28/01/2026
💥Logotherapy กับคำถามเงียบ ๆ ของคนทำงาน!!!
เคยถามตัวเองไหมว่า “เกิดมาทำไม … จะอยู่เพื่ออะไร?” คำถามเงียบ ๆ ของคนทำงานในวันที่ใจเริ่มหมดแรง
ในโลกของการทำงาน หลายคนอาจดู “ไปได้ดี” ในสายตาคนอื่น มีงาน มีรายได้ มีเกียรติ มีหน้าที่รับผิดชอบสวยหรู แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ความว่างเปล่า และคำถามที่ไม่กล้าพูดออกมา ไม่กล้าให้ใครได้ยินว่า “เราทำงานไปเพื่ออะไร” หรือ “ชีวิตจะวนซ้ำแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน” คำถามเหล่านี้มักเกิดขึ้นในวันที่งานไม่ใช่แค่หนัก แต่งานเริ่มทำให้ชีวิตไร้ความหมาย
Viktor Frankl จิตแพทย์ชาวเวียนนา ผู้ก่อตั้งแนวคิด Logotherapy เสนอว่า สิ่งที่มนุษย์ต้องการมากกว่าความสำเร็จหรือเงินเดือน คือ “ความหมาย” เมื่อคนทำงานไม่เห็น “คุณค่า” ของสิ่งที่ตนทำ ต่อให้ประสบความสำเร็จเพียงใด ก็อาจรู้สึกหมดไฟ (Burnout) และหมดใจ (Brownout) ได้
🔥 ทำไมคนทำงานจึงรู้สึกว่างเปล่าและหมดแรงจูงใจ
1. งานกลายเป็นเพียงหน้าที่ ไม่ใช่คุณค่า: เมื่อการทำงานถูกขับเคลื่อนด้วย KPI ตัวเลข หรือความคาดหวังจากองค์กรเพียงอย่างเดียว คนทำงานอาจหลงลืมว่าตนเองเคยเลือกงานนี้เพราะอะไร จนงานกลายเป็นเพียงสิ่งที่ “ต้องทำ” ไม่ใช่สิ่งที่ “มีความหมาย”
2. ใช้ชีวิตตามเป้าหมายของคนอื่น: หลายคนทำงานเพื่อความมั่นคง เพื่อครอบครัว หรือเพื่อภาพลักษณ์ทางสังคม แต่ไม่เคยถามตัวเองว่า งานนี้สอดคล้องกับคุณค่าภายในของตนหรือไม่ เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกหลงทางจึงค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น
3. ความเหนื่อยสะสมและภาวะหมดไฟ (Burnout): การทำงานต่อเนื่องโดยไม่มีพื้นที่ในการฟื้นฟูใจ ทำให้คนทำงานรู้สึกว่าตนเองเป็นเพียง “เครื่องมือ” ไม่ใช่มนุษย์ที่มีความรู้สึก ความว่างเปล่าจึงไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าจิตใจกำลังร้องขอความหมาย
📕 การสร้างแรงจูงใจใหม่ให้คนทำงาน ด้วยมุมมองของ Logotherapy
1. เปลี่ยนคำถามจาก “งานให้อะไรเรา” เป็น “งานนี้เปิดโอกาสให้เราเป็นใคร” เพราะความหมายไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งหรือเงินเดือน แต่อยู่ที่ความคิดและความรู้สึกที่เรามีต่องาน งานหนึ่งงานอาจเป็นพื้นที่ที่ช่วยฝึกความรับผิดชอบ ความอดทน หรือการเติบโตภายใน
2. ค้นหาความหมายจากการทำงานใน 3 มิติ คือ
- การสร้างคุณค่า: งานของเราส่งผลดีต่อใคร แม้จะเป็นเพียงคนเดียว
- ความสัมพันธ์ในที่ทำงาน: การทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความหมาย
- ท่าทีต่อความกดดัน: เมื่อเปลี่ยนงานไม่ได้ทันที เราแค่เปลี่ยนวิธีคิดที่ทำให้ใจเป็นสุขได้
3. ตั้งเป้าหมายที่ใหญ่กว่าเงินและตำแหน่ง: แรงจูงใจที่ยั่งยืนมักเกิดจากการรู้ว่า งานของเรามีส่วนช่วยบางสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นทีม ลูกค้า หรือสังคม แม้จะเป็นบทบาทเล็ก ๆ ก็สร้างความภาคภูมิใจในการทำงานที่มีคุณค่าและมีความหมาย ไม่ใช่เพื่อตนแบบเพื่อผู้คนอย่างจริงใจ
4. ยอมรับว่างานไม่จำเป็นต้องทำให้มีความสุขตลอดเวลา: Logotherapy ไม่ได้บอกให้รักงานทุกวัน แต่สอนให้เห็นว่า แม้ในวันที่งานหนักและไม่สมบูรณ์ เราก็ยังเลือกทำมันอย่างภาคภูมิใจ ที่ได้ทำงานที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรี
5. ให้คุณค่ากับการพักใจ ไม่ใช่แค่พักกาย: การพักผ่อนที่แท้จริงไม่ใช่แค่หยุดทำงาน แต่คือการกลับไปเชื่อมโยงกับสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่า “การมีอยู่ของเรามีค่า” เช่น ครอบครัว ความฝัน หรือคุณค่าที่อยากรักษาไว้
บทสรุป สำหรับคนทำงาน เพราะ “มนุษย์สามารถทนกับแทบทุกสิ่งได้ หากเขารู้ว่ากำลังทนไปเพื่ออะไร“ สำหรับคนทำงาน คำถามว่า “เกิดมาทำไม จะอยู่เพื่ออะไร” อาจไม่ได้ต้องการคำตอบยิ่งใหญ่ในทันที แต่อาจเริ่มจากการถามตัวเองอย่างซื่อสัตย์ว่า วันนี้ เรากำลังตอบสนองต่อชีวิตอย่างไร และเราจะทำงานต่อไปด้วยท่าทีแบบใด ที่ยังคงรักษาคุณค่าของความเป็นมนุษย์ไว้ได้ ช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางใจ (Resilience) เพิ่มสุขภาพจิตที่ดี ค้นพบเป้าหมาย และทำให้เข้าใจตนเอง มีความสุขทุกวัน
❤️ พิชญานิน คลินิก (คลินิกสุขภาพใจ) ชั้น 3 ศูนย์การค้า พาราไดซ์พาร์ค (สวนหลวง ร.9) เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 น. - 20.00 น.
☎️ inbox ขอคำปรึกษาหรือทำนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ 06-3868-9925 หรือ Line https://lin.ee/GiDkelu หรือ Website www.pichayaninclinic.com
🎯 เพราะ “ความสุขของคุณ คือ ความสำเร็จของเรา”
#ความสัมพันธ์ #หมดไฟ #หมดใจ
#สัญญาณเตือน
#เตือนภัย #ดราม่า
#โรคซึมเศร้า #โรควิตกกังวล #โรคแพนิค
#สุขเป็นก็เป็นสุข
#พิชญานินคลินิก
#สุขภาพจิต
#จิตแพทย์ #จิตเวช
#จิตบำบัด #นักจิตวิทยา
#คลินิกจิตแพทย์
#คลินิกสุขภาพจิต
#คลินิกจิตเวช
#คลินิกสุขภาพใจ
#โหนกระแส
#เรื่องเล่าเช้านี้
#ความสุขของคุณคือความสำเร็จของเรา
#ความสุขไม่มีวันหยุด
#พาราไดซ์พาร์ค