ER PMK กองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน
โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

เนื่องในวันกองทัพไทย เราในฐานะทหารเหล่าแพทย์ ทำหน้าที่อนุรักษ์กำลังรบ มีส่วนร่วมในการดูแลพี่น้องทหารที่ได้รับบาดเจ็บในยุ...
18/01/2026

เนื่องในวันกองทัพไทย เราในฐานะทหารเหล่าแพทย์ ทำหน้าที่อนุรักษ์กำลังรบ มีส่วนร่วมในการดูแลพี่น้องทหารที่ได้รับบาดเจ็บในยุทธการยุทธบดินทร์ และยุทธการศตวรรษ ด้วยการลำเลียงทางอากาศระยะไกล (long distance aeromedical evacuation) 9 เที่ยวบิน ภายใน 5 เดือน รับผู้บาดเจ็บจากราชการสนามชายแดนกลับมาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ารวม 33 นาย ตัวเลขของจำนวนเที่ยวบิน และจำนวนผู้บาดเจ็บที่มากขนาดนี้สำหรับมือใหม่ที่ทำการลำเลียงถือว่ายากลำบาก แต่เราต้องทำให้ได้

เราถูกบังคับให้ยกระดับอย่างรวดเร็ว จากดูแลผู้บาดเจ็บอาการคงที่หลังผ่าตัด ส่งกลับเพื่อทำ definitive surgery หรือ rehabilitation หลังยุทธการยุทธบดินทร์เมื่อเดือนกรกฎาคม เป็นการส่งกลับผู้บาดเจ็บอาการวิกฤติ ที่ยังใส่ท่อช่วยหายใจและเครื่องช่วยหายใจ สัญญาณชีพไม่คงที่ แต่ต้องให้ยา inotropic และ sedative drugs หลายตัวในยุทธการศตวรรษในห้วงเดือนธันวาคม เนื่องจากมีผู้บาดเจ็บอาการหนักจำนวนมากกว่ารอบที่แล้ว ถูกส่งไปทั้งยังโรงพยาบาลกองทัพบกในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 และโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข เราต้องเปิดพื้นที่ให้หน้างานพร้อมรับผู้บาดเจ็บที่ทะลักเข้ามาเรื่อยๆ หลังผ่าตัดช่วยชีวิต (damage control surgery) แล้ว เราแทบจะส่งกลับมายังพื้นที่ส่วนหลังเกือบทันที

ปัจจัยที่ทำให้เราลำเลียงได้สำเร็จโดยไม่มีผู้บาดเจ็บเสียชีวิต เกิดจาก

1. การพัฒนาทีม ตั้งแต่การเตรียมพร้อม วิเคราะห์สถานการณ์ คาดการณ์เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซ้อมการปฏิบัติ ทั้งการเตรียมอุปกรณ์ การทำ pre-flight assessment และ debriefing การติดตั้งอุปกรณ์ วิธีการเคลื่อนย้าย การรักษาและการพยาบาลระหว่างลำเลียง
2. การเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสมตามหลักเวชศาสตร์การบิน หลายครั้งเราดัดแปลงอุปกรณ์ที่มีอยู่ เพื่อให้ใช้งานได้
3. การประสานงาน กับทุกส่วนที่เกี่ยวข้องได้แก่
- ฝ่ายยุทธการ โดยเฉพาะรองนายแพทย์ใหญ่กองทัพภาคที่ ทั้งท่านเดิมและสองท่านใหม่ ที่ช่วยประสานงานด้านข้อมูลผู้บาดเจ็บ โรงพยาบาลต้นทาง และอากาศยาน เป็นอย่างดี
- แพทย์ที่ทำการรักษาต้นทาง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจน
- นักบินและช่างประจำอากาศยาน เครื่องบินลำเลียงแบบ 295 ฝูงเครื่องบิน กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก ในการจัดเที่ยวบิน การเลือกระดับความสูงของเพดานบินที่เหมาะสมกับผู้บาดเจ็บ และการติดตั้งเปล

4. Resource persons
เราโชคดีที่มี อาจารย์วรณิสร์ อมรทรงชัย ที่สำเร็จหลักสูตร Critical Care Air Transport Team (CCATT) จาก 15th Medical Group, US Air Force Medical Service.ฐานทัพอากาศ Hickham (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นฐานทัพร่วม Pearl Harbor - Hickham) มลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา และขึ้นบินจริงกับเครื่องลำเลียง C-17 ที่ดัดแปลงเป็น ICU ลอยฟ้ามาแล้ว อาจารย์เป็นแบบอย่างที่แสดงให้เห็นว่าการไปเรียนหลักสูตรใดๆ แล้วนำมาใช้ให้ก่อเกิดประโยชน์แก่ผู้บาดเจ็บจริง และถ่ายทอดให้แก่ผู้ร่วมงานอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ เรายังมีครูบาอาจารย์และพี่น้องจากสถาบันเวชศาสตร์การบินกองทัพอากาศ คอยให้คำปรึกษาเสมอมา

เราไม่ใช่ HEMS เราไม่ใช่ Sky Doctor แต่เราคือทีมลำเลียงทางอากาศระยะไกล Long Distance Aeromedical Evacuation (LDAM) / Critical Care Air Transport Team (CCATT) โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เราจะยังพัฒนาการลำเลียงให้ดียิ่งขึ้น ปลอดภัยยิ่งขึ้น และพร้อมเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ เพิ่มเติมในทุกเที่ยวบิน

#ยุทธบดินทร์ฺ

พันเอกอารัญ สวัสดิพงษ์ รองผู้อำนวยการกองอุบัติและเวชกรรมฉุกเฉิน และหัวหน้าศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินพระมงกุฎเกล้า ปฏิบัต...
31/12/2025

พันเอกอารัญ สวัสดิพงษ์ รองผู้อำนวยการกองอุบัติและเวชกรรมฉุกเฉิน และหัวหน้าศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินพระมงกุฎเกล้า ปฏิบัติหน้าที่ราชการสนามชายแดน สนับสนุนการบริการแพทย์ในสนามให้แก่กองทัพภาคที่ 2 ตามคำสั่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ให้เป็นหัวหน้าชุดศัลยกรรมเคลื่อนที่ โรงพยาบาลสนามส่วนหน้ากองทัพบก ในห้วงกรณีพิพาทชายแดนด้านตะวันออก ในเดือนธันวาคม 2568

นอกจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้าชุด อาจารย์อารัญยังร่วมดูแลพี่น้องทหารที่บาดเจ็บ ไม่ว่าในฐานะ ATLS instructor ช่วย triage และ resuscitate ที่ห้องฉุกเฉิน ในฐานะ orthopedic trauma surgeon เข้าผ่าตัดรักษาด้วยตัวเอง และในฐานะหัวหน้าศูนย์ EMS อำนวยการรับและส่งกลับผู้ป่วยทางอากาศ

จากประสบการณ์ในครั้งนี้ อาจารย์อารัญจะนำประสบการณ์การดูแลผู้บาดเจ็บจากการรบ และการลำเลียงทางอากาศ มาถ่ายทอดให้แก่ แพทย์ประจำบ้าน และนักเรียนแพทย์ทหารต่อไป

เนื่องในวโรกาสที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระอ...
02/12/2025

เนื่องในวโรกาสที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ไปทรงเปิดอาคารเฉลิมพระเกียรติ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า และทรงเปิดงานประชุมวิขาการวาระพิเศษ เนื่องในโอกาสวันสถาปนาวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ครบรอบปีที่ 50 ในวันที่ 2 ธันวาคม 2568

กองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน ได้ทำการจัดตั้งส่วนบริการทางการแพทย์ ร่วมกับกองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัย โดยเตรียมการวางแผน การจัดพื้นที่ให้บริการล่วงหน้า การซักซ้อมการส่งกลับ และปฏิบัติงานจริง

ในการนี้ พันเอกอารัญ สวัสดิพงษ์ รองผู้อำนวยการกองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน ทำหน้าที่เป็น medical incident commander ร่วมกับอาจารย์แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินพระมงกุฎเกล้า

กองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน  รพ.พระมงกุฎเกล้าเปิดรับสมัครแพทย์ประจำบ้านเวชศาสตร์ฉุกเฉินปีการศึกษา 2569 จำนวน 8 ตำแหน่...
23/09/2025

กองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน รพ.พระมงกุฎเกล้า
เปิดรับสมัครแพทย์ประจำบ้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน
ปีการศึกษา 2569 จำนวน 8 ตำแหน่ง

ตั้งแต่ 1-31 ตุลาคม 2568

สมัครได้ที่ https://tcep.or.th/resident-matching/2569/1

การส่งกลับทางอากาศ หรือการลำเลียงทางอากาศ (Aeromedical Evacuation) เป็นการปฏิบัติงานที่ท้าทายอีกอย่างหนี่งของแพทย์เวชศาส...
11/09/2025

การส่งกลับทางอากาศ หรือการลำเลียงทางอากาศ (Aeromedical Evacuation) เป็นการปฏิบัติงานที่ท้าทายอีกอย่างหนี่งของแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน และหน่วย EMS เนื่องจากต้องมีการเตรียมพร้อมและประสานงานที่ดี ตั้งแต่ตรวจสอบว่าผู้ป่วยกับโรงพยาบาลหรือแพทย์ผู้ดูแลต้นทางว่าผู้ป่วยมีความพร้อมในการส่งกลับทางอากาศหรือไม่ มีข้อห้ามใดหรือไม่ เตรียมเครื่องมือที่พร้อมสำหรับการปฏิบัติงานบนอากาศยานที่มีเสียงดัง ความกดอากาศ และการสั่นสะเทือนเป็นอุปสรรค ต้องเตรียมของไปเกินดีกว่าขาด เตรียมทีมงานและซักซ้อมให้มีความพร้อมในการปฏิบัติ และวางแผนแก้ไขปัญหาล่วงหน้าที่อาจเกิดได้ทุกเมื่อ

กองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ทำการส่งกลับทางอากาศผู้ป่วยและบาดเจ็บจากราชการสนามมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ และล่าสุดสถานการณ์การปะทะตามชายแดนด้านตะวันออกของประเทศ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและศักยภาพของอาจารย์แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินพระมงกุฎเกล้า การปฏิบัติในแต่ละครั้งสามารถถอดบทเรียน เพื่อถ่ายทอดให้แก่แพทย์ประจำบ้าน และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ในอันที่จะพัฒนาการทำงานให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

การฝึกเวชปฏิบัติการยุทธ์ ‘ปฏิบัติการเพชราวุธ (Petcharawut Operation)’ เป็นการฝึกประจำปีของนักเรียนแพทย์ทหารชั้นปีที่ 6 ม...
07/09/2025

การฝึกเวชปฏิบัติการยุทธ์ ‘ปฏิบัติการเพชราวุธ (Petcharawut Operation)’ เป็นการฝึกประจำปีของนักเรียนแพทย์ทหารชั้นปีที่ 6 มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจบให้สามารถให้บริการทางการแพทย์ในภาวะยากลำบากและแร้นแค้น (austere medical service)

คำว่า operational medicine ในชื่อการฝึกไม่ได้มีความหมายเฉพาะการบริการทางการแพทย์ในสนามรบ แต่ยังหมายถึงการให้การรักษาพยาบาลในภัยพิบัติ ภาวะโรคระบาด หรือการบูรณาการกับภาคสาธารณสุข รูปแบบการฝึกในปัจจุบันจึงมีความหลากหลาย ทั้งการดูแลผู้บาดเจ็บจากการรบทางยุทธวิธี การเปิดที่พยาบาลกองพันในรูปแบบการรบตามแบบเพื่อทำ advanced life support การจัดตั้งที่พยาบาลกองพลในรูปแบบการใช้ทรัพยากรของกระทรวงสาธารณสุข การส่งกลับทางอากาศ การจัดตั้งทีม MERT ตอบสนองต่อภัยพิบัติ การจัดการภาวะ HAZMAT และการจัดการโรคติดต่ออุบัติใหม่

ในปี 2025 เป็นโอกาสครบรอบ 50 ปีการสถาปนา วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า และครบรอบปีที่ 24 ของการฝึกปฏิบัติการเพชราวุธ กองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน ส่งอาจารย์แพทย์ และแพทย์ประจำบ้านทั้งทหารและพลเรือน เข้าร่วมการฝึกอย่างพร้อมพรั่ง ดั่งที่ปฏิบัติเป็นประจำอย่างต่อเนื่องมามากกว่า 10 ปี โดยเข้าร่วมในการปฏิบัติการตั้งแต่การเตรียมการ การร่วมฝึกอาจารย์ผู้ประเมิน การฝึกภาคที่ตั้ง และการฝึกภาคสนามดังต่อไปนี้

1. การเตรียมการ ร่วมกับภาควิชาเวชศาสตร์ทหารและชุมชน พัฒนาข้อสอบและแบบประเมิน (mini-CEX) โดยปีนี้พัฒนาในรูปแบบใหม่ที่มีรายละเอียดมากขึ้นและเอื้อต่ออาจารย์ผู้ประเมินใหม่ที่อาจไม่คุ้นเคยกับสถานการณ์แบบ advanced life support ล่วงหน้าเป็นเวลามากกว่า 4 เดือน

2. การฝึกภาคที่ตั้ง จัดการบรรยายเพื่อทบทวนความรู้ในหัวข้อ Tactical Combat Casualty Care และ Advanced Trauma Life Support จัดสถานี skill stations ตาม MARCH-PAWS algorithm โดยแพทย์ประจำบ้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ก่อนที่จะจัดซ้อมใหญ่ rock rehearsal ตั้งแต่ขั้นตอนการรับภารกิจเพื่อประเมินผู้นำหน่วย การจัดตั้งที่พยาบาลกองพัน การรักษาพยาบาล และการส่งกลับ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความคุ้นเคยและความมั่นใจแก่นักเรียนแพทย์ทหารก่อนเดินทางไปฝึกภาคสนามจริง เมื่อวันที่ 25-27 สิงหาคม 2568

3. การร่วมฝึกอาจารย์ผู้ประเมิน (Petcharawut Instructor Course) โดยจัดการอบรมรายละเอียดและวิธีใช้แบบประเมินแบบใหม่ การสาธิตการประเมิน และร่วมจัด workshop ให้อาจารย์ใหม่ได้ทดลองปฏิบัติก่อนภาคสนาม เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568

4. การฝึกภาคสนาม ณ พื้นที่ฝึก กองพันนักเรียนนายสิบเสนารักษ์ และโรงพยาบาลอานันทมหิดล จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ 2-4 กันยายน 2568

ในปีต่อๆ ไป คณาจารย์และแพทย์ประจำบ้าน กองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน จะยังเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกปฏิบัติการเพชราวุธ เพื่อให้นักเรียนแพทย์ทหารที่สำเร็จจากวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า มีความพร้อมในการเผลิญเหตุทุกรูปแบบ ในโลกแห่งความเป็นจริงที่มีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (VUCA world)

บรรยากาศการสอบ OSCE แพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 1  ปีการศึกษา 2567  🩺🩻🧑‍⚕️📋23 มิถุนายน 2568
06/07/2025

บรรยากาศการสอบ OSCE แพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 1 ปีการศึกษา 2567 🩺🩻🧑‍⚕️📋

23 มิถุนายน 2568

🥳  ขอแสดงความยินดีกับ “แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน” ป้ายแดง EP 19  — รุ่นที่มาน้อย อยู่ครบ จบสวยงาม 👏🏻🤗  และยินดีต้อนรับ “แพทย...
02/07/2025

🥳 ขอแสดงความยินดีกับ “แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน” ป้ายแดง EP 19 — รุ่นที่มาน้อย อยู่ครบ จบสวยงาม 👏🏻

🤗 และยินดีต้อนรับ “แพทย์ประจำบ้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน“ ใหม่ EP 22 🫶🏻


29/05/2025

เนื่องจากมีผู้ติดต่อเพื่อขอฝึกงาน elective ที่ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเป็นจำนวนมากตลอดทั้งปีการศึกษา หากท่านมีความสนใจ กรุณาแจ้งข้อมูลดังต่อไปนี้ให้ครบถ้วนผ่าน FB messenger เพื่อการพิจารณารับฝึกงาน

1. ชื่อ นามสกุล
2. ระดับที่กำลังศึกษา (นักศึกษาแพทย์ แพทย์ใช้ทุน หรือ แพทย์ประจำบ้านชั้นปีใด)
3. สถาบัน โรงพยาบาล หรือต้นสังกัดปัจจุบัน
4. ห้วงเวลาที่ต้องการฝึกงาน
5. มีความสนใจจะฝึกงาน ศึกษา หรือดูงานหัวข้อใดเป็นพิเศษ
6. หมายเลขโทรศัพท์ email address ที่จะให้ติดต่อกลับ

ทางเราจะพยายามจัดสรรให้ท่านได้ฝึกงานในห้วงเวลาที่ไม่ทับซ้อนกับการเรียนการสอนประจำ และมีอาจารย์แพทย์คอยดูแลได้ตลอดเวลา เพื่อให้ท่านได้ประโยชน์สูงสุดในการฝึกงาน

Send a message to learn more

พันเอกอารัญ สวัสดิพงษ์ รองผู้อำนวยการกองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน นำคณาจารย์และพยาบาลหัวหน้าห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน เข้า...
19/04/2025

พันเอกอารัญ สวัสดิพงษ์ รองผู้อำนวยการกองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน นำคณาจารย์และพยาบาลหัวหน้าห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน เข้าพบ พลตรีนครินทร์ ศันสนยุทธ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2568 เพื่อแสดงความขอบคุณที่ให้ความอนุเคราะห์ให้ใช้พื้นที่ดูแลผู้ป่วย ที่ถูกอพยพจากอาคารสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ในเหตุแผ่นดินไหวในวันที่ 28 มีนาคม 2568

ครบ 1 สัปดาห์เหตุแผ่นดินไหว 28 มีนาคม 2568นอกจากภารกิจนอกโรงพยาบาล แล้ว ความวุ่นวายภายในโรงพยาบาลก็หนักหนาไม่แพ้กัน ขอบั...
04/04/2025

ครบ 1 สัปดาห์เหตุแผ่นดินไหว 28 มีนาคม 2568

นอกจากภารกิจนอกโรงพยาบาล แล้ว ความวุ่นวายภายในโรงพยาบาลก็หนักหนาไม่แพ้กัน ขอบันทึกไว้เป็น digital footprint ถึงวันที่แผ่นดินพิโรธ

เมื่อแพทย์ประจำบ้านแผนกต่างๆ ในห้องฉุกเฉินรับรู้ได้ถึงการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และมีเสียงดังเกิดขึ้นจากกระเบื้องที่ดีดตัว ผนังที่ร้าว ฝ้าที่ร่วง สิ่งแรกที่น้องๆ ทำคือ “มุดโต๊ะ” ตามหลักการ ทุกคนรับรู้ว่าแล้วว่ากำลังเกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง และมีสัญญาณว่าตึกอาจจะถล่ม สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือ ย้ายตัวเองและผู้ป่วยทั้งหมดออกจากอาคาร

กองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน เลือกพื้นที่ลานจอดรถของ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร (AFRIMS) เป็นจุดรวมพล เนื่องจากใกล้ที่สุด และไม่มีอาคารสูงเสี่ยงต่อการถล่มทับ เมื่อการสั่นสะเทือนครั้งแรกหยุดลง แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกคนช่วยกันย้ายผู้ป่วยออกจากอาคาร โดยเริ่มจากผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองได้ให้เดินออกไปก่อน ส่วนผู้ป่วยนอนเปลจะมีเจ้าหน้าที่ทยอยพาออกไป แน่นอนว่าในห้องฉุกเฉินต้องมีผู้ป่วยวิกฤตที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ และมีเฟอร์นิเจอร์ติดตัวมากมาย การขนย้ายผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงเป็นไปอย่างทุลักทุเล แต่ทีมก็ช่วยกันนำผู้ป่วยทุกรายออกมาได้อย่างปลอดภัย

หลังจากใช้เวลาอพยพประมาณ 45 นาที แพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล เจ้าหน้าที่กองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน และเจ้าหน้าที่ EMS นำผู้ป่วยจากห้องฉุกเฉิน หอผู้ป่วยสังเกตอาการ และหอผู้ป่วยอุบัติเหตุชาย/หญิง มารวมกันที่จุดรวมพล ซึ่งสิ่งที่ทีมทำต่อไป คือ

- ตรวจสอบยอดเจ้าหน้าที่ เพื่อให้รู้ว่าทุกคนปลอดภัย และมีทีมที่พร้อมจะทำงานต่อ ซึ่งพบว่ายอดเจ้าหน้าที่ “เกิน” … เนื่องจากมีผู้ที่ถึงแม้ไม่ได้อยู่เวรส่วนหนึ่ง เดินทางจากหอพักกลับมายังโรงพยาบาลเพื่อช่วยกันดูแลผู้ป่วยโดยไม่ได้ร้องขอ
- ตรวจสอบยอดผู้ป่วย และจัด priority โดยให้พยาบาลแต่ละหอผู้ป่วยรายงานยอดผู้ป่วยต่อ zone commander เนื่องจากสถานการณ์ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าอาคาีจะปลอดภัยพอให้สามารถย้ายผู้ป่วยกลับเข้าตึกได้หรือไม่ จึงจัดทำทะเบียนแบบย่อ (ชื่อ เพศ อายุ การวินิจฉัย แผนการรักษา ทรัพยากรที่ต้องใช้) ของผู้ป่วยทั้งหมดในความรับผิดชอบ เผื่อกรณีที่ต้องส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลอื่น แน่นอนว่ามีผู้ป่วยอาการเล็กน้อย และเดินได้ หายไประหว่างการอพยพ ทีมพยาบาลได้โทรตรวจสอบทุกราย พบว่ากลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย
- ตรวจสอบทรัพยากรที่มี และหาได้ในเวลานั้นให้พร้อมใช้
- จัดรถ EMS 🚑 เป็น Resuscitation bay ในกรณีที่มีผู้ป่วยอาการแย่ลง หรือต้องรับผู้บาดเจ็บจากข้างนอก

ในเหตุเดียวกันนี้ก็ได้รับคำสั่งให้จัดชุดแพทย์ไปหน้างานที่เกิดเหตุตึกถล่ม หันซ้ายหันขวาเจอแพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 3 (พระเอกของเราจากโพสต์ก่อนหน้านี้) จึงมอบหมายให้ไปกับทีม EMS รวมทั้งตรวจสอบ surge capacity อันน้อยนิด เพื่อเตรียมรับ mass casualty เท่าที่ทำได้

ถึงตอนนี้เราเริ่มพบปัญหาว่ามีผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้ oxygen จำนวนมาก ต้องคอยตรวจสอบถัง oxygen ว่าจะใกล้จะหมดหรือยัง ทีมจึงเริ่มทำการจัด zone ให้ผูฝเหมือนในห้องฉุกเฉิน เพื่อสะดวกในการจัดแพทย์ พยาบาล และผู้ช่วยพยาบาลไปดูแล รวมถึงง่ายต่อการบริหารทรัพยากร โดยแบ่งเป็น
- Zone สีแดง : ผู้ป่วยที่ต้องใช้ ventilator และผู้ป่วยที่ต้องได้รับการ monitor
- Zone สีส้ม : ผู้ป่วยที่ใช้ถัง oxygen
- Zone สีเหลือง : ผู้ป่วยเปลนอน
- Zone สีเขึยว : ผู้ป่วยรถนั่ง และผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองได้

เมื่อทราบว่าอาคารประภาศรีกำลังเอก (อาคารห้องฉุกเฉินเก่า) มีความมั่นคงปลอดภัยและสามารถไปใช้ได้ เราวางแผนจะย้ายผู้ป่วย zone สีแดง และสีส้มไปใช้ oxygen ที่นั้น อาจารย์แพทย์หนึ่งท่านจึงเข้าไปเป็น zone commander และสำรวจพื้นที่ ชั้น 2 (จำเป็นต้องพังประตูบ้าง ตัดโซ่บ้าง) เพื่อตรวจสอบ pipe line ทั้งหมดว่ายังใช้การได้หรือไม่ การย้ายผู้ป่วยหนักจากจุดรวมพลไปอาคารประภาศรีฯ ทีมใช้การสื่อสารกันว่า รับได้ทีละกี่คน ส่งผู้ป่วยชื่ออะไร วินิจฉัยอะไร ใช้ oxygen รูปแบบไหนไป โดยมีพยาบาลไปด้วยกับผู้ป่วยทุกราย การเคลื่อนย้ายดำเนินการโดยใช่ถนนราชวิถีหน้าโรงพยาบาล โดยขอปิดการจราจรเพียงช่องทางซ้ายสุดแค่ช่องทางเดียว ด้วยความร่วมมือจากสารวัตรทหาร และ เจ้าหน้าที่ รปภ. องค์การทหารผ่านศึก

เนื่องจากสถานการณ์มีแนวโน้มจะใช้เวลายาวนาน ผู้ป่วยบางรายมีอาการแย่ลง กอปรกับทรัพยากรที่จำกัด ทีมเลือกที่จะให้การรักษาแบบ non-invasive คือใส่ BiPAP ก่อน แล้วค่อยไปพิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจเมื่อย้ายผู้ป่วยไปถึงอาคารประภาศรีฯ

เมื่อจัดการผู้ป่วยอาการหนักทั้งหมดแล้ว ลำดับถัดไปคือ การจำหน่ายผู้ป่วยที่พอกลับบ้านได้ การออกใบนัดใช้การแสวงเครื่อง โดยเขียนสรุปอาการ แผนการรักษา วันนัด ใส่กระดาษ A4 ให้ผู้ป่วยติดตัวกลับไป บางรายที่พร้อมกลับบ้านแต่ไม่มีรถกลับ ทีมก็ช่วยประสานรถพยาบาลเอกชนนำส่งให้เนื่องจากสภาพการจราจรภายนอกสาหัสมาก

เมื่อเหตุการณ์เริ่มสงบ ไม่มี aftershock วิศวกรประจำอาคารได้ตรวจสอบและยืนยันว่าอาคารแข็งแรงมั่นคงปลอดภัย สิ่งอุปกรณ์ ไฟฟ้า น้ำประปา pipe line สามารถใช้การได้ จึงเริ่มย้ายผู้ป่วยกลับเข้าอาคาร โดยยังคงตรวจสอบชื่อและจำนวนผู้ป่วยอยู่ตลอด เพื่อแจ้งยอดแก่ผู้บังคับบัญชาให้รับทราบ

ในช่วงแรกของการอพยพกลับ มีคำสั่งให้ใช้พื้นที่ได้เฉพาะห้องฉุกเฉิน ชั้น 1 เท่านั้น ทีมจึงจัดพื้นที่ต่างๆ ในห้องฉุกเฉินให้ผู้ป่วยจากหอผู้ป่วยเดียวกันอยู่รวมกัน เพื่อความสะดวกในการทำงานของพยาบาล และง่ายต่อการตรวจสอบผู้ป่วย

เมื่อสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ ผู้ป่วยจากหอผู้ป่วยย้ายกลับขึ้นตึก ผู้ป่วยอาการหนักจากอาคารประภาศรีฯ ย้ายกลับห้องฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ทุกคนได้ผลัดกันพักรับประทานอาหาร เข้าห้องน้ำ ตรวจสอบยอดสิ่งอุปกรณ์ เวชภัณฑ์ ตรวจสอบขวัญกำลังใจ (ตามหลักการของ recovery phase) สรุปยอดผู้ป่วย debrief สั้นๆ
เราสามารถจัดเปิดห้องฉุกเฉิน 🏥 ให้พร้อมสำหรับรับผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บใหม่ได้เมื่อเวลา 21.30 น.

การที่เราสามารถผ่านพ้นวิกฤติการณ์นี้ ให้การรักษาพยาบาล และบริหารงานหลายอย่างในเวลาเดียวกันอย่างรวดเร็ว ภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด จนทำได้สำเร็จมีประสิทธิภาพในระดับหนึ่งที่น่าพอใจ ตามหลักการของ Busines Continuity Plan ในภาวะวิกฤติได้นั้น เมื่อกลับมาทบทวนดูแล้ว ปัจจัยที่ส่งผลให้สำเร็จ ประกอบด้วย การมีระบบบัญชาสถานการณ์ภายในกองที่ดี การแบ่งหน้าที่ชัดเจน และทุกคนรู้หน้าที่ของตนเอง

การทำงานอย่างดีเยี่ยมของทุกคน ทำให้เราสามารถรับมือภัยที่เกิดในบ้านของเราอย่างมีประสิทธิภาพ ขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดังต่อไปนี้

1. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร เพื่อนบ้านที่แสนดีของเรา ที่อนุญาตให้ใช้ลานจอดรถเป็นพื้นที่รองรับ กำลังพลทั้งไทยและอเมริกันต่างมาช่วยเข็นเปล ช่วยยกของ (ถัง oxygen ที่ว่าหนัก พี่ฝรั่งยกลอยสบายๆ) สนับสนุนเครื่องเสียง อุปกรณ์สำนักงาน นำน้ำดื่ม และพัดลมมาให้เรายามเหน็ดเหนื่อย

2. พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล เสมียน และเจ้าหน้าที่ทุกท่านของกองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน ที่เข้มแข็ง อดทน เสียสละมาช่วยกันทั้งที่หลายท่านไม่ได้เป็นเวร ปรับเปลี่ยนให้การรักษาพยาบาลตามหน้างานได้อย่างดีเยี่ยม ของสำคัญอีกอย่างที่พยาบาลนำติดตัวมาคือ nurse note และ chart ผู้ป่วย ซึ่งทำให้ทีมสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง

3. สมาชิกศูนย์บริการแพทย์ฉุกเฉินพระมงกุฎเกล้า PMK EMS ส่งคนมาช่วยอพยพผู้ป่วยลงจากอาคาร จัดรถพยาบาลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยระหว่างอารารต่างๆ ภายใน รพ. และยังต้องจัดชุดแพทย์ไปเหตุตึกถล่มในเวลาเดียวกัน ทั้งที่ตัวเองอยู่ใต้ถุนตึก ถ้าถล่มคงไม่ต้องหา

4. อาจารย์แพทย์ทุกท่าน ที่มาช่วยกัน บางท่านลงเวรดึกไปพัก หรือไปเป็นวิทยากรที่อื่น ต่างพร้อมใจกลับมาช่วยโดยไม่ต้องร้องขอ ถึงแม้การจราจรจะติดขัด ไม่สามารถเข้าถึงโรงพยาบาลได้ อาจารย์ทุกท่านพยายามหาทางกลับมาด้วยรถประจำทาง จักรยานยนต์รับจ้าง หรือกระทั่งการเดินเท้า (วิ่งบ้าง วาร์ปบ้าง) โดยเฉพาะอาจารย์ที่ทำหน้าที่ zone commander ทั้ในจุดลานพักผู้ป่วยห้องฉุกเฉิน และที่อาคารประภาศรีกำลังเอก ส่วนอาจารย์แพทย์ที่ติดภารกิจและไม่สามารถกลับมาได้ ก็ช่วยวางแผนและคอยชี้แนะการปฏิบัติของทีมอยู่ห่างๆ อย่างทุรนทุราย (อยากกลับไปช่วยใจจะขาด แต่กลับไปไม่ได้)

5. แพทย์ประจำบ้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ทั้งที่ขึ้นเวร ที่ปฏิบัติหน้าที่เคลื่อนย้าย และดูแลผู้ป่วยของเราได้อย่างดีเยี่ยม และที่ไม่ได้ขึ้นเวรก็มาจากหอพักเพื่อช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าบางคนจะมาช้าไปนิดเพราะขอแวะซื้อหมวกกันน็อค⛑️ ก่อนเข้าพื้นที่

6. นักเรียนแพทย์ทหาร วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎ ที่อยู่ช่วยดูแลผู้ป่วยถึงค่ำมืด

7. เจ้าหน้าที่ส่วนสนับสนุน ที่คอยหาน้ำหาข้าวให้ จำเป็นมากทั้งระหว่างทำงาน และตอนที่สถานการณ์เริ่มสงบและมีภาวะ adrenaline withdrawal

8.น้องๆ พลทหาร ร้อย.พล.สร. รพ.รร.๖ และน้องๆ เวรเปล ที่มาช่วยย้ายคนไข้ทั้งขาไปและขากลับ น้องมากันเยอะมากและพร้อมทำงานสุดๆ ถึงแดดจะร้อน น้องก็มายืนรอพร้อมให้เรียกไปย้ายคนไข้

9. สารวัตรทหาร และ เจ้าหน้าที่ รปภ. องค์การทหารผ่านศึก ที่ช่วยดูแลเรื่องการจราจรและความปลอดภัยในพื้นที่

10. รถพยาบาลเอกชน ช่วยส่งผู้ป่วยกลับบ้าน ไม่รู้ว่าออกไปแล้วรถติดแค่ไหน ส่งผู้ป่วยถึงที่โมง และแต่ละคันกว่าจะกลับถึงบ้านตัวเองกันกี่โมง

เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราถูกทดสอบระบบ เราถูกทดสอบมาหลายครั้ง เช่น เหตุชุมนุมทางการเมือง เหตุลอบวางระเบิดในโรงพยาบาล ทุกครั้งสำเร็จเพราะความร่วมแรงร่วมใจของทุกคน ทุกเหตุการณ์ทำให้เรารู้ว่าเรามีศักยภาพแค่ไหน แต่เราจะไม่นิ่งนอนใจ เหตุใดมาคราวหน้า เราจะพร้อมกว่านี้ และทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก




#แผ่นดินไหว

เหตุภัยพิบัติมักจะก่อให้เกิดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน อย่างไรก็ตามโอกาสดีเพียงอย่างเดียวในเหตุร้ายต่างๆ สำหรับผู้ปฏิบ...
01/04/2025

เหตุภัยพิบัติมักจะก่อให้เกิดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน อย่างไรก็ตามโอกาสดีเพียงอย่างเดียวในเหตุร้ายต่างๆ สำหรับผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉินและภัยพิบัติคือ การเก็บเกี่ยวประสบการณ์จริง และวัดว่าสิ่งที่เรียนมาสามารถนำไปใช้ได้

กองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน ได้รับคำสั่งจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ตามดำริของผู้บัญชาการทหารบก ให้จัดชุดแพทย์สมทบกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งทำหน้าที่เป็น medical commander ในเหตุอาคารถล่มเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568

ชุดแพทย์ของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ชุดช่วยชีวิตขั้นสูง (resuscitation) ในการปฏิบัติงานสามารถช่วยพยุงชีพผู้บาดเจ็บที่หัวใจหยุดเต้นจาก crush syndrome และนำส่งโรงพยาบาลได้สำเร็จ (สุดท้ายเราสูญเสียผู้ป่วยรายนี้จากภาวะทาง metabolic ผิดปกติอย่างรุนแรงในเช้าวันที่ 29 มีนาคม)

ในปฏิบัติการครั้งนี้ ขอขอบคุณผู้มีส่วนร่วมดังต่อไปนี้

ร.อ.ธนนันท์ ชวศร แพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 3 ที่อาสาไปปฏิบัติงานโดยที่ยังไม่มีรายละเอียดใดๆ ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดของอาจารย์ พ.อ.หญิง ปิยธิดา กัลยาณมิตร ผู้ที่สำเร็จการศึกษาด้านภัยพิบัติจากประเทศญี่ปุ่น

หลังจาก ร.อ.ธนนันท์ฯ นำส่งผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล นพ.ปฏิภาน โทอินทร์ แพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 1 ได้มาผลัดเปลี่ยน ไม่ได้หลับไม่ได้นอนจนถึงเช้า ต้องนอนชดเชยหลายชั่วโมงเหมือน jet lag

อาจารย์ พ.ท.หญิง ธันยพร ตั้งตรงจิตร ผู้จัดการการอพยพผู้ป่วยจากอาคารสิริกิติ์ฯ อย่างมีประสิทธิภาพ และอาจารย์ พ.อ.ณัฐ ไกรโรจนานันท์ ตามมาช่วยในผลัดที่สองวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม

อาจารย์ พ.อ.กิติศักดิ์ แสนประเสริฐ ถึงแม้จะลาออกจากราชการ แต่เลือดทหารยังไหลเวียนในตัว มาช่วยในวันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม พร้อมกับ พญ.ณัฐพร หทัยเปี่ยมสุข แพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 3 นพ.วิศรุต ถนอมพฤฒิกุล แพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 2 และนพ.รัฐบดินทร์ จรรยากูล แพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 2 ในผลัดสุดท้ายก่อนจะปรับภารกิจการค้นหาเป็นการรื้อถอน โดยมีอาจารย์นนทกา นิพิธกุล ศิษย์เก่า EP PMK รุ่น 14 ทำหน้าที่ medical commander

พ.ต.ธีร์ธวัช สถิรรัตน์ EP PMK รุ่น 13 ได้รับคำสั่งจากกรมแพทย์ทหารบกให้ stand by การส่งกลับทางอากาศในกรณีโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ไม่สามารถทำการผ่าตัดรักษาได้ ก็ได้ใช้ความรู้ความสามารถที่เป็น intensivist มารอช่วยหากมีผู้ป่วยอาการหนักออกจากซากตึก

และคนสำคัญที่สุดอีกคนคือ ทีม PMK EMS ที่ทำทันทีเมื่อได้รับคำสั่ง ประสานงาน เตรียมอุปกรณ์ ครบถ้วน พร้อมเข้าพื้นที่ เสียสละและอดทน

การปฏิบัติงานครั้งนี้ทำให้เห็นว่าเรามีความพร้อม ความมุ่งมั่นในการทำงานให้ดีที่สุด และเรียนรู้จากเหตุการณ์จริงโดยมีอาจารย์ดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกท่าน และเป็นกำลังใจแก่ผู้ที่ยังปฏิบัติงานต่อ หวังว่าสักวันเราจะได้กลับไปร่วมแรงร่วมใจกันอีกครั้ง




#แผ่นดินไหว
#ตึกถล่ม

ที่อยู่

315 ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี
Bangkok
10400

เบอร์โทรศัพท์

+6627633453

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ER PMKผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram

ประเภท