23/04/2026
🩺 สรุป lecture โรคไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) จากงาน
🦠 โรคนี้คืออะไรและติดต่อได้อย่างไร?
- ไวรัสตับอักเสบเอเกิดจากการติดเชื้อ hepatitis A virus
- เชื้อติดต่อได้ง่ายผ่านทางเดินอาหาร (fecal-oral route) จากการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ รวมถึงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ
🤒 อาการที่ต้องระวัง
- หลังรับเชื้อจะมีระยะฟักตัวประมาณ 15-50 วัน
- อาการที่พบ ได้แก่ อ่อนเพลีย มีไข้ เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง และตามมาด้วยตัวเหลืองตาเหลือง หรือปัสสาวะสีเข้ม
- ผู้ใหญ่มักมีอาการป่วยที่ชัดเจน (มากกว่า 70%) ในขณะที่เด็กเล็กส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการใดๆ
🔬 การตรวจวินิจฉัยและการรักษา
- การวินิจฉัยหลักคือการตรวจเลือดพบ anti-HAV IgM ซึ่งจะเริ่มสูงขึ้น 5-10 วันก่อนมีอาการ และจะพุ่งสูงสุดพร้อมๆ กับค่าเอนไซม์ตับ (ALT) ที่ผิดปกติ
- ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสที่ใช้รักษาเฉพาะเจาะจง
- เนื่องจากโรคนี้มักหายได้เอง การรักษาจึงเน้นการประคับประคองตามอาการ เป็นหลัก เช่น การ rest ดื่มน้ำให้เพียงพอ และรับประทานอาหารอ่อนๆ
💪 โอกาสหายและภาวะแทรกซ้อน
- ผู้ป่วยส่วนใหญ่มากกว่า 99% สามารถหายขาดได้เอง และร่างกายจะสร้าง IgG ป้องกันไวรัสนี้ไปตลอดชีวิต
- ภาวะแทรกซ้อนที่ผิดปกติพบได้บ้าง เช่น ตับอักเสบกำเริบซ้ำ (พบ 10-20%) หรือภาวะ prolong cholestatsis
- มีผู้ป่วยน้อยกว่า 1% ที่อาจรุนแรงถึงขั้นตับวายเฉียบพลัน ซึ่งมักพบในผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) หรือผู้ที่มีโรคตับเรื้อรังเดิมอยู่แล้ว
🛡️ การป้องกันทำได้อย่างไร?
- การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยแนะนำให้ฉีดในหลายกลุ่ม เช่น เด็กอายุ 12-23 เดือน, ผู้ที่ต้องเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง, กลุ่มชายรักชาย, ผู้ป่วยโรคตับเรื้อรัง และบุคคลทั่วไปที่ต้องการป้องกัน
- การรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน เช่น ล้างมือให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารที่ปรุงสุกสะอาด เป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ
https://doi.org/10.1038/s41572-023-00461-2