Kids-Life Integration Center

Kids-Life Integration Center Kids L.I.F.E Integration Center
:Love Intelligence Fun Excellence

นักกิจกรรมบำบัดเป็นวิชาชาชีพหนึ่งทางการแพทย์ที่ให้การบำบัด/ฟื้นฟู ช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย สมาธิ การเข้าสังคม ฯลฯ เพื่อให้ดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข รวมทั้งการส่งเสริมพัฒนาการและการเตรียมความพร้อมเพื่อการเรียนรู้ที่โรงเรียน

🚁บทความ KIDs L.I.F.E💖โดย นักกิจกรรมบำบัดกัลยกร  จันทร์ทัดเรื่อง กิจกรรมส่งเสริมสหสัมพันธ์ของการใช้ร่างกายทั้งสองข้าง (Bi...
04/03/2023

🚁บทความ KIDs L.I.F.E💖
โดย นักกิจกรรมบำบัดกัลยกร จันทร์ทัด
เรื่อง กิจกรรมส่งเสริมสหสัมพันธ์ของการใช้ร่างกายทั้งสองข้าง (Bilateral coordination)

🌈 เด็กๆ บางบ้านเริ่มปิดเทอมแล้ว...มาชวนคุณพ่อคุณแม่ทำกิจกรรมส่งเสริมสหสัมพันธ์ของการใช้ร่างกายทั้งสองข้างกันเถอะค่ะ🪴

สหสัมพันธ์ของการใช้ร่างกายทั้งสองข้าง (Bilateral coordination) คือ ความสามารถของเด็กในการใช้สองมือในการทำกิจกรรมที่ต้องอาศัยสองมือร่วมกัน เช่น การติดกระดุมเสื้อแต่งตัว การรับประทานอาหารด้วยช้อนส้อม หรือกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ เป็นต้น ทักษะนี้มีความจำเป็นที่เด็ก ๆ จะต้องได้เรียนรู้และฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ใช้ได้อย่างคล่องแคล่วมากขึ้น
สัญญาณที่อาจบ่งชี้ว่าเด็กเริ่มมีความยากลำบากในการใช้สหสัมพันธ์ของการใช้มือทั้งสองข้าง ได้แก่
🧩 มีความยากลำบากในการใช้กรรไกรตัดสิ่งต่าง ๆ
🪁 เริ่มเขียนไม่ค่อยคล่อง ไม่อยากเขียนมากขึ้น
🧩 ใช้เวลาในการใส่รองเท้า ผูกเชือกนาน หรือผูกได้ไม่เรียบร้อยดี
🪁 มีความยากลำบากในการแต่งตัว เช่น การดึงกางเกงขึ้นสองข้าง การใส่และดึงถุงเท้า การติดกระดุม การรูดซิป
🧩 เคลื่อนไหวงุ่มง่าม
🪁 การปั่นจักรยานเป็นเรื่องที่ยากขึ้น
🧩 ปรบมือไม่สม่ำเสมอ ปรบมือแบบงุ่มง่าม

🪴 สหสัมพันธ์ของการใช้มือทั้งสองข้างแบ่งได้เป็น 3 แบบ ได้แก่
1. การเคลื่อนไหวที่เหมือนกัน (Symmetrical movement) เป็นการใช้ร่างกายทั้งสองข้างเหมือนกันในเวลาเดียวกันในการทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง เช่น การใช้ไม้นวดแป้งนวดแป้งโดว์เป็นแผ่นใหญ่ ๆ ในการทำขนม เป็นต้น
2. การเคลื่อนไหวแบบสลับ (Alternating movement) คือการที่ร่างกายซีกหนึ่งเคลื่อนไหวซ้ำตามร่างกายอีกซีกหนึ่ง เช่น การคลานไปด้านหน้ามือซ้ายขวา และขาซ้ายขวามีการสลับกันไปมา
3. การเคลื่อนไหวแบบนำและตาม (Leading and supporting) คือการที่กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งต้องอาศัยร่างกายทั้งสองซีกทำงานด้วยกัน แต่ทำงานต่างกัน เช่น กิจกรรมการระบายสี โดยเด็กจะต้องอาศัยมือหนึ่งข้างกดแผ่นกระดาษไม่ให้เคลื่อนไหว ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งเคลื่อนไหวจับสีเทียนและระบายไปมาบนกระดาษ เป็นต้น

🎀 วันนี้ขอนำเสนอตัวอย่างกิจกรรมส่งเสริมสหสัมพันธ์ของการใช้มือทั้งสองข้างที่สามารถทำได้ที่บ้านกันนะคะ 🛎️
🤗 ตบ แปะ ชาร์จ : เป็นอีกหนึ่งเกมที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเลย ใช้แค่สองมือของเรา ร้องเพลงประกอบ แน่นอนว่ามีหลากหลายเพลงและหลากหลายวิธี ส่งเสริมความจำ และทักษะทางสังคมกับเพื่อน ๆ ได้อีกด้วย
🪴จับให้ได้คว้าให้ทัน : เกมนี้ต้องการแค่ลูกบอลขนาดเล็กแต่มากมาย และตะกร้าหนึ่งใบ เด็ก ๆ ต้องวิ่งเก็บลูกบอลโดยที่ต้องหยิบบอลสองลูกด้วยสองมือพร้อมกัน และปล่อยลงสู่ตะกร้าพร้อมกัน เกมนี้ไม่ยากไม่ง่าย แต่เด็ก ๆ สนุกแน่นอน
🍉 เก็บผลไม้กินกัน : กิจกรรมนี้เตรียมลูกบอลหลากสีให้พร้อม รวมถึงไม้กวาดและที่โกยผง กิจกรรมนี้ไม่ยากเทลูกบอลให้ทั่วพื้นห้อง จากนั้นให้เด็ก ๆ ใช้ไม้กวาดปัดลูกบอลใส่ที่โกยผง อาจจะเพิ่มคำสั่งของกิจกรรมโดยการให้ฟังชื่อผลไม้จากนั้นเด็ก ๆ จะต้องกวาดลูกบอลตามสีของผลไม้นั้น
✂️ กรรไกรฉึบฉับ : กรรไกรไม่จำเป็นต้องตัดกระดาษเพียงอย่างเดียว นำมาตัดได้ทั้งแป้งโดว์ เส้นสปาเก็ตตี้ หลอดดูดน้ำและอื่น ๆ เมื่อตัดแล้วแน่นอนให้เด็ก ๆ ได้ใส่จินตนาการลงไป สร้างสรรค์ผลงานประดิษฐ์ที่ไม่เหมือนใครได้เลย
🗑️🧹 งานบ้านไม่ยากเลย : แน่นอนการทำงานบ้านอาศัยการทำงานสหสัมพันธ์ของการใช้มือทั้งสองข้าง โดยคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องลังเลที่จะฝึกให้เด็ก ๆ ได้ช่วยงานบ้าน ทั้งกวาดบ้าน พับผ้าที่ซักเสร็จแล้ว เช็คโต๊ะหลังรับประทานอาหารเสร็จ รดน้ำต้นไม้ เป็นต้น ยิ่งทำยิ่งเก่งและบ้านสะอาดด้วย🧺

🎏ทั้งหมดนี้เป็นบางส่วนของการฝึกให้คล่องแคล่วในส่วนของสหสัมพันธ์ของการใช้มือทั้งสองข้าง หากหมั่นฝึกฝนเป็นประจำ รวมถึงให้เด็กช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุดในกิจวัตรประจำวัน ก็จะช่วยเพิ่มทักษะนี้ให้เด็กๆ และใช้ได้อย่างคล่องแคล่วมากขึ้น

📤 ปรึกษาเรื่องพัฒนาการด้านต่างๆ หรือรับคำแนะนำกับนักกิจกรรมบำบัด เพิ่มเติมได้ที่...
✳️ DM: Facebook KidsLifeIntegrationCenter


#กิจกรรมบำบัด

Pincer grip หยิบมือแรกของลูก 🍿🫰🏻 มือ เป็นอวัยวะที่จำเป็นและสำคัญของมนุษย์ พัฒนาการของการใช้มือเริ่มตั้งแต่แรกเกิด โดยเริ...
08/12/2022

Pincer grip หยิบมือแรกของลูก 🍿

🫰🏻 มือ เป็นอวัยวะที่จำเป็นและสำคัญของมนุษย์ พัฒนาการของการใช้มือเริ่มตั้งแต่แรกเกิด โดยเริ่มจากการกำทั้งมือก่อนในเด็กทารก 3-4 เดือน ไปถึงการใช้ 2 มือช่วยกันในการพยุงขวดนม ส่วนการใช้นิ้วนั้น คุณพ่อคุณแม่จะเห็นว่าเด็กเริ่มมีพัฒนาการได้ชัดขึ้นในช่วงอายุ 6-7 เดือน โดยการใช้นิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง ช่วยกันหยิบอาหารและของเล่น จนถึงการลดจำนวนนิ้วลงเหลือแค่นิ้วโป้งและนิ้วชี้ ซึ่งเราจะรู้จักกันในวันนี้ว่า เป็นการยิบแบบ Pincer grip 👌🏻

🍬 ทั้งนี้ เด็กไม่ได้มีพัฒนาการด้านการใช้มือเพียงด้านเดียว คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมพัฒนาการด้านอื่นไปพร้อมกันด้วย

🚁บทความ KIDs L.I.F.E💖โดย นักกิจกรรมบำบัดกัลยกร  จันทร์ทัดเรื่อง 7 เคล็ดลับ เพื่อพัฒนาการของลูกน้อย สำหรับพ่อแม่มือใหม่🌥 ...
22/11/2022

🚁บทความ KIDs L.I.F.E💖
โดย นักกิจกรรมบำบัดกัลยกร จันทร์ทัด
เรื่อง 7 เคล็ดลับ เพื่อพัฒนาการของลูกน้อย สำหรับพ่อแม่มือใหม่
🌥 คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กมาอย่างหลากหลาย จากทั้งการศึกษาเองและประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญใกล้ตัว หรือคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายนั่นเอง แต่มันมากมายเหลือเกิน เราจึงได้สรุปออกมาเป็น 7 เคล็ดลับ ให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทำตามในการดูแลลูกน้อยในช่วงทารกได้ง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

🧩1. การอุ้มลูกน้อยให้หันหน้าเข้าด้านในเพื่อส่งเสริมการพัฒนาสะโพกที่เหมาะสมที่สุด
🪁สถาบัน International Hip Dysplasia แนะนำให้อุ้มเด็กทารกใหัหันหน้าเข้าด้านในตัวคุณพ่อคุณแม่ ในช่วงระยะ 6 เดือนแรก เพื่อส่งเสริมการพัฒนาสะโพกอย่างเหมาะสม เมื่อคุณอุ้มลูกด้วยเป้ช่วยพยุงอุ้มหรือแม้แต่อุ้มด้วยแขนของคุณพ่อคุณแม่เอง ขาของลูกควรพันรอบลำตัว เข่าของลูกควรอยู่สูงกว่าสะโพก ก้นและต้นขาของลูกควรได้รับการรองรับอย่างดี โดยพื้นฐานแล้วขาของเด็กทารกควรอยู่ในลักษณะตัวอักษร M โดยท่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่เด็กจะเกิดภาวะ Developmental dysplasia of the hip (DDH) ซึ่งเป็นภาวะที่ร่องข้อต่อของสะโพกและหัวกระดูกต้นขาพัฒนาได้ไม่สมบูรณ์แบบ เสี่ยงต่อข้อต่อสะโพกเลื่อนได้ ซึ่งส่งผลต่อการเคลื่อนไหว และในกรณีที่ร้ายแรง เด็กอาจจะต้องสวมเหล็กดัดที่ข้อสะโพกเลยทีเดียว

🧩2. การห่อผ้าอ้อมลูกน้อยให้ห่ออย่างคลายตัว เพื่อให้ขายังสามารถเคลื่อนไหวได้
🪁การห่อทารกด้วยผ้าหรือถุงนอนนั้นไม่ควรจับให้ขาของเด็กเหยียดตรง หรือห่อผ้าแน่นจนเด็กไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวได้ ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดการเคลื่อนของข้อต่อสะโพกได้ ควรห่อตัวเด็กให้เด็กสามารถงอเข่าขึ้นและกางออกไปทางด้านข้างได้ (คล้ายตัว M)

🧩3. หลีกเลี่ยงการใช้ถุงมือ
🪁คุณพ่อคุณแม่มักใช้ถุงมือเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกน้อยเกาตัวเองหรือเพื่อให้มืออุ่น บางครั้งคุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตเห็นว่าที่มือของเด็กมีสีผิวออกฟ้าๆ ทำให้เข้าใจว่าลูกน้อยรู้สึกหนาว แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นเพียงแค่ระบบไหวเลือดของเด็กยังพัฒนาอยู่ทำให้เห็นได้ชัดผ่านผิวหนัง ไม่ได้แปลว่าเด็กหนาวมือแต่อย่างใด เหตุผลที่ควรให้ทารกได้มีมือเปล่าปราศจากถุงมือครอบ ได้แก่
💙 ให้เด็กผ่อนคลายผ่านการดูดมือหรือนิ้วของตัวเอง เมื่อเด็กไม่สามารถปลอบประโลมตัวเองได้ เด็กก็จะเริ่มกระสับกระส่ายและหงุดหงิดอารมณ์เสียขึ้นมาได้
💙 เด็กแรกเกิดจะสำรวจสิ่งแวดล้อมด้วยการสัมผัสและการใช้ปาก เมื่อแรกเกิดเด็กจะจับทุกสิ่งอย่างที่อยู่ในมือโดยอัตโนมัติ ในไม่ช้าพวกเขาก็เรียนรู้ที่จะกำมือและแบมือเพื่อสัมผัสสิ่งของต่าง ๆ และเมื่อเด็กอายุ 2 เดือน พวกเขาก็จะรู้ว่าพวกเขามีมือและสามารถควบคุมมันได้ ซึ่งการสวมถุงมือให้เด็กตลอดเวลาก็จะทำให้เด็กไม่สามารถใช้มือสำรวจสิ่งแวดล้อมได้ และอาจชะลอการพัฒนาของกล้ามเนื้อมัดเล็กได้

🧩4. หลีกเลี่ยงการใช้จัมเปอร์ เครื่องออกกำลังกายและรถหัดเดินสำหรับเด็ก
🪁อุปกรณ์เหล่านี้มีความปลอดภัยต่ำมาก โดยเฉพาะกับเด็กเล็กอายุไม่ถึง 1 ปี และไม่ได้ส่งเสริมพัฒนาการให้เด็กได้อย่างเหมาะสม โดยคุณพ่อคุณแม่มักใช้อุปกรณ์เหล่านี้เพราะเห็นว่าลูกน้อยยังไม่สามารถทำกิจกรรมทั้งการยืน การเดินได้ แต่ความเป็นจริงแล้วพัฒนาการของกล้ามเนื้อของเด็กนั้นยังไม่พร้อมและไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับกับอุปกรณ์เหล่านี้ได้ เมื่อใช้อุปกรณ์เหล่านั้นแล้ว อาจทำให้พัฒนาการของกล้ามเนื้อมัดใหญ่และแกนกลางลำตัวไม่เหมาะสม อีกทั้งยังเป็นอันตรายได้ง่ายต่อเด็ก คุณพ่อคุณแม่ควรเน้นไปที่กิจกรรมที่เสริมสร้างพัฒนาการของเด็กไปทีละขั้นตอน อาจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเด็ก หรือนักกิจกรรมบำบัดเพื่อส่งเสริมพัฒนาการให้ลูกน้อย

🧩5. หลีกเลี่ยงรองเท้าและถุงเท้าเด็ก
🪁รองเท้าและถุงเท้ามักจะขัดขวางการเรียนรู้ของเด็กในการคลาน ดึงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน และเดิน รองเท้าและถุงเท้าเสี่ยงต่อการที่เด็กจะลื่นได้ง่าย เพราะเด็กยังทรงตัวได้ไม่ดีพอ เสี่ยงต่อการล้ม และรองเท้ากับถุงเท้ายังเป็นที่กั้นระหว่างพื้นกับเท้าของเด็ก ซึ่งจะทำให้การรับความรู้สึกที่ได้รับจากเท้าลดลง สิ่งนี้ส่งผลต่อสหสัมพันธ์ของการเคลื่อนไหวและการทรงตัว เด็กจึงควรสวมร้องเท้าเมื่อต้องออกไปข้างนอก เพื่อป้องกันเท้าของเด็กจากสิ่งมีคมที่อาจอยู่ตามพื้นต่างๆ หรือเมื่อจำเป็นเท่านั้น

🧩6. ปิดโทรทัศน์และอุปกรณ์หน้าจอต่าง ๆ
🪁การตอบสนองและการพูดคุยของเด็กเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการพัฒนาพัฒนาการด้านการสื่อสารของเด็ก มีผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าเมื่อทีวีเปิดอยู่ คุณพ่อคุณแม่จะตอบสนองและพูดคุยกับลูกน้อยน้อยลง สิ่งนี้ส่งผลเสียต่อพัฒนาการของเด็ก นอกจากนี้เด็กมักจะเลิกเล่นของเล่นและหยุดเคลื่อนไหวไปมา เพื่อดูทีวี ซึ่งนี่เป็นผลกระทบต่อพัฒนาการโดยรวมของลูกน้อยไปด้วย แนะนำว่าเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี ไม่ควรใช้เวลากับทีวีและหน้าจอ

🧩7. คอยเช็คพัฒนาการของลูกน้อยให้เหมาะสมกับวัย
🪁เมื่อคุณพ่อคุณแม่ทราบพัฒนาการที่เหมาะสมของเด็กในแต่ละช่วง และเด็กได้รับการตรวจเช็คพัฒนาการอย่างสม่ำเสมอ คุณพ่อคุณแม่ก็จะสามารถเลือกของเล่น หรือพาเด็กไปทำกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ ทั้งพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่ กล้ามเนื้อมัดเล็ก พัฒนาการทางด้านภาษา และพัฒนาการทางด้านสังคมการช่วยเหลือตัวเอง ซึ่งสามารถขอคำปรึกษาหรือเช็คพัฒนาการได้กับแพทย์เด็ก นักกิจกรรมบำบัดหรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการเด็ก

📤 ปรึกษาเรื่องพัฒนการด้านต่างๆกับนักกิจกรรมบำบัด หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่...
✳️line official :
☎️หรือโทร 090-961-9473


#กิจกรรมบำบัด

📣 ประกาศวันหยุดทำการ ❎คิดส์ไลฟ์หยุดทำการ  เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว⚡️ ในวันที่ 28-29 กรกฎาคม...
27/07/2022

📣 ประกาศวันหยุดทำการ ❎

คิดส์ไลฟ์หยุดทำการ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

⚡️ ในวันที่ 28-29 กรกฎาคม 2565

✅ เปิดทำการปกติ วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม 2565

📬สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่...
✳️line official :
☎️หรือโทร 090-961-9473

การเล่นอิสระ 🛼“การเล่น คืองานของเด็ก” ประโยคนี้คงจะไม่กล่าวเกินความจริงไป เพราะเด็กเรียนรู้ และพัฒนาตัวเองด้วยการเล่น แต...
16/07/2022

การเล่นอิสระ 🛼

“การเล่น คืองานของเด็ก” ประโยคนี้คงจะไม่กล่าวเกินความจริงไป เพราะเด็กเรียนรู้ และพัฒนาตัวเองด้วยการเล่น แต่การเล่นที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ของเด็ก ไม่จำเป็นจะต้องเป็นการเล่นที่ทำมาเพื่อเสริมพัฒนาการเท่านั้น การเล่นอิสระของพวกเขา ก็มีประโยชน์เช่นกัน

🍬 ทำความเข้าใจกับการเล่นอิสระ และประโยชน์ของการเล่นอิสระของเด็กไปด้วยกันค่ะ
📤 ปรึกษาเรื่องพัฒนาการด้านต่างๆ หรือต้องการกระตุ้นพัฒนาการกับนักกิจกรรมบำบัด
📬สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่...
✳️line official :
☎️หรือโทร 090-961-9473


#กิจกรรมบำบัด

ข้อควรเลี่ยง หยุดนิสัยเลือกกินของลูก 🧀ความหลากหลายของอาหารในท้องตลาด ทำให้เด็กๆมีตัวเลือกมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่หลายท่านจึง...
22/06/2022

ข้อควรเลี่ยง หยุดนิสัยเลือกกินของลูก 🧀

ความหลากหลายของอาหารในท้องตลาด ทำให้เด็กๆมีตัวเลือกมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่หลายท่านจึงมักกังวลว่าเด็กๆจะทานเยอะเกินไป เสี่ยงต่อภาวะอ้วน หรือน้ำตาลสูง แต่ในทางกลับกัน ก็มีคุณพ่อคุณแม่หลายท่านที่พบกับปัญหาเด็กๆเลือกทาน เลือกแต่อาหารที่ถูกปาก ถูกใจ จนบางครั้งกลายเป็นการทานซ้ำๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาการขาดสารอาหารที่จำเป็น ส่งผลกระทบถึงพัฒนาการได้

🍔 รู้จักข้อควรระวัง ป้องกันการเลือกทานอาหารของลูกไปด้วยกันค่ะ

📤 ปรึกษาเรื่องพัฒนาการด้านต่างๆ หรือต้องการกระตุ้นพัฒนาการกับนักกิจกรรมบำบัด
📬สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่...
✳️line official :
☎️หรือโทร 090-961-9473


#กิจกรรมบำบัด

About Jump รู้จัก กระโดด 🐇พัฒนาการด้านการกระโดด เป็นหนึ่งในเช็คลิสพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ของเด็ก และเรียกได้ว่าเป็นทัก...
04/06/2022

About Jump รู้จัก กระโดด 🐇

พัฒนาการด้านการกระโดด เป็นหนึ่งในเช็คลิสพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ของเด็ก และเรียกได้ว่าเป็นทักษะที่เมื่อเด็กๆสามารถทำได้ การเล่น และการทำกิจกรรมต่างๆจะสนุกขึ้นมากเลยทีเดียว

🍄 รู้จักและทำความเข้าใจการกระโดดให้มากขึ้น เพื่อนำไปปรับใช้และเสริมพัฒนาการของเด็กๆให้สมวัยไปด้วยกันนะคะ

📤 ปรึกษาเรื่องพัฒนาการด้านต่างๆ หรือต้องการกระตุ้นพัฒนาการกับนักกิจกรรมบำบัด
📬สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่...
✳️line official :
☎️หรือโทร 090-961-9473


#กิจกรรมบำบัด

🍬 บทความ KIDs L.I.F.E 🤎เรื่อง  อารมณ์ของหนู…ควบคุมได้โดย นักกิจกรรมบำบัดกัลยกร  จันทร์ทัด🍿 ควบคุมอารมณ์และการควบคุมตัวเอ...
10/05/2022

🍬 บทความ KIDs L.I.F.E 🤎
เรื่อง อารมณ์ของหนู…ควบคุมได้
โดย นักกิจกรรมบำบัดกัลยกร จันทร์ทัด

🍿 ควบคุมอารมณ์และการควบคุมตัวเองนั้นสามารถพัฒนาได้ตั้งแต่เด็กยังเล็ก และหากได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เด็กจะสามารถเรียนรู้ และฝึกการควบคุมตนเอง แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกที่เด็กเริ่มเรียนรู้ถึงความรู้สึกไม่พอใจเมื่อบางสิ่งบางอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง หรือเมื่อมีอารมณ์โกรธก็ยากที่จะระงับอารมณ์นั้นหรือแสดงออกจากอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ถูกต้อง จึงมักเห็นเด็ก ๆ เกิดการร้องไห้กรีดร้อง หรือลงไปนอนที่พื้นชักดิ้นชักงอ นอกจากนี้ ในระหว่างที่เด็ก ๆ ทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ หรือว่าพี่น้อง ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน หรือที่โรงเรียน ก็อาจพบพฤติกรรมที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์และควบคุมตัวเอง ทำให้บางครั้งกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ก็ถูกขัดจังหวะจากการแสดงอารมณ์โกรธ ร้องไห้กรีดร้องนั้น

🧃 ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เราสามารถฝึกให้เด็ก ๆ ควบคุมมันได้ โดยการสอนให้เด็ก ๆ รู้ว่าต้องทำอย่างไรเมื่ออารมณ์นั้นได้เกิดขึ้น การสงบสติอารมณ์ที่นำไปสู่การควบคุมตัวเองและพฤติกรรมของตัวเองต่อไป

🥏 รวมทั้งวิธีการที่จะช่วยสอนให้เด็ก ๆ ฝึกสงบสติอารมณ์ของตัวเองได้ คือ การปรับไปทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย หรือรีเซ็ตกิจกรรมที่ทำอยู่ ซึ่งเป็นกิจกรรมในรูปแบบของการทำซ้ำ ๆ หรือการทำกิจกรรมตามขั้นตอนที่มีมาให้ ซึ่งสามารถช่วยอารมณ์ผ่อนคลายลงได้ เราจะเห็นได้ในสมุดระบายสีของผู้ใหญ่ที่มีแค่การระบายสีไปมาตามกรอบรูปภาพก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้เช่นเดียวกัน

🐙 วิธีการเลือกใช้รีเซ็ตกิจกรรม
1. รู้ว่าเมื่อไหร่ควรใช้ 💛
การจัดกิจกรรมให้ใหม่ ไม่สามารถใช้ในช่วงที่เด็กกำลังระเบิดอารมณ์ที่โกรธอยู่ แต่ใช้หลังจากที่อารมณ์ของตัวเด็กเริ่มสงบลง เพื่อเป็นตัวช่วยให้เชื่อมระหว่างช่วงที่ได้เกิดอารมณ์โกรธไปแล้วนั้น ให้สามารถกลับเข้าไปทำกิจกรรมในกลุ่มหรือกิจกรรมที่ได้ทำไว้อยู่ระหว่างก่อนหน้านี้กับพี่น้อง หรือเพื่อน ๆ คนอื่นด้วย อาจกำหนดให้เด็กนั่งทำกิจกรรมบนโต๊ะให้เสร็จก่อนจึงสามารถกลับเข้าไปรวมกลุ่มกับพี่น้องหรือเพื่อน ๆ

2. ควรใช้เวลาเพียงสั้น ๆ และละมุนละม่อม 💚
กิจกรรมที่นำมาใช้ ไม่ควรใช้เวลานานเกินไป 1-2 นาที สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

3. เลือกใช้กิจกรรมที่ไม่ยาก เด็กสามารถสำเร็จกิจกรรมได้ด้วยตัวเอง 💙
แน่นอน!! เป้าหมายของกิจกรรมคือการให้เด็กได้ผ่อนคลายอารมณ์ ไม่ได้มุ่งหวังในการเพิ่มทักษะ หรือฝึกฝนสิ่งที่เด็กควรได้รับการพัฒนา ดังนั้น กิจกรรมควรเป็นกิจกรรมที่เด็กสามารถทำเองได้ โดยผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องให้การช่วยเหลือ

4. เลือกกิจกรรมที่สอดคล้องกับลักษณะของเด็กแต่ละคน 💜
ในการใช้กิจกรรมเพื่อรีเซ็ตอารมณ์ของเด็ก ๆ นั้นไม่ได้เน้นไปที่กิจกรรมที่ต้องอาศัยความสร้างสรรค์ของเด็ก ๆ มากนัก รวมทั้งไม่เน้นความตื่นเต้นของกิจกรรมที่จะต้องมีสีสันหลากสี แต่ควรเลือกกิจกรรมที่ตรงไปตามลักษณะของเด็ก กิจกรรมตามความชอบเด็ก

5. เลือกกิจกรรมที่เห็นภาพของจุดสิ้นสุดของกิจกรรมได้อย่างชัดเจน 🧡
การใช้เวลาเป็นตัวบ่งชี้การสิ้นสุดกิจกรรมอาจจะไม่จำเป็นเสมอไป แต่สามารถใช้การสิ้นสุดของกิจกรรมได้ โดยบอกให้เด็กรู้ว่ามีขั้นตอนของกิจกรรมที่เด็กจะต้องทำให้สำเร็จ หรือแสดงชิ้นผลงานสำเร็จรูปให้เห็นว่าสุดท้ายแล้วตัวเด็กต้องสิ้นสุดกิจกรรมที่ตรงไหน เมื่อไหร่ ซึ่งการทำแบบนี้ทำให้เด็กเข้าใจง่ายและเห็นภาพชัดเจนในการที่ตัวเด็กเองจะพยายามทำจนกิจกรรมเสร็จสิ้น และพร้อมกลับเข้าไปร่วมกิจกรรมกับพี่น้อง หรือเพื่อน ๆ ต่อได้

💟 ตัวอย่างกิจกรรมเบื้องต้นสำหรับรีเซ็ตอารมณ์ที่สามารถนำไปใช้ในห้องเรียน หรือที่บ้านของเด็กๆ ได้
🥕 กิจกรรมจับคู่ภาพเหมือน, จับคู่ภาพเงา, จัดกลุ่มสิ่งของตามกำหนด
🥕 กิจกรรมร้อย ร้อยลูกปัด ร้อยกระดุมกับริบบิ้น
🥕 กิจกรรมจิ๊กซอว์รูป จิ๊กซอว์สี
🥕 กิจกรรมผ้าเขาวงกต (Fabric marble maze game)
🥕 กิจกรรมบล็อกใส่กล่อง, รูปทรงใส่กล่อง, ลูกปัดใส่กล่อง (แยกตามขนาดและสี)
🥕 กิจกรรมใส่สีตามจำนวน (Count and sorting box maths game)

🌽 คุณพ่อคุณแม่ลองนำวิธีการ และกิจกรรมเหล่านี้ไปลองปรับใช้กับเด็กๆดูนะคะ จะช่วยทำให้พวกเขาผ่อนคลายลง และสามารถกลับมาพูดคุยกันด้วยเหตุผลได้ดีทีเดียวเลยค่ะ

📤 ปรึกษาเรื่องพัฒนการด้านต่างๆ หรือต้องการกระตุ้นพัฒนาการกับนักกิจกรรมบำบัด
📬สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่...
✳️line official :
☎️หรือโทร 090-961-9473


#กิจกรรมบำบัด

พาของเล่นเก่า เล่าใหม่ 🍟การส่งเสริมการเล่นอิสระของเด็กในขณะที่อยู่ที่บ้านที่ง่ายที่สุด คือ การนำของเล่นต่าง ๆที่ปกติแล้ว...
24/04/2022

พาของเล่นเก่า เล่าใหม่ 🍟

การส่งเสริมการเล่นอิสระของเด็กในขณะที่อยู่ที่บ้านที่ง่ายที่สุด คือ การนำของเล่นต่าง ๆที่ปกติแล้วไม่ได้มีไว้เล่นด้วยกันมาปรับรูปแบบการเล่นใหม่ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด เพราะเด็กจะเริ่มสนใจในความแปลกใหม่นี้ ทำให้เด็กรู้สึกเข้าไปมีส่วนร่วมในการนำของเล่นที่แตกต่างกันนี้ มาเล่นด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นการนำของเล่นที่มีอยู่ที่บ้าน ที่อาจจะเล่นบ่อยจนเบื่อแล้ว กลับมาทำให้สนุกและน่าเล่นใหม่อีกครั้ง

🧀 ลองนำตัวอย่างของเล่น และกิจกรรมที่เราแนะนำไปปรับใช้ที่บ้านกันดูนะคะ เพื่อให้วันหยุดพักผ่อนที่บ้าน มีเสียงหัวเราะเพิ่มขึ้นอีกค่ะ

📤 ปรึกษาเรื่องพัฒนาการด้านต่างๆ หรือต้องการกระตุ้นพัฒนาการกับนักกิจกรรมบำบัด
📬สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่...
✳️line official :
☎️หรือโทร 090-961-9473


#กิจกรรมบำบัด

📣 ประกาศวันหยุดทำการ ❎คิดส์ไลฟ์หยุดทำการเนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์💦ในวันที่ 11-15 เมษายน 2565💦เปิดทำการ วันที่ 16 เมษายน ...
07/04/2022

📣 ประกาศวันหยุดทำการ ❎

คิดส์ไลฟ์หยุดทำการเนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์

💦ในวันที่ 11-15 เมษายน 2565
💦เปิดทำการ วันที่ 16 เมษายน 2565

พาเด็กๆไปรดน้ำดำหัว ขอพรญาติผู้ใหญ่ด้วยความปลอดภัย ห่างไกลโควิดกันนะคะ

📬สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่...
✳️line official :
☎️หรือโทร 090-961-9473

🍉 บทความ KIDs L.I.F.E 💫เรื่อง  อดทนรอคอย ทักษะจำเป็นเพื่อการใช้ชีวิตโดย นักกิจกรรมบำบัดกัลยกร  จันทร์ทัด“การรอคอย” ถือว่...
02/04/2022

🍉 บทความ KIDs L.I.F.E 💫
เรื่อง อดทนรอคอย ทักษะจำเป็นเพื่อการใช้ชีวิต
โดย นักกิจกรรมบำบัดกัลยกร จันทร์ทัด

“การรอคอย” ถือว่าเป็นฝันร้ายของเด็กหลายคนเลย เพราะการรอคอยมักมาพร้อมกับความน่าเบื่อ สับสนว่าต้องรอคอยอีกนานเท่าไหร่ ทำไมต้องรอ? ทำไมจึงไม่ได้สิ่งที่ต้องการในทันที? ทำให้เกิดปัญหาพฤติกรรมในเด็กทั้งที่บ้านหรือที่โรงเรียน

🥏 สำหรับเด็กเล็กสามารถฝึกการรอคอยตั้งแต่ยังเล็ก แต่ยิ่งในเด็กเล็กช่วงระดับความสนใจจะยังไม่มากพอเท่ากับผู้ใหญ่หรือเด็กโต ซึ่งการรอคอย คือ การที่ต้องใช้สมาธิ การจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ตัวเองไม่สามารถมองเห็นและเข้าใจได้

บางครั้งผู้ใหญ่หลายคนแก้ปัญหานี้ด้วยการวางแผนล่วงหน้าให้กับเด็ก ๆ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องรอคอย แต่ก็ใช่ว่าจะหลีกเลี่ยงได้ทุกครั้ง ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องรอคอยนั้นเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เด็ก ๆ ไปรอพบคุณหมอ หรือการที่ต้องรออยู่ในรถระหว่างที่คุณพ่อคุณแม่กำลังจะจอดรถ แต่ตัวเด็กอยากลงไปเล่นที่สนามเด็กเล่นแล้ว เป็นต้น

🥒 ดังนั้น จึงมีการช่วยทำให้ช่วงเวลาการรอคอยของเด็กเป็นสิ่งที่เข้าใจง่าย เป็นรูปธรรมที่เห็นอย่างชัดเจน

🌼 การใช้เวลา Timer
เวลาก็ยังเป็นวิธีที่ดีที่จะให้เด็ก ๆ รู้ว่าต้องรออีกนานเท่าไร เหลือเวลาที่ต้องรออีกเยอะมากแค่ไหน ซึ่งการใช้เวลาบอกนั้นก็มีหลากหลายรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องเป็นนาฬิกาเวลาตามที่เหล่าผู้ใหญ่ใช้กัน อย่าลืมว่าเด็กเล็กก็ยังยากลำบากในการดูเวลาจากนาฬิกา แต่สามารถใช้แอพพลิเคชั่นเวลาสำหรับเด็ก ๆ เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเด็ก ๆ ได้ (Mouse Timer App, Visual Countdown Timer App)

🌼 การใช้รูปภาพ
สามารถใช้รูปภาพหรือสัญลักษณ์เป็นตัวบ่งบอกให้เด็กได้เข้าใจได้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เช่น ในเด็กที่ยากลำบากต่อการรอคอย และการต้องจดจ่อเป็นเวลานาน เมื่อเด็กต้องรอระหว่างเล่นเกมส์กลุ่มกับคนในครอบครัว หรือแม้กระทั่งเล่นกับเพื่อน ๆ ก็ให้มีการ์ดที่เขียนหรือเป็นภาพที่บอกถึงว่า “รอ” กับ “เล่นได้” ฉะนั้นเมื่อเด็กต้องรอให้คนรอบอื่น ๆ เล่นก่อนก็วางการ์ดรอให้เด็กได้เห็น และเมื่อรอบของตนเองก็วางการ์ดเล่นได้ เพื่อให้เด็กเข้าใจได้ง่าย

🌼 การใช้ Put in tasks
เมื่อเด็ก ๆ ต้องรอแน่นอนว่าไม่มีข้อห้ามในกิจกรรมอื่น ๆ ขณะที่ต้องรอ ลองหยิบกิจกรรมมาให้เด็ก ๆ ได้ทำระหว่างรอ โดย Put in tasks เป็นกิจกรรมง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ระหว่างที่ทำก็ทำให้เด็ก ๆ ไม่ต้องกังวลไปที่การรอ ตัวอย่างกิจกรรม เช่น หยิบเหรียญหยอดกระปุกใส่ห่วงลงในหลอด ใส่ไม้ไอติมลงกล่อง ดันสำลีลงกล่อง เป็นต้น ผู้ปกครองอาจจะลองพาเด็กทำกล่อง Put in task ที่เป็นของตัวเองเอาไว้ใช้เล่นในสถานการณ์ที่ต้องรอได้ และสามารถดัดแปลงให้มีหลาย ๆ อย่างในหนึ่งกล่องได้เช่นเดียวกัน

🌼 การใช้ของเล่นคลายเครียด
เช่นเดียวกับ Put in tasks ระหว่างที่เด็ก ๆ ต้องรอคอยก็หยิบออกมาเล่นได้ นอกจากนี้ยังสามารถประดิษฐ์ให้เป็นอุปกรณ์ส่วนตัวของตัวเด็ก ๆ เองได้ ซึ่งสามารถหาวิธีประดิษฐ์จากตามอินเตอร์เน็ตได้มากมาย (DIY Fidget tools) เช่น ลูกปัด ลูกเต๋า 6 หน้า

🌼 การใช้เส้นสัญลักษณ์
ในเด็กบางคนอาจจะต้องให้เห็นขอบเขตของการรอคอยที่ชัดเจน เช่น ใช้เชือก หรือช่องวงกลมในการแสดงให้เห็นว่าต้องยืนในช่องวงกลมนี้ หรือต้องยืนไม่เกินเส้นที่กำหนดนี้ หรือแม้กระทั่งต้องรอเข้าแถวไปเส้นที่กำหนดไว้ให้

🌼 การใช้กิจกรรมออกแรง (Heavy work)
กิจกรรมที่ต้องออกแรงดัน ดึง ต้านแรงต่าง ทั้งหมดนี้เรียกว่า Heavy work activities ซึ่งกิจกรรมที่เด็ก ๆ ได้ออกแรงก็จะช่วยในเรื่องของระบบประสาทการรับความรู้สึกด้านข้อต่อ เอ็นและกล้ามเนื้อ ส่งผลให้เด็กควบคุมตัวเองได้มากขึ้น สามารถจดจ่อได้ ก็ช่วยให้เด็กสามารถอดทนรอได้ โดยกิจกรรมออกแรงอย่างง่าย เช่น ทำท่านั่งเก้าอี้หลังติดกำแพง ดันกำแพง เดินท่าปู เดินหมี เป็นต้น

🌼 การใช้เกมฝึกการควบคุมตัวเอง (Self-regulation game and activities)
ถึงแม้ว่าเราจะพูดถึงการหากิจกรรมหรือวิธีการมาช่วยให้เด็กไม่คับข้องใจระหว่างที่ต้องอดทนรอ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้าเราได้ฝึกให้เด็ก ๆ ได้ควบคุมตัวเองมากขึ้น ฝึกการจดจ่อและการรอคอยมากขึ้น เด็ก ๆ ก็จะสามารถปรับตัวต่อการเผชิญกับการต้องในสถานการณ์ที่จำเป็นได้ ฉะนั้นแล้วการได้ฝึกการรอคอยผ่านกิจกรรมก็เป็นส่วนช่วยเด็ก ๆ ได้ด้วย โดยตัวอย่างกิจกรรมที่สามารถนำใช้ได้ เช่น เกมไฟเขียวไฟแดง ที่เด็กต้องคอยสังเกตสัญญาณไฟให้ดี และปฏิบัติตามให้ถูกต้อง เสริมการรอคอยจากการจดจ่อ เกมวิ่งไล่จับเย็นยะเยือก (แปะแข็ง) ถ้าเพื่อนยังไม่มาแตะตัวเราเพื่อช่วย ก็จะไม่สามารถขยับไปไหนได้ เกมเก้าอี้ดนตรี ใช้การฟังและจดจ่ออย่างดี แต่ก็ต้องคุมตัวเองถ้าเพื่อนนั่งไปแล้วก็จะไม่ไปนั่งทับเพื่อน เกมเต้นตามเพลง ถ้าเพลงหยุดก็ต้องนิ่งทันที แม้ต้องรอนานกว่าเพลงจะขึ้น ก็ต้องนิ่งตามกติกา เป็นต้น

หวังว่าคุณพ่อคุณแม่ จะได้ความรู้เพื่อไปปรับใช้เพื่อส่งเสริมให้เด็ก ๆ สามารถรอคอยได้มากขึ้นนะคะ

📤 ปรึกษาเรื่องพัฒนาการด้านต่างๆ หรือต้องการกระตุ้นพัฒนาการกับนักกิจกรรมบำบัด
📬สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่...
✳️line official :
☎️หรือโทร 090-961-9473


#กิจกรรมบำบัด

ต้นปีนี้ เด็กจะ 6 ขวบคนไหนยังพลาดอะไรไป ยังทันนะคะ 😊😊
13/03/2022

ต้นปีนี้ เด็กจะ 6 ขวบคนไหนยังพลาดอะไรไป ยังทันนะคะ 😊😊

🧩6 โอกาส ห้ามพลาด ก่อน 6 ขวบ 👍🏻

💟 ตลอดช่วงชีวิต เรามีโอกาสในชีวิตมากมาย โดยเฉพาะช่วงวัยเด็ก ที่โอกาสต่างๆมักถูกหยิบยื่นให้ผ่านคุณพ่อคุณแม่และบุคคลต่างๆรอบตัว แต่รู้หรือไม่ว่า บางโอกาส หากเด็กพลาดไป หรือได้รับในเวลาที่ไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้พัฒนาการของเด็กไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างเต็มที่

🕊 ช่วงอายุ 0-6 ปี เป็นช่วงเวลาทองในการพัฒนาทักษะต่างๆของเด็ก ที่จะนำไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข โอกาสแบบไหนบ้างที่เหมาะสมกับการส่งเสริมพัฒนาการเด็กก่อน 6 ปี คิดส์ไลฟ์มีคำตอบมาฝากค่ะ

📤 ปรึกษาเรื่องพัฒนการด้านต่างๆ หรือต้องการกระตุ้นพัฒนาการด้านต่างๆของเด็กกับนักกิจกรรมบำบัดได้ที่ คิดส์ไลฟ์ 🎈
📬สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่...
✳️line official :
☎️หรือโทร 090-961-9473

ที่อยู่

Bangkok
10160

เบอร์โทรศัพท์

+66909619473

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Kids-Life Integration Centerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Kids-Life Integration Center:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram