Healthi Life Plus

Healthi Life Plus กินอยู่ปลอดภัยให้ไกลโรค Health and Wellbeing Health and Well-being Business and services

https://www.facebook.com/100079774924194/posts/847760594559764/?
10/03/2026

https://www.facebook.com/100079774924194/posts/847760594559764/?

ชวนมองฝุ่นในเมืองจากนักเคมี ว่าน วิริยา ฝุ่นมลพิษในเมือง มีมากกว่า “PM2.5”
“เมื่อมีฝุ่นชนิดต่างๆ ที่ล่องลอยในอากาศ เราไม่อาจบอกได้ว่าเราจะสูดอะไรเข้าไป เพราะจริงๆ เมื่อพูดถึงมลพิษทางอากาศไม่ได้มีเฉพาะฝุ่น PM2.5 ยังมีฝุ่นมลพิษอีกหลายตัวที่ถูกมองข้ามไป เช่น โอโซน คาร์บอนมอนนอกไซด์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เยอะแยะไปหมด” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ว่าน วิริยา อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ และผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม (ESRC) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้ความเห็นต่อการมองปัญหามลพิษทางอากาศภาคเมืองที่เรามีข้อสงสัยกันว่ามลพิษภาคเมืองมาจากที่ไหนบ้าง และเราจะดูแลป้องกันตัวเอง รวมถึงลดความเสี่ยงได้อย่างไร
อ่าน ชวนมองฝุ่นในเมืองจากนักเคมี ว่าน วิริยา ฝุ่นมลพิษในเมือง มีมากกว่า “PM2.5” สัมภาษณ์/เรียบเรียง เบญจา ศิลารักษ์ ต่อได้ทางเว็บไซต์ https://www.prachatham.com/posts/18122568
อ.ว่านยังคิดว่าที่ผ่านมาการสื่อสารในฤดูฝุ่นมักจะเป็นการสื่อสารเพียงแค่ “PM2.5” หรือฝุ่นพิษขนาดจิ๋ว สะท้อนผ่านค่าดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ AQI สูงสุดมานำเสนอต่อสังคม แต่ค่า AQI นั้น หลักการที่ถูกต้องคือ การคำนวนค่ามลพิษทางอากาศหลัก 5 ชนิด ได้แก่ โอโซนภาคพื้นดิน, PM2.5, PM10, คาร์บอนมอนออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และไนโตรเจนไดอออกไซด์ อันมีแหล่งกำเนิดจากการเผาไหม้ เช่น จากภาคคมนาคม โรงงาน โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล และการเผาในที่โล่ง และกิจกรรมอื่น เช่น การซ่อมถนน การก่อสร้าง และอื่นๆ ซึ่งหากเครื่องวัดไม่ได้นำค่ามลพิษทางอากาศอื่นมาประเมิน เราจะไม่มีวันทราบถึงค่าดัชนีคุณภาพอากาศที่แท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เมืองซึ่งมีที่มาของมลพิษทางอากาศหลากหลาย อ.ว่านกล่าวว่า “ความจริงแล้วเมื่อเราสูดอากาศหนึ่งรอบเราไม่ได้สูดเพียงตัวเดียว ดังนั้นในการคิดมลพิษทางอากาศจะใช้ตัวใดตัวหนึ่งไม่ได้ ถือเป็นข้อผิดพลาดที่ทำให้เราไม่สามารถมองปัญหาข้อเท็จจริงของมลพิษทางอากาศในเมืองได้อย่างแท้จริง”
ฝุ่นมลพิษในเมือง และแหล่งกำเนิดมลพิษ
อ.ว่านให้ความเห็นว่าเวลาเราพูดถึงมลพิษทางอากาศ ไม่ได้มีเฉพาะ PM2.5 ยังมีอีกหลายตัวที่ถูกมองข้ามไป เช่น PM10 โอโซน คาร์บอนมอนนอกไซด์ ไนโตรเจน ไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ VoCs (Volatile Organic Compounds (สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย) ที่มีแหล่งกำเนิดเช่น ปั๊มน้ำมัน และก๊าซฟอสซิลที่มีการผลิตทั้งปี และอื่นๆที่จะส่งผลต่อระบบการหายใจ ปัจจุบันการตรวจหาสารเคมีชนิดนี้ยังไม่มีการตรวจมาตรฐานทั่วประเทศ มีแค่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดที่เดียวที่มีการตรวจ
การเกิดฝุ่นมลพิษที่มาจากกระบวนการเผาไหม้ทุกอย่างแต่ยังไม่ได้ถูกใส่ใจเท่าที่ควร โดยเฉพาะสาร Acrylonitrile หรือสารประกอบอินทรีย์ที่มาจากพลาสติก ค่อนข้างสูง และยังไม่ค่อยมีใครสำรวจ ซึ่งอยู่ในกระบวนการปล่อยน้ำเสีย โรงงานอุตสาหกรรมในเขตเมือง และการจราจร
ฉะนั้นการมองฝุ่นมลพิษภาคเมือง อ.ว่านจึงเห็นว่าไม่สามารถจะมองเพียงแค่ 4 เดือนในฤดูฝุ่น “เพราะชีวิตเราไม่ได้อยู่แค่สี่เดือน” แต่จะต้องดูค่าฝุ่นตลอดทั้งปีที่มาจากหลายแหล่งกำเนิด ก็จะพบความจริงว่าคนในเมืองต้องเผชิญกับปัญหามลพิษที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจมีทั้งที่เกิดจากการจราจร กิจกรรมในครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และการเผาชีวมวล
เกิดจากปฏิกิริยาเคมีระหว่างมลพิษปฐมภูมิ (เช่น NOx, SO2, VOCs) ในบรรยากาศ ก็ทำให้เกิดฝุ่นตัวใหม่ขึ้น เช่น ฝุ่นที่ลอยในชั้นบรรยากาศเมื่อเดินทางมาเจอสารเคมีที่ตัวไหนที่มีอยู่ในชั้นบรรยากาศ ก็สามารถเกิดฝุ่นตัวใหม่ขึ้น ซึ่งเราไม่มีทางรู้ว่าเป็นอะไรที่เราสูดดมเข้าไปและส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจของเราอย่างไร ซึ่งจะต้องมีการศึกษาวิจัยต่อในเรื่องนี้ ที่เรียกกันว่า “ฝุ่นทุติยภูมิ” คือ การที่สาร 2 ตัวมารวมกัน เช่น สารโลหะหนักกับกลุ่มสารโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs)ที่มาก็มีทั้ง การเผาไหม้เชื้อเพลง ไอเสียจากโรงงานและรถยนต์ หรือกระทั่งใช้ถ่านทำอาหาร แอมโมเนียมที่มาจากปุ๋ย ของเสียงจากคน และสัตว์ โปรเตสเซียม จากการเผาไหม้ชีวมวล
นอกจากนี้อุณหภูมิการเผาที่ต่างกัน ก็ให้ขนาดที่ต่างกัน และระยะทางที่ต่างกันก็มีการสะสมฝุ่นจนขนาดใหญ่ เช่น ฝุ่นข้ามแดน เป็นต้น
ลดฝุ่น ลดผลกระทบอย่างไร
เมื่อพูดถึงการลดผลกระทบของฝุ่นมลพิษในภาคเมืองยังต้องมีงานศึกษาวิจัยโดยละเอียด เพราะ “แต่ละปี เรากินอาหาร เราอ้วนเท่ากันไหม เรากินต่างกัน ดังนั้นปริมาณที่สะสมในร่างกายก็ต่างกัน เช่นเดียวกับปัญหาฝุ่น” อ.ว่านเปรียบเทียบเรื่องฝุ่นที่เกิดขึ้นนั้นมีความแตกต่างกัน ปริมาณไม่เท่ากันในแต่ละปีเพราะยังมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาพอากาศ และอุณหภูมิของแต่ละปี เราจึงไม่สามารถนำข้อมูลแต่ละปีที่ต่างกันที่มาจากเหตุปัจจัยที่ต่างกันมาแก้ไขปัญหาฝุ่นได้ ดังนั้นถ้าเรามีบัญชีการปลดปล่อยมลพิษ(Emission Inventory ภายใต้พ.ร.บ.-PRTR) ยิ่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งแบ่ง sector แหล่งที่มาได้ ไม่ใช่เพียงการประมาณ นอกจากนี้การวิเคราะห์ข้อมูลที่เฉพาะศูนย์กลางในเมืองเชียงใหม่อย่างเดียวก็ไม่ได้ ยังต้องมีการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลที่อำเภออื่นๆ เช่น ฝาง แม่อาย ฯลฯ จึงสะท้อนคุณภาพอากาศในแต่ละพื้นที่ได้ นอกจากนี้เรื่องฝุ่นยังเกี่ยวข้องกับกระบวนการ flow ของอากาศด้วย
การเตรียมตัว และมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบคือ ประชาชนต้องป้องกันตัวเอง ลดปริมาณเชื้อเพลิงในการคมนาคมลง และทำให้เป็น routine มากขึ้น และกิจกรรมทุกส่วนในเมืองมีผลต่อปัญหาฝุ่นหมด แม้แต่กิจกรรมปิ้งย่าง แม้จะเป็นส่วนก่อเพียง 1-2% แต่ถ้าลดได้ในวันค่ามลพิษสูงก็มีส่วนเยอะ รวมถึงการเผาในที่โล่ง และการเผาอื่นๆ ต้องมีการจัดการ โดยเฉพาะการเผาที่ไม่ได้มีการคัดแยกขยะ การเผารวมขยะพลาสติกกับใบไม้ อันตรายอย่างมากสำหรับคนที่ต้องสูดดม แต่วัฒนธรรมบ้านเรายังไม่มีวัฒนธรรมของการคัดแยกขยะ แม้จะแยกในตอนแรก สุดท้ายก็นำมาเผารวมกันเป็นต้น
นอกจากนี้ปัจจุบันสภาพภูมิอากาศไม่เหมือนเดิม เราจึงไม่อาจจะมองกระบวนการแบบเดิม แผนการจัดการมลพิษต้องครอบคลุมรายละเอียดมากขึ้น ข้อเสียของประเทศไทยคือ คนที่กำหนดนโยบายไม่ใช่คนที่ทำจริง ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์จริง
ข้อเสนอระยะยาว อ.ว่านเห็นว่าถ้าจะแก้ได้จริงๆ จะต้องมีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และผู้ว่าราชการจังหวัดต้องมาจากการเลือกตั้ง นอกจากนี้ระบบการทำงานต้องเป็นการส่งต่อข้อมูลเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้จริง ส่วนกลางและท้องถิ่นจะต้องเป็นองคาพยพเดียวกัน สามารถจะนำข้อมูลจากพื้นที่ไปสู่การกำหนดนโยบายแก้ไขปัญหาได้จริง ผลักดันให้เกิด open source data ที่เปิดเผยให้ประชาชนรับรู้และย่อยให้ประชาชนและหน่วยงานต่างๆรับรู้ตรงกัน รวมถึงต้องมีบัญชีการปลดปล่อยมลพิษ ภายใต้ระบบรายงานการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ (PRTR)ที่ต้องแยกตามประเภทการผลิต เนื่องจากสารพิษไม่เท่ากัน.
#ฝุ่นในเมือง
#ฝุ่นควันเชียงใหม่
#สภาลมหายใจเชียงใหม่
#ฝุ่นไฟdialogue

“พื้นที่เดียว แต่ทำหลายหน้าที่”(FBC มองพื้นที่ตามฟังก์ชัน)อ้างถึงโพสต์ของ ฝ่าฝุ่น พร้อมแผนที่ วันนี้ (ค่ำ พ3 ธค68) ทำให้...
03/12/2025

“พื้นที่เดียว แต่ทำหลายหน้าที่”
(FBC มองพื้นที่ตามฟังก์ชัน)

อ้างถึงโพสต์ของ ฝ่าฝุ่น พร้อมแผนที่ วันนี้ (ค่ำ พ3 ธค68) ทำให้เราเห็นอีกครั้งว่า พื้นที่ทุ่งหลาก–ทุ่งนา–พื้นที่ชุ่มน้ำตอนบนของเจ้าพระยา
คือ “พื้นที่เดียวที่ทำงานหลายฤดู”

ฤดูน้ำ → เป็น ทุ่งหลาก รับมวลน้ำ ช่วยปกป้องปทุม–นนท์–กทม.
ฤดูแล้ง → เป็น จุดเสี่ยงไฟ และเป็นแหล่งกำเนิด PM2.5 จากฟาง–ตอซัง
ปลายฤดูไฟ → กลายเป็น ต้นทางฝุ่น ที่ลมตะวันออกพัดสู่กรุงเทพฯ

นี่คือแก่นของ Function-Based Clusters (FBC):
พื้นที่ต้องถูกบริหารตาม “หน้าที่จริง” ไม่ใช่ตามเส้นขอบเขตปกครอง

เพราะถ้าเรารู้หน้าที่ของพื้นที่ เราจะรู้ทันทีว่าต้อง
ปกป้องอะไร / ดูแลอะไร / ห้ามทำอะไร / และลงทุนกับอะไร

พื้นที่เดียวกัน ถ้าไม่วางให้ตรงฟังก์ชัน
รัฐก็ต้องเสียค่าแก้ปัญหา สามรอบ — น้ำ, ไฟ, ฝุ่น
ทั้งที่จะแก้ทีเดียวให้ครบก็ทำได้

•••

“โซนเปราะบาง” และ RBC: ความเสี่ยง 3 ฤดู

พื้นที่ในภาพของ ฝ่าฝุ่น (ค่ำ พ3 ธค68) คือ “โซนเปราะบาง” ตามนิยามของ Risk-Based Clusters (RBC) เพราะมีความเสี่ยงซ้อนกันหลายชั้นในพื้นที่เดียว:

RBC–F (Fire): ฤดูแล้ง ความชื้นต่ำ ไฟปะทุไวและลุกลามเร็ว
RBC–A (Air Quality): ปลายฤดูแล้ง ลมนิ่ง BLH ต่ำ → ฝุ่นสะสมหนัก
RBC–W (Water): ต้นฤดูฝน น้ำมาก ลุ่มเจ้าพระยาตอนบนต้องรับน้ำแทนเมืองใหญ่

พื้นที่ที่มี “ความเสี่ยงสามฤดู” แบบนี้
ถ้าบริหารแบบแยกกรม–แยกหน่วยงาน
ปัญหาก็จะวนซ้ำ: น้ำท่วม–ไฟลุก–ฝุ่นเข้ากรุงเทพฯ

แต่ถ้าเข้ากระบวนการ RBC จะเห็นความเสี่ยงเชื่อมโยงกัน
รู้ว่าต้อง “ลดเชื้อไฟ”, “จัดการฟาง”, “ควบคุมการเผา”,
และ “เตรียมพื้นที่หลาก” ล่วงหน้าในลำดับเวลาที่ถูกต้อง

การรู้ความเสี่ยงตามฤดู = คีย์ในการจัดการเชิงพื้นที่ที่ได้ผลจริง

•••

บูรณาการ ไฟ–น้ำ–ฝุ่น = ประโยชน์ 3 ต่อ

เมื่อเรานำ FBC + RBC มาวางบนพื้นที่ที่ ฝ่าฝุ่น (ค่ำ พ3 ธค68) ชี้ให้เห็น
จะเกิดประโยชน์ 3 ต่อที่คุ้มค่ากว่ามาตรการเดี่ยวหลายเท่า:

ลดไฟ — จัดการฟางและเชื้อเพลิงล่วงหน้า
มีเส้นทางดับไฟ เครื่องมือ และหมู่บ้านเฝ้าระวังตามคลัสเตอร์เสี่ยง

ลดฝุ่น — ลดไฟเท่ากับลด PM2.5 โดยตรง
ฝุ่นจากพื้นที่เปราะบางจะไม่ถูกพัดลงมากรุงเทพฯในวันที่อากาศปิด

ลดน้ำท่วม — ทุ่งหลากกลับมาทำงานเต็มประสิทธิภาพ
เป็นพื้นที่ buffer ของทั้งลุ่มน้ำ ไม่ใช่พื้นที่เสี่ยงใหม่ที่สร้างโดยคน

ยังได้ประโยชน์เพิ่มคือ
รายได้ใหม่ของเกษตรกรจากฟาง–ชีวมวล
และต้นทุนของรัฐลดลง เพราะแก้ปัญหา “สามระบบ” ด้วยแผนเดียว

นี่คือการจัดการเชิงพื้นที่แบบ “บูรณาการจริง”
ที่ผมเชื่อว่าประเทศไทยต้องเริ่มอย่างเป็นระบบตั้งแต่ปีนี้

https://www.siamhealth.net/public_html/Health/food/oil/flax.html
07/08/2025

https://www.siamhealth.net/public_html/Health/food/oil/flax.html

น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์: คุณประโยชน์ต่อสุขภาพจากกรดไขมันโอเมก้า-3, การใช้งานในอาหาร และบำรุงผิว พร้อมข้อควรระวั....

28/07/2025

Eat well:
The bacteria in our gut microbiome feed on fiber, which is found only in plants.

Animal products, salt, sugar, added oil, and processed food encourage disease-causing gut bacteria.

Fruit, vegetables, whole grains, nuts and seeds encourage health-promoting gut microbes.
•••
Move more:
Studies show that exercise increases microbes that produce short-chain fatty acids, which reduce disease-causing inflammation.
•••
Stress less, love more:
Avoiding negative emotions such as stress and loneliness (even a pet helps) cuts down on the number of interleukin-producing gut bacteria-interleukins cause inflammation, harmful activation of your immune system, and depression.

https://www.facebook.com/share/1BooVFyPKY/?mibextid=wwXIfr
04/07/2025

https://www.facebook.com/share/1BooVFyPKY/?mibextid=wwXIfr

🚨 A high-magnesium diet slows brain aging and reduces your dementia risk, study shows.
A new study from the Australian National University has found that a high-magnesium diet can significantly slow brain aging and reduce the risk of dementia, especially in women.
Analyzing health data from over 6,000 individuals aged 40 to 73, researchers discovered that people who consumed more than 550 mg of magnesium daily had brains that appeared almost a year younger by age 55 compared to those with lower magnesium intake.
The greatest benefits were observed in postmenopausal women, suggesting magnesium’s anti-inflammatory properties may offer heightened protection in this group.
Magnesium is abundant in leafy greens, nuts, seeds, legumes, and whole grains, and while its benefits for bone and heart health are well known, this research points to a promising role in preserving brain function. As dementia rates continue to climb globally, the findings highlight how simple dietary changes could become powerful tools in protecting cognitive health. Researchers stress the need for further studies to solidify these findings and inform future public health guidance.

🔗 Read more here: https://www.voisefoundation.org/magnesium-can-help-prevent-dementia/

02/07/2025

Text Neck Syndrome คืออะไร?
เป็นอาการเจ็บปวดบริเวณคอ บ่า ไหล่ และหลังส่วนบน ที่เกิดจากการก้มหน้าเล่นมือถือหรือแท็บเล็ตเป็นเวลานานๆ ทำให้กระดูกคอและกล้ามเนื้อบริเวณนั้นรับน้ำหนักผิดปกติ

รู้ไหม? แค่ก้มคอ 60 องศาเท่านั้น คอก็รับน้ำหนักเท่ากับแบกหัวไว้ถึง 27 กิโลกรัมเลยทีเดียว!

อาการที่ควรระวัง
• ปวดเมื่อยบริเวณต้นคอหรือบ่า
• รู้สึกชาที่แขนหรือมือ
• ปวดหัวบ่อยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ
• เคลื่อนไหวคอได้น้อยลง หรือมีเสียงดังกรอบแกรบเวลาเอี้ยวคอ

วิธีป้องกันง่ายๆ แต่ได้ผล
1. ยกมือถือขึ้นให้อยู่ในระดับสายตา
2. พักสายตาและเปลี่ยนอิริยาบถทุก 20-30 นาที
3. ยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอบ้างระหว่างวัน
4. นั่งให้ถูกท่า หลังตรง ไม่นั่งหลังค่อม
5. พักผ่อนให้เพียงพอ และหมั่นออกกำลังกาย

Text Neck Syndrome: Neck damage from too much screen time… Beware before it’s too late!

Nowadays, everyone uses their smartphones all the time – scrolling feeds, replying to chats, watching series, or playing games.
But did you know that this “head-down posture” is the main cause of a health problem called Text Neck Syndrome, or “neck damage from looking down at screens too much”?

What is Text Neck Syndrome?
It’s pain and discomfort in the neck, shoulders, and upper back caused by looking down at your phone or tablet for prolonged periods.
This posture places abnormal stress on the cervical spine and surrounding muscles.

Did you know? Just tilting your head down by 60 degrees puts up to 27 kg (around 60 lbs) of weight on your neck!

Warning signs to watch out for:
• Pain or stiffness in the neck and shoulders
• Numbness or tingling in your arms or hands
• Frequent headaches without a clear cause
• Reduced neck mobility or cracking sounds when turning your head

Simple but effective prevention tips:
1. Raise your phone to eye level
2. Rest your eyes and change posture every 20–30 minutes
3. Stretch your neck muscles throughout the day
4. Sit properly with your back straight, avoid slouching
5. Get enough rest and exercise regularly

Technology can stay with us, but our health must last a lifetime.
If you don’t want your phone to silently damage your neck and back day by day, start taking care of yourself today.

https://www.primalbasics.com/blogs/news/primaldent-is-official-thai-fda-registered-and-now-available?fbclid=IwQ0xDSwLRZZ...
02/07/2025

https://www.primalbasics.com/blogs/news/primaldent-is-official-thai-fda-registered-and-now-available?fbclid=IwQ0xDSwLRZZJleHRuA2FlbQExAAEeUxySAO4iiGQ2tYDOC4MrFUaUOt1A0HDqrAvD0jd2t3Pxu_EauFPW9lfLuhM_aem_5_wB7jNbRyO2CD2SklPVHQ

PrimalDent is now Thai FDA approved. Made with just 4 ingredients, it’s our back-to-basics tooth powder — now officially on shelves in Thailand. Let me know if you want a version focused more on MSRI, Songkhla Expo, or product benefits (e.g., remineralizing, fluoride-free).

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66970796888

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Healthi Life Plusผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Healthi Life Plus:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram