28/06/2023
หลายๆ คนอาจเข้าใจว่า อาการต้อลม (Pinguecula) นั้น จะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีอายุค่อนข้างมากเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วคนในวัยทำงานหรือวัยกลางคนก็สามารถพบกับโรคนี้ได้เช่นกันค่ะ เนื่องด้วยสภาพแวดล้อมในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยฝุ่นควัน ลม สารเคมี หรือแม้กระทั่งการได้รับแสงอัลตราไวโอเลต (UV) โดยไม่ป้องกัน ก็ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคต้อลมได้เป็นอย่างมากค่ะ โดยสาเหตุของโรคต้อลมหลักๆ มีดังนี้
▪ สัมผัสฝุ่นควัน ลม สารเคมี และความร้อนบ่อยๆ
▪ ดวงตาโดนแสง UV เป็นประจำ โดยไม่มีการป้องกัน
▪ ใช้สายตาอย่างหนัก จนตาแห้งบ่อยๆ
ต้อลมเป็นอาการที่เกิดขึ้นกับดวงตาเมื่อเยื่อบุตาขาวเริ่มเสื่อม โดยจะมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ สีเหลืองใสที่บริเวณตาขาว มักเกิดทั้งส่วนหัวและหางของตา โดยจะปรากฏอาการมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่โดยทั่วไปจะมีอาการที่ปรากฏชัดเจนดังนี้ค่ะ
.
▪ เกิดตุ่มนูนขนาดเล็กสีเหลืองๆ บริเวณตาขาว
▪ มีความรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในดวงตา
▪ มีอาการระคายเคืองตา ตาแห้ง และแสบตา
▪ อาจมีอาการตาแดง คันตา และอักเสบร่วมด้วย
ปล. หลายคนอาจยังเข้าใจผิดว่าต้อลมเกิดจากการเจริญเติบโตของเนื้องอกในดวงตา หรือเป็นโรคที่สามารถติดต่อกันได้ ขอให้ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะคะ เพราะตุ่มที่เกิดขึ้นจากต้อลมนั้นไม่สามารถกลายเป็นเนื้องอกร้าย หรือแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ค่ะ
ต้อลมเป็นโรคดวงตาที่ถึงแม้จะไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้ตาบอด แต่ก็อาจเป็นสาเหตุของโรคดวงตาอื่นๆ ได้ในอนาคต ดังนั้น เราจึงควรป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งแนวทางการป้องกันโรคต้อลมนั้นสามารถทำได้ง่ายๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ
✅ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่น ลม แสงแดด และรังสี UV
✅ ควรสวมแว่นตากันแดด หากต้องอยู่กลางแดดนานๆ
✅ หากมีอาการตาแห้งบ่อยๆ ควรหยอดน้ำตาเทียมเพื่อช่วยบรรเทา
✅ หากจำเป็นต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ก็ควรพักสายตาจากหน้าจอทุกๆ 20 นาที
ดวงตานั้นเป็นอวัยวะที่สำคัญมากๆ ของร่างกาย เราทุกคนจึงควรให้ความสำคัญในการดูแลรักษา หากพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นอันตรายใดๆ เกี่ยวกับดวงตา ก็ควรรีบเข้าพบแพทย์ทันที ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอื่นๆ ที่ร้ายแรงขึ้นกับดวงตาในอนาคตนะคะ
#ต้อลม ิถีชีวิตที่ยั่งยืน