Best of healt สุขภาพที่ดีที่สุด

Best of healt สุขภาพที่ดีที่สุด สารอาหารเพื่อสุขภาพสกัดจากธรรมชาต?

ร่างกายเรามาจากสารอาหารในอาหาร ที่ร่างกายมันทำงานได้ตามปกติเพราะได้รับสารอาหาร แต่... #ใยเล่าจึงนำเคมีเข้าร่างกาย...
12/05/2020

ร่างกายเรามาจากสารอาหารในอาหาร
ที่ร่างกายมันทำงานได้ตามปกติ
เพราะได้รับสารอาหาร แต่...
#ใยเล่าจึงนำเคมีเข้าร่างกาย...

สุดยอด  5 แกงไทย อาหาร ต้านมะเร็งขึ้นชื่อว่า”แกงไทย” หลายคนก็คงติดใจ ทั้งรสชาติที่อร่อยถึงใจ ถูกปากคนไทย และงานวิจัยของ ...
07/05/2020

สุดยอด 5 แกงไทย อาหาร ต้านมะเร็ง
ขึ้นชื่อว่า”แกงไทย” หลายคนก็คงติดใจ ทั้งรสชาติที่อร่อยถึงใจ ถูกปากคนไทย และงานวิจัยของ รศ.ดร.สมศรี เจริญเกียรติกุล อาจารย์ประจำฝ่ายเคมีทางอาหาร สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล จะทำให้เรารู้ว่า “แกงไทย” ยังมีประโยชน์ในด้านการลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้จริง เมื่อน้ำแกงจากแกงไทยยอดนิยม เช่น แกงเลียง แกงป่า แกงเหลือง แกงส้ม และต้มยำ ซึ่งเป็นอาหารที่ไม่ทำลายเซลล์ดี และไม่ได้รักษา แนะต้องกินหลากหลาย ไม่ซ้ำซากในทุกวัน

Must read : สัญญาณเตือนโรคมะเร็งในเด็กที่พ่อแม่ควรรู้
อาหาร ต้านมะเร็ง

Advertisement

ได้ทดลองในห้องปฏิบัติการด้วยการนำพริกแกงและส่วนผสมในการทำอาหารแกงทั้ง 5 ชนิดในรูปของน้ำแกง มาทดลองกับเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวในจานเพาะเชื้อ เพื่อดูว่าเซลล์มะเร็งตายมากน้อยแค่ไหน โดยทำการทดลองในเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว เปรียบเทียบกับการเลี้ยงเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวตามปกติ และการให้ยาเคมีบำบัด เพื่อดูว่ามีเซลล์มะเร็งรอดชีวิตกี่เปอร์เซ็นต์ ตายกี่เปอร์เซ็นต์ และการตายของเซลล์มะเร็งนั้นเป็นการตายแบบธรรมชาติ คือ ค่อย ๆ ฝ่อ แบบค่อยเป็นค่อยไป หรือเซลล์ตายแบบไม่เป็นธรรมชาติ คือ เซลล์บวมแตก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเซลล์โดยรอบด้วย

Advertisement

เนื่องจากลักษณะการตายของเซลล์มะเร็งเป็นแบบบวมแตกและกระจายไปอวัยวะอื่นได้ ผลการทดลองพบว่า

เซลล์มะเร็งที่ได้รับแกงป่า สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งให้ตายแบบธรรมชาติร้อยละ 38.82 และร้อยละ 43.93 ตายแบบผิดธรรมชาติ คืออาจลุกลามไปเซลล์ดีอื่นๆ
ส่วนแกงส้ม เซลล์มะเร็งรอดตายได้ร้อยละ 29.08 และฆ่าเซลล์มะเร็งตายแบบไม่ลุกลามไปเซลล์อื่นถึงร้อยละ 43.59 แต่ในทางกลับกันมีเซลล์ที่ตายถึงร้อยละ 27.33 อาจกระจายไปเซลล์อื่นได้
ส่วนแกงเหลืองพบว่า ตายตามธรรมชาติร้อยละ 22 เซลล์ตายผิดธรรมชาติถึงร้อยละ 46.13
ส่วนแกงเลียงพบว่า ฆ่าเซลล์มะเร็งให้ตายโดยไม่กระทบเซลล์อื่นๆ ร้อยละ 38.98 มีเพียงร้อยละ 3.78 เท่านั้นที่เซลล์ตายแบบกระจาย
อย่างไรก็ตาม จากผลการทดลองทำให้อาจมองว่า แกงส้ม สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้มากที่สุดถึงร้อยละ 43.59 แต่หากพิจารณาดีๆ จะพบว่าตัวเลขฆ่าเซลล์มะเร็งแบบผิดธรรมชาติที่อาจลุกลามไปถูกเซลล์ดีอื่นๆในแกงส้มก็สูงเช่นกัน

แต่หากเป็น แกงเลียง จะพบว่า แม้การฆ่าเซลล์มะเร็งจะน้อยกว่า คือ ร้อยละ 38.98 แต่การลุกลามไปเซลล์ดีอื่นๆน้อยกว่ามาก โดยหลักส่วนผสมของแกงเลียงก็จะมี หอมแดง พริกไทย กะปิ ซึ่งหอมแดงมีประโยชน์มาก เพราะมีสารฟลาโวนอยด์ (flavonoid)สารพฤกษเคมี มีคุณสมบัติทำลายสิ่งผิดปกติ พวกอนุมูลอิสระ สารอักเสบที่เป็นบ่อเกิดการเกิดมะเร็งได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ควรบริโภคแกงเลียงมากกว่าแกงอื่นๆ เพราะ แกงทั้ง 4 ชนิดมีประโยชน์ในแง่ต้านการเกิดมะเร็งได้ ไม่ได้รักษา สิ่งสำคัญคือ ต้องกินอย่างหลากหลาย ไม่ซ้ำซากในทุกวัน

Must read : แนะนำเมนูสำหรับคุณแม่หลังคลอด ลดอาการเจ็บปวด+ฟื้นฟูร่างกาย+กระตุ้นน้ำนม

อาหารก่อมะเร็งข้อมูลการวิจัยเกี่ยวกับ อาหารก่อมะเร็ง …. แนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารต่อไปนี้ฮ็อตด็อก : มีสารไนเตรตที่เป็นสารก...
07/05/2020

อาหารก่อมะเร็ง
ข้อมูลการวิจัยเกี่ยวกับ อาหารก่อมะเร็ง …. แนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารต่อไปนี้

ฮ็อตด็อก : มีสารไนเตรตที่เป็นสารก่อมะเร็ง องค์กรป้องกันมะเร็งในต่างประเทศแนะนำว่า เด็กไม่ควรบริโภคฮ็อตด็อกมากกว่า 12 ชิ้นต่อเดือน ถ้าจำเป็นจริง ๆ ให้เลือกชนิดที่ไม่มีโซเดียมไนเตรต

เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ฮ็อตด็อก แฮม เบคอน กุนเชียง ไส้กรอกชนิดต่าง ๆ จะเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ ไขมันอิ่มตัวในเบคอนก็เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเช่นกัน

โดนัท เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเป็นเท่าตัว โดนัททำจากแป้งสาลี น้ำตาล น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน นำมาทอดที่อุณหภูมิสูงมาก จึงเป็นอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงที่สุด เพราะอาจทำให้ความเสี่ยงมะเร็งสูงขึ้นมาก

มันฝรั่งทอด หรือเฟรนช์ฟราย เช่นเดียวกับโดนัท คือทำจากน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนและทอดที่อุณหภูมิสูง ๆ ทำให้เกิดสารก่อมะเร็งอะคริลาไมด์ (Acrylamide) ซึ่งเกิดในขณะทอด

ชิป (มันฝรั่งทอดชนิดแผ่นบาง) แครกเกอร์ และคุกกี้ ส่วนใหญ่ทำจากแป้ง น้ำตาล และไขมันทรานส์ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็ง แม้ฉลากข้อมูลโภชนาการจะอนุโลมให้อ้างได้ว่า “ปราศจากไขมันทรานส์” ถ้ามีปริมาณต่ำกว่า 0.5 กรัมต่อหน่วยบริโภค แต่ก็ควรเข้าใจว่า มีไขมันทรานส์อยู่ด้วยเล็กน้อย ถ้ากินมากก็จะได้ไขมันทรานส์เพิ่มขึ้นนั่นเอง

ข้อมูลเรื่อง “5 อาหารก่อมะเร็ง” จากหนังสือ กินป้องกันโรค

👉👉ถ้าคุณเจอโรคร้ายวันนี้...คุณจะมองว่าวันนี้เป็นวันแรกหรือวันสุดท้ายทางออกที่คุณเลือกได้วันนี้ถ้าคุณทำคีโมเเล้วแพ้...❤❤✨...
07/05/2020

👉👉ถ้าคุณเจอโรคร้ายวันนี้...คุณจะมองว่าวันนี้เป็นวันแรกหรือวันสุดท้าย
ทางออกที่คุณเลือกได้วันนี้ถ้าคุณทำคีโมเเล้วแพ้...❤❤✨
👉การให้คีโมเป็นวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับการรักษามะเร็ง❇❇
แต่ก็เป็นวิธีการที่เสี่ยงที่สุดเหมือนกัน เพราะว่าบางเคสมีอาการ
ทานอาหารไม่ได้ อาเจียน
เหนื่อยง่าย
อ่อนเพลีย
เม็ดเลือดขาวต่ำ ก็ไม่สามารถรักษาโดยการให้คีโมได้

🌿อย่ารอให้ถึงวันนั้นเลย เป็นวันที่สายเกินไป
ปัญหาสุขภาพและดูแลด้านมะเร็งทุกระบบ

มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นเซลล์มะเร็งของเนื้อเยื่อลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ชนิดที่พบบ่อย เกิดจากเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้มีการเปลี่ยนแ...
07/05/2020

มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นเซลล์มะเร็งของเนื้อเยื่อลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ชนิดที่พบบ่อย เกิดจากเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้มีการเปลี่ยนแปลงเติบโตผิดปกติกลายเป็นติ่งเนื้อเล็กๆ เรียกว่า โพลิพ (Polyp) จากนั้นติ่งเนื้อจะใช้เวลาหนึ่งในการพัฒนากลายเป็นมะเร็ง การตัดติ่งเนื้องอก (Polyp) ออกสามารถป้องกันไม่ให้ติ่งเนื้อพัฒนากลายเป็นมะเร็งได้ มะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ไม่ได้รับการรักษาอาจลุกลามทะลุผนังลำไส้ หรือแพร่กระจายต่อไปยังตับ ปอด สมอง หรือกระดูกได้

♻6 ประโยชน์ไม่ธรรมดาจากน้ำอุ่น♻น้ำอุ่นธรรมดาในแก้วธรรมดา ซ่อนประโยชน์มากมายไว้เกินกว่าที่คุณคิด เราจึงขอนำความลับหลากประ...
07/05/2020

♻6 ประโยชน์ไม่ธรรมดาจากน้ำอุ่น♻
น้ำอุ่นธรรมดาในแก้วธรรมดา ซ่อนประโยชน์มากมายไว้เกินกว่าที่คุณคิด เราจึงขอนำความลับหลากประโยชน์ของการดื่มน้ำอุ่น มาฝากครับ

🔰1. ช่วยป้องกันอาการบวมน้ำและความอ้วนจากไขมันสะสมการดื่มน้ำอุ่นอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส จะช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกาย และเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญอาหารและขยายหลอดเลือด จึงช่วยป้องกันอาการดังกล่าวได้

🔰2. ช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ลดการกินอาหารเกินจำเป็น การดื่มน้ำอุ่นจะช่วยกระตุ้นความรู้สึกอบอุ่นที่เยื่อเมือกในช่องปาก เพิ่มความเร็วในการไหลเวียนเลือดไปยังกระเพาะอาหาร ซึ่งจะส่งสัญญาณให้สมองรับรู้ว่าอิ่มเร็วขึ้น จึงลดการกินอาหารส่วนเกินได้

🔰3. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก การดื่มน้ำอุ่นจะช่วยสร้างความอบอุ่นและกระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายใน ทำให้ระบบย่อยอาหารสามารถแยกสารอาหารที่ร่างกายต้องการออกจากอาหารที่กินได้

🔰4. ช่วยแก้อาการมือเท้าเย็น เมื่อร่างกายเย็น อวัยวะภายในจะเก็บสะสมไขมันไว้มากขึ้น เพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกาย ซึ่งน้ำอุ่นจะมาช่วยเพิ่มอุณหภูมิและปรับสมดุลความเย็น ทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายกลับคืนสู่ความภาวะปกติ

🔰5. ช่วยปรับสภาพผิวแห้งและบอบบาง เนื่องจากน้ำอุ่นช่วยขยายหลอดเลือดและเพิ่มอัตราการไหลเวียนเลือดได้ถึง 3,000 มิลลิลิตรต่อนาที ทำให้เอนไซต์ภายในเซลล์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า และยับยั้งการสร้างเม็ดสีตัวการของผิวหมองคล้ำได้อีกด้วย

🔰6. ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค การดื่มน้ำอุ่นจะช่วยป้องกันอาการเลือดข้นกว่าปกติ จึงไม่เป็นต้นเหตุแพร่กระจายของแบคทีเรียในร่างกาย และยังช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวที่เป็นส่วนสำคัญของภูมิชีวิต ทำให้ร่างกายแข็งแรง ป่วยยากขึ้น

มาเริ่มต้นดื่มน้ำอุ่นแทนน้ำเย็น เพื่อมอบหลากประโยชน์ไม่ธรรมดาแก่ร่างกายกันนะครับ

♻9 สัญญาณเตือน  #โรคเบาหวาน ที่มา : สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย♻
07/05/2020

♻9 สัญญาณเตือน #โรคเบาหวาน
ที่มา : สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย♻

โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเป็นมาตั้งแต่เกิดหรือไม่ หรือเกิดภายหลังที่เราเกิดขึ้นแล้ว? โรคนี้มักจะมาเป็นภายหลัง หลังจากที่เราค...
07/05/2020

โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
เป็นมาตั้งแต่เกิดหรือไม่ หรือเกิดภายหลังที่เราเกิดขึ้นแล้ว?
โรคนี้มักจะมาเป็นภายหลัง หลังจากที่เราคลอดออกมาแล้ว แต่เราสามารถจะพบได้ในบางรายที่เป็นตั้งแต่คลอดออกมา แต่โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายหลัง

🔸สาเหตุ และปัจจัยสำคัญของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
ในปัจจุบันสาเหตุที่แท้จริงเรายังไม่ทราบ แต่มีปัจจัยส่งเสริมบางอย่าง เช่น โรคทางพันธุ์กรรมบางโรค เช่น ดาวซินโดรม Down's syndrome การแพร่รังสีเพราะเราเจอคนไข้มากขึ้นหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 มีระเบิดปรมาณู นอกจากนั้นยังมีสารเบนซินพวกนี้ก็จะมีกลุ่มปัจจัยเสริมทำให้พบได้ง่ายขึ้น และมีการติดเชื้อบางอย่างด้วย เช่น เชื้อไวรัสบางอย่าง

🔸โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ถ่ายทอดทางพันธุ์กรรมจะมีส่วนด้วยไหม?
เราพบว่าโรคพันธุ์กรรมบางอย่างการมีอุบัติการณ์ของมะเร็งเม็ดเลือดขาวสูงกว่าคนธรรมดาทั่วไปนั่น คือ สาเหตุส่งเสริมที่ทำให้เกิดเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวไม่ว่าในเรื่องของรังสี สารพิษต่าง ๆ

ปัจจุบันพบผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมากน้อยแค่ไหน?
ในปัจจุบันนี้เราพบว่ามีผู้ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวมากขึ้น เฉพาะที่ศิริราชเราปีที่แล้วมีผู้ป่วยใหม่ 200 รายในรอบ 1 ปี และมะเร็งเม็ดเลือดขาวจัดได้ว่าพบได้บ่อยใน 10 อันดับแรกของมะเร็ง

กลุ่มเสี่ยงโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือลูคีเมีย ไม่เลือกเพศมีทั้งเพศหญิงชาย มีสิทธิเท่า ๆ กัน และเรื่องของวัยผู้ป่วยที่เราดูแลก็จะพบตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป ถึง 60 ปี โดยที่ไม่มีช่วงใดช่วงหนึ่งเป็นได้พิเศษ

สัญญาณอันตรายโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
▶️อาการแรกที่เป็น คือ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ซีด อ่อนเพลียง่าย อันนี้เป็นลักษณะเดิมทั่วไปทั้งหลาย

▶️มีเลือดออกง่าย เพราะมะเร็งเม็ดเลือดขาวจะมีเกร็ดเลือดต่ำ จึงทำให้เลือดออกง่าย เช่น ออกตามไรฟัน มีจ่ำเขียวขึ้นบนตามตัว หรือมีประจำเดือนมากผิดปกติ

▶️มีเม็ดเลือดขาวปริมาณมากแต่ทำหน้าที่ไม่ได้ตามเท่าที่จะเป็น เฉพาะเม็ดเลือดขาวมีหน้าที่ต่อ สู้กับเชื้อโรค แต่เมื่อเป็นอย่างนี้ก็ต่อสู้เชื้อโรคไม่ได้ ก็มีการติดเชื้อง่ายมีไข้ มีการติดเชื้อในตำแหน่งต่างๆ

▶️เม็ดเลือดขาวไปบีบบังอวัยวะต่างๆ หรือสะสมอยู่ ก็ทำให้มีก้อนขึ้นที่ขาหนีบ ต่อมน้ำเหลือง ขา คอ หรือมีตับ ม้ามโต ..

🔰รู้จักเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่🔰ในมดลูกมีเยื่อบุโพรงมดลูกที่บุภายใน ทำหน้าที่สร้างประจำเดือน ซึ่งสามารถหลุดร่อนได้ ดั...
07/05/2020

🔰รู้จักเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่🔰
ในมดลูกมีเยื่อบุโพรงมดลูกที่บุภายใน ทำหน้าที่สร้างประจำเดือน ซึ่งสามารถหลุดร่อนได้ ดังนั้นภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่จึงหมายถึง ภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตอยู่นอกโพรงมดลูกหรือแทรกในผนังหรือกล้ามเนื้อมดลูก รวมถึงอาจไปเติบโตตามอวัยวะต่าง ๆ ทั้งเยื่อบุช่องท้อง รังไข่ ผนังกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น เมื่อเยื่อบุโพรงมดลูกเติบโตผิดที่ การทำหน้าที่ของเยื่อบุโพรงมดลูกในการสร้างประจำเดือนไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เลือดสีแดงคล้ำหรือข้นคล้ายช็อกโกแลตไปปรากฏในอวัยวะต่าง ๆ

🔺สาเหตุของโรค
สาเหตุของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ส่วนใหญ่เกิดจากการไหลย้อนกลับของประจำเดือนเข้าไปในอุ้งเชิงกรานผ่านท่อนำไข่และฝังตัวในโพรงมดลูกหรือฝังตามอวัยวะต่าง ๆ บริเวณที่พบบ่อยคืออุ้งเชิงกราน รังไข่ ท่อนำไข่ ผนังอุ้งเชิงกราน ผิวมดลูก ปากมดลูก นอกจากนี้เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกสามารถกระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ อาทิ ผนังลำไส้ เยื่อบุกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น

🔺ตำแหน่งที่พบบ่อย
บริเวณที่มักพบเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ได้แก่

🔹รังไข่
หรือที่เรียกว่า ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst) เกิดจากเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกและประจำเดือนไหลย้อนกลับไปสะสมในรังไข่ มีลักษณะเป็นถุงน้ำรังไข่ที่บรรจุของเหลวคล้ายช็อกโกแลต ซึ่งถุงน้ำจะใหญ่ขึ้น ๆ จากการถูกเติมเต็มในรอบเดือนแต่ละเดือน จะใหญ่เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย และทำให้เกิดพังผืดหนาขึ้นเรื่อย ๆ

🔹กล้ามเนื้อมดลูก
เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกแทรกเข้าไปในกล้ามเนื้อมดลูก ทำให้เกิดพังผืดหรือก้อนในกล้ามเนื้อมดลูก ซึ่งภาวะนี้เรียกว่า โรคที่เกิดจากการที่มีเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญอยู่ในกล้ามเนื้อมดลูก (Adenomyosis) ซึ่งมี 2 แบบคือ ชนิดที่อยู่เฉพาะที่ในชั้นกล้ามเนื้อมดลูกและชนิดที่กระจายในชั้นกล้ามเนื้อมดลูกทั่วไป

นอกจากนี้ยังมีบริเวณเส้นเอ็นยึดมดลูกด้านหลัง (Uterosacral Ligament) บริเวณรอยต่อมดลูกกับกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Reflection) เป็นต้น

🔺สัญญาณเตือน
อาการที่ควรหมั่นสังเกตเพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคนี้ ได้แก่
- ปวดประจำเดือนมากและนาน
- ประจำเดือนกะปริบกะปรอยหรือไม่มาเลย
- ปวดท้องน้อยเป็นประจำก่อน ระหว่าง และหลังมีประจำเดือน
- ปวดเสียดท้อง ปวดมากเวลาขับถ่าย
- ปวดขณะหรือหลังมีเพศสัมพันธ์
- มีบุตรยาก

ตอกย้ำด้วยข้อมูลรายงานการสำรวจขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ที่พบว่าประเทศไทย มีการใช้ยาฆ่าแมลงมากเป็นอันดับ 5 ...
07/05/2020

ตอกย้ำด้วยข้อมูลรายงานการสำรวจขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ที่พบว่าประเทศไทย มีการใช้ยาฆ่าแมลงมากเป็นอันดับ 5 ของโลก ใช้ยาฆ่าหญ้าเป็นอันดับ 4 ของโลก ที่สำคัญจากการสำรวจในทุกปี ยังพบว่ามีพบสารเคมีตกค้างในผัก และสารเคมีพิษอันตรายที่ทั่วโลกห้ามใช้ ซึ่งนอกจากเกษตรกรซึ่งถือเป็นต้นน้ำของการผลิตที่เสี่ยงแล้ว ผู้บริโภคก็เสี่ยงต่ออันตรายด้านสุขภาพด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะ 4 สารพิษอันตรายที่ปนเปื้อนในพืช ผัก ผลไม้ ที่วางขายในท้องตลาด ..

คงไม่แปลกที่ทำไมเราถึงเจอคนเป็นมะเร็งเยอะขึ้น"ลด ละ เลิก" การใช้พลาสติก เพื่อสุขภาพของเรา และลูกหลานนะคะ
07/05/2020

คงไม่แปลกที่ทำไมเราถึงเจอคนเป็นมะเร็งเยอะขึ้น
"ลด ละ เลิก" การใช้พลาสติก เพื่อสุขภาพของเรา และลูกหลานนะคะ

มะเร็งตับ (Liver Cancer) เกิดขึ้นเมื่อเซลล์บริเวณตับมีลักษณะหรือการทำงานผิดปกติแล้วพัฒนาเป็นมะเร็งในที่สุด หรืออาจเกิดจา...
07/05/2020

มะเร็งตับ (Liver Cancer) เกิดขึ้นเมื่อเซลล์บริเวณตับมีลักษณะหรือการทำงานผิดปกติแล้วพัฒนาเป็นมะเร็งในที่สุด หรืออาจเกิดจากการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งจากบริเวณอื่นมายังตับก็ได้ ซึ่งมะเร็งตับส่วนใหญ่ก็มักมีที่มาจากสาเหตุหลังนี้ ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับมักไม่แสดงอาการจนกว่าจะมีขนาดใหญ่ขึ้นมากซึ่งเป็นระยะที่ยากต่อการรักษา

อาการโรคมะเร็งตับ
โรคมะเร็งตับมักไม่มีสัญญาณหรืออาการบ่งบอกในระยะแรกเริ่ม จนเมื่อมะเร็งพัฒนาถึงขั้นแสดงอาการจึงจะสังเกตได้ดังนี้
- น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
-ไม่อยากอาหาร รู้สึกอิ่มแม้รับประทานไปเพียงเล็กน้อย
- คลื่นไส้ อาเจียน
- เจ็บช่องท้องส่วนบน โดยมักจะปวดบริเวณด้านขวา
- มีอาการบวมที่ช่องท้องหรือคลำพบก้อนใตชายโครงด้าน-
- ขวา เนื่องจากตับโต
- อาจคลำพบก้อนที่ชายโครงด้านซ้ายเนื่องจากม้ามโต
- ผิวหนังและตาเหลือง (ดีซ่าน)
- อุจจาระอาจมีสีซีดลง
- อ่อนแรงและเหนื่อยล้า
- มีอาการคัน
- เป็นไข้

จากการศึกษาพบ ว่า อาหารอาจมีส่วนสัมพันธ์ กับการเกิดโรคมะเร็งได้ประมาณ 30-50% แต่ในขณะเดียวกันอาหารประเภทพืชผัก ผลไม้ ธัญพืช และ เครื่องเทศต่างๆ ก็มี คุณสมบัติในการป้องกันมะเร็งได้ ดังนั้น การรับประทานอาหารอย่างถูกต้องตามหลัก โภชนาการ จึงเป็นหนทางหนึ่ง ซึ่งสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้ 🥗🍜🍲🥗🍜

ที่อยู่

พญาไท
Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Best of healt สุขภาพที่ดีที่สุดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์