Orange Lab Aonang - ออร์เร้นจ์แล็บ อ่าวนาง

Orange Lab Aonang - ออร์เร้นจ์แล็บ อ่าวนาง สุขภาพดี = ชีวิตที่ดี ให้ออร์เร้นจ์แล็บ

แจ้งวันทำการคลินิก : เดือน มกราคม 2569OPEN HOURS : January 2026
03/01/2026

แจ้งวันทำการคลินิก : เดือน มกราคม 2569
OPEN HOURS : January 2026

แจ้งวันหยุดปีใหม่ 2569 🙏🥰คลินิกปิด 31 ธ.ค. - 1 ม.ค.เปิดทำการวันที่ 2 ม.ค. 2569 ค่ะ
30/12/2025

แจ้งวันหยุดปีใหม่ 2569 🙏🥰
คลินิกปิด 31 ธ.ค. - 1 ม.ค.
เปิดทำการวันที่ 2 ม.ค. 2569 ค่ะ

📌การเตรียมตัวก่อนเจาะเลือด ในบางรายการตรวจต้อง งดอาหาร เครื่องดื่มชา กาแฟฯลฯ ⏰อย่างน้อย 8 ชั่วโมง(น้ำเปล่าดื่มได้ค่ะ)เพื...
16/12/2025

📌การเตรียมตัวก่อนเจาะเลือด ในบางรายการตรวจ
ต้อง งดอาหาร เครื่องดื่มชา กาแฟฯลฯ ⏰อย่างน้อย 8 ชั่วโมง
(น้ำเปล่าดื่มได้ค่ะ)
เพื่อผลการตรวจที่ถูกต้อง แม่นยำค่ะ
Orange Lab Aonang - ออร์เร้นจ์แล็บ อ่าวนาง
เวลาเปิดทำการ: จันทร์-เสาร์ (เวลา 7.30-17.30 น.)
ปิดทำการ: ทุกวันอาทิตย์
สามารถติดต่อสอบถามได้ที่: ข้อความเพจ
หรือโทร 094 773 9015 ค่ะ 😊🙏

🩸ไขความลับ! ทำไมต้อง "อดอาหาร" ก่อนเจาะเลือด⁉️และควรเตรียมตัวก่อนเจาะเลือดอย่างไร⁉️

เคยสงสัยกันไหมคะ? ว่าทำไมทุกครั้งที่จะต้องไปตรวจสุขภาพหรือเจาะเลือด คุณหมอหรือพยาบาลถึงต้องย้ำนักย้ำหนาว่า "คืนนี้หลัง 2 ทุ่ม งดน้ำงดอาหารนะคะ" บางคนก็เผลอแอบจิบกาแฟตอนเช้าไปนิดหน่อย แล้วคิดว่า "ไม่เป็นไรหรอกมั้ง?"

วันนี้จะพาทุกคนไปดูว่า "อาหารมื้อเดียว" มันส่งผลกระทบต่อค่าเลือดของเราได้อย่างมหาศาลขนาดไหน และการเตรียมตัวที่ถูกต้องคือเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำที่สุด!

📌เจาะลึกระดับโมเลกุล: ทำไมอาหารมื้อสุดท้ายถึงเป็น "ตัวแปรสำคัญ"

เมื่อเราทานอาหารเข้าไป ร่างกายจะเริ่มกระบวนการย่อยและดูดซึมสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือดทันที ซึ่งสารอาหารเหล่านี้เองที่กลายเป็น "ผู้ก่อกวน" ตัวยงสำหรับเครื่องตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการค่ะ โดยผู้ก่อกวนหลักๆ มี 2 ชนิดคือ:
🩸น้ำตาลกลูโคส (Glucose):
▪️กลไกปกติ: หลังทานอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ระดับน้ำตาลในเลือดจะพุ่งสูงขึ้นทันที ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน "อินซูลิน" เพื่อนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานและเก็บสะสม ทำให้ระดับน้ำตาลกลับสู่ภาวะปกติภายใน 2-3 ชั่วโมง
▪️ผลกระทบต่อการตรวจ: หากเราเจาะเลือดหลังทานอาหาร ค่าที่วัดได้จะเป็นค่า "น้ำตาลขณะนั้น" ซึ่งสูงกว่าปกติแน่นอน อาจทำให้ถูกวินิจฉัยผิดพลาดว่าเป็น ภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) หรือ โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) ได้ ทั้งๆ ที่ร่างกายคุณอาจจะปกติ การ "อดอาหาร" อย่างน้อย 8-12 ชั่วโมง จึงเป็นการเคลียร์ค่าน้ำตาลที่มาจากอาหารมื้อล่าสุดออกไป ทำให้ค่าที่วัดได้คือ ระดับน้ำตาลพื้นฐานตอนอดอาหาร (Fasting Blood Sugar - FBS) ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานที่แท้จริงของร่างกายค่ะ

🩸ไขมัน (Lipids) โดยเฉพาะไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides):
▪️กลไกปกติ: หลังทานอาหารที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบ ไขมันจะถูกดูดซึมและลำเลียงในกระแสเลือดในรูปของอนุภาคที่เรียกว่า "ไคโลไมครอน (Chylomicrons)"
▪️ผลกระทบต่อการตรวจ: การมีไคโลไมครอนจำนวนมากในกระแสเลือด จะทำให้พลาสมาหรือซีรั่ม (ส่วนประกอบที่เป็นของเหลวของเลือด) มีลักษณะ ขุ่นขาวคล้ายนม หรือที่ในวงการแล็บเรียกว่า "ภาวะไลปิมิก (Lipemia)"
➖การรบกวนเชิงกายภาพ: เครื่องตรวจวิเคราะห์ส่วนใหญ่ทำงานโดยใช้หลักการวัดการดูดกลืนแสง (Spectrophotometry) เมื่อซีรั่มขุ่น แสงจะไม่สามารถเดินทางผ่านไปได้ตามปกติ ทำให้เครื่องแปลผลผิดพลาดได้ในหลายรายการตรวจ ไม่ใช่แค่ค่าไขมันเท่านั้น! มันสามารถรบกวนไปถึงค่าการทำงานของตับ (Liver Function), การทำงานของไต (Kidney Function) และเอนไซม์ต่างๆ ได้อีกด้วยค่ะ เปรียบง่ายๆ เหมือนเราพยายามอ่านหนังสือผ่านแก้วน้ำที่ขุ่นมัวนั่นเองค่ะ

✅เช็คลิสต์! รายการตรวจไหนบ้างที่ต้อง "อดอาหาร"
เพื่อให้ชัวร์ที่สุด เรามาดูกันค่ะว่ารายการตรวจยอดฮิตอะไรบ้างที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อม

🚫กลุ่มที่ต้อง "อดอาหาร" อย่างเคร่งครัด (Fasting Required):
🔎ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด:
▪️Fasting Blood Sugar (FBS)
▪️Oral Glucose Tolerance Test (OGTT) - การตรวจความทนทานต่อน้ำตาล (ต้องอดอาหารแล้วไปดื่มน้ำหวานที่โรงพยาบาล)
🔎ตรวจระดับไขมันในเลือด (Lipid Profile):
▪️Total Cholesterol
▪️Triglycerides
▪️HDL-C (ไขมันดี)
▪️ LDL-C (ไขมันเลว)
🔎Gastrin: ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร
🔎 Glucagon: ฮอร์โมนที่ควบคุมระดับน้ำตาล

🟡กลุ่มที่ "แนะนำให้อดอาหาร" เพื่อผลที่แม่นยำที่สุด (Fasting Recommended):
▪️ชุดตรวจการทำงานของตับ (Liver Function Test): โดยเฉพาะค่า Gamma-glutamyl transferase (GGT)
▪️ชุดตรวจการทำงานของไต (Kidney Function Test): เช่น Creatinine, Blood Urea Nitrogen (BUN)
▪️ชุดตรวจเกลือแร่ (Electrolytes) และสารเคมีในเลือด:
➖ Comprehensive Metabolic Panel (CMP)
➖Basic Metabolic Panel (BMP)
▪️ตรวจระดับธาตุเหล็ก (Iron Studies)
▪️ตรวจระดับวิตามินบางชนิด: เช่น วิตามิน B12

🟢กลุ่มที่ไม่จำเป็นต้องอดอาหาร (No Fasting Needed):
▪️ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
▪️ตรวจหมู่เลือด (Blood Grouping)
▪️ตรวจการตั้งครรภ์ (hCG)
▪️ตรวจการแข็งตัวของเลือด (PT, PTT)
▪️ ตรวจหาการติดเชื้อต่างๆ เช่น HIV, ไวรัสตับอักเสบ
▪️ตรวจระดับฮอร์โมนส่วนใหญ่ เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์ (Thyroid hormones)

📌ข้อควรระวังและ "Do & Don't" ก่อนวันเจาะเลือด
การเตรียมตัวที่ถูกต้องสำคัญพอๆ กับการอดอาหารเลยค่ะ

✅ระยะเวลาการอด: ควรงดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดที่มีแคลอรี่ เป็นเวลา 8-12 ชั่วโมง ก่อนเจาะเลือด
✅น้ำเปล่าดื่มได้ไหม?: ดื่มได้และควรดื่มค่ะ! การดื่มน้ำเปล่าจะช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ ทำให้หลอดเลือดไม่แฟบ การเจาะเลือดจะง่ายขึ้น และช่วยป้องกันอาการหน้ามืดอ่อนเพลียได้
🚫เครื่องดื่มอื่นๆ: ห้ามเด็ดขาด! ทั้งกาแฟ ชา น้ำอัดลม นม น้ำผลไม้ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะมีทั้งน้ำตาล คาเฟอีน และแคลอรี่ที่ส่งผลต่อค่าเลือดโดยตรง
🚫หมากฝรั่งและลูกอม: ไม่ได้ค่ะ แม้จะเป็นชนิดไม่มีน้ำตาล แต่ก็อาจมีสารให้ความหวานที่กระตุ้นระบบย่อยอาหารได้
🚫การสูบบุหรี่: ควรงดสูบบุหรี่ในคืนก่อนและเช้าวันเจาะเลือด เพราะนิโคตินมีผลต่อระดับฮอร์โมนบางชนิดและอาจทำให้ค่าความดันโลหิตสูงขึ้นได้
✅ยาประจำตัว: สำคัญที่สุด! 🚫ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด ให้ปรึกษาแพทย์ผู้สั่งตรวจก่อนเสมอ แพทย์จะให้คำแนะนำว่ายาตัวไหนสามารถทานได้ หรือยาตัวไหนควรงดเว้นก่อนเจาะเลือด

แล้วถ้าเผลอกินไปแล้วล่ะ?
สิ่งสำคัญที่สุดคือ "ความซื่อสัตย์" ค่ะ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่หรือพยาบาลที่จุดเจาะเลือดตามตรงว่าคุณทานอะไรไป เมื่อไหร่ อย่าคิดว่า "นิดเดียวไม่เป็นไร" เพราะ "นิดเดียว" นั้นอาจทำให้ผลการตรวจคลาดเคลื่อน นำไปสู่การวินิจฉัยที่ผิดพลาด และอาจต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการกลับมาเจาะเลือดใหม่อีกครั้งค่ะ

การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเจาะเลือด คือการมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของตัวคุณเอง ทำให้ผลการตรวจที่ออกมาสะท้อนสุขภาพที่แท้จริงของคุณได้อย่างแม่นยำที่สุดนะคะ ❤️

#เจาะเลือด #ตรวจสุขภาพ #อดอาหาร #งดน้ำงดอาหาร #สุขภาพ #วิทยาศาสตร์การแพทย์ #นักเทคนิคการแพทย์ #เบาหวาน #ไขมันในเลือด #เตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ #ความรู้สุขภาพ #โรงพยาบาล #แล็บ #เลือด #ดูแลตัวเอง #รักสุขภาพ #สาระสุขภาพ

แหล่งอ้างอิง (References):
1. Lima-Oliveira, G., Volanski, W., Lippi, G., Picheth, G., & Guidi, G. C. (2017). Pre-analytical phase management: a review of the procedures from patient preparation to laboratory analysis. Scandinavian Journal of Clinical and Laboratory Investigation, 77(3), 153–163.https://2024.sci-hub.se/6507/a618ce0cadecaf2311205e75b956e3fd/lima-oliveira2017.pdf 10.1080/00365513.2017.1295312
2. Simundic, A. M., Cornes, M., Grankvist, K., Lippi, G., & Nybo, M. (2014). Standardization of collection requirements for fasting samples: For the Working Group on Preanalytical Phase (WG-PA) of the European Federation of Clinical Chemistry and Laboratory Medicine (EFLM). Clinica Chimica Acta, 432, 33–37. https://doi.org/10.1016/j.cca.2013.11.008

แจ้งวันทำการคลินิก : เดือน ธันวาคม 2568OPEN HOURS : DECEMBER 2025
01/12/2025

แจ้งวันทำการคลินิก : เดือน ธันวาคม 2568
OPEN HOURS : DECEMBER 2025

แจ้งวันทำการคลินิก : เดือน พฤศจิกายน 2568OPEN HOURS : NOVEMBER 2025
12/11/2025

แจ้งวันทำการคลินิก : เดือน พฤศจิกายน 2568
OPEN HOURS : NOVEMBER 2025

12/11/2025
แจ้งวันทำการคลินิก : เดือน ตุลาคม 2568OPEN HOURS : OCTOBER 2025
03/10/2025

แจ้งวันทำการคลินิก : เดือน ตุลาคม 2568
OPEN HOURS : OCTOBER 2025

26/09/2025

📌การตรวจ AFP คืออะไร ใช้บ่งชี้มะเร็งร้ายได้อย่างไร⁉️

เคยสงสัยไหมคะว่าโปรตีนเพียงตัวเดียว จะสามารถบอกเล่าเรื่องราวที่แตกต่างกันสุดขั้วได้อย่างไร? ในโลกของห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ Alpha-fetoprotein (AFP) คือหนึ่งในโปรตีนที่มีบทบาทหลากหลายและน่าทึ่งที่สุด มันคือตัวละครเอกที่ปรากฏตัวในสองช่วงเวลาสำคัญของชีวิต คือ "การก่อกำเนิด" และ "การเกิดโรค" ค่ะ

📌1. AFP คืออะไร? เจาะลึกถึงระดับโมเลกุล‼️

AFP เป็นโปรตีนในกลุ่มไกลโคโปรตีน (Glycoprotein) ซึ่งหมายถึงโปรตีนที่จับกับคาร์โบไฮเดรต มีหน้าที่คล้ายคลึงกับ อัลบูมิน (Albumin) ซึ่งเป็นโปรตีนหลักในเลือดของผู้ใหญ่ แต่ AFP จะทำหน้าที่เป็นโปรตีนหลักในเลือดของทารกในครรภ์ค่ะ

▪️แหล่งผลิตในภาวะปกติ: ในช่วงพัฒนาการของตัวอ่อน จะถูกสร้างขึ้นโดย ถุงไข่แดง (Yolk sac) จากนั้นเมื่อตัวอ่อนเติบโตขึ้น ตับของทารก (Fetal liver) จะรับหน้าที่ผลิตเป็นหลัก นอกจากนี้ยังพบการสร้างได้เล็กน้อยจากทางเดินอาหารของทารก
▪️หน้าที่ในทารก:
➖ควบคุมแรงดันออสโมติก (Oncotic pressure): ช่วยรักษาสมดุลของเหลวในหลอดเลือดของทารก
➖ ตัวขนส่งสาร (Carrier protein): ทำหน้าที่ขนส่งสารต่างๆ เช่น บิลิรูบิน, กรดไขมัน และยาบางชนิด
➖ปกป้องทารก: ป้องกันทารกเพศหญิงจากฮอร์โมนเอสโตรเจนของแม่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการได้

หลังคลอด ตับของทารกจะค่อยๆ ลดการสร้าง AFP ลง และเปลี่ยนไปสร้างอัลบูมินเป็นหลักแทน ทำให้ระดับ AFP ในเลือดลดลงอย่างรวดเร็วจนอยู่ในระดับที่ต่ำมาก (น้อยกว่า 10 ng/mL) ตลอดช่วงชีวิตของคนปกติค่ะ

📌2. พยาธิสรีรวิทยา (Pathophysiology): ทำไมเซลล์มะเร็งถึงกลับมาสร้าง AFP⁉️

นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทึ่งค่ะ! การที่เซลล์มะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะมะเร็งตับ กลับมาสร้าง AFP ได้อีกครั้ง เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "การถดถอยกลับไปสู่ลักษณะดั้งเดิม" (Dedifferentiation)

💥ในระดับยีนและเซลล์ อธิบายได้ดังนี้ค่ะ:
▪️ การปลุกยีนที่หลับใหล: ยีนที่ควบคุมการสร้าง AFP จะทำงานอย่างแข็งขันในช่วงชีวิตของตัวอ่อน แต่จะถูก "ปิด" หรือ "กดการแสดงออก" (Gene silencing) ไว้หลังคลอดโดยกระบวนการทางชีวเคมีที่ซับซ้อน
▪️ ความผิดปกติในเซลล์มะเร็ง: เมื่อเซลล์ตับปกติเกิดการกลายพันธุ์และพัฒนาไปเป็น เซลล์มะเร็งตับ (Hepatocellular Carcinoma - HCC) กระบวนการควบคุมยีนภายในเซลล์จะรวนไปหมด หนึ่งในยีนที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาทำงานอีกครั้งก็คือยีน AFP นี่เองค่ะ เซลล์มะเร็งจึงมีลักษณะบางอย่างย้อนกลับไปคล้ายเซลล์ตัวอ่อน และเริ่มผลิตโปรตีนที่มันไม่ควรจะผลิตแล้ว
▪️กลไกระดับโมเลกุล: มีการศึกษาพบว่าเส้นทางการส่งสัญญาณในเซลล์ (Signaling pathway) ที่ผิดปกติไปในเซลล์มะเร็ง เช่น Wnt/β-catenin pathway มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้ยีน AFP กลับมาแสดงออกอีกครั้ง

ดังนั้น การตรวจพบ AFP ในระดับสูงในผู้ใหญ่ (ที่ไม่ตั้งครรภ์) จึงเปรียบเสมือน "สัญญาณทางชีวภาพ" ที่บ่งชี้ว่าอาจมีเซลล์ที่ทำงานผิดปกติและย้อนกลับไปมีพฤติกรรมเหมือนเซลล์ตัวอ่อนซ่อนอยู่ในร่างกายค่ะ

📌3. ตรวจเจอ AFP สูงได้ในภาวะใดบ้าง⁉️

การมีค่า AFP สูงไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไปนะคะ เราต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยสามารถแบ่งกลุ่มได้ดังนี้ค่ะ

✨ภาวะที่ไม่ใช่มะเร็ง (Non-malignant Conditions)
▪️การตั้งครรภ์ (Pregnancy): เป็นภาวะที่พบ AFP สูงได้ตามปกติ เนื่องจากทารกในครรภ์เป็นผู้สร้างและปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดของแม่ ค่านี้จะถูกนำไปใช้ในการตรวจคัดกรองความผิดปกติของทารก
⬆️ AFP สูงเกินเกณฑ์: อาจสัมพันธ์กับภาวะหลอดประสาทของทารกเปิด (Neural Tube Defects - NTDs), ผนังหน้าท้องไม่ปิด (Abdominal wall defects) หรือการคำนวณอายุครรภ์ผิดพลาด
⬇️ AFP ต่ำเกินเกณฑ์: อาจสัมพันธ์กับกลุ่มอาการดาวน์ (Down syndrome) หรือ Trisomy 18
▪️ โรคตับอักเสบ (Hepatitis): ทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง เซลล์ตับที่บาดเจ็บและกำลังซ่อมแซมตัวเอง (Regeneration) อาจผลิต AFP ออกมาได้ชั่วคราว
▪️โรคตับแข็ง (Cirrhosis): ภาวะตับแข็งซึ่งเป็นแผลเป็นในตับ ก็สามารถกระตุ้นให้เซลล์ตับบางส่วนผลิต AFP สูงขึ้นได้เช่นกัน

🔥ภาวะมะเร็ง (Malignant Conditions)
▪️มะเร็งเซลล์ตับ (Hepatocellular Carcinoma - HCC): นี่คือภาวะที่สัมพันธ์กับค่า AFP สูงบ่อยที่สุด ประมาณ 60-70% ของผู้ป่วย HCC จะมีค่า AFP สูงในเลือด
▪️มะเร็งของเซลล์สืบพันธุ์ (Germ Cell Tumors): มะเร็งที่เกิดจากเซลล์ต้นกำเนิดของอสุจิหรือไข่ เช่น มะเร็งอัณฑะ (ชนิด Non-seminomatous) และมะเร็งรังไข่บางชนิด (Yolk sac tumor)
▪️มะเร็งตับในเด็ก (Hepatoblastoma): เป็นมะเร็งตับชนิดที่พบบ่อยในเด็กเล็ก ซึ่งมักจะมีการสร้าง AFP ในระดับที่สูงมาก
▪️ มะเร็งชนิดอื่นที่แพร่กระจายมายังตับ: เช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร หรือมะเร็งปอดที่ลุกลามมาที่ตับ ก็อาจทำให้ค่า AFP สูงขึ้นได้

📌4. Criteria & History: เมื่อไหร่แพทย์ถึงสั่งตรวจ AFP?

แพทย์จะพิจารณาสั่งตรวจ AFP ตามข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน ไม่ได้ตรวจพร่ำเพรื่อค่ะ

🔎การคัดกรองเฝ้าระวัง (Screening & Surveillance):
▪️ ประวัติ: ในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งตับ เช่น ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซีเรื้อรัง, ผู้ป่วยตับแข็งจากทุกสาเหตุ (เช่น แอลกอฮอล์, ไขมันพอกตับ)
▪️ Criteria: แพทย์จะแนะนำให้ตรวจ AFP ร่วมกับการทำอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบนทุกๆ 6-12 เดือน เพื่อค้นหามะเร็งตับในระยะเริ่มต้น

🔎 การช่วยวินิจฉัย (Diagnosis):
▪️ ประวัติ: เมื่อผู้ป่วยมีอาการที่น่าสงสัย หรือเมื่อตรวจพบก้อนในตับจากการตรวจด้วยภาพถ่ายรังสี (Imaging) เช่น อัลตราซาวนด์, CT scan หรือ MRI
▪️ Criteria: ค่า AFP ที่สูงมาก (เช่น > 400 ng/mL) ในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงและมีก้อนที่ตับ จะช่วยสนับสนุนการวินิจฉัย HCC ได้อย่างยิ่ง

🔎การติดตามการรักษา (Monitoring Treatment):
▪️ ประวัติ: ในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับหรือมะเร็งเซลล์สืบพันธุ์และกำลังรับการรักษา (เช่น ผ่าตัด, เคมีบำบัด, การให้ยาเฉพาะจุด)
▪️ Criteria: การตรวจวัดระดับ AFP เป็นระยะๆ จะช่วยประเมินการตอบสนองต่อการรักษาได้ หากค่า AFP ลดลงสู่ระดับปกติ แสดงว่าการรักษาได้ผลดี แต่หากค่ากลับสูงขึ้น อาจหมายถึงการกลับมาของโรค

🔎 การพยากรณ์โรค (Prognosis):
▪️Criteria: ระดับ AFP เริ่มต้นที่สูงมาก มักจะสัมพันธ์กับพยากรณ์โรคที่ไม่ดีนัก เช่น ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่ หรือมีการลุกลามไปแล้ว

📌5. การนำไปใช้ และการตรวจร่วมกับค่าอื่นๆ (Application & Co-testing)

สิ่งสำคัญที่สุดคือ AFP ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยมะเร็งแบบเดี่ยวๆ แต่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ต้องนำมาประกอบกับข้อมูลอื่นเสมอค่ะ

🔎ในการวินิจฉัยมะเร็งตับ (HCC):
▪️ต้องใช้ร่วมกับ ภาพถ่ายทางรังสี (Ultrasound, CT, MRI) เสมอ
▪️ปัจจุบันมีการตรวจร่วมกับตัวบ่งชี้อื่นเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ได้แก่
🩸 AFP-L3% (Lens culinaris agglutinin-reactive fraction of AFP): เป็นสัดส่วนของ AFP รูปแบบหนึ่งที่เชื่อว่าสร้างจากเซลล์มะเร็งโดยเฉพาะ มีความจำเพาะต่อ HCC มากกว่า AFP รวม
🩸 DCP (Des-gamma-carboxy prothrombin) หรือ PIVKA-II: เป็นโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือดที่สร้างขึ้นอย่างผิดปกติในเซลล์มะเร็งตับ
▪️ มีการนำค่าทั้ง 3 (AFP, AFP-L3, DCP) มาคำนวณเป็นคะแนนที่เรียกว่า GALAD score เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งตับได้ดียิ่งขึ้น

🔎 ในการวินิจฉัยมะเร็งเซลล์สืบพันธุ์ (Germ Cell Tumors):
▪️มักจะตรวจร่วมกับ β-hCG (Beta-human chorionic gonadotropin) และ LDH (Lactate dehydrogenase) ซึ่งรูปแบบของค่าที่สูงขึ้นจะช่วยจำแนกชนิดของมะเร็งได้

6. ข้อจำกัดและข้อควรระวัง (Limitations & Precautions)
➕ผลบวกลวง (False Positive): อย่างที่กล่าวไป ภาวะตับอักเสบหรือตับแข็งสามารถทำให้ AFP สูงขึ้นได้ชั่วคราว แพทย์อาจต้องนัดตรวจซ้ำเพื่อดูแนวโน้มของค่า
➖ ผลลบลวง (False Negative): ผู้ป่วยมะเร็งตับประมาณ 30-40% มีระดับ AFP ปกติ! ดังนั้น แม้ค่า AFP จะไม่สูง ก็ยังไม่สามารถตัดมะเร็งตับออกไปได้หากผลตรวจทางรังสีสงสัย

▪️ ค่าครึ่งชีวิต (Half-life): AFP มีค่าครึ่งชีวิตประมาณ 5-7 วัน ซึ่งมีความสำคัญในการติดตามการรักษา หลังการผ่าตัดก้อนมะเร็งออกหมด ค่า AFP ควรจะลดลงตามค่าครึ่งชีวิตนี้ หากลดลงช้าหรือกลับเพิ่มขึ้น แสดงว่าอาจยังมีเซลล์มะเร็งหลงเหลืออยู่

▪️ ค่ามาตรฐานแตกต่างกัน: ค่าปกติของ AFP อาจแตกต่างกันไปในแต่ละห้องปฏิบัติการ ขึ้นอยู่กับชุดน้ำยาและเครื่องมือที่ใช้ จึงควรดูค่าอ้างอิง (Reference range) ของแล็บนั้นๆ ประกอบเสมอ

โดยสรุป AFP คือตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่มีคุณค่ามหาศาล แต่ก็เปรียบเหมือนดาบสองคมที่ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจในการแปลผลอย่างถูกต้อง การนำไปใช้ต้องพิจารณาจากประวัติผู้ป่วย การตรวจร่างกาย และผลการตรวจอื่นๆ ประกอบกันเสมอ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดูแลรักษาสุขภาพค่ะ

#ตัวบ่งชี้มะเร็ง #มะเร็งตับ #นักเทคนิคการแพทย์ #ห้องแล็บ #ความรู้สู้มะเร็ง #วิทยาศาสตร์การแพทย์ #มะเร็งเซลล์สืบพันธุ์ #ตรวจสุขภาพ #สาระสุขภาพ #เรื่องเล่าจากห้องแล็บ #ไวรัสตับอักเสบ #ตับแข็ง

แหล่งอ้างอิง:
1. Mizejewski, G. J. (2001). Alpha-fetoprotein structure and function: relevance to isoforms, epitopes, and conformational variants. Experimental Biology and Medicine, 226(5), 377–408. https://journals.sagepub.com/doi/10.1177/153537020122600503
2. Singal, Amit G.1; Llovet, Josep M.2,3,4; Yarchoan, Mark5; Mehta, Neil6; Heimbach, Julie K.7; Dawson, Laura A.8; Jou, Janice H.9; Kulik, Laura M.10; Agopian, Vatche G.11; Marrero, Jorge A.12; Mendiratta-Lala, Mishal13; Brown, Daniel B.14; Rilling, William S.15; Goyal, Lipika16; Wei, Alice C.17; Taddei, Tamar H.18,19. AASLD Practice Guidance on prevention, diagnosis, and treatment of hepatocellular carcinoma. Hepatology 78(6):p 1922-1965, December 2023. | DOI: 10.1097/HEP.0000000000000466
3. Wong, R. J., Ahmed, A., & Gish, R. G. (2015). Elevated alpha-fetoprotein: differential diagnosis - hepatocellular carcinoma and other disorders. Clinics in liver disease, 19(2), 309–323. https://doi.org/10.1016/j.cld.2015.01.005

แจ้งวันทำการคลินิก : เดือน กันยายน 2568OPEN HOURS : SEPTEMBER 2025
03/09/2025

แจ้งวันทำการคลินิก : เดือน กันยายน 2568
OPEN HOURS : SEPTEMBER 2025

แจ้งวันทำการคลินิก : เดือน กรกฎาคม 2568OPEN HOURS : JULY 2025
02/07/2025

แจ้งวันทำการคลินิก : เดือน กรกฎาคม 2568
OPEN HOURS : JULY 2025

18/06/2025

อัพเดท! เวลาทำการ
วันจันทร์-เสาร์ 7.30-17.00 น.
วันพุธ 7.30-13.00 น.

Update! Open hour
Mon-Sat 7.30 am -5.00 pm
Wed 7.30 am -13.00 pm

ที่อยู่

285/2 ม. 5 อ. เมือง
Ban Ao Nang
81180

เวลาทำการ

จันทร์ 07:00 - 17:30
อังคาร 07:00 - 17:30
พุธ 07:00 - 17:30
พฤหัสบดี 07:00 - 17:30
ศุกร์ 07:00 - 17:30
เสาร์ 07:00 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+66947739015

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Orange Lab Aonang - ออร์เร้นจ์แล็บ อ่าวนางผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Orange Lab Aonang - ออร์เร้นจ์แล็บ อ่าวนาง:

แชร์