27/01/2026
การใช้น้ำมันเสริมอาหารในแมวอันตรายจริงหรือไม่?
แม้จะมีประโยชน์ในด้านการบำรุงผิวหนังและลดการอักเสบ แต่หากใช้อย่างไม่เหมาะสมหรือในปริมาณที่สูงเกินไป เกินพอดีอาจนำมาซึ่งผลกระทบทางสุขภาพที่รุนแรงตามข้อบ่งชี้ทางสัตวแพทย์ เช่น
ผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหารและถุงน้ำดีในแมว
1. การระคายเคืองกระเพาะอาหารและลำไส้
น้ำมันเสริมอาหารเป็นสารอาหารกลุ่มไขมันเข้มข้น ซึ่งระบบย่อยอาหารของแมวบางตัวอาจมีความไวต่อสารนี้เป็นพิเศษ การให้ในปริมาณมากหรือให้ในช่วงที่ท้องว่างสามารถก่อให้เกิดอาการ เช่น
➡️ การอาเจียนและท้องเสีย
ไขมันที่มากเกินไปจะไปกระตุ้นการเคลื่อนตัวของลำไส้ที่ผิดปกติ และทำให้เกิดภาวะถ่ายมัน เนื่องจากการย่อยไขมันไม่สมบูรณ์
➡️ ภาวะเบื่ออาหาร
อาการคลื่นไส้จากการระคายเคืองเยื่อบุทางเดินอาหารอาจทำให้แมวปฏิเสธอาหารหลักได้
2. ความเสี่ยงต่อถุงน้ำดีและท่อน้ำดีอักเสบ
ความเชื่อมโยงระหว่างการได้รับไขมันสูงกับการอักเสบของระบบน้ำดีนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากตับและถุงน้ำดีต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อหลั่งน้ำดีมาช่วยย่อยไขมัน
➡️ การกระตุ้นการอักเสบ
ในแมวที่มีภาวะนิ่วในถุงน้ำดี หรือมีตะกอนน้ำดี อยู่ก่อนแล้ว การได้รับน้ำมันเสริมที่มากเกินไปอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเฉียบพลันของถุงน้ำดีได้
➡️ความเกี่ยวพันกับตับอ่อน
แมวมีลักษณะทางกายวิภาคพิเศษที่ท่อน้ำดีและท่อตับอ่อนมักจะเปิดเข้าสู่ลำไส้เล็กที่จุดเดียวกัน ทำให้เกิดภาวะการอักเสบร่วมกันของ ลำไส้, ตับ/ถุงน้ำดี และตับอ่อน) ได้ง่าย หากส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดการระคายเคืองจากการรับไขมันที่ผิดปกติ
❌ข้อควรระวังเพิ่มเติมในการใช้
นอกเหนือจากระบบทางเดินอาหารแล้ว การเสริมน้ำมันในปริมาณสูงยังอาจส่งผลกระทบด้านอื่นๆ ได้แก่
❌ตับอ่อนอักเสบ เป็นอันตรายที่พบบ่อยที่สุดจากการได้รับไขมันสูงเกินไป ตับอ่อนจะหลั่งเอนไซม์ออกมาย่อยตัวเอง ก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรงและอาจถึงแก่ชีวิต
❌ความบกพร่องในการแข็งตัวของเลือดน้ำมันปลา (Omega-3) ในปริมาณที่สูงมากมีฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ซึ่งอาจทำให้เกิดเลือดออกผิดปกติหรือแผลหายช้า
❌กลิ่นตัวและคุณภาพผิวหนัง
อาจพบภาวะผิวหนังมันเยิ้มเกินไป หรือมีกลิ่นคาวปลาจากลมหายใจและผิวหนัง
สนใจอาหารนวัตกรรม มาตราฐานสากลUS-FDA ชนิดเปบไทด์โมเลกุล
❤️ทักแอดมินค่ะ❤️