Learn for Life เปิดสอนพิเศษและฝึกอบรมด้านการพัฒน?

ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย มนุษย์ต่างก็พยายามที่จะพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นเลิศ ด้วยกลวิธีต่าง ๆ มากมาย แต่แล้วเทคนิควิธีการที่สามารถเผยแพร่ไปทั่วโลกและทนทานต่อการพิสูจน์ของกาลเวลา และยืนยงอยู่ได้มากว่า 40 ปีก็คือ NLP หรือ Neuro-Linguistic Programming ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยได้มีการเปิดตัวสถาบันฝึกอบรมเทคนิควิธีการดังกล่าวขึ้นหลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่ก็จะกระจุกตัวกันอยู่แค่ในเมืองหลวงของเราเท่านั้น ผมซึ่งศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับ NLP มาหลายวิธี จึงได้นำเอาบทเรียนจากเทคนิควิธีต่าง ๆ มาผสมประสานเข้ากับหลักจิตวิทยา และการสะกดจิต แล้วรวบรวมขึ้นเป็นหลักสูตรการสอน และฝึกอบรม เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับบุคคลที่ต้องการพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นเลิศทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ
ดั่งพุทธพจน์ที่ว่า "ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน ทุกสิ่งทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ" และ "จิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมนำความสุขมาให้"
เราจึงมุ่งเน้นส่งเสริมให้ผู้คนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาจิต อันจะเป็นทางเลือกหนึ่งในการเรียนรู้ที่จะนำพาชีวิตตนเองไปสู่ความสุข ความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย และรวดเร็ว

วิธีเอาชนะความกลัว..เมื่อวานผมเขียนเรื่อง “ความกลัว” บางคนอาจรู้สึกว่า มันก็ยังยากที่จะลงมือทำอยู่ดีงั้นวันนี้ ผมจะนำวิธ...
16/01/2026

วิธีเอาชนะความกลัว..

เมื่อวานผมเขียนเรื่อง “ความกลัว”
บางคนอาจรู้สึกว่า มันก็ยังยากที่จะลงมือทำอยู่ดี
งั้นวันนี้ ผมจะนำวิธีเอาชนะความกลัวมาเล่าให้คุณฟังกันครับ

เป็นเทคนิคง่าย ๆ ที่สามารถทำเสร็จได้ภายในไม่กี่นาทีครับ

** แนะนำให้ทำลงในกระดาษ หรือสมุดบันทึกส่วนตัวครับ **

1. ถามตัวเองว่า “ตอนนี้กำลังกลัวอะไร” เขียนออกมา
เช่น
1) “ฉันกลัวว่าถ้าทำแล้วมันออกมาไม่ดี คนอื่นจะมองว่าฉันไม่เก่ง” หรือ “ฉันกลัวจะทำผิดพลาด และมันจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียง”
2) “ฉันไม่คุ้นเคยกับมัน มันรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง”
3) “ฉันกลัวว่าชีวิตจะวุ่นวายขึ้น หรือต้องสูญเสียความสงบสุขที่มีอยู่ตอนนี้ไป”

2. ประเมินหา “วิธีการรับมือกับความกลัวนั้น”
เช่น
1) “การไม่ทำอะไรเลย ก็คือการไม่เติบโต และทำให้เสียโอกาสไปเรื่อย ๆ งั้นลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ว่า 'ความผิดพลาดคือการเรียนรู้' เริ่มจากการตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ให้สำเร็จก่อน”
2) “ความรู้สึกนี้เป็นเรื่องปกติ แต่การอยู่ในที่เดิม ๆ ก็ทำให้ชีวิตไม่ก้าวหน้า งั้นลอง 'เปิดใจ' ออกไปเจอสิ่งใหม่ ๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป”
3) “การเปลี่ยนแปลงคือส่วนหนึ่งของชีวิต การอยู่กับที่ก็คือการถอยหลังไปเรื่อย ๆ ลอง 'กำหนดขอบเขต' ให้ตัวเองว่า 'จะปรับเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่ไม่กระทบกับความสงบสุขเดิมมากเกินไป'”

3. ลงมือทำทีละนิด
เช่น
1) วันนี้จะลองหาข้อมูลเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้ 1 ชั่วโมง แทนที่จะคิดว่าต้องทำให้สมบูรณ์แบบตั้งแต่แรก
2) ลองฟัง Podcast ที่ไม่เคยฟัง หรือลองทำกิจกรรมใหม่ ๆ แค่ครั้งเดียวดูก่อน เพื่อสร้างความคุ้นเคย และค่อย ๆ ขยายขอบเขตความกล้าของตัวเอง
3) เริ่มปรับเปลี่ยนทีละเล็กน้อย ไม่ต้องรีบ และมีเวลาให้ใจได้พักหายใจ

เป็นไงครับ ไม่ยากใช่ไหม


#นักจิตวิทยา
#นักสะกดจิตบำบัด

อย่ากลัวที่จะรู้สึกกลัว..“ความกลัว” ที่กำลังขวางคุณอยู่ไม่ให้ลงมือทำอะไรบางอย่างในตอนนี้คือความกลัวตัวเดียวกันนั่นแหละคร...
15/01/2026

อย่ากลัวที่จะรู้สึกกลัว..

“ความกลัว” ที่กำลังขวางคุณอยู่ไม่ให้ลงมือทำอะไรบางอย่างในตอนนี้
คือความกลัวตัวเดียวกันนั่นแหละครับ ที่ทำให้มนุษย์โลกเราพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน

เป็นความกลัว ที่ช่วยขับเคลื่อนให้มนุษย์ยังคงอยู่ ไม่สูญพันธุ์หายไปไหน!!

กลัวความหิวโหย เลยหาของกิน
กลัวความยากจน เลยออกไปทำงาน
กลัวความแปลกแยก เลยต้องมีสังคม
กลัวความลำบาก เลยต้องพัฒนาชีวิต

“ความกลัว” คือสัญชาตญาณเดิมของมนุษย์ทุกคนครับ

ดังนั้น
ทุกครั้งที่คุณอยากทำอะไรใหม่ ๆ หรือมีสิ่งที่อยากทำให้สำเร็จ
ความกลัวจะทำให้ทุกอย่างดูน่ากลัวขึ้น
ทั้ง ๆ ที่จริงแล้ว มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไว้เลย

หากคุณอยากทำธุรกิจ เพื่อหารายได้ ... จงทำ
หากคุณอยากเปลี่ยนงานใหม่ เพราะงานเก่าแย่ ... ก็จงทำซะ
หากคุณอยากเปลี่ยนแปลงชีวิต เพราะชีวิตแบบเดิมมันห่วย ... ให้ทำทันที

ทำไปทั้ง ๆ ที่กลัวนั่นแหละครับ
เพราะทันทีที่คุณลงมือทำ
ความกลัวจะค่อย ๆ หายไปเอง

และค้นพบว่า...
เรื่องที่คิดว่ายาก มันกลับเป็นสิ่งที่ไม่เกินความพยายาม
ความเหนื่อยความท้อ จะกลายเป็นสิ่งที่ก้าวข้ามไปได้อย่างง่ายดาย


#นักจิตวิทยา
#นักสะกดจิตบำบัด

คิดแบบไหน ชีวิตก็เป็นแบบนั้น EP.3/31) รู้จักพักบ้าง..“รถ” ขับติดต่อกันนาน ๆ ก็ต้องพักเครื่องและเมื่อ น้ำมันหมด ถึงอยากไป...
14/01/2026

คิดแบบไหน ชีวิตก็เป็นแบบนั้น EP.3/3

1) รู้จักพักบ้าง..

“รถ” ขับติดต่อกันนาน ๆ ก็ต้องพักเครื่อง

และเมื่อ น้ำมันหมด ถึงอยากไปต่อแค่ไหน
ก็ต้องหยุดรถ

“คน” เราก็เหมือนกันครับ
ถึงอยากไปให้สุด แต่หากมัน เหนื่อยล้า เกินไป ก็ให้ หยุดพัก
เติมน้ำ เติมอาหาร ให้พลังงานแก่ร่างกาย แล้วค่อยไปต่อ...

หยุดเพื่อไปต่อ ดีกว่าดันทุรังจนเครื่องพัง
แล้วไปไม่ได้อีกเลย!
***

2) เผื่อใจไว้กับสิ่งที่ยังไม่รู้บ้าง..

เราอาจเคยหงุดหงิดกับรถคันหน้าที่ขับช้าจนหน้ารำคาญ
ก่อนจะพบว่าคนขับเป็นชายชราอายุแปดสิบ ที่พยายามอย่างเต็มที่ ที่จะประคองรถให้ปลอดภัย

เราอาจเคยประณามคนข้างบ้านที่ชอบตะโกนเสียงดัง
ก่อนจะพบว่าเขาเป็นโรคออทิสติก

บ่อยแค่ไหน ที่เรามักตัดสินใครสักคน ด้วยความรู้ที่เรามีเพียงด้านเดียว

อย่าเพิ่งด่วนสรุป
ทุกสิ่ง ทุกอย่าง มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

สิ่งที่เคยใช้ได้ อาจใช้ไม่ได้แล้วในวันหนึ่ง
สิ่งที่ไม่ดีในวันนี้ อาจกลายเป็นดีในวันหน้า

ขนาดโลกที่เคยแบน จู่ ๆ ก็กลมซะงั้น
(ไม่ได้หมายความว่ามันเปลี่ยนจากแบนเป็นกลมหรอกนะครับ)
เราแค่เคยรู้แบบหนึ่ง ก่อนที่ความจริงจะปรากฏ

ตอนนี้ ถ้าคุณพบใครล้มอยู่
อย่าเพิ่งหัวเราะเยาะเขา อย่าเพิ่งดูถูกเขา
พรุ่งนี้ คุณอาจตามเขาไม่ทันก็ได้
***

3) ทุกสิ่งมีดีในตัวมันเอง..

คุณอาจคิดว่า “รถติด” ไม่ดี
แต่กับบางคน นั่นคือเวลาที่จะได้ทานอาหาร ได้แต่งหน้า
ได้ทบทวนบทที่จะต้องพูดหน้าชั้นเรียน

คุณอาจคิดว่า “อยู่คนเดียว” เหงา
แต่กับบางคน นั่นคือช่วงชีวิตที่มีอิสระ
อยากทำอะไรก็ทำ อยากไปไหนก็ไป

คุณอาจคิดว่า “ตกงาน” แย่
แต่กับบางคน นั่นทำให้ได้ค้นพบความถนัดที่แท้จริง
ได้มีเวลากับคนที่รักมากขึ้น
ได้ทบทวนชีวิตที่ผ่านมาเพื่อทำพรุ่งนี้ให้ดียิ่งขึ้น

บางคนที่ว่านั่น รวมถึงคุณด้วยนะครับ


#นักจิตวิทยา
#นักสะกดจิตบำบัด

คิดแบบไหน ชีวิตก็เป็นแบบนั้น EP.2/31) พูดจริง ไม่ต้องกลัวลืม..ถ้าคุณเลือกที่จะ โกหก คุณต้องพัฒนาความจำให้เป็นเลิศและระแว...
13/01/2026

คิดแบบไหน ชีวิตก็เป็นแบบนั้น EP.2/3

1) พูดจริง ไม่ต้องกลัวลืม..

ถ้าคุณเลือกที่จะ โกหก
คุณต้องพัฒนาความจำให้เป็นเลิศ
และระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลาว่า

คนอื่นจะรู้ความจริงเข้าเมื่อใด !!!
จะกินจะนอน ก็ไม่ปกติสุข

ดู ๆ ไปแล้วการโกหก
ไม่น่ารื่นรมย์เลยใช่ไหมครับ
จริงไหม?

ถ้างั้นมา พูดความจริงกันดีกว่า

ใช้ชีวิตอยู่บนรากฐานของความเป็นจริง
จะได้หมดความกังวลครับ

เพราะจะพูด จะทำ เมื่อไหร่ หรือกับใครก็ตาม มันก็จะ เหมือนเดิมทุกครั้ง
***

2) ทำอาจสำเร็จ ไม่ทำไม่สำเร็จแน่นอน..

ถ้าคุณกลัวเสือ กลัวงู
นั่นฟังดูมีเหตุผลดีครับ

เพราะมันจะทำให้ชีวิตคุณปลอดภัย

แต่ในการทำงาน การคิดสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ
ถ้าคุณ “กลัว” ลังเล หรือไม่กล้าลงมือทำ
มันจะทำให้ชีวิตคุณล้มเหลว ได้ในที่สุด

ลองดูไม่เสียหายนี่ครับ
อย่าลืมนะว่า...

“ทำ” อาจสำเร็จหรือไม่สำเร็จ
(ถ้าไม่สำเร็จอย่างน้อยก็ได้ประสบการณ์ และแนวคิดใหม่ ๆ)

แต่หาก...
“ไม่ทำ” ไม่สำเร็จ แน่นอนครับ
***

3) บางครั้งก็ให้เปลี่ยนคำว่า “ต้อง” เป็นคำว่า “ได้” ..

คุณจะรู้สึกอย่างไร
หากทุก ๆ วัน ตื่นมาแล้ว
“ต้อง” ทำงาน !!

ฟังดู หนักหนาใช่ไหมครับ
ต้องเหนื่อย และน่าเบื่อมาก ๆ แน่

แล้วแบบนี้หละ...

คุณจะรู้สึกอย่างไร
หากทุก ๆ วัน ตื่นมาแล้ว
“ได้” ทำงาน

รู้สึก โชคดี ขึ้นมาทันที
ที่มีงานให้ทำ จริงไหม?
(นึกถึงคนที่ยังตกงานอีกมากมายมหาศาลดูก็ได้ครับ)


#นักจิตวิทยา
#นักสะกดจิตบำบัด

คิดแบบไหน ชีวิตก็เป็นแบบนั้น EP.1/31) โอกาสเพิ่มทันที ที่คิดว่า “ทำได้”..ลองนึกดูแบบนี้ครับ“ถ้ามีอะไรสักสิ่งที่เข้ามาในช...
12/01/2026

คิดแบบไหน ชีวิตก็เป็นแบบนั้น EP.1/3

1) โอกาสเพิ่มทันที ที่คิดว่า “ทำได้”..

ลองนึกดูแบบนี้ครับ
“ถ้ามีอะไรสักสิ่งที่เข้ามาในชีวิตคุณ
เพื่อให้คุณทำอะไรสักอย่างกับสิ่งนั้น”

แล้วถ้าคุณคิดว่ามัน “ทำไม่ได้”
คุณจะทำไหมครับ.....?

ก็คง “ไม่”... ใช่ไหมครับ?

ดังนั้น
โอกาสที่จะทำได้สำเร็จจึงเท่ากับ “ศูนย์”

แล้วถ้าหากคุณคิดแบบนี้ละ
“ฉันว่าฉันทำได้นะ”
(ต่อให้ยังไม่แน่ใจก็ตาม)

ก็มีโอกาสที่คุณจะลองทำมันดู... จริงไหม?

ดังนั้น
โอกาสที่จะทำได้สำเร็จก็เท่ากับ “50-50“

โอกาสสำเร็จ เพิ่มขึ้น ทันที!!!
***

2) เปลี่ยนจาก “พยายามทำให้ได้” เป็น “ต้องทำให้ได้“..

บางครั้งเมื่อเราบอกตัวเองว่าจะ “พยายามทำ”
เราก็มักจะมุ่งมั่นเต็มที่ในช่วงแรก
จนถึง..จุดหนึ่ง
หากรู้สึกถึงทางตัน
หรือไม่เห็นโอกาสความสำเร็จ
เราก็มีโอกาสจะหยุดทำ
และปลอบใจตัวเองว่า
อย่างน้อย
ฉันก็ได้พยายามเต็มที่แล้ว

แต่หากเราพูดว่า “จะต้องทำให้ได้”
ความรู้สึกจะเปลี่ยนไปทันที...
คือจะไม่หยุด
จนกว่าจะสำเร็จ
***

3) อาชีพที่ดี คืออาชีพที่คุณถนัด..

คนเรามี “ความถนัด” ไม่เหมือนกัน

คุณถนัด
เรื่องอะไรล่ะ?

(ถ้านึกไม่ออก ลองถามคนใกล้ตัว
อย่างพ่อแม่ พี่น้อง แฟน หรือเพื่อนสนิทดูสิ
แล้วคุณจะแปลกใจ)

จากนั้นใช้ความถนัดของคุณ
เป็นจุดเริ่มต้น ในการเลือกประกอบอาชีพ

การทำเช่นนี้…
จะทำให้อาชีพคุณเจริญก้าวหน้าได้ง่ายขึ้น
เพราะคุณจะทำได้ดี และมีความสุขกับมัน

((อย่าเลือกทำสิ่งใด เพียงเพราะใคร ๆ เขาก็ทำกันครับ))


#นักจิตวิทยา
#นักสะกดจิตบำบัด

วิธีเพิ่มสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นในชีวิตได้ทุก ๆ วัน..เป็นเรื่องแปลกอย่างหนึ่งของชีวิตที่ว่า เมื่อเรา “จดจ่ออยู่กับสิ่งใด” เ...
10/01/2026

วิธีเพิ่มสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นในชีวิตได้ทุก ๆ วัน..

เป็นเรื่องแปลกอย่างหนึ่งของชีวิตที่ว่า
เมื่อเรา “จดจ่ออยู่กับสิ่งใด”
เราก็จะ “ได้พบเจอกับสิ่งนั้น ๆ” อยู่เป็นประจำ

ผมมีตัวอย่างหนึ่ง
ซึ่งอาจเคยเกิดขึ้นกับใครหลาย ๆ คนมาบ้างแล้วนั่นก็คือ
เมื่อเราคิดอยากจะซื้อรถสักคัน
และได้กำหนดไว้ในใจเรียบร้อยแล้วว่าต้องเป็นยี่ห้อนี้ รุ่นนี้ สีนี้ เป็นต้น

จากนั้น ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน
คุณก็จะเห็นรถยี่ห้อนั้น รุ่นนั้น สีนั้น เต็มท้องถนนไปหมดเลย
เรียกว่าหันไปทางไหนก็เจอ

เคยเป็นกันไหมครับ?

จริง ๆ รถมันก็อยู่ตรงนั้น ตรงนี้ อยู่เป็นปกตินั่นแหละครับ
ไม่ได้เพิ่มขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยแต่อย่างใด แต่พฤติกรรมการสังเกต ของเราเองต่างหากละ ที่เปลี่ยนไปครับ

คราวนี้ถ้าเราจะเอาพฤติกรรมนี้มาใช้กับสิ่งหนึ่ง ที่จะส่งผลให้ชีวิตเราดีขึ้นกว่าเดิม
หลายสิบหลายร้อยเท่า...
คุณว่าจะดีไหมครับ

ใครว่าไม่ดี ยกมือขึ้นครับ
(ดีจัง ไม่มีใครยกมือสักคน..หวังว่านะ 555)

การจะมีชีวิตที่ดีขึ้น หรือมีความสุขมากขึ้นได้ทุกวันนั้น
ก็คงต้องเริ่มจากการค้นพบสิ่งดี ๆ ในชีวิตให้ได้ทุกวันเช่นกันนั้นเองครับ

เมื่อเราอยากได้รถแบบใด
เราก็จะเจอรถแบบนั้นเต็มไปหมดฉันใด
เมื่อเราอยากได้สิ่งดี ๆ ให้กับชีวิต
เราก็จะเจอแต่สิ่งดี ๆ อยู่รายล้อมรอบตัวเราฉันนั้น

สิ่งดี ๆ ก็เหมือนรถในฝันของคุณนั่นแหละครับ
มันก็มีอยู่แล้วทุกหนทุกแห่งรอบตัวเรา
เราแค่ต้องให้ความสนใจ
เฝ้าสังเกต และเปิดใจยอมรับสิ่งดี ๆ เหล่านั้นครับ

ถึงตรงนี้ ผมมีคำถามหนึ่งสำหรับคุณครับ
“คุณอยากให้มีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นวันละกี่อย่าง?”
(หนึ่งอย่างก็พอ หรือสองอย่าง จะเป็นห้าดีมั้ย
สิบเลยละกัน สิบห้า ยี่สิบ หรือทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนั้น...คือดีหมด)

จะมีอะไรดีไปกว่า การมีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นทั้งวันละ จริงไหม?

เอาละคุณคงอยากรู้แล้วว่าจะต้องทำอย่างไร?

ก่อนอื่นคุณต้องสอนให้จิตใจของคุณชินกับการค้นพบสิ่งดี ๆ ครับ

คุณแค่ “หา” หนึ่งสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตแต่ละวันของคุณครับ
(นี่จะเป็นก้าวย่างสำคัญสู่เส้นทางแห่งความสุขสมบูรณ์)
พร้อมกับจดมันลงในสมุดบันทึกประจำวัน

ในหนึ่งวัน คุณย่อมได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย
ทั้งกิจวัตรเดิม ๆ และสิ่งใหม่ ๆ
และคุณยังได้พบเจอสิ่งต่าง ๆ รอบตัวอีกไม่รู้เท่าไหร่ ตั้งแต่เช้าจรดเย็น

“เลือกมา 1 สิ่งครับ”

ที่คุณคิดว่ามันคือสิ่งดี ๆ สำหรับคุณในวันนี้
เช่น
วันนี้ฉันได้เจอเพื่อนเก่า
วันนี้ฉันทำรายงานเสร็จตามกำหนด
วันนี้เจ้านายกล่าวชื่นชม
วันนี้ลูกสาวชนะการประกวดวาดภาพ

หรือจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เรามักมองข้ามอย่าง
วันนี้อากาศดี
วันนี้เพื่อนบ้านส่งยิ้มให้
วันนี้ได้ทานของโปรด ฯลฯ

ให้คุณจดวันละ 1 สิ่งเป็นเวลา 1 สัปดาห์

จากนั้นให้คุณเพิ่มเป็นวันละ 2 สิ่ง
เป็นเวลาอีก 1 สัปดาห์

และทุก ๆ สัปดาห์ให้เพิ่มขึ้นครั้งละ 1 สิ่ง

ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ครับ
(((อย่าเพิ่งตกใจครับ
ผมไม่ได้จะให้คุณเขียนไปตลอดชีวิต
เพราะเอาเข้าจริง เมื่อถึงจุดหนึ่ง
คุณจะหยุดเขียนได้เอง
เพราะมันกลายเป็นนิสัยของคุณ
ที่จะมองเห็นแต่สิ่งดี ๆ ไปเรียบร้อยแล้วครับ)))

เป็นไปได้อย่างไร?
มาดูกันเล่น ๆ อีกนิดครับ
เมื่อครบสี่สัปดาห์
คุณมีเรื่องดี ๆ ให้เขียนถึงวันละ 4 อย่าง
ครบสัปดาห์ที่แปด
คุณมีเรื่องดี ๆ ให้เขียนถึง 8 อย่าง
สัปดาห์ที่สิบสอง ก็ 12 อย่าง
คุณพอจะเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับ
ว่าเมื่อเวลาผ่านไป คุณจะมีนิสัยจดจ่อ
เฝ้าสังเกตเห็นแต่สิ่งดี ๆ รอบตัวที่เกิดขึ้น
จนไม่มีเวลาไปโฟกัสสิ่งไม่ดีให้จิตตกอีกต่อไป

แต่ต่อให้มีเรื่องแย่ ๆ เกิดขึ้น
คุณก็จะมองเห็นสิ่งดี ๆ ที่แฝงอยู่ในเหตุการณ์นั้นได้
ก็มันเป็นนิสัยของคุณที่จะมองหาแต่สิ่งดี ๆ ไงละ

ตัวอย่างเช่น
ขณะที่คุณติดอยู่ในรถ เพราะถนนถูกปิด เนื่องจากอุบัติเหตุข้างหน้า
คุณก็จะคิดได้โดยอัตโนมัติเลยว่า
คุณเพิ่งได้รับช่วงเวลาดี ๆ ที่...
จะได้ทบทวนเรื่องราว ที่ต้องเสนอในที่ประชุมบ่ายนี้
จะได้อ่านหนังสือ ที่อ่านค้างไว้หลายวันแล้ว
จะได้ยืดกล้ามเนื้อคอ ที่เริ่มจะเมื่อยล้า
จะได้หันไปพูดคุยกับลูก ๆ ที่นั่งมาด้วยกัน
จะได้แต่งหน้าเพิ่มก่อนจะถึงที่ทำงาน

เป็นไงครับ ไม่ยากใช่ไหม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น
คุณต้องมีวินัยสักหน่อยนะครับในช่วงแรก ๆ
อย่าเพิ่งรีบยอมแพ้ไปซะก่อนละ
เพราะผลของมันคุ้มค่าจริง ๆ ครับ


#นักจิตวิทยา
#นักสะกดจิตบำบัด

ถ้าไม่ยอมหยุดซะอย่าง ยังไงก็ต้องถึงเส้นชัยเข้าสักวัน..เส้นทางที่จะมุ่งไปสู่เป้าหมายนั้นคุณอาจคิดว่ามันยาก มันไกล และไหนจ...
08/01/2026

ถ้าไม่ยอมหยุดซะอย่าง ยังไงก็ต้องถึงเส้นชัยเข้าสักวัน..

เส้นทางที่จะมุ่งไปสู่เป้าหมายนั้น
คุณอาจคิดว่ามันยาก มันไกล และไหนจะมีคู่แข่งตีคู่กันไปอีกไม่รู้เท่าไหร่

ลองคิดแบบนี้ครับ

ระหว่างทาง
มันจะมีคนที่อ่อนแอ จนต้องยอมแพ้ไป
มันจะมีคนที่กลัว เลยไม่กล้าไปต่อ
มันจะมีคนที่เปลี่ยนเป้าหมายระหว่างทาง
มันจะมีคนที่ไม่จริงจัง ทำ ๆ เลิก ๆ จนถูกทิ้งไว้ไกลลิบ..นั่นแปลว่า
จะเหลือแค่คุณ ที่ยังสู้และไปต่อ

ผมมีเรื่องหนึ่ง อยากเล่าให้ฟังครับ

มีผู้ชายธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ที่รักการวิ่ง และอยากขายรองเท้ากีฬา
เขาไม่มีโรงงาน ไม่มีหน้าร้าน ไม่มีทุน แต่เขามีความมุ่งมั่นตั้งใจ
เขาเริ่มต้นธุรกิจด้วยการยืมเงินพ่อ 50 ดอลลาร์ เพื่อนำเข้ารองเท้าจากญี่ปุ่น มาใส่ท้ายรถเก๋งเก่า ๆ แล้วขับตระเวนขายตามสนามกรีฑา
แม้เขาจะเจอวิกฤตมากมายในการทำธุรกิจครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหนี้สิน เงินหมุนไม่ทัน ธนาคารปฏิเสธเงินกู้ เพียงเพราะถูกมองว่ามันเป็นธุรกิจที่เสี่ยงเกินไป และบอกให้เขาเลิกซะ

แต่เขาเลือกที่จะก้าวต่อไป

หลังจากผ่านไป 7 ปี เขาเลิกเป็นตัวแทนจำหน่าย และตัดสินใจ “สร้างแบรนด์ของตัวเอง”

เขาไม่มีเงินจ้างบริษัทออกแบบ จึงไปจ้างนักศึกษาศิลปะคนหนึ่งด้วยเงิน 35 ดอลลาร์ ให้ช่วยขีดเส้น “อะไรก็ได้ที่ดูเหมือนความเร็ว” ...และนั่นคือจุดกำเนิดของโลโก้ Swoosh (เครื่องหมายถูก) ที่โด่งดังที่สุดในโลก

ใช่แล้วครับ ชายคนนั้นก็คือ Phil Knight เจ้าของสโลแกน Just Do It และรองเท้า Nike ที่ทุกคนรู้จัก

เรื่องราวของ Phil Knight ได้ช่วยย้ำเตือนกับเราทุกคนว่า
“ไม่ว่าปัญหาจะหนักแค่ไหน เราต้องก้าวเท้าต่อไปข้างหน้าเสมอ”

อย่าหยุด จนกว่าจะถึงเส้นชัยครับ


#นักจิตวิทยา
#นักสะกดจิตบำบัด

ปล่อยให้ความเงียบส่งเสียงเอง…++ บางเวลาที่เราเลือกจะเงียบ ไม่ใช่เพราะไม่มีอะไรให้พูดแต่เพราะอยากเอาเวลาไปลงมือทำอะไรบางอ...
07/01/2026

ปล่อยให้ความเงียบส่งเสียงเอง


++ บางเวลาที่เราเลือกจะเงียบ
ไม่ใช่เพราะไม่มีอะไรให้พูด
แต่เพราะอยากเอาเวลาไปลงมือทำอะไรบางอย่างให้สำเร็จ
แล้วพอผลลัพธ์ออกมา
มันจะชัดจนไม่ต้องอธิบายอะไรอีก

++ ไม่ต้องรีบโชว์ว่าตัวเองเก่งอะไร
แต่ให้รีบพัฒนาความสามารถนั้น
ให้ดีขึ้นทุกวัน
เพราะความเก่งที่แท้จริง
ไม่ได้อยู่ที่ “ทำได้” อย่างเดียว
แต่อยู่ที่ต้อง “ทำได้นาน” ด้วย

++ การถามตัวเองทุกวันว่า
วันนี้ฉันทำได้ดีกว่าเมื่อวานหรือไม่
คือหัวใจของการพัฒนาที่แท้จริง
เพราะเราไม่จำเป็นต้องแข่ง หรือชนะใครทั้งนั้น
แค่แข่งกับตัวเอง และชนะคนเมื่อวานให้ได้ก็พอ

++ ความเงียบไม่ใช่สัญญาณของความไม่รู้ หรือความกลัว
แต่มันคือช่วงเวลาทองของความคิด
ที่เราจะได้ใช้สมาธิทั้งหมดไปกับสิ่งสำคัญ
สิ่งที่จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นได้จริง ๆ

++ ไม่มีใครเข้าใจเราได้ทุกเรื่องหรอก
บางเส้นทางของชีวิต
เราเลยต้องเลือกเดินต่อไปเงียบ ๆ โดยไม่เสียเวลาอธิบาย
เพราะสุดท้ายผลลัพธ์ จะทำหน้าที่ของมันเอง

++ ชีวิตมันก็มีผิดพลาดบ้าง ล้มเหลวบ้าง
ไม่เป็นไร
ไม่ต้องร่ำร้องคร่ำครวญ
จงลุกขึ้นมาอย่างเข้มแข็ง แบบเงียบ ๆ นิ่ง ๆ โดยไม่ต้องรอเสียงปลอบจากใคร ๆ

++ การเก็บตัวอยู่เงียบ ๆ เพื่อชาร์จพลัง แล้วค่อยกลับมาในเวอร์ชันที่พร้อมกว่าเดิม
และไม่ต้องรีบร้อนพิสูจน์คุณค่าให้ใครเห็น เพราะของแท้ไม่ต้องเร่งเวลา แค่เดินไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวคนที่ควรเห็น ก็จะเห็นเอง

++ เมื่อเรายอมเงียบมากขึ้น เราก็จะได้ยินเสียงข้างในตัวเองชัดขึ้นเช่นกัน
ว่าแท้จริงแล้วเราอยากใช้ชีวิตแบบไหน
อะไรคือสิ่งที่ควรทำจริง ๆ
และจุดหมายปลายทางของตัวเองนั้น มันคุ้มพอที่จะเดินต่อไปหรือไม่

++ จากการกระทำเล็ก ๆ ที่สม่ำเสมอต่างหากละ
ที่จะทำให้คนรอบข้างเริ่มรู้สึกและสัมผัสมันได้เอง

++ ก่อนที่โลกจะยอมรับเรา เราต้องยอมรับตัวเองก่อน
เมื่อภายในใจแข็งแรงพอ โลกภายนอกจึงจะค่อย ๆ เปลี่ยนตามมา

++ คนที่ชัดเจนกับทิศทางชีวิต มักไม่พูดเยอะ เพราะจะใช้เวลาทั้งหมดไปกับการลงมือทำ มากกว่าการอธิบายความฝันให้ใครฟัง
ปล่อยให้ผลลัพธ์ดังแทนคำพูด

++ แล้ววันหนึ่ง เมื่อมองย้อนกลับมา
เราจะขอบคุณ วันที่เลือกจะเงียบ วันที่เลือกจะอดทน โดยไม่มีใครเห็น
เพราะมันพาเรามาไกลกว่าที่คิด และทำให้เราเป็นคนที่แข็งแรงจากข้างในจริง ๆ


#นักจิตวิทยา
#นักสะกดจิตบำบัด

แค่เปลี่ยนมุมมอง ความรู้สึกก็เปลี่ยน..วิธีจัดการกับ “ความรู้สึก” และ “อารมณ์เชิงลบ” ที่ดีที่สุดก็คือพยายามมองหามุมมองต่อ...
06/01/2026

แค่เปลี่ยนมุมมอง ความรู้สึกก็เปลี่ยน..

วิธีจัดการกับ “ความรู้สึก” และ “อารมณ์เชิงลบ” ที่ดีที่สุดก็คือ
พยายามมองหามุมมองต่อเรื่องที่เกิดขึ้นกับเราใหม่ในเชิงบวกนั่นเองครับ

วิธีทำก็ง่าย ๆ ครับ แค่ถามตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้เพื่อหามุมมองใหม่ ๆ

* จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ มีข้อดีอะไรบ้าง?

* ฉันจะพลิกวิกฤตนี้ ให้เป็นโอกาสได้อย่างไร?

* เมื่อฉันมองเรื่องที่เกิดขึ้นในมุมมองใหม่ สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร?

การเปลี่ยนมุมมองของเราต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในด้านดี
จะช่วยทำให้เราเห็นโอกาสต่าง ๆ มากมายจากสิ่งที่เกิดขึ้น

ทุกเรื่องราวในชีวิต มักจะมีสองด้านเสมอ ขึ้นอยู่กับว่า เราจะเลือกมองมันด้านไหน

เช่น หากต้องออกจากงานที่ทำประจำ
อาจทำให้เรารู้สึกเสียใจ เป็นทุกข์ใจ
แต่หากมองในอีกแง่มุมหนึ่ง
ก็จะเห็นเป็นโอกาสที่เราจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่
ได้เรียนรู้และทำสิ่งใหม่ ๆ
อาจค้นพบสิ่งที่ทำแล้ว รู้สึกมีความสุขมากกว่าเดิมก็ได้
และที่สำคัญ ได้พัฒนาตัวเองในด้านอื่น ๆ เพิ่มขึ้นด้วย

เคยได้ยินคำพูดประมาณนี้ไหมครับ...

ชีวิตไม่มีคำว่า “ล้มเหลว” มีแค่ “สำเร็จ” กับ “ประสบการณ์”

แค่มองอีกมุม ความล้มเหลวก็กลายเป็นประสบการณ์ทันที... รู้สึกดีขึ้นจริง ๆ


#นักจิตวิทยา
#นักสะกดจิตบำบัด

“การผูกมัดตัวเองล่วงหน้า” จะช่วยทำให้เราลงมือทำบางสิ่งบางอย่างได้ง่ายขึ้น..หลายคนคงเคยเป็นแบบนี้พอถึงช่วงปีใหม่ ก็บอกตัว...
04/01/2026

“การผูกมัดตัวเองล่วงหน้า” จะช่วยทำให้เราลงมือทำบางสิ่งบางอย่างได้ง่ายขึ้น..

หลายคนคงเคยเป็นแบบนี้
พอถึงช่วงปีใหม่ ก็บอกตัวเองว่า
“ปีนี้ฉันจะออกกำลังกายทุกวัน”
ผ่านไปสองสัปดาห์ก็หยุด
“ฉันจะลดน้ำหนักให้ได้ 5 กิโลกรัมภายใน 2 เดือน”
ผ่านไปไม่กี่วัน ก็กลับมากินทุกอย่างหนักกว่าเดิม

คุ้น ๆ กันไหมครับ!!

นั่นเพราะเราขาด “ตัวบีบ” ครับ
หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ เราแค่สัญญากับตัวเอง
พอถึงเวลาไม่เป็นไปตามที่พูดไว้ ก็ไม่รู้สึกผิดอะไร (เพราะคนเรามักจะให้อภัยตัวเองได้ง่าย ๆ อยู่แล้ว)
“ไม่เป็นไร ปีหน้าเอาใหม่”
“ก็ฉันอดใจไม่ไหวจริง ๆ นี่นา... เดี๋ยวค่อยลดก็ได้”

ดังนั้น ให้คุณลองนำเทคนิคต่อไปนี้ไปใช้ครับ
รับรองคุณจะตั้งใจทำมากขึ้นแน่นอน

เราเรียกเทคนิคนี้ว่า “การผูกมัดตัวเองล่วงหน้า” เช่น
- จ่ายเงินค่าคลาสแพง ๆ ล่วงหน้า เพื่อบังคับให้ต้องไปออกกำลังกายทุกวัน (เพราะเสียดายตังค์)
- ประกาศให้เพื่อน ๆ ทั้งโซเชียลรู้ว่า จะลดน้ำหนักให้ได้ 5 กิโลกรัมภายใน 2 เดือน (ทำไม่ได้อายเพื่อนแย่!!)
- ทำสัญญากับเพื่อนว่า จะส่งงานให้ทันตามกำหนดเวลา ถ้าไม่ทันจะโอนเงินให้เพื่อนฟรี ๆ 2,000 บาท (คงตั้งใจสุดชีวิตแน่ ๆ งานนี้)

เทคนิคนี้ไม่ได้ลดอิสระของคุณนะครับ
แต่จะช่วยให้คุณคงความตั้งใจไว้ได้นานขึ้น
โดยเฉพาะในวันที่ “แรงใจกำลังจะหมด”
พอนึกถึงตัวบีบขึ้นมาได้ ก็จะฮึบ! และไปต่อ


#นักจิตวิทยา
#นักสะกดจิตบำบัด

กลยุทธ์ “การล่อใจเชิงสร้างสรรค์”..การล่อใจในที่นี้ ไม่ได้หมายความถึงการล่อลวงใจใครให้มาหลงรักหรอกนะครับแต่หมายถึงการกระต...
03/01/2026

กลยุทธ์ “การล่อใจเชิงสร้างสรรค์”..

การล่อใจในที่นี้ ไม่ได้หมายความถึงการล่อลวงใจใครให้มาหลงรักหรอกนะครับ

แต่หมายถึงการกระตุ้นให้คุณทำ “สิ่งที่ควรทำ” ไปพร้อม ๆ กับ “สิ่งที่ชอบทำ” เป็นประจำอยู่แล้วครับ

แล้วมันดียังไง!

เคยไหมครับ ที่เราจะต้องทำอะไรบางอย่างที่ควรทำ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือเตรียมสอบ ทำความสะอาดห้องนอน หรือการตื่นไปออกกำลังกายตอนเช้า
แต่มันยากเหลือเกินที่จะลงมือทำแบบจริง ๆ จัง ๆ สักที

แต่กลับเรื่องบางเรื่อง เราแทบไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย เช่น การดูละคร ฟังเพลง หรือไปช้อปปิ้ง

ทีนี้ มันคงจะดีไม่น้อยใช่ไหมครับ
หากเราสามารถนำสองสิ่งนี้มาทำควบคู่กันไปเลย
ซึ่งจะทำให้เรา นอกจากจะได้ทำสิ่งที่ชอบแล้ว ยังได้ทำสิ่งที่ควรทำด้วย (เพราะมันจะช่วยพัฒนาชีวิตตัวเราให้ดีขึ้นได้อีกยังไงล่ะ)

เราใช้สิ่งที่ชอบ มาล่อใจสิ่งที่ควร...

การจับคู่สิ่งที่ชอบทำ (หรือ “ต้องทำ” อยู่แล้ว) เข้ากับสิ่งที่ควรทำ เช่น
- ดูละคร เฉพาะตอนวิ่งบนลู่วิ่ง
- ดื่มกาแฟ เฉพาะตอนอ่านหนังสือสอบ
- ฟังเพลง เฉพาะตอนจัดหรือทำความสะอาดบ้าน
- แวะช้อปปิ้งหลังเสร็จจากการออกไปพบปะกับลูกค้า

อีกตัวอย่างที่ตัวผมเองชอบทำเป็นประจำก็คือ การทำสิ่งที่ควรทำไปพร้อม ๆ กับการทำสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้วครับ อย่างเช่น
- ยืนเขย่งเท้าเพื่อบริหารน่องขณะแปรงฟัน
- ฝึกหายใจขณะฟังเพลง
- หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเมื่อต้องรอคิวนาน ๆ
- ขยับนิ้ว (ท่าบริหารสมอง) ขณะติดไฟแดง

การทำแบบนี้ นอกจากจะเป็นการใช้เวลาอย่างคุ้มค่าแล้ว เรายังได้ลงมือทำบางสิ่งบางอย่างที่มีประโยชน์ และส่งผลให้ชีวิตเรามีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้ในระยะยาวด้วยครับ

ลองเอาหลักการนี้ไปประยุกต์ใช้กับกิจวัตรประจำวันของคุณดูนะครับ


#นักจิตวิทยา
#นักสะกดจิตบำบัด

การให้คำแนะนำกับคนอื่น คือการขัดเกลาพฤติกรรมของตัวเองแบบแฝง..มันมีปรากฏการณ์อย่างหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ ก็คือ“คนที่ให้คำแน...
01/01/2026

การให้คำแนะนำกับคนอื่น คือการขัดเกลาพฤติกรรมของตัวเองแบบแฝง..

มันมีปรากฏการณ์อย่างหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ ก็คือ

“คนที่ให้คำแนะนำคนอื่นบ่อย ๆ
จะกลับกลายเป็นคนที่ทำได้ดีขึ้นในสิ่งนั้นด้วย
แม้ในตอนแรกเราอาจยังทำไม่ได้เลยก็ตาม”

คิดเหมือนกันไหมครับว่า...

เมื่อเราบอกใครบางคนให้ “ทำสิ่งที่ควรทำ”
เราจะรู้สึกว่าคำพูดเรา “มีน้ำหนัก”
และเราต้อง “มีมาตรฐาน” กับตัวเอง ให้สมกับสิ่งที่แนะนำไปครับ

มันคงดูไม่ดี (หรือรู้สึกแย่แน่ ๆ)
หากเราเฝ้าแต่แนะนำเพื่อน ๆ ให้ออกกำลังกายเป็นประจำ แต่เรากลับไม่ทำเลย

หรือเราจะตอบเพื่อนอย่างไร
หากคนที่เราแนะนำให้ใช้เวลาว่างอ่านหนังสือเยอะ ๆ มาเห็นเราเอาแต่เล่นเกมทั้งวันละครับ
ว่าทำไมไม่อ่านหนังสือ

จะเห็นว่า เมื่อเราแนะนำสิ่งใดไป
เราเองก็มักจะหันมาทำสิ่งนั้นด้วย
หรือพยายามทำสิ่งนั้นให้ดีขึ้นนั่นเองครับ

ดังนั้น ถ้าอยากลงมือทำสิ่งใดให้จริงจังมากขึ้น
ลองสอนหรือแนะนำสิ่งนั้นให้กับคนอื่น ๆ ดูสิครับ


#นักจิตวิทยา
#นักสะกดจิตบำบัด

ที่อยู่

Ban Hat Yai

เบอร์โทรศัพท์

+66856951493

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Learn for Lifeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Learn for Life:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram