สารอาหารบำบัด มะเร็ง โภชนเภสัช

สารอาหารบำบัด มะเร็ง โภชนเภสัช สารอาหารบำบัดเซลล์ ช่วยฟื้นฟู เบาห?

🚺มะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดเป็นอันดับ1 ของผู้หญิงไทย และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ในผู้หญิง แนวโน้ม...
26/10/2022

🚺มะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดเป็นอันดับ1 ของผู้หญิงไทย และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ในผู้หญิง แนวโน้มคนไทยป่วยเป็นโรคมะเร็งสูงขึ้นทุกปี
🚺สำหรับสาวๆ ที่คลำพบก้อนเนื้อที่เต้านม
กลิ้งไป กลิ้งมา แต่ไม่รู้สึกเจ็บอย่าคิดว่าไม่เป็นอะไร
เพราะในบรรดาก้อนที่เต้านมนั้นมีอยู่ 3 กลุ่มคือ
1️⃣ ซีสต์
2️⃣ เนื้องอกเต้านม (ไม่ใช่เนื้อร้าย)
3️⃣ มะเร็งเต้านม

เซลล์มะเร็ง...โรคที่เกิดจากการมีเซลล์ผิดปกติในร่างกายและเซลล์เหล่านี้มีการเจริญเติบโตรวดเร็วเกินปกติ ร่างกายควบคุมไม่ได้...
19/06/2022

เซลล์มะเร็ง...โรคที่เกิดจากการมีเซลล์ผิดปกติในร่างกายและเซลล์เหล่านี้มีการเจริญเติบโตรวดเร็วเกินปกติ ร่างกายควบคุมไม่ได้ เซลล์เหล่านี้จึงเจริญลุกลามและแพร่กระจายทั่วร่างกาย ส่งผลให้เซลล์ปกติของเนื้อเยื่อ / อวัยวะต่าง ๆ ล้มเหลว ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เป็นสาเหตุให้เสียชีวิตในที่สุด ได้แก่ ปอด ตับ สมอง ไต กระดูก และไขกระดูก

มะเร็งต่างจากเนื้องอกตรงที่ก้อนเนื้อหรือแผลมะเร็งจะโตเร็วลุกลามเข้าอวัยวะข้างเคียง เข้าต่อมน้ำเหลือง และแพร่กระจายเข้าหลอดเลือด กระแสเลือด

และหลอดน้ำเหลืองหรือกระแสน้ำเหลือง ไปยังเนื้อเยื่อหรืออวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย โดยมักแพร่สู่ปอด ตับ สมอง กระดูก และไขกระดูก ดังนั้นโรคมะเร็งจึงเป็นโรคเรื้อรัง รุนแรง มีการรักษาที่ซับซ้อนและต่อเนื่อง

มะเร็ง (Cancer) พบได้ในทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่จะพบในอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ส่วนในวัยเด็กพบน้อยกว่าในผู้ใหญ่ประมาณ 10 เท่า

#มะเร็ง

ทราบหรือไม่ว่าผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมาก ไม่ได้เสียชีวิตจากการลุกลามของโรค แต่กลับเป็นเพราะการขาดอาหาร การศึกษาวิจัยจำนวนมากแ...
12/06/2022

ทราบหรือไม่ว่าผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมาก ไม่ได้เสียชีวิตจากการลุกลามของโรค แต่กลับเป็นเพราะการขาดอาหาร การศึกษาวิจัยจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า ในระยะที่เจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ รวมทั้งมะเร็ง ถ้าร่างกายได้รับอาหารที่เหมาะสม เพียงพอ จะช่วยให้การรักษาได้ผลดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยยา การผ่าตัด หรือการฉายรังสี จะช่วยให้ฟื้นสภาพได้เร็วและดีขึ้น หรือน้อยที่สุดก็จะช่วยให้คงสภาพนั้นไว้ไม่ให้เสื่อมโทรมกว่าที่ควรจะเป็น จึงเป็นที่ยอมรับกันในปัจจุบันว่า อาหารที่ดี จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็ง

3 สารอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน ให้ร่างกายแข็งแรง🔰 วิตามิน Dปริมาณวิตามินดี ที่ควรได้รับคือ 600 IU ต่อวัน จะช่วยเสริมภูมิคุ้ม...
01/06/2022

3 สารอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน ให้ร่างกายแข็งแรง
🔰 วิตามิน D
ปริมาณวิตามินดี ที่ควรได้รับคือ 600 IU ต่อวัน จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดโอกาสติดเชื้อ
🔰 วิตามิน C
ปริมาณวิตามินซี ที่ควรได้รับคือ 85-100 มก. ต่อวัน เสริมการต้านอนุมูลอิสระ
🔰 ธาตุเหล็ก
ปริมาณธาตุเหล็กที่ควรได้รับต่อวัน คือ ผู้ชาย 11.5 มก. และ ผู้หญิง 20 มก. จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานปกติ ดูดซึมได้ดีเมื่อกินพร้อมกับอาหารวิตามินซีสูง

#มะเร็ง

27/04/2022

มะเร็งต่อมลูกหมาก โรคที่คุณผู้ชายวัย 50+ ต้องระวัง!
ปัจจัยความเสี่ยง
🧬 พันธุกรรม คนในครอบครัวหรือคนที่มีประวัติเกี่ยวพันกับโรคหรือเคยเป็นมาก่อน
🧬 มีประวัติการติดเชื้อ ในต่อมลูกหมากหรือทางเดินปัสสาวะ
🧬 อายุ ชายที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป

อาการที่บ่งชี้ ปัสสาวะบ่อย มีอาการแสบขัด ปัสสาวะไม่สุด และอาจรวมไปถึงขั้นปัสสาวะเป็นเลือด

คุณผู้ชายที่มีอาการหรือปัจจัยเสี่ยง ควรตรวจร่างกายอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

3วิธีเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย 1. นอนหลับให้เพียงพอ เพราะการนอนหลับให้เพียงพอในแต่ละคืน จะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น 2...
25/02/2022

3วิธีเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย
1. นอนหลับให้เพียงพอ เพราะการนอนหลับให้เพียงพอในแต่ละคืน จะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น

2. ดูแลด้วยผลิตภัณฑ์พอลลิติน
ที่ได้รับค่า มาตรฐานเฉพาะผลิตภัณฑ์ระดับโลก คือ ค่าระดับความเข้มข้นของสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สูงมาก ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีอยู่เกือบ 100%

3. การออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ กระตุ้นระบบการไหลเวียน เม็ดเลือดขาวสามารถจัดการเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น

01/04/2021

TOP 10 โรคร้ายเสี่ยงตายสูงสูดของคนไทย เพราะชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไป

โรคร้ายที่ทุกวันนี้มีเพิ่มมากขึ้นในสังคม เป็นเพราะพฤติกรรมเสี่ยง ที่คนในสังคมสร้างขึ้นมาเองทั้งสิ้น ซึ่ง 10 โรคร้ายที่เป็นโรคเสี่ยงตาย ของคนไทยในยุคปัจจุบันนี้ ล้วนแต่เป็นโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันที่ผิดปกติไป จนกลายเป็นปัญหาเรื้อรังด้านสุขภาพ และเป็นภัยเงียบที่สามารถคร่าชีวิตคนไทยไปได้หลายล้านคน แม้ว่าโรคเหล่านี้จะมีชื่อเป็นที่รู้จัก และรักษาได้ แต่ก็ไม่ควรที่จะประมาท เพราะอย่างน้อยการป้องกัน ก็ย่อมดีกว่ามารักษาในภายหลัง
1. มะเร็งร้ายครองอันดับ 1

ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งชนิดใด มะเร็งลำไส้, มะเร็งมดลูก หรือมะเร็งเต้านม ก็ล้วนแล้วแต่คร่าชีวิตคนไทยมาแล้วนักต่อนัก สถิติการเป็นมะเร็งของคนไทยนั้นเพิ่มสูงขึ้นถึง 70,000 คน และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ มะเร็งยังครองแชมป์การเป็นโรคที่มีคนเป็นมากที่สุดในประเทศ อันดับที่ 1 ถึง 5 ปีซ้อน และมีผู้เสียชีวิตไปด้วยโรคนี้ถึงปีละ 50,000 คนอีกด้วย

โดยมะเร็งยอดฮิตที่พบมากที่สุด โดยอันดับ 1 ของมะเร็งคือ มะเร็งตับ รองลงมาคือมะเร็งลำไส้ใหญ่และปอด ( อ้างอิงจากผลวิจัยปี 2546 ) ซึ่งโรคเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นโรคจากการใช้ชีวิตประจำวันแบบผิด ๆ ของคนในยุคสมัยใหม่ โดยมีทั้งการรักษาทางการแพทย์ การรักษาโดยวิถีสมุนไพร หรือแม้แต่การดูแลสุขภาพแบบชีวจิต ก็ล้วนแล้วแต่เป็นวิธีการรักษามะเร็ง ที่ล้วนแล้วแต่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อรักษา และป้องกันการเป็นมะเร็งทั้งสิ้น

2. โรคหลอดเลือดหัวใจ

โรคยอดฮิตอีก 1 โรคที่คนไทยนิยมเป็นกันไม่แพ้มะเร็ง เพราะด้วยนิสัยการทานอาหารที่มีไขมันสูง, ไม่ยอมออกกำลังกาย, สูบบุหรี่จัด, ปล่อยตัวเองให้อ้วน, เป็นโดยพันธุกรรม และคร่ำเคร่งอยู่กับงานตลอดทั้งวัน และยังเป็นอีก 1 โรคแทรกซ้อนของผู้ที่เป็นเบาหวาน

สาเหตุของโรค เกิดจากการที่ไขมันไปจับ หรือเกาะผนังของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ จนตีบและแคบลง ทำให้หลอดเลือดมีอาการอักเสบ ร่างกายจึงต้องส่งเม็ดเลือดขาวมาทำการซ่อมแซม ก็ยิ่งทำให้เม็ดเลือดเหล่านี้ เข้าไปอุดตันทางเดินเลือด จนเลือดไม่อาจถูกส่งไปเลี้ยงหัวใจได้ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด ส่งผลให้หัวใจยุดเต้นอย่างเฉียบพลัน และเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว

ถ้าไม่อยากเป็นโรคนี้ หรือลดอาการของโรคลง ก็ควรต้องหันกลับมาดูแลสุขภาพของตัวเองซะใหม่ ทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นอาหารไขมันต่ำ, ผักและผลไม้ พร้อมทั้งออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าใครมีปัญหาของโรคเกิดขึ้นแล้ว ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา และรับคำแนะนำในการรักษาตัวเองที่ถูกต้อง

3. โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน คือโรคที่ร่างกายสร้างฮอร์โมนอินซูลินมามาก จนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ร่างกายจึงไม่สามารถใช้น้ำตาลได้อย่างเหมาะสม และตับอ่อนทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ จนไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้งานได้ หรือใช้งานได้น้อย จนทำให้น้ำตาลค้างอยู่ในเลือดสูง

เบาหวานแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ เบาหวานชนิดที่ภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง หรือที่เรียกกันว่า โรคภูมิต้านทานตัวเอง หรือ ออโตอิมมูน (autoimmune) ส่วนอีกชนิดนึงคือ เบาหวานที่ยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดได้ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นมาจากพันธุกรรม และเป็นเบาหวานชนิดที่คนเป็นมากที่สุด

ผู้ที่เป็นเบาหวานในเบื้องต้น จะมีอาการปัสสาวะบ่อย และมีสีเข้มซึ่งถ้าปล่อยไว้สักพัก จะมีมดมาตอมที่ปัสสาวะ มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย, ดื่มน้ำเยอะ หิวน้ำบ่อย, เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ, เป็นแผลแล้วหายยาก เป็นแผลง่าย และเกิดอาการชาตามมือ ตามเท้า หรือส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้ง่ายและถี่ขึ้น

การรักษา มีทั้งการฉีดอินซูลินเข้าไป เพื่อกระตุ้นให้ตับอ่อนสร้างอินซูลิน และการดูแลชีวิต ที่ต้องควบคุมอาหารที่มีไขมัน และน้ำตาลสูง, ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ, ควรเช็คน้ำตาลในเลือดทุกวัน, งดอาหารเค็ม และพบแพทย์ตามนัดเสมอ

4. โรคความดันโลหิตสูง

หรือโรคภาวะความดันโลหิตสูง โดยมีความดันสูงถึง 140/90 มิลลิเมตร - ปรอท ขึ้นไป โดยที่ความดันของคนปกติจะอยู่ที่ 90 - 119/60 - 79 มิลลิเมตร - ปรอท

ความดันโลหิตสูงแบ่งออกเป็น 2 ชนิด

ชนิดแบบที่ไม่ทราบสาเหตุ (Essential hypertension) ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร พบได้สูงถึง 90 - 95% ของผู้ป่วยโรคนี้ เชื่อว่าน่าจะเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกันของเอ็นไซม์ ฮอร์โมน และต่อมต่าง ๆ ที่ต้องควบคุมความดันในร่างกาย ทำงานไม่สอดคล้องกัน หรือผิดปกติไป ไม่ก็อาจจะเกิดจากพันธุกรรม, เชื้อชาติ, การทานอาหารที่มีรสเค็ม และสมดุลของเกลือแร่ แคลเซียมทำงานไม่สมดุลกัน
ชนิดแบบทราบสาเหตุ (Secondary hypertension) พบแค่ 5 - 10% ของผู้ป่วย เกิดจากโรคต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อหลอดเลือด ต่อหัวใจ และสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ที่พบบ่อยคือ โรคไตเรื้อรังจากการติดสุรา, เนื้องอกที่ต่อมหมวกไต และเนื้องอกในสมอง นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน, โรคอ้วน หรือแม้แต่การทายาสเตียรอยด์บางชนิด ก็สามารถทำให้เป็นโรคนี้เช่นกัน
ถ้ามีอาการมึนหัว, วิงเวียนศีรษะ, สับสน, เจ็บหน้าอก, ใจสั่น เหงื่ออกมาก และปวดศีรษะมาก ให้รีบไปพบแพทย์ทันที เพราะนั่นอาจเป็นอาการเริ่มต้น ของโรคความดันโลหิตสูงได้ ควรจำกัดแป้ง น้ำตาล ไขมัน และอาหารเค็ม, ออกกำลังกาย, ลดความเครียดลง, ไม่สูบบุหรี่ เลิกสุรา, และรีบพบแพทย์ทันที่เมื่อมีอาการ

5. วัณโรคที่มากับอากาศ

โรคปอดอักเสบ เป็นโรคระบบทางเดินหายใจชนิดเดียวกัน ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า มายโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลสิส (Mycobacterium tuberculosis) ซึ่งมีแนวโน้มของผู้ป่วยรายใหม่ เพิ่มสูงขึ้นถึงปีละ 70%

ในปี 2549 ตรวจพบผู้ป่วยวัณโรค 58,639 คน ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 15 - 44 ปี โรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง และสามารถติดต่อสู่คนอื่นได้ง่าย โดยเฉพาะจากสารคัดหลั่งต่าง ๆ ที่ออกจากร่างกาย และผู้ที่เป็นนั้นมักจะทรุดลงได้เร็วถ้ามีการสูบุหรี่, ดืมเครื่องดื่มแอลกฮอล์จัด หรือในผู้ที่เป็นโรคร้ายก็จะมี

วัณโรคเป็นโรคแทรกซ้อนได้ง่าย ๆ อาการของผู้ที่เป็นวัณโรคจะไอแห้ง ติดต่อกันเกิน 3 สัปดาห์ และมีเลือดปนออกมาด้วย นอกจากนี้ ในบางรายอาจมีอาการอ่อนเพลีย หรือไข้ร่วมด้วย แต่ผู้ที่เป็นระยะแรก ๆ มักจะไม่ค่อยแสดงอาการมากนัก เบื่ออาหาร น้ำหนักลดมาก, แน่นและเจ็บหน้าอกทุกครั้งที่ไอ ถ้าต้องอยู่ร่วมกับผู้ป่วยโรคนี้ ก็ให้จัดสถานที่ให้โล่งโปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่คลุกคลีหรือสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง และในคนที่เป็นก็ควรไปรับยาจากแพทย์อย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านไปที่ที่มีคนเยอะ เพื่อลดการติดเชื้อ และการแพร่เชื้อสู่คนอื่น

ในการรักษา ระยะแรกผู้ป่วยต้องไปรับยาอย่างสม่ำเสมอติดต่อกัน 6 เดือน อาการก็จะดีขึ้นจนอาจหายป่วยได้ แต่ถ้าไม่รับยาตามนัด จะก่อให้เกิดเชื้อดื้อยา และต้องทานยาใหม่ที่มีราคาสูงขึ้น และใช้เวลาถึง 18 เดือนในการรักษา เพราะฉะนั้นจึงควรที่จะไปรับการรักษา ตั้งแต่ต้นที่ตรวจพบ และทานยาตลอดจนอาการดีขึ้น

6. โรคปอดเรื้อรัง

โรคปอดเรื้อรังสามารถกลายเป็นโรคถุงลมโป่งพอง ที่เกิดจากเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดต่าง ๆ เข้ามาอยู่ในชั้นเยื่อบุ และชั้นใต้เยื่อบุมากขึ้น ต่อมผลิตเมือกที่อยู่ใต้ชั้นเยื่อบุจะมีขนาดใหญ่ขึ้น และผลิตเมือกเข้าสู่หลอดลม จนทำให้เซลล์ที่ทำหน้าที่กวัดกวาดสิ่งสกปรกโดนเมือกเคลือบ แล้วนำพาเอาเมือกจากจุดอื่น ๆ เข้าสู่หลอดลมอย่างล้นหลาม และถุงลมก็จะถูกทำลายจนหายไป

สาเหตุหลัก เกิดจากการสูบบุหรี่, การหายใจเอาละอองสารเคมีเข้าไปนาน ๆ จนเกิดการสะสม, มลภาวะในอากาศ และโรคทางพันธุกรรมบางชนิด ก็ทำให้เกิดโรคนี้ได้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะมาจากผู้ที่สูบบุหรี่ เพราะสารพิษในควันบุหรี่จะเข้าไปทำลายเนื้อปอด และหลอดลม ซึ่งในยุคปัจจุบัน คนนิยมสูบบุหรี่กันเยอะขึ้น และเป็นโรคนี้กันมากขึ้นไปด้วย มีอาการหน้าอกบวมปูด, เหนื่อยง่าย แค่เดินก็เหนื่อยได้, หายใจมีเสียง ถ้ารักษาหรือดูแลตัวเองไม่ดี ก็อาจจะเกิดภาวะหายใจล้มเหลวจนเสียชีวิต

ควรดูแลตัวเอง ด้วยการงดสูบบุหรี่เพื่อตัวเองและคนในบ้าน, หลีกเลี่ยงการสูดดมควันพิษต่าง ๆ จากมลภาวะรอบข้างก็ด้วย, และควรไปพบแพทย์ทันที เมื่อมีอาการผิดปกติของการหายใจ

7. โรคภูมิแพ้

ภูมิแพ้ที่มีหลากหลายชนิด สาเหตุมาจากอาการแพ้ต่อสารต่าง ๆ แม้กระทั่งอากาศและอาหาร ที่ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังต่อเยื่อบุต่าง ๆ ในร่างกาย ซึ่งอาจเกิดจากพันธุกรรม และสภาพแวดล้อมรอบตัวเรา มีหลากหลายอาการ เพราะอาการแพ้อาจเกิดแทบจะทุกส่วนของร่างกาย ทั้งการจาม, หายใจลำบากในเวลากลางคืน

ภูมิแพ้อากาศ อาการผื่นคันขึ้นตามร่างกายเมื่อทานอาหารที่ร่างกายไม่ชิน
ภูมิแพ้ผิวหนัง อาการปวดท้องรุนแรง, ขับถ่ายผิดปกติ
ภูมิแพ้ในระบบทางเดินอาหาร
ภูมิแพ้แบบผสม
ส่วนใหญ่อาการจะเกิดเมื่อเจอสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย เพราะในปัจจุบันไม่ว่าจะอาหาร หรืออากาศก็ล้วนแล้วแต่มีสิ่งแปลกปลอมเจือปนด้วยกันทั้งนั้น คนที่เป็นโรคนี้จึงมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นในทุกปี ในเบื้องต้นควรดูแลตัวเองโดยการนอนหลับ และตื่นให้เป็นเวลา, ออกกำลังกาย, รับประทานอาหารที่สดใหม่เสมอ, ที่นอน หมอน และผ้าห่มต้องซักให้สะอาดอยู่ตลอด, หลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดอาการ เช่น อาหารทะเล, ขนมปัง, นมวัว เป็นต้น และเมื่อมีอาการให้หายาต้าน "ฮีสตามีน" เช่น คลอเฟนนิรามิน ก็จะแก้อาการเบื้อต้นได้ แต่ถ้าอาการหนักขึ้นก็ให้หยุดยา แล้วพบแพทย์ทันที

8. โรคระบบประสาทจิตเวช

เพราะชีวิตที่ยังคงต้องดิ้นรนเพื่อให้ชีวิตรอด การทำงานจึงมีความกดดัน และความเครียดค่อนข้างสูง จึงทำให้ผู้ที่เป็นโรคระบบจิตเวช มีเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังรวมประเภทของคนที่ทานยาลดความอ้วน, ยาระงับประสาท หรือผู้ที่เป็นมาโดยกำเนิด

คนที่เป็นโรคนี้จะมีพฤติกรรมที่เหมือนกับคนปกติ ทำให้มองไม่ค่อยออกว่าใครเป็น แต่อาจทำอะไรที่ร้ายแรงขึ้นเมื่อเกิดการกดดัน หรือรับเอาความเครียดมาก ๆ ในบางรายก็เกิดจาการขาดยาที่ได้รับเป็นประจำ ผู้ป่วยสามารถอยู่ร่วมกับคนปกติได้ เพียงแต่อาจจะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยคนในบ้าน, ลดความเครียดลงโดยการพูดคุย ปรับทุกข์กับคนใกล้ชิด, ถ้ารู้สึกกดดันให้เอาตัวเองออกจากสถานการณ์นั้นโดยทันที และในรายที่มีอาการผิดแปลกจนถึงขั้นอาละวาด ให้เรียกศูนย์ช่วยเหลือเพื่อมารับตัวไปพบแพทย์ และวินิจฉัยอาการกันต่อไป

9. โรคระบบกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นอักเสบ

ไม่ว่าจะเกิดจากการก้มดูโทรศัพท์, การทำงานหน้าจอคอม หรือการเล่นกีฬา และจะปวดรุนแรงมากขึ้นเมื่อมีการถูกกระตุ้น ถ้าในคนปกติไม่มีอาการปวด แต่คนที่เป็นจะปวด และเมื่อเกิดอาการปวดจริงจัง ก็จะปวดมากกว่าคนปกติถึง 2 เท่า เมื่อเป็นแล้วอาการเริ่มหนักขึ้น ก็จะพ่วงเอาสารพัดโรคทางจิตมาด้วย คือ โรคซึมเศร้า, วิตกกังวล, นอนไม่หลับ และอ่อนเพลีย ผู้ที่เป็นสังเกตได้ง่าย ๆ คือ จะมีอาการบวมตามข้อมือ ข้อเท้า, ไวต่อเสียงและแสง, ปวดศีรษะมากในช่วงเช้า, ปัสสาวะบ่อย, ปวดท้องเรื้อรัง และท้องเสียง่าย ติดต่อกันเป็นเวลานาน 3 เดือน และถ้ามีอาการปวดหัวรุนแรงขึ้นก็ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

แนวทางในดูแลตัวเอง คือ งดเล่นโทรศัพท์ และจ้องจอคอมสักพัก พร้อมทั้งลดความเครียดจากงานลง ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเพื่อบริหารจุดที่ปวดแบบเบา ๆ และพยายามนอนให้ตรงเวลาเสมอ

10. โรคอ้วน และน้ำหนักตัวเกิน

โรคอ้วนก็เป็นอีกโรคที่คนไทยนิยมเป็นกันมาก เพราะด้วยการบริโภคที่ง่ายขึ้น และการทำงาน หรือใช้ชีวิตแบบคนสมัยใหม่ที่ต้องทำงานตลอดเวลา จนไม่ได้ให้ความสนใจต่อการออกกำลังกาย หรือในรายที่เป็นโดยกำเนิด เพราะร่างกายเผาผลาญพลังงานได้น้อยกว่าคนปกติ และอาจจะเป็นผลข้างเคียงจากยาบางชนิดอีกด้วย โรคอ้วนนี้ยังเป็นสาเหตุต้น ๆ ของโรคเบาหวาน, ความดัน, ภาวะหยุดหายใจเฉียบพลัน และอีกหลาย ๆ โรคร้าย

เมื่อมีน้ำหนักที่เกินกว่าความสูงค่อนข้างมาก ลำตัวเริ่มหนา และมีอาการหายใจลำบาก นั่นคือสัญญาณว่าควรที่จะต้อง เริ่มลดความอ้วนแบบจริงจัง ก่อนที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนอันตรายอื่น ๆ ตามมา ควรที่จะลดน้ำหนักให้ได้ 10% ภายใน 6 เดือน เพื่อไม่ให้อันตรายและหักโหมไป ตัวเลขนี้จึงถือว่าเหมาะสมแก่คนที่ต้องการลด, ดูแลอาหารการกินที่ต้องเพิ่มอาหารไขมันต่ำ ลดอาหารไขมันสูง เพิ่มผักและผลไม้, ลดการใช้ชีวิตแบบคนสมัยใหม่, ลดความเครียด แล้วหันมาออกกำลังกายให้บ่อยขึ้น และในรายที่มีอาการอ้วนมากเกินไป จนไม่สารถลดได้เอง แพทย์ก็อาจวินิจฉัยเพื่อทำการผ่าตัด ลดกระเพาะอาหารลงได้

ภัยเงียบที่ซ่อนตัว อยู่ในการใช้ชีวิตประจำวันที่ผิดเพี้ยนไป อย่าได้ละเลยหรือคิดว่ายังมาไม่ถึง เพราะเราสามารถเป็นได้ทุกเมื่อที่เราไม่ดูแลตัวเองให้ดี และไม่ใส่ใจในสุขภาพ, อาหารการกิน หรือแม้แต่การเป็นอยู่ ที่ต้องสะอาดและถูกหลัก เพราะถ้าเราใส่ใจก็จะสามารถลดความเสี่ยงต่อ 10 โรคนี้ เพื่อที่จะได้เป็นแบบอย่างแก่ผู้ที่กำลังเป็น หรือเป็นแล้วให้ปฏิบัติตัวให้ถูกต้องต่อไป ทั้งนี้ในคนที่เป็นแล้ว ก็ควรดูแลรักษาตัวเองให้ดี และหมั่นพบแพทย์อยู่ตลอดด้วยเช่นกัน

👍7 ประโยชน์ของมัลเบอร์รี สุดยอดผลไม้ดีเพื่อสุขภาพ1.ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมักมีภาวะระดับน้ำตาลในเลือ...
31/03/2021

👍7 ประโยชน์ของมัลเบอร์รี สุดยอดผลไม้ดีเพื่อสุขภาพ

1.ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือด

ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมักมีภาวะระดับน้ำตาลในเลือดเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วอยู่เสมอ แต่ผลไม้ดีอย่างมัลเบอร์รีนั้นก็มีคุณสมบัติช่วยป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดมีการผกผันได้ โดยจะชะลอการย่อยของคาร์โบไฮเดรต ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดไม่เกิดการผกผันจนส่งผลกระทบกับร่างกายได้นั่นเอง

2.ช่วยลดคอเลสเตอรอล

ไขมันภายในร่างกายอย่างคอเลสเตอรอลนั้นจำเป็นอย่างมากทีเดียวที่เราจะต้องคอยควบคุมให้อยู่ในระดับที่ปกติ เพราะปล่อยให้ร่างกายมีปริมาณไขมันดังกล่าวมากเกินไปก็ย่อมก่อให้เกิดความเสี่ยงของการเป็นโรคต่างๆ ได้ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด แต่การทานมัลเบอร์รีจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ลงได้ ทั้งยังสามารถกระตุ้นการสร้างคอเลสเตอรอลชนิดที่ดี (HDL) เข้ามาแทนที่ได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นนะคะ มันยังช่วยลดไขมันที่พอกพูนอยู่ในตับให้น้อยลงได้อีกด้วย

3.ป้องกันโรคมะเร็ง

เมื่อเซลล์ต่างๆ ภายในร่างกายถูกทำลายจนเสียหายมันก็จะแปรเปลี่ยนกลายมาเป็นเซลล์ที่มีภาวะผิดปกติ และนำมาสู่โอกาสของการเกิดเซลล์มะเร็งได้ในที่สุด แต่การกินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างมัลเบอร์รีจะช่วยยับยั้งการก่อตัวของเซลล์มะเร็งและกำจัดเซลล์มะเร็งไปพร้อมๆ กันได้ จึงนับเป็นสุดยอดอาหารต้านมะเร็งที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง

4.ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง

เรสเวอราทรอล (Resveratrol) เป็นสารที่มีคุณสมบัติควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ให้สูงเกินไป และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดได้อีกด้วย โดยพบว่ามีสารชนิดนี้จากในเปลือกผลไม้บางชนิด เช่น องุ่นและผลไม้ตระกูลเบอร์รีบางชนิด ซึ่งผลมัลเบอร์รีก็นับเป็นแหล่งของสารเรสเวอราทรอลไม่น้อยทีเดียว
5.ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

มัลเบอร์รีเป็นผลไม้ที่อุดมด้วยสารอัลคาลอยด์ (Alkaloids) สารดังกล่าวมีประสิทธิภาพเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้นกันร่างกายได้เป็นอย่างดี โดยมันจะเข้าไปทำหน้าที่กระตุ้นเซลล์แมคโคเฟจ (macrophages) ซึ่งเป็นเซลล์ที่คอยทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรคและเชื้อไวรัสที่มักเข้ามาจู่โจมเล่นงานภายในร่างกาย จึงทำให้เรามีภูมิคุ้มกันโรคที่แข็งแรงและลดโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ง่ายนั่นเอง

6.ช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้น

โดยปกติแล้ว ธาตุเหล็กเป็นสารอาหารที่ไม่ค่อยมีในพืชเท่าใดนัก แต่สำหรับมัลเบอร์รีนั้นกลับเป็นผลไม้ที่เปี่ยมด้วยธาตุเหล็กอยู่อย่างน่าทึ่ง ซึ่งสารอาหารดังกล่าวจะทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยให้การไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้น และยังทำให้ร่างกายสามารถส่งผ่านออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงอวัยวะและเนื้อต่างๆ ได้อย่างเต็มที่มากขึ้นด้วย

#สารอาหารบำบัดมะเร็งโภชนเภสัช

👉มะเร็งผิวหนัง คือโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนัง อันเป็นผลมาจากความผิดปกติในการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนั...
30/03/2021

👉มะเร็งผิวหนัง คือโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนัง อันเป็นผลมาจากความผิดปกติในการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังจนกลายเป็นเซลล์มะเร็ง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับผิวหนังทุกส่วนของร่างกาย และอาจแพร่กระจายไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียงหรืออวัยวะส่วนอื่น ๆ ได้ หากระยะของโรครุนแรงขึ้น

✅อาการของโรคมะเร็งผิวหนัง

โรคมะเร็งผิวหนังมีอาการที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนัง สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และสามารถเกิดได้ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณ แขน ขา มือ ใบหน้า หรือบริเวณที่ต้องถูกแสงแดดเป็นเวลานาน ๆ ทั้งนี้อาการของมะเร็งผิวหนังจะแตกต่างกันตามชนิดของมะเร็งผิวหนังดังนี้

⏺มะเร็งผิวหนังชนิดเบซัลเซลล์ อาการที่เห็นได้ชัดคือจะมีตุ่มเนื้อสีชมพู แดง มีลักษณะผิวเรียบมัน และมักจะมีเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ กระจายอยู่บริเวณตุ่มเนื้อ บางครั้งก็มีลักษณะเป็นสะเก็ดหรือเป็นขุย ตุ่มเนื้อจากมะเร็งชนิดนี้จะโตช้า และจะโตไปเรื่อย ๆ จนอาจแผลแตกในที่สุด ทำให้มีเลือดออกและกลายเป็นแผลเรื้อรัง

⏺มะเร็งผิวหนังชนิดสะความัสเซลล์ อาการของมะเร็งชนิดนี้จะเริ่มต้นจากตุ่มเนื้อสีชมพู หรือแดง และด้านบนอาจมีลักษณะเป็นขุย หรือตกสะเก็ด เมื่อสัมผัสบริเวณแผลจะรู้สึกแข็ง เลือดออกง่าย แผลจะค่อย ๆ ขยายขนาดไปเรื่อย ๆ และกลายเป็นแผลเรื้อรังในที่สุด

⏺มะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา เนื้อร้ายที่เกิดขึ้นบนผิวหนังของมะเร็งชนิดนี้ เริ้มต้นจะมีลักษณะคล้ายกับไฝหรือขี้แมลงวัน แต่จะโตเร็ว ขอบเขตไม่เรียบและอาจมีสีไม่สม่ำเสมอ ทั้งนี้ที่บริเวณแผลอาจตกสะเก็ดหรือมีอาการเลือดออกด้วยเช่นกัน

✅สาเหตุของโรคมะเร็งผิวหนัง

➡มีผิวขาวซีด เนื่องจากผิวหนังมีเม็ดสีน้อยกว่า
➡อยู่กลางแดดเป็นเวลานานจนเกินไป โดยไม่ใช้อุปกรณ์ป้องกัน หรือทาครีมกันแดด
➡อาศัยอยู่ในแถบที่มีแสงแดดจัด หรืออยู่ในที่สูง
➡มีไฝหรือขี้แมลงวันมากผิดปกติ
➡ในครอบครัวมีประวัติว่าเคยเป็นมะเร็งผิวหนัง หรือผู้ป่วยเคยเป็นมะเร็งผิวหนังมาก่อน
➡มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เป็นผู้ติดเชื้อ HIV
➡ได้รับรังสีที่เป็นอันตรายติดต่อกันนาน ๆ
➡มีประวัติการถูกสารเคมี เช่น สารหนู หรือสัมผัสกับสารเคมีเป็นเวลานาน ๆ

#สารอาหารบำบัดมะเร็งโภชนเภสัช

สุขภาพร่างกายแข็งแรงทุกท่านนะคะ
29/03/2021

สุขภาพร่างกายแข็งแรงทุกท่านนะคะ

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ แนะจำหลักง่ายๆ 5 ทำ 5 ไม่ห่างไกลมะเร็ง พร้อมเตือนประชาชนทุกวัยควรตรวจสุขภาพทุกปีนพ.สมศักดิ์ อรรฆศิล...
15/03/2021

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ แนะจำหลักง่ายๆ 5 ทำ 5 ไม่ห่างไกลมะเร็ง พร้อมเตือนประชาชนทุกวัยควรตรวจสุขภาพทุกปี

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคมะเร็งนับเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยและเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของคนไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 สถิติล่าสุดของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบผู้ป่วยรายใหม่ 112,392 คนต่อปี โดยมีแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกปี โดยมะเร็งที่พบบ่อยในเพศชาย 3 อันดับแรก คือ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ส่วนในเพศหญิง 3 อันดับแรก คือ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับและท่อน้ำดี

ซึ่งในวันที่ 10 ธันวาคมของทุกปี ถือเป็นวันต่อต้านโรคมะเร็งแห่งชาติ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ ขอเน้นให้ประชาชนทุกเพศทุกวัย หมั่นใส่ใจดูแลสุขภาพและตรวจสุขภาพเป็นประจำแม้ยังไม่มีอาการผิดปกติใดๆ

นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า การลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง แนะนำให้ประชาชนใช้หลักการป้องกันโรคมะเร็ง 5 ทำ 5 ไม่ ห่างไกลมะเร็ง โดย 5 ทำ ประกอบด้วย

1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละอย่างน้อย 3ครั้ง ครั้งละ 30 นาทีขึ้นไป

2. ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียด

3. กินผักผลไม้ให้ได้ครึ่งหนึ่งของอาหารที่บริโภคแต่ละมื้อ

4. รับประทานอาหารหลากหลายประเภท อย่ากินอาหารซ้ำๆ เป็นประจำ

5. ตรวจร่างกายเป็นประจำ แม้ว่าตนเองจะมีสุขภาพแข็งแรงหรือไม่เคยเจ็บป่วยก็ตาม

ส่วน 5 ไม่ ประกอบด้วย

1. ไม่สูบบุหรี่หรือสูดดมควันบุหรี่

2. ไม่มั่วเซ็กซ์

3. ไม่ดื่มสุรา

4. ไม่ตากแดดจ้า

5. ไม่กินปลาน้ำจืดดิบ

เพื่อลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง และที่สำคัญคืออย่าปล่อยให้มีอาการของโรคก่อน ควรมาตรวจสุขภาพเพื่อค้นหามะเร็งระยะเริ่มแรกเป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้ง

มะเร็งเม็ดเลือดขาว “โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว” หรือ “ลูคีเมีย” มี 2 ชนิด คือ ชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง ทั้ง 2 ชนิดมีการดำเนิน...
09/03/2021

มะเร็งเม็ดเลือดขาว
“โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว” หรือ “ลูคีเมีย” มี 2 ชนิด คือ ชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง ทั้ง 2 ชนิดมีการดำเนินโรคที่แตกต่างกัน

👉 มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน จะเกิดขึ้นเร็วเป็นวันเป็นสัปดาห์ โดยเกิดขึ้นใน “ไขกระดูก” เซลล์ลูคีเมียจะขัดขวางการสร้างเม็ดเลือดในไขกระดูก ทำให้การสร้างเม็ดเลือดต่าง ๆ ในไขกระดูกลดลง ทำให้มีอาการเหนื่อยง่าย ติดเชื้อ มีไข้ มีเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาไหล เป็นต้น

👉 มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง เซลล์ลูคีเมียเกิดในไขกระดูก เซลล์เหล่านี้สามารถเจริญเติบโตเป็นตัวแก่ได้ เซลล์เหล่านี้จะออกมาในเลือด และไปอยู่ที่ตับ ม้าม ต่อมน้ำเหลือง ชนิดเรื้อรังมีอาการไม่มาก
มะเร็งเม็ดเลือดขาวทั้ง 2 ชนิดนี้มีความแตกต่างกัน และปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะชนิดเฉียบพลันที่ถือเป็นมะเร็งที่รุนแรงที่สุด และรักษายากที่สุดด้วย

อาการและการตรวจวินิจฉัยมะเร็งเม็ดเลือดขาว
อาการที่จะสังเกตทันท่วงที คือ
✅ เลือดออกผิดปกติ
✅ โลหิตจาง
✅ มีไข้

#สารอาหารบำบัดมะเร็งโภชนเภสัช

ที่อยู่

Bangkok
10240

เบอร์โทรศัพท์

+66819529227

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สารอาหารบำบัด มะเร็ง โภชนเภสัชผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง สารอาหารบำบัด มะเร็ง โภชนเภสัช:

แชร์