D-Boone ปวดหลัง ปวดข้อ ข้อเสื่อม กระดูกทับเส้น

D-Boone  ปวดหลัง ปวดข้อ ข้อเสื่อม กระดูกทับเส้น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดูแลกระดูกและไ?

 #สังเกตด่วน คุณมีอาการเหล่านี้หรือเปล่า ?วิธีเช็ค อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คือ ภาวะที่...
22/06/2021

#สังเกตด่วน คุณมีอาการเหล่านี้หรือเปล่า ?
วิธีเช็ค อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คือ ภาวะที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของโครงสร้างกระดูกสันหลังทำให้ทรุดตัวและไปกดเบียดเส้นประสาท ทำให้เส้นประสาทเกิดการอักเสบ

#สังเกตอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ได้ดังนี้

▪ ปวดหลัง ปวดบริเวณเอว เป็นๆ หายๆ
▪ ปวดร้าวลงไปถึงขา น่อง หรือเท้า
▪ เดินได้ไม่ไกล มีอาการปวดชาลงไปถึงขาเหมือนเป็นตะคริวร่วมด้วย ต้องหยุดพัก แล้วจึงจะเดินต่อไปได้
▪ ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง อาจมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงของขา กระดกข้อเท้าไม่ได้
▪ บางรายอาจมีปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมการขับถ่าย

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #รักษาหายไหม ?

สำหรับวิธีการดูแลรักษา แพทย์จะเป็นผู้ตรวจวินิจฉัย โดยเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกายเบื้องต้น การเอกซเรย์กระดูกสันหลังในท่าทางต่างๆ และการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI เพื่อหาสาเหตุและวางแผนแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งในเบื้องต้น ผู้ป่วยที่มีภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทสามารถทำได้ ดังนี้

▪ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ไม่นั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ ติดต่อกันนานเกิน 1 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการก้มเงย ยกของหนักเป็นประจำ
▪ ออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบๆ หลังและหน้าท้องให้แข็งแรง
▪ ฝึกยืดกล้ามเนื้อหลัง เพื่อเป็นการลดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อหลัง
▪ ทานยาแก้ปวด หรือกายภาพบำบัด ซึ่งพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ 80% จะมีอาการดีขึ้น

สำหรับวิธีการรักษาโดยการทำกายภาพบำบัดและการให้ยาในข้างต้นนั้น เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่มาก แต่หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรง แพทย์จะวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอื่นๆ ได้แก่ การฉีดยาเข้าไปยังตำแหน่งใกล้เส้นประสาทซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวด การผ่าตัดแผลเล็กผ่านกล้อง

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทรักษาได้!

 #ออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) คืออะไร? #ออฟฟิศซินโดรม หรือกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด (Myofascial pain syn...
16/06/2021

#ออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) คืออะไร?

#ออฟฟิศซินโดรม หรือกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด (Myofascial pain syndrome) คือ อาการปวดจากการใช้งานของกล้ามเนื้อมัดเดิมๆซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ตัวอย่างเช่น การนั่งทำงานต่อเนื่องกับคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้ปรับเปลี่ยนท่าทางหรืออริยาบท จนทำให้เกิดอาการปวดสะสมและกลายเป็นปวดเรื้อรังในที่สุด ซึ่งอาจพบร่วมกับอาการชาบริเวณแขน, มือ และปลายนิ้ว เนื่องอาจเกิดจากการที่เส้นประสาทส่วนปลายในแต่ละตำแหน่งถูกกดทับอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง และการดูแลสุขภาพของตนเอง จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดออฟฟิศซินโดรมได้

#ออฟฟิศซินโดรม
#อาการของออฟฟิศซินโดรม

ปวดกล้ามเนื้อบริเวณส่วนต่างๆของร่างกาย เช่น คอ, บ่า, ไหล่ สะบัก และ หลัง ส่วนใหญ่มักพบอาการปวดเป็นบริเวณกว้าง หรือบางครั้งไม่สามารถบอกตำแหน่งที่มีอาการปวดได้อย่างชัดเจน โดยผู้ป่วยบางรายอาจพบอาการปวดร้าวไปยังตำแหน่งต่างๆของร่างกายได้ อาการปวดอาจมีน้อยไปหามากซึ่งมักจะทำให้เกิดความรำคราญต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หรือในขณะปฏิบัติงาน

อาการทางระบบประสาทที่ถูกกดทับ เช่น อาการชาบริเวณแขนและมือ รวมถึงอาการอ่อนแรง หากมีการกดทับเส้นประสาทนานจนเกินไป

#ออฟฟิศซินโพรม
การป้องกันเพื่อลดปัญหาออฟฟิศซินโดรม
การป้องกันเพื่อหลีกเลี่ยงอาการออฟฟิศซินโดรมประกอบด้วยหลายปัจจัย และทุกสาเหตุมีความสำคัญที่นำมาซึ่งอาการปวด ดังนั้นการป้องกันแต่ละวิธีจะมีส่วนช่วยให้ท่านมีความสุขกับการทำงานที่ปราศจากอาการปวด โดยการป้องกันนี้เป็นตัวอย่างที่จะแนะนำเพื่อลดการเกิดปัญหาออฟฟิศซินโดรม

การปรับเปลี่ยนท่าทางอริยาบทเพื่อให้เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมในการทำงาน
ไม่ทำงานในท่าทางอริยาบทเดิมนานเกิน 50 นาที หากมีความจำเป็นต้องทำต่อเนื่องควรหยุดพักสัก 10-15 นาที
ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ในการทำงานที่จำเป็นเพื่อลดการบาดเจ็บในระหว่างปฏิบัติงาน
เตรียมร่างกายให้พร้อม เช่น การออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อบริเวณที่ต้องใช้งานหนัก, การยืดกล้ามเนื้อก่อน ระหว่าง และหลังจากการทำงานในแต่ละวัน

#การรักษาอาการออฟฟิศซินโดรม
ปัจจุบันการรักษาอาการออฟฟิศซินโดรมมีอย่างแพร่หลาย รวมทั้งมีความจำเป็น เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะทำการรักษาเพื่อลดอาการปวดอักเสบ หรือลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ เนื่องจากมักพบผู้ป่วยที่มารับการตรวจรักษาเป็นระยะปวดเรื้อรัง ดังนั้นการวางแผนการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดจึงมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งวิธีในการรักษาคือ

การรักษาเพื่อลดอาการปวดและอาการชา ด้วยการกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็ก Peripheral Magnetic Stimulation (PMS) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้รักษาอาการปวด โดยใช้พลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่สามารถกระตุ้นทะลุผ่านเสื้อผ้าลงไปถึงเนื้อเยื่อ และกระดูก ประมาณ 10 เซนติเมตร คลื่นไฟฟ้าดังกล่าวจะกระตุ้นเส้นประสาทโดยตรง ทำให้เกิดกระบวนการ Depolarization กระตุ้นเนื้อเยื่อบริเวณที่ปวด และช่วยกระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนของโลหิตบริเวณกล้ามเนื้อดียิ่งขึ้น โดยสามารถบำบัดได้ทั้งบริเวณ คอ บ่า ไหล่ ข้อศอก แขน มือ เอว หลัง ไหล่ ขา เข่า หรือแม้กระทั่งข้อเท้า หรือแม้แต่กล้ามเนื้อเอ็นกระดูกไขข้อ ล้วนแล้วแต่สามารถบำบัดได้ด้วยเครื่องกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้า โดยไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บต่ออวัยวะโดยรอบ และรู้สึกผ่อนคลายในขณะที่ทำการรักษา โดยไม่สร้างความเจ็บปวดให้เกิดแก่ผู้ป่วยแต่อย่างใด เห็นผลทันทีหลังการรักษา และยังสามารถบำบัดอาการที่ปวดจากระบบเส้นประสาทและไม่ใช่เส้นประสาท เช่น กล้ามเนื้อ และกระดูก

#ข้อดีของการรักษา

ขณะทำการรักษาผู้ป่วยอาจพบอาการกระตุกของกล้ามเนื้อ แต่ไม่สร้างความเจ็บปวดให้เกิดแก่ผู้ป่วยแต่อย่างใด และสามารถทำเป็นครั้งๆ โดยไม่ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล
เห็นผลการบำบัดทันทีหลังการรักษา
ใช้เวลาในการรักษาน้อยมาก ประมาณ 5 – 10 นาที ต่อ 1 จุดในการรักษา
รักษาได้ผลทั้งในระยะเฉียบพลัน กึ่งเฉียบพลัน และเรื้อรัง
ข้อควรระวัง

เครื่องกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้า มีความปลอดภัยมากและผลข้างเคียงต่ำ แต่ไม่สามารถทำได้ในผู้ป่วย

มีอาการชักมาก่อน
มีโลหะฝังอยู่ที่บริเวณสมอง เช่น คลิปหนีบเส้นเลือดโป่งพองในสมอง เป็นต้น
ฝังอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ต่างๆ เช่นเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ เป็นต้น

15/06/2021

>>แก้ตรงจุด...ปวดเข่า ปวดข้อ ปวดหลัง กระดูกทับเส้นประสาท ลองมาหลายวิธียังไม่ดีขึ้น....ไม่ต้องทนเจ็บอีกต่อไป

*รับชมรีวิว ผลิตภัณฑ์ ดีบูนผง กันนะครับแล้วจะพบกับคำตอบ
#ดีบูน #ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐานจาก GMP

โทรสอบถามและสั่งซื้อ : 064-7837932 คุณกิตติ

ดีบูน ชนิดผง ราคา 1,085 บาท
ดีบูน ชนิดแคปซูล ราคา 1,414 บาท

มีบริการเก็บเงินปลายทางฟรี !

🟢“ดีบูนชนิดผง..เข้มข้น”🟢📌 วิธีการทาน 📌1 ซอง ชงในน้ำดื่มอุณภูมิปกติหรือน้ำเย็น ครึ่งแก้ว ทานหลังอาหารเช้า วันละ1ครั้ง***ค...
15/06/2021

🟢“ดีบูนชนิดผง..เข้มข้น”🟢
📌 วิธีการทาน 📌
1 ซอง ชงในน้ำดื่มอุณภูมิปกติหรือน้ำเย็น ครึ่งแก้ว ทานหลังอาหารเช้า วันละ1ครั้ง
***ควรทานต่อเนื่องทุกวัน ใกล้หมดจะโทรมาสอบถามอาการนะครับ
ปรึกษาอาการ/สั่งซื้อ
☎️โทร 064-7837932
☎️โทร 084-0125514

🙏🏻ขอบคุณครับ🙏🏻

5 วิธี ออกกำลังกายลดน้ำหนักเพื่อนๆ คนไหนที่กำลังมองหาวิธี ออกกำลังกายลดน้ำหนักกันอยู่ เรามี 5 วิธีนี้เป็นตัวเลือกที่เหมา...
08/06/2021

5 วิธี ออกกำลังกายลดน้ำหนัก

เพื่อนๆ คนไหนที่กำลังมองหาวิธี ออกกำลังกายลดน้ำหนักกันอยู่ เรามี 5 วิธีนี้เป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุด เพราะจะช่วยให้คุณเบิร์นไขมันได้อย่างรวดเร็วทันใจ แถมยังดีต่อสุขภาพมาฝากกันค่ะ


การออกกำลังกายแต่ละแบบ ก็จะกระตุ้นการเผาผลาญได้แตกต่างกัน และเนื่องจากรูปแบบการออกกำลังกายมีให้เลือกหลายประเภทแตกต่างกันออกไป เคยสงสัยไหมคะว่า เราควรจะออกกำลังกายแบบไหนดี ถึงจะช่วยลดน้ำหนักได้ดีที่สุด ในบทความนี้จะขอแนะนำ 5 วิธีออกกำลังกายลดน้ำหนักที่คนอยากหุ่นดี ต้องรีบไปทำตามโดยด่วน เพราะเราเลือกเฉพาะวิธีออกกำลังกายที่ช่วยเผาผลาญไขมันโดยเฉพาะ จะมีวิธีไหนบ้าง รีบตามไปดูกันเลยค่ะ

1. วิ่งลดน้ำหนัก

ไม่ว่าจะวิ่งช้า วิ่งเร็ว หรือวิ่งอยู่กับที่ก็ล้วนช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีทั้งสิ้น เพราะเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่จะกระตุ้นการเต้นของหัวใจและระบบเผาผลาญได้โดยตรง ซึ่งการวิ่งสามารถเผาผลาญแคลอรีได้มากถึง 566-839 กิโลแคลอรี/ชั่วโมงเลยทีเดียว

ทั้งนี้ใครที่ต้องการลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน แนะนำให้วิ่งแบบหนักสลับเบา เช่น ให้เริ่มที่การวิ่งเร็ว 60 วินาที สลับกับการพักเดิน 30 วินาที ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบ 1 ชั่วโมงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพราะการวิ่งแบบหนักสลับเบา แบบนี้เรียกว่า คาร์ดิโอแบบ Interval Training เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มระดับการเผาผลาญของร่างกายนั่นเอง

2. เดินขึ้น-ลงบันได

เป็นวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะกับคนที่ขี้เกียจเป็นที่สุด เพราะเพียงแค่เดิน-ขึ้นลงบันได ก็สามารถเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 452 – 670 กิโลแคลอรี/ชั่วโมง แถมยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อขาได้อีกด้วย ทั้งนี้เพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น แนะนำให้เดินบ้าง วิ่งบ้าง หรืออาจถือดัมเบลไปด้วยก็จะยิ่งกระตุ้นการเผาผลาญได้ดียิ่งขึ้นไปอีกค่ะ ใครไม่มีแนะนำเป็นถือขวดน้ำแทนได้นะคะ เลือกตามน้ำหนักที่เหมาะสมกับเราได้เลยค่ะ

3. กระโดดเชือก

สำหรับใครที่ไม่สะดวกไปออกกำลังกายนอกบ้าน การกระโดดเชือก ก็เป็นวิธีการออกกำลังกายลดความอ้วน ที่ออกได้เลยที่บ้าน และเป็นวิธีที่ได้ผลดีมากทีเดียว โดยการกระโดดเชือก 1 ชั่วโมง จะสามารถเผาผลาญแคลอรีได้มากถึง 667 – 990 กิโลแคลอรี



แต่ก็ต้องกระโดดให้ถูกวิธีด้วยนะคะ เพื่อป้องกันปัญหาข้อเท้าและข่อเข่าเสื่อมนั่นเอง การกระโดดเชือกที่ถูกวิธี ควรลงน้ำหนักเบาๆ ที่ส่วนหน้าของฝ่าเท้า หลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักที่ส้นเท้าเพื่อลดการเกิดอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าค่ะ และในการกระโดดเชือกเพื่อลดน้ำหนักไม่ควรกระโดดสูงจากพื้นมากนัก รวมทั้งให้ผ่อนคลายหัวไหล่และข้อมือในขณะที่กระโดดเชือกด้วยค่ะ

4. เวทเทรนนิ่ง

ถึงแม้ว่าเวทเทรนนิ่งจะเน้นการสร้างกล้ามเนื้อมากกว่าการคาร์ดิโอ แต่นี่แหละเป็นทางลัดของความผอมที่จะทำให้คุณได้ผลลัพธ์แบบสองต่อ เพราะเมื่อมวลกล้ามเนื้อในร่างกายของเราเพิ่มขึ้น ก็จะกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้มากขึ้นกว่าเดิม

และข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการเวทเทรนนิ่ง คือ หลังจากฝึกเสร็จแล้ว ร่างกายจะยังคงเผาผลาญพลังงานต่อไป แม้ว่าเราจะอยู่เฉยๆก็ตาม ในขณะที่การออกกำลังกายแบบอื่นๆ ส่วนมากร่างกายจะหยุดเผาผลาญไปพร้อมกับการที่เราหยุดออกกำลังกายค่ะ

5. คาร์ดิโอลดน้ำหนัก แบบ คิกบ็อกซิ่ง ( kickboxing )

คาร์ดิโอ คิกบ็อกซิ่ง ( kickboxing ) เป็นการนำการต่อยมวยมาประยุกต์เข้ากับการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ผสมผสานกับท่าบริหารร่างกายต่างๆ ช่วยให้เราได้คาร์ดิโอและบริหารทุกส่วนของร่างกายไปพร้อมๆกัน การออกกำลังกายประเภทนี้ช่วยสลายไขมันได้อย่างง่ายดาย เผาผลาญแคลอรีได้มากถึง 582 – 864 กิโลแคลอรี/ชั่วโมง

นอกจากจะช่วยให้คุณลดน้ำหนักแล้ว การที่เราได้ออกท่าทางเตะ ต่อยต่างๆ ยังช่วยให้เราคลายเครียดอีกด้วย ทั้งนี้แนะนำให้ออกกำลังกายด้วยการคิกบ็อกซิ่ง 90 วินาที สลับกับพัก 30 วินาที เพราะจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญได้ดีที่สุด เพราะเป็นการออกกำลังกายแบบหนักสลับเบา ช่วยเร่งระบบเผาผลาญของร่างกายค่ะ

 #ข้อเข่าเสื่อม  #เข่าอักเสบ  #เดินลำบาก มีปัญหาในการนั่ง การเดิน การขึ้นลงบันได ทำให้อาการดีขึ้นได้ ถ้ารักษาได้ถูกวิธี ...
04/06/2021

#ข้อเข่าเสื่อม #เข่าอักเสบ #เดินลำบาก มีปัญหาในการนั่ง การเดิน การขึ้นลงบันได ทำให้อาการดีขึ้นได้ ถ้ารักษาได้ถูกวิธี

เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินญาติ พี่น้อง เพื่อนสนิท มิตรสหายหลายๆท่านพูดว่า ปวดเข่า เข่าไม่ดี ลุกนั่งลำบาก นั่งรถนานๆลงจากรถไม่ไหว ลุกยืนทีกระย่องกระแย่งกันไป บางคนก็บอกเลยว่าตัวเองเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม ครั้งนี้เลยอยากให้ทุกคนรู้จักกับ #ข้อเข่าเสื่อมคืออะไร
ข้อเข่าเสื่อม( knee osteoarthritis) คือภาวะผิวกระดูกอ่อนบริเวณข้อเข่าซึ่งทำหน้าที่รับแรงกระแทกและแรงเสียดทานเกิดการบาดเจ็บหรือฉีกขาด
#อาการข้อเข่าปวด บวม อุ่น ข้อยึดติด เคลื่อนไหวข้อลำบาก ลุกยืนไม่ไหว มีเสียงในข้อเข่าจนถึงมีอาการข้อเข่าโก่งผิดรูป
#กลุ่มเสี่ยงของโรคข้อเข่าเสื่อม
1. อายุมากกว่า 45 ปี โดยมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
2. น้ำหนักตัวมาก
3. ชอบทำกิจกรรม/งานที่ทำประจำในท่านั่งย่อ นั่งกับพื้น นั่งพับเพียบ นั่งไขว่ห้าง ยกของหนักตลอดจนกิจกรรมที่มีแรงกระแทกต่อเข่าเป็นระยะเวลานานและบ่อยๆ เช่น วิ่งมาราธอน, นักกีฬาฟุตบอล เป็นต้น
4. มีโรคข้ออักเสบอื่นๆร่วมด้วย เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เกาต์
#การรักษาข้อเข่าเสื่อมมีอะไร
ประกอบไปด้วยการรักษาประคับประคองและการรักษาโดยการผ่าตัดในกรณีที่รักษาแบบประคับประคองไม่ได้ผล
#การรักษาประคับประคอง
เริ่มต้นที่ #แก้ไขที่ต้นเหตุ โดยขจัดปัจจัยเสี่ยงทั้งหมดที่ทำให้เกิดข้อเข่าเสื่อมให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เช่น ลดน้ำหนัก, หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องงอเข่ามากๆนานๆ งดการขึ้นลงบันไดวันละหลายๆรอบ ควบคุมการอักเสบของโรคข้ออักเสบอื่นๆ
#ออกกำลังกาย เพิ่มความแข็งแรงโดยเฉพาะกล้ามเนื้อหน้าเข่าและกล้ามเนื้อหลังเข่าอย่างถูกวิธี เพื่อให้กล้ามเนื้อเหล่านี้ช่วยพยุงข้อเข่าและลดแรงกระแทกที่กระทำต่อเข่า
หากมีอาการปวดมากสามารถ #ใช้ยาลดอาการปวดและยาลดการอักเสบ เป็นช่วงเวลาสั้นๆได้ แต่ไม่ควรทานยาเหล่านี้ติดต่อกันเป็นเวลานานเพราะยาเหล่านี้มักมีผลข้างเคียงอื่นๆแถมมาด้วย เช่น ความดันขึ้น ไตวาย เลือดออกในทางเดินอาหาร
หากไม่ชอบการรับประทานยาต่อเนื่องเป็นเวลานานและกังวลถึงผลข้างเคียงของยา สามารถ #ทำกายภาพ เพื่อลดอาการปวดและเพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อ เช่น การฝังเข็มคลายกล้ามเนื้อ การเลเซอร์ลดปวด การใช้ความร้อนลึก
#การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่าเทียม ซึ่งเป็นสารที่ผลิดเลียนแบบน้ำข้อเข่าที่มีในธรรมชาติ นอกจากช่วยในการหล่อลื่นและลดแรงกระแทกที่กระทำต่อเข่าทำให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น เสียงในข้อเข่าลดลง แล้วยังสามารถชลอการเสื่อมและกระตุ้นให้ผิวข้อเข่ามีการซ่อมแซมตัวเองได้อีกด้วย โดยการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่าเทียมหนึ่งคอร์ส ฤทธิ์ของยาสมารถอยู่ได้นาน 6 เดือนถึง 1 ปี อีกทั้งยังแทบไม่มีผลข้างเคียงจากการฉีด เหมาะสำหรับคนไข้ที่มีข้อเข่าเสื่อมในระยะเริ่มแรกเป็นต้นไป
หากมีอาการไม่มากอยาก #ทานอาหารเสริมบำรุงข้อเข่า อาหารเสริมกลุ่มกลูโคซามีนและคอนดรอยตินซัลเฟตหรือคอลลาเจน ชนิดที่สอง เป็นอาหารเสริมอีกกลุ่มหนึ่งที่สามารถช่วยลดอาการเข่าเสื่อมทั้งในแง่การปวดและชลอการเสื่อมของข้อเข่าได้ โดยผลข้างเคียงจากการใช้ยาน้อยแต่ควรระวังการใช้ในคนไข้มีโรคประจำตัวมากและ/หรือทานยาหลายชนิดอยู่แล้ว

 #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Herniated Nucleus Pulposus)รู้ทันก่อนรักษา หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หากจู่ๆคุณมีอาการปวด...
03/06/2021

#หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Herniated Nucleus Pulposus)

รู้ทันก่อนรักษา หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หากจู่ๆคุณมีอาการปวดหลัง ตึงหลัง ขาชา เดินลำบาก แล้วละก็ เชื่อว่าโรคแรกๆที่จะนึกถึงคงหนีไม่พ้น “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” แต่ส่วนใหญ่เราจะเรียกกันสั้นๆว่า”กระดูกทับเส้น” จริงๆกระดูกมันไม่ได้ทับเส้นนะครับ หมอนกระดูกครับหมอนรองกระดูกมันทับเส้นประสาท

หมอนรองกระดูก ทับเส้นประสาทได้อย่างไร?
ให้พูดแบบกำปั้นทุบดินเลยนะครับ ก็คือหมอนรองกระดูกมันเสื่อมจากการใช้งานมานานจากการก้มๆเงยๆถือของหนัก ทำให้นํ้าในหมอนกระดูกสันหลังปลิ้นออกมาจนไปกดเบียดเส้นประสาทที่อยู่ด้านหลังนั่นเองครับ แต่กลัวว่าบทความมันจะสั้นไป ฉะนั้นผมจะขยายความแบบละเอียดยิบด้วยภาษาบ้านๆให้อ่านกัน

ภายในหมอนรองกระดูกของกระดูกสันหลัง จะประกอบไปด้วย 2 ส่วนดังนี้
1. Nucleus pulposus สารนํ้า (ที่จริงแล้วเหมือนเจลลี่มากกว่า) ภายในแกนกลางของหมอนรองกระดูก โดยมีหน้าที่ดูดซับแรงกระแทกและกระจายแรงของนํ้าหนักตัวที่ส่งผ่านมายังกระดูกสันหลังแต่ละข้อในขณะที่เคลื่อนไหวร่างกาย

2.Annulus fibrosus เส้นเอ็นก่อตัวเป็นชั้นๆห่อหุ้ม มีหน้าที่ให้ข้อต่อระหว่างกระดูกสันหลังมีความมั่นคงแข็งแรง จากการบิดตัวหรือการก้มเงย ป้องกันไม่ให้สารนํ้าใน nucleus pulposus ปลิ้นออกมาภายนอก

กลไกการเกิดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
กลไกการเกิดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเรารู้จักองค์ประกอบของหมอนรองกระดูกสันหลังกันแล้ว ทีนี้เรามาทำความเข้าใจกลไกการเกิดโรคกันต่อ

การเกิดโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหลักๆแล้วเกิดจาก การเสื่อมของ annulus fibrosus (เส้นเอ็นที่ก่อตัวเป็นหมอนรองกระดูกสันหลัง) จากการทำงานที่ส่งผลต่อกระดูกสันหลังโดยตรง เช่น การก้มหลังยกของหนัก, การขับรถนาน, การทำกิจกรรมที่ต้องก้มๆเงยๆหลังเป็นประจำ, อุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนต่อกระดูกสันหลังโดยตรง, จากการชอบก้มหลังพร้อมบิดตัว เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ที่เป็นการเพิ่มแรงเครียดต่อ annulus fibrosus อย่างมาก จนทำให้เกิดการฉีกขาดบางส่วน ทำให้สารนํ้าในหมอนรอง (nucleus pulposus) ค่อยๆดันตัว annulus fibrosus ออกมาทางด้านหลัง จากนิสัยของคนที่ชอบก้มหลังยกของ จนในที่สุด annulus fibrosus เกิดการฉีกขาดเป็นรูทำให้สารนํ้าภายในทะลักออกมาได้

แต่สารนํ้าที่ออกมานี้มันไม่เพียงออกมาเฉยๆ เพราะที่ด้านหลังของหมอนรองกระดูกมีเส้นประสาทไขสันหลังอยู่ด้วย ตำแหน่งของสารนํ้าที่ออกนั้นไปตรงกับเส้นประสาทพอดี จนเกิดอาการปวดหลัง ชาขา หรืออาการผิดปกติต่าง ๆ ซึ่งนี่ก็คือที่มาของโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

ในช่วงที่โลกอยู่ในวิกฤตการณ์ โควิด-19 ทำให้เราต้องปรับวิถีชีวิตกันใหม่หลาย ๆ อย่าง เพื่อให้ตัวเราและ  ครอบครัวที่เรารัก ...
29/05/2021

ในช่วงที่โลกอยู่ในวิกฤตการณ์ โควิด-19 ทำให้เราต้องปรับวิถีชีวิตกันใหม่หลาย ๆ อย่าง เพื่อให้ตัวเราและ ครอบครัวที่เรารัก ฝันฝ่าไปได้อย่างปลอดภัย หนึ่งในมาตรการของหลาย ๆ ครอบครัวก็คือ การอยู่บ้านให้มากขึ้น ทีนี้อยู่บ้านกันนาน ๆ ก็อาจเบื่อ วันนี้ MamyKid เลยมาชวน ปลูกผักสวนครัว ปลอดสารพิษ ไว้กินกันเอง และเป็นกิจกรรมที่คุณพ่อ คุณแม่ คุณลูก สามารถทำกิจกรรมนี้ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

เริ่มต้นยังไงดี ?
แนะนำว่า อย่างแรกเลย คุณต้องถามตัวเองก่อนว่า ต้องการ ปลูกผักสวนครัว เพื่อวัตถุประสงค์อะไร เช่น

แก้เบื่อเพราะต้องอยู่บ้านนาน ถ้าเหตุผลนี้ ก็ปลูกต้นอะไรก็ได้ ตามที่สะดวกเลย
ใช้รับประทานในครอบครัว (เผื่อแจกได้บ้าง) อันนี้ ควรต้องเลือกปลูกผักชนิดที่ ครอบครัวได้ใช่บ่อย ๆ หรือชอบรับประทานกัน และที่สำคัญควรมีอายุยาวสักนิด
ใช้เพื่อเป็นไม้ประดับ ตกแต่งให้บ้านสดชื่น เลือกชนิดจากความสวยงามเลยค่ะ เน้นใส่กระถางเก๋ แบบซื้อมาหรือแบบประดิษฐ์เองได้ทั้งนั้น หามุมวางที่อยู่ในสายตาเราจะได้รู้สึกสดชื่น
หลายเหตุผลรวมกัน ก็ต้องผสมผสานตามแต่เหมาะสมกับแต่ละบ้านแล้วหล่ะค่ะ
เมื่อทราบเหตุผลของการคิด ปลูกผักสวนครัว ของตัวเองจริง ๆ แล้ว ก็มาเริ่มมองหาสถานที่ มุม เหมาะ ๆ ในบริเวณบ้านเราก่อนว่า มีส่วนไหนที่พอจะว่างให้ปลูกผักได้บ้าง และที่สำคัญคือ เลือกตำแหน่งแปลงปลูกผักสวนครัวควรให้เหมาะสม

ควรเลือกปลูกในสถานที่ที่มีแสงแดดส่องมาถึงแปลงผักตลอดทั้งวัน โดยปกติผักสวนครัวส่วนใหญ่ต้องการแสงแดดในการเจริญเติบโตกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งช่วยให้ผักสวนครัวเติบโตได้ดี ให้รสชาติที่อร่อย

ตำแหน่งแปลงปลูกผักสวนครัวที่แนะนำคือ หลังบ้านหรือหน้าบ้าน ไม่แนะนำให้ตั้งอยู่บริเวณข้างบ้านเพราะจะมีตัวบ้านและรั้วบ้านเป็นตัวกันแดด ที่สำคัญแปลงผักควรตั้งอยู่ในแนวที่หันไปทางทิศเหนือและใต้ ซึ่งเป็นทิศที่มี แสงแดดส่องผ่านทั้งวัน เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากแสงอาทิตย์อย่างเต็มที่

ในกลุ่มหนุ่มสาวหลายคนมักมีอาการปวดหลัง บางคนคิดว่าอาจเกิดจากสาเหตุนั่งมากเกินไป หรือไปทำอะไรผิดท่ามา ซึ่งคนจำนวนมากที่มี...
28/05/2021

ในกลุ่มหนุ่มสาวหลายคนมักมีอาการปวดหลัง บางคนคิดว่าอาจเกิดจากสาเหตุนั่งมากเกินไป หรือไปทำอะไรผิดท่ามา ซึ่งคนจำนวนมากที่มีอาการปวดหลังมักเข้าใจว่าอาการปวดหลังเป็นอาการที่เกิดขึ้นกับกระดูก ในความเป็นจริงแล้วก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน แต่บางคนอาการปวดหลังก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะกระดูกเสมอไป โดยทั่วไปอาการปวดหลังอาจเกิดขึ้นจากการยกของหนักหรือออกกำลังกายมากเกินไป ซึ่งอาการที่รู้สึกได้คือ ปวดเมื่อย กล้ามเนื้อตึง แต่หากมีอาการที่รู้สึกว่าหลังขยับไม่ได้หรือปวดร้าวไปจนถึงขาข้างใดข้างหนึ่ง นั่นอาจเกิดจากหมอนรองกระดูกเคลื่อนไปกดทับเส้นประสาท

เมื่อเกิดอาการปวดหลังเชื่อว่าคนส่วนใหญ่มักเพิกเฉยหรืออาจจะหายาแก้ปวดมารับประทานเองเพราะคิดว่าไม่ใช่อาการร้ายแรง แต่หารู้ไม่ว่าบางครั้งอาการปวดหลังก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความผิดปกติทั่วไปเท่านั้น แต่อาจบ่งบอกถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกาย

อาการปวดหลัง เกิดขึ้นได้จากสาเหตุใดบ้าง?
การปวดหลังมีสาเหตุจากหลาย ๆ ปัจจัย โดยเฉพาะโครงสร้างของกระดูกสันหลังที่มีตั้งแต่โครงสร้างของผิวหนัง กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูกสันหลัง และเส้นประสาท เพราะฉะนั้นอาการปวดจึงสามารถเกิดขึ้นได้จากพยาธิสภาพที่กล่าวไปข้างต้น และระบบที่พบอาการปวดได้บ่อยที่สุดก็คือกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น รองลงมาก็คือระบบกระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูกสันหลังเส้นประสาท ส่วนระบบที่พบได้ค่อนข้างน้อยก็คือ ไต ช่องท้อง

ในปัจจุบัน มีการพูดถึงเรื่องของกระดูกสันหลังเส้นประสาทค่อนข้างมาก เนื่องจากเมื่อเป็นแล้วจะมีความรุนแรงและอันตรายมากกว่าระบบอื่น ๆ เพราะฉะนั้นแพทย์จึงให้ความสำคัญกับกระดูกสันหลังเส้นประสาทมากกว่า เช่น โรคกระดูกหลังทับเส้นประสาทก็เป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาโรคปวดหลังที่เกิดขึ้นกับภาวะกระดูกสันหลัง

ปัญหาของกระดูกสันหลัง ที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง
สำหรับปัญหาของกระดูกสันหลังที่จะทำให้เกิดอาการปวดหลัง สามารถแบ่งออกได้หลายรูปแบบ อาจจะเกิดจากอุบัติเหตุจนทำให้กระดูกสันหลังหัก กระดูกสันหลังเคลื่อน กระดูกสันหลังเสื่อม และกระดูกพรุน นอกจากนี้ยังมีในส่วนของ หมอนรองกระดูกที่มีปัญหาได้ เช่น หมอนรองกระดูกเสื่อม หมอนรองกระดูกเคลื่อน หมอนรองกระดูกอักเสบ หมอนรองกระดูกติดเชื้อ

ทั้งนี้ ในส่วนของเส้นประสาทก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่จะทำให้เกิดอาการปวดหลังโดยอาจจะ ถูกกดทับจากภาวะกระดูกเสื่อม มีก้อนถุงน้ำหรือก้อนเนื้อ แต่สาเหตุที่พบได้บ่อยจนทำให้เกิดอาการ ปวดหลังก็คือ ปัญหาเรื่องของหมอนรองกระดูก โดยเฉพาะปัญหาหมอนรองกระดูกเคลื่อน ซึ่งมีอาการตั้งแต่เล็กน้อยปวดเป็นครั้งคราวไปจนถึงปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเคลื่อนและไปทับเส้นประสาท แต่ในกรณีที่หมอนรองกระดูกแตกจะมีอาการ

ปวดอย่างรุนแรง
ขาชา
ขาอ่อนแรง
หากมีอาการเหล่านี้ ต้องรีบเข้ามาพบแพทย์เพื่อทำการผ่าตัดทันที

นอกจากหมอนรองกระดูกสันหลังแล้วโรคกระดูกสันหลังเสื่อม ข้อต่อกระดูกสันหลังอักเสบ สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เกิดอาการปวดหลังได้เช่นกัน แต่ที่พบได้บ่อยคืออาการของกระดูกสันหลังเสื่อมทับเส้นประสาทจนทำให้กระดูกทรุดลงมา คำว่า "เสื่อม" หมายความว่ากระดูกและข้อต่อต่าง ๆ ได้มีการเสื่อมสภาพลง ความยืดหยุ่นน้อยลงทำให้ กระดูกสันหลังหลวมมากขึ้นจึงเริ่มมีการทรุดตัว ลงทำให้มีอาการปวด มีอาการชา โดยส่วนมากจะพบได้ในผู้สูงอายุ ส่วนในกลุ่มที่อาการหมอนรองกระดูกแตก กระดูกสันหลังเคลื่อนจะพบได้ในคนที่อายุน้อยกว่า

ลักษณะของอาการปวด
อาการปวด จะปวดได้ตั้งแต่บริเวณรอบ ๆ หลัง จนปวดร้าวลงมาที่ขาร่วมกับอาการชาและอาการอ่อนแรง ในกรณีที่มีอาการรุนแรงจะทำให้มีภาวะปัสสาวะไม่ออกและทำให้เกิดอัมพาตครึ่งตัวได้ สำหรับอาการปวดหลังอย่างรุนแรง เช่น ผู้ป่วยที่เป็นหมอนรองกระดูกแตก จะมีอาการปวดหลังอย่างรุนแรงและร้าวลงขาอย่างรุนแรง ลุกนั่งไม่ไหวต้องนอนเพียงอย่างเดียว ถ้ามีอาการปวดหลังมากก็จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน ทั้งการลุก การยืน ขับรถและการนั่งทำงาน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปริมาณการปวดถ้ายิ่งปวดมากและปวดขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะไม่สามารถนั่งนาน ๆ ได้ ยืนนานไม่ได้ และหากมีปวดรุนแรงจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันก็ต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษา

การบรรเทาอาการปวดหลังในกรณีผู้สูงอายุด้วยตัวเอง สามารถทำได้โดยที่มีอาการปวดหลังไม่รุนแรง เช่น ผู้ป่วยที่เป็นโรคหมอนรองกระดูก อักเสบนิดหน่อย หรือผู้สูงอายุที่มีกระดูกสันหลัง เสื่อมเล็กน้อยก็สามารถบรรเทาอาการปวดด้วย การออกกำลังกาย ถ้าในกรณีที่มีอาการปวดหลัง แต่ปวดไม่เยอะผู้ป่วยอาจจะใช้น้ำอุ่นประคบ ใช้ยานวด และนอนพัก หากมีอาการปวดเรื้อรังสิ่ง ที่สำคัญที่สุดก็คือการออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรงและเพื่อไม่ให้กระดูกสันหลังโยกมากหรือทำให้เกิดการปวด ทั้งนี้หากมีอาการปวดรุนแรงการรับประทานยาแก้ปวดจะสามารถช่วยได้แค่ในช่วงแรกเท่านั้นทางที่ดีควร รีบมาพบแพทย์เพื่อจะให้การวินิจฉัยที่ถูกต้อง

ขั้นตอนการวินิจฉัยอาการปวดหลัง
ขั้นตอนโดยส่วนใหญ่แพทย์จะทำการ

ซักประวัติผู้ป่วย
ตรวจร่างกายเพื่อดูกำลังขาและดูตำแหน่งที่มีอาการปวด ตำแหน่งเส้นประสาทที่ก่อให้เกิดอาการปวด
หลังจากนั้นแพทย์จะทำการถ่ายเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์เพื่อดูหมอนรองกระดูกและเส้นประสาทว่ามีความผิดปกติตรงไหน
นอกจากนี้แพทย์จะทำการตรวจการทำงานของเส้นประสาทแขนและขา เพื่อที่จะดูการทำงานของเส้นประสาท ว่าสามารถทำงานได้ดีไหม เพื่อไปเทียบกับภาพเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ จึงจะได้คำวินิจฉัยออกมาว่าผู้ป่วยเป็นโรคอะไร หรือเป็นภาวะใด

สธ.ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ามาตรวจสอบแล้ว 14 ล็อต คาดกระจายทันตามแผน มิ.ย.นี้
27/05/2021

สธ.ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ามาตรวจสอบแล้ว 14 ล็อต คาดกระจายทันตามแผน มิ.ย.นี้

สยามไบโอไซเอนซ์ ส่งวัคซีนโควิดของแอสตร้าเซนเนก้า ให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบคุณภาพแล้ว คาดทันตามแ...

7 คุณประโยชน์ของกระดูกอ่อนปลาฉลามกระดูกอ่อนปลาฉลามพึ่งมาได้รับการศึกษาอย่างจริงจัง ในช่วงระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีมานี้ โดยแ...
26/05/2021

7 คุณประโยชน์ของกระดูกอ่อนปลาฉลาม

กระดูกอ่อนปลาฉลามพึ่งมาได้รับการศึกษาอย่างจริงจัง ในช่วงระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีมานี้ โดยแพทย์ชาวอเมริกา ชื่อ John Prudden ซึ่งสนใจในเรื่องของกระดูกอ่อนปลาฉลาม ว่าสามารถที่จะช่วยบำรุงร่างกายได้เกือบทุกส่วน สอดคล้องกับแนวคิดในอดีตของชาวจีนที่ว่าหูฉลาม (หรือจริงๆแล้วคือครีบของปลาฉลามที่มีสัดส่วนของกระดูกอ่อนปลาฉลามมากที่สุด) ได้รับการขนานนามในอดีตว่าคือยาบำรุงอายุวัฒนะ วันนี้จึงอยากจะมากล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์ของกระดูกอ่อนปลาฉลามที่ได้รับการศึกษามาแล้วดังนี้

1. ป้องกันมะเร็ง
ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งและลดสารอนุมูลอิสระได้ มีบทความทางวิทยาศาสตร์หลายบทความที่สนับสนุนว่าปลาฉลามไม่เป็นมะเร็ง จากแนวคิดที่ว่ากระดูกอ่อนของปลาฉลามนี้สามารถผลิตโปรตีนและสารลดการอักเสบหลายชนิด เช่น สารAE -941 เป็นต้น ที่สามารถลดการเกิดอนุมูลอิสระและควบคุมการเติบโตของเซลล์ที่อาจจะเจริญไปเป็นมะเร็งในอนาคตได้

2. บำรุงกระดูก
กระดูกอ่อนปลาฉลามมีส่วนประกอบของแคลเซียมและคอลลาเจนชนิดที่สองเป็นจำนวนมาก ทำให้สามารถที่จะบำรุงกระดูกและกระดูกอ่อนตามข้อต่อต่างๆ เช่น ข้อเข่า ข้อมือ และหมอนรองกระดูกสันหลังได้

3. เพิ่มความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันได้
มีรายงานการศึกษาว่ากระดูกอ่อนปลาฉลามสามารถที่จะบำรุงเซลล์เม็ดเลือดขาวและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้เป็นอย่างดี พบว่าผู้ป่วยที่ป่วยเป็นไข้หวัดสามารถที่จะหายเร็วจากไข้หวัดได้เร็วขึ้นเมื่อรับประทานกระดูกอ่อนปลาฉลาม

4. สามารถลดการอักเสบของผิวหนังบางชนิดลงได้
เนื่องจากกระดูกอ่อนปลาฉลามมีส่วนประกอบของสารที่ลดการอักเสบได้ทำให้สามารถลดการอักเสบของผิวหนัง เช่น โรคpsoriasis หรือโรคภูมิแพ้ผิวหนังได้

5. ลดข้อเสื่อม
กระดูกอ่อนปลาฉลามนั้นมีองค์ประกอบเป็นสาร ที่ชื่อว่า “โครนโดรอิทิน ซัลเฟต” (Chondroitin Sulfate) ซึ่งสารนี้มีงานวิจัยว่าสามารถช่วยเสริมการสร้างน้ำในข้อต่อ ซึ่งทำให้สามารถช่วยป้องกันโรคข้อเสื่อม ข้อติดได้ ยิ่งกว่านั้นหากมีโรคข้ออยู่แล้ว สารนี้ก็ยังช่วยลดความเจ็บปวดจากการอักเสบ และส่งเสริมการฟื้นฟูข้อด้วย

6. ทำให้สายตาดี
มีผลสำรวจว่าการรับประทานกระดูกอ่อนฉลามเป็นอาหารเสริมในช่วงระยะเวลาหนึ่งนั้นสามารถที่จะทำให้สายตาของผู้ทานดีขึ้นได้! โดยจะมีประโยชน์ที่สุดในการป้องกันภาวะสายตาเสื่อมจากอายุที่เพิ่มขึ้นและลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดจอประสาทตาเสื่อมตามวัยอีกด้วย

7. แผลหายเร็ว
กระดูกอ่อนปลาฉลามสามารถที่จะช่วยในการเพิ่มสารลดการอักเสบและเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันในการช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถช่วยให้ผิวหนังมีความเต่งตึงและสดใสได้อีกด้วย

ที่อยู่

242 ถ. สุวินทวงศ์ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี
Bangkok
10510

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ D-Boone ปวดหลัง ปวดข้อ ข้อเสื่อม กระดูกทับเส้นผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์