ศูนย์ดีคอนแทค dcontact ดูแลดวงตา T.090-994-5282

  • Home
  • ศูนย์ดีคอนแทค dcontact ดูแลดวงตา T.090-994-5282

ศูนย์ดีคอนแทค dcontact ดูแลดวงตา T.090-994-5282 ดีคอนแทค ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับ

‼ทานอะไรบำรุงตาดี⁉   ทางด่วน‼ ในการดูแลดวงตา คือทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับดวงตาโดยตรง ดีคอนแทค มีสารสกัด 10 ชนิด ซึ่งม...
17/09/2021

‼ทานอะไรบำรุงตาดี⁉

ทางด่วน‼ ในการดูแลดวงตา คือทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับดวงตาโดยตรง ดีคอนแทค มีสารสกัด 10 ชนิด ซึ่งมีส่วนช่วยให้การมองเห็นดีขึ้น
อย.10-1-15456-5-0042
1 กล่อง ราคา 1,260 บาท มี 30 เม็ด
สอบถาม/สั่งซื้อ โทร.063 432 3139

 #จอประสาทตาลอก (Retinal Detachment)คือ       อาการที่จอประสาทตาหรือชั้นเนื้อเยื่อบาง ๆ ที่อยู่ด้านหลังดวงตาแยกออกจากตำแ...
16/09/2021

#จอประสาทตาลอก (Retinal Detachment)คือ

อาการที่จอประสาทตาหรือชั้นเนื้อเยื่อบาง ๆ ที่อยู่ด้านหลังดวงตาแยกออกจากตำแหน่งเดิม ซึ่งอาการนี้อาจทำให้เนื้อเยื่อดังกล่าวขาดออกซิเจนอย่างรุนแรงจนทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ ขึ้นอยู่กับว่าจอประสาทตาหลุดลอกออกมากน้อยเพียงใด โดยจอประสาทตามีหน้าที่แปลงภาพให้เป็นสัญญาณแล้วส่งไปยังสมอง เพื่อทำให้เรามองเห็นภาพต่าง ๆ ได้ ดังนั้น จอประสาทตาลอกจึงถือเป็นภาวะที่มีความรุนแรง และควรได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างเร่งด่วน

#อาการของจอประสาทตาลอก

ผู้ป่วยภาวะนี้จะไม่มีอาการปวดใด ๆ แต่อาจมีบางอาการที่ปรากฏออกมาก่อนม่านตาจะลอกออก ดังนี้

>>ตามัว
>>สูญเสียการมองเห็นเป็นบางส่วน โดยมองเห็นภาพบางส่วนเป็นเงาสีดำ
>>มีความสามารถในการมองเห็นด้านข้างลดลง
>>มองเห็นจุดดำลอยไปมา และมองเห็นวัตถุคล้ายหยากไย่

#สาเหตุของจอประสาทตาลอก

Retinal Detachment แบ่งออกได้เป็นหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีสาเหตุที่แตกต่างกันไป ดังนี้

Rhegmatogenous Retinal Detachment (จอประสาทตาลอกที่เกิดจากรูหรือรอยฉีกขาดที่จอประสาทตา)

เป็นชนิดที่พบได้มากที่สุด เกิดจากการมีรูหรือรอยฉีกขาดที่จอประสาทตา เมื่อเวลาผ่านไปจึงส่งผลให้จอประสาทตาหลุดลอก ซึ่งอาจเกิดจากอุบัติเหตุเกี่ยวกับดวงตา เช่น ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงที่ดวงตา หรือจอตาเสื่อม เป็นต้น

Tractional Retinal Detachment (จอประสาทตาลอกที่เกิดจากการดึงรั้ง)

เกิดขึ้นเมื่อมีพังผืดบริเวณจอประสาทตาจนเกิดการดึงรั้งให้จอประสาทตาหลุดลอกออก ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างรุนแรงได้ โดยพังผืดดังกล่าวอาจเกิดจากการอักเสบ การติดเชื้อ การผ่าตัด หรือการได้รับบาดเจ็บที่ดวงตา และอาการจอประสาทตาลอกชนิดนี้มักเกิดขึ้นในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีภาวะเบาหวานขึ้นตาอย่างรุนแรง หรือหลอดเลือดในจอประสาทตาเกิดความเสียหาย

Exudative Detachment (จอประสาทตาลอกที่ไม่มีรูขาด)

เกิดจากการมีของเหลวรั่วไหลออกจากหลอดเลือดในจอประสาทตาแล้วสะสมอยู่บริเวณใต้ชั้นจอตา ซึ่งอาจเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากโรคชนิดอื่น ๆ เช่น ภาวะความดันโลหิตสูงอย่างรุนแรง โรคมะเร็งที่หลังจอประสาทตา ภาวะม่านตาอักเสบบางชนิด เป็นต้น

ทั้งนี้ Retinal Detachment สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่อาจมีแนวโน้มเกิดกับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงบางประการมากกว่า เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีสายตาสั้นอย่างมาก ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเคยป่วยด้วยภาวะนี้ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณดวงตา ผู้ที่เคยผ่าตัดต้อกระจกตา ผู้ที่เคยมีอาการนี้มาก่อน และผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน เป็นต้น

#การรักษาจอประสาทตาลอก

หากมีอาการ Retinal Detachment ผู้ป่วยมักต้องเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน ซึ่งการรักษาทำได้หลายวิธี โดยแพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะสมกับลักษณะและความรุนแรงของอาการ ดังนี้

การฉายแสงเลเซอร์ (Photocoagulation)

แพทย์จะใช้แสงเลเซอร์ยิงผ่านตาเข้าไปยังรูม่านตา ซึ่งเลเซอร์อาจทำให้เกิดรอยไหม้รอบ ๆ จอประสาทตาแล้วเชื่อมจอประสาทตาให้ติดกับเนื้อเยื่อเหมือนเดิม

การใช้ความเย็นจี้บริเวณที่มีการฉีกขาดของจอตา (Cryopexy)

แพทย์จะใช้อุปกรณ์จี้จากภายนอกเข้าไปสู่บริเวณที่เกิดรอยโรคในดวงตา โดยความเย็นจะทำให้เกิดแผลเป็นที่ช่วยยึดจอประสาทตาให้ติดกันเหมือนเดิม

การฉีดแก๊ส (Retinopexy)

ใช้สำหรับผู้ป่วยที่จอประสาทตาฉีกขาดเพียงเล็กน้อย โดยแพทย์จะฉีดแก๊สเข้าไปในตา เพื่อดันให้จอประสาทตาที่หลุดลอกกลับเข้าสู่ผนังของดวงตาเช่นเดิม เมื่อจอประสาทตากลับเข้าที่เดิมแล้ว แพทย์จะใช้การอุปกรณ์จี้เย็นเพื่อช่วยปิดรูหรือรอยฉีกในบริเวณดังกล่าว

การผ่าตัดน้ำวุ้นตา (Vitrectomy)

มักใช้กับผู้ป่วยที่มีจอประสาทตาฉีกขาดขนาดใหญ่ ซึ่งแพทย์จะใช้เครื่องมือขนาดเล็กเพื่อกำจัดหลอดเลือด เนื้อเยื่อ แผลเป็นที่มีความผิดปกติ และวุ้นในตาบางส่วน วิธีนี้อาจใช้คู่กับการรักษาด้วยการฉายแสงเลเซอร์ การฉีดแก๊ส หรือการผ่าตัดจอประสาทตาด้วย

การผ่าตัดจอประสาทตา (Scleral Buckling)

ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง เพื่อปิดรูที่เกิดจากการฉีกขาดและลดแรงดึงของวุ้นตาที่มีต่อจอประสาทตา โดยจะใช้วัสดุมาหนุนที่รอบนอกของดวงตาเพื่อช่วยดันให้ผนังดวงตากลับมาติดกับจอประสาทตา ซึ่งแพทย์อาจใช้การเลเซอร์หรือการจี้ด้วยความเย็นช่วยปิดรอยฉีกขาดควบคู่ไปด้วย

หากเริ่มมีอาการตาพร่ามัว มองไม่ชัด มองเห็นเป็นเส้นยากไย่ลอยไปมา อาหารเสริมสำหรับดวงตา เป็นหนึ่งทางเลือกสำหรับผุ้ที่มีอาการผิดปกติทางดวงตา

สอบถาม/รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 063 432 3139

 #สายตาสั้น คือ ปัญหาเกี่ยวกับสายตาชนิดหนึ่ง เกิดจากภาวะความผิดปกติของสายตาที่ไม่สามารถรับแสงหักเหจากวัตถุที่มาโฟกัสตรงจ...
13/09/2021

#สายตาสั้น

คือ ปัญหาเกี่ยวกับสายตาชนิดหนึ่ง เกิดจากภาวะความผิดปกติของสายตาที่ไม่สามารถรับแสงหักเหจากวัตถุที่มาโฟกัสตรงจอตาได้อย่างพอดี (Refractive Errors) ส่งผลให้มองเห็นวัตถุดังกล่าวไม่ชัด โดยผู้ที่สายตาสั้นจะมองเห็นสิ่งที่อยู่ระยะไกลไม่ชัด หรือมองเห็นมัวลง แต่จะมองเห็นสิ่งที่อยู่ใกล้ชัดเจน ปัญหาสายตาสั้นมักเริ่มเป็นเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นหรือตอนที่อายุยังน้อย โดยสายตาจะค่อย ๆ สั้นลงจนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่ อีกทั้งมีแนวโน้มได้รับการถ่ายทอดภาวะนี้ทางพันธุกรรม

#อาการสายตาสั้น

ผู้ที่ประสบภาวะสายตาสั้นจะมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น และเกิดอาการอื่นร่วมด้วย ดังนี้

>>มองเห็นสิ่งที่อยู่ระยะไกลมัวลง หรือมองเห็นไม่ชัดเจน
>>ต้องจ้องหรือเพ่งมองใกล้ ๆ หรี่ตา รวมทั้งปิดตาข้างหนึ่งเพื่อมองให้ชัด
ขึ้น
>>เกิดอาการตาล้าเมื่อเพ่งมองสิ่งที่อยู่ไกลออกไป อาจส่งผลให้เกิดรู้สึก
ปวดศีรษะ
>>มองเห็นได้ไม่ชัดขณะขับขี่ โดยเฉพาะเมื่อขับขี่ตอนกลางคืน ซึ่งเรียกว่า
สายตาสั้นตอนกลางคืน (Night Myopia)

#สาเหตุของสายตาสั้น

โดยทั่วไปแล้ว น้ำตาที่เคลือบดวงตา กระจกตา และเลนส์ตาจะหักเหแสงที่ตกกระทบวัตถุที่มองเห็นให้โฟกัสไปที่จอตาซึ่งอยู่ด้านหลังดวงตา เมื่อจอตาได้รับภาพจากแสงดังกล่าว ก็จะส่งข้อมูลไปยังสมองผ่านเส้นประสาทตา ผู้ที่สายตาสั้นจะมองเห็นวัตถุที่อยู่ระยะไกลไม่ชัด เนื่องจากลูกตายาวกว่าปกติ หรือกระจกตามีความโค้งมากเกินไป ส่งผลให้แสงที่ตกกระทบวัตถุโฟกัสที่ด้านหน้าของจอตา ไม่ได้โฟกัสที่จอตา ผู้ที่สายตาสั้นจึงมองเห็นวัตถุที่อยู่ใกล้ได้ชัดเจน แต่มองเห็นวัตถุที่อยู่ไกลมัวลง

นอกจากนี้ ผู้ที่สายตาสั้น มักมีปัญหาหรือพฤติกรรมเสี่ยงอื่น ๆ ดังนี้

>>ได้รับการถ่ายทอดจากพันธุกรรม ผู้ที่บุคคลในครอบครัวมีปัญหาสายตา
สั้น มีแนวโน้มที่จะสายตาสั้นได้สูง โดยเฉพาะผู้ที่มีพ่อและแม่สายตาสั้น
ทั้งคู่
>>ใช้สายตามากเกินไป ผู้ที่อ่านหนังสือ เล่นคอมพิวเตอร์ หรือต้องใช้
สายตาเพ่งมองสิ่งต่าง ๆ เป็นเวลานาน เสี่ยงต่อการมีสายตาสั้นได้
>>มีพฤติกรรมเสี่ยง ผู้ที่ทำกิจกรรมนอกบ้านน้อย เสี่ยงต่อการเกิดสายตา
สั้นได้ โดยเด็กที่เล่นนอกบ้านเป็นประจำจะเสี่ยงสายตาสั้นได้น้อย หรือ
สายตาสั้นช้าลง ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากระดับแสงข้างนอกสว่างกว่าแสง
ภายในบ้าน

#การป้องกันสายตาสั้น

สายตาสั้นเป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่สามารถป้องกันได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีวิธีป้องกันสายตาไม่ให้สั้นลงอย่างรวดเร็ว หรือเลี่ยงปัจจัยที่อาจทำให้การมองเห็นแย่ลงได้บ้าง ดังนี้

>>หมั่นตรวจสุขภาพตาอย่างสม่ำเสมอ
>>ควรดูแลตัวเองไม่ให้อาการป่วยกำเริบหรือแย่ลง โดยเฉพาะผู้ป่วยเบา
หวานและความดันโลหิตสูง เนื่องจากปัญหาสุขภาพบางอย่างส่งผล
ให้การมองเห็นแย่ลงในกรณีที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง
>>สวมแว่นกันแดดทุกครั้งเมื่อออกไปข้างนอกที่มีแสงจ้า เพื่อปกป้องดวงตา
จากรังสียูวี
>>ควรสวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตาเมื่อเล่นกีฬา ตัดหญ้า ใช้ผลิตภัณฑ์เคมี
หรือทำกิจกรรมที่ดวงตาเสี่ยงได้รับอันตรายได้ง่าย
>>รับประทานผักใบเขียว ผลไม้ และปลาที่อุดมไปด้วยกรดโอเมก้า 3 เพื่อ
บำรุงดวงตา
>>งดสูบบุหรี่ เนื่องจากการสูบบุหรี่ส่งผลต่อสุขภาพตาและสุขภาพร่างกาย
>>ควรใช้เลนส์ที่เหมาะกับค่าสายตาของตัวเอง โดยหมั่นวัดสายตาอย่าง
สม่ำเสมอ เพื่อให้ได้เลนส์สำหรับประกอบแว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์
ที่ตรงกับค่าสายตาของตัวเอง และช่วยให้มองเห็นได้ปกติ
>>ควรพักสายตาจากการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรืออ่านหนังสือเป็นระยะ
ๆ เพื่อเลี่ยงอาการตาล้า
>>ควรหมั่นสังเกตว่ามีอาการอื่น ๆ เช่น มองไม่เห็นกะทันหัน ตามัว เห็นแสง
จ้า หรือจุดดำเกิดขึ้นหรือไม่ เนื่องจากอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณของ
ต้อหิน โรคหลอดเลือดในสมอง หรือภาวะกระจกตาลอก หากเกิดอาการ
ดังกล่าว ควรพบแพทย์ทันที

อีกหนึ่งทางลัดดูแลดวงตา โดยทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับดวงตาโดยตรง จะมีส่วนช่วยให้การมองเห็นดีขึ้น

ปรึกษา อาการดวงตา โทร. 063 432 3139

สายตายาว (Hyperopia)      คือ ภาวะกำลังหักเหแสงของตาผิดปกติ โดยผู้ที่มีสายตายาวจะมีลูกตาเล็กหรือกระจกตาแบนเกินไป ทำให้ไม...
13/09/2021

สายตายาว (Hyperopia)

คือ ภาวะกำลังหักเหแสงของตาผิดปกติ โดยผู้ที่มีสายตายาวจะมีลูกตาเล็กหรือกระจกตาแบนเกินไป ทำให้ไม่สามารถมองเห็นวัตถุในระยะใกล้ได้ชัดเจน แต่มองเห็นวัตถุในระยะไกลได้ชัดเจน หรืออาจเห็นไม่ชัดทั้งระยะใกล้และระยะไกล ซึ่งสายตายาวในทางการแพทย์หมายถึง อาการสายตายาวที่เกิดตั้งแต่อายุยังน้อยยังไม่ถึงวัยสูงอายุ และสายตายาวที่เกิดขึ้นเมื่อถึงวัยสูงอายุ (อายุ 40 ปีขึ้นไป) เรียกว่า สายตาผู้สูงอายุ (Presbyopia)

#อาการสายตายาว

อาการที่พบบ่อยของผู้ที่สายตายาว ได้แก่

>>มองเห็นวัตถุระยะใกล้ได้ไม่ชัด เช่น อ่านหนังสือ หรือร้อยด้ายกับเข็ม
>>เกิดอาการไม่สบายตาหรือปวดศีรษะจากการที่ต้องใช้สายตาเป็นเวลา
นาน เช่น อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ทำงานกับคอมพิวเตอร์ หรือวาดภาพ
มองภาพไม่ชัด โดยเฉพาะในเวลากลางคืน
>>ปวดศีรษะ เนื่องจากกล้ามเนื้อตาทำงานหนักเกินไปจากการโฟกัส มักจะ
ปวดบริเวณหน้าผาก และจะมีอาการมากขึ้นเมื่อใช้สายตามากขึ้น มัก
ไม่มีอาการในตอนเช้า แต่จะปวดศีรษะในตอนเย็น และถ้างดใช้สายตา
มองระยะใกล้ อาการปวดก็จะหายไป
>>ปวดตาหรือบริเวณรอบดวงตา
>>แสบตาหรือตาสู้แสงไม่ได้
>>ต้องหรี่ตาเพื่อการมองเห็นที่ชัดเจน
>>มองใกล้ไม่ชัดเร็วกว่าวัยอันควร หรือมีอาการของสายตาผู้สูงอายุเร็ว
กว่าคนทั่วไป โดยคนทั่วไปจะมีภาวะสายตาผู้สูงอายุเมื่อมีอายุ 40 ปีขึ้น
ไป แต่ผู้ที่มีสายตายาวอยู่ก่อนแล้วอาจจะเกิดภาวะสายตาสูงอายุเร็วขึ้น
โดยในระยะแรกการมองใกล้ไม่ชัดมักเกิดเมื่อร่างกายอ่อนล้าหรือเมื่อ
แสงไม่พอ

#การรักษาสายตายาว

สำหรับผู้ที่อายุยังน้อย อาจไม่มีความจำเป็นต้องรักษา เพราะว่าเลนส์ตามีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะปรับตัวและแก้ไขภาวะสายตายาวได้เอง แต่เมื่อมีอายุที่เพิ่มมากขึ้นความยืดหยุ่นจึงลดลงและอาจมีความจำเป็นต้องแก้ไขด้วยการใส่แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ในที่สุด

นอกจากนี้ คนที่สายตายาวหากพบว่ามีภาวะตาเขเข้าใน ซึ่งอาจเกิดจากสายตายาว ทำให้เด็กต้องเพ่งตาตลอดเวลา ในกรณีนี้ต้องแก้ไขด้วยการใส่แว่นเพื่อช่วยให้เด็กไม่ต้องเพ่งอีก ส่วนกรณีที่สายตายาวโดยที่ไม่มีตาเขร่วมด้วย จะตัดสินใจใช้แว่นแก้ไขหรือไม่นั้นจะขึ้นอยู่กับการใช้สายตาของผู้ป่วย ถ้าใช้สายตามากอาจทำให้มีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตา จึงควรได้รับการแก้ไข

การสวมแว่นตาหรือใส่คอนแทคเลนส์ จะช่วยปรับโฟกัสและแก้ไขปัญหารูปร่างที่ผิดปกติของดวงตาได้ นอกจากนั้นยังช่วยปกป้องดวงตาจากรังสีอัลตร้าไวโอเลต (UV) ด้วยเลนส์ที่ช่วยกรองรังสียูวี

นอกจากนั้น ผู้ป่วยบางรายอาจเลือกที่จะแก้ปัญหาสายตายาวด้วยการทำเลสิก (LASIK) หรือการผ่าตัดอื่น ๆ ที่คล้ายกัน เพื่อแก้ไขปัญหาการหักเหของแสง โดยขั้นตอนดังกล่าวจะเป็นการแก้ไขรูปร่างของกระจกตา พื้นผิวของดวงตา และปรับการโฟกัสของดวงตาอย่างมีประสิทธิภาพ

#อีกหนึ่งทางเลือกหากอายุมากขึ้นหรือ ปัจจุบันในชีวิตประจำวันมีการใช้มือถือแทปเลดและทำงานอยู่หน้าคอมตลอดการทานอาหารเสริมสำหรับดวงตาโดยตรง เป็นทางเลือกสำหรับการดูแลสายตาได้

สอบถาม...รายละเอียด โทร.063 432 3139

ทำไม⁉ ต้อง "ดีคอนแทค"💢  ดีคอนแทคช่วย 6 ระบบ1.  บำรุงจอประสาทตาทำให้เห็นภาพชัดขึ้น สู้แสงได้ ไม่มัว  2.  สลายก้อนเนื้อในต...
12/09/2021

ทำไม⁉ ต้อง "ดีคอนแทค"

💢 ดีคอนแทคช่วย 6 ระบบ

1. บำรุงจอประสาทตาทำให้เห็นภาพชัดขึ้น สู้แสงได้ ไม่มัว

2. สลายก้อนเนื้อในตา ทำให้ ไม่เคืองตา ไม่แสบแดง

3. เพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงในตาทำให้ไม่ตาแห้ง น้ำตาไม่ไหล

4 . ช่วยขับของเสียที่เรียกว่าวุ้นโปรตีนไขมันที่เสื่อมสภาพให้ตกตะกอนลงมาในรูปแบบของขี้ตา

5. ช่วยฟื้นฟูเชลล์ประสาทตา และ จอประสาทตาที่เสื่อม และช่วยยับยั้งอาการเสื่อมของเชลล์ประสาทตา ทั้งหมด

สอบถาม/สั่งซื้อ โทร.063 432 3139

11/09/2021

‼สิบปากว่า..ไม่เท่าลองทาน...
ด้วยสารสกัดธรรมชาติ ที่มีส่วนช่วยให้การมองเห็นดีขึ้น‼
#ตาพร่ามัว #มองไม่ชัด #แพ้แสง #ต้อลม #ต้อเนื้อ #ต้อกระจก #วุ้นในตา #เบาหวานขึ้นตา #ต้อหิน #ความดันลูกตาสูง #มองเห็นเป็นภาพซ้อน แนะให้ทาน
อย.เลขที่ 10-1-15456-5-0042
1 กล่อง มี 30 เม็ด ราคา 1,260 บาท
สอบถาม/สั่งซื้อ โทร.063 432 3139

💢 การปฏิบัติตัว ก่อน-หลัง ผ่าตัดตัอเนื้อ📌📌 การปฏิบัติตัว ก่อนผ่าตัด   1.ผู้ป่วยที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือดละลายลิ่มเลือ...
06/07/2021

💢 การปฏิบัติตัว ก่อน-หลัง ผ่าตัดตัอเนื้อ

📌📌 การปฏิบัติตัว ก่อนผ่าตัด

1.ผู้ป่วยที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือดละลายลิ่มเลือดเช่น Aspirin, baby ASA, Coumadin, Warfarin, Plavix หรือ ฉีด Faxiparin ให้ งดยาดังกล่าวอย่างน้อยเป็นเวลา 1 สัปดาห์

2.ไม่ต้องงดน้ำและอาหารก่อนทำการผ่าตัด ยกเว้นในกรณีที่ต้องทำผ่าตัดโดยการดมยาสลบ ต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมง

3.ล้างหน้า สระผมให้สะอาดก่อนมาทำผ่าตัด

4.งดแต่งหน้าในวันที่มาทำผ่าตัด

5.ในวันที่ทำผ่าตัดควรมาถึงโรงพยาบาลอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

6.ก่อนไปห้องผ่าตัดอาจจะมียาแก้ปวดและยาลดความวิตกกังวลให้รับประทานซึ่งขึ้นอยู่กับแพทย์เจ้าของไข้

7.วันที่มาทำผ่าตัดควรมีญาติพามาด้วย

📌📌 การปฏิบัติตัว หลังผ่าตัด

1.หลังทำผ่าตัดจะปิดตาข้างที่ทำไว้ 48 ชั่วโมง ผู้ป่วยจะเปิดตาเองที่บ้านและเริ่มหยอดยาเมื่อเปิดตา

2.หลังผ่าตัดจะมีอาการเคืองตาค่อนข้างมากเนื่องจากมีไหมเย็บแผลต้อเนื้ออยู่ในตาซึ่งจะตัดไหมภายใน 7 วันหลังผ่าตัด

3.ห้ามให้น้ำ ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเข้าตา อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์

4.หลังทำผ่าตัดจะมียาให้กลับไปใช้ที่บ้าน การหยอดยาจะเริ่มหยอดหลังจากเปิดตา และหลังจากนั้นต้องหยอดต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ จนครบตามวันที่แพทย์กำหนด

5.ในกรณีที่งดยาละลายลิ่มเลือดก่อนทำผ่าตัด สามารถรับประทานยาต่อได้หลังทำผ่าตัดไปแล้วอย่างน้อย 3 วัน หรือตามคำสั่งแพทย์

***ในกรณีที่ผู้ป่วยมีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง ควรให้ข้อมูลกับแพทย์ เพื่อตรวจเพิ่มเติมเป็นการป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด

ด้วยความปรารถนาดี จาก ศุนย์ดีคอนแทค ดูแลดวงตา

ติดต่อ/สอบถาม โทร.063 432 3139 ,090 994 5282

ดีคอนแทค x  ของแท้ ล่าสุด‼   ดีคอนแทค เอ๊กซ์ Dcontact X  เป็นนวัตกรรมใหม่ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ  มีส่วนช่วยการมองเห็น สำ...
27/06/2021

ดีคอนแทค x ของแท้ ล่าสุด‼

ดีคอนแทค เอ๊กซ์ Dcontact X เป็นนวัตกรรมใหม่ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ มีส่วนช่วยการมองเห็น สำหรับต้อเนื้อ ต้อกระจก ต้อหิน ต้อลม วุ้นในตาเสื่อม แสบตา ตามัว คันตา น้ำตาไหล เบาหวานขึ้นตา ตาแพ้แสง สายตาสั้น สายตายาว จอประสาทตาหลุดลอก ตาบอดกลางคืน

ดีคอนแทค เอ็กซ์ (D-Contact X) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับดวงตา
ส่วนประกอบที่สำคัญใน 10 ชนิด
1.YeastBeta-Glucan (เบต้า-กลูแคนจากยีสต์ 85%) 100 mg/มก.
2.Bilberry extract (สารสกัดจากบิลเบอร์รี่) 100 mg/มก.
3.Blueberry extract(สารสกัดจากบลูเบอร์รี่) 50 mg/มก.
4.Cranberry extract(สารสกัดจากแครนเบอร์รี่) 50 mg/มก.
5.Ascobic acid(กรดแอสคอร์บิก) 50 mg/มก.
6.Marigold extract (สารสกัดจากดอกเรือง) 40 mg/มก.
7.Beta-Carotene 10% (บีต้า-แคโรทีน 10%) 15 mg/มก.
8.Centella asiatica extract(สารสกัดจากใบบัวบก) 11 mg/มก.
9.Vitamin A acetate(วิตามินเอ อะซีเทต) 4 mg/มก.
10.Vitamin B12(วิตามิน บี12) 0.002 mg/มก.

เลขสารระบบ อย. : 10-1-15456-5-0042

ขนาดบรรจุ: 1 กล่อง 3 แผง แผงละ 10 เม็ด รวม 30 เม็ด

ผลิตภัณฑ์ ดูแลดวงตา เพื่อสุขภาพตา

ติดต่อ/สอบถาม โทร.063 432 3139 , 090 994 5282

7 อาหารบำรุงสายตา แก้อาการเมื่อยล้าจากจอมือถือ‼    พนักงานออฟฟิศทั้งหลาย คงเลี่ยงไม่ได้กับการที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมฯ ...
23/06/2021

7 อาหารบำรุงสายตา แก้อาการเมื่อยล้าจากจอมือถือ‼

พนักงานออฟฟิศทั้งหลาย คงเลี่ยงไม่ได้กับการที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมฯ กันทั้งวัน บางคนทำโอทีต่ออีก จ้องหน้าจอถึงดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ไม่ดีต่อสุขภาพดวงตาแน่ๆ สายตาเสื่อมกันพอดี!

เพจดีคอนแทคของเรา มีข้อแนะนำในการทานอาหารที่อยู่รอบๆตัวเราเพื่อบำรุงดวงตา วันนี้เลยจะมาแนะนำอาหารที่กินแล้วช่วยบำรุงสายตาของคุณให้คมกริบ สดใส ไม่ร่วงโรยไปก่อนวัยอันควร

จะต้องกินอะไรบ้าง? มาหาคำตอบไปพร้อมกัน

1. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่เป็นกลุ่มผลไม้รสเปรี้ยวฉ่ำอมหวาน เป็นแหล่งของวิตามินซีมหาศาล เช่น โกจิเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่(ลูกหม่อนของไทย) เป็นต้น
มีสารสำคัญอย่างสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยบำรุงสายตาโดยตรง ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ดวงตาถูกทำลาย ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความเสื่อมของจอประสาทตาและลดการเกิดต้อกระจกได้

2. ผักใบเขียว ผักใบเขียว เช่น ผักบุ้ง ตำลึง กวางตุ้ง คะน้า ฯลฯ ผักเหล่านี้ล้วนอุดมไปด้วยสารสำคัญอย่าง ลูทีนและซีแซนทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอย่างหนึ่ง จากการศึกษาพบว่าช่วยลดความเสื่อมของจอประสาทตาและการเกิดต้อกระจกได้


3. ไข่ ไข่แดงเป็นแหล่งของสารอาหารลูทีน และซีแซนทีน รวมไปถึง ซิงค์ ด้วย ทั้งหมดนี้ช่วยลดความเสี่ยงของการเสื่อมของจอประสาทตา ทำให้เซลล์ต่างๆ ในดวงตาแข็งแรงอยู่เสมอ

4. แครอท เป็นผักหัวใต้ดินที่มีคุณประโยชน์อันดับต้นๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ แครอท ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารบำรุงสายตาชั้นเยี่ยม อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ และลูทีน ช่วยดูแลสุขภาพดวงตาของคุณให้สดใสแข็งแรงอยู่เสมอ ช่วยบำรุงกระจกตา ป้องกันไม่ให้เซลล์ดวงตาถูกทำลายจากแสงแดดและรังสีอันตรายต่างๆ ช่วยส่งเสริมการทำงานของจอประสาทตา ไม่ให้เสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร

5. อะโวคาโด มาต่อกันที่ผลไม้รสนุ่มนวลอย่าง อะโวคาโด เจ้านี้มีประโยชน์ในการบำรุงสายตามากๆ เลย เพราะมีสารอาหารจำเป็น เช่น ลูทีน เบต้าแคโรทีน วิตามินบี 6 และวิตามินซี โดยจะช่วยบำรุงสายตา ป้องกันอาการตาฝ้าฟาง ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพดวงตาที่ร่วงโรยไปตามวัย

6. อัลมอนด์ ในอัลมอนด์อุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งผลการวิจัยพบว่าช่วยชะลอความเสื่อมของจอประสาทตา แค่ทานวันละหนึ่งฝ่ามือ ก็ได้รับวิตามินอีถึงครึ่งหนึ่งของปริมาณที่แนะนำต่อวันแล้ว


7. ปลาที่มีไขมันสูง จากการศึกษาทางการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ พบว่า ปลาที่มีไขมันประเภทดีอยู่จำนวนมาก เช่น ปลาทูน่า ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ปลาแอนโชวี่ ปลาเทราต์ ปลาสวาย ฯลฯ

ปลาพวกนี้อุดมไปด้วยกรดไขมัน DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันที่พบได้มากในเรตินาของดวงตา ดังนั้นมันจึงตรงเข้าไปซ่อมแซมดวงตาของเราให้กลับมาสดใส มีน้ำหล่อลื่นเพียงพอ และยังช่วยห่างไกลจากโรคตาแห้งอีกด้วย

รู้อย่างนี้แล้ว...เย็นนี้ออกไปหาซื้อของกินมีประโยชน์เหล่านี้มาตุนไว้ในตู้เย็นซะดีๆ.ด้วยความปราถนาดี จากศูนย์ดีคอนแทค ดูแลดวงตา

ปรึกษาอาการดวงตา โทร. 063 432 3139 , โทร. 090 994 5282

‼️ปวดตา ทำไงดี⁉️   ปวดตา เป็นอาการเจ็บปวดในดวงตาที่ผู้ป่วยอาจรู้สึกแสบร้อน ปวดตุบ ๆ รอบดวงตา รู้สึกคล้ายโดนทิ่มแทงบริเวณ...
20/06/2021

‼️ปวดตา ทำไงดี⁉️

ปวดตา เป็นอาการเจ็บปวดในดวงตาที่ผู้ป่วยอาจรู้สึกแสบร้อน ปวดตุบ ๆ รอบดวงตา รู้สึกคล้ายโดนทิ่มแทงบริเวณดวงตา หรือรู้สึกเหมือนมีวัตถุแปลกปลอมอยู่ในดวงตา ซึ่งความผิดปกติอาจเกิดขึ้นบนพื้นผิวของดวงตาหรือโครงสร้างภายในดวงตา อาการปวดตาเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ตาแห้ง ปวดศีรษะ ตาอักเสบ หรือเป็นไข้หวัด อาการส่วนใหญ่อาจหายได้เอง แต่หากอาการทวีความรุนแรงหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น ผู้ป่วยอาจต้องเข้ารับการรักษาจากแพทย์ตามแต่กรณี

💢 อาการปวดตา

อาการปวดตาอาจครอบคลุมถึงอาการเจ็บเหมือนโดนทิ่มแทง แสบร้อน ปวดตุบ ๆ ซึ่งอาจเกิดขึ้นตามส่วนต่าง ๆ ของดวงตา เช่น กระจกตา เยื่อตา ม่านตา กล้ามเนื้อดวงตา เส้นประสาทในตา เบ้าตา ลูกตา หรือหนังตา เป็นต้น

ผู้ป่วยอาจมีอาการอื่น ๆ ปรากฏขึ้นร่วมกับอาการปวดตาได้ เช่น

>>การมองเห็นแย่ลง
>>ตาไวต่อแสง
>>รู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ในตา
>>ตาแดง หรือเยื่อบุตาอักเสบ
>>มีน้ำตาหรือขี้ตาที่ใส เหนียว หรือมีสีคล้ายหนองที่อาจบดบังดวงตาตอน
ตื่นนอนได้
>>ปวดศีรษะ

อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยปวดตาและมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ในทันที เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

>>ปวดตารุนแรง โดยเฉพาะเมื่อขยับลูกตา หรือปวดตาต่อเนื่องนานเกิน 2
วัน
>>มีปัญหากับการกลอกตา ลืมตา หรือหลับตา
>>รอบดวงตา หรือดวงตาบวม แดง
>>ปวดตาจากสารเคมี หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา
>>มองเห็นแสงกระจายเป็นรัศมีรอบ ๆ ดวงไฟ
>>มองเห็นไม่ชัด
>>มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคข้ออักเสบ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน
>>คลื่นไส้ อาเจียน

💢 สาเหตุของอาการปวดตา

อาการปวดตาอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การอักเสบ การติดเชื้อบริเวณดวงตา อาการเจ็บป่วยหรือสาเหตุอื่น ๆ ดังต่อไปนี้

>>อาการตาล้า
>>ตาแห้ง
>>โรคตาแดง
>>ดวงตาได้รับการบาดเจ็บ เช่น เป็นแผล ถูกไฟไหม้ หรือโดนวัตถุกระเด็น
เข้าตาจากอุบัติเหตุ
>>มีวัตถุแปลกปลอมในดวงตา
>>กระจกตาถลอก
>>อาการอักเสบบริเวณเปลือกตา ม่านตา กระจกตา ตาขาว ผนังลูกตา หรือ
ประสาทตา เป็นต้น
>>ตากุ้งยิง
>>ภาวะหนังตาม้วนออกด้านนอกหรือม้วนเข้าด้านใน
>>โรคต้อหินชนิดเฉียบพลัน
>>ท่อน้ำตาอุดตัน
>>ปัญหาจากคอนแทคเลนส์ เช่น อาการระคายเคือง
>>ปัญหาจากโรคไซนัส เนื่องจากไซนัสอาจทำให้เกิดแรงกดด้านหลังลูกตา >>จนเกิดอาการปวดตาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้ง 2 ข้างได้
>>ปวดศีรษะไมเกรน หรือปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ (Cluster Headaches)
>>ปวดกราม
>>โรคภูมิแพ้
>>ไข้หวัด

💢 การรักษาอาการปวดตา

วิธีรักษาอาการปวดตาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ และหากอาการไม่รุนแรงมากนัก ผู้ป่วยอาจดูแลตนเองในเบื้องต้นได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

>>พักสายตา โดยการงดใช้สายตาในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น จ้องจอคอมพิวเตอร์ อ่านหนังสือ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่ต้องใช้สายตามาก รวมถึงควรหลีกเลี่ยงแสงจ้าด้วย

>>ล้างตา การใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดดวงตา หรือใช้น้ำอุ่นล้างดวงตา อาจช่วยขจัดสิ่งแปลกปลอมและบรรเทาอาการปวดตาได้ แต่หากล้างตาด้วยน้ำสะอาดแล้ววัตถุแปลกปลอมยังค้างอยู่ในตา ห้ามขยี้ตาและห้ามให้ผู้อื่นช่วยนำวัตถุดังกล่าวออก เพราะอาจทำให้อาการแย่ลง โดยผู้ป่วยควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสมแทน

>>หยอดน้ำตาเทียม การหยอดน้ำตาเทียมอาจช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา และบรรเทาอาการปวดตาได้ในบางกรณี ซึ่งผู้ป่วยอาจต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถึงการใช้น้ำตาเทียมในปริมาณที่เหมาะสม

>>ใส่แว่นตา สำหรับผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ อาจลองเปลี่ยนมาใส่แว่นตาก่อนสัก 2-3 วัน เพื่อสังเกตว่าอาการปวดตาดีขึ้นหรือไม่

>>ใช้ยาแก้แพ้ ทั้งชนิดที่ใช้หยอดตาหรือชนิดรับประทาน เพื่อบรรเทาอาการปวดตาที่อาจเกี่ยวข้องกับการแพ้

>>รับประทานยาแก้ปวด ยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น ยาไอบูโพรเฟน อาจช่วยลดอาการปวดบวมและลดไข้ได้ แต่ยาอาจมีผลข้างเคียงทำให้เลือดออกในกระเพาะอาหารหรือทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาเกี่ยวกับไตได้ ผู้ป่วยจึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง และห้ามให้ยานี้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 6 เดือน หากไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อน

💢 การป้องกันอาการปวดตา

วิธีการป้องกันอาการปวดตาอาจขึ้นอยู่กับแต่ละสาเหตุ แต่บางสาเหตุก็ไม่สามารถป้องกันได้

อย่างไรก็ตาม โดยผู้ป่วยอาจป้องกันอาการปวดตาในเบื้องต้นได้ด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้

>>พักสายตาจากหน้าจอต่าง ๆ เช่น จอโทรศัพท์มือถือ จอทีวี หรือจอคอมพิวเตอร์ ให้พักสายตาทุก ๆ 20 นาทีด้วยการมองไปที่ไกล ๆ ในระยะ 6 เมตรนาน 20 วินาที ก่อนกลับมาใช้จออีกครั้ง รวมถึงเลือกใช้จอที่ป้องกันแสงสะท้อน หรืออาจปรึกษาแพทย์ถึงการใช้แว่นตาเฉพาะสำหรับการมองหน้าจอ

>>สวมแว่นตา เพื่อป้องกันดวงตาถลอก ไหม้ และป้องกันวัตถุแปลกปลอมหรือสารเคมีต่าง ๆ เข้าตา โดยเลือกประเภทของแว่นตาให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ใช้แว่นนิรภัยเมื่อต้องตัดหญ้า ทำความสะอาดของใช้ในครัวเรือน หรือขณะใช้ผงซักฟอก เป็นต้น ส่วนผู้ที่ทำงานก่อสร้าง เชื่อมโลหะ ทำงานเกี่ยวกับยานยนต์ หรือสารเคมีอันตรายอย่างยากำจัดแมลง ควรสวมแว่นตานิรภัยที่ออกแบบโดยเฉพาะ

>>ทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ ควรทำความสะอาดคอนแทคเลนส์อย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์นานเกินไป และควรสลับใส่แว่นตาบ้างบางครั้งเพื่อพักสายตา

>>หลีกเลี่ยงสารก่ออาการแพ้ หากอาการปวดตาเกี่ยวข้องกับโรคภูมิแพ้ ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือเข้าใกล้สารที่ทำให้เกิดอาการแพ้
เลิกบุหรี่ เพราะบุหรี่อาจสร้างความเสียหายต่อเส้นประสาทตา ทำให้เกิดต้อกระจกและจอประสาทตาเสื่อมได้

>>บริโภคอาหารที่มีประโยชน์ ควรเลือกบริโภคผักหรือผลไม้ที่เป็นสีเขียวหรือสีเหลืองส้มเข้ม และควรบริโภคปลาที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า และปลาชนิดอื่น ๆ ที่อาจช่วยบำรุงดวงตาได้
พบจักษุแพทย์เป็นระยะ โรคที่เกี่ยวข้องกับดวงตาบางโรค เช่น โรคต้อหิน อาจไม่ปรากฏอาการใด ๆ เลยในช่วงแรก การตรวจสุขภาพดวงตาเป็นประจำอาจช่วยให้แพทย์ตรวจพบและรักษาโรคดังกล่าวได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ด้วยความปรารถนาดี จาก ศุนย์ดีคอนแทค ดูแลดวงตา
ทางลัด ดูแลดวงตา ด้วยวิธีธรรมชาติ

ติดต่อ/สอบถาม โทร. 063 432 3139, โทร 090 994 5282

‼ รู้ทัน ความดันลูกตาสูง ‼‼ทำยังไงถึงจะตรวจวินิจฉัยความดันตาสูงได้. ความดันตาสูง (หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า ocular hype...
13/06/2021

‼ รู้ทัน ความดันลูกตาสูง ‼

‼ทำยังไงถึงจะตรวจวินิจฉัยความดันตาสูงได้. ความดันตาสูง (หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า ocular hypertension) นั้นวินิจฉัยได้ยาก เพราะไม่แสดงอาการใดๆ ให้เห็นชัดเจน อย่างตาแดงหรือเจ็บตานี่ไม่มี เพราะงั้นก็ตรวจวินิจฉัยด้วยตาเปล่าอย่างเดียวไม่ได้ คุณหมอต้องตรวจตาคุณอย่างละเอียด โดยใช้หลายวิธีร่วมกันไป

>>ตรวจความดันลูกตา (Tonometry) เป็นการตรวจโดยวัดความดันลูกตา และดูว่าอยู่ในระดับปกติหรือเปล่า จะมีการหยอดยาชาและหยอดสีส้ม (ที่ไม่เจ็บหรืออันตรายแต่อย่างใด) เพื่อวัดระดับความดันตา ร่วมไปกับเครื่องที่ใช้กดตาหาความดัน

>>ถ้าอ่านค่าได้ 21 mmHg หรือมากกว่า แสดงว่าความดันตาสูง แต่ปัจจัยอื่นก็ส่งผลต่อค่านี้เหมือนกัน เช่น อาการบาดเจ็บที่หัวหรือตา หรือมีเลือดคั่งหลังกระจกตา

>>เป่าลมด้วยเครื่อง Air puff วิธีนี้คุณหมอจะขอให้คุณมองตรงไปที่เครื่อง แล้วฉายแสงใส่ตา จากนั้นเครื่องจะเป่าลมออกมาใส่ตาคุณเร็วๆ ครั้งเดียว แล้วเครื่องจะอ่านค่าความดันโดยประเมินการเปลี่ยนแปลงของการสะท้อนแสงตอนลมเป่าใส่ตาคุณ

‼อะไรคือสาเหตุของความดันตาสูง. ความดันตาคุณสูงได้เวลาอายุมากขึ้น แต่ก็มีปัจจัยอื่นร่วมด้วย หลายปัจจัยที่อาจนำภัยมาสู่ตาของคุณก็เช่น

>>สารน้ำในลูกตาเยอะเกินไป (Excessive aqueous production) Aqueous humor หรือสารน้ำในลูกตา เป็นของเหลวใสที่ตาผลิตออกมา (อยู่ข้างในตา) ระบายออกได้ทางเนื้อเยื่อมุมตาหรือ trabecular meshwork ถ้าสารน้ำในลูกตาถูกผลิตออกมาเยอะเกินไป จะทำให้ความดันตาสูงได้

>>ระบายสารน้ำในลูกตาออกไม่มากพอ (Inadequate aqueous drainage) ถ้าสารน้ำในลูกตาระบายออกไปไม่มากพอ ก็ทำให้ความดันตาสูงได้

>>เป็นเพราะยาบางชนิด ยาบางตัว (อย่างสเตียรอยด์) ใช้แล้วอาจทำให้ความดันตาสูงได้ โดยเฉพาะคนที่ปกติก็อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอยู่แล้ว

>>อาการบาดเจ็บที่ตา ไม่ว่าจะอาการระคายเคืองหรือบาดเจ็บอะไร ก็อาจทำให้การผลิตและระบายสารน้ำในลูกตาผิดปกติได้ จนทำให้ความดันตาสูงขึ้นตามมา

>>โรคตาอื่นๆ ความดันตาสูงมักเกี่ยวข้องกับโรคตาอื่นๆ อย่าง pseudo exfoliation syndrome, corneal arcus (วงขาวรอบตาดำ) และ dispersion syndrome

‼ รู้จักปัจจัยเสี่ยงของความดันตาสูง. ใครๆ ก็เป็นโรคความดันตาสูงได้ แต่มีงานวิจัยที่ชี้ว่ากลุ่มคนต่อไปนี้จะเสี่ยงเป็นโรคความดันตาสูงมากกว่าคนอื่น

>>คนอเมริกันเชื้อสายแอฟริกา (African-Americans)

>>ผู้ใหญ่อายุ 40 ปีขึ้นไป

>>คนที่มีพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง เคยเป็นความดันในตาสูงหรือต้อหิน

>>คนที่มีความหนาตรงกลางกระจกตา "บาง" กว่าคนอื่น

หากพบความผิดปกติจากดวงตา แนะให้รีบรักษา อย่ารอ..ให้มองไม่เห็น เพราะดวงตา..มีเพียงคู่เดียว..รอไม่ได้ ด้วยความปรารถนาดี จากศูนย์ดีคอนแทค ดูแลดวงตา

ติดต่อ/สอบถาม โทร.063 432 3139, โทร.090 994 5282

Address

บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ ตึกวาฬทอง เลขที่ 242 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงแสนแสบ

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when ศูนย์ดีคอนแทค dcontact ดูแลดวงตา T.090-994-5282 posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Practice

Send a message to ศูนย์ดีคอนแทค dcontact ดูแลดวงตา T.090-994-5282:

  • Want your practice to be the top-listed Clinic?

Share