14/03/2026
ตกนรกลงไปแล้วจะปีนกลับขึ้นมาโอกาสแทบเป็นศูนย์..
ครั้งหนึ่ง
พระพุทธเจ้าได้เคยใช้ปลายนิ้วสัมผัสพื้นดิน
แล้วตรัสถามลูกศิษย์ด้วยคำถามง่าย ๆ
“ดินที่ติดปลายนิ้วตถาคต กับดินในมหาปฐพีนี้ อย่างไหนมากกว่ากัน”
แน่นอนครับ
ดินที่ติดปลายนิ้วนั้นน้อยนิดจนแทบมองไม่เห็น เมื่อเทียบกับพื้นดินทั้งโลก
แต่คำตอบที่ตามมากลับหน้าขนลุกกว่านั้นหลายเท่า
พระองค์ตรัสว่า
“ มนุษย์ที่ตายไปแล้วได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้งมีจำนวนเท่ากับเศษดินที่ปลายเล็บ ส่วนที่เหลือมหาศาลเท่าดินในมหาปฐพีนั้นล้วนพุ่งดิ่งลงสู่อบายภูมิ ทั้งนรก เปรต และสัตว์เดรัจฉาน”
หลายคนฟังแล้วอาจจะกลัวตัวเลขแต่ความจริงเบื้องหน้าที่น่ากลัวกว่าจำนวนคือความยากในการปีนกลับขึ้นมา
ทำไมดินปลายเล็บถึงมีน้อยนัก
เพราะเมื่อจิตหลุดจากสภาวะมนุษย์ลงสู่ความมืดบอดแล้ว เราจะสูญเสียเครื่องมือในการทำความดีไปจนหมดสิ้น
ในโลกของสัตว์หรือนรกไม่มีพื้นที่ให้ฝึกสติ ไม่มีเวลาให้เห็นธรรม
มีแต่การเบียดเบียน และการจองจำด้วยวิบากกรรมที่มองไม่เห็นจุดจบ
ลองนึกภาพเต่าตาบอดตัวหนึ่งกลางมหาสมุทรที่บ้าคลั่ง
ทุก ๆ 100 ปีมันจะโผล่หัวขึ้นมาหายใจเพียงครั้งเดียว
โอกาสที่หัวของมัน จะสวมเข้าไปพอดีกับรูแอกไม้ที่ลอยส่ายไปมากลางพายุนั้น ยากเพียงใด
พระองค์ตรัสว่า
“การที่ผู้ที่ตกลงไปแล้วจะกลับขึ้นมาเป็นมนุษย์อีกครั้งยากยิ่งกว่านั้นอีก”
ดังนั้น การที่เรายังมีลมหายใจ มีสติพอที่จะตั้งคำถามและได้ยินเรื่องราวนี้ในตอนนี้
คือโอกาสระดับหนึ่งในล้านล้าน ที่คุณต้องคว้าไว้ให้มั่น
ความจริงเบื้องหน้าคือโอกาสหนึ่งในล้านล้านนี้ ไม่ได้มีไว้ให้เราหวาดกลัวแต่มันมีไว้เพื่อให้เราตื่น
อย่ารอจนกลายเป็นเต่าตาบอดที่หลงทาง ในวันที่เรายังมีดวงตาที่มองเห็นแสงสว่างอยู่ตรงหน้าครับ
#นักจิตวิทยา
#นักสะกดจิตบำบัด