GO NIPT การแพทย์และสุขภาพ

ข้อมูลดีๆๆสำหรับคุณแม่มือใหม่
11/10/2017

ข้อมูลดีๆๆสำหรับคุณแม่มือใหม่

เป็นความรู้คะ..สำหรับคุณแม่ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป หากไม่อยากเจาะน้ำคร่ำ (เพราะโอกาสการแท้ง 0.5 - 1%) GO NIPT ก็เป็นอีกทาง...
20/09/2017

เป็นความรู้คะ..สำหรับคุณแม่ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป หากไม่อยากเจาะน้ำคร่ำ (เพราะโอกาสการแท้ง 0.5 - 1%) GO NIPT ก็เป็นอีกทางเลือกคะ สำหรับการคัดกรองภาวะโครโมโซมผิดปกติของทารกในครรภ์เลือดจากคุณแม่

สืบเนื่องจากประเด็นของลูกนักร้องท่านนั้น อันนี้ฝากถึงพ่อแม่ที่กำลังจะมีลูกแต่อายุเกิน 35 แล้ว ควรทราบว่า ในหญิงที่อายุเกิน 35 ขึ้นไป ถ้ามีลูกในวัยนี้ โอกาสที่ลูกในท้องจะเสี่ยงมีความิดปรกติทางพันธุกรรมจะสูงขึ้นพรวดๆ และยิ่งอายุมากขึ้นเท่าไหร่ความเสี่ยงก็สูงมากขึ้นเท่านั้น รวมถึงในรายที่เคยมีประวัติมีลูกที่มีความผิดปรกติทางพันธกรรมหรือพิการแต่กำเนิดมาก่อน

เวลาฝากครรภ์ ควรฝากกับแพทย์เฉพาะทาง แล้วหมอเขาจะแนะนำเกี่ยวกับการตรวจหาความผิดปรกติของลูกในท้อง โดยการเจาะน้ำคร่ำไปตรวจ เวลาทำหมอเขาก็จะใช้อัลตร้าซาวด์ดูตำแหน่งเด็ก แล้วใช้เข็มเจาะเข้าไปดูดเอาน้ำคร่ำออกมาตรวจหาความผิิดปรกติของโครโมโซมเด็ก ทั้งยังใช้ตรวจหาความผิดปรกติของระบบประสาทได้ด้วย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การเจาะน้ำคร่ำเพื่อตรวจความผิดปรกติของเด็กในท้อง ปรกติแล้วค่อนข้างปลอดภัย แต่มีโอกาสที่อาจจะแท้งได้ หากเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยมีโอกาสแท้งหลังเจาะน้ำคร่ำ ประมาณ 1 รายต่อ 200-400 ราย ดังนั้นอันนี้ทางพ่อแม่และคุณหมอก็ต้องคุยกันเรื่องความเสี่ยงและผลได้ผลเสียที่จะได้หากตรวจหรือไม่ตรวจ ถ้าไม่ตรวจก็ไปรอลุ้นตอนคลอด ถ้าตรวจก็มีส่วนน้อยที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนแบบที่ว่าได้ แต่หากรู้ว่ามีความผิดปรกติแต่เนิ่นๆ ในบางรายหมอก็จะแนะนำให้ยุติการตั้งครรภ์ อะไรประมาณนั้น

สนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.healthcarethai.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B9%8C/
https://www.siamhealth.net/public_html/mother_child/Pregnancy/amniocentesis.htm

ต่อด้วยช่วงสุดท้ายของการตั้งครรภ์ การเจริญเติบโตของทารกในช่วงสัปดาห์ที่ 28-37 ในช่วงนี้ ทารกจะดิ้นน้อยลงเนื่องจากลำตัวที...
26/07/2017

ต่อด้วยช่วงสุดท้ายของการตั้งครรภ์ การเจริญเติบโตของทารกในช่วงสัปดาห์ที่ 28-37

ในช่วงนี้ ทารกจะดิ้นน้อยลงเนื่องจากลำตัวที่ใหญ่จนคับครรภ์แม่ อวัยวะต่างๆ ในร่างกายลูกก็ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แล้ว และในช่วงนี้ลูกจะกลับตัวเอาหัวลงสู่อุ้งเชิงกรานเพื่อเตรียมคลอด ในช่วงนี้คุณแม่บางคนอาจรู้สึกเหมือนมดลูกบีบตัว ซึ่งถือเป็นการเจ็บท้องเตือน เพื่อให้มดลูกดันตัวลูกลงให้ปากมดลูกเริ่มเปิดนั้นเอง

https://www.youtube.com/watch?v=BIzb-IqF4i8&list=PLyJ_XKu14ISZgFJKmjkJIXYbDJ9cjenFE&index=5

Credit : BabyCenter

Welcome to the last trimester! Your baby can see light and is gaining weight rapidly in preparation for birth. https://www.babycenter.com/inside-your-womb | ...

การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ในช่วงสัปดาห์ที่ 21-27ในช่วงนี้อวัยวะสำคัญต่างๆ ในร่างกายทารกเริ่มพัฒนาไปเกือบสมบูรณ์แล้ว เ...
25/07/2017

การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ในช่วงสัปดาห์ที่ 21-27

ในช่วงนี้อวัยวะสำคัญต่างๆ ในร่างกายทารกเริ่มพัฒนาไปเกือบสมบูรณ์แล้ว เช่น ปอด ระบบย่อยอาหาร เปลือกตาเริ่มเปิดและสามารถมองเห็นแสงสว่างในเวลากลางวันได้ ทั่วร่างกายของทารกจะมีไขมาปกคลุมเพื่อสร้างความอบอุ่น ในระยะนี้ลูกสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระมากขึ้น และยังเคลื่อนไหวตามจังหวะเพลง หรือเสียงที่คุณแม่พูดคุยได้อีกด้วย

https://www.youtube.com/watch?v=lw0M-HTlMoo&index=4&list=PLyJ_XKu14ISZgFJKmjkJIXYbDJ9cjenFE

Credit : BabyCenter

Your baby's ability to swallow – as well as hiccup – emerges. He’s also “breathing” amniotic fluid. https://www.babycenter.com/pregnancy-week-by-week | Take ...

การเจริญเติบโตของทรากในครรภ์ ในช่วงสัปดาห์ที่ 15-20 ช่วงนี้กล้ามเนื้อต่างๆ ในร่างกายแข็งแรงขึ้นและทารกดิ้นแรงขึ้นแต่คุณแ...
24/07/2017

การเจริญเติบโตของทรากในครรภ์ ในช่วงสัปดาห์ที่ 15-20

ช่วงนี้กล้ามเนื้อต่างๆ ในร่างกายแข็งแรงขึ้นและทารกดิ้นแรงขึ้นแต่คุณแม่ท้องแรกอาจยังไม่รู้สึกถึงการดิ้น ทารกเริ่มมีขนปกคลุมร่างกาย และเริ่มได้ยินเสียง รับรู้ รส กลิ่นได้อย่างชัดเจน เริ่มเห็นอวัยวะเพศของลูกชัดเจนได้ตั้งแต่ช่วงนี้ และทารกเริ่มขับถ่ายออกมาทางน้ำคร่ำได้แล้ว

https://www.youtube.com/watch?v=VsjcqkOjp0U&index=3&list=PLyJ_XKu14ISZgFJKmjkJIXYbDJ9cjenFE

Credit : BabyCenter

Your baby can hear you talking, reading, and singing. You'll get the thrill of feeling your baby move. https://www.babycenter.com/pregnancy-week-by-week | Ta...

Animation เข้าใจง่ายๆ  เรื่องการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ในช่วงสัปดาห์ที่ 10-14 คะจะเริ่มเห็นหน้าตาของทารกชัดเจน แต่ดวง...
20/07/2017

Animation เข้าใจง่ายๆ เรื่องการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ในช่วงสัปดาห์ที่ 10-14 คะ

จะเริ่มเห็นหน้าตาของทารกชัดเจน แต่ดวงตายังปิดอยู่ กล้ามเนื้อต่างๆ เริ่มทำงานได้เต็มที่ แขนและขายืดยาวออก เริ่มมีลายนิ้วมือและเล็บ ไตเริ่มทำงาน และทารกจะเริ่มดิ้นได้แล้วแต่คุณแม่จะไม่รู้สึกเพราะยังตัวเล็กอยู่มาก

https://www.youtube.com/watch?v=sivegxcp2Bk&list=PLyJ_XKu14ISZgFJKmjkJIXYbDJ9cjenFE&index=2

Credit : BabyCenter

Fingerprints and nails are forming, and eyes and ears move into place so your baby can squint and grimace. https://www.babycenter.com/pregnancy-week-by-week ...

วันนี้ทางเพจได้นำ Animation เข้าใจง่ายๆ สำหรับคุณแม่และคุณพ่อมือใหม่ เรื่องการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ในช่วงสัปดาห์ที่...
19/07/2017

วันนี้ทางเพจได้นำ Animation เข้าใจง่ายๆ สำหรับคุณแม่และคุณพ่อมือใหม่ เรื่องการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ในช่วงสัปดาห์ที่ 1 - 9 คะ

ซึ่งช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ทารกจะมีการเติบโตเป็นรูปเป็นร่าง โดยส่วนหัวจะใหญ่กว่าส่วนตัว แขนและขาของทารกงอกออกมา ถ้าอัลตร้าซาวด์จะเห็นหัวใจเต้นชัดเจน

https://www.youtube.com/watch?v=4l9GE_eaMSs&index=1&list=PLyJ_XKu14ISZgFJKmjkJIXYbDJ9cjenFE

Credit : BabyCenter

In early pregnancy your baby grows dramatically, from a tiny dot to the size of a grape. Visit https://babycenter.com/video to explore more than 400 videos o...

หลายๆ คนสงสัยว่า GO NIPT คืออะไร?GO NIPT เป็นนวัตกรรมการคัดกรองความเสี่ยงในการเกิดกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมและโครโมโซมผิดปก...
13/07/2017

หลายๆ คนสงสัยว่า GO NIPT คืออะไร?

GO NIPT เป็นนวัตกรรมการคัดกรองความเสี่ยงในการเกิดกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมและโครโมโซมผิดปกติของทารกในครรภ์

ซึ่ง American College of Obstetricians and Gynecologists มีคำแนะนำผู้ที่ควรจะเข้ารับการตรวจ GO NIPT ดังนี้
( Committee opinion : Number 545, December 2012)
- มารดาที่มีอายุมากกว่า 35 ปี เมื่อคลอด
- ผลการทำ ultrasound บ่งชี้ว่าทารกมีความเสี่ยงต่อการเกิดโครโมโซมผิดปกติ
- เคยมีประวัติการตั้งครรภ์เป็น trisomy (โครโมโซมเกินมา 1 แท่ง)
- กรณีอื่นๆแล้วแต่ดุลพินิจของแพทย์

04/07/2017

"สำหรับคุณแม่ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปที่กังวลกับการเจาะน้ำคร่ำ วันนี้ทางเพจได้นำความรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ เกี่ยวกับการคัดกรองความเสี่ยงในการเกิดกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมและโครโมโซมผิดปกติของทารกในครรภ์ มาฝากคะ"

แพทย์ปิยะเวทแนะเทคโนโลยีตรวจก่อนตั้งครรภ์ รู้ล่วงหน้าเพื่อป้องกันลูกน้อยจากโรคทางพันธุกรรม ซึ่งตัวมาตั้งแต่กำเนิดและไม่สามารถรักษาให้หายขาด
สังคมเมืองทำให้ผู้หญิงหลายคนแต่งงานช้าลง การแต่งงานเมื่ออายุมากขึ้น ทำให้ว่าที่คุณพ่อและคุณแม่อาจวิตกด้วยกลัวลูกน้อยมีโรคทางพันธุกรรม แพทย์ปิยะเวทแนะเทคโนโลยีตรวจก่อนตั้งครรภ์ รู้ล่วงหน้าเพื่อเตรียมพร้อมให้โซ่ทองของครอบครัวแข็งแรงสมบูรณ์
แพทย์หญิงมัธชุพร สุขประเสริฐ หัวหน้าศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลปิยะเวท กล่าวว่า ลูกน้อยที่สุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง ครบ 32ประการถือเป็นพรวิเศษของผู้เป็นพ่อแม่ ทำให้คู่แต่งงานเกิดคำถามและต้องการที่จะทราบล่วงหน้า เพื่อป้องกันลูกน้อยจากโรคทางพันธุกรรม
โรคทางพันธุกรรมหรือโรคติดต่อทางพันธุกรรมเป็นโรคที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดและไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากฝั่งพ่อและหรือแม่ พบได้ 3-5% ของประชากรทั่วไป แต่พบ 8 -10% ของกลุ่มคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องมีบุตรยาก ซึ่งจะทำให้ทารกเสียชีวิตได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาหรือหลังคลอด
โรคทางพันธุกรรมที่พบบ่อยและมักทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลใจอยู่เสมอก็คือ กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม ที่มักทำให้เด็กปัญญาอ่อน อันเกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 โครโมโซม นอกจากนั้น ความผิดปกติอื่นที่พบได้บ่อยได้แก่ ตาบอดสี ฮีโมฟีเลีย กลุ่มอาการเทอร์เนอร์ เป็นต้น ในอดีตคู่สมรสที่เป็นโรคหรือเป็นพาหะของโรคทางพันธุกรรมมีความเสี่ยงที่จะให้กำเนิดบุตรที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม ซึ่งจะสามารถวินิจฉัยได้หลังจากที่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นแล้ว การตรวจหาความผิดปกติทางพันธุกรรมมักทำได้หลังอายุครรภ์ประมาณ 12-18 สัปดาห์ขึ้นไป
"ในส่วนของวิธีการตรวจนั้น มีตั้งแต่การตรวจชิ้นเนื้อรก การเจาะน้ำคร่ำ และการตรวจเลือดจากสายสะดือทารก โดยหากเราพบความผิดปกติแล้วนั้น แพทย์มักจะต้องขอให้ยุติการตั้งครรภ์ซึ่งมีผลกระทบต่อมารดาทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่เบาใจได้ เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในการตรวจวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนเพื่อสามารถที่จะตรวจสอบทารกตั้งแต่ก่อนการตั้งครรภ์ ว่ามีโอกาสที่จะเป็นโรคทางพันธุกรรมหรือไม่” หัวหน้าศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก กล่าว
กระบวนการตรวจวินิจฉัยพันธุกรรมของตัวอ่อนก่อนการฝังตัว (Preimplantation genetic diagnosis) จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการป้องกันการตั้งครรภ์ทารกที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม การวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมของตัวอ่อนระยะก่อนการฝังตัวทำให้มารดาที่มีความเสี่ยงสามารถตั้งครรภ์โดยมั่นใจได้ว่าทารกที่คลอดจะปลอดโรคทางพันธุกรรมที่ตนเองเป็นพาหะ เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ครอบครัวสามารถหลีกเลี่ยงการทำแท้งบุตรในกรณีที่ผลการวินิจฉัยก่อนคลอด (Prenatal diagnosis, PND) พบว่าทารกมีความผิดปกติ
การวินิจฉัยตัวอ่อนก่อนการฝังตัวจึงเป็นวิธีลดการเกิดของทารกที่เป็นโรคทางพันธุกรรม โดยไม่ขัดต่อจริยธรรมศีลธรรม พญ. มัธชุพรชี้ว่า คู่สมรสที่เข้าข่ายควรตรวจด้วยเทคโนโลยีนี้ ได้แก่ คู่สมรสที่ฝ่ายหญิงอายุมากในที่นี่นับที่อายุมากกว่า 37 ปีขึ้นไป, คู่สมรสที่มีโรคทางพันธุกรรมและสามารถถ่ายทอดไปให้ลูกได้,
คู่สมรสที่มีประวัติตั้งครรภ์ทารกที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมมาก่อน รวมถึงคู่สมรสที่มีโรคทางพันธุกรรมที่ก่อให้เกิดมะเร็งร้ายแรงและถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม เช่น มะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่, คู่สมรสที่ประสบปัญหาแท้งบุตรซ้ำซ้อนโดยมีสาเหตุเนื่องมาจากมีความผิดปกติของโครโมโซมแฝงอยู่ และคู่สมรสที่ไม่ประสบความสำเร็จจากการทำเด็กหลอดแก้วตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป
“การตรวจจะเริ่มจากใช้ฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นไข่ โดยจะใช้ฮอร์โมนจากภายนอกฉีดเข้าไป เพื่อกระตุ้นให้มีไข่โตมากกว่า 1 ใบขึ้นไป และทำให้เกิดการสุกของไข่พร้อมกัน จากนั้นเป็นขบวนการเก็บเซลล์ไข่เพื่อเตรียมนำออกมาผสมกับอสุจินอกร่างกาย
ขั้นตอนนี้ผู้ป่วยจะได้รับการวางยาสลบแล้วเก็บไข่โดยใช้เข็มผ่านเข้าไปทางช่องคลอด ต่อมาเป็นการนำเซลล์ไข่ผสมกับอสุจิและเลี้ยงตัวอ่อนภายนอกร่างกาย เมื่อเซลล์ไข่ผสมกับอสุจิจะเริ่มแบ่งตัวเจริญเป็นตัวอ่อนต่อไป แล้วจึงตัดชิ้นเนื้อตัวอ่อนเพื่อตรวจทางพันธุศาสตร์ เป็นขบวนการตัดชิ้นเนื้อตัวอ่อนนำออกมาเพื่อตรวจวินิจฉัยทางพันธุกรรม
ทั้งนี้ ในปัจจุบัน มีหลายเทคโนโลยีที่ทำให้การตรวจทางพันธุศาสตร์มีประสิทธิภาพขึ้น” หัวหน้าศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากอธิบาย
เทคโนโลยีการตรวจทางพันธุศาสตร์ที่จะมาเสริมศักยภาพการตรวจคือ วิธีที่ 1 คือการตรวจด้วยสารเรืองแสงหรือฟิช (FISH) ซึ่งเป็นขบวนการนำดีเอ็นเอที่ติดฉลากกับสารเรืองแสงจับกับดีเอ็นเอเป้าหมายซึ่งคือดีเอ็นเอของตัวอ่อนที่ต้องการตรวจ และตรวจนับจำนวนโครโมโซมจากการตรวจการติดสีของสารเรืองแสงด้วยกล้องเฉพาะ
วิธีการนี้ที่ใช้อยู่ในประเทศไทยมักตรวจโครโมโซมเพียง 5 โครโมโซมคือ 13,18,21,X,Y ซึ่งในคนปกติมีโครโมโซมทั้งหมด 23 คู่ ทำให้วิธีการนี้มักไม่สามารถตรวจหาความผิดปกติที่เกิดจากโครโมโซมคู่อื่นได้ วิธีที่ 2 คือการตรวจปฏิกิริยาลูกโซ่จากเซลล์เดียว (Polymerase chain reaction) ที่เป็นขบวนการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอโดยใช้เครื่องพีซีอาร์เป็นตัวช่วยให้เกิดปฏิกิริยาซึ่งเป็นวิธีที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนใช้เวลาและค่าใช้จ่ายสูงในการตรวจแต่ละรายใช้ในกลุ่มโรคพันธุกรรมยีนเดียว และวิธีที่ 3 คือ ไมโครอะเรย์ (CGH, Comparative genomic hybridization)
เทคโนโลยีใหม่ใหม่ที่กำลังใช้อย่างแพร่หลายในอเมริกาและแถบยุโรป ที่สามารถตรวจวิเคราะห์หาความผิดปกติของโครโมโซมได้ทั้ง 24 โครโมโซม มีความแม่นยำสูงถึง 99% ทำให้เพิ่มอัตราการตั้งครรภ์สูงขึ้นกว่าการตรวจด้วยวิธีเก่า (ฟิช) ถึง 2 เท่า นอกจากนั้น ยังเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์และสามารถลดอัตราการแท้งได้อีกด้วย
การตรวจวินิจฉัยพันธุกรรมของตัวอ่อนก่อนการฝังตัว จะสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคทางพันธุกรรมที่จะเกิดขึ้นในทารกได้ ลดความจำเป็นในการยุติการตั้งครรภ์ และลดโอกาสการเกิดจากทารกที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ต้องได้รับการดูแลไปตลอดชีวิตและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก
แม้รู้จักถึงการวินิจฉัยความผิดปกติทางพันธุกรรมตัวอ่อนก่อนการฝังตัว รวมถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ใช้ในการวินิจฉัยแล้ว แต่สิ่งที่ดีที่สุด คือหาทางป้องกันโรคทางพันธุกรรมเพื่อมิให้ลูกน้อยของเราต้องผิดปกติ ซึ่งพ.ญ. มัธชุพรแนะนำว่า การป้องกันโรคทางพันธุกรรมที่ดีที่สุด คือ ก่อนแต่งงานรวมถึงก่อนมีบุตร คู่สมรสควรตรวจร่างกาย รวมถึงคัดกรองโรคทางพันธุกรรมโดยเฉพาะกรณีที่มีประวัติโรคทางพันธุกรรมในครอบครัว เพื่อทราบระดับเสี่ยง และทำให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคทางพันธุกรรมน้อยลงเพื่อหลีกเลี่ยงการยุติการตั้งครรภ์เนื่องจากทารกมีความผิดปกติของโรคทางพันธุกรรม
“ก่อนที่จะมีบุตร คุณพ่อคุณแม่ควรที่จะตรวจวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนก่อนการฝังตัว เพื่อที่จะสามารถแน่ใจได้ว่า ลูกน้อยที่จะลืมตาดูโลกนั้นจะแข็งแรง ปราศจากโรคทางพันธุกรรม และพร้อมเป็นแก้วตาดวงใจของคุณพ่อคุณแม่ตลอดไป” พ.ญ. มัธชุพรทิ้งท้าย

Credit : http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/575961

แพทย์ปิยะเวทแนะเทคโนโลยีตรวจก่อนตั้งครรภ์ รู้ล่วงหน้าเพื่อป้องกันลูกน้อยจากโรคทางพันธุกรรม ซึ่งตัวมาตั้งแต่กำเนิดและไม่สามารถรักษาให้หายขาด

"สำหรับคุณแม่ที่กังวลว่าจะรับประทานอาหารอย่างไงให้ได้รับสารอาหารเพียงพอ ตั้งแต่เตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์ จนถึงหลังคลอด วั...
09/06/2017

"สำหรับคุณแม่ที่กังวลว่าจะรับประทานอาหารอย่างไงให้ได้รับสารอาหารเพียงพอ ตั้งแต่เตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์ จนถึงหลังคลอด วันนี้ทางเพจมีข้อมูลดีๆๆ มาแชร์คะ"

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะอาหารสำหรับหญิงตั้งครรภ์เตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์จนถึงคลอด และหลังคลอดเน้นแม่กินอาหารช่วยเพิ่มน้ำนม เช่น หัวปลี ใบกระเพรา ฟักทอง เพราะนมแม่คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก
ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงอาหารสำหรับหญิงตั้งครรภ์ และให้นมลูก ว่า หญิงตั้งครรภ์ควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ คือเนื้อสัตว์ นม ไข่ ข้าว แป้ง ผักและผลไม้สดเพื่อใช้ในการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ซึ่งในแต่ละช่วงเดือนร่างกายจะต้องการสารอาหารแตกต่าง กันไป โดยในช่วง 1-3เดือนแรก หญิงตั้งครรภ์หลายคนอาจยังไม่สังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย แต่อาการที่แสดงออกคือ การแพ้ท้อง หากทราบว่าตนเองตั้งครรภ์ควรกินอาหารให้ครบ 5หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารที่มีเครื่องเทศมาก หากแพ้ท้องมากทำให้กินอาหารได้น้อยควรแบ่งมื้อกินให้บ่อยยิ่งขึ้น น้ำหนักตัวอาจเพิ่มขึ้นเพียง 1-2 กิโลกรัม ช่วงตั้งครรภ์ 4-6 เดือน ควรกินอาหารมากขึ้นและในอาหารที่มีคุณภาพโดยกินอาหารให้หลากหลายและครบ 5 หมู่ เพราะในระยะนี้ลูกน้อยก็กำลังสร้างอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย สารอาหารที่เพียงพอ จะไปช่วยเพิ่มขนาดของอวัยวะที่ทารกกำลังเจริญเติบโต และมากพอที่จะทำให้สุขภาพของแม่แข็งแรงอยู่ได้
ดร.นพ.พรเทพ กล่าวต่อไปว่า ขณะตั้งครรภ์ควรควบคุมน้ำหนักตัวให้เพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ คือ ½ กิโลกรัมต่อสัปดาห์ หรือ 2 กิโลกรัมต่อเดือน ซึ่งในช่วงนี้ร่างกายต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นประมาณ 300 แคลอรีต่อวัน และต้องการโปรตีนจากเนื้อสัตว์ นม ไข่ เพิ่มขึ้นจากปกติ ควรเพิ่มธาตุเหล็กเพื่อใช้ในสร้างเม็ดเลือดและโฟเลทในการป้องกันความผิดปกติปากแหว่งเพดานโหว่ ซึ่งพบในเครื่องในสัตว์ ผักเขียวเข้ม ไข่แดง เป็น เพิ่มแคลเซียมและฟอสฟอรัสในการสร้างกระดูกและฟันจาก นม ปลาเล็กปลาน้อย เต้าหู้แข็ง ธัญพืช และผักเขียวเข้ม กินอาหารที่เป็นแหล่งไอโอดีน เช่น อาหารทะเล หรือปรุงประกอบอาหารด้วยเครื่องปรุงที่มีการเสริมไอโอดีนที่ช่วยในการพัฒนาระบบประสาทและการเจริญเติบโตของเชลล์สมองให้สมบูรณ์ โดยช่วงไตรมาสนี้ควรดื่มน้ำเพิ่มมากยิ่งขึ้น และช่วง 7-9เดือน คือในช่วงของการเปลี่ยนแปลง ร่างกายยังต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นประมาณ 300แคลอรีต่อวัน หรือเท่ากับอาหาร 1มื้อ หรืออาจเพิ่มเป็นอาหารว่าง 2มื้อ ในช่วงนี้ควรติดตามการเพิ่มขึ้นของน้ำหนัก เนื่องจากจะมีผลต่อการเจริญเติบโตกับทารก คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจครรภ์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ควรดื่มน้ำสะอาดวันละ 10 แก้ว และเลือกกินอาหารที่สด สะอาด ปลอดภัย ปรุงสุกใหม่ๆ เพราะพลังงานและสารอาหารที่มีคุณค่าอย่างเพียงพอเป็นสิ่งสำคัญต่อลูก
"ทั้งนี้ เมื่อทารกคลอดออกมาในช่วงระยะ 6เดือนแรก ทารกจะได้รับนมแม่เป็นอาหารหลัก การเจริญเติบโตของทารกจะขึ้นอยู่กับปริมาณและคุณภาพของน้ำนม ในระยะนี้แม่จึงจำเป็นต้องกินอาหารให้ได้รับสารอาหารให้เพียงพอเหมาะสมและหลากหลาย ช่วงนี้แม่ต้องรับพลังงานเพิ่มขึ้นอีก 200 กิโลแคลอรี่จากช่วงตั้งครรภ์เป็น 500 กิโลแคลอรี่ เพื่อใช้สร้างน้ำนมสำหรับลูกให้ได้ปริมาณที่เพียงพอและได้คุณภาพ ได้แก่ หัวปลี ใบกระเพรา ฟักทอง เมล็ดขนุนต้ม พริกไทย ขิง มะรุม ใบแมงลัก กุยช่าย ตำลึง มะละกอ พุทรา นอกจากนี้การสร้างน้ำนมจะถูกกระตุ้นจากการดูดนมของลูก ถ้าน้ำนมไม่ถูกดูดหรือปั๊มจนเกลี้ยงเต้าอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ปริมาณน้ำนมลดลง การที่น้ำนมเกลี้ยงเต้าอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ปริมาณน้ำนมเพิ่มขึ้น วิธีที่ดีที่สุดในการกระตุ้นน้ำนม คือ การดูดเร็ว ดูดบ่อย ดูดให้ถูกวิธี โดยเฉพาะในช่วง 3 วันแรกหลังทารกเกิด คุณแม่ควรผ่อนคลายไม่เครียด และควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 10-12 แก้ว” อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด

Credit : กรมอนามัย

Animation เข้าใจง่ายๆ ฉบับการ์ตูนที่มา : สำนักอนามัยการเจริญพันธ์ กรมอนามัยhttps://www.youtube.com/watch?v=L8OXFmqOxxs
07/06/2017

Animation เข้าใจง่ายๆ ฉบับการ์ตูน

ที่มา : สำนักอนามัยการเจริญพันธ์ กรมอนามัย
https://www.youtube.com/watch?v=L8OXFmqOxxs

สื่อที่ได้รับการผลิตโดย สสส เนื้อหาจะเกี่ยงเนื่องกับผู้หญิงโดยเฉพาะ ในเรื่องการมีประจำเดือนและการตั้งครรภ์ Media was produced by www.thaihealth.or.th Content...

ที่อยู่

Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

0945492121

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ GO NIPTผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram