Prapatsorn Engineering Supply Co., Ltd.

Prapatsorn Engineering Supply Co., Ltd. www.prapatsorn.co.th Prapatsorn Engineering Supply Co., Ltd is a company located on Rama VI Soi 4 Road, Bangkok Thailand.

Since 2010, it became one of famous companies distributing a premium selection of physical therapy diathermy including Electrotherapy, combination therapy, radial and focus shockwave, PMS, traction therapy, gait training, TECAR therapy, CPM, cryotherapy, Passive trainer, ceiling hoist system, patient transfer and more.

👨‍🦼‍➡️ การสมานแผล (Wound Healing) เป็นกระบวนการทางชีววิทยาที่ซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา (Dynamic Process) โดยมีจ...
02/02/2026

👨‍🦼‍➡️ การสมานแผล (Wound Healing) เป็นกระบวนการทางชีววิทยาที่ซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา (Dynamic Process) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อฟื้นฟูความสมบูรณ์ของเนื้อเยื่อ (Tissue Integrity) กระบวนการนี้ประกอบด้วยขั้นตอนที่ซ้อนทับกันอย่างเป็นระบบ หากขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งบกพร่อง อาจนำไปสู่ภาวะแผลเรื้อรัง (Chronic Wounds) ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างรุนแรง

1. ระยะการห้ามเลือด (Haemostasis)
ทันทีที่เกิดการฉีกขาดของเนื้อเยื่อและหลอดเลือด ร่างกายจะตอบสนองเพื่อจำกัดการสูญเสียเลือด:

Vasoconstriction: หลอดเลือดบริเวณที่บาดเจ็บจะหดตัวชั่วคราวเพื่อลดปริมาณเลือด

Platelet Aggregation: เกล็ดเลือดจะเข้ามารวมตัวกันบริเวณผนังหลอดเลือดที่เสียหาย และหลั่งสารสัญญาณเพื่อสร้าง Fibrin Clot หรือก้อนเลือดอุดตันเบื้องต้น

Role of Cytokines: ในระยะนี้เกล็ดเลือดจะหลั่ง Growth Factors เช่น PDGF และ TGF-beta เพื่อเตรียมการสำหรับระยะถัดไป

2. ระยะการอักเสบ (Inflammation)
เริ่มต้นขึ้นเกือบจะพร้อมกันและดำเนินไปประมาณ 1-4 วัน หน้าที่หลักคือการทำความสะอาดพื้นที่ (Debridement) และกำจัดเชื้อโรค:

✅ Neutrophils: เป็นเซลล์กลุ่มแรกที่เข้าสู่บริเวณแผลเพื่อกำจัดแบคทีเรียผ่านกระบวนการ Phagocytosis

✅ Macrophages: จะเข้ามาแทนที่ในเวลาต่อมา ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอม แต่ยังเป็น "ตัวสั่งการหลัก" (Master Regulators) ที่หลั่ง Cytokines เพื่อกระตุ้นเซลล์ Fibroblasts และเซลล์บุผนังหลอดเลือดให้เริ่มกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อ

✅ Clinical Signs: ในระยะนี้แผลจะมีลักษณะ บวม (Tumor), แดง (Rubor), ร้อน (Calor) และปวด (Dolor)

3. ระยะการสร้างเนื้อเยื่อ (Proliferation)
เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 4 ถึง 21 โดยมุ่งเน้นการเติมเต็มช่องว่างของแผลและการสร้างเกราะป้องกันผิวหนังใหม่:

✅ Granulation Tissue Formation: การสร้างเนื้อเยื่อใหม่ที่มีสีชมพูแดง ประกอบด้วยคอลลาเจนและเส้นเลือดฝอยจำนวนมาก

✅ Angiogenesis: กระบวนการสร้างหลอดเลือดใหม่เพื่อนำออกซิเจนและสารอาหารมาเลี้ยงเนื้อเยื่อที่กำลังซ่อมแซม

✅ Fibroplasia: เซลล์ Fibroblasts จะผลิต Collagen Type III เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน (Extracellular Matrix)

✅ Epithelialization: เซลล์ Keratinocytes จะเคลื่อนที่จากขอบแผลมาปิดคลุมบริเวณผิวหน้าของแผล

4. ระยะการปรับรูปร่างเนื้อเยื่อ (Remodeling / Maturation)
เป็นระยะที่ยาวนานที่สุด อาจใช้เวลาตั้งแต่ 21 วันถึง 2 ปี:

✅ Collagen Conversion: มีการเปลี่ยนจาก Collagen Type III (ซึ่งมีความแข็งแรงต่ำ) เป็น Collagen Type I ที่มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูงกว่า

✅ Scar Formation: เนื้อเยื่อจะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีซีดเนื่องจากปริมาณหลอดเลือดลดลง และมีความแข็งแรงของแรงดึง (Tensile Strength) เพิ่มขึ้น โดยทั่วไปจะกลับคืนมาได้สูงสุดประมาณ 80% ของผิวหนังปกติ

🚥 ปัจจัยทางสรีรวิทยาที่ส่งผลต่อการสมานแผล
เพื่อให้กระบวนการข้างต้นดำเนินไปได้อย่างสมบูรณ์ ต้องอาศัยปัจจัยเกื้อหนุนทั้งภายในและภายนอก:

สภาวะแวดล้อมเฉพาะที่ (Local Factors):

Moisture Balance: แผลที่อยู่ในสภาวะความชื้นที่เหมาะสม (Moist Environment) จะสมานตัวได้เร็วกว่าแผลที่แห้งตึง

Oxygenation: ออกซิเจนเป็นปัจจัยสำคัญในกระบวนการสร้างคอลลาเจนและการฆ่าเชื้อของเม็ดเลือดขาว

Infection: การติดเชื้อจะทำให้แผลติดค้างอยู่ในระยะอักเสบและขัดขวางการสร้างเนื้อเยื่อใหม่

สภาวะร่างกายโดยรวม (Systemic Factors):

Age: อายุที่มากขึ้นส่งผลให้การแบ่งตัวของเซลล์และการสร้างคอลลาเจนช้าลง

Nutrition: การขาดโปรตีน, วิตามิน C และสังกะสี (Zinc) ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของเนื้อเยื่อใหม่

Comorbidities: โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน (Diabetes Mellitus) หรือโรคหลอดเลือดส่วนปลาย มักส่งผลให้การไหลเวียนเลือดบกพร่อง

การซ่อมแซมบาดแผลของร่างกายมนุษย์เปรียบเสมือนโครงการก่อสร้างที่ซับซ้อน ซึ่งต้องอาศัยการประสานงานของเซลล์หลายชนิดอย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี เช่น แผลเรื้อรัง ระบบการซ่อมแซมนี้อาจหยุดชะงัก การนำเทคโนโลยีเชิงฟิสิกส์อย่าง Therapeutic Ultrasound เข้ามาประยุกต์ใช้ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการ "ปลดล็อก" และเร่งการทำงานของทีมวิศวกรระดับเซลล์

⭐ ระยะเริ่มต้นและการปกป้องเนื้อเยื่อ (Haemostasis & Inflammation)
ในวินาทีที่เกิดบาดแผล ร่ายกายจะเปิดโหมด "จัดการเหตุการณ์ฉุกเฉิน" ทันที โดยเริ่มจาก ระยะห้ามเลือด (Haemostasis) เกล็ดเลือดจะรวมตัวกันเป็นเครือข่ายไฟบรินเพื่อปิดปากแผลเบื้องต้น

⭐ จากนั้นจะเข้าสู่ ระยะอักเสบ (Inflammation) ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมกู้ภัยอย่างเม็ดเลือดขาว (Macrophages) เข้าสู่พื้นที่เพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมและแบคทีเรีย ระยะนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะ Macrophages จะทำหน้าที่หลั่งสารสัญญาณ (Growth Factors) เพื่อเรียก "ทีมก่อสร้าง" ให้เริ่มทำงาน หากระยะนี้ยืดเยื้อเกินไป แผลจะกลายเป็นแผลเรื้อรังที่ปิดไม่ได้

⭐ การปลุกพลังงานกลด้วยอัลตราซาวด์ (The Bio-Physical Awakening)
เมื่อกระบวนการธรรมชาติต้องการแรงผลักดัน การใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความถี่สูงจะส่งผ่านพลังงานกลลงสู่เนื้อเยื่อ โดยอาศัยปรากฏการณ์ Cavitation (การเกิดฟองก๊าซจิ๋ว) และ Acoustic Streaming (การไหลเวียนของของเหลวตามแรงเสียง) แรงสั่นสะเทือนเชิงกลเหล่านี้จะ "เคาะประตู" ผนังเซลล์เพื่อเพิ่มความสามารถในการซึมผ่าน ส่งผลให้เซลล์ตื่นตัวและเร่งกระบวนการแลกเปลี่ยนสารอาหารในระดับวิกฤต

⭐ การวางโครงสร้างและสายส่งเสบียง (Proliferation & Angiogenesis)
ในระยะสร้างเนื้อเยื่อ (Proliferation) ร่างกายจะเร่งสร้างเนื้อเยื่อใหม่ที่เรียกว่า Granulation Tissue คลื่นอัลตราซาวด์จะมุ่งเป้าไปที่เซลล์ Fibroblasts โดยตรงเพื่อเร่งการผลิตคอลลาเจน ในขณะเดียวกันยังช่วยส่งเสริมการสร้างหลอดเลือดใหม่ (Angiogenesis) เพื่อสถาปนา "เส้นทางลำเลียงเสบียง" นำออกซิเจนและสารอาหารเข้ามาหล่อเลี้ยงพื้นที่ก่อสร้างให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

⭐ การจัดระเบียบและความแข็งแกร่ง (The Art of Remodeling)
ในระยะสุดท้ายหรือระยะปรับรูปร่าง (Remodeling) ร่างกายต้องจัดระเบียบเส้นใยคอลลาเจนที่เพิ่งสร้างเสร็จ อัลตราซาวด์จะเข้ามาช่วยดูแล "คุณภาพ" ของเนื้อเยื่อ โดยการกระตุ้นให้เส้นใยเรียงตัวเป็นระเบียบตามแนวแรงที่ถูกต้อง ผลลัพธ์ที่ได้คือแผลที่มีความยืดหยุ่นสูง แข็งแรง และลดความเสี่ยงในการเกิดพังผืดดึงรั้ง (Scar Contracture)

การประยุกต์ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ในการรักษาบาดแผล (Application of Ultrasound in Wound Healing) สามารถแบ่งออกเป็นขั้นตอนและเทคนิคทางคลินิกที่สำคัญ ดังนี้

1️⃣ รูปแบบการส่งพลังงาน (Mode of Application)
ในการรักษาแผล มักจะใช้รูปแบบ Pulsed Ultrasound (20% Duty Cycle) เป็นหลัก เพื่อเน้นผลทางชีวกลศาสตร์ (Non-thermal effects) และหลีกเลี่ยงการสะสมความร้อนซึ่งอาจทำลายเนื้อเยื่อที่กำลังสร้างใหม่

2️⃣ เทคนิคการรักษา (Application Techniques)
เนื่องจากแผลเป็นบริเวณที่บอบบางและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ การส่งผ่านคลื่นเสียงจึงต้องทำอย่างระมัดระวังผ่าน 3 วิธีหลัก:

วิธีรอบขอบแผล (Periwound Technique):

ใช้วิธีนวดด้วยหัวโพรบไปรอบๆ ขอบแผลที่ยังดีอยู่

เหมาะสำหรับการกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและส่งสัญญาณให้เซลล์ขอบแผลเคลื่อนที่เข้าหากัน (Epithelialization)

วิธีผ่านแผ่นเจลหรือวัสดุปิดแผล (Through a Wound Dressing):

สามารถใช้ผ่านวัสดุปิดแผลบางประเภท เช่น Hydrogel sheet หรือฟิล์มใส (Tegaderm)

วิธีนี้ช่วยรักษาความสะอาดของแผลและลดการรบกวนหน้าแผลโดยตรง

วิธีผ่านน้ำ (Under-water Technique):

ใช้ในกรณีที่แผลมีลักษณะขรุขระหรืออยู่ในบริเวณที่หัวโพรบสัมผัสยาก (เช่น ข้อเท้า หรือนิ้วเท้า)

โดยจุ่มอวัยวะและหัวโพรบลงในอ่างน้ำวนสะอาด คลื่นเสียงจะเดินทางผ่านน้ำเข้าสู่แผลโดยไม่ต้องสัมผัสผิวโดยตรง

3️⃣ การตั้งค่าพารามิเตอร์ (Parameter Settings)
เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดในแต่ละระยะการสมานแผล ควรตั้งค่าดังนี้:

ความถี่ (Frequency): * 3 MHz สำหรับแผลระดับตื้น (ผิวหนังชั้นนอก)

1 MHz สำหรับแผลที่ลึกหรือมีเนื้อเยื่อหนา

ความเข้มเสียง (Intensity): * ใช้ระดับต่ำที่ 0.1 - 0.5 W/cm² เพื่อกระตุ้นระดับเซลล์โดยไม่ให้เกิดความร้อน

ระยะเวลา (Duration): * โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดของบาดแผล

4️⃣ ข้อบ่งชี้ในการใช้งาน (Indications)
สามารถใช้ได้กับแผลหลายประเภท โดยเฉพาะแผลที่หายยาก:

แผลกดทับ (Pressure Ulcers)

แผลจากเส้นเลือดดำบกพร่อง (Venous Leg Ulcers)

แผลเบาหวาน (Diabetic Foot Ulcers)

แผลจากการผ่าตัดที่มีการสมานตัวช้า

5️⃣ ประโยชน์ที่ได้รับ (Key Benefits)
กระตุ้นการทำความสะอาดแผล: ช่วยให้กำจัดเนื้อตายขนาดเล็กผ่านกระบวนการ Cavitation

เร่งการสร้างคอลลาเจน: เพิ่มความแข็งแรงให้กับเนื้อเยื่อใหม่

เพิ่มการไหลเวียนเลือด: ช่วยส่งออกซิเจนไปยังแผลได้มากขึ้น

สรุป: การใช้ Ultrasound ในการรักษาแผลไม่ได้เป็นเพียงการใช้เครื่องมือจิ้มลงไปบนผิวหนัง แต่คือการเลือก เทคนิค (Technique) และ ค่าพลังงาน (Parameter) ให้สอดคล้องกับสภาพแผล เพื่อเปลี่ยนจากแผลที่หยุดนิ่ง (Stagnant) ให้กลับมาเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติอีกครั้งครับ

ขอบคุณบทความต้นฉบับ
Physiopedia. (n.d.). Wound healing. Retrieved October 26, 2023
Physiopedia. (n.d.). Ultrasound in wound healing. Retrieved October 26, 2023

🚥 ลองจินตนาการว่าสมองของคุณคือ "รถยนต์" คันหนึ่งที่มีสมรรถนะสูง และการทำงานของระบบประสาทในสมองก็คือ "เกียร์" ที่คอยควบคุ...
30/01/2026

🚥 ลองจินตนาการว่าสมองของคุณคือ "รถยนต์" คันหนึ่งที่มีสมรรถนะสูง และการทำงานของระบบประสาทในสมองก็คือ "เกียร์" ที่คอยควบคุมความเร็วให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ

ในโลกของประสาทวิทยา (Neuroscience) สมองไม่ได้สื่อสารกันด้วยคำพูด แต่สื่อสารด้วย "ไฟฟ้า" ที่วิ่งผ่านเซลล์ประสาทนับล้านตัว เกิดเป็นจังหวะที่เรียกว่า "คลื่นสมอง" (Brainwaves) ซึ่งเครื่อง EEG สามารถตรวจจับภาษาเหล่านี้ได้ และแบ่งออกเป็น 5 คลื่นหลักๆ เปรียบเสมือนเกียร์ 5 ระดับที่คอยขับเคลื่อนชีวิตเรา

1️⃣ Delta (เดลตา) : เกียร์ 1 – โหมดพักเครื่อง
เดลตาคือคลื่นที่ช้าที่สุด (0.1 - 4 Hz) เปรียบเหมือนเกียร์ 1 ที่ใช้แรงบิดสูงแต่ความเร็วต่ำ มันทำงานหนักที่สุดตอนที่คุณหลับสนิท (Deep Sleep) เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเองและเข้าถึงข้อมูลในจิตใต้สำนึก

ความสำคัญ: หากคุณต้องการพักผ่อน เกียร์นี้คือสวรรค์ แต่สำหรับเด็กที่เป็น ADD (สมาธิสั้น) สมองมักจะ "ค้าง" อยู่ที่เกียร์นี้ในเวลาที่ควรจะตื่น ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนงัวเงียอยู่ตลอดเวลา

2️⃣Theta (ทีตา) : เกียร์ 2 – โหมดครึ่งหลับครึ่งตื่น
ทีตา (4 - 8 Hz) คือเกียร์ 2 ที่ขยับเร็วขึ้นมานิด เป็นช่วงเวลาของ "จินตนาการและอารมณ์" เรามักพบคลื่นนี้ตอนที่เรากำลังฝันกลางวัน นั่งสมาธิลึกๆ หรือช่วงก่อนจะหลับจริงๆ

ความสำคัญ: นี่คือขุมทรัพย์ของความคิดสร้างสรรค์และสัญชาตญาณ แต่ถ้าเกียร์ทีตานี้ทำงานมากเกินไปในเวลาเรียน คุณก็จะกลายเป็น "คนช่างฝัน" ที่มองออกไปนอกหน้าต่างจนลืมฟังอาจารย์

3️⃣ Alpha (อัลฟา) : เกียร์ว่าง (Neutral) – พร้อมออกตัว
อัลฟา (8 - 12 Hz) คือสถานะที่มหัศจรรย์ที่สุด เปรียบเสมือนการจอดรถติดเครื่องไว้ที่ "เกียร์ว่าง" คุณไม่ได้เหยียบคันเร่ง แต่คุณก็ไม่ได้ดับเครื่อง คุณรู้สึกผ่อนคลายแต่มีสติ (Relaxed Alertness)

ความสำคัญ: นี่คือ "สะพาน" เชื่อมระหว่างจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก เป็นสภาวะที่ดีที่สุดสำหรับการเรียนรู้และแก้ปัญหาอย่างเยือกเย็น ใครที่คุมเกียร์อัลฟาได้ดี จะเป็นคนที่ดู "นิ่ง" แม้ในสถานการณ์ที่กดดัน

4️⃣ Beta (เบตา) : เกียร์เดินหน้า – โหมดลุยงาน
เมื่อคุณต้องวิเคราะห์ตัวเลข ตัดสินใจเรื่องสำคัญ หรือวางแผนกลยุทธ์ สมองจะสับเกียร์เข้าสู่ "เบตา" (13 - 30 Hz) ซึ่งเป็นคลื่นความถี่สูงและเร็ว

ความสำคัญ: มันคือเกียร์ที่ช่วยให้เราอยู่รอดในโลกความจริง แต่ต้องระวัง! ถ้าคุณใช้เกียร์นี้สูงเกินไป (High Beta) นานๆ สมองจะเริ่มเกิดอาการ "โอเวอร์ฮีท" กลายเป็นความวิตกกังวลและอาการตื่นตระหนก

5️⃣ Gamma (แกมมา) : ซูเปอร์ชาร์จ – โหมดประมวลผลขั้นสูง
แกมมาคือคลื่นที่เร็วที่สุด (> 30 Hz) และเป็นคลื่นชนิดเดียวที่พบได้ "ทุกส่วน" ของสมอง มันทำงานเมื่อสมองต้องประมวลผลข้อมูลมหาศาลจากหลายส่วนพร้อมกันเพื่อให้เกิด "ความเข้าใจอย่างถ่องแท้" (Insight)

ความสำคัญ: การมีคลื่นแกมมาที่มีประสิทธิภาพสัมพันธ์กับความจำที่ดีเยี่ยมและการเรียนรู้ที่รวดเร็ว (Super Learning)

หัวใจสำคัญของการมีสุขภาพสมองที่ดี ไม่ใช่การมีคลื่นตัวใดตัวหนึ่งมากที่สุด แต่คือ "ความยืดหยุ่นในการสับเกียร์" * คนที่มีสมาธิดี คือคนที่สามารถเปลี่ยนจากเกียร์ว่าง (Alpha) ไปเป็นเกียร์ลุยงาน (Beta) ได้ทันทีเมื่อถึงเวลา

คนที่มีความสุข คือคนที่สามารถถอนเกียร์จากความเครียด (Beta) กลับมาพักเครื่องที่เกียร์เดลตา (Delta) ได้อย่างราบรื่นเมื่อถึงเวลานอน

การเข้าใจภาษาของคลื่นสมอง จึงไม่ใช่แค่เรื่องวิชาการ แต่มันคือการเรียนรู้วิธีที่จะเป็น "นักขับ" ที่คุมเครื่องจักรที่มหัศจรรย์ที่สุดในโลกอย่างสมองของเราให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั่นเอง

👶👶 ถอดรหัสลับสมาธิสั้น: เมื่อ "คลื่นสมอง" บอกเล่าสิ่งที่คำพูดบอกไม่ได้👶👶

ในอดีต การวินิจฉัยโรคสมาธิสั้น (ADHD) เปรียบเสมือนการต่อจิ๊กซอว์จากพฤติกรรมภายนอก คุณหมอต้องอาศัยการสังเกต การทำแบบสอบถามจากพ่อแม่หรือครู ซึ่งบางครั้งก็มีความคลาดเคลื่อน แต่ในวันนี้ วิทยาศาสตร์กำลังพาเราดำดิ่งลงไปใต้กะโหลกศีรษะ เพื่อฟัง "เสียงดนตรีของสมอง" ที่บอกเล่าความจริงได้แม่นยำกว่าเดิม

1. อัตราส่วนแห่งสมาธิ (The Theta/Beta Ratio)
กุญแจสำคัญที่นักประสาทวิทยาค้นพบคือความสัมพันธ์ระหว่างคลื่นสมอง 2 ชนิด ที่ทำงานสอดประสานกันเหมือนจังหวะดนตรี:

คลื่น Theta (ทีตา): เปรียบเสมือน "โหมดพักผ่อน" หรือการฝันกลางวัน เป็นคลื่นที่ช้า

คลื่น Beta (เบตา): เปรียบเสมือน "โหมดทำงาน" หรือการจดจ่อ เป็นคลื่นที่เร็ว

ในสมองของคนทั่วไป เมื่อต้องใช้สมาธิ คลื่น Beta จะพุ่งสูงขึ้นเพื่อเตรียมพร้อม แต่สำหรับผู้ที่มีอาการ ADHD นักวิทยาศาสตร์พบว่า อัตราส่วนของคลื่น Theta ต่อ Beta (TBR) มักจะสูงผิดปกติ พูดง่ายๆ คือ สมองส่วนที่ควรจะ "ตื่น" (Beta) กลับถูกกลบด้วยสมองส่วนที่อยากจะ "พัก" (Theta) แม้ในเวลาที่ต้องจดจ่อกับงานตรงหน้าก็ตาม

2. ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ "ขี้เกียจ" แต่อยู่ที่ "เครื่องยนต์"
บทความชิ้นนี้เน้นย้ำจุดที่สำคัญมาก: ADHD ไม่ใช่ปัญหาด้านวินัย แต่เป็นปัญหาด้านการจัดการพลังงานในสมอง เมื่อสมองมีคลื่น Theta มากเกินไปในขณะตื่น มันจะสร้างสภาวะที่เรียกว่า "Brain Fog" หรือหมอกในสมอง ทำให้เด็กหรือผู้ใหญ่ที่เป็น ADHD ต้องพยายามอย่างหนักมากกว่าคนอื่นหลายเท่าเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เท่ากัน การมองเห็นคลื่นสมองเหล่านี้ผ่านเครื่อง EEG จึงช่วยลดการตีตรา (Stigma) ว่าพวกเขาเป็นคนขี้เกียจหรือไม่ตั้งใจ

3. นวัตกรรมใหม่: วินิจฉัยด้วย "ลายพิมพ์สมอง"
ปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า NEBA (Neuropsychiatric EEG-Based Assessment Aid) ซึ่งได้รับรองจาก FDA แล้ว เทคโนโลยีนี้จะวัดอัตราส่วนคลื่นสมองเพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจของแพทย์

มันช่วยคัดกรองว่าอาการ "วอกแวก" นั้นมาจาก ADHD จริงๆ หรือมาจากสาเหตุอื่น เช่น ปัญหาการนอน หรือความวิตกกังวล

ช่วยให้การจ่ายยาหรือการบำบัดตรงจุดมากขึ้น เพราะเราเห็น "ลายพิมพ์" การทำงานของสมองที่ชัดเจน

4. ก้าวต่อไป: จากการวินิจฉัยสู่การ "ฝึกสมอง"
ความรู้เรื่องคลื่นสมองนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การวินิจฉัย แต่นำไปสู่การรักษาที่เรียกว่า Neurofeedback ซึ่งเป็นการฝึกให้ผู้ป่วยเรียนรู้วิธี "ปรับจูน" คลื่นสมองของตัวเอง เหมือนการออกกำลังกายกล้ามเนื้อสมาธิ โดยใช้เกมหรือกราฟิกบนหน้าจอเป็นตัวช่วยสะท้อนกลับว่า ตอนนี้สมองของคุณเข้าสู่โหมด Beta ที่จดจ่อแล้วหรือยัง

✅ความเข้าใจที่เปลี่ยนไป
เรื่องราวจาก The Conversation ชี้ให้เห็นว่า การมอง ADHD ผ่านเลนส์ของประสาทวิทยาช่วยให้เราเปลี่ยนจากการ "ตำหนิพฤติกรรม" มาเป็นการ "ทำความเข้าใจชีววิทยา"

เมื่อเราเข้าใจว่าคลื่นสมองของแต่ละคนมีจังหวะที่ต่างกัน เราก็จะสามารถสร้างวิธีการเรียนรู้และการทำงานที่เหมาะสมกับ "จังหวะสมอง" ของทุกคนได้อย่างแท้จริงครับ

💙 บริษัท ประภัสสร เอ็นจิเนียริ่ง ซัพพลาย จำกัด รู้สึกยินดีและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้นำเครื่องมือ PMS🦵และ Body Compositi...
28/01/2026

💙 บริษัท ประภัสสร เอ็นจิเนียริ่ง ซัพพลาย จำกัด รู้สึกยินดีและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้นำเครื่องมือ PMS🦵และ Body Composition 📊เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการกายภาพบำบัดในการสร้างเสริมสุขภาพกลุ่มผู้สูงอายุ 👵👴

เพื่อสนับสนุนการประเมินสมรรถภาพร่างกายและองค์ประกอบร่างกายอย่างแม่นยำ 🎯ช่วยให้การวางแผนการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพเป็นไปอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และยั่งยืน 🌱

เพราะเราเชื่อว่า สุขภาพที่ดี เริ่มต้นจากการวัดที่ถูกต้อง และการดูแลด้วยความใส่ใจ 🤝

#ประภัสสรเอ็นจิเนียริ่งซัพพลาย 🏢 🦿 📈 #กายภาพบำบัด 🧑‍⚕️
#ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ 💖 #เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ ⚙️

🙏 ขอขอบคุณ มหาวิทยาลัยพะเยา ที่ให้ความไว้วางใจเลือกใช้ เครื่องให้การรักษาด้วยคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (PMS) และ เครื่องอบค...
27/01/2026

🙏 ขอขอบคุณ มหาวิทยาลัยพะเยา ที่ให้ความไว้วางใจเลือกใช้ เครื่องให้การรักษาด้วยคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (PMS) และ เครื่องอบความร้อนคลื่นสั้น (SWD) จากบริษัทของเรา เราภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนการพัฒนาการรักษาทางการแพทย์ 💙พร้อมดูแลและให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง 🤝✨

📞 สนใจสอบถามหรือสั่งซื้อ ติดต่อเราได้ที่
📍 [www.prapatsorn.co.th / LINE: / 026116500]

🔥Post-burn Rehabilitation (การฟื้นฟูหลังแผลไหม้)1. ความสำคัญและเป้าหมายของการฟื้นฟูการฟื้นฟูหลังการเกิดแผลไหม้เป็นองค์ปร...
26/01/2026

🔥Post-burn Rehabilitation (การฟื้นฟูหลังแผลไหม้)
1. ความสำคัญและเป้าหมายของการฟื้นฟู

การฟื้นฟูหลังการเกิดแผลไหม้เป็นองค์ประกอบสำคัญของการดูแลผู้ป่วยที่มีบาดแผลไหม้ (burn injury) และต้องเริ่มตั้งแต่ระยะแรกหลังเกิดแผล โดยมีเป้าหมายเพื่อ

✅ ป้องกันการหดรัดของเนื้อเยื่อ (contracture formation)

✅ รักษาความยืดหยุ่นของข้อต่อและความยาวของกล้ามเนื้อ

✅ ฟื้นฟูการทำงานของร่างกาย

✅ ลดอาการเจ็บปวดและความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน

✅ ส่งเสริมการกลับสู่สภาพการใช้ชีวิตปกติอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

✅ การฟื้นฟูหลังแผลไหม้จึงเป็นกระบวนการแบบองค์รวมที่ต้องบูรณาการทั้งด้านกาย การเคลื่อนไหว การจัดการอาการปวด และการปรับสภาพจิตใจของผู้ป่วยร่วมกัน

2. ระยะเวลาการฟื้นฟูและการประเมิน

การฟื้นฟูแบ่งออกเป็นหลายระยะตามสภาพของแผลและระยะเวลาหลังเกิดการบาดเจ็บ:

🩹 ระยะเฉียบพลัน (Acute Phase)

อยู่ในช่วงที่แผลยังสดหรือเพิ่งรักษาในระยะแรก เป้าหมายคือ

ป้องกันการหดรัดของผิวหนังและข้อ

ส่งเสริมการเคลื่อนไหวแบบใช้งาน (active range of motion) ตามความสามารถของผู้ป่วย

ลดอาการปวดและการบวม

ป้องกันภาวะแทรกซ้อนเช่น deep vein thrombosis และ pulmonary complications

การเคลื่อนไหวและการยืดกล้ามเนื้อต้องได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับระดับความเจ็บ ความแข็งแรงของเนื้อเยื่อ และการทำงานของร่างกาย

🧑‍⚕️ ระยะฟื้นฟู (Rehabilitation Phase)

ในระยะนี้แผลเริ่มปิดหรือมีการปลูกถ่ายผิวหนัง เป้าหมายคือ:

-เพิ่มความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อและผิวหนังผ่านการยืด (stretching)
-เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยค่อยเป็นค่อยไป
-ส่งเสริมการใช้งานจริงในกิจวัตรประจำวัน (activities of daily living)
-ใช้เทคนิคการจัดการแผล เช่น การนวด การใช้ pressure garments เพื่อลดการเกิดแผลเป็นนูน (hypertrophic scars)

การวางแผนการฟื้นฟูในระยะนี้ต้องพิจารณาปัจจัยร่วม เช่น ขนาดและตำแหน่งของแผลไหม้ ความเจ็บปวดของผู้ป่วย และระดับการฟื้นตัวโดยรวม

3. แนวทางการฟื้นฟูแบบองค์รวม

การฟื้นฟูหลังแผลไหม้ประกอบด้วยส่วนสำคัญหลายด้านดังนี้:

🧩 การเคลื่อนไหวและการออกกำลังกาย (Mobility & Exercise)

แรงจนถึงปานกลางตามความเจ็บของผู้ป่วย

เริ่มจาก active range of motion → strengthening → functional training

ป้องกันการหดรัดของเนื้อเยื่อและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

ส่งเสริมการเคลื่อนไหวเป็นกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การยืน การเดิน การลุกนั่ง

โปรแกรมการออกกำลังกายต้องปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคลโดยพิจารณาจากระดับแผลไหม้ การตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว และระดับอาการปวดของผู้ป่วย

💆 การจัดการโครงสร้างเนื้อเยื่อและผิวหนัง

การยืดเนื้อเยื่อและผิวหนังอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการหดรัด

การใช้ pressure garments เพื่อควบคุมการเกิดแผลเป็นนูน

การนวดและ mobilization ตามข้อบ่งชี้ เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และลดการตึงตัวของเนื้อเยื่อ

การเลือกใช้เทคนิคแต่ละชนิดต้องอาศัยการประเมินระดับแผลเป็น ปฏิกิริยาต่อการแตะสัมผัส และการตอบสนองของผู้ป่วยในการรักษา

🧠 การประเมินอาการปวดและการจัดการ

อาการปวดหลังเกิดแผลไหม้เป็นประเด็นสำคัญในการฟื้นฟู เพราะอาจก่อให้เกิดการหดรัดข้อหรือการหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหว จำเป็นต้อง

ประเมินระดับความรุนแรงและชนิดของอาการปวด

ใช้มาตรการระงับปวดตามหลักแนวทาง (เช่น การใช้ยาหรือเทคนิคการคลายกล้ามเนื้อ)

พิจารณาการใช้เทคนิคการผ่อนคลาย (relaxation techniques) เพื่อช่วยลดอาการปวดที่สัมพันธ์กับความเครียดของระบบประสาท

การจัดการอาการปวดเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องของผู้ป่วยในการฝึกและกิจกรรมอื่น ๆ ในโปรแกรมฟื้นฟู

4. สรุปเชิงวิชาการ

การฟื้นฟูผู้ป่วยหลังแผลไหม้เป็นกระบวนการที่ต้องประสานหลายองค์ประกอบทั้งด้านการเคลื่อนไหว การเสริมสร้างความแข็งแรง การจัดการผิวหนังและเนื้อเยื่อ และการควบคุมอาการปวด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและส่งเสริมการกลับสู่กิจกรรมการใช้ชีวิตที่ปกติอย่างมีประสิทธิภาพ โปรแกรมการฟื้นฟูควรได้รับการออกแบบตามแต่ละบุคคล โดยคำนึงถึงสภาวะทั่วไปของผู้ป่วย ระดับแผลไหม้ และความสามารถในการตอบสนองต่อการรักษา ซึ่งการติดตามอย่างต่อเนื่องและการปรับแผนตามผลตอบสนองจะช่วยให้การฟื้นฟูเกิดประโยชน์สูงสุดในระยะยาว

ขอบคุณบทความต้นฉบับ
Physio-Pedia. (n.d.). Post-burn Rehabilitation. Retrieved January 17, 2026

🙏ขอขอบคุณ โรงพยาบาลเชียงคำ ที่ให้ความไว้วางใจเลือกใช้เครื่อง Digitrac 930 จากบริษัทของเรา เรามุ่งมั่นในการให้บริการที่มี...
22/01/2026

🙏ขอขอบคุณ โรงพยาบาลเชียงคำ ที่ให้ความไว้วางใจเลือกใช้เครื่อง Digitrac 930 จากบริษัทของเรา เรามุ่งมั่นในการให้บริการที่มีคุณภาพ พร้อมการดูแลและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง😊💙

📞 สนใจสอบถามหรือสั่งซื้อ ติดต่อเราได้ที่
📍 [www.prapatsorn.co.th / LINE: / 026116500]

✨บริษัท ประภัสสร เอ็นจิเนียริ่ง ซัพพลาย จำกัด✨ มีความยินดีที่ได้เข้าร่วมงานกายภาพบำบัด ร่วมกับกลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู โรงพ...
21/01/2026

✨บริษัท ประภัสสร เอ็นจิเนียริ่ง ซัพพลาย จำกัด✨ มีความยินดีที่ได้เข้าร่วมงานกายภาพบำบัด ร่วมกับกลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู โรงพยาบาลยโสธร เนื่องในโอกาส วันกายภาพบำบัดแห่งชาติ " สร้างเสริมสุขภาพทุกช่วงวัย ผู้สูงอายุแข็งแรงสดใส ด้วยกายภาพบำบัด"🩺💪

📅 ในวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569
⏰ เวลา 09.00 – 16.00 น.
📍 ณ ห้างโลตัส จังหวัดยโสธร

🙏ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ารับบริการดูแลสุขภาพกับเรา เรายินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมสุขภาพที่ดีของทุกท่าน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสดูแลสุขภาพของทุกท่านอีกในโอกาสต่อไปครับ ✨😊
#วันกายภาพบำบัดแห่งชาติ #กายภาพบำบัด #เวชกรรมฟื้นฟู #ดูแลสุขภาพ #ส่งเสริมสุขภาพ #สุขภาพดีทุกช่วงวัย #กายภาพบำบัดเพื่อสุขภาพ #โรงพยาบาลยโสธร #ยโสธร

🙏ขอขอบคุณ โรงพยาบาลปทุมธานี ที่ให้ความไว้วางใจเลือกใช้เครื่อง PMS จากบริษัทของเรา เราพร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและไ...
20/01/2026

🙏ขอขอบคุณ โรงพยาบาลปทุมธานี ที่ให้ความไว้วางใจเลือกใช้เครื่อง PMS จากบริษัทของเรา เราพร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เพื่อร่วมสนับสนุนการดูแลสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง✨💙

📞 สนใจสอบถามหรือสั่งซื้อ ติดต่อเราได้ที่
📍 [www.prapatsorn.co.th / LINE: / 026116500]

ลองจินตนาการว่าคุณมีเครื่องรับคลื่นวิทยุที่สามารถจับเสียงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน…เสียงจากภายในหัวใจของความคิด 💫นั่นแหละคือ...
19/01/2026

ลองจินตนาการว่า
คุณมีเครื่องรับคลื่นวิทยุ
ที่สามารถจับเสียงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน…
เสียงจากภายในหัวใจของความคิด 💫

นั่นแหละคือ EEG
ที่ติด electrodes บนหนังศีรษะ
เพื่ออ่าน คลื่นไฟฟ้า
ที่เกิดจากการทำงานของเซลล์ประสาท 🧬

คลื่นเหล่านี้บอกอะไรเราได้มากมาย:
✨ ความตื่นตัว
✨ การนอนหลับ
✨ การคิด
✨ การตอบสนองต่อสิ่งเร้า
✨ และแม้แต่สภาวะอารมณ์ 💭

มันไม่ใช่แค่ “ตัวเลขบนหน้าจอ”
แต่มันคือเรื่องราวของความคิด 🪩

🎧 เสียงที่เงียบ… แต่ทรงพลัง

EEG ไม่ได้แปลผลเป็นคำพูด
แต่มันแปล กิจกรรมในใจเรา
เหมือนการสังเกต “ลีลาของคลื่น”
ที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาที่แตกต่างกัน 🌊

ในวันที่คิดหนัก
ในวันที่หลับสบาย
ในวันที่ตื่นเต้น
และในวันที่หดหู่
EEG คือ บันทึกเสียงที่ซ่อนอยู่ภายในเรา 🧠

มันสอนเราได้ว่า…

🎗 ความคิดมีรูปแบบ
🎗 อารมณ์มีสัญญาณ
🎗 และชีวิตภายในของเรา…
สามารถอ่านได้แม้ไม่มีเสียง 🌟

💫 “บางครั้ง สิ่งที่เราไม่ได้ยิน… ดังกว่าที่เราคิด”

คลื่นสมองสอนให้เรา:

💖 เคารพความซับซ้อนของตัวเอง
💖 รับฟังเสียงที่เงียบที่สุด
💖 และเชื่อมต่อกับตัวตนลึก ๆ อย่างตั้งใจ

เพราะบางสิ่ง
ที่ไม่ได้พูดออกมาเป็นคำ
แต่ถูกเขียนไว้ใน คลื่นที่ไม่เคยหยุดเต้น 🌌

✨บริษัท ประภัสสร เอ็นจิเนียริ่ง ซัพพลาย จำกัด✨ มีความยินดีที่ได้เข้าร่วมงานประชุมวิชาการระดับชาติด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต ...
16/01/2026

✨บริษัท ประภัสสร เอ็นจิเนียริ่ง ซัพพลาย จำกัด✨ มีความยินดีที่ได้เข้าร่วมงานประชุมวิชาการระดับชาติด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต ครั้งที่ 3
The 3rd National Conference on Lifestyle Medicine “เวชศาสตร์วิถีชีวิตและการโค้ช : พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพไทย”

📍ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น
📅ระหว่างวันที่ 14–15 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

บริษัทฯ ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติแวะเยี่ยมชมบูธและให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์และบริการของเรา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้พบกันอีกในโอกาสต่อไป💙😊
#ประชุมวิชาการระดับชาติ #เวชศาสตร์วิถีชีวิต #เศรษฐกิจสุขภาพไทย
#สุขภาพดีอย่างยั่งยืน #งานประชุมวิชาการ

ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีแห่งสุขภาพที่แข็งแรง ความสุขที่อบอุ่นการงานก้าวหน้า และมีพลังดีๆ ในทุกวัน 🌿🌈📢 ประกาศแจ้งวันหยุดเทศกา...
31/12/2025

ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีแห่งสุขภาพที่แข็งแรง ความสุขที่อบอุ่น
การงานก้าวหน้า และมีพลังดีๆ ในทุกวัน 🌿🌈

📢 ประกาศแจ้งวันหยุดเทศกาลปีใหม่ 2569
ทางเราขอหยุดให้บริการ
🗓 วันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568 – วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2569

🔔 เปิดให้บริการตามปกติ
🗓 วันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2569 เป็นต้นไป

ขออภัยในความไม่สะดวก และขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนเสมอ
ขอให้ปีใหม่นี้เต็มไปด้วยสุขภาพดีและรอยยิ้มตลอดปีนะคะ 💙✨

✨บริษัท ประภัสรร เอ็นจิเนียริ่ง ซัพพลาย จำกัด ✨มีความยินดีที่ได้ร่วมออกบูธในงาน วิ่งการกุศลเพื่อหัวใจและสมอง ประจำปี 256...
25/12/2025

✨บริษัท ประภัสรร เอ็นจิเนียริ่ง ซัพพลาย จำกัด ✨มีความยินดีที่ได้ร่วมออกบูธในงาน วิ่งการกุศลเพื่อหัวใจและสมอง ประจำปี 2568 ณ สนามอุดรธานี ร่วมกับ โรงพยาบาลกรุงเทพอุดร 🏃‍♂️❤️🧠

📅 ในวันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม 2568
📍 ณ สวนสาธารณะหนองประจักษ์ จังหวัดอุดรธานี 🌳

🙏ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้าเยี่ยมชมบูธ เข้ารับบริการดูแลสุขภาพ ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ และให้ความสนใจในข้อมูลด้านการดูแลสุขภาพอย่างอบอุ่น บริษัทมุ่งมั่นในการส่งเสริมการดูแลสุขภาพที่ดี และพร้อมสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง 🤝✨

ที่อยู่

25 Rama VI Soi 4 (Rongmuang Soi 2), Rongmuang, Pathumwan
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Prapatsorn Engineering Supply Co., Ltd.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Prapatsorn Engineering Supply Co., Ltd.:

แชร์

Share on Facebook Share on Twitter Share on LinkedIn
Share on Pinterest Share on Reddit Share via Email
Share on WhatsApp Share on Instagram Share on Telegram

Our Story

บริษัท ประภัสสร เอ็นจิเนียริ่ง ซัพพลาย จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่าย และนำเข้าเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจาก บริษัทผู้ผลิต จำหน่ายเครื่องมือและอุปกร์ทางการแพทย์ชั้นนำ ทั้งจากสหรัฐอเมริกา , ยุโรป และเอเซีย โดยบริษัทฯ จะมุ่งเน้น คัดสรรเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงมีความปลอดภัยสูงสำหรับผู้ป่วย ซึ่งผลิตโดยผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่มีประสบการณ์สูง อีกทั้งยังมีความน่าเชื่อถือ และยอมรับจากทั่วทุกมุมโลก

บริษัทฯ ได้ให้การบริการแก่ลูกค้าทั้งภาครัฐบาล รวมถึงโรงพยาบาลในภาคเอกชน โดยปรัชญาในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ มุ่งเน้นการให้การบริการ และดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังมีนโยบายส่งเสริม รวมทั้งสนับสนุนด้านวิชาการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดสัมมนา, การจัดประชุมวิชาการ และการประชุมเชิงปฏิบัติการ ให้กับแพทย์–พยาบาล และผู้ปฎิบัติงานสนับสนุนทางด้านการแพทย์ฝ่ายอื่น ๆ เพื่อเป็นการเพิ่มมาตรฐานให้กับวงการแพทย์ในประเทศให้มีคุณภาพ และมีมาตรฐานทัดเทียมกับนานาประเทศ