คลินิกแพทย์ฐิติญา

คลินิกแพทย์ฐิติญา คลินิกตรวจ รักษาโรคเด็ก โรคทั่วไป ฉ?

ตอนที่ 3 แล้วนะคะ  ทำอย่างไรถึงป้องกันโรคได้ อันนี้สำคัญมากเพื่อให้บุตร หลานของทุกท่านจะได้ไม่ต้องเจ็บป่วยจากโรคมือเท้าป...
16/06/2017

ตอนที่ 3 แล้วนะคะ ทำอย่างไรถึงป้องกันโรคได้ อันนี้สำคัญมากเพื่อให้บุตร หลานของทุกท่านจะได้ไม่ต้องเจ็บป่วยจากโรคมือเท้าปาก

เนื่องจากโรคนี้ติดต่อโดยการได้รับเชื้อไวรัสจากทางเดินอาหาร น้ำมูก น้ำลาย การสัมผัสตุ่มในคอ และผื่นตุ่มน้ำใส และจากการหายใจเอาเชื้อที่แพร่จากผู้ป่วยเข้าสู่ร่างกาย และปัจจุบัน “ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคนี้” นะคะ การป้องกันที่สำคัญคือต้องดูแลตัวเอง
1.ผู้ป่วยเด็กต้องล้างมือให้สะอาดทั้งหลังขับถ่าย ก่อนรับประทานอาหาร ก่อนและหลังเล่นของเล่นรวม นอกจากนี้เชื้ออาจแพร่โดยผ่านทางมือผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยก่อนและค่อยไปสัมผัสเด็กคนอื่น เช่นการเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็กเล็ก ทําให้เกิดการสัมผัสทางอ้อมได้ ดังนั้นผู้ดูแลเด็กจึงมีความสำคัญ และควรล้างมือด้วยน้ำและสบู่ เพราะแอลกอฮอล์เจล ไม่สามารถฆ่าเชื้อนี้ได้เอย่างมีประสิทธิภาพ
2.อย่านำบุตรหลานเข้าไปในที่แออัดเมื่อมีการระบาดของโรค รวมถึง เมื่อบุตรหลานมีอาการของโรคมือ เท้า ปากควรให้อยู่บ้าน ไม่ควรพาไปสถานเลี้ยงเด็ก โรงเรียน หรือในที่ชุมชน เพราะจะนำโรคนี้ไปแพร่ให้เด็กอื่น
3.นอกจากนี้เชื้ออาจอยู่บนพื้นผิวของ สิ่งแวดล้อม, ของเล่น ทําให้เกิดการสัมผัสทางอ้อมได้ จึงควรทำความสะอาดของเล่นด้วยการล้างสะอาดด้วยน้ำสบู่และนำผึ่งแดดให้ดี เพื่อไม่ให้ติดต่อโรคกัน
4. สถานเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียนควรมีการสอบถามประวัติอาการเด็กที่หน้าโรงเรียนเกี่ยวกับเรื่องไข้และตุ่มน้ำที่ปาก มือ และเท้าในช่วงที่มีการระบาดของโรค หากสงสัยโรคมือ เท้า ปากควรให้พ่อแม่ผู้ปกครองพาเด็กกลับบ้านและไปพบแพทย์ อย่านำเด็กเข้าไปในสถานเลี้ยงเด็ก เด็กทุกคนควรแยกข้าวของเครื่องใช้ของเด็กแต่ละคนอย่าให้ปะปนกัน เพราะของเล่นต่างๆอาจปนเปื้อนน้ำลาย น้ำมูก หรือสิ่งขับถ่ายของเด็ก ควรหมั่นทำความสะอาดด้วยสบู่แล้วล้างน้ำให้สะอาดและนำไปผึ่งแดดให้แห้ง
5. การทำความสะอาดพื้นเพื่อฆ่าเชื้อโรคควรทำความสะอาดด้วยสบู่หรือผงซักฟอกปกติก่อนแล้ว ตามด้วยน้ำยาฟอกขาวคลอรอกซ์หรือไฮเตอร์ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วเช็ดด้วยน้ำสะอาดเพื่อป้องกันสารเคมีตกค้าง
6. หากโรงเรียนใดพบเด็กในห้องเรียนเดียวกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเป็นโรคมือ เท้า ปากต้องปิดห้องเรียนหรือ โรงเรียนเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน

เมื่อรู้ว่าเป็นโรคแล้ว ก็ต้องรู้ว่าจะรักษาอย่างไร และเมื่อไหร่ถึงเรียกว่าอาการมากจนต้องนอนรพ.นะคะ (ตอน2)แล้วเราจะรักษาโร...
16/06/2017

เมื่อรู้ว่าเป็นโรคแล้ว ก็ต้องรู้ว่าจะรักษาอย่างไร และเมื่อไหร่ถึงเรียกว่าอาการมากจนต้องนอนรพ.นะคะ (ตอน2)

แล้วเราจะรักษาโรคมือ เท้า ปากอย่างไรดี?
การรักษาที่สำคัญ คือ การรักษาตามอาการ เช่น กินยาลดไข้ กินสารน้ำและเกลือแร่ให้เพียงพอ ใช้ยาชาเฉพาะที่ป้ายตุ่มน้ำในปากจะลดอาการเจ็บ เพื่อให้กินน้ำและอาหารได้เพิ่ม
เมื่อไรผู้ป่วยควรไปพบแพทย์
1. เมื่อผู้ป่วยมีอาการไข้สูงซึ่งต้องหาสาเหตุของไข้ ไม่แน่ใจในการวินิจฉัยว่าเกิดจากมือเท้าปากหรือไม่
2. มีอาการกินไม่ได้ อาเจียน
3. มีอาการรุนแรง มักมีอาการนําซึ่งเป็นสัญญาณอันตราย ได้แก่ ไข้ที่สูงมาก นานกว่า 48 ชั่วโมง อาเจียน อ่อนเพลียมาก กระวนกระวาย ซึม หงุดหงิด กระตุก อ่อนแรง เดินเซ ตาลอย หอบเหนื่อย หายใจเร็ว ตัวลาย มือเท้าเขียว ผู้ป่วยที่มีอาการเหล่านี้ ควรได้รับการประเมินและรักษาอย่างทันท่วงที
ในกรณีที่ผู้ป่วยอาการมากแพทย์จะรับไว้รักษาตัวในโรงพยาบาล แต่ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยอาการไม่มากไม่จำเป็นต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล

ดูแลเด็กโรคมือ เท้า ปากที่บ้านอย่างไร?
เด็กที่เป็นโรคมือ เท้า ปากจะเจ็บปากมาก กินอะไรไม่ค่อยได้ แนะนำให้พ่อแม่ผู้ปกครองให้ลูกกินน้ำเย็น กินนมแช่เย็น หรือเอานมแช่แข็งให้ หรือไอศกรีม เด็กจะกินได้เพราะความเย็นทำให้ชาไม่เจ็บ
หากมีไข้ให้เช็ดตัวและให้กินยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ลดไข้ เช็ดตัว
ที่สำคัญดื่มน้ำให้มากเพียงพอนะคะ

ตอนนี้โรคมือเท้าปาก กำลังถึงฤดูกาลระบาดค้ะ คุณพ่อ คุณแม่บางท่านอาจมีความกังวล หมอจึงอยากให้ความรู้ในการดูแล และป้องกันโร...
16/06/2017

ตอนนี้โรคมือเท้าปาก กำลังถึงฤดูกาลระบาดค้ะ คุณพ่อ คุณแม่บางท่านอาจมีความกังวล หมอจึงอยากให้ความรู้ในการดูแล และป้องกันโรค นะคะ (ตอน1)

โรคมือ เท้า ปาก (Hand- Foot-and- Mouth disease) พบได้บ่อยในฤดูฝน มักเป็นในเด็กเล็ก พบมากในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปีแต่พบในเด็กอายุมากกว่านี้ก็ได้ และหากมีการเกิดโรคในสถานเลี้ยงเด็กหรือในโรงเรียนอนุบาล ก็จะพบผู้ป่วยจำนวนมากขึ้นเพราะโรคนี้ระบาดได้ง่ายหากการควบคุมป้องกันโรคไม่เข้มแข็ง

อะไรเป็นสาเหตุของโรคมือ เท้า ปาก?
โรคนี้ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสที่เรียกว่า คอกแซคกีไวรัส เอ 16 หรือ 6 (Coxsackievirus A16, A6) ในบางครั้งเมื่อเกิดการระบาดอาจเกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ เอ็นเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71 หรือ EV-71) ส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรง แต่หากเกิดอาการรุนแรงสามารถทำให้ก้านสมองอักเสบ หัวใจล้มเหลว ช็อค เลือดออกในปอด และน้ำท่วมปอดได้ โดยเชื้อที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน/ผลข้างเคียงรุนแรงถึงกับเสียชีวิตคือ “เอ็นเทอโรไวรัส 71”นั่นเอง ดังนั้น ในปีทีมีผู้เสียชีวิตมาก มักเป็นปีที่มีเชื้อ EV-71 เด่น แต่ในปีที่มีผู้เสียชีวิตน้อย เป็นปีที่มีเชื้อ coxsackie เด่นนั่นเองค่ะ

แล้วโรคมือ เท้า ปากติดต่อได้อย่างไรคะ?
โรคนี้ติดต่อได้ 2 ทาง 1. เกิดจากการกินอาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระหรือน้ำมูกน้ำลายของผู้ป่วย 2.จากการหายใจเอาเชื้อไวรัสที่กระจายมาจากผู้ป่วย เช่น ผู้ป่วยไอ จามใส่ และเมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายประมาณ 3 - 6 วันผู้ป่วยก็จะเริ่มมีอาการ

มีอาการอย่างไรถึงสงสัยโรคนี้ ?
ส่วนใหญ่เด็กจะมีอาการน้อย โดยอาจมีไข้ต่ำๆหรือไม่มีไข้ และมีแผลตื้นๆหรือตุ่มแดงๆกระจายที่บริเวณริมฝีปาก เหงือก เพดานปาก ลิ้น ด้านหลังของคอหอย กระพุงแก้ม เด็กมักกินอาหารได้น้อยลง ที่ผิวหนังมักพบมีผื่นตุ่มแดงหรือตุ่มน้ำบริเวณมือและเท้า รวมถึงฝ่ามือ ฝ่าเท้าซึ่งจะเจ็บ ขนาดประมาณ 3 - 7 มิลลิเมตร อาจพบตุ่มน้ำบริเวณหลังเท้าหรือบริเวณก้นได้ ซึ่งตุ่มน้ำเหล่านี้จะหายไปภายในระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์

โรคที่คล้ายๆกันคือ การติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดผื่นตามผิวหนังและตุ่มน้ำในปากที่เรียก เฮอร์แปงไจน่า (Herpangina) ซึ่งจะเห็นมีตุ่มน้ำบริเวณเพดานอ่อนหรือบริเวณคอหอย และเชื้อโรคเริม เฮอร์ปีย์ซิมเพล็กซ์ (Herpes simplex) ซึ่งทำให้เกิดตุ่มน้ำและแผลที่เหงือกได้เช่นกัน ซึ่งอันนี้แนะนำว่าให้แพทย์ช่วยตรวจเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินหายใจเด็ก ในวันนี้มีโอกาสเป็นวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับเรื่องปอดอักเสบ หลอดลมและเส้นเสียงอัก...
18/04/2017

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินหายใจเด็ก ในวันนี้มีโอกาสเป็นวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับเรื่องปอดอักเสบ หลอดลมและเส้นเสียงอักเสบในเด็กรวมทั้งการรักษาโรคหอบหืด ให้กับรพ.ทั้งหลายในเขต จ.สมุทรสาคร ขอบคุณแพทย์และพยาบาลทั้งหลายที่มาเข้าร่วมและตั้งใจฟัง เท่าที่เห็นไม่มีคนหลับนะคะ

วันนี้คลินิกมาออกอีเว้นท์งานวันเด็ก ที่หมู่บ้านพุดตาลค่ะ เด็กๆที่นี่และผู้ปกครองน่ารักมาก
14/01/2017

วันนี้คลินิกมาออกอีเว้นท์งานวันเด็ก ที่หมู่บ้านพุดตาลค่ะ เด็กๆที่นี่และผู้ปกครองน่ารักมาก

เด็กในวันนี้จะเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า  การปลูกฝังให้การสอนที่ดีแต่เล็กจะช่วยให้เป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีคุณภาพ มี EQเหมาะสมนะคะ
12/01/2017

เด็กในวันนี้จะเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า การปลูกฝังให้การสอนที่ดีแต่เล็กจะช่วยให้เป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีคุณภาพ มี EQเหมาะสมนะคะ

#รอให้โตก่อนค่อยสอนได้ไหม

เคยเป็นมั๊ยคะ เวลาที่ลูกทำอะไรบางอย่าง ที่จริงๆเรารู้สึกไม่ค่อยชอบใจ ไม่ค่อยสบายใจ

แต่ก็คิดว่า “ปล่อยไปก่อนเถอะ เดี๋ยวโตขึ้นเขาก็รู้เองแหละว่าไม่ควรทำ” หรือไม่ พอเราจะสอน ก็กลับมีคนบอกว่า “จะเอาอะไรกับมันนักหนา มันยังเด็กอยู่”

สถานการณ์ข้างต้นคงสร้างความสับสน ไม่แน่ใจ ให้กับคุณพ่อคุณแม่หลายๆท่านไม่มากก็น้อย

ว่าตกลงจะรอพูดคุยกันรู้เรื่องแล้วค่อยสอน หรืออย่างไรดี แล้วถ้าไปสอนตอนโต ลูกจะทำสิ่งเหล่านั้นจนติดนิสัยไปจนโตหรือไม่

หมอขอตอบว่า....ถ้าลูกมีอายุมากกว่า1ขวบแล้ว สอนได้ทันที ไม่ต้องลังเลค่ะ.... แต่ วิธีการสอนต้องปรับให้เหมาะสมตามวัย ซึ่งก็คือตามพัฒนาการ ของลูกนั่นเอง

ตัวอย่าง เช่น เมื่อลูกสาววัย 2ขวบ โดนขัดใจแล้วโมโห จึงเขวี้ยงขวดน้ำใส่คุณแม่

คุณแม่ควรจะหยุดกิจกรรมที่กำลังทำกันอยู่ (เพื่อให้เขารู้ว่า มีบางสิ่งบางอย่างกำลังเกิดขึ้น) สบตาลูกด้วยแววตาเอาจริงและหน้านิ่งๆ บอกลูกสั้นๆด้วยเสียงที่ต่ำลง พูดช้าๆชัดๆว่า “เขวี้ยงของใส่แม่...ไม่ได้ค่ะ”

อาจต้องให้เวลาลูกสงบอารมณ์ตัวเองหรือช่วยลูกสงบอารมณ์บ้าง โดยอาจบอกว่า “หนูโมโหใช่มั๊ยเนี่ย” ซึ่งลูกอาจยังไม่ค่อยเข้าใจ ตอบไม่ได้ว่าใช่หรือไม่ ก็ไม่เป็นไรนะคะ เพราะนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นสอนเกี่ยวกับอารมณ์ เพื่อหวังให้ลูกค่อยๆเรียนรู้ว่าตัวเองกำลังรู้สึกอย่างไร ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาค่ะ

แต่หากลูกอายุมากกว่านี้ คุณแม่สามารถสื่อสารกับลูกได้มากขึ้น ในบางกรณีอาจถามลูกได้ว่า “เพราะอะไรหนูถึงทำแบบนั้น” เพื่อให้เข้าใจสิ่งที่ลูกคิด หรือไม่ก็เริ่มสอนลูกให้สื่อสารความไม่พอใจออกมาโดยการพูด ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในการจัดการกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในโอกาสต่อๆไปค่ะ

แล้วถ้าลูกอายุยังไม่ครบขวบ แต่มีพฤติกรรมบางอย่างชวนให้หนักใจ เช่น กัดแม่ ตีพ่อ ล่ะคะ...ไม่ต้องจัดการเหรอ??

ตอบ ควรสอน แต่สอนเท่าที่ได้ค่ะ เพราะความเข้าใจภาษาของเด็กต่ำกว่า1ขวบนั้น มีบ้าง...แต่ไม่มากนัก จึงไม่สามารถสอนอะไรยาวๆได้ แต่สามารถหยุดพฤติกรรมได้บ้าง โดยใช้สีหน้าท่าทางที่ชัดเจนเข้ามาช่วยค่ะ เช่น เมื่อลูกตี ก็ทำหน้านิ่ง จับมือลูกไว้ ส่ายหัว บอกว่า “ไม่ตี”

รอไปสอนตอนโตได้มั๊ย เห็นน้ำตาลูกแล้วมันปวดใจ

ตอบ ไม่แนะนำค่ะ เพราะส่วนใหญ่แล้ว เมื่อเด็กเรียนรู้ว่าตัวเองทำอะไรได้ ก็จะทำไปเรื่อยๆ เมื่อถึงวันหนึ่งที่พ่อแม่ลุกขึ้นมาห้าม แน่นอนว่าเด็กจะต่อต้านหนักขึ้น เหมือนเป็นการพิทักษ์สิทธิ์ที่เคยได้ คราวนี้ยิ่งร้องไห้หนักขึ้นจนพ่อแม่รับไม่ได้แน่ๆค่ะ

และปัญหาที่หมอเคยเจอมา คือ คำว่า”โตพอที่จะสอน”ของคุณพ่อคุณแม่บางคน อาจไม่เคยมาถึง ซึ่งทำให้ลูกเสียโอกาสในการเรียนรู้ผิดชอบชั่วดีไปอย่างน่าเสียดายค่ะ

นอกจากนั้น ไม่ต้องกังวลว่า เมื่อลูกทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แล้วเราสอน เราห้าม จะเป็นการปิดกั้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์นะคะ

เพราะเชื่อได้ว่า คงไม่มีคุณพ่อคุณแม่คนไหน ที่อยากให้ลูกมีจินตนาการไปในทางที่ไม่เป็นผลดีกับใครรวมทั้งตัวลูกเอง

และการเลี้ยงดูลูกอย่างมีขอบเขต มีการฝึกวินัย ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ที่มีเพียงพ่อแม่เท่านั้นจะมอบให้แก่ลูกได้

เพื่อให้เขาเติบโตขึ้นไปเป็นคนที่รู้ผิดชอบชั่วดี รู้ว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ และเป็นคนที่อยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้เป็นอย่างดีค่ะ

หมอก้อย
เพจเลี้ยงลูกให้เป็นคนปกติ

ภาพจาก pixabay.com

Coming soon !!!  ใกล้เข้ามาแล้วนะคะสำหรับวันเปิดคลินิก คือ 14 ธันวาคม 2559 ที่จะถึงนี้  แล้วพบกันนะคะ
19/11/2016

Coming soon !!! ใกล้เข้ามาแล้วนะคะสำหรับวันเปิดคลินิก คือ 14 ธันวาคม 2559 ที่จะถึงนี้ แล้วพบกันนะคะ

ที่อยู่

Bangkok
10160

เบอร์โทรศัพท์

0830188783

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกแพทย์ฐิติญาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง คลินิกแพทย์ฐิติญา:

แชร์