรือเขียว = สัญญาณว่าเม็ดเลือดขาวกำลังต่อสู้
ไม่ใช่ตัวชี้ขาดว่าต้องกินยาฆ่าเชื้อเสมอไป
และส่วนใหญ่ก็เป็นจากการติดเชื้อไวรัส ที่มักจะหายเองได้ ❤️

👉 ใครยังไม่ได้อ่านข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจให้ลูกกินยาฆ่าเชื้อ
ตามไปอ่านต่อได้จาก link ในคอมเมนท์เลยครับ

22/09/2025

📣แจ้งวันหยุดล่วงหน้า📣
บ้านยาทวีทรัพย์
❌หยุด 24-27 ก.ย. ครับ❌

ที่อยู่

Amphoe Lat Yao
60150

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 20:00
อังคาร 09:00 - 20:00
พุธ 09:00 - 20:00
พฤหัสบดี 09:00 - 20:00
ศุกร์ 09:00 - 20:00
เสาร์ 08:30 - 16:00
อาทิตย์ 09:00 - 20:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านยาทวีทรัพย์ - TWS Pharmacyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง บ้านยาทวีทรัพย์ - TWS Pharmacy:

แชร์