ดวงตาใสด้วยดีคอนแทค Dcontact โทร 062 597 5459

ดวงตาใสด้วยดีคอนแทค Dcontact โทร 062 597 5459 ดีคอนแทค เอ๊กซ์ Dcontact X นวัตกรรมใหม่สา?

ดีคอนแทค เอ็กซ์ (D-Contact X) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับดวงตา
ส่วนประกอบที่สำคัญใน 10 ชนิด
1.YeastBeta-Glucan (เบต้า-กลูแคนจากยีสต์ 85%) 100 mg/มก.
2.Bilberry extract (สารสกัดจากบิลเบอร์รี่) 100 mg/มก.
3.Blueberry extract(สารสกัดจากบลูเบอร์รี่) 50 mg/มก.
4.Cranberry extract(สารสกัดจากแครนเบอร์รี่) 50 mg/มก.
5.Ascobic acid(กรดแอสคอร์บิก)

50 mg/มก.
6.Marigold extract (สารสกัดจากดอกเรือง) 40 mg/มก.
7.Beta-Carotene 10% (บีต้า-แคโรทีน 10%) 15 mg/มก.
8.Centella asiatica extract(สารสกัดจากใบบัวบก) 11 mg/มก.
9.Vitamin A acetate(วิตามินเอ อะซีเทต) 4 mg/มก.
10.Vitamin B12(วิตามิน บี12) 0.002 mg/มก.
เลขสารรบบ อย. : 10-1-15456-5-0042
ขนาดบรรจุ: 1 กล่องมี 30 เม็ด ราคา 1260 บาท

รู้ทัน 7 โรคตาที่ต้องระวัง เช็กความเสื่อม การตรวจคัดกรองดวงตาไม่เพียงช่วยให้ค้นพบความผิดปกติของดวงตาในระยะเริ่มแรก แต่ยั...
24/08/2022

รู้ทัน 7 โรคตาที่ต้องระวัง เช็กความเสื่อม

การตรวจคัดกรองดวงตาไม่เพียงช่วยให้ค้นพบความผิดปกติของดวงตาในระยะเริ่มแรก แต่ยังช่วยให้ค้นพบโรคเกี่ยวกับดวงตาในขณะที่ยังไม่แสดงอาการ โดยเฉพาะในผู้สูงวัยที่ต้องพบกับความเสื่อม การตรวจคัดกรองดวงตาจะช่วยให้ทำการรักษาได้ทันท่วงทีก่อนที่อาการจะรุนแรงและอาจสูญเสียดวงตาไปในที่สุด

1) ต้อหิน
ต้อหิน เกิดจากความเสื่อมของเส้นประสาทตาส่งผลให้สูญเสียการมองเห็นได้ในที่สุดส่วนใหญ่มีความดันลูกตาสูง ซึ่งอาการที่สามารถสังเกต ได้แก่ หากเป็นต้อหินแบบเฉียบพลัน จะปวดตา ตามัวลง และเห็นรุ้งรอบดวงไฟ อาจมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วยได้ เนื่องจากความดันตาสูงมาก

แต่ความน่าสนใจของโรคต้อหิน คือผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยไม่มีอาการเลย เหมือนภัยเงียบค่อย ๆ ทำลายเส้นประสาท โดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า ต้อหินเฉียบพลันพบบ่อยในคนเอเชียและปัจจุบันพบในคนอายุน้อย (เช่น เริ่มตั้งแต่อายุ 30 กว่า ๆ) เพิ่มมากขึ้น

2) ต้อกระจก
ต้อกระจก เป็นภาวะที่เลนส์ตามีความขุ่นมัว จากปกติที่มีความใส ทำให้แสงผ่านเข้าดวงตาลดลง บดบังทำให้ไม่สามารถทำให้จอประสาทตารับภาพได้ชัดเจน ทำให้การมองเห็นลดลงเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่พบในผู้สูงวัย อายุมากกว่า 50 – 60ปีขึ้นไป แต่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัยตั้งแต่วัยเด็กหรือเป็นแต่กำเนิด หรือกลุ่มคนอายุน้อย

หากมีการใช้สเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นเวลานาน อุบัติเหตุทางตา หรือโรคที่มีการอักเสบในตา เป็นต้น อาการที่สังเกตได้คือ ตาจะค่อย ๆ พร่ามัวลงเหมือนมีหมอกหรือฝ้าบัง เห็นภาพซ้อน เห็นแสงไฟกระจาย มองภาพเป็นสีเหลืองหรือสีผิดเพี้ยนไป อาจมีค่าสายตาเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เช่น สายตาสั้นมากขึ้น ต้องเปลี่ยนแว่นตาบ่อยผิดปกติ

3) ต้อเนื้อ ต้อลม
ต้อเนื้อ คือ ความเสื่อมสภาพของเยื่อบุตา ทำให้มีเนื้อเยื่อผิดปกติเป็นเยื่อสีแดงยื่นเข้าไปในตาดำเป็นรูปสามเหลี่ยม ค่อย ๆ ลุกลาม ถ้าเป็นมากใกล้หรือบังปิดรูม่านตา การมองเห็นจะผิดปกติ มีสายตาเอียงมากขึ้นหรือตามัวลงมาก ต้อเนื้อพบบริเวณหัวตามากกว่าหางตา

โรคนี้มีความสัมพันธ์กับแสงแดด แสงอัลตราไวโอเลต ทำให้เยื่อบุตาเสื่อมสภาพลง พบบ่อยในเขตร้อนและผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง พบเจอทั้งแสงแดด ลม ฝุ่น ควัน ทราย พบมากในผู้ที่มีอายุ 30 – 35 ปี ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นคือ ตาแดง ระคายเคือง ไม่สบายตา ถ้าเป็นมากจะเห็นภาพไม่ชัด ส่วนต้อลม คือ การเสื่อมสภาพเช่นเดียวกับต้อเนื้อ แต่ยังไม่ลุกลามเข้าตาดำเป็นอยู่บริเวณเยื่อบุตาเท่านั้น จึงมีอาการแค่ระคายเคือง แต่ตาไม่มัวลง

4) วุ้นตาเสื่อม
วุ้นตา มีลักษณะเป็นเจลหนืดใสเหมือนวุ้นอยู่ภายในส่วนหลังของลูกตาโดยอยู่ติดกับจอประสาทตาที่ล้อมรอบมันอยู่ เมื่อวุ้นตาเสื่อม น้ำวุ้นในตามีการเปลี่ยนสภาพ บางส่วนจะกลายเป็นของเหลวและบางส่วนจับเป็นก้อนหรือเป็นเส้นเหมือนหยากไย่ และวุ้นตาอาจจะหดตัวลอกออกจากผิวจอประสาทตา ทำให้มองเห็นเป็นเงาดำ จุดเล็ก ๆ เส้น ๆ วง ๆ หรือเส้นหยากไย่ลอยไปลอยมา ขยับไปมาได้ตามการกลอกตา หรือมีแสงวาบคล้ายฟ้าแลบหรือแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูป ความน่าสนใจคือ

สาเหตุของโรคมักเกิดจากความเสื่อมตามวัย พบมากในคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และกลุ่มสายตาสั้น แต่ปัจจุบันผู้ที่เป็นโรคนี้อายุน้อยลงเรื่อย ๆ และหากปล่อยทิ้งไว้ไม่เข้ารับการรักษาอาจร้ายแรงถึงขั้นจอประสาทตาฉีกขาด หลุดลอก และสูญเสียการมองเห็นถาวรได้

5) จอประสาทตาเสื่อมตามวัย
จอประสาทตาเสื่อมตามวัย เกิดจากจุดรับภาพบริเวณกลางจอประสาทตาเสื่อม มักเป็นไปตามวัย พบมากในผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีความร้ายแรงถึงขั้นสูญเสียการมองเห็น อาการที่สังเกตได้คือ มองภาพไม่ชัด มองเห็นบิดเบี้ยว ตาพร่ามัว มีจุดดำหรือเงาตรงกลางภาพ ซึ่งจอประสาทตาเสื่อมเป็นโรคที่ต้องรีบทำการรักษาโดยเร็วเพื่อรักษาและช่วยควบคุมไม่ให้การมองเห็นแย่ลงจนรบกวนคุณภาพชีวิต

ที่น่าสนใจคือปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาจอประสาทตาเสื่อมให้หายขาด การป้องกันดูแลที่ดีที่สุดคือ การตรวจคัดกรองและรักษาดูแลดวงตา เลี่ยงแดดจ้า ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ ควบคุมน้ำหนัก งดสูบบุหรี่ จะช่วยชะลอความเสื่อมที่อาจเกิดขึ้นได้

6) เบาหวานขึ้นตา
เบาหวานขึ้นตา เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากโรคเบาหวาน พบในผู้ป่วยเบาหวาน โดยมีสาเหตุมาจากการที่น้ำตาลในเลือดสูง ทำให้หลอดเลือดและระบบประสาทเสื่อมลง ส่งผลให้ชั้นจอประสาทในลูกตาเกิดความเสื่อม ถ้าทิ้งไว้ไม่ได้รับการรักษาจะทำให้ตามัวและตาบอดได้

ความน่าสนใจของโรคนี้คือ ผู้ป่วยเบาหวานบางคนไม่เคยตรวจตาเลยจึงไม่ทราบว่าการมองเห็นแต่ละข้างเป็นอย่างไร เพราะโดยรวม 2 ข้างยังมองยังเห็นอยู่ แต่อาจมีด้านหนึ่งที่แย่กว่าแล้ว และบางคนรู้สึกว่ามองเห็นโดยรวมยังปกติจึงทำให้บางครั้งรักษาช้าเกินไปและตาบอดได้ในที่สุด (โดยทั่วไปผู้ป่วยเบาหวานต้องตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง หรือบ่อยกว่านั้นถ้าเริ่มมีเบาหวานขึ้นตา)

7) ตาแห้ง
ตาแห้ง เป็นโรคตาที่พบได้บ่อยในกลุ่มสูงวัยและในวัยทำงาน มีอาการไม่สบายตา ระคายเคือง เหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา แสบตาหรืออาจน้ำตาไหลมากได้ เกิดจากหลาย

สาเหตุ เช่น การทำงานผิดปกติของต่อมไขมันที่เปลือกตา การใส่คอนแทคเลนส์ การใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์นาน ๆ หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือโรคและการรับประทานยาบางชนิด หากปล่อยไว้ไม่ได้รักษาอาจทำให้การมองเห็นมัวลง มีการอักเสบของเยื่อบุตาหรือกระจกตา

การรักษาตาแห้งขึ้นกับสาเหตุ มักต้องใช้น้ำตาเทียมร่วมด้วย ปรับพฤติกรรมการใช้งาน หรือประคบอุ่น นวดและทำความสะอาดเปลือกตากรณีมีเปลือกตาผิดปกติ

ปรึกษาเพิ่มเติมทักข้อความแชทได้เลย

น้ำใบบัวบกผักบำรุงสายตา ใบบัวบก มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Centella asiatica (Linn.) Urban. , ชื่อวงศ์ว่า Umbelliferae , ชื...
11/08/2022

น้ำใบบัวบกผักบำรุงสายตา
ใบบัวบก มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Centella asiatica (Linn.) Urban. , ชื่อวงศ์ว่า Umbelliferae , ชื่อภาษาอังกฤษว่า Asiatic pennywort และมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นดังนี้ ผักแว่น(ภาคใต้,ภาคตะวันออก,จันทบุรี) , ผักหนอก(เหนือ) , ปะหนะเอขาเด๊าะ(กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) , เตียกำเช้าฮักคัก(จีน)
ประโยชน์ของใบบัวบกช่วยบำรุงและรักษาสายตา ฟื้นฟูรอบดวงตา เพราะบัวบกมีวิตามินเอสูง ทำให้สามารถแก้อาการขาดวิตามินเอได้ดี เพราะวิตามินเอ มีผลต่อการทำงานของสายตา ทำให้ตาทำงานได้ดี และการมองเห็นที่ชัดเจน หากขาดวิตามินเอจะทำให้เกิดโรคตามัว ตาฝ้าฟาง และมีสารแคลเซี่ยมมากเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีวิตามินบี 1 สูงกว่าผักหลาย ๆ ชนิด เหมาะกับสุขภาพ
บัวบก หรือ ใบบัวบก นั้นมีสรรพคุณมากมาย เพราะได้รับการกล่าวขานเกี่ยวการรักษาโรคได้หลายชนิด อย่างโรคลมชัก โรคผิวหนัง ท้องเสีย ท้องอืด แผลในกระเพาะอาหาร มีฤทธิ์กล่อมประสาท ช่วยบำรุงสมอง เพิ่มความจำ ช่วยลดความอ่อนล้าของสมอง
ใบบัวบก มีสารประกอบสำคัญๆหลายชนิด อย่างเช่น บราโมซัยด์ บรามิโนซัยด์ ไตรเตอพีนอยด์ มาดิแคสโซซัยด์ ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบ และยังมี กรดมาดิแคสซิค วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี6 #วิตามินเอ วิตามินเค ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโซเดียม และ กรดอะมิโน อย่าง แอสพาเรต กรดกลูตามิก เซรีน ทรีโอนีน อะลานีน ไลซีน ฮีสทีดิน เป็นต้น
ใบบัวบก เหมาะสำหรับคนที่ขี้ร้อน มีภาวะแกร่ง หรือมีความร้อนชื้น เพราะเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาเย็น
ใบบัวบกสามารถนำมารับประทานได้ โดยทานเป็นผักสด หรือลวกกินกับขนมจีน หรือน้ำพริก หรือจะนำมาทำเป็นน้ำใบบัวบกก็ได้
ประโยชน์จากใบบัวบกด้านอื่นๆ
ใบบัวบกได้ถูกนำมาใช้บำบัดอาการที่เกี่ยวข้องกับสมองมาเป็นเวลานาน และให้ผลเป็นที่น่าเชื่อถือจนได้ชื่อเรียกว่า "อาหารสมอง" เพราะคนสมัยก่อนเชื่อว่าการรับประทานใบบัวบก จะช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง โดยทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสำรองให้กับสมอง และได้ผลดีทั้งในแง่ของการรักษส่วนของสมองที่ถูกทำลายแล้วให้ดีขึ้น และยังป้องกันไม่ให้สมองที่เป็นปกติอยู่ถูกทำลายหรือเสื่อมลง
วิตามินเอ บำรุงสายตามีอยู่ใน #ดีคอนแทค

คุณประโยชน์เยอะมาก อย่าลืมไปหามาทานกันได้นะครับ

 #โรคต้อกระจก เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้ตาบอด  โดยผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีภาวะเลนส์ตาขุ่น และจะมีอาการหลักคือตามัว มองเห็...
28/07/2022

#โรคต้อกระจก เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้ตาบอด โดยผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีภาวะเลนส์ตาขุ่น และจะมีอาการหลักคือตามัว มองเห็นภาพไม่ชัด สายตาเลือนราง ซึ่งลักษณะการมองเห็นภาพไม่ชัดนั้นมีหลายแบบ แต่ส่วนมากแล้วอาการต่างๆ จะค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลาเป็นเดือนหรืออาจเป็นปี เมื่อมีอาการมากขึ้นจะส่งผลทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

สาเหตุของการเกิดต้อกระจก
สาเหตุของการเกิดต้อกระจกมาจาก อายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเป็นต้อกระจกได้ง่าย รวมไปถึงผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์ โดยกลุ่มที่มีโอกาสได้รับยา กลุ่มนี้ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้, โรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือโรคเอสแอลอี นอกจากนี้ผู้ที่รับประทานยาต้ม ยาหม้อ ยาสมุนไพร ซึ่งอาจมีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ การได้รับอุบัติเหตุทางตา และการได้รับแสงอัลตราไวโอเลต (UV) เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุของการเกิดต้อกระจกทั้งสิ้น

4 อาการเสี่ยงเข้าข่ายเป็นโรคต้อกระจก
1.มองเห็นภาพไม่ชัด
2.มองเห็นภาพซ้อน
3.มองเห็นภาพมัวในที่ที่มีแสงจ้า
4.สายตาเปลี่ยนบ่อย ไปวัดแว่นทีไรไม่ชัดสักที

ภาวะแทรกซ้อน อันตรายที่ต้องเฝ้าระวัง
ในผู้ป่วยที่เป็นต้อกระจกมานานจนสุกแล้ว อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน นั่นคือ ภาวะต้อหินจากต้อกระจกที่บวมเป่ง (Phacomorphic Glaucoma) เกิดจากเลนส์ตาสุกเต็มที่แล้วบวม จนปิดทางระบายน้ำในลูกตา ทำให้น้ำในลูกตาระบายไม่ได้ ทำให้ผู้ป่วยจะมีอาการปวดตาเฉียบพลัน ตาแดง เมื่อส่องไฟจะเห็นเลยว่า ตาดำจะขาวผิดปกติ หากปวดในกรณีนี้ไม่มียาที่สามารถระงับอาการปวดได้และถือว่าอันตรายมาก

สอบถามเพิ่มเติมโทร 062-597-5459

เบอร์รี่ (Berry) – ผลไม้บำรุงสายตาผลไม้จําพวกเบอร์รี่คือผลไม้ขนาดเล็ก สีสันสวยสดงดงาม มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวเป็นเอกลักษณ์...
23/07/2022

เบอร์รี่ (Berry) – ผลไม้บำรุงสายตา

ผลไม้จําพวกเบอร์รี่คือผลไม้ขนาดเล็ก สีสันสวยสดงดงาม มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวเป็นเอกลักษณ์ เบอร์รี่ที่พวกเรารู้จักกันดีมีหลายประเภท ได้แก่ โกจิเบอร์รี่ บิลเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ รวม ทั้งมัลเบอร์รี่ ฯลฯ ผลไม้จําพวกเบอร์รี่กล่าวได้ว่า เป็นสุดยอดผลไม้บํารุง สายตา มีส่วนช่วยสําหรับเพื่อการป้องกันอาการอ่อนล้าจากการใช้สายตาหนัก ช่วยทํา ให้สายตา ทํางานได้ดีขึ้น ในที่มืด เพราะว่าอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอ แล้วก็สารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วน ช่วยสําหรับการมองเห็น คุ้มครองเซลล์ดวงตาถูกทําลาย ช่วยลดการเสี่ยงสําหรับการเกิด โรคจอ ประสาท ตาเสื่อมรวมทั้งต้อกระจก ต้อหิน ต้อลม ช่วยลดระดับความดัน ในลูกตา และ ก็ลด ความเจ็บปวด ปวดจากการบวม ในลูกตา (ถนอมสายตา วิธีการถนอมสายตา)

อ่านแล้วเป็นอย่างไรบ้างครับ อยากไปหาซื้อผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มาทานเพื่อบำรุงสายตากันแล้วใช่ไหมครับ แต่ถ้าอยากได้สารสกัดที่เข้มข้นหาซื้อดีคอนแทคมาทานกันนะครับ

สารสกัดจากบิลเบอร์รี่-บลูเบอร์รี่ มีอยู่ในดีคอนแทคนะครับ

สอบถามสั่งซื้อโทร 062-597-5459

“ต้อเนื้อ” เป็นโรคต้อชนิดหนึ่งที่คนไทยเป็นกันมาก โดยเฉพาะให้ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งวัย 40 ปีขึ้นไป โรคต้ออาจไม่ได้มีผลกับการ...
14/07/2022

“ต้อเนื้อ” เป็นโรคต้อชนิดหนึ่งที่คนไทยเป็นกันมาก โดยเฉพาะให้ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งวัย 40 ปีขึ้นไป โรคต้ออาจไม่ได้มีผลกับการมองเห็นหรือการใช้ชีวิตอะไร เพียงแต่ทำให้รู้สึกรำคาญได้มากจากการระคายเคืองบริเวณที่เป็นต้อ

แต่โรคต้อก็ไม่ใช่ปัญหาที่ควรมองข้าม เพราะหากปล่อยไว้อาจจะทำให้ตามัว สายตาเอียง หรือสูญเสียการมองเห็นไปชั่วคราวได้

ต้อเนื้อ (Pterygium) คือความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับดวงตา เป็นหนึ่งในโรคต้อทั้ง 4 โรค ซึ่งได้แก่ ต้อเนื้อ ต้อลม ต้อหิน และต้อกระจก ต้อเนื้อเป็นโรคที่สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย แต่จะพบมากในผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง และมีอายุมากกว่า 40 ปี

ต้อเนื้อเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของเยื่อบุตาขาว จนทำให้เนื้อเยื่อบางส่วนพัฒนาอย่างผิดปกติ เกิดเป็นพังผืดสีขาวเหลืองหรือสีชมพูอ่อน รูปทรงสามเหลี่ยมปรากฎขึ้นบริเวณตาขาว เมื่อก้อนต้อขยายขึ้นเรื่อยๆจะค่อยๆงอกเข้าไปบริเวณตาดำจนบดบังการมองเห็น ทำให้มีโอกาสสูญเสียการมองเห็นชั่วคราวในที่สุด

แต่ต้อเนื้อไม่ใช่โรคอันตรายอะไร เป็นโรคที่ทำให้เกิดความรำคาญเท่านั้น ทั้งยังรักษาให้หายขาดได้ และแม้จะเป็นมากจนก้อนต้อเข้าไปบดบังรูม่านตาจนสูญเสียการมองเห็น ก็ยังสามารถรักษาโดยการผ่าตัดลอกต้อเนื้อให้กลับมามองเห็นได้ดังเดิม

เปรียบเทียบระหว่าง ต้อเนื้อ กับ ต้อลม

ต้อลม (Pinguecula) เกิดจากความเสื่อมของเยื่อบุตาขาวเช่นเดียวกันกับต้อเนื้อ อีกทั้งอาการและวิธีรักษาก็เหมือนกัน โรคต้อเนื้อและต้อลมแตกต่างกันเพียงลักษณะของก้อนต้อ และความรุนแรงของอาการ

เมื่อเยื่อบุตาขาวเสื่อมในระยะแรก จะเกิดก้อนนูนสีขาวเหลืองขึ้นที่บริเวณหัวตาหรือหางตา หรือทั้งสองตำแหน่ง ในระยะนี้จะเรียกต้อดังกล่าวว่าต้อลม ต้อลมจะทำให้ผู้ป่วยเจ็บและคันที่ดวงตา น้ำตาไหล หากขยี้ตาอาจเกิดการอักเสบ

เมื่อก้อนต้อนี้พัฒนาขึ้น เริ่มขยายใหญ่ ล้ำเข้าไปในบริเวณตาดำ มีเส้นเลือดเลี้ยงก้อนต้อ ในระยะนี้จะเรียกต้อดังกล่าวว่าเป็นต้อเนื้อ อาการของต้อเนื้อจะทำให้เกิดการระคายเคืองที่ดวงตามากกว่าต้อลม และทำให้เกิดการอักเสบได้ง่ายกว่าเดิมอีกด้วย

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดต้อเนื้อ

- ดวงตาสัมผัสกับฝุ่นควัน มลภาวะ ลมร้อน ลมแห้ง รังสียูวี มากกว่าปกติ
- ใช้สายตามากเกินไป เช่น ใช้คอมพิวเตอร์ หรือใช้โทรศัพท์เป็นเวลานาน
- ดวงตาสัมผัสกับสารเคมีที่ทำให้เกิดการระคายเคืองเป็นเวลานาน
- ดวงตาแห้ง ระคายเคืองบ่อยอยู่ก่อนแล้ว
- คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคต้อเนื้อ
- เป็นโรคเบาหวาน

ปรึกษาสอบถามโทร 062-597-5459

การใช้ยาหยอดตาที่ถูกต้องและปลอดภัยควรทำอย่างไร   ก่อนหยอดตา ควรตรวจสอบชนิดยาที่นำมาหยอดตาเสียก่อนว่าเป็นยาหยอดตาชนิดที่ถ...
11/07/2022

การใช้ยาหยอดตาที่ถูกต้องและปลอดภัยควรทำอย่างไร

ก่อนหยอดตา ควรตรวจสอบชนิดยาที่นำมาหยอดตาเสียก่อนว่าเป็นยาหยอดตาชนิดที่ถูกต้องหรือไม่ และควรตรวจสอบวันหมดอายุก่อนใช้ยา โดยยาหยอดตาทั่วไปเมื่อเปิดใช้แล้วจะใช้ได้ไม่เกิน 1 เดือน เนื่องจากหากเปิดไว้นานกว่า 1 เดือน จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะมีเชื้อโรคปนเปื้อนในขวดยา แต่หากเป็นยาที่ไม่ใส่สารกันบูดหากเปิดแล้วแนะนำให้ใช้ได้ไม่เกิน 12-24 ชั่วโมง

หากจำเป็นต้องหยอดตาหลายชนิด ในเวลาใกล้เคียงกัน แนะนำให้หยอดยาลักษณะเป็นน้ำใสก่อน แล้วจึงตามด้วยการหยอดยาที่เป็นสารแขวนลอย โดยยาที่เป็นสารแขวนลอยสังเกตได้จาก เมื่อหยอดตาแล้วยาจะมีลักษณะเหมือนน้ำนมขาวขุ่น ซึ่งยาชนิดนี้จะต้องเขย่าขวดก่อนใช้เสมอ นอกจากนี้หากมียาหยอดตาที่เป็นเจลหรือขี้ผึ้ง ให้หยอดเจลหรือป้ายขี้ผึ้งเป็นลำดับสุดท้าย โดยยาแต่ละชนิดให้หยอดห่างกันอย่างน้อย 5 นาที

ขั้นตอนการหยอดตาที่ถูกต้อง

ก่อนอื่นล้างมือให้สะอาดและเช็ดมือให้แห้ง โดยสามารถหยอดยาได้ทั้งท่านั่งและท่านอน สำหรับท่านั่งให้นั่งแหงนประมาณ 45 องศา หากอยู่ในท่านอนให้นอนหงายราบหน้าตรง ใช้มือข้างที่ไม่ถนัดดึงเปลือกตาลง จนเห็นกระพุ้งตาด้านล่าง เหลือบตามองขึ้นบน ใช้มือข้างที่ถนัดถือขวดยาให้ลอยอยู่เหนือดวงตา ระวังอย่าให้ปลายขวดสัมผัสกับขนตา บีบขวดยาเบา ๆ ให้ยาออกมาเพียง 1 หยดก็เพียงพอ หากมียาหยอดตาส่วนเกินไหลซึมออกมาจากดวงตาให้ใช้สำลีแห้ง หรือผ้าสะอาดมาซับเฉพาะส่วนที่ล้นออกมา แล้วหลับตานิ่งประมาณ 1 นาที ไม่ควรกระพริบตาถี่ ๆ เนื่องจากทำให้ยาถูกระบายออกไปจากผิวตาเร็วเกินไป

เมื่อใดควรใช้ยาหยอดตาและผลข้างเคียงจากยา

ควรใช้ยาเมื่อมีข้อบ่งชี้ และควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ตัวอย่างผลข้างเคียงของยาหยอดตา ได้แก่ ตาแดง แสบตา เคืองตา เปลือกตาคล้ำ เป็นต้น นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายอาจแพ้ยาหยอดตา หากใช้ยาหยอดตาแล้วมีอาการตาแดง คันตา เปลือกตาบวม ให้กลับมาปรึกษาจักษุแพทย์ทันที

ข้อควรระวังจากการใช้ยาหยอดตา

หากทำการหยอดตาไม่ถูกต้อง จากเรื่องเล็กน้อยก็อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ โดยเฉพาะข้อควรระวังจากการใช้ยาหยอดตานั้น ไม่ควรใช้กรรไกรหรือเข็มลนไฟมาเปิดหรือตัดขวดยา หรือเจาะปลายขวดยาหยอดตา ระวังไม่ให้นิ้วมือสัมผัสกับปลายขวดยาหยอดตาไม่ควรใช้ยาหยอดตาที่เปิดใช้นานเกิน 1 เดือน เนื่องจากเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อที่กระจกตาและเยื่อบุตา ที่สำคัญไม่ควรหลงเชื่อคำโฆษณานำยาที่ไม่ได้มาตรฐานมาหยอดตาเด็ดขาด เนื่องจากอาจเกิดอันตรายต่อดวงตาได้

ส่วนยาในกลุ่มเตียรอยด์ (steroid) เป็นกลุ่มยาที่ผู้ป่วยห้ามซื้อมาหยอดเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นต้อหินจากการใช้ยา และห้ามใช้ยาหยอดตาร่วมกับผู้อื่น ไม่ควรเก็บยาหยอดตาไว้กลางแจ้ง และยาบางชนิดต้องแช่ตู้เย็น จึงขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

ปรึกษาสอบถามเพิ่มเติมโทร 062-597-5459

ลูทีน คืออะไรลูทีน (lutein) คือ สารแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่ง พบได้ในเลนส์ตาและจอประสาทตา โดยเฉพาะบริเวณ ศูนย์กลางจอประสาทตา ห...
10/07/2022

ลูทีน คืออะไร
ลูทีน (lutein) คือ สารแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่ง พบได้ในเลนส์ตาและจอประสาทตา โดยเฉพาะบริเวณ ศูนย์กลางจอประสาทตา หรือจุดรับภาพตรงกลางของจอประสาทตา (Macula) ที่มีความไวต่อแสงมาก ให้ความรายละเอียด และความชัดของภาพของภาพมากที่สุด

โดยลูทีนจะทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากออกซิเจนภายในเซลล์ และดูดซับแสงสีน้ำเงินที่เป็นอันตรายต่อจอประสาทตา ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ลูทีนเปรียบเสมือนแว่นกรองแสงสีน้ำเงิน ที่จะช่วยกรองแสงจากภายในดวงตานั่นเอง

ลูทีน และซีแซนทีน แตกต่างกันอย่างไร
ลูทีน (Lutein) และ ซีแซนทีน (Zeaxanthin) คือ สารธรรมชาติที่มีในพืชผักผลไม้หลายชนิด เป็นสารในตระกูลของสารแคโรทีนอยด์เช่นเดียวกัน ที่พบได้ในบริเวณเลนส์ตาและจอรับภาพตา

แต่ความแตกต่างของสารอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้ก็คือ ซีแซนทีน นั้นไม่สามารถเปลี่ยนมาเป็นวิตามินเอ ที่เป็นส่วนสำคัญในจอตา ป้องกัน รักษาโรคที่เกี่ยวกับสายตา

ร่างกายของเราจึงควรได้รับลูทีนและซีแซนทีนในการบำรุงสายตา ซึ่งจะเห็นได้ว่าอาหารเสริมบำรุงสายตาจะมีลูทีน หรือลูทีนและซีแซนทีนเป็นส่วนประกอบ

ประโยชน์ของลูทีน
- ช่วยเพิ่มวิตามินบำรุงสายตาให้แก่ร่างกาย โดย ลูทีน เป็นสารอาหารในกลุ่มเดียวกับเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอ
- ช่วยให้ดวงตาแข็งแรง ป้องกันประสาทตาเสื่อม
- ช่วยบำรุงระบบการไหลเวียนของเลือด และเส้นเลือดฝอยที่เลี้ยงตาให้แข็งแรง
- ช่วยให้มองภาพได้คมชัด และเห็นรายละเอียดของภาพดีขึ้น
- ช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคต้อกระจกในผู้สูงอายุ
- ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม หรือโรคจุดรับภาพเสื่อมในอนาคต
- ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่ทำลายดวงตา
- ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นได้ดีในที่มืด
- ช่วยกรองแสงสีฟ้า และป้องกันดวงตาจากแสงแดดหรือรังสี UV

#ดีคอนแทค มีลูทีน และ ซีแซนทีน
สอบถามปรึกษาเพิ่มเติมโทร 062-597-5459

5 โรคตา...ปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุเมื่ออายุมากขึ้นอวัยวะต่างๆ ในร่างกายที่เราใช้งานมาหลายสิบปีก็ย่อมเสื่อมสภาพเป็นเรื่...
09/07/2022

5 โรคตา...ปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ

เมื่ออายุมากขึ้นอวัยวะต่างๆ ในร่างกายที่เราใช้งานมาหลายสิบปีก็ย่อมเสื่อมสภาพเป็นเรื่องปกติ และ “ดวงตา” คือหนึ่งในอวัยวะที่มักพบความผิดปกติได้หลายรูปแบบ และนี่คือ 5 โรคตาที่ผู้สูงวัยไม่ควรมองข้าม เพราะโรคตาบางโรค...หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษาก็อาจร้ายแรงถึงขั้นตาบอดได้

1.โรคต้อกระจก
เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ดวงตาที่ถูกใช้งานมานานหลายสิบปีย่อมเสื่อมลง อย่างเลนส์ตาธรรมชาติที่ทำหน้าที่รับแสงมานานก็จะเกิดสีขุ่นขึ้นจนกลายเป็นสีเหลือง สีชา หรือกลายเป็นสีขาวขุ่นๆ ซึ่งนั่นคือต้นเรื่องของโรคต้อกระจก ที่ผู้สูงวัยในอายุ 50 ปีขึ้นไปควรระวัง รวมไปถึงผู้ที่ยังอายุไม่มากแต่มีคุณพ่อคุณแม่เป็นตาต้อกระจกก็จะมีโอกาสเสี่ยงสูงขึ้น

ลักษณะอาการ: เพราะเลนส์ตามีความขุ่นมัวมากขึ้น ทำให้การมองเห็นภาพมีลักษณะคล้ายเป็นหมอก หรือมีควันขาวๆ บัง สายตา การโฟกัสไม่ดีเหมือนเดิม ในผู้ป่วยต้อกระจกบางชนิดอาจมีอาการแพ้แสง และหากต้อกระจกเข้มมากจนสุก ก็จะบังลูกตาจนสูญเสียการมองเห็นได้

2.โรคต้อหิน
แม้จะเป็นโรคตาที่พบได้น้อยกว่าต้อกระจก แต่ก็นับว่าเป็นอีกภัยเงียบที่อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นแบบถาวรได้ โรคต้อหินเกิดจากความดันในลูกตาสูงขึ้นจนมีการทำลายประสาทตา อาจเกิดในผู้ที่คนในครอบครัวมีประวัติเป็นต้อหิน หรือในผู้ที่สายตาสั้นมากๆ ป่วยเป็นเบาหวาน หรือเคยได้รับอุบัติเหตุทางตามาก่อน

ลักษณะอาการ: มักไม่มีอาการในช่วงแรก แต่เมื่อเริ่มสูญเสียลานสายตา การมองเห็นจะค่อยๆ จำกัดวงแคบลง จากด้านข้างเข้ามาตรงกลางเรื่อยๆ และสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรในที่สุด แต่ทั้งนี้ก็ยังมีต้อหินบางประเภทที่มีอาการปวดมาก เห็นแสงรุ้งรอบดวงไฟ หรือมีอาการตาแดง

3.โรคต้อลม
ต้อลมเป็นอีกหนึ่งโรคตาที่มีสาเหตุมาจากความเสื่อมของเยื่อบุตาขาว ตัวต้อจะมีลักษณะเป็นก้อนเนื้อขนาดเล็ก นูน สีขาวหรือเหลืองตรงบริเวณเยื่อบุตาขาว มักพบบริเวณหัวตามากกว่าหางตา ซึ่งหากไม่ได้รับการป้องกันก็อาจจะลุกลามกลายเป็นแผ่นเนื้อบดบังบริเวณกระจกตาดำ หรือที่เรียกว่า “ต้อเนื้อ” นั่นเอง

ลักษณะอาการ: ในช่วงแรกเริ่มมักไม่มีอาการ แต่เมื่อต้อลมมีการอักเสบมากขึ้นจะทำให้มีอาการเคืองตา คันตา สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาหยอดตา ร่วมกับการป้องกันไม่ให้โดนแดดโดนลมด้วยการสวมแว่นกันแดด ซึ่งถ้าไม่ได้รับการป้องกันหรือรักษาอย่างถูกต้อง ก็อาจจะลุกลามกลายเป็นแผ่นเนื้อบดบังบริเวณกระจกตาดำ หรือที่เรียกว่า “ต้อเนื้อ” นั่นเอง

4.โรคจอประสาทตาเสื่อม
เป็นภาวะที่จุดรับภาพที่อยู่ตรงส่วนกลางของจอตาเกิดการเสื่อมขึ้น ทำให้การมองเห็นส่วนกลางของภาพมัวลง แต่บริเวณรอบข้างยังสามารถมองเห็นได้เป็นปกติ อาจเกิดจากการเสื่อมไปตามช่วงอายุที่มากขึ้น แสงยูวี การสูบบุหรี่ หรือมีระดับความดันโลหิตสูง

ลักษณะอาการ: ในระยะแรกอาจไม่มีอาการแสดง แต่เมื่อจอตาเริ่มเสื่อมมากยิ่งขึ้น ผู้ป่วยจะมีอาการตามัว เห็นภาพบิดเบี้ยว เห็นจุดดำอยู่กลางภาพ และสูญเสียการมองเห็นตรงบริเวณกลางภาพ ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีอาการปวดร่วมด้วย

5.ตาแห้ง
เมื่ออายุมากขึ้น อาจมีปัจจัยหลายๆ อย่างที่ส่งผลให้เกิด “ภาวะตาแห้ง” ได้ ไม่ว่าจะเป็น ต่อมไขมันเปลือกตาที่อุดตันได้ง่ายขึ้น ฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป หรือการมีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคไทรอยด์ โรคข้ออักเสบ หรือการใช้ยาบางชนิด ซึ่งส่งผลให้น้ำหล่อเลี้ยงตาที่ทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตาไม่เพียงพอ เกิดการระคายเคืองในตาและแสบตา หากปล่อยไว้ไม่ได้รับการรักษา จะทำให้เปลือกตาดึงรั้งขนตาให้ลงมาทิ่มตา เปลือกตาอักเสบ และกระจกตาเป็นแผลได้

ลักษณะอาการ: รู้สึกไม่สบายตา เหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา เคืองตาหรือมีน้ำตาไหล ซึ่งน้ำตาที่ไหลเป็นเพียงเพราะการถูกกระตุ้นจากภาวะตาแห้งให้สร้างน้ำตาขึ้นมาเพื่อลดการระคายเคือง แต่ไม่ได้ส่งผลให้ดวงตาเกิดความชุ่มชื้นอย่างที่เราเข้าใจกัน หากปล่อยไว้ไม่ได้รับการรักษา จะทำให้เปลือกตาดึงรั้งขนตาให้ลงมาทิ่มตา เปลือกตาอักเสบ และกระจกตาเป็นแผลได้

ขอบคุณข้อมูล โรงพยาบาลเปาโล

ประโยชน์ของดอกดาวเรืองสรรพคุณลือเลื่อง1 ในองค์ประกอบ  #ดีคอนแทค บำรุงสายตาดอกดาวเรืองมีสารแซนโทฟิลล์ (Xanthophyll) ซึ่งเ...
09/07/2022

ประโยชน์ของดอกดาวเรืองสรรพคุณลือเลื่อง

1 ในองค์ประกอบ #ดีคอนแทค บำรุงสายตา
ดอกดาวเรืองมีสารแซนโทฟิลล์ (Xanthophyll) ซึ่งเป็นแคโรทีนอยด์ (สารต้านอนุมูลอิสระ) ชนิดหนึ่ง โดยมีส่วนประกอบเป็นโมเลกุลที่มีออกซิเจน อันได้แก่ ลูทีนและซีแซนธิน ซึ่งจัดว่าเป็นสารบำรุงสายตาจากพืชมีสี โดยทั้งสองสารนี้มีคุณสมบัติช่วยป้องกันความเสื่อมของจอประสาทตาได้ ช่วยกรองแสงสีฟ้า และยังเป็นสารออกซิเดชั่น ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่จะทำลายประสิทธิภาพการทำงานของจอประสาทตา โดยการนำเอาสารบำรุงสายตาจากดอกดาวเรืองมาใช้โดยนำไปสกัด หรือ แนะนำให้นำดอกไปตากแห้ง แล้วนำมาชงเป็นชาดื่ม 1 หยิบมือ ต่อน้ำร้อน 1 แก้วกาแฟ เท่านี้ก็จะได้รับสารบำรุงสายตาที่ซ่อนอยู่ในดอกดาวเรือง

สอบถามเพิ่มเติมโทร 062-597-5459

ตัวแทนจำหน่าย "ดีคอนแทค"ของแท้จากสำนักงานใหญ่โดยคุณพสิษฐ์ สั่งซื้อดีคอนแทคที่ร้านนี้มั่นใจได้มีเอกสารรับรองการเป็นตัวแทน...
07/07/2022

ตัวแทนจำหน่าย "ดีคอนแทค"ของแท้จากสำนักงานใหญ่โดยคุณพสิษฐ์ สั่งซื้อดีคอนแทคที่ร้านนี้มั่นใจได้มีเอกสารรับรองการเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างถูกต้อง จัดส่งไวได้รับสินค้าแน่นอน

ดีคอนแทค เอ๊กซ์ Dcontact X เป็นนวัตกรรมใหม่ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ สำหรับต้อเนื้อ ต้อกระจก ต้อหิน ต้อลม วุ้นในตาเสื่อม แสบตา ตามัว คันตา น้ำตาไหล เบาหวานขึ้นตา ตาแพ้แสง สายตาสั้น สายตายาว จอประสาทตาหลุดลอก ตาบอดกลางคืน ทานได้เลยจ้า

ดีคอนแทค เอ็กซ์ (D-Contact X) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับดวงตา
ส่วนประกอบที่สำคัญใน 10 ชนิด
1.YeastBeta-Glucan (เบต้า-กลูแคนจากยีสต์ 85%) 100 mg/มก.
2.Bilberry extract (สารสกัดจากบิลเบอร์รี่) 100 mg/มก.
3.Blueberry extract(สารสกัดจากบลูเบอร์รี่) 50 mg/มก.
4.Cranberry extract(สารสกัดจากแครนเบอร์รี่) 50 mg/มก.
5.Ascobic acid(กรดแอสคอร์บิก) 50 mg/มก.
6.Marigold extract (สารสกัดจากดอกเรือง) 40 mg/มก.
7.Beta-Carotene 10% (บีต้า-แคโรทีน 10%) 15 mg/มก.
8.Centella asiatica extract(สารสกัดจากใบบัวบก) 11 mg/มก.
9.Vitamin A acetate(วิตามินเอ อะซีเทต) 4 mg/มก.
10.Vitamin B12(วิตามิน บี12) 0.002 mg/มก.
เลขสารรบบ อย. : 10-1-15456-5-0042
ขนาดบรรจุ: 1 กล่องมี 30 เม็ด ราคา 1260 บาท

สั่งซื้อโทร 062-5975459
จัดส่งฟรี!! เก็บเงินปลายทาง

สายตาดีด้วย  #ดีคอนแทคดีคอนแทค เอ๊กซ์ Dcontact X  เป็นนวัตกรรมใหม่ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ  สำหรับต้อเนื้อ ต้อกระจก ต้อหิน...
07/07/2022

สายตาดีด้วย #ดีคอนแทค
ดีคอนแทค เอ๊กซ์ Dcontact X เป็นนวัตกรรมใหม่ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ สำหรับต้อเนื้อ ต้อกระจก ต้อหิน ต้อลม วุ้นในตาเสื่อม แสบตา ตามัว คันตา น้ำตาไหล เบาหวานขึ้นตา ตาแพ้แสง สายตาสั้น สายตายาว จอประสาทตาหลุดลอก ตาบอดกลางคืน ทานได้เลยจ้า
ดีคอนแทค เอ็กซ์ (D-Contact X) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับดวงตา
ส่วนประกอบที่สำคัญใน 10 ชนิด
1.YeastBeta-Glucan (เบต้า-กลูแคนจากยีสต์ 85%) 100 mg/มก.
2.Bilberry extract (สารสกัดจากบิลเบอร์รี่) 100 mg/มก.
3.Blueberry extract(สารสกัดจากบลูเบอร์รี่) 50 mg/มก.
4.Cranberry extract(สารสกัดจากแครนเบอร์รี่) 50 mg/มก.
5.Ascobic acid(กรดแอสคอร์บิก) 50 mg/มก.
6.Marigold extract (สารสกัดจากดอกเรือง) 40 mg/มก.
7.Beta-Carotene 10% (บีต้า-แคโรทีน 10%) 15 mg/มก.
8.Centella asiatica extract(สารสกัดจากใบบัวบก) 11 mg/มก.
9.Vitamin A acetate(วิตามินเอ อะซีเทต) 4 mg/มก.
10.Vitamin B12(วิตามิน บี12) 0.002 mg/มก.
เลขสารรบบ อย. : 10-1-15456-5-0042
ขนาดบรรจุ: 1 กล่องมี 30 เม็ด ราคา 1260 บาท
สั่งซื้อโทร 062-5975459

ที่อยู่

242 ถ. สุวินทวงศ์ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี
Bankok
10510

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดวงตาใสด้วยดีคอนแทค Dcontact โทร 062 597 5459ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง ดวงตาใสด้วยดีคอนแทค Dcontact โทร 062 597 5459:

แชร์