The Listening Program Thailand

The Listening Program Thailand The Listening Program คือดนตรีบำบัดจากงานวิจัยด้านประสาทวิทยา ที่ช่วยให้สมองมีสุขอนามัยที่ดี

20/11/2021
11/05/2020

รักษาสมาธิสั้น โดยไม่ใช้ยา
ด้วย Mozart Effect Online โปรแกรมออนไลน์จาก USA

"โรคสมาธิสั้น" เรียกย่อๆว่า ADHD มาจากชื่อในภาษาอังกฤษ “Attention deficit/ hyperactivity disorder”

เด็กวัยเรียนทั่วโลกพบว่าเป็นโรคสมาธิสั้นประมาณ 7 % หมายความว่าในเด็กวัยเรียน 100 คน จะพบเป็นโรคสมาธิสั้น 7 คน ถ้าในห้องเรียนมีนักเรียนประมาณ 40 – 50 คน ก็น่าจะมีเด็กสมาธิสั้น 2 – 3 คน
อาการของเด็กสมาธิสั้นมีอะไรบ้าง ?
อาการหลักมี 3 ด้าน คือ

1) อยู่ไม่นิ่ง ซน
* ยุกยิก
* กระสับกระส่าย
* มืออยู่ไม่สุข
* อยู่นิ่งไม่ได้ ต้องขยับตลอด
* นั่งไม่ติดที่ ชอบเดินไปมา
* ชอบวิ่ง ไม่เดิน
* ชอบปีนป่าย เล่นผาดโผน
* เล่นแรง เล่นได้ไม่เหนื่อย
* พูดเก่ง พูดเร็ว
* พูดไม่หยุด พูดไปเรื่อยๆ

2) หุนหันพลันแล่น
* รอคอยไม่ได้
* คิดอะไรจะทำทันที เหมือนรถไม่มีเบรค
* พูดสวน
* พูดทะลุกลางปล้อง
* ตอบก่อนผู้ถามจะถามจบ
* ถ้าต้องทำอะไรที่ช้าๆหรือนานๆ จะไม่อยากทำหรือไม่อดทนพอที่จะทำสิ่งนั้น

3)ไม่มีสมาธิ
* ทำงานตกหล่น สับเพร่า
* เหม่อลอย
* ขี้ลืม
* ทำของหายบ่อยๆ
* ทำอะไรนานๆไม่ได้
* เปลี่ยนกิจกรรมบ่อยๆ
* ทำงานไม่เสร็จ
* วอกแวกง่าย อะไรผ่านก็หันไปมอง
* เหมือนไม่ได้ฟัง เวลามีคนพูดด้วย

โรคสมาธิสั้นเกิดจากอะไร?
สมองส่วนหน้าที่มีหน้าที่ควบคุมเรื่องการสมาธิจดจ่อ การยับยั้งชั่งใจและการเคลื่อนไหวของร่างกาย ทำงานน้อยกว่าเด็กปกติ
เพราะอะไรสมองส่วนนี้ถึงทำงานน้อยกว่าคนอื่น?
เพราะสารสื่อประสาทหลั่งออกมาน้อยกว่าคนปกติ ถ้าเปรียบสมองเป็นรถ สารสื่อประสาทก็เหมือนกับน้ำมัน ถ้าไม่มีน้ำมัน รถก็วิ่งไม่ได้

เพราะอะไรสารสื่อประสาทถึงได้หลั่งออกมาน้อยกว่าคนปกติ?
1 ปัจจัยทางพันธุกรรม
ถ้ามีพ่อหรือแม่ 1 คนเป็นโรคสมาธิสั้น พบว่าลูกจะเป็นโรคนี้ร้อยละ 57
2 ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม
* มารดาสูบบุหรี่หรือใช้สารเสพติดช่วงตั้งครรภ์
* น้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่าเกณฑ์
* ได้รับพิษสารตะกั่ว

โรคที่มักพบร่วมกับโรคสมาธิสั้น
โรคสมาธิสั้นบางครั้งไม่ได้มาเดี่ยวๆ แต่มีโรคอื่นที่มักพบร่วมกันด้วย เช่น
* โรคการเรียนรู้บกพร่อง หรือ learning disorder (LD) พบร่วมกับโรคสมาธิสั้นได้ถึง 30 %
* ปัญหาพฤติกรรมดื้อต่อต้าน ไม่ทำตามสั่ง
* โรคกล้ามเนื้อกระตุก (Tics)
* โรควิตกกังวล
เด็กที่มีโรค LD ร่วมด้วยจะมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
* เขียนหนังสือไม่ถูก สับสนเวลาสะกดคำ
* อ่านหนังสือไม่คล่อง อ่านตะกุกตะกักหรืออ่านข้ามคำที่อ่านไม่ออกไปเลย
* ไม่เข้าใจการคิดคำนวณเลข สับสนเวลาต้องคิดคำนวณเลข

ถ้าเป็นสมาธิสั้นแล้วจะรักษาอย่างไร?
การช่วยเหลือดูแลเด็กที่เป็นสมาธิสั้นจะต้องเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย ได้แก่ ตัวเด็ก ผู้ปกครองและครูที่ดูแลเด็กที่โรงเรียน นอกจากนั้นการรักษาจำเป็นต้องใช้หลายวิธีผสมผสานกันในการดูแลเพื่อให้ได้ผลการรักษาดีที่สุด
1 การรักษาด้วยยา
ยาเพิ่มสมาธิ มีประสิทธิภาพในการรักษาสูงมากโดยเฉพาะยาในกลุ่มที่มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท เช่น Methylphenidate จะสามารถลดอาการทั้ง 3 ด้านได้ โดยตัวยาเข้าไปกระตุ้นให้สมองหลั่งสารสื่อประสาทเพิ่มมากขึ้น
2 การปรับพฤติกรรม
ทั้งผู้ปกครองและครูสามารถใช้การปรับพฤติกรรมช่วยเด็กได้ดังนี้

ก่อนเริ่มทำกิจกรรม
* จัดสถานที่ให้เหมาะสม เช่น ในห้องเรียนไม่ควรนั่งเรียนใกล้หน้าต่าง ประตูหรือเพื่อนที่มักจะชวนคุย เพราะจะทำให้วอกแวกได้ง่าย ถ้าเป็นไปได้ควรให้นั่งแถวหน้าใกล้กระดาน หรือใกล้ๆครูผู้สอน ที่บ้านควรปิดโทรทัศน์ขณะทำการบ้าน จัดโต๊ะที่ทำการบ้านให้อยู่ในห้องที่สงบหรือหันหน้าเข้ากำแพง
* การตั้งกฎกติกาและสื่อสารกับเด็กให้ชัดเจน เช่น ทำการบ้านให้เสร็จก่อนจึงจะสามารถไปเล่นได้ ถ้าทำการบ้านเลขเสร็จ 10 ข้อแล้วจะได้พักดูการ์ตูน 1 ตอน เป็นต้น
กิจกรรม
* ควรแบ่งขั้นตอนในการทำให้งานแต่ละอย่างออกเป็นขั้นย่อยๆแล้วให้เด็กค่อยๆทำไปที่ละขั้น เช่น เด็กปกติสามารถทำการบ้าน 20 ข้อเสร็จได้รวดเดียว แต่เด็กสมาธิสั้นอาจต้องแบ่งเป็นทำครั้งละ 10 ข้อ แล้วไปพักเปลี่ยนอิริยาบทก่อน จึงกลับมาทำต่ออีก 10 ข้อเป็นต้น
* การให้สัญญาณเตือน เมื่อเด็กวอกแวกหรือเสียสมาธิ อาจต้องช่วยด้วยการส่งสัญญาณเตือน เช่น การเรียกชื่อ หรือเรียกให้เด็กเปลี่ยนกิจกรรม เช่น ในห้องเรียนอาจให้ออกมาช่วยครูลบกระดาน หรือ แจกสมุด แล้วจึงให้กลับไปทำกิจกรรมเดิมต่อ ข้อควรระมัดระวังคือจะต้องไม่แสดงท่าทีไม่พอใจหรือรำคาญในการเตือน
หลังการทำกิจกรรม
* การให้รางวัลหรือการชมเชย เมื่อทำงานสำเร็จควรให้การชมเชย เพื่อเป็นแรงเสริมทำให้เด็กอยากประสบความสำเร็จในการทำสิ่งนั้นอีก หรืออาจให้รางวัลเป็นสัญลักษณ์ของการชื่นชม เช่น ให้stickerติดสมุดเมื่อทำการบ้านเสร็จ การให้การชมเชยถือเป็นส่วนสำคัญในการทำให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง
ลูกของคุณเป็นสมาธิสั้นหรือไม่ ?
อาการสมาธิสั้นสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนั้นในการวินิจฉัยว่าเด็กเป็นโรคสมาธิสั้นหรือไม่ จำเป็นต้องอาศัยการซักประวัติอย่างละเอียด ร่วมกับการตรวจร่างกายในบางกรณี เพื่อหาสาเหตุอื่นที่อาจทำให้มีอาการคล้ายโรคสมาธิสั้นได้
ดังนั้นหากสงสัยว่าลูกจะเป็นโรคสมาธิสั้น ควรพาเด็กมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาต่อไป

บทความโดย: พญ. นิดา ลิ้มสุวรรณ
โฆษณานี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคุณหมอแต่อย่างใด
Not Without the Rest โดย Twin Musicom ได้รับอนุญาตภายใต้ ใบอนุญาต Creative Commons Attribution (https://creativecommons.org/licenses/by/4.0/)
ศิลปิน: http://www.twinmusicom.org/

06/05/2020

เพลงสร้างสมาธิ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน สำหรับเปิดฟังคลอขณะทำงานหรืออ่านหนังสือ ช่วยให้มีสมาธิจดจ่อก...

06/05/2020

ดนตรีไม่ใช่แค่เพียงทำให้รู้สึกผ่อนคลายและอารมณ์ดีเท่านั้น แต่ดนตรียังสามารถสร้างสมาธิให้ลูก และพัฒนาส....

06/05/2020
Alex Doman ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท Advanced Brain Technology ได้บรรยายในงาน TED Talk เรือง Your Brain is Better on Musi...
05/05/2020

Alex Doman ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท Advanced Brain Technology ได้บรรยายในงาน TED Talk เรือง Your Brain is Better on Music

Have you ever listened to music to relax, study or exercise? If so, you’ve likely experienced the therapeutic benefits of music. In this insightful and exper...

งานวิจัยการใช้ดนตรีกับเด็กสมาธิสั้น เรื่อง Use of Acoustically Modified Music to Reduce Auditory Hypersensitivity in Chi...
05/05/2020

งานวิจัยการใช้ดนตรีกับเด็กสมาธิสั้น เรื่อง Use of Acoustically Modified Music to Reduce Auditory Hypersensitivity in Children ของ Jay R. Lucker และ Alex Doman

ได้ผลว่า การใช้ดนตรีดังกล่าวจะส่งผลให้เด็กที่มีภาวะสมาธิสั้นมีพัฒนาการอย่างมีนัยสำคัญในด้าน ความสามารถในการฟัง และเพิ่มความสามารถในการศึกษา

Review of the research on the effectiveness of TLP demonstrates that the use of the specially recorded music, significant improvements can be found in children’s listening, auditory processing, and educational abilities.

งานวิจัยฉบับเต็มคลิก
http://mmd.iammonline.com/index.php/musmed/article/view/588

ที่อยู่

Bangkok
10510

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66626569154

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The Listening Program Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง The Listening Program Thailand:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram

Musical Brain

2020 เป็นปีที่สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงต่อระบบการศึกษาไทย ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมต่างพากันค้นหา วิธีการสอนและสร้างเยาวชนรุ่นต่อๆไปให้เรียนรู้และเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ

ครูแก๊ป ศิริภพ โสมาภา ก็เป็นอีกคนหนึ่งท่ีพยายามค้นคว้าหากระบวนการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับยุคสมัย

น่าแปลกใจที่ความลับของปัญหาดังกล่าว ได้ถูกคิดค้นมาเมื่อเกือบๆ 300 ปีมาแล้วโดย Wolfgang Amadeus Mozart และหลังจากนั้นกว่า 200 ปี ก็มีนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบวิธีการนี้ และตั้งชื่อว่า Mozart Effect เพื่อให้เกียรติกับ Mozart นั่นเอง

แต่การฟังเพลงโมสาร์ทให้ได้ประโยชน์จาก Mozart Effect อย่างเต็มที่นั้น ก็ไม่ได้กันง่ายๆ เหมือนเราจะออกกำลังกาย ก็ต้องมี Coach ช่วยแนะนำ