Family practice notebook

Family practice notebook Family Medicine
Family Practice Notebook TH
เวชศาสตร์ครอบครัว
Addiction Family Medicine
เวชศาสตร์ครอบครัวการเสพติด

22/12/2025
รับสมัคร แพทย์ฝึกอบรมเฉพาะด้าน หลักสูตรเพื่อประกาศนียบัตรประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้านเวชศาสตร์ครอบครัวการเสพติด (Certificate...
19/12/2025

รับสมัคร แพทย์ฝึกอบรมเฉพาะด้าน หลักสูตรเพื่อประกาศนียบัตรประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้านเวชศาสตร์ครอบครัวการเสพติด (Certificate of Medical Proficiency in Addiction Family Medicine) ผู้สูงอายุ (Geriatric) การบริบาลแบบประคับประคอง (Palliative) หลักสูตร 1 ปี
..
การสมัครหลักสูตรเพื่อประกาศนียบัตรฯ เวชศาสตร์ครอบครัวการเสพติด ปีการฝึกอบรม พ.ศ.2569
เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มกราคม พ.ศ.2569
https://thaifammed.org/afs_support/applyaddiction69/
ปีนี้ ขอนแก่นรับ6 ราชวิถี-สบยช2 เชียงใหม่3 ปัตตานี5 💉💊👨‍⚕️
..
การสมัครหลักสูตรเพื่อประกาศนียบัตรฯ เวชศาสตร์ครอบครัวผู้สูงอายุ
ปีการฝึกอบรม พ.ศ.2569
*** หมดเขตรับสมัคร 25 ธ้นวาคม พ.ศ.2568 ***
https://thaifammed.org/afs_support/apply-geriatric๖๙/
..
การสมัครหลักสูตรเพื่อประกาศนียบัตรฯ เวชศาสตร์ครอบครัวการบริบาลแบบประคับประคอง (หลักสูตร 1 ปี) ปีการฝึกอบรม พ.ศ.2569
*** หมดเขตรับสมัคร 25 ธ้นวาคม พ.ศ.2568 ***
https://thaifammed.org/afs_support/applypalliative69/

#ไปกันต่อ

16/12/2025

คำถามจากน้องๆ

Q:หนูสงสัยว่าเราสามารถแยกอาการกลุ่มโรคพวก
rotator cuff tear, impingement syndrome และ frozen shoulder
ออกจากกันด้วย keys อะไรบ้างคะ ?

1. Frozen shoulder คือ ไหล่ติด
Limit ROM ทั้ง Passive+ Active Motion

2.Rotator cuff tear
อาการ ปวดเวลาใช้งาน ยกแขนไม่ขึ้น แขนอ่อนแรง ปวดมากกลางคืน นอนทับแขนข้างที่ปวดไม่ได้
PE: Active ยกเองไม่ขึ้น แต่passive ยังได้อยู่
-Drop Arm +ve
-Jobe test +ve : Supraspinatus
-External rotation resist test +ve : infraspinatus and teres minor
-Lift off test : Subscapularis

3.Impringement Syndrome
ปวดเวลายก แต่ไม่มี Limit ROM
PE: - Hawkin Kennedy impringement +ve
- Near test +ve

แปะวีดีโอตรวจร่างกายมาให้ดูด้วยนะ
https://youtu.be/tUFRNxq8LV8?si=pB1dIdFhHjODVEyJ

Good luck ครับ
#เรียนOrthoกับครูพี่ยิ่ง

16/12/2025

[Psychiatry - CPG Depression 2553]
Guideline ภาวะซึมเศร้า 2553
เป็นภาวะที่เจอได้บ่อยครับ

Download:https://www.thaidepression.com/www/news54/CPG-MDD-GP.pdf

13/12/2025

🔁 Relapse Risk Factors & Warning Signs in Addiction: ปัจจัยเสี่ยงและสัญญาณเตือนของการกลับไปใช้สารเสพติดประกอบด้วย
🧠 1.ปัจจัยภายใน (Internal Factors)
🌍 2.ปัจจัยภายนอก (External Factors)
⚠️ 3.สัญญาณเตือนทางคลินิก (Clinical Warning Signs)
เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ต้องสังเกต เพื่อประเมินว่า ผู้ป่วยมีแนวโน้มจะ “รอด” หรือ “ร่วง”
_______________
🧠 1) ปัจจัยภายใน (Internal Factors): ปัจจัยที่เกิดจากตัวผู้ป่วยเอง ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสมองเป็น “รากฐาน” สำคัญของการฟื้นตัว
🩺 1.1 โรคประจำตัวและภาวะทางจิตเวช (Comorbidities):
-โรคทางกาย vs โรคทางใจ
ผู้ป่วยที่มีโรคทางกายอาจมีความกังวลสุขภาพมากขึ้น (Concern health)
แต่โรคทางใจ เช่น ความเศร้า ความเครียด ความกังวล
➜ เป็นตัวกระตุ้น relapse ได้ง่ายกว่า
-Dual Diagnosis (โรคจิตเวชร่วม)
เช่น เคสที่ 3 (Schizophrenia)
อาการทางจิตที่ยังไม่สงบ (หูแว่ว ระแวง)
หรือผลข้างเคียงจากยา (ง่วง ซึม ตัวแข็ง)
➜ ทำให้ผู้ป่วยหันกลับไปใช้สารเพื่อ self-medicate
หรือกระตุ้นตัวเองให้ทำงานได้

🧠 1.2 สมรรถภาพสมองบกพร่อง (Cognitive Impairment)
-Brain damage จากสารเสพติด
โดยเฉพาะยาบ้าและแอลกอฮอล์
ทำลายสมองส่วน Executive Function
→ ตัดสินใจแย่ คิดช้า ความจำเสื่อม
-ระยะเวลาการฟื้นฟูสมอง
ต้องใช้เวลาหลายเดือนถึงหลายปี (บางรายอาจยาวนาน ~2–3 ปี)
ต้องหยุดยาอย่างต่อเนื่อง นานถึง ~3 ปี
หากหยุดแค่ 1 ปี ความเสี่ยง relapse ยังสูง
-ผลกระทบเชิงหน้าที่
หาก Cognitive function แย่ (เช่น MoCA 18/30 ในเคสที่ 1)
➜ ขาดการยับยั้งชั่งใจ (Poor inhibition)
➜ ไม่สามารถกลับไปทำงานจริง
➜ ว่างงาน → เสี่ยง relapse ซ้ำ

🔥 1.3 ความอยากยาและอาการถอน (Craving & Withdrawal)
-อาการทางกาย
เคสที่ 2 กลับไปเสพเพราะ
ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย ต้องการยาเพื่อ “คลายเส้น”
-Internal urge
เคสที่ 1 อธิบายความรู้สึก
“เข้า” = ความอยากจากภายใน
“ออก” = พฤติกรรมไปหายา
➜ แม้ไม่มีสิ่งกระตุ้นภายนอกชัดเจน
_______________
🌍 2) ปัจจัยภายนอก (External Factors)
สิ่งแวดล้อมและเหตุการณ์ชีวิตที่ทำหน้าที่เป็น Trigger
💥 2.1 เหตุการณ์วิกฤตในชีวิต (Life Stressors)
-การสูญเสียครั้งใหญ่
พ่อเสียชีวิต (เคสที่ 1)
ไฟไหม้บ้าน (เคสที่ 2)
➜ เป็น Turning point ที่ดึงให้ relapse
-ปัญหาครอบครัว
การหย่าร้าง
ความขัดแย้งกับคู่สมรส

👪 2.2 ความขัดแย้งในครอบครัว (Family Conflict)
-High Expressed Emotion (EE)
การดุด่า จ้องจับผิด ระแวง
เช่น พ่อในเคสที่ 3
➜ กระตุ้นความเครียดและ Hostility
➜ เพิ่ม relapse risk อย่างมาก
-การสูญเสียบทบาท
ไม่ได้เป็นผู้นำครอบครัว
ถูกกีดกันจากลูก (เคสที่ 2)

🧍 2.3 การว่างงานและวิถีชีวิต (Unemployment & Lifestyle)
-Idle life
ว่างงานนาน (เคสที่ 1 ว่าง 5–6 ปี)
➜ ฟุ้งซ่าน ไม่มีโครงสร้างชีวิต
-Unrealistic expectation
คาดหวังงานเกินจริง
พอผิดหวัง → relapse
_______________
⚠️ 3) สัญญาณเตือนทางคลินิก (Clinical Warning Signs)
สิ่งที่ต้อง “จับให้ได้”
เพราะผู้ป่วยมักไม่พูดตรง ๆ
🎭 3.1 การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเกินจริง (Faking good)
ปฏิเสธ craving
อ้างว่าหยุดยามานาน
ประวัติไม่สอดคล้อง (Inconsistent history)
⚠️ แม้ Urine negative ก็อย่าวางใจ
อาจเป็นการหยุดชั่วคราวเพื่อมาตรวจ (wash out)

👀 3.2 ภาษากาย (Non-verbal cues)
หลบตา
หัวเราะไม่เหมาะสม
ท่าทีระแวง
Projection
โยนความผิดให้ผู้อื่น
เช่น โทษพ่อแม่ (เคสที่ 3)

🧾 3.3 ประวัติการใช้ยาที่ไม่น่าเชื่อถือ
จำลำดับเหตุการณ์ไม่ได้ (time confusion)
อาจเกิดจาก
Neurocognitive impairment
หรือจงใจเลี่ยงความจริง
👉 ควรใช้ Timeline Followback ช่วยกางความจริง
_______________
📌 สรุปความเสี่ยง (Summary of Risks)
ตัวแปรสำคัญที่ทำนาย สำเร็จ vs ล้มเหลว มี 3 ข้อ
1️⃣ Cognitive Function – สมองต้องพอยับยั้งชั่งใจ
2️⃣ Motivation – ต้องมาจากภายใน ไม่ใช่หนีปัญหาชั่วคราว
3️⃣ Functioning – ต้องกลับไปทำงาน/ใช้ชีวิตได้จริง
_______________
🩺 คำแนะนำเชิงคลินิก
หากผู้ป่วยยังมี
Cognitive impairment
ว่างงาน
ความขัดแย้งในครอบครัวสูง
➡️ Relapse risk จะสูงมาก
จำเป็นต้อง
🧠 เน้น Brain recovery
💊 ใช้ Pharmacotherapy ประคองอาการ
🧠 ควบคู่กับ Psychosocial intervention
_______________
📌กรณีศึกษา
🧑‍⚕️CASE 1: Methamphetamine Use with Cognitive Impairment
👤 ข้อมูลทั่วไป
ผู้ป่วยชายไทย วัยกลางคน
มาคนเดียว รูปร่างผอมเล็ก
📝 Chief Complaint:
มาติดตามการรักษา (Follow-up)
-ประวัติการใช้สารเสพติด
เริ่มใช้ยาบ้าครั้งแรกอายุ 18 ปี
หยุด–กลับมาใช้ซ้ำหลายช่วง
ล่าสุดกลับมาใช้ช่วงอายุ 40–42 ปี
-รูปแบบการใช้ (Pattern of Use)
วิธีสูบ ครั้งละ 1–2 เม็ด ประมาณ 3 ครั้ง/สัปดาห์
ใช้ยาบ้าเม็ดสีแดง (WY) เพียงอย่างเดียว
-ปฏิเสธการใช้กัญชา กระท่อม และแอลกอฮอล์
-สถานะปัจจุบัน
หยุดยามาได้ประมาณ 6–8 เดือน
Urine test: Negative
ปฏิเสธความอยากยา (Craving)
อธิบายทฤษฎี “เข้า–ออก”
เข้า = ความอยากจากภายใน
ออก = พฤติกรรมไปหายา
→ ปัจจุบันแจ้งว่าไม่มีอาการ
-อาการทางจิตเวชในอดีต
เคยมีหูแว่ว ภาพหลอน พูดคนเดียว
เคยรักษาที่ รพ.จิตเวช 24 วัน
แจ้งว่าปัจจุบันอาการหายแล้ว
-ประวัติทางสังคม
ว่างงานมา 5–6 ปี
อาศัยอยู่กับมารดาวัยชรา
บิดาเสียชีวิตเมื่อ 10 ปีก่อน (เหตุการณ์สูญเสียสำคัญ)
หย่าร้าง มีบุตรสาว

🧠 การตรวจสภาพจิตและสมอง
(Mental Status & Cognitive Examination)
-General: ให้ความร่วมมือดี แต่มีลักษณะ Faking good
-Cognitive Assessment (MoCA): 18/30 (ปกติ ≥ 25)
Deficits ที่พบ
ความจำระยะสั้นแย่ (Delayed recall ไม่ได้เลย แม้มีคำใบ้)
การคิดคำนวณบกพร่อง (Calculation)
การเชื่อมโยงความคิดบกพร่อง (Abstraction)
-Insight
ผู้ป่วยยอมรับว่าสมองและความจำแย่ลงจากการใช้ยา

🧾 การวินิจฉัย (Assessment)
-Methamphetamine Use Disorder
อยู่ในระยะ Remission (ตามคำบอกเล่าผู้ป่วย)
แต่มี Relapse risk สูง
-Neurocognitive Disorder (likely due to substance use)
Executive function & Memory deficit จากการใช้ยาเรื้อรัง

💊 แผนการรักษา (Plan)
1) Pharmacotherapy
❌ Stop: Diazepam พิจารณาลด/หยุดอย่างเหมาะสม
เนื่องจากกดการทำงานของสมอง ซ้ำเติม cognitive impairment
▶️ Start: Sertraline (SSRI)
ช่วยปรับอารมณ์
ส่งเสริม Neurogenesis (ฟื้นฟู hippocampus)
➕ Add: Folic acid / Vitamin B complex
บำรุงสมองและประสาท

2) Psychosocial
แนะนำ Brain Exercise
ฝึกบวกลบเลขทอนเงิน
ฟังข่าวแล้วสรุปใจความให้มารดาฟัง
_______________
🧑‍⚕️CASE 2: ผู้ป่วยชาย วัยกลางคน (Late-onset / Harmful Use)
อาชีพเกษตรกร
มาพร้อมญาติ (ถูกส่งตัวโดยลูกสาว/ตำรวจ)
-อาการสำคัญ: มาติดตามผลการรักษาหลังจำหน่าย (Post-discharge follow-up) ครั้งแรก
ประวัติการใช้สารเสพติด (Substance Use History)
-Onset: เคยใช้ตอนวัยรุ่น (16–19 ปี) แล้วหยุดไปนาน กลับมาใช้ซ้ำเมื่อ 2 ปีก่อน
-Trigger: ความเครียดจากเหตุการณ์ไฟไหม้บ้าน/คอกวัว
-Pattern of Use: ใช้เป็นครั้งคราว อาทิตย์ละ 1 ครั้ง ครั้งละ 2 เม็ด (ไม่เกินนี้)
-Motivation: ใช้เพื่อคลายเส้น, แก้ปวดเมื่อย, และกระตุ้นให้ทำงานได้ (Alertness)
-Withdrawal: เมื่อยาหมดฤทธิ์จะมีอาการปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย นอนซึม 3–4 วัน (Crash)
-Other Substances: สูบบุหรี่จัด, ดื่มกาแฟ, หยุดดื่มสุราเพราะกลัวเป็นบ้า

🧾 การวินิจฉัย (Assessment)
-Methamphetamine Abuse / Harmful Use (F15.1): วินิจฉัยว่าเป็นเพียง Harmful use ไม่ใช่ Dependence เนื่องจากไม่มี Compulsive craving รุนแรง, ไม่มีการเพิ่มปริมาณยา (Tolerance) ที่ชัดเจน และยังพอควบคุมการใช้ได้
-Physical Condition: Tinea cruris (สังคัง/เชื้อราในร่มผ้า), Insomnia

💊แผนการรักษา (Plan)
Pharmacotherapy:
-Sleep: Amitriptyline 25 mg hs (เพิ่มจาก 10 mg) เพื่อช่วยเรื่องการนอนหลับ โดยไม่ต้องใช้ยาต้านโรคจิต (Antipsychotic) เนื่องจากไม่มีอาการทางจิต
-Skin: Clotrimazole cream/oral สำหรับเชื้อรา (แนะนำให้รับยาที่ รพ./รพ.สต. ใกล้บ้านเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย)
-Counselling: เน้นเรื่องการดูแลสุขภาพ การเลิกบุหรี่ และการหากิจกรรมทดแทนเพื่อลดความเครียด
_______________
🧑‍⚕️CASE 3: Dual Diagnosis
Schizophrenia + Substance Use
👤 ข้อมูลทั่วไป
ผู้ป่วยชาย มากับบิดา
มีประวัติรักษาจิตเวชมากกว่า 10 ปี
มี บัตรผู้พิการทางจิต
-Chief Complaint
ญาติกังวลเรื่องพฤติกรรมก้าวร้าวไม่กินยา
สงสัยว่ากลับไปใช้ยาเสพติด
📝 ประวัติความเจ็บป่วย (History)
-Psychiatric History
เป็นโรคจิตเภท (Schizophrenia)
รักษาไม่ต่อเนื่อง
มีความขัดแย้งกับบิดาสูง (Hostility)
ระแวงว่าบิดาจ้องจับผิด
-Substance Use History
ใช้ยาบ้าตั้งแต่วัยรุ่น
เคยติดคุก คดีจำหน่าย
ปัจจุบันบิดาสงสัยว่ายังใช้อยู่
ไปนั่งรอหน้าโรงเรียนเพื่อซื้อยา

🧠 Psychopathology (Mental Status)
-Delusion / Hallucination
ปฏิเสธหูแว่วโดยตรง
เมื่อถามอ้อมเรื่อง สมาธิ/สัมผัสพิเศษ
→ ยอมรับว่า
นั่งสมาธิจนลมหายใจเป็นหนึ่งเดียว
มี “จิตสัมผัส” (Extra-sensory perception)
ได้ยินเสียงวิญญาณ
สื่อสารทางจิต (Telepathy)
"มีบ้างไหมบางครั้งที่คุณมีประสบการณ์แปลกๆ เหนือธรรมชาติ?"
"มีบ้างไหมที่คุณรู้สึกว่าตัวเองมีความสามารถ เหนือธรรมชาติ?"
-Negative symptoms / Signs
ไม่สบตา (Poor eye contact)
หัวเราะไม่สมเหตุสมผล (Inappropriate affect)
การดูแลตัวเองบกพร่อง
-Side effects
EPS จากยาเดิม
ตัวแข็ง
คอตก

🧾 การวินิจฉัย (Assessment)
-Schizophrenia – Active phase
Grandiose / Religious delusion
Auditory hallucination
-Methamphetamine Use Disorder (Comorbid)
สงสัยว่ายังมีการใช้อยู่ (Active use)
แม้ผู้ป่วยปฏิเสธบางส่วน

💊 แผนการรักษา (Plan)
1) Referral
ส่งตัวกลับไปรักษาที่
รพ.จิตเวช
เพื่อเข้าโครงการ SMIV
หรือพิจารณาใช้ Long-acting Injectable (LAI)
เช่น Paliperidone (Invega Sustenna)
-เหตุผล
แก้ปัญหา Poor compliance
ลดผลข้างเคียงจากยาเดิม (EPS)
ยาฟรีตามสิทธิ์บัตรทอง รพ.กรมสุขภาพจิต
(รพ.ทั่วไปไม่สามารถเบิกได้ เนื่องจากราคาสูง)

2) Medication
ปรับยาเดิมเพื่อประคองอาการระหว่างรอส่งตัว
-Risperidone / Haloperidol (ปรับขนาด)
-Diazepam
ลดความกังวล
ช่วยการนอน
1. ยาต้านโรคจิต (Antipsychotic):
• ปรับ Risperidone เพิ่มเป็น 6 mg
◦ จากเดิมผู้ป่วยทานอยู่เพียง 2 mg ก่อนนอน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการคุมอาการทางจิตที่มีอยู่ (Active Phase) เช่น อาการหลงผิดเรื่องจิตสัมผัสและหูแว่ว
2. ยาคลายกังวล (Benzodiazepine):
• สั่งจ่าย Diazepam 10 mg/d
◦ โดยแบ่งทานเป็น 5 mg ตอนเช้า และ 5 mg ตอนเย็น
◦ เหตุผล: เพื่อช่วยลดความกังวล ลดความตึงเครียด (Hostility) ระหว่างผู้ป่วยกับบิดา และช่วยเรื่องการนอนหลับ

เหตุผลในการปรับยา: เนื่องจากผู้ป่วยยังมีอาการทางจิตที่ชัดเจน (Active psychosis) แม้จะพยายามเลี่ยงการตอบคำถามตรงๆ แต่ยอมรับเรื่อง "นิมิต" และ "จิตสัมผัส" ที่มาจากการนั่งสมาธิ, การปรับยาให้ถึงระดับการรักษา (Therapeutic dose) ที่ 6 mg จึงจำเป็นในช่วงรอยต่อ ก่อนที่ผู้ป่วยจะได้รับการประเมินเพื่อฉีดยา Paliperidone (Invega Sustenna) ตามโครงการ SMIV ที่โรงพยาบาลจิตเวช

🧑‍⚕️Specific Advice & Psychoeducation
• ห้ามยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเด็ดขาด: เน้นย้ำว่าสมองของผู้ป่วยเสียหายไปมากแล้ว การใช้ยาจะยิ่งทำลายสมอง
• ลด/งดการนั่งสมาธิที่เข้มข้นเกินไป:
◦ เนื่องจากผู้ป่วยแยกแยะไม่ออกระหว่าง "สมาธิ" กับ "อาการหลอน" (Psychosis) จึงให้หยุดการนั่งสมาธิแบบเอาเป็นเอาตาย (ที่นั่งทั้งวันทั้งคืนจนได้ยินเสียง) เพราะมันไปกระตุ้นอาการทางจิตให้แย่ลง
• สร้างแรงจูงใจเรื่องการทำงาน (Vocational Motivation):
◦ ใช้ความต้องการของผู้ป่วยที่ "อยากทำงาน" และ "อยากมีเงิน" เป็นแรงจูงใจให้ยอมรับการรักษาด้วยยาฉีด (LAI) เพื่อให้เขากลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ (Function) และพึ่งพาตัวเองได้

01/12/2025

🧬 ผลตรวจบอกว่าลูกในท้องมีโครโมโซม X เกินมา 1 แท่ง…
แม่ควรตั้งท้องต่อหรือพอแค่นี้?

มีคุณแม่ตั้งครรภ์ท่านหนึ่ง
โพสต์ถามในกลุ่มคนท้องคุยกัน ว่า…
“ผลตรวจออกมาว่าลูกมีโครโมโซม X สามแท่ง (###)
หรือที่เรียกว่า Triple X Syndrome (ทริปเปิ้ลเอกซ์ซินโดรม)
แบบนี้แม่ควรทำยังไงต่อดี?”

👥 คอมเมนต์ใต้โพสต์มีหลากหลาย
ทั้งให้กำลังใจ แชร์ประสบการณ์
ไปจนถึงถกเถียงกัน...

โพสต์นี้เลยอยากชวนทุกคน
มาทำความเข้าใจเรื่องนี้ไปด้วยกันครับ
ว่าโรคนี้คืออะไร เจอบ่อยไหม และมีอะไรที่ควรรู้บ้าง ❤️

=====================

🔹 1️⃣ โครโมโซมเพศคืออะไร? ทำไมถึงมี X เกินมาได้?

เวลามนุษย์เรามีลูก
โครโมโซมจากพ่อและแม่จะมารวมกัน
กลายเป็น “ชุดโครโมโซม” ของลูก
รวมทั้งหมดคือ 46 แท่ง หรือ 23 คู่
โดยคู่ที่ 23 จะเป็นโครโมโซมเพศ
• ถ้าเป็นผู้ชาย → จะมี XY
• ถ้าเป็นผู้หญิง → จะมี XX

แต่ในบางกรณี
ลูกอาจมีโครโมโซม X เกินมา 1 แท่ง
กลายเป็น 47 แท่ง แทนที่จะเป็น 46
แบบนี้จะเขียนว่า 47,### หรือที่เรียกว่า
Triple X Syndrome (ทริปเปิ้ลเอกซ์ซินโดรม)

กลับกัน ถ้าขาดโครโมโซม X ไป 1 แท่ง
จะกลายเป็น 45,X ซึ่งเรียกว่า
Turner Syndrome (เทอร์เนอร์ซินโดรม)
ซึ่งมักมีความผิดปกติหลายอย่างร่วมด้วย

=====================

🔹 2️⃣ ตรวจเจอว่าโครโมโซม X เกินแล้ว แปลว่าลูกเป็นโรคนี้แน่นอนไหม?

ไม่แน่เสมอไปครับ!

ผลตรวจที่พบว่า “โครโมโซมผิดปกติ” โดยเฉพาะถ้าได้จากการคัดกรอง
เช่น การตรวจเลือดแม่ตั้งครรภ์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน
อย่าง NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing)
ยังไม่ใช่การวินิจฉัย แต่เป็นแค่การ “บอกความเสี่ยง” เท่านั้น

เพราะฉะนั้น…
ผลที่ขึ้นมาอาจเป็นได้ทั้ง
✅ ผลจริง → ลูกมีโครโมโซมเกินจริง
❌ ผลบวกปลอม (false positive)

เพื่อความแน่ใจ จึงจำเป็นต้องมีการตรวจยืนยันอีกครั้ง เช่น
🔸 การเจาะน้ำคร่ำ (Amniocentesis)
🔸 หรือเจาะชิ้นเนื้อจากรก (Chorionic Villus Sampling - CVS)

สรุปคือ…
ถ้าผลเบื้องต้นออกมาผิดปกติ
📌 อย่าเพิ่งตัดสินใจอะไรทันที
ควรรอผลตรวจยืนยันก่อนว่า ลูกเป็นจริงไหม?
จากนั้นค่อยวางแผนกันต่อครับ

=====================

🔹 3️⃣ Triple X Syndrome เจอบ่อยแค่ไหน?

ภาวะนี้พบได้ประมาณ 1 ใน 1,000 ของเด็กผู้หญิง

แต่ที่น่าสนใจคือ
👉 มีเพียง 10% เท่านั้น ที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้จริงๆ
ส่วนที่เหลืออีก 90% ไม่เคยรู้ตัวเลย
เพราะ “ไม่มีอาการ” หรือ “อาการไม่ชัด”
จนไม่เคยได้รับการตรวจโครโมโซมเลย

ในอดีต ที่ยังไม่มีเทคโนโลยีตรวจโครโมโซมตั้งแต่ตั้งครรภ์
เราจึงอาจไม่ค่อยได้เจอภาวะนี้มากนัก

แต่ในปัจจุบัน…
เมื่อมีการตรวจเลือดคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์ เช่น NIPT
เราจึงสามารถพบภาวะ Triple X Syndrome ได้มากขึ้น
แม้ลูกยังอยู่ในท้องก็ตาม

=====================

🔹 4️⃣ แล้วถ้าลูกเป็น Triple X จริง…จะมีอาการอะไร?

ส่วนใหญ่แล้ว “เด็กที่มีโครโมโซม X สามแท่ง”
จะดูภายนอกเหมือนคนทั่วไปเลย
บางคนไม่มีอาการอะไรเลยตลอดชีวิต
ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทุกอย่าง

แต่ในบางราย อาจมีลักษณะบางอย่างที่พบได้ เช่น…

👧 ตัวสูง ขายาวกว่าค่าเฉลี่ยของเด็กวัยเดียวกัน (พบได้บ่อยถึง 80%)
👁 หนังตาหนาเล็กน้อยบริเวณหัวตา (epicanthal fold)
☝️ นิ้วก้อยโค้งงอเข้าด้านใน (clinodactyly)

🧠 ด้านพัฒนาการและการเรียนรู้
• โดยรวม IQ จะอยู่ในช่วงปกติ
• บางคนอาจมี ภาษาช้าหรือพัฒนาการล่าช้าเพียงเล็กน้อย

💢 ด้านระบบสืบพันธุ์
บางคนอาจมีปัญหาเรื่อง “ภาวะมีลูกยาก”
หรือ “หมดประจำเดือนเร็วกว่าปกติ”

มีรายงานว่า
• บางคนรู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ เพราะประจำเดือนหายไปตอนอายุ 19
• บางคนแต่งงานแล้วไม่มีลูก จึงไปตรวจจนพบว่าเป็นหมัน
และได้รู้ว่าตัวเองมี Triple X Syndrome ตอนนั้นเอง

=====================

🔹 5️⃣ แล้วควรยุติการตั้งครรภ์ไหม?

คำถามนี้…ไม่มีใครตอบแทนคุณแม่และครอบครัวได้ครับ

เพราะความเป็นจริงคือ
ไม่มีใครสามารถบอกได้ล่วงหน้าแน่ชัดว่า
ลูกของเราจะอยู่ในด้านที่ปกติที่สุด
หรือจะเป็นกลุ่มที่มีอาการ
ส่วนใหญ่โตมาได้เหมือนเด็กทั่วไป
แต่บางคนอาจมีพัฒนาการช้าเล็กน้อย
หรือภาวะมีลูกยากในอนาคต

สิ่งสำคัญที่สุดคือ
👪 คุณพ่อคุณแม่ต้องถามใจตัวเองให้ชัดว่า…
ถ้าลูกของเรามีอาการเหล่านั้นจริงๆ
เราพร้อมจะดูแลเขาอย่างไร?
ครอบครัวเรามีความเข้าใจและสนับสนุนมากน้อยแค่ไหน?

และไม่ว่าจะเลือก “ไปต่อ” หรือ “หยุดไว้แค่นี้”
เสียงรอบข้างจะมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเสมอ
แต่สุดท้าย…
📌 การตัดสินใจนั้นต้องมาจาก “หัวใจของเรา”
ที่มั่นคงและพร้อมรับผลลัพธ์ในทุกทาง

มีงานวิจัยหนึ่งรายงานว่า
คุณแม่ที่ทราบผลว่าลูกเป็น Triple X Syndrome
มีจำนวน 15.4% ที่เลือกยุติการตั้งครรภ์
ส่วนที่เหลือ กว่า 84% เลือกที่จะไปต่อ

ซึ่งแตกต่างจากกรณีของ Turner Syndrome (45,X)
ที่มีถึง 93% เลือกที่จะไม่ไปต่อ
เพราะภาวะนั้นมักมีความรุนแรงมากกว่า
ทั้งทางร่างกายและพัฒนาการ

=====================

🧡 สุดท้ายนี้ ไม่ว่าจะเลือก
“ไปต่อ” หรือ “หยุดไว้แค่นี้”
ไม่มีคำตอบไหนที่ถูกหรือผิดสำหรับทุกคน

เพราะ...
พ่อแม่เท่านั้นที่จะรู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับลูกของตัวเอง

ขอส่งกำลังใจให้ทุกครอบครัว
ที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาของการตัดสินใจนะครับ

ที่อยู่

Bangkok
10310

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Family practice notebookผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram