04/11/2025
🔬 สรุปข้อจำกัดและปัจจัยรบกวนในการตรวจ HbA1c
การตรวจ HbA1c อาจให้ผลที่ "ต่ำกว่าความเป็นจริง" (Falsely Low) หรือ "สูงกว่าความเป็นจริง" (Falsely High) ได้จากหลายปัจจัย ดังนี้ค่ะ
1️⃣กลุ่มปัญหาจากสิ่งส่งตรวจ (Pre-analytical Factors)
นี่คือกลุ่มที่นักเทคนิคการแพทย์ต้องคัดกรองอย่างเข้มงวดที่สุดก่อนนำเข้าเครื่องค่ะ
1. Clotted Sample (ลิ่มเลือด):
▪️ปัญหา: ไม่ว่าจะเป็นก้อนใหญ่ (Macroclot) หรือก้อนเล็กๆ (Microclots) จะดักจับเม็ดเลือดแดงไว้ ทำให้ส่วนที่เครื่องดูดไปตรวจวัดมีเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ
▪️ผลกระทบ: ทำให้ค่า HbA1c ต่ำกว่าความเป็นจริง (Falsely Low) อย่างรุนแรง และอาจทำให้เครื่องอุดตัน
▪️การจัดการ: ต้องปฏิเสธ (Reject) และเจาะใหม่เท่านั้น
2. In-vitro Hemolysis (เม็ดเลือดแดงแตกในหลอด):
▪️ปัญหา: เกิดจากการเจาะเลือดที่แรง, เขย่าหลอด, หรือจัดเก็บไม่เหมาะสม ทำให้ฮีโมโกลบินแตกออกมานอกเซลล์
▪️ ผลกระทบ: ขึ้นอยู่กับวิธีตรวจ (Method-dependent)
➖Immunoassay: มักไม่รบกวน ยกเว้นแตกมากๆ
➖ HPLC/Chromatography: อาจรบกวน Baseline หรือสร้าง Peak ปลอม
▪️การจัดการ: หาก Hemolysis รุนแรง ควรพิจารณาเจาะใหม่
3. Wrong Tube/Anticoagulant (ใช้หลอดผิดประเภท):
▪️ ปัญหา: HbA1c ต้องใช้ EDTA (ฝาม่วง) เท่านั้น การใช้หลอดอื่น เช่น Heparin (ฝาเขียว) หรือ Sodium Fluoride (ฝาเทา) จะรบกวนปฏิกิริยาเคมีของชุดตรวจ
▪️การจัดการ: Reject และเจาะใหม่
4. Improper Specimen Storage (การจัดเก็บไม่เหมาะสม):
▪️ปัญหา: ตัวอย่างที่เก็บไว้นานเกินไป (เช่น > 7 วันที่ 2-8°C หรือ > 24 ชม. ที่อุณหภูมิห้อง) ฮีโมโกลบินจะเริ่มเสื่อมสภาพ (Degrade)
▪️ผลกระทบ: อาจทำให้ผลตรวจ ต่ำกว่าความเป็นจริง
▪️การจัดการ: ตรวจสอบอายุตัวอย่างเทียบกับความคงตัว (Stability) ที่ระบุในคู่มือชุดตรวจ
5. QNS (Quantity Not Sufficient) / Improper Ratio:
▪️ ปัญหา: ปริมาณเลือดน้อยเกินไป (เช่น ไม่ถึงครึ่งหลอด) ทำให้สัดส่วนของสารกันเลือดแข็ง EDTA ต่อเลือดสูงเกินไป
▪️ ผลกระทบ: อาจทำให้เซลล์เหี่ยว (Crenate) หรือเกิด Microclots ได้
▪️ การจัดการ: ควรขอเจาะใหม่เพื่อให้ได้อัตราส่วนที่เหมาะสม
2️⃣ กลุ่มปัจจัยทางชีวภาพของผู้ป่วย (Biological Factors)
นี่คือกลุ่มที่ "อันตราย" ที่สุด เพราะตัวอย่างเลือดอาจดูสมบูรณ์แบบ แต่ค่าที่ได้กลับ "แปลผลไม่ได้" เนื่องจากสภาวะของผู้ป่วยเอง
1. ภาวะที่อายุเม็ดเลือดแดงสั้นลง (Shortened RBC Lifespan):
▪️กลไก: HbA1c สะสมน้ำตาลตลอดอายุ 120 วัน ถ้าเม็ดเลือดแดงอายุสั้น (ถูกทำลายเร็ว) มันจะไม่มีเวลาสะสมน้ำตาล
▪️ ผลกระทบ: ทำให้ค่า HbA1c ต่ำกว่าความเป็นจริง (Falsely Low)
▪️ภาวะที่เกี่ยวข้อง:
➖ ภาวะซีดจากการแตกของเม็ดเลือดแดง (Hemolytic Anemia) เช่น G6PD, AIHA
➖การเสียเลือดเรื้อรัง (Chronic Blood Loss)
➖การได้รับเลือด (Recent Blood Transfusion)
➖ภาวะไตวายเรื้อรัง (CKD) ที่รุนแรง (ได้รับ Erythropoietin)
➖ม้ามโต (Splenomegaly)
2. ภาวะที่อายุเม็ดเลือดแดงยาวนานขึ้น (Increased RBC Lifespan):
▪️ กลไก: เม็ดเลือดแดงอยู่ในกระแสเลือดนานกว่าปกติ ทำให้มีเวลาสะสมน้ำตาลมากขึ้น
▪️ ผลกระทบ: ทำให้ค่า HbA1c สูงกว่าความเป็นจริง (Falsely High)
▪️ภาวะที่เกี่ยวข้อง:
➖ภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency Anemia)
➖ภาวะซีดจากขาด Vitamin B12 / Folate
➖ ภาวะหลังตัดม้าม (Splenectomy)
3. ความผิดปกติของฮีโมโกลบิน (Hemoglobinopathies):
▪️นี่คือตัวรบกวนที่ซับซ้อนที่สุด และส่งผลกระทบต่างกันในแต่ละวิธีตรวจ
▪️กลไก (Analytical): Variant Hemoglobin (เช่น HbS, HbC, HbE) หรือ HbF (Fetal Hb) ที่มีปริมาณสูง อาจถูกเครื่อง "นับรวม" หรือ "แยกออก" ผิดพลาด
➖ HPLC: บาง Variant อาจมีตำแหน่งการแยก (Elution time) ไปซ้อนทับกับ Peak ของ HbA1c (ทำให้ Falsely High) หรือแยกออกไปเลย (ทำให้ Falsely Low)
➖Immunoassay: ชุดตรวจส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้จำเพาะ แต่บางชนิดอาจยังถูกรบกวนโดยเฉพาะจาก HbF ในปริมาณสูง
▪️กลไก (Biological): Hb บางชนิด (เช่น HbS) ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกง่ายขึ้น (ลดอายุ RBC) ซึ่งจะทำให้ Falsely Low อยู่แล้วโดยธรรมชาติ
▪️การจัดการ: ต้องรู้จักวิธีตรวจของแล็บตัวเอง (เช่น HPLC ของเรามีปัญหากับ HbE หรือไม่) หาก HPLC อ่านผลไม่ได้ (เช่น Chromatogram ผิดปกติ) หรือผู้ป่วยมีภาวะนี้ ควรพิจารณารายงานผลเป็น "ไม่สามารถรายงานผลได้เนื่องจาก..." หรือเลือกตรวจด้วยวิธีที่ไม่ถูกรบกวน
3️⃣ กลุ่มปัจจัยรบกวนการตรวจวัด (Analytical Interferences)
1. ภาวะยูเรียในเลือดสูง (Uremia):
▪️ ปัญหา: ในผู้ป่วยไตวาย (Renal Failure) จะมี Urea ในเลือดสูง ซึ่งสามารถไปจับกับ Hemoglobin เกิดเป็น Carbamylated Hemoglobin
▪️ผลกระทบ: สารตัวนี้มักถูกตรวจวัดรวมไปกับ HbA1c (โดยเฉพาะวิธี HPLC และบาง Immunoassay) ทำให้ค่า สูงกว่าความเป็นจริง (Falsely High)
▪️การจัดการ: ในผู้ป่วยไตวาย ต้องระวังการแปลผล HbA1c เสมอ
2. ไขมันในเลือดสูง (Hypertriglyceridemia) หรือ ดีซ่าน (Hyperbilirubinemia):
▪️ ปัญหา: ทำให้ตัวอย่างขุ่น (Turbidity)
▪️ผลกระทบ: มักรบกวนวิธีตรวจกลุ่ม Immunoassay (ที่ใช้การวัดแสง) อาจทำให้ผลสูงหรือต่ำก็ได้
▪️ การจัดการ: HPLC มักไม่ค่อยถูกรบกวนจากความขุ่น
3. ยา (Medications):
▪️ ปัญหา: ยาบางชนิดในปริมาณสูงๆ เช่น Aspirin (Salicylates) หรือ Vitamin C, E (Antioxidants) ในทางทฤษฎีอาจรบกวนกระบวนการ Glycation
▪️ ผลกระทบ: ส่วนใหญ่พบน้อยมากกับวิธีตรวจในปัจจุบัน แต่ก็ยังถือเป็นข้อควรระวัง
💡 แนวทางปฏิบัติ (Key Takeaway)
▪️ ไม่มีวิธีตรวจใดที่สมบูรณ์แบบ: แล็บต้องรู้ว่าวิธี (Method) ที่ตัวเองใช้ (HPLC, Immunoassay, Capillary Electrophoresis) มีจุดอ่อนเรื่องใด (เช่น ไวต่อ Hb Variant ตัวไหน, ไวต่อ Carbamylated Hb หรือไม่)
▪️สังเกตสัญญาณเตือน: หากค่า HbA1c "ขัดแย้ง" กับค่าน้ำตาลปลายนิ้ว (SMBG) หรือ FBG ของผู้ป่วยอย่างชัดเจน หรือค่า Hct/RBC indices ผิดปกติมาก (เช่น Anemia/Polycythemia รุนแรง) ต้องตั้งข้อสงสัยถึงปัจจัยรบกวนเหล่านี้ทันที
▪️ทางเลือกอื่น: ในกรณีที่ HbA1c เชื่อถือไม่ได้ (เช่น ผู้ป่วยมี Hemolytic Anemia ชัดเจน) การตรวจ Fructosamine (ซึ่งสะท้อนค่าน้ำตาล 2-3 สัปดาห์) อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าค่ะ
หากชอบบทความนี้เฝากดไลค์ กดแชร์ กดติดตาม และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ🥰
#เบาหวาน #ข้อจำกัดการตรวจแล็บ #เทคนิคการแพทย์ #ปัจจัยรบกวน
อ้างอิง
1. National Glycohemoglobin Standardization Program (NGSP). (2024). Factors that interfere with HbA1c test results. NGSP.
2. Radin, M. S. (2014). Pitfalls in hemoglobin A1c measurement: When results may be misleading. Journal of General Internal Medicine, 29(2), 388–394.
3. American Diabetes Association Professional Practice Committee. (2024). 2. Diagnosis and classification of diabetes: Standards of Care in Diabetes—2025. Diabetes Care, 48(Supplement_1), S27–S46.