Finecare Company Limited ซัพฟอร์ตเข่า,สนับเข่าสำหรับนักกีฬาและผู้สูงอายุ

  • Home
  • Finecare Company Limited ซัพฟอร์ตเข่า,สนับเข่าสำหรับนักกีฬาและผู้สูงอายุ

Finecare Company Limited ซัพฟอร์ตเข่า,สนับเข่าสำหรับนักกีฬาและผู้สูงอายุ Motion is life.Join a game on our support.

บริษัท ฟายน์แคร์ จำกัด
นำเข้าสินค้า Bauerfeind from Germany. และ Breg Inc from USA.
จำหน่ายอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์และอุปกรณ์ซัพพอร์ตร่างกายสำหรับผู้สูงอายุ,นักกีฬาหรือผู้บาดเจ็บตามข้อต่างๆ

ถุงประคบเย็น
13/11/2023

ถุงประคบเย็น

#ถุงประคบร้อน_เย็น_พร้อมสายรัด

Ice Bag with Knee & Shoulder Wrap.
การใช้ประคบร้อน/เย็น
ใช้เพื่อบรรเทาอาการ อักเสบในระยะเฉียบพลัน ลดปวดแสบร้อน ลดบวม เช่น ปวดศีรษะหรือมีไข้สูง,ปวดเมื่อยตามร่างกาย,ปวดฟัน,แผลน้ำร้อนหรือไฟลวกที่ ไม่รุนแรง,ข้อเคล็ด,บาดเจ็บหลังการเล่นกีฬา,แมลงสัตว์กัดต่อย,เลือดกำเดา ไหล,มีดบาด,แผลหลังผ่าตัด,หลังถอนฟัน,ถูกแดดเผา,อาการคัดเต้านมหลังคลอดบุตร,ตาบวม,อาการก่อนรูมาติซึม,ก่อนเป็นไมเกรน และยังใช้เพื่อทำให้สดชื่น ผ่อนคลายความเครียด และสามารถพกพา Ice Bag ไปตามสถานที่ต่างๆได้
หลักการของการประคบร้อน/เย็น
ลดบวม โดยการทำให้เส้นลือดฝอยหดตัวและทำให้การไหลของเลือดและของเหลวในบริเวณนั้น ช้าลง และออกฤทธิ์โดยทำให้ปลายประสาทชาชั่วขณะ ทำให้ลดอาการเจ็บ บริเวณนั้นผ่อนคลายและสดชื่น
เวลาในการประคบร้อน/เย็น
ใช้การประคบเย็นประมาณ 3 วันหลังจากบาดเจ็บ เมื่ออาการบวมลดลง ให้ใช้ประคบร้อนและเย็นสลับกัน หลังจากออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาประคบเย็นทุกครั้งเพื่อลดปัญหาจากการบาดเจ็บ อาจใช้ประคบร้อน เย็นสลับกันใช้ประคบเย็นประมาณ 15-20 นาที และนำออกจากบริเวณนั้นประมาณ 40-120 นาทีหรือแล้วแต่แพทย์สั่ง แล้วนำมาประคบใหม่ ทำเช่นนี้ประมาณ 72 ชั่วโมง เช่นหลังการผ่าตัดหรือการถอนฟันประคบเย็นก่อนเพื่อลดอาการปวดบวม หลังจากนั้น 2-3 วัน(ตามแพทย์สั่ง) จึงค่อยประคบร้อนเพื่อลดรอยฟกช้ำ
วิธีการใช้ :: บรรจุน้ำแข็งพร้อมน้ำเย็นในถุง ปิดฝาให้แน่น ใช้ผ้ารองบริเวณที่บวมหรือบาดเจ็บก่อนประคบ ปรับสายรัดให้กระชับพอดี ประคบครั้งละ 5-20 นาที หยุดประคบ 1 ชั่วโมงแล้วค่อยประคบต่อ ทำเช่นนี้ ไปเรื่อย ๆ จนอาการบวมดีขึ้นจึงหยุดการใช้
ข้อควรระวัง :: การใช้ประคบนานเกินไปอาจเกิดบาดแผลจากความเย็นได้ ถ้าเกิดอาการแพ้ให้ปรึกษาแพทย์
การเก็บรักษา :: เทของเหลวภายในออก เก็บไว้ในที่ที่แห้ง และหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตร
สั่งซื้อ/ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
02-7136205 , 081-5567591
Email : info@finecare.co.th
Website : www.finecare.co.th

30/08/2022

#เข่าของคุณควรได้รับการดูแล
บ.ฟายน์แคร์ ตัวแทนจำหน่าย แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

บูธงาน OUTSTANDING HEALTH AND WELLNESS FAIR วันนี้2 กค.2565 9.00-16.00 ตามมาได้นะครับ #วัชรพลคลีนิกกายภาพบำบัด
02/07/2022

บูธงาน OUTSTANDING HEALTH AND WELLNESS FAIR วันนี้2 กค.2565 9.00-16.00 ตามมาได้นะครับ
#วัชรพลคลีนิกกายภาพบำบัด

 #โปรโมชั่นต้านภัย  #โควิด19ทุกๆการซื้อ 1 ใบเสร็จ #บริษัทฟายน์แคร์สมนาคุณแถม #สเปรย์แอลกอฮอล์ 1 ขวดเมื่อซื้อ  #อุปกรณ์ซั...
08/04/2020

#โปรโมชั่นต้านภัย #โควิด19
ทุกๆการซื้อ 1 ใบเสร็จ
#บริษัทฟายน์แคร์สมนาคุณแถม
#สเปรย์แอลกอฮอล์ 1 ขวด
เมื่อซื้อ #อุปกรณ์ซัพพอร์ต
ทุกชนิด
#อุปกรณ์หลังผ่าตัดทุกรายการ
รวมทั้ง #ถุงประคบร้อนเย็น
ตั้งแต่ 9 เม.ย 63 ถึง 30 มิ.ย 63
หรือจนกว่าของสมนาคุณหมด

https://mgronline.com/china/detail/9630000029466เครดิต MGR Online
26/03/2020

https://mgronline.com/china/detail/9630000029466

เครดิต MGR Online

นักระบาดวิทยาจีนชื่อดัง พญ.หลี่ หลันจวน ชี้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงเป็นเกราะเหล็กชั้นยอดที่จะป้องกันเชื.....

ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ทางบริษัทฟายน์แคร์ ขอแสดงความห่วงใ...
11/03/2020

ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ทางบริษัทฟายน์แคร์ ขอแสดงความห่วงใยมายังลูกค้าและเพื่อนๆในเพจ ทุกท่าน มา ณ โอกาสนี้

“ปวดน่อง” ไม่เกี่ยว “ข้อเข่าเสื่อม” เกิดจากกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขาฉีกขาดแพทย์ชี้ อาการปวดบริเวณน่อง ไม่เกี่ยวกับข้อเข่าเ...
24/02/2020

“ปวดน่อง” ไม่เกี่ยว “ข้อเข่าเสื่อม”
เกิดจากกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขาฉีกขาด
แพทย์ชี้ อาการปวดบริเวณน่อง ไม่เกี่ยวกับข้อเข่าเสื่อม แต่เกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขา พบได้บ่อยในนักกีฬา หรือนั่งทำงานนานๆ เหตุจากใช้กล้ามเนื้อมากเกินไปทำให้บางส่วนฉีกขาดและอักเสบ แนะวิธีการป้องกันและรักษา
นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า อาการปวดบริเวณน่อง คนทั่วไปมักเข้าใจว่าเป็นอาการของโรคข้อเข่าเสื่อม แต่แท้จริงแล้วเป็นการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขาบริเวณใกล้น่อง ซึ่งเกิดจากการใช้งานของกล้ามเนื้อมากเกินไป ทำให้อักเสบ เช่น การวิ่งเร็ว หรือการวิ่งเร็วสลับกับหยุดวิ่งแบบฉับพลันอย่างต่อเนื่อง การเล่นกีฬาประเภทวิ่งหรือกระโดด ซึ่งพบได้ทั่วไปโดยเฉพาะนักวิ่ง นักกีฬา นักเต้น โดยพฤติกรรมดังกล่าวทำให้กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังถูกฉีกกระชาก จนกล้ามเนื้อบางส่วนฉีกขาดและเกิดการอักเสบขึ้น รวมถึงการนั่งทำงานเป็นเวลานาน เพราะกล้ามเนื้อต้องอยู่ในท่าที่หดเกร็งโดยไม่ขยับเขยื้อนนานจนกล้ามเนื้อตึง ทำให้เกิดการแพลงหรืออักเสบได้ง่าย
นพ.ณรงค์ กล่าวว่า ระดับความรุนแรงจากการอักเสบแบ่งเป็น ระดับเล็กน้อยและหายได้ จนถึงกล้ามเนื้อฉีกขาดทั้งหมดและใช้เวลานานในการรักษา สำหรับอาการที่พบจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขา คือ ปวดแปลบที่กล้ามเนื้อต้นขาแบบเฉียบพลัน บวมในช่วง 2 - 3 ชั่วโมงแรกหลังได้รับบาดเจ็บ ฟกช้ำหรือมีสีผิดปกติที่ขาด้านหลังใต้หัวเข่าในช่วง 2 - 3 วันแรก และกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขาอ่อนแรงนานเป็นสัปดาห์ ซึ่งจะต่างจากโรคข้อเข่าเสื่อมที่มีอาการข้อเข่าฝืด ตึง ปวดบริเวณข้อและมีเสียงในข้อเข่าเวลาขยับเคลื่อนไหว เนื่องจากการสึกหรอของข้อต่อภายหลังการใช้งานมานานและอายุที่มากขึ้น
นพ.สมพงษ์ ตันจริยภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน กล่าวว่า การรักษาผู้ที่มีอาการปวดบริเวณน่อง เพื่อซ่อมแซมการฉีกขาดภายในกล้ามเนื้อ แพทย์ที่ทำการรักษาอาจจำเป็นต้องเอกซเรย์หรือเอ็มอาร์ไอ เพื่อดูระดับความรุนแรงและตำแหน่งของกล้ามเนื้อที่ฉีกขาด สำหรับวางแผนในการรักษาได้ถูกต้อง การรักษาผู้ที่มีอาการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 วิธี วิธีแรกคือ การรักษาแบบไม่ผ่าตัด โดยหยุดกิจกรรมที่ทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น ใช้ถุงน้ำแข็งประคบประมาณ 20 นาที อย่าให้น้ำแข็งสัมผัสกับผิวหนังโดยตรง แล้วพันข้อด้วยผ้าพันแบบยืดหยุ่น และนอนพักยกขาให้สูงเหนือหัวใจเพื่อลดอาการบวม แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ไม้เท้าเพื่อหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักที่ขาหรือใส่เฝือกในช่วงสั้นๆ ซึ่งจะช่วยให้ขาอยู่ในตำแหน่งปกติ
นพ.สมพงษ์ กล่าวว่า วิธีที่สองคือ การรักษาโดยกายภาพบำบัด ด้วยการเหยียดแบบเบาๆ ช่วยฟื้นฟูช่วงการงอยืดและออกกำลังเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งแพทย์จะให้คำแนะนำว่าเมื่อใดจะสามารถกลับไปทำกิจกรรมหรือเล่นกีฬาได้อย่างปลอดภัย และวิธีที่สาม การรักษาด้วยการผ่าตัดเมื่อเส้นเอ็นฉีกขาดจากกระดูกอย่างสมบูรณ์ และเพื่อซ่อมแซมการฉีกขาดภายในกล้ามเนื้อ สำหรับการป้องกันสามารถทำ ได้โดยอบอุ่นร่างกาย ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ก่อนและหลังเล่นกีฬา ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและป้องกันการขาดน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดตะคริว ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายและหมั่นเคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำ เพื่อเพิ่มความแข็งแรง อีกทั้งเสริมความยืดหยุ่นให้แก่กล้ามเนื้อด้านหลังต้นขาได้อีกด้วย

Cr: https://mgronline.com

“เท้าพอง” อาการที่พบบ่อยในกลุ่มนักวิ่งเท้าพองเกิดกับใคร เกิดที่ไหนเท้าพอง (Blisters) เป็นปัญหาที่พบมากในหมู่นักวิ่ง และพ...
20/02/2020

“เท้าพอง” อาการที่พบบ่อยในกลุ่มนักวิ่ง

เท้าพองเกิดกับใคร เกิดที่ไหน

เท้าพอง (Blisters) เป็นปัญหาที่พบมากในหมู่นักวิ่ง และพบมากที่สุดในนักวิ่งทรหด หรือ Ultra – endurance runners จากงานวิจัยพบว่า 4 วันหลังจากการวิ่ง 182 กิโลเมตร จะพบการเกิดเท้าพองถึง 46% โดยจะเกิดที่นิ้วหัวแม่เท้า (toe) 65% เนินปลายเท้า (ball of the foot ) 16% ส้นเท้า (heel) 14% และ ฝ่าเท้า (sole) 5%หากเกิดเท้าพองจะทำให้ปวดมากในทุกการก้าววิ่ง โดยเฉพาะ ฝ่าเท้าและส้นเท้าจะปวดมากที่สุด1

สาเหตุการเกิดเท้าพอง

ผิวหนังพองหรือตุ่มพอง (blister) มีสาเหตุมาจาก การเสียดสีจนชั้นหนังกำพร้าแยกออกจากชั้นหนังแท้ เกิดการไหลซึมของของเหลวจากเลือด และน้ำเหลืองมาคั่งอยู่จนเกิดเป็นตุ่มพองขึ้นมา ในนักวิ่ง ตุ่มพอง มักจะเกิดจากการเสียดสี ระหว่างผิวหนังและถุงเท้า, ความชุ่มชื้นที่มากเกินไปเนื่องจากเท้าที่ชุ่มชื้น หรือสภาพเปียกชื้นจะทำให้ผิวหนังอ่อนลง ง่ายต่อการเกิดการเสียดสีและเกิดตุ่มพอง รวมถึงการใส่รองเท้าวิ่งที่มีขนาดเล็ก หรือแน่นเกินไปก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดตุ่มพองได้2 หากเท้าเรามีการเสียดสี ถูไปมาในระยะเวลาที่นานมากกว่าปกติ เท้าพองจะส่งผลให้ปวด เกิดการติดเชื้อ และเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ (cellulitis) และ การติดเชื้อในกระแสเลือด (sepsis) 3 เป็นสาเหตุให้นักวิ่งทนความเจ็บไม่ไหวจนต้องถอนตัวจากการวิ่ง

ป้องกันเท้าพองอย่างไร

1. หลีกการใช้รองเท้าเปียกชื้น พบว่าปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดแรงเสียดทาน คือ ขณะวิ่งหรือซ้อมนักวิ่งมักใช้น้ำราดราดศีรษะน้ำลงร่างกาย ขา แล้วไหลลงที่รองเท้า ถุงเท้า ทำให้เกิดความชื้น เกิดแรงเสียดสี (frictional forces) ระหว่างถุงเท้าและเท้าเพิ่มขึ้น

2. แผ่นรองรองเท้าที่ช่วยกระจายแรงกด และระบายความร้อนได้ดี neoprene insole สามารถลดการเกิดตุ่มพองได้ถึง 25% เมื่อเทียบกับ แผ่นรองรองเท้าทั่วไป5 neoprene เป็นยางสังเคราะห์ที่มีความยืดหยุ่นสูง สามาถซับแรง shear stress บน overlying skin ได้3

3. เลือกถุงเท้าที่ระบายความชื้นได้ดี จากงานวิจัย ถุงเท้าสามารถลดการเกิดตุ่มพองที่เกิดจากการเสียดสีของเท้าได้ โดยจะลดความชื้น และแรงเสียดทานบนผิวหนังเท้า4 ควรเลือกถุงเท้าที่เขียนว่า Moisture-Wicking Socks (หมายเหตุ: ถุงเท้าเนื้อผ้าใยสังเคราะห์ที่มีส่วนประกอบของ Acrylic fibers และ polyester fibers จะลดความชื้นได้ดีกว่า cotton socks) และการใส่ถุงเท้า 2 ชั้น (double sock systems) สามารดลดแรงเสียดสีบนผิวหนังได้เช่นกัน3

4. เลือกขนาดรองเท้าที่พอดี เพราะขณะวิ่งเท้าจะบวม ดังนั้นรองเท้าวิ่งควรใหญ่กว่ารองเท้าใส่ปกติ ไม่คับไปเพราะนิ้วเท้าชนผนังรองเท้าตลอดเวลาวิ่ง หากหลวมไปเหลือพื้นที่เยอะ เท้าก็จะมีพื้นที่ให้เคลื่อนไปมาเยอะ เกิดการเสียดสีทำให้เกิดเท้าพองได้ ควรเลือกขนาดรองเท้าโดยให้เหลือบริเวณหน้านิ้วเท้าประมาณ 1 นิ้วหัวแม่มือ2

5. วิธีอื่น ๆ เช่น การใช้แผ่นแปะลดแรงเสียดทาน การพันผ้าที่เท้า การใช้สเปรย์พ่นให้เท้าแห้ง หรือทาสารหล่อลื่น (ointment) เพื่อลดแรงเสียดทานนั้น มีบางรายงานว่าสารหล่อลื่นอาจจะทำให้ผิวหนังเราอ่อนแอลง เนื่องจากเหงื่อยังผลิตอยู่ แต่ไม่สามารถออกมาที่ผิวหนังได้ ด้านในก็จะอ่อนตัวลงจากเหงื่อที่ค้างอยู่ ดังนั้น หากเกิดอาการแดงหลังจากทาสารหล่อลื่น ก็ให้หยุดการใช้สารหล่อลื่น6

ถ้าเท้าพองแล้วต้องประคองอย่างไร

1. ทำความสะอาดมือของเรา และบริเวณแผลพุพองด้วยน้ำอุ่นและสบู่ (อาจทาครีมต่อต้านแบคทีเรียเพิ่มเติม)

2. เช็ดบริเวณตุ่มพองด้วยยาฆ่าเชื้อโพวิโดนไอโอดีน

3. การเจาะตุ่มน้ำโดยใช้เข็มที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำเดือด หรือใช้เข็มเครื่องมือแพทย์ที่ปลอดเชื้อ สอดเข็มเข้าไปด้านข้าง และฐานของแผลพุพองอย่างระมัดระวัง ให้ของเหลวทั้งหมดไหลออกมาอย่าดึงหนังที่อยู่บนแผลออก เพราะจะทำให้แผลติดเชื้อได้

4. ฆ่าเชื้อบริเวณแผลพุพอง ทาแผลด้วยยาฆ่าเชื้อโพวิโดนไอโอดีน อาจทำให้แสบเล็กน้อย แต่ช่วยให้มั่นใจได้ว่าแผลจะไม่ติดเชื้อ

5. ปิดบริเวณแผลด้วยผ้าปิดแผล ห้ามใช้เทปผ้า เพื่อป้องกันฝุ่น

6. หากต้องออกกำลังกาย ให้ทายาฆ่าเชื้อไอโอดีน ใช้วัสดุปิดแผลที่ไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ และติดเทปอย่างแน่นหนา เช่น ซิงค์ออกไซด์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ทำให้สามารถถอดวัสดุปิดแผลได้ง่าย และปกป้องบริเวณแผลจากการเสียดสีเพิ่มเติม

7. หมั่นรักษาความสะอาด ตรวจสอบแผลทุกวัน และใช้ยาฆ่าเชื้อไอโอดีนหากจำเป็น

cr https://read.thai.run/
เรื่องโดย:อ. ดร. กภ.ชลทิพย์ ทิพย์แก้ว
หัวหน้าหลักสูตร​วิทยาศาสตรบัณฑิต​ สาขาวิชากายภาพ​บำบัด มหาวิทยาลัยคริสเตียน

“นักวิ่ง” ในวันที่เมือง…เปื้อนฝุ่น ต้องประเมินตัวเองแพทย์ประจำทีมฟุตบอลทีมชาติไทย เตือนนักวิ่ง-ออกกำลังกายกลางแจ้ง ท่ามก...
07/02/2020

“นักวิ่ง” ในวันที่เมือง…เปื้อนฝุ่น ต้องประเมินตัวเอง
แพทย์ประจำทีมฟุตบอลทีมชาติไทย เตือนนักวิ่ง-ออกกำลังกายกลางแจ้ง ท่ามกลางฝุ่น PM 2.5 ยังพอทำได้ แต่ต้องไม่ออกกำลังกายหนักและนานเกินไป
นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ แพทย์ประจำทีมฟุตบอลทีมชาติไทย และสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก Ekkapob Pianpises ถึงการปฏิบัติตัวสำหรับนักวิ่งและผู้ต้องการออกกำลังกายกลางแจ้ง ในช่วงที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ว่า “เมื่ออากาศเป็นพิษแต่เราติดวิ่ง ติดออกกำลังกายจะทำยังไงดี ?!!! เป็นคำถามที่มีหลายคนตั้งคำถามและมีความเห็นที่หลากหลายในโซเชียล

แน่นอนว่า เรารับทราบกันดีถึงพิษภัยของฝุ่น PM2.5 เพราะมีคนพูดถึงกันมากอยู่แล้ว ซึ่งผมต้องขอย้ำให้ชัดอีกครั้งว่าเจ้าฝุ่นมลพิษนี้อันตรายจริงๆ นะครับ ไม่ได้มาเล่นๆ มีทั้งผลระยะสั้นระยะยาว

แต่… สิ่งที่ยังเป็นคำถามสำหรับคนที่ชอบออกกำลังกายกลางแจ้งคือจะยังพอที่จะออกไปวิ่ง ปั่นจักรยาน เล่นฟุตบอล กลางแจ้งได้มั้ย

ก่อนอื่นผมต้องบอกกล่าวเรื่องการออกกำลังกายให้เข้าใจก่อนว่า ยกตัวอย่างการวิ่งมาราธอนนั้นนักวิ่งที่วิ่งจบในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง จะมีการหายใจในปริมาณอากาศที่มากกว่าการหายใจ 24 ชั่วโมงในวันที่ไม่ได้ออกกำลังกาย ตีเป็นตัวเลขคร่าวๆ ได้ว่านักวิ่งมาราธอนจะต้องหายใจเอาอากาศเข้าปอดมาถึง 150 ลิตรต่อนาทีเลยครับ
ถ้าต้องวิ่งในที่ที่มีมลพิษทางอากาศพอๆ กับกรุงเทพ คือมี AQI ประมาณ 200 นั่นหมายความว่านักวิ่งจะได้รับ PM2.5 จากการหายใจมากถึง 13.6 ไมโครกรัมต่อนาที

เมื่อการออกกำลังกายทำให้ได้รับฝุ่นเข้าไปมากก็แน่นอนว่า จะส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่า เนื่องจากมีข้อมูลทางวิชาการที่สรุปว่าผลของเจ้าฝุ่นพิษนี้เป็น dose-dependent หมายความว่ายิ่งได้รับเข้าไปมากก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายและทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ มากขึ้นนั่นเอง

แล้วแบบนี้ถ้าเรายังอยากออกกำลังกายกลางแจ้ง อยากไปลงวิ่งในงานที่สมัครไว้แล้ว อยากไปปั่นจักรยานจะยังทำได้หรือไม่ ?

จากการศึกษาข้อมูลพบว่า การออกกำลังกายกลางแจ้งในภาวะมลพิษทางอากาศนั้นยังพอทำได้ด้วยการพิจารณาทั้งในส่วนของระดับมลพิษ ความหนักของการออกกำลังกาย และเวลาที่ใช้ในการออกกำลังกาย

ในพื้นที่ที่มี PM2.5 ประมาณ 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะสามารถออกกำลังด้วยการเดิน ได้ไม่เกินวันละ 30 นาที
ถ้าหากมี PM2.5 ประมาณ 160 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะสามารถวิ่งเบาๆ หรือปั่นจักรยาน ให้ HR ประมาณโซน 2-3 ได้ 30 นาทีต่อวัน
เพราะถ้าออกกำลังกายมากกว่านี้ก็จะเป็นจุดที่เริ่มส่งผลต่อสุขภาพแล้วครับ

และมีการศึกษาอีกว่า หากออกกำลังกายในพื้นที่มลพิษแต่ AQI อยู่ในระดับสีเหลืองนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อร่างกายในเรื่องของความสามารถในประสิทธิภาพการออกกำลังกาย

มีคำแนะนำเพิ่มเติมอีกว่า ถ้าจะต้องออกกำลังกายกลางแจ้งในเขตมลพิษ ทางที่ดีควรออกกำลังกายในสวนสาธารณะหรือในที่ห่างจากถนน รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในช่วงที่มีการจราจรคับคั่งด้วยครับ

สรุป คือ การออกกำลังกายกลางแจ้งในที่ที่มีมลพิษทางอากาศถือเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพ แต่ถ้าหากหากิจกรรมออกกำลังกายในร่มทดแทนไม่ได้ ก็ควรจะต้องทราบระดับของมลพิษในขณะออกกำลังกายนั้นเพื่อปรับความหนักเบาและเวลาของการออกกำลังกายให้เหมาะสม และควรเลือกสถานที่ออกกำลังกายรวมทั้งช่วงเวลาในการออกกำลังกายด้วยครับ”

cr : workpointnews.com

 #สุขภาพดีสร้างได้กับ_5_วิธีทำตามแล้วเปลี่ยนชีวิตเลยสุขภาพที่ดีใคร ๆ ก็อยากมี แต่วิถีการใช้ชีวิตในปัจจุบันมีสิ่งยั่วยุต่...
28/01/2020

#สุขภาพดีสร้างได้กับ_5_วิธีทำตามแล้วเปลี่ยนชีวิตเลย
สุขภาพที่ดีใคร ๆ ก็อยากมี แต่วิถีการใช้ชีวิตในปัจจุบันมีสิ่งยั่วยุต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน การเสพสื่อโซเชียล ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นต้นเหตุที่ทำให้สุขภาพของเราทรุดโทรมทั้งนั้น ดังนั้นผมจึงมีวิธีสร้างสุขภาพดีง่าย ๆ ที่อยากบอกต่อ ซึ่งหากคุณสาว ๆ ได้ทำตามล่ะก็ รับรองเลยว่า สุขภาพจะดีขึ้นแน่นอน

1. การเลือกรับประทานอาหาร
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อาหารเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญต่อร่างกาย การจะเกิดผลดีหรือผลเสียนั้น ขึ้นอยู่กับการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม เพราะร่างกายจะนำไปพัฒนาและซ่อมแซมในส่วนต่าง ๆ ควรลดอาหารที่มีแคลอรีสูง ของทอด ปิ้ง-ย่าง หรืออาหารที่มีไขมันเยอะ เพราะหากร่างกายเผาผลาญไม่หมดก็จะกลายเป็นไขมันสะสมในร่างกายในที่สุด ทางที่ดีควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม เลือกรับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์

2. บริหารสมอง
การบริหารสมองก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีได้ ลองหาเกมฝึกสมองมาเล่น เช่น เกมอักษรไขว้ เกมจำตำแหน่งภาพ เกมจับผิด เกมซูโดกุ หรือเกมหมากรุกจีน เป็นต้น ควรหันมารับประทานผลไม้พวก ส้ม องุ่น เบอร์รี่ให้มากขึ้นด้วย เพราะผลไม้จำพวกนี้มีสารช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดอาการหลง ๆ ลืม ๆ ได้ หรือการหัวเราะก็ช่วยให้เลือดไหลเวียนดียิ่งขึ้น เพราะร่างกายจะหลั่งสารเคมีในระบบประสาทที่ทำให้ผ่อนคลาย ซึ่งจะส่งผลดีทั้งร่างกาย จิตใจ อีกทั้งคนรอบข้างก็จะมีความสุขตามไปด้วย

3. พักสายตาจากการเสพสื่อโซเชียล
ทุกวันนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนหรือทำอะไรก็ต้องถ่ายรูป แชร์ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ไม่ให้พลาดเหตุการณ์สำคัญ ๆ ซึ่งถ้าใช้ในปริมาณที่เหมาะสมก็จะให้ผลดีแก่เรา แต่ถ้าใช้มากเกินไปนอกจากจะทำให้เป็นคนติดโซเชียลแล้ว ยังอาจทำให้กล้ามเนื้อดวงตาเมื่อยล้า หรือตาแห้งเพราะต้องคอยจ้องอยู่ที่หน้าจอเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการเบลอ สายตาพร่ามัว หรือสายตาสั้นได้ ทางที่ดีควรพักสายตา และบริหารดวงตาของเราด้วย เช่น กระพริบตา กลอกตาไปมาเพื่อป้องกันตาแห้ง หรือมองไปยังวัตถุที่อยู่ไกล ก็จะช่วยให้ผ่อนคลายดวงตาลงได้ และถ้าลดโซเชียลลงบ้าง ก็จะทำให้ไม่ต้องเครียดจากการเสพข่าว สุขภาพจิตดีขึ้น

4. ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายนอกจากจะได้สุขภาพที่ดี เพราะอวัยวะภายในร่างกายจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังทำให้เรามีภูมิต้านทานห่างไกลโรคภัยต่าง ๆ สุขภาพจิตก็ดีตามไปด้วย ควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาทีหลังเลิกงาน ลองเดินออกกำลังกายที่สวนสาธารณะใกล้บ้านก็ได้ หรือจะวิ่ง จะแอโรบิค ก็ล้วนแต่ทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดีทั้งนั้น แต่หากใครไม่มีเวลาออกกำลังกายจริง ๆ งานบ้านก็อาจจะช่วยได้เหมือนกัน เช่น ทำสวน กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างรถ ก็ถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัว ทั้งยังทำให้บ้านสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วย

5. พักผ่อนให้เพียงพอ
เมื่อทำกิจวัตรต่าง ๆ ในแต่ละวันเสร็จเรียบร้อยแล้ว การพักผ่อนที่ดีที่สุด คือ การนอน เพราะร่างกายจะได้ซ่อมแซมฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่ ควรนอนให้ครบ 8 ชั่วโมงและนอนให้เป็นเวลา เพราะหากนอนดึกเกินไป ร่างกายอาจเหนื่อยล้าได้ อีกทั้งยังมีผลเสียตามมา เช่น มีริ้วรอย เสี่ยงต่อโรคภัยต่าง ๆ ทางที่ดีควรพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อตื่นขึ้นมารับวันใหม่ ร่างกายจะได้สดชื่นและตื่นตัวตลอดทั้งวัน สุขภาพร่างกายก็จะดีตามไปด้วย

เห็นไหม แค่วิธีง่าย ๆ แค่นี้ก็ทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้แล้ว อาจจะต้องใช้ความพยายามสักหน่อย อาจรู้สึกฝืนตัวเองสักนิดในช่วงแรก แต่รับรองได้เลยว่า ความพยายามไม่ศูนย์เปล่าแน่นอน ถือเป็นกำไรเสียด้วยซ้ำ!

cr :: www.krungsri.com

วิธีป้องกันฝุ่น PM 2.5 ถ้าคุณอยากออกกำลังกาย ควรรับมือให้ถูกวิธีสถานการณ์ในเมืองกรุง ณ ขณะนี้คงไม่มีอะไรน่าติดตามและต้อง...
21/01/2020

วิธีป้องกันฝุ่น PM 2.5 ถ้าคุณอยากออกกำลังกาย ควรรับมือให้ถูกวิธี
สถานการณ์ในเมืองกรุง ณ ขณะนี้คงไม่มีอะไรน่าติดตามและต้องเฝ้าระวังไปมากกว่ากว่าเจ้าฝุ่นพิษที่มีนามว่า “PM 2.5” อีกแล้ว ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับเจ้าฝุ่น PM 2.5 นี้กันก่อนดีกว่าครับว่าฝุ่นละอองเล็กๆ พวกนี้คืออะไรกันแน่
ฝุ่น PM2.5 เป็นฝุ่นละอองอนุภาคเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยน้อยกว่า 2.5 ไมโครเมตร ถ้าเทียบกับเส้นผมคนเรา เจ้าฝุ่นร้ายนี่เล็กกว่าเกือบ 20 เท่าเชียวครับ และเมื่อลอยรวมตัวกันบนชั้นบรรยากาศก็จะทำให้เหมือนมีหมอกปกคลุมอย่างที่เราเห็นกันในช่วงนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้เราเคยเขียนบทความเกี่ยวกับการใช้ชีวิตทั่วไปในเมืองเปื้อนฝุ่น PM 2.5กันมาแล้ว ในบทความนี้เราจะกล่าวถึงคนที่ชอบออกกำลังกาย เพื่อหาวิธีรับมือเพิ่มเติมครับ
สำหรับคนที่รักการออกกำลังกายกลางแจ้ง
สำหรับคนที่รักการออกกำลังกายกลางแจ้ง ก็คงวิตกกังวลอยู่ไม่น้อยว่าเจ้าฝุ่นพิษนี้จะก่อให้เกิดผลอะไรกับร่างกายหรือไม่หากเราออกไปวิ่งตามสวน ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่าฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นผม 20 เท่าจะก่อให้เกิดโรคร้ายแรงเกินคาด อย่างเช่น โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดในสมอง โรคหัวใจขาดเลือด ฟังชื่อแต่ละโรคแล้วน่ากลัวเลยใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นเรามาดูวิธีรับมือและป้องกันอันตรายที่เกิดจากฝุ่นพิษนี้ เพื่อให้เรายังสามารถจะออกกำลังกายได้ท่ามกลางสถานการณ์ฝุ่นควันนี้กันครับ เปลี่ยนจากกลางแจ้ง มาเป็น ในร่ม
สำหรับนักวิ่ง
สำหรับนักวิ่ง ในช่วงนี้ควรงดวิ่งกลางแจ้งไปก่อนจะปลอดภัยกว่าครับ บางคนอาจคิดว่าวิ่งแล้วใส่หน้ากากอนามัยกันฝุ่นก็ได้ แต่หน้ากากอนามัยแบบธรรมดานั้น ไม่สามารถกันฝุ่น PM2.5 ได้ แต่ครั้นจะใส่หน้ากากแบบ N95 ก็คงไม่สะดวกเพราะปกติใส่แล้วก็หายใจยังลำบาก แล้วถ้าวิ่งไปด้วยล่ะก็มีโอกาสทำให้เป็นลม หรือช็อกเพราะขาดออกซิเจนก็เป็นได้ครับ เครื่องฟอกอากาศลดฝุ่นในบ้าน
สำหรับคนที่ออกกำลังกายที่บ้าน
สำหรับคนที่ออกกำลังกายที่บ้าน อยู่แล้วก็คงไม่ต้องวิตกกังวลมาก แต่ก็จะใช่ว่าจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซนต์ การใช้เครื่องฟอกอากาศชนิดมีแผ่นกรอง HEPA ก็สามารถลดปริมาณฝุ่นควันได้เช่นเดียวกัน แต่ต้องปิดประตูหน้าต่างทุกบาน แล้วต้องหมั่นทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอด้วยนะครับ การวิเคราะห์ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI)
เราสามารถดูค่าดัชนีคุณภาพอากาศผ่านแอปพลิเคชัน AirVisual เป็นแอปพลิเคชันที่สามารถตรวจสอบค่าฝุ่นละอองที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ทั่วโลก เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศและในประเทศ พร้อมทั้งยังแนะนำวิธีการป้องกันเมื่อต้องอยู่ในสถานะที่ที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็กอีกด้วย และยังสามารถรายงานผลล่วงหน้าได้ถึง 7 วันเลยทีเดียว
AirVisual Air Quality Forecast
หากค่า AQI อยู่ที่ 0-60 ถือว่าปลอดภัยในการออกกำลังกายกลางแจ้ง
ค่า 60-100 สามารถออกกำลังกายกลางแจ้งได้ แต่ควรลดความถี่ลง
ค่า 100-150 ควรออกกำลังกายในร่ม
และค่าเกินกว่า 150 ถึงแม้ออกกำลังกายในร่มก็ควรต้องมีเครื่องกรองอากาศด้วยครับ
แม้ฝุ่น PM2.5 จะอันตรายแค่ไหน แต่หากเรารู้จักการป้องกัน ก็สามารถรับมือได้แถมยังไม่ต้องงดกิจกรรมการออกกำลังกายที่เรารักอีกด้วยครับ แต่ถ้าพูดถึงสภาพอากาศที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ คงไม่ใช่เพราะเกิดจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากมนุษย์เราด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นมลพิษจากยานพาหนะที่เราใช้ ควันของโรงงานอุตสาหกรรม ฝุ่นที่เกิดจากการก่อสร้าง การเผาขยะหรือผลผลิตทางการเกษตรในที่โล่งแจ้ง จนทำให้เกิดการรวมตัวของก๊าซอื่น ๆ ในชั้นบรรยากาศ โดยเฉพาะในตอนเช้ามวลฝุ่นจะหนาแน่นกว่าปกติ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่ามีหลายๆ ปัจจัยที่เราร่วมด้วยช่วยกันลดได้ และก็มีหลายปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งหนึ่งที่จะควบคุมได้คือการวางแผนคุ้มครองความเสี่ยงให้กับสุขภาพของเราเอง ด้วยแผนประกันสุขภาพ “ประกันได้หมด” จากแมนูไลฟ์ ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายที่คุณไม่ต้องจ่ายแพงเกินจำเป็นหากคุณเป็นคนที่ดูแลสุขภาพดี เพราะเรามอบส่วนลดสูงสุดถึง 30% หากไม่มีการเคลม และยังครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง หลังออกจากโรงพยาบาลนานถึง 60 วัน

ขอบคุณข้อมูล www.manulife.co.th

“กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ” ปัญหาปวดเข่าที่ไม่ควรมองข้าม"“ข้อเข่า” เป็นข้อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย ประกอบด้วยกระดูก 3 ส่วน ค...
17/01/2020

“กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ” ปัญหาปวดเข่าที่ไม่ควรมองข้าม"
“ข้อเข่า” เป็นข้อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย ประกอบด้วยกระดูก 3 ส่วน คือ กระดูกหน้าแข้ง (Tibia) กระดูกต้นขา (Femur) และกระดูกสะบ้า (Patella) รวมเป็นข้อเข่า ผิวสัมผัสของกระดูก 3 ชิ้นนี้จะมีกระดูกอ่อนหุ้มไว้เรียกว่า “กระดูกอ่อนผิวข้อ (Articular cartilage)” มีลักษณะเรียบ ลื่น และสีขาวใส ทำหน้าที่ลดการเสียดสีขณะเคลื่อนไหว รองรับแรงกระแทกภายในข้อเข่า แต่ถ้าบริเวณกระดูกอ่อนนี้เกิดการอักเสบ ก็จะทำให้รู้สึกเจ็บได้ โดยเฉพาะกระดูกอ่อนตำแหน่งสะบ้าเข่าซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าที่มักจะพบการอักเสบได้บ่อย ทุกครั้งที่เรางอเหยียดเข่า กระดูกสะบ้าก็จะเคลื่อนที่ขึ้นลง เข้ารูปกับกระดูกต้นขาได้พอดี แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่มีการเสียดสีมาก จึงทำให้เกิดการบาดเจ็บหรืออักเสบได้ง่าย เป็นที่มาของ “กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ”

สาเหตุ

1.กระดูกสะบ้าเอียงมากกว่าปกติเวลางอเข่า ทำให้กระดูกอ่อนตำแหน่งสะบ้าเข่าเคลื่อนที่เสียดสีมากกว่าปกติจนเกิดการอักเสบ

2.กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง โดยธรรมชาติเวลาที่งอเข่ามากๆ กระดูกสะบ้าจะมีแนวโน้มเอียงออกด้านนอก ซึ่งตรงนี้เป็นหน้าที่ของกล้ามเนื้อต้นขาด้านใน ที่ช่วยพยุงไว้ หากกล้ามเนื้อไม่แข็งแรง ก็จะยิ่งทำให้มีอาการบาดเจ็บมากยิ่งขึ้น

3.เพศหญิงมีความเสี่ยงกว่าเพศชายประมาณ 2 เท่า ทั้งนี้เพราะผู้หญิงในส่วนสูงเดียวกันจะมีความกว้างของสะโพกมากกว่าผู้ชาย เวลายืนหรือเดิน ต้นขาจะเอียงมากกว่า เกิดแรงดึงสะบ้าให้เอียงไปด้านนอก ทำให้เกิดการอักเสบ นอกจากนี้ความหนาและความแข็งแรงของกระดูกอ่อนผู้หญิงมักน้อยกว่าผู้ชาย ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบได้ง่ายกว่า

4.การใช้งานที่มากเกินไป ทำให้กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายที่มากเกินไป การนั่งพับเข่าบนพื้น การขึ้นลงบันไดวันละหลายๆ รอบ เป็นต้น

5.น้ำหนักมาก เพราะน้ำหนักตัวมีผลต่อแรงกระแทกของข้อเข่าโดยตรง โดยเฉพาะการขึ้นลงบันไดที่จะมีแรงกระแทกมากถึง 5 เท่าของน้ำหนักตัว หรือการนั่งพับเข่าที่จะมีแรงกระแทกได้มากถึง 8 เท่าของน้ำหนักตัว

6.คนเท้าแบน มีโอกาสที่กระดูกสะบ้าเข่าเอียงได้มากกว่าปกติขณะเดิน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ปวดเข่าได้เช่นกัน

อาการ

คนไข้จะมีอาการปวดเข่าโดยเฉพาะด้านหน้าเข่า และมักจะปวดในท่าที่งอเข่า เช่น นั่งพับเพียบ นั่งคุกเข่า นั่งขัดสมาธิ ขึ้นลงบันได ลุกเปลี่ยนท่า เพราะมีแรงไปกระทบที่กระดูกอ่อนสะบ้าเข่ามากขึ้น ทำให้เกิดอาการปวด นอกจากนี้หากมีการอักเสบมากๆ ก็จะทำให้เข่าบวมได้ เวลาลุกจากนั่ง และเวลางอเหยียดเข่ามักเสียงดังที่เกิดจากการสะดุดของกระดูกอ่อนสะบ้าเข่า หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้วางแผนการรักษาอย่างทันท่วงที

การรักษา

1.ลดน้ำหนัก เพราะน้ำหนักตัวมีผลต่อแรงกระแทกบริเวณข้อเข่า หากเรามีน้ำหนักตัวที่พอดี ก็จะช่วยลดแรงกระแทกภายในข้อเข่าลงไปได้พอสมควร

2.ออกกำลังกาย โดยเน้นการบริหารกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและกล้ามเนื้อสะโพก เมื่อกล้ามเนื้อทั้ง 2 ส่วนนี้แข็งแรงแล้ว จะช่วยทำให้ลูกสะบ้าเอียงน้อยลง ช่วยลดแรงกระแทก

ท่าที่ 1
นั่งเก้าอี้หรือนอนหงาย แล้วยกขาข้างใดข้างหนึ่งขึ้น เหยียดเข่าตรง กระดกปลายเท้า เกร็งไว้ 10 วินาที ทำข้างละ 20-30 ครั้ง ตอนเช้าและเย็น

ท่าที่ 2
ยืนแยกปลายเท้าหลังแตะกำแพง นำลูกบอล 1 ลูก มาหนีบไว้ระหว่างเข่าทั้ง 2 ข้าง จากนั้นเกร็งกล้ามเนื้อต้นขา ย่อเข่าลงเล็กน้อยช้าๆ ทำค้างไว้ 10 วินาที แล้วยกตัวขึ้นช้าๆ ทำ 20-30 ครั้ง ตอนเช้าและเย็น

ท่าที่ 3
นอนตะแคง กางขาขึ้นด้านข้างค้างไว้ 10 วินาที ประมาณ 20-30 ครั้ง ตอนเช้าและเย็น

3.ปรับพฤติกรรมต่างๆ ที่ทำให้กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ ได้แก่ การคุกเข่า นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ นั่งยอง การขึ้นและลงบันไดบ่อยๆ โดยไม่จำเป็น

4.รักษาด้วยยาเพื่อบรรเทาอาการปวด และลดอาการอักเสบ

5.คนที่เท้าแบน ควรใส่รองเท้าที่มีอุ้งเท้าด้านใน เพื่อช่วยให้ฝ่าเท้ามีการรองรับที่ดี

การป้องกัน

ใช้งานข้อเข่าอย่างถูกวิธี หมั่นบริหารกล้ามเนื้อรอบเข่าและสะโพกให้แข็งแรง ยืดกล้ามเนื้อก่อนและหลังเล่นกีฬา เล่นกีฬาในระดับที่เหมาะกับสมรรถภาพร่างกายของตนเอง ดูแลน้ำหนักให้เหมาะสม ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ “กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ” ได้

ขอบคุณข้อมูล นพ.ปรัชญา ผดุงพรรค. 2560. กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ. ใน: การบรรยายให้ความรู้ในงาน “ก้าวสู่ปีที่ 7 ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์”. โดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี วันที่ 18 สิงหาคม 2560 ณ ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี.

Address

1108/19 Soi Sukhumvit Plus 1 Sukhumvit Road, Prakhanong Klongtoey

10110

Opening Hours

Monday 08:00 - 17:00
Tuesday 08:00 - 17:00
Wednesday 08:00 - 17:00
Thursday 08:00 - 17:00
Friday 08:00 - 17:00

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Finecare Company Limited ซัพฟอร์ตเข่า,สนับเข่าสำหรับนักกีฬาและผู้สูงอายุ posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Practice

Send a message to Finecare Company Limited ซัพฟอร์ตเข่า,สนับเข่าสำหรับนักกีฬาและผู้สูงอายุ:

  • Want your practice to be the top-listed Clinic?

Share