คินน์ นัตโตะ เพื่อสุขภาพที่ดี

คินน์ นัตโตะ เพื่อสุขภาพที่ดี สนใจสอบถาม และ สั่งซื้อได้ค่ะ

งานวิจัยชี้! กินถั่วนัตโตะทุกวัน อายุยืนขึ้น 10%“อยากอายุยืน” ให้กินถั่วนัตโตะทุกวัน ช่วยลดโอกาสการเป็นโรคต่าง ๆ ทำให้คุ...
16/09/2022

งานวิจัยชี้! กินถั่วนัตโตะทุกวัน อายุยืนขึ้น 10%
“อยากอายุยืน” ให้กินถั่วนัตโตะทุกวัน ช่วยลดโอกาสการเป็นโรคต่าง ๆ ทำให้คุณมีอายุยืนขึ้นถึง 10%
โดยข้อมูลนี้มาจากงานวิจัย BMJ (วารสารการแพทย์รายสัปดาห์ของสมาคมการแพทย์ประเทศอังกฤษ) ซึ่งได้ทำการสำรวจและวิจัยผู้เข้าร่วมการทดลองกว่า 92,915 คน ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น อายุระหว่าง 45-74 ปี โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก ให้ทานถั่วนัตโตะทุกวันปริมาณมาก (45g/วัน) และกลุ่มที่สองให้ทานถั่วนัตโตะทุกวัน แต่ปริมาณน้อย (9g/วัน) โดยทั้ง 2 กลุ่มจะถูกควบคุมปัจจัยอื่น ๆ เช่น การสูบบุหรี่ การกินแอลกอฮอลล์ ควบคุมความดันโลหิต และเบาหวาน
#ผลงานวิจัยพบว่า
- กลุ่มแรก มีอัตราการเสียชีวิตน้อยกว่าถึง 10% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่สอง
- กลุ่มแรก ลดอัตราการเป็นโรคหัวใจได้ถึง 18% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่สอง
#เพราะอะไรถั่วนัตโตะถึงลดอัตราการเสียชีวิตได้?
งานวิจัยพบว่า ถั่วนัตโตะมีวิตามิน K2 สูง ที่ได้มาจากแบคทีเรียบาซิลลัส ซับทีลีส (Bacillus subtilis) ในกระบวนการหมัก และมีสาร Nattokinase ซึ่งเป็นเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่ช่วยลดลิ่มเลือด ลดความดันเลือด ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ และหลอดเลือดสมองอีกด้วย
นอกจากนี้ แบคทีเรียบาซิลลัส ซับทีลีส (Bacillus subtilis) ในถั่วนัตโตะยังช่วยในเรื่องของจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการอักเสบ และระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
ดังนั้น เมื่อเราสามารถลดความเสี่ยงของการเป็นโรคต่าง ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู้สูงอายุได้ เราจึงมีอายุที่ยืนยาวขึ้นนั่นเองค่ะ หากวันนี้คุณเริ่มมีอายุ และโรคความดัน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง กำลังรบกวนสุขภาพของคุณอยู่ คินน์แนะนำให้ทานถั่วนัตโตะเป็นประจำทุกวัน เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นค่ะ
ด้วยความปรารถนาดี
จาก KINN
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
https://bit.ly/3S0fi69

https://nyti.ms/3d878dr

สังเกตไหมคะว่า... พฤติกรรมการบริโภคของคนเราในยุคนี้ เป็นบ่อเกิดปัญหาของหลายๆ โรค ซึ่งปัญหาหนึ่งในโรคที่เป็นยอดฮิตก็คือโร...
14/09/2022

สังเกตไหมคะว่า... พฤติกรรมการบริโภคของคนเราในยุคนี้ เป็นบ่อเกิดปัญหาของหลายๆ โรค ซึ่งปัญหาหนึ่งในโรคที่เป็นยอดฮิตก็คือโรคเกี่ยวกับคอเลสเตอรอลนั่นเอง
หากเรายังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค มันจะกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง และเป็นบ่อเกิดของโรคร้ายต่างๆ อีกมากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด, เส้นเลือดตีบอุดตัน ทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ของร่างกายไม่เพียงพอและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
วันนี้ทางคินน์อยากจะแชร์ไอเดียในการเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยล้างไขมันเลว(LDL) ในหลอดเลือดหัวใจ ที่แนะนำโดย แพทย์หญิงนภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กรมอนามัยมาฝากกันค่ะ
1) มะเขือเทศ : มีไลโคปีนที่เป็นสารสำคัญ ช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด รักษาโรคความดันโลหิตสูง และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ
2) ลูกเดือย : ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยระบบการเผาผลาญให้ดีขึ้น และยังมีสรรพคุณทางด้านขับปัสสาวะ ลดอาการบวมน้ำ และมีแคลอรีต่ำอีกด้วยค่ะ
3) ขิง : นอกจากมีสรรพคุณในการต้านมะเร็งแล้ว ยังสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ลดไตรกลีเซอไรด์ นอกจากนี้ขิงยังมีป้องกันการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดได้อีกเช่นกันค่ะ
4) บรอกโคลี : เป็นผักสีเขียวที่มีแคลเซียมสูง เหมาะกับผู้ที่มีคอเลสเตอรอลสูง เพราะช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลดี และลดคอเลสเตอรอลเลวและไตรกลีเซอไรด์ลงได้อีกด้วย
5) แครอท : ผักสีส้มที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ และยังมีสารสำคัญคือ สารฟอลคารินอล (Falcarinol) ซึ่งช่วยต้านเซลล์มะเร็ง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น
6.) ข้าวโอ๊ต : ในข้าวโอ๊ตมีเส้นใยที่ละลายน้ำที่เรียกว่า เบต้ากลูแคน (β-glucan) ซึ่งสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลที่อาจสะสมในผนังหลอดเลือดรวมถึงระดับน้ำตาลกลูโคสได้
7.) ถั่วเหลือง : มีสรรพคุณช่วยป้องกันการอุดตันของไขมันในเลือด กรดไขมันไม่อิ่มตัวในถั่วเหลืองยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ดี ป้องกันการสะสมของไขมันในหลอดเลือดชั้นใน ที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
เห็นไหมคะว่า... การเลือกทานก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เรามีสุขภาพดีได้ แค่เราเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ก็จะช่วยให้สุขภาพของเราแข็งแรง และไม่มีโรคร้ายตามมาค่ะ
แต่ถึงอย่างนั้นแพทย์หญิงนภาพรรณ ยังได้ฝากไว้อีกว่านอกจากปรับพฤติกรรมการบริโภค และการออกกำลังกายแล้ว ควรลดการทานพวกอาหารบุฟเฟต์หมูกระทะ อาหารทะเลที่มีคอเลสเตอรอลสูง และอาหารไขมันสูงอื่นๆ เพราะถ้าเรายังทานอาหารเหล่านี้เป็นจำนวนมากๆ ทุกวัน การกินธัญพืชหรืออาหารสุขภาพดีอย่างไรก็ไม่ช่วยนะคะ
เหนือสิ่งอื่นใด อย่าลืม!! ทานอาหารให้หลากหลายให้ครบ 5 หมู่ และเป็นไปตามหลักโภชนาการกันด้วยนะคะ ^^
ด้วยความปรารถนาดี
จาก KINN
ขอบคุณข้อมูลจาก
https://bit.ly/3Bi4PxJ

เมื่อพูดถึงการมีชีวิตที่ยืนยาว ประเทศแรกที่เรานึกถึงอันดับแรกคงจะหนีไม่พ้น “ประเทศญี่ปุ่น” ซึ่งปัจจุบันได้เข้าสู่สังคมผู...
12/09/2022

เมื่อพูดถึงการมีชีวิตที่ยืนยาว ประเทศแรกที่เรานึกถึงอันดับแรกคงจะหนีไม่พ้น “ประเทศญี่ปุ่น” ซึ่งปัจจุบันได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว ด้วยการมีโครงสร้างประชากรที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% จากจำนวนประชากรทั้งหมด (โดยปกติ แค่มีจำนวนประชากรผู้สูงอายุมากกว่า 10% ขึ้นไป ก็จัดอยู่ในหมวดสังคมผู้สูงอายุแล้วค่ะ) อ้างอิงข้อมูลจาก OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา) พบว่าค่าเฉลี่ยผู้สูงวัยชายในญี่ปุ่นคือ 81.1 ปี ส่วนผู้สูงวัยหญิงคือ 87.1 ปีเลยทีเดียว
#เคล็ดลับของการมีชีวิตยืนยาวของชาวญี่ปุ่นคืออะไร?
ด็อกเตอร์ มาร์ติน จูโน (Martin Juneau) อาจารย์จากคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ได้ให้ปัจจัยหลัก ๆ ไว้ 3 ส่วนด้วยกัน
1. คนญี่ปุ่นมีค่าเฉลี่ยของคนน้ำหนักเกินที่น้อย
เนื่องจากคนญี่ปุ่นไม่ค่อยทานหวาน โดยจะมีการบริโภคน้ำตาลที่น้อยมาก และกินไม่เกิน 2,697 Kcal ต่อวันเท่านั้น เมื่อเทียบกับชาวแคนาดาที่กินต่อวันเฉลี่ย 3,492 Kcal, ชาวฝรั่งเศส 3,558 Kcal และ ชาวอเมริกา 3,766 Kcal จึงถือได้ว่าชาวญี่ปุ่นกินอาหารพลังงานที่ต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ นั่นเองค่ะ
2. คนญี่ปุ่นไม่ค่อยกินเนื้อแดง แต่จะกินปลา อาหารจากพืชที่ให้โปรตีนสูง และชาเขียว เป็นส่วนใหญ่
ซึ่งเป็นอาหารที่ไม่ใช่กรดไขมันอิ่มตัว จึงลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะหลอดเลือดสมองแตก ซึ่งเป็นโรคที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในผู้สูงอายุเลยทีเดียวค่ะ
3. คนญี่ปุ่นกินถั่วเหลืองเยอะ โดยแทบจะอยู่ในทุกเมนูที่กินในแต่ละวัน เช่น น้ำมันถั่วเหลือง ซอสมิโซะ ถั่วนัตโตะ และเต้าหู้ เป็นต้น ซึ่งในถั่วเหลืองจะมีสารสำคัญที่ชื่อว่า “ไอโซฟลาโวน (Isoflavone)” ที่มีสรรพคุณต้านมะเร็ง ช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งเต้านมอีกด้วย
เมื่อกินแต่อาหารที่ดี จึงช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคร้ายได้ ส่งผลทำให้อัตราการเสียชีวิตของผู้สูงอายุในประเทศญี่ปุ่นลดลงนั่นเองค่ะ แต่ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยด้านอื่น ๆ ของชาวญี่ปุ่นอีกที่ทำให้มีชีวิตยืนยาว ทั้งไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต สภาพสังคม อาหารการกิน และการถ่ายทอดทางพันธุกรรม หากใครสนใจเรื่องนี้เพิ่มเติม สามารถอ่านต่อได้ที่ >> https://bit.ly/3RzBAvS

ด้วยความปรารถนาดี
จาก KINN
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
https://bit.ly/3RvYRPr

https://bit.ly/3RzBAvS

หวานเป็นลม ขมเป็นยา ใครๆ ก็รู้ว่าทานน้ำตาลเยอะนั้นไม่ดีต่อร่างกาย แต่จะมีสักกี่คนที่เลิกได้ ก็แหม ของหวานมันอร่อยนี่นา แ...
02/09/2022

หวานเป็นลม ขมเป็นยา ใครๆ ก็รู้ว่าทานน้ำตาลเยอะนั้นไม่ดีต่อร่างกาย แต่จะมีสักกี่คนที่เลิกได้ ก็แหม ของหวานมันอร่อยนี่นา แต่ แต่! ใครอยากมีสุขภาพดี ต้องเริ่มทำใจงดน้ำตาล หรือลดปริมาณลงได้แล้วนะคะ วันนี้คินน์จึงพามาหาคำตอบ ว่าการงด หรือลดน้ำตาลลง ดีต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง
โดยปกติแล้ว ปริมาณน้ำตาลที่แนะนำให้ทานต่อวัน จะอยู่ที่ 12 ช้อนชา สำหรับผู้ใหญ่ ทว่างานวิจัยจาก Centers for Disease Control and Prevention (CDC) ได้พบว่า ผู้ใหญ่ส่วนมาก ทานน้ำตาลมากกว่า 17 ช้อนชาต่อวัน ซึ่งถือว่าเยอะกว่ามาตรฐานที่ควรทานไปถึง 5 ช้อนชาเลยทีเดียว ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่น่าแปลกใจมากนัก เพราะน้ำตาลดันอยู่ในทุกๆ อาหาร หรือเครื่องดื่มที่เราทานกันในแต่ละวันนั่นเอง
เมื่อรู้ปริมาณที่ควรทานในแต่ละวันกันแล้ว เรามาดูประโยชน์ที่จะได้รับ หากงด หรือลดน้ำตาลได้กันค่ะ
✅ เริ่มต้นคุมน้ำหนัก ต้องเริ่มจากการลดน้ำตาล
เมื่อเรากินน้ำตาล ระดับอินซูลินในเลือดจะเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อระบบการเผาผลาญของร่างกาย ทำให้น้ำตาลถูกเปลี่ยนเป็นไขมันส่วนเกินได้ เพราะฉะนั้น หากเพื่อนๆ สามารถลด หรืองดน้ำตาลได้ จะส่งผลดีต่อระบบเผาผลาญของร่างกาย ช่วยให้อัตราการเผาผลาญดีขึ้น เปลี่ยนไขมันให้กลายเป็นพลังงาน ทำให้เราผอมลงได้ ซึ่งหากใครยังไม่สามารถงดได้ คินน์แนะนำให้เพื่อนๆ ทานน้ำตาลจากธรรมชาติ เช่น ผลไม้ แทนการทานชานมไข่มุก ค่อยๆ ลด จนงดได้ในที่สุดกันค่ะ
✅ลดน้ำตาล... ดีต่อหัวใจ
เนื่องจากการทานน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไป ทำให้เกิดความเสี่ยงความดันสูง กระตุ้นการสร้างไขมันเลว ซึ่งส่งผลทำให้เกิดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ หรืออาจอันตรายถึงชีวิตหากหัวใจวายเฉียบพลันได้ค่ะ
✅ เบาหวานเลี่ยงได้ เพียงงดน้ำตาล
น้ำหนักเกิน เป็นสาเหตุหลักของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 (ภาวะที่ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ และไม่ตอบสนองแต่อินซูลินที่ฉีดเข้าไป) เนื่องจากไขมันส่วนเกินทำให้ร่างกายต่อต้านอินซูลิน และทำให้ตับอ่อนไม่สามารถผลิตอินซูลินให้เพียงพอต่อร่างกายต้องการได้
คินน์ขอแนะนำให้เพื่อนๆ เลี่ยงน้ำตาล ออกกำลังกาย เพื่อควบคุมน้ำหนัก เพื่อลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวานกันค่ะ
✅ หิวเก่ง หิวบ่อย ลองงดน้ำตาลดู!
เคยสังเกตกันไหมคะว่าเวลาที่เราทานหวาน เรามักจะหยุดทานไม่ได้ ขนมชิ้นเดียวไม่พอ ต้องขออีกสักชิ้นนึง นั่นเป็นเพราะว่า ความหิวเกิดจากสมองสั่งการ ไม่ใช่กระเพาะที่เรียกร้องอยากจะกิน และน้ำตาลที่เราทาน จะไปกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนในสมอง ส่งผลทำให้เราอยากกินของหวานนั้นเพิ่ม
นั่นจึงเป็นสาเหตุ #ยิ่งทานหวานยิ่งหิว นั่นเองค่ะ
✅ หน้าเด็กลงได้ เพียงแค่งดน้ำตาล
ความเต่งตึงของใบหน้า เกิดจากคอลลาเจนที่โปรตีนสร้างขึ้น ทว่าน้ำตาลนั้นเป็นอริกับโปรตีน ยิ่งทานน้ำตาลมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งส่งผลเสียต่อการสร้างคอลลาเจนมากขึ้นเท่านั้น และเมื่อเรางดน้ำตาล โปรตีนก็จะสร้างคอลลาเจนได้อย่างเต็มที่ ส่งผลทำให้เรามีผิวหน้าที่เต่งตึงนั่นเองค่ะ
✅ อยากมีความสุขอย่างยั่งยืน ลองลดน้ำตาลดูสิ!
เคยสงสัยกันมั้ยคะ ว่าทำไมอารมณ์ไม่คงที่ เดี๋ยวขึ้น เดี๋ยวลง นั่นก็เป็นเพราะว่า การกินน้ำตาล จะช่วยเพิ่มระดับกลูโคสในร่างกาย และกระตุ้นการหลั่งของสารเอ็นโดฟิน (ฮอร์โมนแห่งความสุข) ซึ่งจะช่วยให้เราอารมณ์ดีเพียงชั่วครู่ หลังจากนั้นก็จะกลับมาเซื่องซึมดังเดิม ส่งผลทำให้อารมณ์เราขึ้นๆ ลงๆ นั่นเองค่ะ
รู้แบบนี้แล้ว อยากเริ่มลดน้ำตาลกันหรือยังคะ
ด้วยความปราณนาดี
จาก KINN
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.ororecovery.com/no-sugar-diet-and-benefits.../
https://www.omnipositive.com/7-reasons-why-quitting.../
#งดหวาน #งดน้ำตาล #สุขภาพดี #เบาหวาน #โรคหัวใจ

 #คอเลสเตอรอลสูง  #ไขมันในเลือดสูง  #ไตรกลีเซอไรด์สูงลองรับประทาน คินน์ นัตโตะ สิคะ ขอแค่ 1 เดือน✅ช่วยลดไขมัน LDL(ไขมันไ...
01/09/2022

#คอเลสเตอรอลสูง #ไขมันในเลือดสูง #ไตรกลีเซอไรด์สูง
ลองรับประทาน คินน์ นัตโตะ สิคะ ขอแค่ 1 เดือน
✅ช่วยลดไขมัน LDL(ไขมันไม่ดี)
✅ช่วยลดคอเลสเตอรอล
✅ช่วยลดไตรกลีเซอไรด์
✅ลดเสี่ยงโรคหัวใจ
✅ลดเสี่ยงเส้นเลือดในสมองแตก
ช่วยลดได้จริง ยืนยันด้วยผลตรวจเลือดหลังทาน 1 เดือน!!
แอดมินทักแชทไปแล้วนะค่ะ🙏🏻

โรคอัลไซเมอร์ เป็นภาวะสมองเสื่อมชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด มักพบในผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปี ขึ้น  แต่ความจริงแล้วโรคอ...
31/08/2022

โรคอัลไซเมอร์ เป็นภาวะสมองเสื่อมชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด มักพบในผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปี ขึ้น แต่ความจริงแล้วโรคอัลไซเมอร์กลับไม่ได้เป็นโรคที่มาจากความเสื่อมตามวัยหรือตามธรรมชาติที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เป็นเพราะมาจากสาเหตุอื่นๆ ด้วย โดยมีวัยหรือสังขารที่โรยราเป็นปัจจัยกระตุ้น

การใช้ชีวิตแบบไม่ใส่ใจสุขภาพ ก็จะทำให้ผู้ที่อยู่ในวัยทำงานและยังไม่ถึงวัยที่จะเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ สามารถเป็นคนหลงๆ ลืมๆ ได้ไม่แพ้ผู้สูงอายุเช่นกัน ซึ่งอาการของอัลไซเมอร์จะแบ่งเป็น 3 ระยะ เริ่มจากจำเหตุการณ์ไม่ได้ ขี้ลืม พูดซ้ำเรื่องเดิม พฤติกรรมเปลี่ยนไป จนระยะสุดท้ายคือไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แม้แต่การขับถ่าย ไม่พูด ไม่เคลื่อนไหว และอาจอยู่ต่อได้ประมาณ 10 ปี

คินน์นัตโตะ ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล คณะเทคนิคการแพทย์ วิจัยพบว่า คินน์ นัตโตะ นอกจากจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและเพิ่ม hdl แล้ว ยังช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย

ทำไมคินน์ นัตโตะถึงเลือกใช้สารสกัดจากถั่วนัตโตะ ?นัตโตะ คือ ถั่วเหลืองญี่ปุ่นหมักด้วยเชื้อจุลินทรีย์ ชื่อ Bacillus Subti...
29/08/2022

ทำไมคินน์ นัตโตะถึงเลือกใช้สารสกัดจากถั่วนัตโตะ ?
นัตโตะ คือ ถั่วเหลืองญี่ปุ่นหมักด้วยเชื้อจุลินทรีย์ ชื่อ Bacillus Subtilis อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญเรียกว่า Nattokinase ที่ให้โปรตีนสูง มีคุณประโยชน์ช่วยในการสลายลิ่มเลือด ช่วยลดปัญหาความดันเลือดและไขมันในเลือดได้🩸
และเพื่อการทานที่เห็นผลชัดเจน จำเป็นต้องทานถั่วนัตโตะมากถึง 6 ชามด้วยกัน ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ชอบกลิ่นของถั่วนัตโตะที่แรงมาก #คินน์นัตโตะ เกิดจากงานวิจัย นำถั่วนัตโตะมาสกัด จึงได้สารสกัดถั่วนัตโตะเข้มข้น บรรจุใน 1 แคปซูล พิสูจน์ Clinical Trial โดยมหาวิทยาลัยมหิดล คณะเทคนิคการแพทย์ ว่าเห็นผลชัดเจนภายใน 30 วัน❗ และปลอดภัยต่อร่างกาย 🫘

หลายคนเข้าใจว่า การที่คอเลสเตอรอลจะสูงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการกินอาหารและการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เคยได้ยิ...
26/08/2022

หลายคนเข้าใจว่า การที่คอเลสเตอรอลจะสูงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการกินอาหารและการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เคยได้ยินกันไหมคะ ว่า #ถ้าใจป่วยกายก็ป่วยไปด้วย ซึ่งปัญหาใจป่วยอันดับ 1 ของวัยทำงานอย่างเราคงหนีไม่พ้น #ความเครียด
ในต่างประเทศได้มีงานวิจัยหลายชิ้น ที่ศึกษา เจาะลึกผลกระทบของความเครียดที่มีต่อร่างกาย ซึ่งข้อมูลที่คินน์จะนำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ คือความเครียดที่ส่งผลต่อระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย ซึ่งทุกคนไม่ควรมองข้าม ใครรู้ตัวว่าเครียดเรื่องงานบ่อยๆ แถมยังมีปัญหาไขมันในเลือดสูง ต้องห้ามเลื่อนผ่านเลยค่ะ
❓ ความเครียด สัมพันธ์กับคอเลสเตอรอลได้อย่างไร?
ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า คอเลสเตอรอลเกิดจาก “ร่างกายสร้างขึ้น” และ “การกินอาหาร” ซึ่งเมื่อคนเราเกิดอาการเครียด ร่างกายจะตอบสนองได้ 2 แบบ
✅ 1. เกิดการตอบสนองต่อความเครียดในร่างกาย
เมื่อเราเครียด ร่างกายจะปล่อยฮอร์โมน อะดีนาลีน และคอร์ติซอลออกมา ซึ่งฮอร์โมนสองตัวนี้จะกระตุ้นการสร้างน้ำตาลกลูโคส และกรดไขมัน กระจายไปสู่กล้ามเนื้อและเลือดเพื่อเป็นพลังงานต่อสู้กับความเครียด และเมื่อความเครียดจบลง ไขมันที่ไม่ได้ถูกใช้พลังงานพวกนี้จะไปสะสมอยู่ในส่วนต่างๆ ของร่างกาย กลายเป็นไขมันสะสมในเส้นเลือด ซึ่งก็คือ #คอเลสเตอรอล นั่นเอง
✅ 2. เกิดการตอบสนองต่อความเครียดทางด้านพฤติกรรม
การตอบสนองนี้ เกิดจากฮอร์โมนคอร์ติซอล ที่ไม่หยุดแค่การสร้างกรดไขมัน แต่ยังไปกระตุ้นพฤติกรรมเสี่ยงทำให้คอเลสเตอรอลสูง เช่น ความอยากอาหาร ทำให้กินไม่เลือก อยากสูบบุหรี่ อยากกินแอลกอฮอลล์ หรืออาการขี้เกียจ อยากจะนั่งๆ นอนๆ เพื่อพักผ่อน แทนการลุกขึ้นไปออกกำลังกาย ซึ่งพฤติกรรมไม่ดีเหล่านี้ ส่งผลทำให้เกิดคอเลสเตอรอลสูงค่ะ
ย้อนกลับไปที่การเกิดคอเลสเตอรอล ซึ่งเกิดจาก “ร่างกายสร้างขึ้น” และ “การกินอาหาร” จะเห็นได้ว่าความเครียด กระตุ้นการสร้างคอเลสเตอรอล ทั้งแบบที่ร่างกายสร้างขึ้น และกระตุ้นให้เรากินอาหารไม่เลือก เผลอไปกินของหวาน หรือของมัน ของทอด ซึ่งเป็นแหล่งไขมันที่จะเข้าไปสะสมกลายเป็นคอเลสเตอรอลในร่างกายนั่นเอง
มีงานวิจัยหนึ่งที่เห็นได้ชัดว่าความเครียดส่งผลต่อระดับคอเลสเตอรอลในเลือด คืองานวิจัยที่นำนักศึกษา 208 คนมาตรวจเลือดในช่วงสอบ ผลปรากฏว่า มีระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล ฮอร์โมนอะดีนาลีน และคอเลสเตอรอลที่สูงขึ้นชัดเจน
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยในปี 2013 ที่นำข้อมูลการทำงานของ 91,593 คนมาศึกษา แล้วพบว่าคนที่ทำอาชีพความเครียดสูง มักจะพบระดับ LDL (ไขมันเลว) ที่สูงตามด้วย
ดังนั้น นอกจากจะกินให้ดี ออกกำลังกายให้มากพอ เส้นทางสู่การมีสุขภาพที่ดี ยังต้องดูแลใจของเราให้ไม่ป่วยอีกด้วย ใครที่ออกกำลังกาย หรือควบคุมการกินเท่าไหร่คอเลสเตอรอลก็ไม่ลด ลองสังเกตุตัวเองดูอีกทีนะคะว่าช่วงที่ผ่านมามีอาการเครียดสะสมหรือไม่ รู้ไว จะได้แก้ปัญหาตรงจุด และมีสุขภาพที่ดีค่ะ
ด้วยความปราถนาดี
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.medicalnewstoday.com/articles/313207...
https://www.webmd.com/cholesterol.../stress-cholesterol-link
https://www.verywellhealth.com/chronic-stress-and...

ปฏิวัติชีวิตใหม่ด้วย คินน์ นัตโตะ (KINN Natto) สารสกัดนัตโตะไคเนสสูตรเฉพาะของ KINN Worldwide ซึ่งช่วยลดคอเลสเตอรอล, ลดไต...
24/08/2022

ปฏิวัติชีวิตใหม่ด้วย คินน์ นัตโตะ (KINN Natto) สารสกัดนัตโตะไคเนสสูตรเฉพาะของ KINN Worldwide ซึ่งช่วยลดคอเลสเตอรอล, ลดไตรกลีเซอไรด์, ลดความดัน #คินน์นัตโตะ เป็นสูตรที่ร่วมวิจัยทำ Clinical Trial ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล คณะเทคนิคการแพทย์
🌟 ส่วนผสมของคินน์ นัตโตะ:
- นัตโตะ เฟอเมนต์เต็ด พาวเดอร์ 170.47 mg.
- สารสกัดจากชาเขียว 130.09 mg.
- เรด ยีสต์ ไรซ์ พาวเดอร์ 45.44 mg.
🌟 คินน์ นัตโตะ 1แคปซูล มี 20,000 FU/g/แคปซูล
- ไร้รส ไร้กลิ่น
- เม็ดเล็ก กลืนง่ายมาก
- ราคาโปร ซื้อ 1 กล่อง แถม 1 กล่อง = 2,000 บาท
- เลขทะเบียน อย. : 13-1-02954-2-0050

ส่อง 7 อาหารไฟเบอร์สูง ช่วยลดน้ำหนักได้ ! 👯‍♀️Fiber is incredibly important.“ช่วงนี้ แย่เลย นอนก็ดึก แถมท้องผูกอีกด้วย ค...
21/08/2022

ส่อง 7 อาหารไฟเบอร์สูง ช่วยลดน้ำหนักได้ ! 👯‍♀️
Fiber is incredibly important.
“ช่วงนี้ แย่เลย นอนก็ดึก แถมท้องผูกอีกด้วย ควรเน้นทานอะไรดีค๊า” ถือเป็นอาการที่พบบ่อยสำหรับคนวัยทำงานที่เร่งรีบ (หรือช่วงนี้ก็ตาม ที่ Work from home) และถือเป็นอาการที่เกิดขึ้นบ่อยกับผู้สูงอายุด้วยค่ะ อย่างที่เราทราบกันดีว่า เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีใยอาหารหรือไฟเบอร์ อาหารที่มีไฟเบอร์สูง มักจะทำให้เราต้องใช้เวลาเคี้ยวมากขึ้น และโดยปกติหลังทานอาหาร 20 นาที สมองเราจะรับรู้ถึงความอิ่ม อาหารไฟเบอร์จึงช่วยป้องกันไม่ให้เราทานมากเกินไป และแถมอิ่มท้องได้นานด้วย ซึ่งผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักจะเน้นทานอาหารไฟเบอร์มากเป็นพิเศษค่ะ
ไฟเบอร์ คืออะไร
ไฟเบอร์ หรือ เส้นใยอาหาร คือส่วนของโครงสร้างของพืช เช่น กิ่ง ก้าน เมล็ด เป็นส่วนที่ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายได้ ซึ่งเราสามารถแยกไฟเบอร์ ได้ออกมา 2 ชนิด คือ ไฟเบอร์ชนิดที่ไม่ละลายน้ำ และไฟเบอร์ละลายน้ำ เมื่อรับประทานไฟเบอร์ ซึ่งเป็นสารที่ไม่ให้พลังงานเข้าไปสู่ร่างกาย มันจะเข้าไปยึดพื้นที่ในระบบทางเดินอาหาร ส่งผลให้เรารู้สึกอิ่มได้เร็ว และอิ่มได้นาน และยังช่วยลดความอยากอาหารลงด้วย อีกทั้งยังช่วย ดึง กวาด สิ่งสกปรกออกจากลำไส้ ซึ่งก็รวมถึงไขมันและเส้นใยอาหารด้วย จึงช่วยลดพลังงานที่จะได้รับจากอาหาร จึงส่งผลให้ลดน้ำหนักได้
ประโยชน์ของไฟเบอร์กับการลดน้ำหนัก
👉 ไฟเบอร์ ช่วยทำให้อาหารเดินทางเร็วขึ้น และมีเวลาอยู่ในทางเดินอาหารสั้นลง จึงช่วยลดการดูดซึมได้
👉 ไฟเบอร์ ลดความอยากอาหารลงได้ เพราะเมื่อทานไฟเบอร์เข้าไปแล้ว เจ้าตัวไฟเบอร์ จะไปแย่งพื้นที่ในระบบทางเดินอาหาร และถ้าคนที่ลดน้ำหนัก เพิ่มการออกกำลังกายเข้าไปด้วย จะยิ่งลดน้ำหนักได้ถึงเป้าหมายเร็วขึ้นไปอีก
ทีนี้ เรามาดูกันว่า 7 อาหารไฟเบอร์สูง ที่ช่วยลดน้ำหนักได้อยู่หมัดนั้นมีอะไรบ้าง
👉ข้าวกล้อง
หยิบไว้เป็นอันดับแรก เพราะในข้าวกล้อง มีเส้นใยสูงมากกว่าข้าวขาวถึง 3-7 เท่า จะสังเกตผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก จะเน้นทานข้าวกล้อง เพราะทำให้อิ่มเร็ว เส้นใยอาหารสูง เจ้าตัวเส้นใยอาหารจะช่วยซับเอาน้ำมัน และน้ำตาลที่เกินทิ้งเป็นกากอุจจาระ ซึ่งจะเห็นว่า นอกจากช่วยควบคุมน้ำหนักแล้ว ยังช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือดและระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไป และช่วยแก้ปัญหาท้องผูก ได้เป็นอย่างดี
👉 ผักกระเฉด
ถือเป็นเมนูชื่นชอบของหลายท่าน (รวมถึงผู้เขียนด้วย) ผักกระเฉด เป็นที่มีความเหนียว และมีกากใยอาหารสูง ถ้าหยิบผักกระเฉด มาประมาณ 100 กรัม จะได้ไฟเบอร์มากถึง 5.3 กรัม ใยอาหารจึงช่วยในการกระตุ้นระบบขับถ่าย ทำให้อุจจาระนิ่ม ช่วยลดปัญหาท้องผูกได้
👉 ผักตำลึง
ตำลึง เป็นแหล่งสารอาหารที่มีประโยชน์ มีเบต้าแคโรทีน และมีแคลเซียมสูง ใยอาหารไฟเบอร์สูงด้วย จึงช่วยในการกระตุ้นระบบขับถ่าย ป้องกันท้องผูก จึงช่วยป้องกันมะเร็งในลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร ทานตำลึง เป็นประจำ จะช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย
👉 ถั่วชนิดต่าง ๆ
ขึ้นชื่อว่า ถั่ว ถือเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง มีไขมันอิ่มตัว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกายในปริมาณที่สูง ร้อยละ 80 ของพลังงานทั้งหมด ไขมันที่อยู่ในถั่ว ถือเป็นไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น Linoleic และ Linolenic Acid ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อระบบการเจริญเติบโตของ ผม ผิวหนัง อีกทั้ง ถั่ว ยังช่วยควบคุมระดับความดันเลือดในร่างกาย กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ไขมันจากถั่ว ยังสามารถเพิ่ม HDL (ไขมันดี) ซึ่งเป็นไขมันที่ป้องกันเส้นเลือดตีบ แถมมีวิตามินซี สูง
👉ข้าวโอ๊ต
ข้าวโอ๊ต มีคุณสมบัติ ช่วยยังยั้งความเสี่ยงโรคหัวใจ และโรคเบาหวาน ที่สำคัญจัดเป็นอาหารเช้าที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก เพราะข้าวโอ๊ต อุดมไปด้วยไฟเบอร์ แนะนำทานข้าวโอ๊ต (โดยไม่ต้องใส่น้ำตาล) กับผลไม้ เป็นอาหารเช้า ถือเป็นสุดยอดอาหารเช้าคุณภาพเต็มพิกัดเลยค่ะ
👉 ดอกแค
ดอกแค ถือเป็นอาหารที่คนโบราณกินแก้ไข้หัวลม หรือช่วงเปลี่ยนอากาศ ดอกแค นิยมมาปรุงเป็นอาหารมากมายหลายเมนู ยอดแค เป็นผักที่มีคุณสมบัติในการชะลอความชราได้อย่างดีเยี่ยม เพราะดอกแค และยอดแค มีสารอาหารที่มีส่วนสำคัญในการต้านอนุมูลอิสระต่อร่างกาย เช่น วิตามิน เอ วิตามิน บี 1 2 3 วิตามิน ซี เบต้าแคโรทีน แคลเซียม ไฟเบอร์เยอะมาก สารอาหารเหล่านี้ มีคุณสมบัติในการชะลอความชระ ช่วยลดปัญหาท้องผูก และทำให้ร่างกายสดชื่นอีกด้วย
👉 ผักเหลียง
ผักเหลียง เป็นผักพื้นบ้านสารพัดประโยชน์ที่ปลูกง่ายตายยาก ทำเป็นอาหารได้สารพัดเมนู จิ้มน้ำพริก ก็อร่อย ผัดผักใบเหลียงผัดไข่ ก็สุดยอดความกรอบอร่อย ผักเหลียง ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน บำรุงกระดูก ฟัน และยังช่วยป้องกันท้องผูก แถมมีไฟเบอร์เยอะเชียวค่ะ ผักเหลียง ทำเมนูอะไรก็อร่อย จึงเป็นเมนูชื่นชอบของทุกครอบครัวทุกภาคเลยค่ะ
จะสังเกตเห็นได้ว่า ทั้ง 7 อาหารส่วนใหญ่จะเน้นเพิ่มไฟเบอร์ เพราะหน้าที่ของไฟเบอร์ในกระเพาะอาหาร การเคลื่อนที่ของไฟเบอร์เป็นไปตามทางเดินอาหารซึ่งดูเหมือนไม่มีอะไรซับซ้อนเยอะ แต่ที่จริงแล้ว มันมีบทบาทสำคัญอย่างมากในกระเพาะอาหารเราเลยค่ะ เย็นนี้ ไปตลาดหาซื้อเมนู 7 อย่างที่แนะนำ เพื่อสุขภาพดีของเรากัน พบกันใหม่ ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ

(เครดิต : 22 high fiber foods you should eat, www.healthline.com/nutrition/22-high-fiber-foods, www.maimoo.com, www.i-kinn.com) ดูน้อยลง

ที่อยู่

18/249 ซอยอ่อนนุช 80 แยก 5 แขวงประเวศ เขตประเวศ
Bangkok
10250

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คินน์ นัตโตะ เพื่อสุขภาพที่ดีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง คินน์ นัตโตะ เพื่อสุขภาพที่ดี:

แชร์